SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
รถติดแก๊ส สุพรรณบุรี ยอดพุ่ง 10% หลังน้ำมันแพงทุบสถิติคนแห่พึ่ง LPG

รถติดแก๊ส สุพรรณบุรี กลายเป็นปัญหาใหญ่หลังราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินพุ่งสูงต่อเนื่อง ทำให้อู่ติดตั้งแก๊สในพื้นที่ยอดพุ่ง 10%

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

ราคาและสเปครถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
GAC AION ปิดตัว

GAC AION ปิดตัวจริงไหม? หลังพบป้ายหายและศูนย์บริการปิดตัว ส่องความจริงหลังข่าวลือโชว์รูมร้าง-ป้ายหาย ที่แท้คือแผนลวงหรือกลยุทธ์ใหม่!

Xiaomi SU7 Ultra โดนแห่ขอคืนเงิน! ปมฝากระโปรง “ช่องลมหลอก”

เมื่อรถยนต์รุ่นเรือธงสมรรถนะสูงอย่าง Xiaomi SU7 Ultra ที่เปิดตัวด้วยราคาค่าตัวสุดเร้าใจที่ 814,900 หยวน (หรือประมาณ 3.9 - 4 ล้านบาท) ต้องมาสะดุดขาตัวเองอย่างจัง ล่าสุดมีรายงานว่ากลุ่มเจ้าของรถจำนวนมากได้รวมตัวกันยื่นข้อเรียกร้องที่รุนแรงที่สุด นั่นคือการขอ "คืนเงินค่ารถเต็มจำนวน"

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • All Posts
  • รถไฟฟ้า
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
Rictor Skyrider X1 เอาจริงดิ มอเตอร์ไซค์บินได้ !?

Rictor Skyrider X1 เอาจริงดิ มอเตอร์ไซค์บินได้ !? สถานการณ์ในถนนหลากหลายพื้นที่น่าจะหนีไม่พ้นปัญหา ‘รถติด’ เพราะมีรถออกมาสู่ท้องถนนแทบจะทุกวัน แต่ถนนนั้นไม่พอวิ่ง จะเอามอเตอร์ไซค์มามุดเพื่อช่วยบรรเทาก็แทบจะเป็นไปได้ยาก เพราะทุกวันนี้มอเตอร์ไซค์เองก็แทบจะจอดติดแบบรถยนต์แล้ว แต่แล้วก็ไปเจอบทความน่าสนใจอันนึงเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์บินได้ที่มีชื่อว่า Rictor Skyrider X1 ว่าแต่.. มันจะถูกพัฒนาจริงดิ ? จากแนวคิดที่มันเป็นไปไม่ได้ สู่การนำมาพัฒนาเป็นรถมอเตอร์ไซค์สองล้อที่บินได้ และมันเกิดขึ้นจริง!! โดยผลงานจากบริษัท Rictor จากประเทศจีน โดยบริษัทนี้เกี่ยวกับการพัฒนายานพาหนะสำหรับการเดินทาง โดยมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า อาทิ สกูตเตอร์ไฟฟ้า, จักรยานไฟฟ้า รวมไปถึงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อยกระดับคุณภาพการเดินทางของผู้ใช้งาน โดยเทคโนโลยี Skyrider X1 ได้ถูกเปิดตัวในงานแสดงนวัตกรรม และเทคโนโลยีหรือ CES2025 (Consumer Electronics Show) ในเมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งยานพาหนะลำนี้ถูกสร้างขึ้นโดย Rictor เป็นแบรนด์ย่อยของบริษัท Kuickwheel จากประเทศจีน ซึ่งเน้นพัฒนาทางเลือกในการเคลื่อนที่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ Rictor มีผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียวในกลุ่มสินค้า คือ จักรยานไฟฟ้า Rictor K1 รายละเอียด และฟังก์ชันการใช้งาน รถมอเตอร์ไซค์บินได้ลำนี้ผลิตด้วยโครงสร้างจากวัสดุคอมโพสิตคาร์บอนไฟเบอร์ และอลูมิเนียมเกรดการบิน เคลื่อนที่ด้วยระบบด้วยระบบใบพัด 8 ตัว มีด้วยกันทั้งหมดสองรุ่นย่อยได้แก่ รุ่นธรรมดา X1 SL มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 10.5 kWh สามารถบินได้เพียง 25 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และอีกหนึ่งรุ่น X1 SX มาพร้อมไซส์แบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ 21 kWh สามารถบินได้นานถึง 40 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาจากค่ายจีนไม่ต้องกังวลเรื่องเทคโนโลยี จัดให้มาแบบล้ำ ๆ เช่นเคย เริ่มกันที่ ระบบการปรับตัวอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ที่จะช่วยปรับระดับความสูง ความเร็ว และทิศทางการบินตามสภาพอากาศ, ระบบวางแผนเส้นทางอัตโนมัติ เพื่อช่วยระบุเส้นทางการบินที่ดีที่สุด เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้ราบรื่น และฟังก์ชันการบินขึ้น และลงจอดแบบอัตโนมัติ เพียงแค่ตั้งค่าจุดหมายปลายทาง และยานพาหนะจะทำงานที่เหลือให้เอง อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวเลือกควบคุมแบบแมนนวลผ่านจอยสติ๊กสำหรับผู้ที่ชอบการควบคุมด้วยตัวเองอีกด้วย ระบบวางแผนการเดินทางอัตโนมัติ ระบบขึ้น – ลงอัตโนมัติ ระบบควบคุมพร้อมจอยสติ๊กสำหรับบังคับเอง ฟังก์ชันควบคุมการปรับตัวอัตโนมัติ   โดยรายละเอียดอื่น ๆ ของมอเตอร์ไซค์บินได้ลำนี้ จะถูกกำหนดเพดานบินเพียง 200 เมตรเท่านั้น (ระยะนับตั้งแต่พื้นดิน) และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้เพียง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในส่วนของการวางจำหน่าย มีข่าวลือหลุดออกมาว่าอาจมีการวางจำหน่ายในตลาดปี 2026 โดยราคาคาดการณ์อยู่ที่ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,074,000 บาท ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งราคาก็ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร เครื่องหมายคำถามสำหรับการพัฒนา Skyrider ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์บินได้คันแรกของโลก แต่ในช่วงก่อนหน้านี้ก็มีหลาย ๆ บริษัทจากทั่วโลกที่พยายามสร้าง และพัฒนายานพาหนะประเภทนี้ เช่น Speeder จาก Mayman Aerospace หรือ Hoverbike จากบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศญี่ปุ่น มีลักษณะคล้ายมอเตอร์ไซค์บินได้ โดยทั้งสองโมเดลก่อนหน้าก็มีผลิตออกมาเพียงแค่รุ่นต้นแบบเท่านั้น แต่ไม่มีการพัฒนาต่อเพื่อวางจำหน่าย คาดว่าอาจจะมีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ความปลอดภัย การรับรองมาตรฐาน การจัดการการจราจรทางอากาศ และราคาที่สูง ทำให้ยังไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ในปัจจุบัน แต่ถือว่ามอเตอร์ไซค์บินได้เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจในโลกอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 CFMOTO CFX-2E วิบากไฟฟ้าสำหรับนักซิ่งตัวน้อย

