SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
เตือนก่อนปรับ_หมดวันนี้

ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องรับทราบ เมื่อ มาตรการ เตือนก่อนปรับ (Warning Before Fines) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้ ตามคำสั่งการของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่และสร้างวินัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน การขยับเข้าสู่ระยะที่ 2 ของ การบังคับใช้กฎหมายจราจร 2569 ในวันที่ 1 เมษายนนี้

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

ราคาและสเปครถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
Mazda Carol

Mazda Carol 2026 รุ่นปรับโฉมใหม่ในญี่ปุ่น รถยนต์จิ๋วสไตล์ Kei-car ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริดสุดประหยัดและระบบความปลอดภัยจัดเต็ม เช็กสเปกและราคาได้ที่นี่

Taxi ติดแก๊สไทย จ่อสูญพันธุ์ เมื่อ EV รุกหนักและก๊าซแพง อัปเดต 2569

Taxi ติดแก๊สไทย จ่อสูญพันธุ์จากถนน หลังโดนกระแสรถ EV บีบหนัก ต้นทุนพลังงานพุ่งสูง และนโยบายรัฐที่ไม่เอื้อต่อรถดมแก๊สอีกต่อไป

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
BYD 2100 kW

BYD 2100 kW เผยข้อมูลลับ BYD ซุ่มพัฒนาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพลังสูง แรงกว่าเดิม 4 เท่าตัว ทุบสถิติโลกเพื่อรองรับรถบรรทุกและรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต

Ayrton Senna

ย้อนรอยวินาทีประวัติศาสตร์ Ayrton Senna ประสบอุบัติเหตุที่สนาม Imola ปี 1994 วิเคราะห์สาเหตุและบทเรียนความปลอดภัยที่วงการยานยนต์ต้องจดจำ

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
แบตเตอรี่โซลิดสเตต Changan 2569

อัปเดตล่าสุด Changan เตรียมติดตั้งแบตเตอรี่โซลิดสเตต Golden Bell ในรถยนต์ไฟฟ้าไตรมาส 3 ปี 2569 ชูจุดเด่นวิ่งไกล 1,500 กม. และความปลอดภัยสูงขึ้น 70%

  • All Posts
  • รถไฟฟ้า
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
รถไฟฟ้า BMW

