SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
เตือนก่อนปรับ_หมดวันนี้

ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องรับทราบ เมื่อ มาตรการ เตือนก่อนปรับ (Warning Before Fines) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้ ตามคำสั่งการของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่และสร้างวินัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน การขยับเข้าสู่ระยะที่ 2 ของ การบังคับใช้กฎหมายจราจร 2569 ในวันที่ 1 เมษายนนี้

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

ราคาและสเปครถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
ค่าซ่อม Changan Deepal 6 แสน

สรุปประเด็นร้อน Changan Deepal ท่อน้ำยาแอร์แตก ศูนย์แจ้งต้องเปลี่ยนพร้อมแบตเตอรี่ลูกใหญ่ ค่าใช้จ่ายกว่า 6 แสนบาท วิเคราะห์สาเหตุและทางออกสำหรับผู้ใช้ EV

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
Ford GT

เจาะลึกตำนาน Ford GT รถซูเปอร์คาร์ที่หาครอบครองยากที่สุดในโลก ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Le Mans พร้อมส่องราคาประมูลล่าสุดในปี 2569

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • All Posts
  • รถไฟฟ้า
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
Ninja E-1 2024

Ninja E-1 2024 รถไฟฟ้าจากค่ายเขียว จ่อขายที่อังกฤษแล้ว เรียกว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ก็ต้องเชื่อครับงานนี้บอกเลยว่างานเร็วงานไวจริง ๆ สำหรับค่ายญี่ปุ่นค่ายเขียว Kawasaki ที่เปิดตัว Ninja E-1 หรือเจ้านินจาไฟฟ้าพร้อมจ่อคิวขายที่อังกฤษเดือนหน้า เรื่องของดีไซน์นั้นแทบจะไม่ต่างจากนินจา สปอร์ตไบค์เครื่องสันดาปคันเดิมของทางค่ายเลยหากมองเผิน ๆ แต่หากสังเกตดี ๆ จะรับรู้ได้จากการที่มันไม่มีท่อไอเสีย ขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบบรัชเลส 5 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 6.8 แรงม้า แต่ให้กำลังสูงสุดได้ที่ 9 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับแรงม้า 12 แรงม้า ประมาณรถขนาด 125 ซีซี  ขณะที่แรงบิดจะมากถึง 40.5 นิวตันเมตรที่ 0-1,600 รอบ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 30 แอมป์ชั่วโมง 2 ก้อนคู่ที่สามารถถอดออกและต่อกันแบบขนานได้ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ ซึ่งให้ความสะดวกและเหมาะกับการใช้งานกับมอเตอร์ไซค์ ทางค่ายเคลมระยะการใช้งานอยู่ที่ 72 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WMTC คลาส 1 ซึ่งหากใช้งานจริง ๆ ก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 62 กม.จากการคำนวณ และแบตเตอรี่แต่ละก้อนหนัก 11.5 กิโลกรัมและใช้เวลาชาร์จเต็ม 3 ชั่วโมง 42 นาที แต่ถ้าชาร์จจาก 20 – 85% จะใช้เวลาแค่เพียง 1 ชั่วโมง 36 นาทีเท่านั้น ฟัง ๆ ดูอาจจะคิดว่ารถน่าจะหนักแน่เลย แต่จริง ๆ แล้วรถเบาเพียง 140 กิโลกรัมเท่านั้น ตัวรถมีแชสซีเป็นเฟรมถัก ด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อและยางจะเป็น 100/80-17” และ 130/70-17” ตามลำดับ ต่อกันเรื่องเทคโนโลยีตัวรถจะมีหน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ มีโหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Road และ Eco โดยโหมด Road จะอยู่ที่ 88 กม./ชม. ขณะที่โหมด Eco จะอยู่ที่ 64 กม./ชม.แต่เดี๋ยวก่อนยังฟังก์ชัน e-boost ที่จะช่วยความแรงโดยจะใช้ได้ประมาณ 15 วินาที เมื่อเปิดใช้จะสามารถเร่งได้แรงขึ้น รวมถึงท็อปสปีดมากขึ้นไปเป็น 99 กม./ชม.ในโหมด Road และ 72 กม./ชม. ในโหมด Eco ยังมีโหมด Walk ที่จะช่วยจอดรถได้ง่ายขึ้น หากเปิดใช้แล้วเปิดคันเร่งรถจะค่อย ๆ ขยับไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ ขณะที่ปิดคันเร่งก็จะถอยหลังได้ด้วย รวมไปถึงยังมีระบบรีเจ็นเนอเรทีฟที่เวลาผู้ขับขี่ปิดคันเร่ง พลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วลงจะชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ ช่วยเพิ่มระยะทางการใช้งานได้มากขึ้น   ถือว่ามาได้ครบเครื่องทีเดียวครับ สำหรับ Ninja E-1 2024 แต่เรื่องของราคานั้นยังไม่มีการระบุ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายจริง ๆ เดือนตุลาคมนี้ครับ แต่ก็บอกได้เลยว่าราคาน่าจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