2025 CFMOTO CFX-2E วิบากไฟฟ้าสำหรับนักซิ่งตัวน้อย 2025 CFMOTO CFX-2E รถมอเตอร์ไซค์วิบากไฟฟ้าจากค่าย CFMOTO แบรนด์ผู้ผลิตรถสัญชาติจีน โดยดีไซน์การออกแบบของรถคันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อนักบิดอายุน้อยที่ยังเป็นมือใหม่สามารถขับขี่ได้อย่างง่ายดาย และเข้าถึงอารมณ์ความสนุกตลอดการขับขี่ ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขนาด 1.5 กิโลวัตต์ แรงบิดอยู่ที่ 7 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 48V มีกำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 50 ซีซี ให้พลังงานที่เพียงพอสำหรับการขับขี่ในทุกสภาพพื้นผิว ขับขี่ได้อย่างราบรื่น เงียบสนิทไร้เสียงรบกวน พร้อมปราศจากมลพิษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการชาร์จไฟจะใช้เวลา 5 ชั่วโมงจาก 0-100% และยังสามารถถอดเปลี่ยนได้ ทำให้สะดวกต่อการชาร์จได้ในทุกที่ทุกเวลา   โครงเหล็กทรงเปลที่มีความแข็งแรง ทนทาน ความสูงของเบาะเพียง 21.7 นิ้ว น้ำหนักรถเพียง 48 กิโลกรัม ระบบช่วงล่างด้านหน้ามาพร้อมกับโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก และด้านหลังเป็นแบบโช้คอัพเดี่ยว ขอบล้ออัลลอย และยางวิบาก ที่ปรับจูนมาเพื่อการขับขี่แบบออฟโรดให้ความรู้สึกถึงการขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นคง แม้ในสภาพพื้นผิวที่ขรุขระ  ระบบเบรกติดตั้งมาให้เป็นแบบดิสก์เบรกไฮดรอลิกประสิทธิภาพสูง ช่วยให้หยุดรถได้อย่างมั่นใจ และมีเชือกคล้องนิรภัยแบบแม่เหล็กที่สามารถตัดการทำงานของรถในกรณีฉุกเฉิน เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ แม้จะเป็นรถสำหรับเด็กแต่ก็มาพร้อมเทคโนโลยี หน้าจอ LCD แสดงข้อมูลที่จำเป็น เช่น ระดับแบตเตอรี่ โหมดความเร็วที่เลือก การแจ้งเตือนสถานะการชาร์จ  โหมดการขับขี่ที่สามารถเลือกได้ถึง 3 โหมด ได้แก่ โหมดฝึกหัด (Learning) ที่ตัวรถจะกำหนดความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 24 กิโลเมตรต่อชั่วโมง, โหมดมาตรฐาน (Standard) ตัวรถจะกำหนดความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และโหมดสปอร์ต (Sport) ตัวรถจะกำหนดความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 49 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้เหมาะกับระดับทักษะ และความชำนาญของเด็ก ช่วยให้ผู้ขับขี่พัฒนาทักษะได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ในส่วนของราคาวางจำหน่าย วางขายอยู่ที่ 1,699 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 58,870 บาท เพื่อเป็นการสั่งสมประสบการณ์การขับขี่ และกิจกรรมภายในครอบครัว หากลูกถูกใจ ไม่มีอะไรแพง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Royal Enfield Flying Flea C6 ไฟฟ้าคันแรกของค่าย