รถไฟฟ้า BMW ในร่างของ G310R มีสิทธิบัตรออกมาแล้ว สำหรับค่ายใบพัดสีฟ้านั้นถือว่าเป็นค่ายรถที่ยืนอยู่แถวหน้าของวงการสองล้อไฟฟ้าเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเจ้าที่บุกเบิกเรื่องนี้มาก่อนใครนานหลายปี จะเห็นได้จากเจ้า C-Evolution รถไฟฟ้า BMW คันแรก ซึ่งก็เปิดตัวมานานนับสิบปีแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้เห็นว่าทางค่ายจะทำรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจริง ๆ นอกเหนือไปจากสกู๊ตเตอร์สักทีนึง แต่ในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะได้เห็นคันจริงแล้วก็ได้ครับ ตอนนี้มีภาพพิมพ์เขียวสำหรับใช้จดสิทธิบัตรที่เผยให้เห็นภาพลักษณะของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วของทางค่ายผสมเข้ากับระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าที่นำมาจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลล่าสุดของทางค่ายซึ่งก็คือเจ้า CE-04 นั่นเอง โดยนำมอเตอร์ไฟฟ้าย้ายมาใส่ในแพ็กเกจใหม่อย่าง G310R โดยมีการวางเพลาขับของมอเตอร์ในแนวยาวตามตัวรถแทนที่จะวางแนวขวางตามปกติ ซึ่งทำให้สามารถวางมอเตอร์ขนาดใหญ่ได้โดยที่ตัวรถยังคงมีมิติที่แคบพอที่จะทำให้คนขับนั่งคร่อมขี่รถได้  แบตเตอรี่เองก็สามารถวางในตำแหน่งที่อิสระมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นเครื่องยนต์ อย่างไรก็ดีในภาพไม่มีการระบุส่วนของเฟรม แต่เนื่องจากโมเดล G310R นั้นวางเครื่องแตกต่างจากค่ายอื่น ๆ ดังนั้นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันใหม่นี้น่าจะใช้เฟรมและช่วงล่างเดิมของ G310R ไม่ได้ ชิ้นส่วนสำคัญอย่าง ตัวแพ็คแบตเตอรี่ มอเตอร์  และชุดไฟที่เชื่อมต่อทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งยังดูเหมือนว่าจะยกมาจาก CE-04 มาเลย แต่มีการสับเปลี่ยนตำแหน่งให้ลงตัวกับรถใหม่ ซึ่งเดิมแบตจะติดตั้งในแนวขนานไปกับพื้น ขณะที่มอเตอร์ก็จะวางแนวขวางกับตัวรถอยู่ด้านหลัง และชุดควบคุมจะซ้อนกันอยู่ภายใต้เบาะนั่งคนขับซึ่งมันเหมาะกับสกู๊ตเตอร์ แต่ไม่เหมาะกับมอเตอร์ไซค์ปกติ ดังนั้นจึงต้องมีการปรับตำแหน่งและองศาของการติดตั้งชิ้นส่วนเหล่านี้ เนื่องจากฐานล้อของรถนั้นสั้นกว่ามากและตัวจุดศูนย์ถ่วงของรถที่สูงกว่า อย่างที่เห็นในภาพพิมพ์เขียวตัวแบตเตอรี่และมอเตอร์นั้นนำมาจาก CE-04 ดังนั้นสมรรถนะก็น่าจะไม่ต่างกันกับตัว CE-04 ซึ่งก็คือ 42 แรงม้าและแรงบิด 62.36 นิวตันเมตร ซึ่งในเวอร์ชันสกู๊ตเตอร์จะถูกระบบล็อกความเร็วไว้ที่ 120 กม./ชม.เท่านั้น แต่สำหรับมอเตอร์ไซค์น่าจะไม่ถูกจำกัด ส่วนระยะการใช้งานน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 1280 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จุดแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือตำแหน่งของการวางมอเตอร์จากแนวขวางมาเป็นวางตามแนวยาว และขับเคลื่อนผ่านชุดเกียร์ใหม่เพื่อถ่ายทอดกำลังไปสู่เฟืองหน้า และเลือกใช้ระบบขับสายพานส่งกำลังไปยังล้อหลัง เพื่อลดการดูแลรักษาและเสียงเมื่อเทียบกับแบบขับโซ่  ตัวเลย์เอาท์ใหม่นี้ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่เก็บของที่กว้างขวางอีกด้วย เนื่องจากบริเวณที่เป็นถังน้ำมันเดิมนั้นสามารถใช้เป็นที่เก็บของได้ และใหญ่พอที่จะใส่หมวกกันน็อกได้ ถ้าภาพวาดดังกล่าวใช้สัดส่วนตรงตามจริง นอกจากนี้ยังสามารถใช้ชิ้นส่วนเดียวกันนี้ทำออกมาได้หลากหลายโมเดลแบบเดียวกับรถในตระกูล G อีกด้วย ซึ่งในภาพร่างจะเห็นได้ว่าล้อหน้ามีขนาดใหญ่แบบ GS ที่เป็นแอดเวนเจอร์ ขณะที่ไฟหน้านำมาจากรหัส R ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์ นอกจากนี้รหัส RR ก็ยังเป็นไปได้ เพราะแฟริ่งที่มาช่วยเรื่องแอโรไดนามิกก็น่าจะช่วยให้รีดระยะทางการใช้งานได้มากขึ้นอีกด้วย งานนี้สาวกก็คงได้แต่เฝ้ารอล่ะครับว่าโมเดลไฟฟ้าคันใหม่จากค่ายใบพัดสีฟ้าค่ายนี้จะทำออกมาได้ดี ได้น่าสนใจมากน้อยแค่ไหนก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