QJMotor OAO Pro สปอร์ตไฟฟ้าสุดเท่จากแผ่นดินจีน

QJMotor OAO Pro สปอร์ตไฟฟ้าสุดเท่จากแผ่นดินจีน ถ้าคุณกำลังมองหารถไฟฟ้าในพิกัดเริ่มต้น หลาย ๆ คนน่าจะพบแต่รถในสไตล์สกู๊ตเตอร์หรือว่าเน็กเก็ด แล้วสไตล์สปอร์ตล่ะหายไปไหนกันหมด แต่ในที่สุดก็มีค่ายรถที่จะมาตอบโจทย์คนรักการซิ่งแล้วด้วยการเปิดตัว QJMotor OAO Pro สปอร์ตไบค์ไฟฟ้าสุดเท่กลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับ Kawasaki Ninja ไฟฟ้าที่ยังไม่ทันได้วางขาย แต่ก็มีคู่แข่งมารอท่าอยู่ก่อนแล้ว เริ่มต้นกันที่รูปโฉมก็บอกเลยว่าออกแบบมาได้ตรงตามแบบของรถสปอร์ตที่ควรจะเป็น มันดูปราดเปรียวด้วยไฟ LED คู่หน้าที่ดูดุดันเข้าทรง ชิลด์หน้าตามหลักแอโรไดนามิก แฟริ่งด้านข้างพร้อมไฟเลี้ยวบิลต์อิน ปิดท้ายด้วยส่วนท้ายได้เหลี่ยมได้สันดูเฉียบคม ยังทีเบาะนั่งสีน้ำตาลดูหรูหรา ล้ออัลลอย ปิดท้ายด้วยโลโก้บนแฟริ่งที่จริง ๆ เปิดออกมาแล้วจะเห็นพอร์ตชาร์จซ่อนอยู่ พูดกันถึงเรื่องตัวเลขสมรรถนะกันบ้าง ตัวรถให้มอเตอร์ไฟฟ้าวางกลางตัวรถขนาด 10 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 14 แรงม้า หากกดกันหมดแม็กซ์จะทำท็อปสปีดได้ทะลุ 100 กม./ชม. ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานในเมืองเท่านั้น ฟังดูตัวเลขอาจจะไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ แต่ที่น่าทึ่งคือการที่เจ้านี่มีระบบเกียร์ 4 สปีด เรียกได้ว่าอาจจะไม่แรงเร้าใจ แต่ได้ฟีลลิ่งการต่อเกียร์แบบรถน้ำมันมาด้วยนะครับเนี่ย ขณะที่ช่วงล่างด้านหน้าจะมีโช้คแบบหัวกลับ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ปิดท้ายด้วยล้อขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่นั้นมีขนาดเกือบ ๆ 6.5 กิโลวัตต์เพียงพอกับการใช้งานประมาณ 160 กม. และใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% ภายในเวลา 4 ชั่วโมงด้วยที่ชาร์จที่ทางค่ายให้มา อย่างไรก็ดียังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีว่าสามารถสลับแบตได้หรือไม่ หรือว่ามีระบบฟาสต์ชาร์จด้วยหรือเปล่า ในส่วนของเทคโนโลยีและลูกเล่นนั้น แอบประหยัดด้วยหน้าจอแบบ LCD พร้อมแบ็กไลต์สีฟ้าที่มีเพียงข้อมูลพื้นฐานทั่วไป แต่ก็ยังมีช่องจ่ายไฟแบบ USB และระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนแนล รวมถึงฟีเจอร์ที่ดีอย่างช่องเก็บของบริเวณที่ปกติจะเป็นถังน้ำมัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CAKE จับมือ Stallions รุกตลาดรถ EV 2 ล้อในไทย 