Royal Enfield Flying Flea C6 ไฟฟ้าคันแรกของค่าย Royal Enfield Flying Flea C6 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของค่าย โดยรถคันนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Royal Enfield WD/RE ซึ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์ในช่วงยุคสงครามโลกครั้งที่สอง โดยได้เปิดถึง 2 โมเดลได้แก่ C6 ที่มีสไตล์ของความเป็นเรโทร และ S6 ซึ่งเป็นสไตล์สแคมเบอร์ ดีไซน์แบบเดียวกับรถช่วงสงครามโลก การออกแบบมาพร้อมกับสไตล์แบบเรโทร ที่ผสมผสานเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่เข้ากับดีไซน์คลาสสิก รูปลักษณ์โดยรวมชวนให้นึกถึง Yamaha Y125 MOEGI ที่เป็นรถคอนเซ็ปต์ที่เปิดตัวในปี 2011 เฟรมอะลูมิเนียมหล่อของรุ่น C6 ถูกออกแบบให้เป็นเส้นสายคล้ายกับคอนเซ็ปต์ MOEGI แต่แตกต่างตรงที่มีครีบระบายความร้อนของแบตเตอรี่ในด้านข้าง ระบบช่วงล่าง โช้คอัพด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบ Rubber Band Style Girder Fork (โช้คที่ใช้ยางหรือวัสดุยืดหยุ่นแทนสปริงหรือน้ำมัน) ส่วนโช้คอัพด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยวอยู่ใต้เบาะ ในส่วนของระบบเบรกด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว  แบตเตอรี่เพียงพอต่อการใช้งาน ขุมพลังงานในด้านของแบตเตอรี่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ Royal Enfield ระบุว่ารถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้จะรองรับการชาร์จเร็วผ่านปลั๊กสามขาแบบใช้ในบ้าน โดยการชาร์จหนึ่งครั้งจะได้ระยะการใช้งานที่เพียงพอสำหรับการขับขี่ในเมือง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับแรงดันไฟฟ้าหรือแอมแปร์ของปลั๊กดังกล่าว เทคโนโลยีการขับขี่มาให้พร้อม   เทคโนโลยีเพิ่มเติมประกอบด้วยระบบเบรก ABS, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, และหน้าจอ TFT แบบสัมผัส Royal Enfield ยังกล่าวอีกว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยตรวจสอบรถของคุณตลอดเวลาเมื่อคุณไม่อยู่ใกล้ เพื่อแจ้งเตือนหากรถถูกก่อกวนหรือเคลื่อนย้าย และมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ของระบบผ่าน OTA (Over the Air) รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อยู่เสมอ และยังมีโหมดการขับขี่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งประสบการณ์การขับขี่ได้ตามต้องการผ่านการปรับคันเร่ง การเบรก และการจัดสรรพลังงานไฟฟ้าภายในตัวรถ Govindarajan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ Royal Enfield กล่าวเกี่ยวกับรถในโมเดลนี้ว่า ‘Royal Enfield ได้เริ่มพัฒนาโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในเมืองเจนไน ประเทศอินเดีย และลงทุนใน Stark Future ที่บาร์เซโลนา ซึ่งมีชื่อเสียงด้านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าออฟโรดที่ล้ำสมัย ทุกองค์ประกอบของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของ Royal Enfield ตั้งแต่กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วนทางเทคนิค เช่น มอเตอร์ แบตเตอรี่ ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) และซอฟต์แวร์เฉพาะ ไปจนถึงกลยุทธ์การตลาดและค้าปลีก ล้วนได้รับการพัฒนาโดยทีมเทคนิคและการค้าของบริษัท’ ในส่วนของข้อมูลเบื้องต้นจะมีออกมาแค่ของรุ่น C6 เท่านั้นในส่วนของ S6 จะต้องรอข้อมูลเชิงเทคนิคจากทางค่ายอีกครั้ง และทั้งสองรุ่นย่อยจะพร้อมจำหน่ายในกลางปี 2026 แต่ยังไม่ได้ยืนยันราคาวางจำหน่ายออกมาอย่างเป็นทางการ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Raptee T30 อีวีไบค์อินเดีย บิดสนุกเท่า 300 ซีซี