VMX08

VMX08 เอ็นดูโรไฟฟ้าสุดเบาที่หนักไม่ถึง 50 โล ลองคิดดูว่าถ้ามีมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโรน้ำหนักเบาไม่ถึง 50 กิโลกรัม ให้เราขี่มันจะดีขขนาดไหน ผมเชื่อว่าคำถามนี้แฟน ๆ สายเอ็นดูโรน่าจะพอรู้คำตอบดีอยู่ และนี่คือเจ้า Velimotor VMX08 เอ็นดูโรไฟฟ้าสุดเบาที่หนักเพียง 47.5 กิโลกรัม ด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนมากมายตลอดทั้งคัน และทีเด็ดคือยังสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 100 กม./ชม.อีกด้วย สำหรับแบรนด์นี้นั้นเป็นแบรนด์จากประเทศจีน ที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กน้ำหนักเบาที่มีอยู่ในท้องตลาดอยู่แล้วอย่างเช่นเจ้า Light Bee จาก Sur-Ron ซึ่งก็มาจากประเทศจีนด้วยเช่นกัน จุดเด่นของคันนี้คือโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา โดยแชสซีส่วนใหญ่ของรถนั้นทำมาจากคาร์บอน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเฟรม สวิงอาร์ม แฟริ่งต่าง ๆ กระทั่งแฮนด์บาร์เองก็ กก.เท่านั้น หากเทียบกับจักรยานหรือจักรยานไฟฟ้าอาจจะดูหนักกว่ากันมาก แต่ถ้าหากเทียบกับมอเตอร์ไซค์ล่ะก็มันเบากว่ามากเลยล่ะครับ ในความเป็นจริงแล้ว เราควรจะเรียกเจ้า VMX08 ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก เนื่องด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าของมันมีกำลังสูงสุดที่ 6 กิโลวัตต์คิดเป็นแรงม้าก็จะราว ๆ 8 แรงม้าเท่านั้นเอง แต่ก็สามารถทำความเร็วได้ถึง 100 กม./ชม.เลยทีเดียว ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศพร้อมกับระบบแม่เหล็กถาวรที่ใช้แรงดันไฟขนาด 72 โวลต์ ติดตั้งอยู่ใต้สวิงอาร์มคาร์บอน เพื่อให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำและใกล้กับจุดหมุนของสวิงอาร์ม โดยเลือกใช้ระบบขับเคลื่อนเป็นโซ่   ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่นั้นจะเป็นแบตเตอรีลิเทียมไอออนขนาดความจุ 45 แอมป์แปร์-ชั่วโมง ใช้งานได้ระยะทางราว ๆ 110 กม. เมื่อขับขี่ไม่เกิน 45 กม./ชม. อย่างไรก็ตามทางค่ายยังไม่ได้มีการระบุเรื่องของระยะเวลาการชาร์จ ต่อกันที่เรื่องของช่วงล่างกันบ้าง ส่วนของโช้คด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขณะที่ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมซับแทง ค์ทำงานร่วมกับกับกระเดื่อง ระบบเบรกนั้นเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ล้ออลูมิเนียมแบบซี่ลวดขนาด 19 นิ้วรัดด้วยยางพร้อมลุย เกือบจะคล้ายกับจักรยานเสือภูเขาอยู่แล้ว และสุดท้ายส่วนอื่น ๆ ที่ยังไม่พูดถึงก็จะมีเรื่องที่ตัวรถใช้หน้าจอ LCD ขนาดกะทัดรัด มีระบบไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มระบบ โดยไฟท้ายและที่ยึดป้ายทะเบียนนั้นยึดอยู่ที่สวิงอาร์ม และสุดท้ายสนนราคาอยู่ที่ราว ๆ 105,000 บาท (คำนวณจากเงินดอลลาร์) ราคานี้ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็ถือว่าเป็นรถไฟฟ้าพร้อมลุยที่มีจุดเด่นเรื่องน้ำหนัก เวลาล้มก็ยกขึ้นมาขี่ต่อได้อย่างไม่ยากเย็น แถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Sleek EV เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