CAKE จับมือ Stallions รุกตลาดรถ EV 2 ล้อในไทย  CAKE ผู้ผลิตรถจักยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมสัญชาติสวีเดน ประกาศร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่กับ Stallions Motor (บริษัท เอสทีแอล กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด) ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์และจำหน่ายรถไลฟ์สไตล์แบรนด์ชั้นนำของไทย สำหรับ CAKE จับมือ Stallions ในครั้งนี้จะเป็นการผสมผสานประสบการณ์มากกว่าครึ่งทศวรรษ โดยร่วมมือกับเครือข่ายอันแข็งแกร่งที่ประกอบไปด้วยการผลิต การกระจายสินค้า การขาย และความพร้อมบริการหลังการขายในมิติใหม่ของนวัตกรรมอีวี ภายใต้แบรนด์ที่โดดเด่นของ Stallions Motor สะท้อนเสียงตอบรับที่ล้นหลามในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป การร่วมมือในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวครั้งสำคัญสำหรับยุทธศาสตร์การส่งมอบประสบการณ์ CAKE สำหรับตลาดเอเชีย “การลงทุนของเราในประเทศไทย ซึ่งเป็นหัวใจของตลาดรถสองล้อไฟฟ้า เป็นการตัดสินใจที่สำคัญมาก” Stefan Ytterborn ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของ CAKE กล่าว “สตาเลียนมีความเชี่ยวชาญที่มาพร้อมกับประสบการณ์และคุณภาพ อีกทั้งยังมีเป้าหมายตรงกับเราในการสร้างธุรกิจอนาคตที่ยั่งยืน” Ytterborn กล่าวเสริม “แม้ว่าอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะยังเป็นตลาดใหม่ในประเทศไทย แต่ STL Group เราเล็งเห็นและเคารพในวิสัยทัศน์ของ CAKE เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการดีไซน์ที่โดดเด่น การสร้างธุรกิจที่คำนึงต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เราเชื่อว่า Stallions Motor จะสามารถหยิบยื่นประสบการณ์กับสินค้าพรีเมียมระดับโลก ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมคุณภาพ และตอบสนองความต้องการในโลกอนาคตให้กับตลาดยานยนต์ในไทย วันนี้ STL Group พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว CAKE และร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่นี้ไปพร้อม ๆ กับ CAKE” นาย ธีรเจต ลาภจตุรพิธ ประธานบริหาร STL Group กล่าว โดยในตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือ CAKE ใช้กลยุทธ์ Direct-to-user หรือ การผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าโดยตรงถึงลูกค้า ซึ่งต่างจากในตลาดเอเชียที่ CAKE จะมีการร่วมมือกับผู้ผลิตพรีเมียมเพื่อเป็นผู้จัดจำหน่ายรถจักยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังแพลนที่จะเปิดตัวในประเทศอื่น ๆ ทั่วทั้งเอเชียในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW CE 02 2024