Raptee T30 อีวีไบค์อินเดีย บิดสนุกเท่า 300 ซีซี Raptee T30 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จาก Raptee.HV สตาร์ทอัพยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศอินเดียมอเตอร์ไซค์คันนี้พลิกบทบาทของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน ซึ่งมีจุดเด่นที่มุ่งเน้นการขับขี่ที่สนุกสนานและสปอร์ต แตกต่างจากมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทั่วไป สมรรถนะสุดแสนจะเร้าใจ ในด้านสมรรถนะ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้ให้พลังงานด้วยเทคโนโลยีไฟฟ้าแรงสูง ทำให้ T30 มีพละกำลังเทียบเท่ากับรถมอเตอร์ไซค์ขนาด 300 ซีซี ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 22 กิโลวัตต์ (ประมาณ 30 แรงม้า) และมีแรงบิดตามข้อมูลที่ระบุไว้ที่ 70 นิวตันเมตร ทำให้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราเร่งจาก 0 ถึง 60 กิโลเมตรในเวลาเพียง 3.5 วินาที ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ขนาด 5.4 kWh ที่สามารถขับขี่ได้ 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ดีไซน์การออกแบบ และเทคโนโลยี ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากไดโนเสาร์กลุ่มแรพเตอร์ ที่โดดเด่นเรื่องความคล่องตัว ว่องไว และเฉลียวฉลาด จึงทำให้การออกแบบรถคันนี้มีสไตล์สปอร์ตอย่างชัดเจน ด้วยตัวถังที่เพรียวบาง และมีเหลี่ยมมุม นอกจากนี้ T30 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เกินความคาดหมาย เพราะมีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน มีระบบนำทาง และรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA หัวชาร์จไฟแบบเดียวกับรถยนต์ แบตเตอรี่ขนาด 5.4 kWh ของ T30 มีการรับรองมาตรฐาน IP67 ใช้เวลาในการชาร์จจาก 20-80% ประมาณ 60 นาทีเมื่อใช้เครื่องชาร์จขนาด 3.3 kW แต่ถ้าใช้เครื่องชาร์จแบบเร็ว หรือเครื่องชาร์จจากสถานีชาร์จของรถยนต์ สามารถชาร์จเต็มในเวลาเพียง 30 นาที นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังให้การรับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 80,000 กิโลเมตร อีกหนึ่งสิ่งน่าสนใจของ Raptee.HV T30 ถึงแม้ว่าในช่วงแรกของการทตลาดจะวางขายแค่ในเฉพาะประเทศอินเดียเท่านั้น แต่ผู้ผลิตยืนยันว่ามันพร้อมที่จะบุกตลาดโลก เพราะรถคันนี้มาพร้อมกับพอร์ตชาร์จแบบ CCS 2 ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้งานร่วมกับที่ชาร์จมาตรฐานของรถยนต์ไฟฟ้าได้แทบทุกที่ในโลก นอกจากนี้ยังเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกในอินเดียที่มาพร้อมกับพอร์ตชาร์จ CCS 2 เป็นมาตรฐาน Raptee T30 สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ ประเภทมอเตอร์ มอเตอร์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัส กำลังสูงสุด 22 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 70 นิวตันเมตร ประเภทแบตเตอรี่ N/A ความจุของแบตเตอรี่ 5.4 kWh น้ำหนักแบตเตอรี่ N/A เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 1 ชั่วโมง (20-80% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 3.3 kW) 36 นาที (20-80% เมื่อชาร์จด้วยสถานีชาร์จไฟของรถยนต์) ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (เคลม) 150 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด (เคลม) 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยางหน้า 110/70-R17 แบบไม่มียางใน ยางหลัง 150/60-R17 แบบไม่มียางใน เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. พร้อมระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 มม. ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบ Up-Side down ขนาดแกน 37 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดียวแบบปรับพรีโหลดได้ กว้าง X ยาว X สูง N/A ระยะฐานล้อ 1,420 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 161 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 177 กิโลกรัม เทคโนโลยี จอ TFT ขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบทัชสกรีน โหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Comfort, Power และ