BMW CE 02 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสายสตรีทที่โคตรคูล  BMW CE 02 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสายสตรีทที่โคตรคูลเป็นโมเดลใหม่ล่าสุดของทางค่ายใบพัดสีฟ้าหลังจากที่ทางค่ายเคยเปิดตัว CE 04 ไปเมื่อราว 2 ปีก่อน สำหรับโมเดลนี้บอกเลยว่าโดดเด่นและแตกต่าง ไม่เหมือนใครด้วยแนวคิดและตัวตนที่บอกว่ารถของตัวเองนั้นไม่ใช่ทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแต่เป็นนักปาร์กัวร์สายไฟฟ้า งงใช่มั้ยล่ะ ใช่สิผมก็งง แต่ช่างเหอะเราไปดูการออกแบบและสเปกส่วนอื่น ๆ กันดีกว่า   ดีไซน์ของรถบอกเลยว่าล้ำมาก ๆ ขณะเดียวกันก็ให้ความเท่ในแบบที่ทุกคนที่เห็นต่างต้องชอบใจ และก็คงเอาไว้ซึ่งดีเอ็นเอที่ถ่ายทอดมาอย่างรุ่นพี่ CE 04 อีกด้วย ตัวรถออกแบบมาให้มีความคล่องตัว แม่นยำ ทนทานและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่มีอะไรที่ออกแบบมาแล้วเกินเลย เทอะทะ ไร้ซิ่งชิ้นส่วนที่ไม่มีความจำเป็น   ตัวรถเลือกใช้สีดำเป็นหลักในหลาย ๆ ชิ้นส่วนไม่ว่าจะเป็นเฟรม ล้อ บังโคลนหน้าจนถึงแฟริ่งแผงคอด้านบน เลือกใช้สีเทาเมทัลลิกแบบด้านสำหรับฝาครอบมอเตอร์เพื่อสร้างคอนทราสต์และลูกเล่นระหว่างสีแบบด้านและสีแบบเงา อีกทั้งยังมีโมเดลเวอร์ชัน Highline ที่มีการขับเน้นสีสันให้เหมาะสมกับเจ้าของรถที่ชอบเข้าสังคมและชอบความมีสีสัน โดยโมเดลนี้จะอโนไดซ์โช้คให้เป็นสีทองโดดเด่น และเล่นลายกราฟิกแบบเทปด้วยสีเขียวตัดกับตัวรถเพิ่มเติม มาถึงส่วนที่หลาย ๆ คนใส่ใจกันมาก ๆ ก็คือมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบขับเคลื่อนของตัวรถ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบสอดคล้องกับกฎหมายเรื่องใบขับขี่ของทางยุโรป ซึ่งแบบแรกคือมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนสายพาน โดยมีกำลังที่ 11 กิโลวัตต์หรือ 15 แรงม้า สำหรับใบขับขี่ A1ของนักบิดอายุ 16 ปีขึ้นไป และเวอร์ชันจำกัดสำหรับใบขับขี่แบบ AM หรือนักบิดที่อายุน้อยกว่านั้น โดยจะจำกัดไว้ที่ 4 กิโลวัตต์หรือ 4 แรงม้า ซึ่งทำความเร็วได้สูงสุด 45 กม./ชม. ทั้งนี้ก็แล้วแต่กฎหมายของแต่ละประเทศอีกที อย่างไรก็ดีสำหรับรุ่นปกติสมรรถนะเต็มกำลังนั้นเคลมท็อปสปีดมาถึง 95 กม./ชม. และเคลมระยะการใช้งานมาได้มากถึง 90 กิโลเมตร (WMTC) และยังมีโหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Flow และ Surf ซึ่งโหมดแรกจะเหมาะการขับขี่แบบไหล ๆ ไปตามถนนในชานเมือง ส่วนโหมดที่ 2 สำหรับการขับขี่ที่ต้องการความลื่นไหลซึ่งก็คือการซอกแซกไปในเมืองที่รถหนาแน่น ส่วนต่อมาที่หลาย ๆ คนสนใจอีกไม่แพ้กันก็คือแบตเตอรี่และการชาร์จ ซึ่งใช้แบตเตอรีขนาด 3.92 กิโลวัตต์ชั่วโมง ตัวรถจะมาพร้อมที่ชาร์จแบบภายนอกที่จ่ายไฟได้ 0.9 กิโลวัตต์โดยสามารถเสียบกับปลั๊กไฟบ้านได้เลย เรียกว่าสะดวกสบาย แต่ก็สามารถเลือกจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อตัวชาร์จแบบควิกชาร์จที่จ่ายไฟได้ 1.5 กิโลวัตต์เพื่อให้ชาร์จได้เร็วยิ่งขึ้น ขณะที่ในส่วนของช่วงล่างนั้นตัวรถเลือกใช้เฟรมแบบดับเบิลลูปทำจากเหล็กกล้า มีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก และด้านหลังมีสวิงอาร์มเดี่ยวที่ยีดเข้ากับโช้คเดี่ยว ส่วนล้อเป็นล้ออัลลอยน้ำหนักเบาในแบบของล้อดิสก์พร้อมดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังและระบบเบรก ABS ที่ด้านหน้า โดยที่ตัวรถน้ำหนักเบาเพียง 132 กก. และมีเบาะนั่งต่ำเพียง 750 ม.ม. จึงตอบโจทย์นักขี่ได้หลากหลายเรียกว่าทุกเพศและเกือบจะทุกวัยเลยทีเดียว ต่อกันในเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานตัวรถมาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัยสมกับเป็นค่ายใบพัดสีฟ้า ตัวรถมีหน้าเรือนไมล์สี TFT ขนาด 3.5 นิ้ว แจ้งข้อมูลต่าง ๆ ครบครัน ซึ่งรวมไปถึงสถานะแบตเตอรี่อีกด้วย มีช่องจ่ายไฟแบบ USB-C จ่ายไฟให้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นได้แรงขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชีน BMW Motorrad ได้ ช่วยให้ใช้ฟังก์ชันเสริมอย่างการบันทึกเส้นทางการเดินทางได้ด้วย และยังมีระบบช่วยถอยหลังอีกด้วย ส่วนเรื่องของความปลอดภัยนอกจากระบบเบรก ABS ที่กล่าวถึงไปแล้วตัวรถยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพของรถโดยอัตโนมัติและระบบควบคุมเสถียรภาพให้กลับเป็นปกติอีกด้วย สุดท้ายนี้ตัวรถเปิดราคาเริ่มต้นที่ 8,500 ยูโรคิดเป็นเงินตรง ๆ เลยก็ราว ๆ 328,000 บาท แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับรุ่นพี่ CE 04 ที่เปิดราคาไทยแล้วล่ะก็ สนนราคาก็น่าจะกระโดดไปที่ 569,000 บาทเลยทีเดียว (ราคานี้เป็นเพียงราคาคาดการณ์เท่านั้น) ซึ่งน่าจะทำให้รถคันนี้เป็นโมเดลที่อาจจะไม่คุ้มในการทำตลาดบ้านเราเท่าไหร่ อาจจะทำให้ไม่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา หรืออาจจะเข้ามาจำนวนน้อย งานนี้ใครเงินเหลือล่ะก็จัดเลย เท่ไม่หยอกแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX Drone Electric