Honda CUV e: อีวีไบค์ สมรรถนะเครื่อง 110

Honda CUV e: อีวีไบค์ สมรรถนะเครื่อง 110 Honda CUV e: อีกหนึ่งโมเดลยานยนต์ไฟฟ้าที่ทาง ฮอนด้า มอเตอร์ ประกาศผ่านเว็บไซต์หลักอย่างเป็นทางการกับการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในอินโดนีเซีย ได้แก่ CUV e: ซึ่งนับเป็นโมเดลที่ 10 ตามแผนเปิดตัวโมเดลไฟฟ้า 30 รุ่นภายในปี 2030 CUV e: มาจากรุ่น CUV ES (Clean Urban Vehicle Electric Scooter) ซึ่งเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ฮอนด้าที่เริ่มวางจำหน่ายในปี 1994 CUV e: ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดเดียวกันกับ CUV ES ในฐานะสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ให้ความสะดวกในการเดินทางในเมือง โดยมีคำว่า “e:” ที่บ่งบอกรถคันนี้คือยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า CUV e: 1994 CUV ES   พละกำลังมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้มีสมรรถนะเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ 110 ซีซี ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์ ความเร็วสูงสุด 83 กม./ชม. ซึ่งใช้แบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้ 2 ก้อน ชนิด ลิเธียม-ไอออน “ฮอนด้า โมบายล์ พาวเวอร์แพ็ค” (Honda Mobile Power Pack e:) เป็นแหล่งพลังงาน ทำงานคู่กับมอเตอร์ที่พัฒนาโดยฮอนด้าเอง ซึ่งช่วยเพิ่มระยะการขับขี่ให้ดีขึ้น ด้วยการปรับปรุงวงจรแม่เหล็กและโครงสร้างเพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น การออกแบบของ CUV e: มีลักษณะเรียบง่าย แต่ยังคงความโฉบเฉี่ยวตามสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมกับไฟหน้า และไฟท้ายแบบ Full LED แต่มีดีไซน์การออกแบบที่โดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่นนี้ ระบบมอเตอร์ใหม่นี้พัฒนามาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ STANDARD, SPORT และ ECON เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลายตามความต้องการของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมีโหมดถอยหลังเพื่อความสะดวกในการกลับรถในพื้นที่แคบ โดยในรุ่นของ CUV e: มีทั้งหมด 2 รุ่นย่อยได้แก่ ตัวที่เป็นมาตรฐาน และ RoadSync Duo® ซึ่งเป็นฟีเจอร์เสริมที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อ CUV e: กับสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่แล้วสามารถ รับโทรศัพท์ ฟังเพลง และใช้งานระบบนำทางได้จากหน้าจอกลาง Honda CUV e: สเปค และรายละเอียด ประเภทมอเตอร์ มอเตอร์กระแสตรงแบบซิงค์โครนัส กำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 22 นิวตันเมตรที่ 2,300 รอบต่อนาที ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ 50.26 โวลต์ ความจุของแบตเตอรี่ 29.4 แอมแปร์ น้ำหนักแบตเตอรี่ 10.2 กิโลกรัม เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 6 ชั่วโมง (0-100%) ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (เคลม) 80.7 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด (เคลม) 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยางหน้า 100/90-12 59J ยางหลัง 100/90-12 64J เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมระบบ Combi Brake System (CBS) เบรกหลัง ดรัมเบรก ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว กว้าง X ยาว X สูง 664 x 1,889 x 1,096 มม. ระยะฐานล้อ 1,310 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 139 มม. ความสูงเบาะ 761 มม. น้ำหนักรถ 117 กิโลกรัม   จุดเด่นไฮไลท์อื่น หน้าจอแบบ TFT พร้อมแสดงข้อมูลการขับขี่ ช่องเสียบชาร์จไฟแบบ

ราคาและสเปครถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!