GPX Drone Electric ต้นแบบเพื่อการยกระดับยานยนต์สมัยใหม่ สำหรับค่ายจีพีเอ็กซ์ ถือเป็นอีกแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่หลายๆคนจับตามอง เพราะครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในไทย ติดอันดับ TOP5 มาอย่างต่อเนื่องหลายปี แถมยังมีการพัฒนาสินค้าจนสามารถส่งออกไปขายในตลาดต่างประเทศมากมาย และล่าสุดก็ได้มีโมเดลต้นแบบอย่าง GPX Drone Electric ที่ผลงานที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือกับทางภาครัฐและภาคเอกชนมาให้เราได้เห็นกันแล้ว วันนี้เราได้รับข่าวดีถึงความเคลื่อนไหวของทางค่ายที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการวิจัยและพัฒนาแพล็ทฟอร์มแพ็คแบตเตอรี่มาตรฐานแบบสับเปลี่ยนสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในประเทศไทย” โดยโครงการนี้ ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานระดับมหาวิทยาลัย และ หน่วยงานภาคเอกชน รวมกว่า 9 หน่วยงานด้วยกัน เพื่อร่วมกันพัฒนาสิ่งประดิษฐ์แพ็คแบตเตอรี่ที่จะเป็นมาตรฐานเดียวกัน สำหรับใช้งานในประเทศไทย ปัจจุบันเราจะเห็นเทรนด์การใช้งานของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดพลังงานสะอาดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  แต่ ณ ขณะนี้ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ใช้งานอยู่ทั่วไปยังคงเป็นระบบชาร์จที่บ้าน หรือชาร์จที่สถานี ซึ่งยังจำเป็นต้องใช้ระยะเวลานานในการชาร์จต่อครั้ง โครงการนี้จึงเกิดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาระบบแบตเตอรี่ที่จะใช้กับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสู่การชาร์จที่อยู่ในระบบสถานี ซึ่งหากแบตเตอรี่ใกล้จะหมด ก็สามารถเข้าไปสู่สถานีชาร์จได้ และสามารถสลับเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างทันที โดยใช้เวลาในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ในระยะเวลาสั้น ๆ หรือไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเดินทางต่อไปได้โดยไม่เสียเวลา   อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายังคงมีความหลากหลาย แต่ละยี่ห้อก็มีการใช้แบตเตอรี่ในรูปแบบของตนเอง หรือมีความแตกต่างกันออกไป โครงการนี้จึงเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจัยและพัฒนาแพ็คแบตเตอรี่ที่จะเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อกำหนดมาตรฐานให้แบตเตอรี่ของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต่างยี่ห้อในประเทศไทย สามารถสับเปลี่ยน ใช้แบตเตอรี่ร่วมกันได้  โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับการใช้งานจริง และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ในประเทศไทย อีกทั้งยังส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการผลิตได้   ทั้งนี้ทางจีพีเอ็กซ์ได้เข้ามาร่วมมีบทบาทในการวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ โดยนำเอารถต้นแบบรุ่นเรือธงของค่าย อย่าง DRONE มาพัฒนาสู่ระบบไฟฟ้า ในรหัส DRONE Electric เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของโครงการในครั้งนี้ ด้วยการร่วมออกแบบจุดวางแบตเตอรี่ และพัฒนาส่วนต่าง ๆ โดยคำนึงถึงปัจจัยสำหรับการใช้งานจริงในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้โครงการได้ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบขับขี่และการใช้งานจริงสำหรับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ในสถานีแล้ว และหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าประโยชน์สูงสุดจะตกไปอยู่กับผู้ใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในอนาคตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม สำหรับความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี  โดยเฉพาะแฟน ๆ ของทางค่าย GPX ที่ได้เห็นผลงานรถต้นแบบคันนี้ เพราะด้วยดีไซน์ตัวรถที่ล้ำสมัยของโมเดลนี้ จนใครหลายๆคน บอกว่าอยากให้นำไปทำเป็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และถึงแม้จะยังคงเป็นเพียงรถต้นแบบเท่านั้น  แต่เชื่อเหลือเกินว่าพัฒนามาขนาดนี้แล้ว อนาคตต้องได้เห็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจากค่าย GPX อย่างแน่นอน แต่จะเป็นรุ่นนี้หรือไม่ และจะเปิดจำหน่ายเมื่อไหร่ คงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป ติดตามข่าวสารจากค่าย GPX  เพิ่มเติม ได้ที่นี่ https://gpxthailand.com https://www.facebook.com/gpxthailandofficial อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fat Albert

Fat Albert สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับคนชอบขนเยอะ และนี่คือ Fat Albert ผลงานของวิศวกรชาวเยอรมัน Albert Ebenbichler ที่สร้างสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขึ้นมาด้วยเป้าหมายในใจที่แปลกไม่เหมือนใครซึ่งก็คือเน้นการใช้งานจริงให้ได้มากที่สุด ซึ่งสำหรับคันนี้คือการขนส่งนั่นเอง สกู๊ตเตอร์ รถไฟฟ้า หรือพาหนะสองล้ออื่น ๆ มักจะเป็นตัวเลือกลำดับแรก ๆ ของผู้คนที่อาศัยและใช้ชีวิตในเขตชุมชนเมือง และสำหรับเจ้าอ้วนคันนี้มันก็เป็นรถที่ตอบโจทย์มาก ๆ เนื่องจากมันขี่ง่ายมาก ๆ แค่บิดก็พร้อมไป นอกจากนี้มันยังราคาไม่แพงมากแถมยังใช้ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาน้อย และยังประหยัดมาก ๆ ด้วยเพราะมันให้ระยะทางการใช้งานที่ค่อนข้างไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเมื่อเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็ยิ่งจะตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาเรื่องของความยั่งยืนและอะไรที่ใช้งานได้จริง ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่วิศวกรชื่อเดียวกับรถพูดถึง ซึ่งเขาได้ทำการออกแบบให้ตัวรถมีช่องเก็บของใต้เบาะนั้นมีขนาดใหญ่มากเท่าที่จะทำได้ภายใต้แนวคิด สนุกที่จะขน ทำให้เจ้าคันนี้มีช่องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่มาก ๆ อยู่บริเวณกลางตัวรถ มาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าบางคนน่าจะเคยเห็นคลิปวิดีโอที่มีนักเดินทางในสนามบินที่มาพร้อมกระเป๋าเดินทางที่คุณสามารถนั่งขี่มันได้เหมือนรถ ซึ่งก็คล้าย ๆ กับเจ้าคันนี้เลยทีเดียว เพราะเจ้าคันนี้จุของได้มากถึง 70 ลิตรเลยทีเดียว มากพอที่จะใส่กระเป๋าสัมภาระใบเล็กได้ 2 ใบเลย ซึ่งทางผู้ออกแบบก็บอกว่าการทำให้มันจุของได้เยอะก็เลยทำให้มันต้องเสียความสบายไปเสียหน่อย คือไม่สามารถขึ้นรถแบบสกู๊ตเตอร์ปกติได้ ต้องวาดขาขึ้นคร่อมเหมือนมอเตอร์ไซค์ที่ติดถังน้ำมันด้านหน้า แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะว่าเบาะนั่งมันเตี้ย คนขี่ร่างเล็กก็ไม่ใช่ปัญหา สำหรับเรื่องของสมรรถนะกันบ้าง ตัวรถติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3 กิโลวัตต์หรือประมาณ 4 แรงม้า ซึ่งทำให้สามารถวิ่งได้สูงสุดประมาณ 45 กม./ชม. ซึ่งเหมาะกับนักบิดอายุน้อย ส่วนแบตเตอรี่นั้นจะเป็นขนาด 60 โวลต์ 20 แอมป์ชั่วโมง ซึ่งช่วยให้เดินทางได้ไกลราว ๆ 120 กม./ชม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มผ่านระบบชาร์จธรรมดา และสิ่งที่น่าสนใจคือสกู๊ตเตอร์คันนี้ได้รับการเข้าชิงรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติเยอรมนีอีกด้วย ส่วนการจำหน่ายนั้นรเมต้นที่ 4,970 ยูโรหรือราว ๆ 185,000 บาท ซึ่งก็ออกจะดูแพงมากสำหรับบ้านเรา แต่สำหรับเยอรมันที่รายได้เฉลี่ยสูงแล้วก็ถือว่าราคาไม่ได้แพงมาก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ราคาและสเปครถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!