Sleek EV เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมดันสถานีสลับแบตฯ ทั่วไทยในปี 2023 เปิดตัว SLEEK EV แบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย-สิงคโปร์ พร้อม เผยนวัตกรรมที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและกระบวนทัศน์การเดินทางของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งได้มีการนําเสนอข้อมูลรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า SLEEK ทั้ง 4 รุ่น ได้แก่ SLEEK TYPE-V, TYPE-V GT, TYPE-S และ SLEEK ONE ที่ได้มีการเปิดให้จองล่วงหน้าเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเปิดเผยอีก 3 รุ่น ในปี 2023 ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างนวัตกรรมให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ นาย กันตินันท์ ตันวีนุกูล CO-Founder & Group CEO กล่าวว่า วันนี้ SLEEK พร้อมเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเดินทางและวิถีชีวิตของผู้คนใหญ่ดียิ่งขึ้น ด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานได้จริง พร้อมศูนย์ให้บริการอย่างครบวงจร การเข้าถึงบริการไฟแนนซ์ และสถานีสลับแบตเตอรี่ โดยยึดมั่นเป้าหมายหลักที่จะสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบโดยคํานึงถึงไลฟ์สไตล์ของผู้คน ปัจจุบัน SLEEK EV ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใน Segment Home Scooter อย่าง TYPE-S และ SLEEK ONE ที่เป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เหมาะสําหรับการใช้งานในเมือง และ Segment Urban Scooter ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก อย่าง TYPE-V Series ที่ได้แบ่งเป็น TYPE-V และ TYPE-V GT โดย TYPE-V มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ถึง 3000 วัตต์ สามารถจุแบตเตอรี่ Lithium NMC ขนาดความจุ 60V 70Ah ทําความเร็วได้สูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะเดียวกัน TYPE-V GT ก็ถูกออกแบบมาเอาใจนักเดินทาง ด้วยระบบ Mid-Drive Motor 4000 วัตต์ พร้อมจอแสดงผลแบบ Full Digital Display ที่รวบรวมข้อมูลสําคัญของการเดินทางไว้บนหน้าจอเดียว ในราคา TYPE-V 129,000 บาท และราคา TYPE-V GT 149,000 บาท ภายในงาน SLEEK EV ยังได้เผยโฉม S Pods, S Pods Home ที่เป็นสถานีสลับเปลี่ยนแบตเตอรี่ โดยคาดการณ์ว่าจะกระจายติดตั้ง 225 จุด และเปิดให้บริการภายในสิ้นปี 2023 ซึ่งจะมีการติดตั้ง S Pods ไว้ทุก ๆ 7-9 กิโลเมตร โดย S Pods จะสามารถเข้าถึงได้ในทุกไลฟ์สไตล์ ไม่เพียงแต่ปั๊มนํ้ามันเท่านั้น แต่จะกระจายไปตามห้างสรรพสินค้า  ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ซึ่งจะสามารถตรวจสอบฟังก์ชันการใช้งานรถ ค้นหา ศูนย์บริการ และสถานี S Pods ในโอกาสนี้ SLEEK EV ได้จัดพิธีลงนาม MOU ร่วมกับ Bosch Thailand ที่ให้ความสนับสนุนในด้านการพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า EV และธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่มีบทบาทโดดเด่นมากขึ้นในการเริ่มต้นเส้นทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ทั้งนี้ ลูกค้าของ SLEEK จึงสามารถเข้าถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษจากกรุงศรีได้อย่างราบรื่น พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศรายชื่อตัวแทนจำหน่ายชั้นนำของประเทศมากกว่า 22 จังหวัด และคาดการณ์ว่าภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2023 จะมีศูนย์บริการและดีลเลอร์ทั่วประเทศ ด้วยความเชื่อมั่นที่จะพัฒนาวงการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงาน ให้สะอาดกว่า ง่ายกว่า และประหยัดกว่า ตามหลักสโลแกน “Lifestyle in Motion” ของเรา Sleek EV เปิดตัวอย่างเป็นทางการ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Can-Am-เตรียมลุยตลาดสองล้อไฟฟ้า

Can-Am เตรียมลุยตลาดสองล้อไฟฟ้า ด้วย 2 โมเดลใหม่ ล่าสุด Can-Am เตรียมลุยตลาดสองล้อไฟฟ้า ด้วย 2 โมเดลสองสไตล์ได้แก่ Origin และ Pulse ซึ่งจะเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าล้วน ๆ 2 คันแรกของทางค่ายเลย ซึ่งงานนี้เป็นทาง Bombardier Recreational Products (BRP) เป็นผู้ที่ออกมาประกาศ ทั้งนี้ BRP คือบริษัทแม่ของค่ายรถ 3 ล้อสัญชาติแคนาดาของแบรนด์นี้นั่นเอง ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทแม่กำลังเปลี่ยนไปใช้ระบบไฟฟ้าเพื่อแผ้วถางทางต้อนรับนักบิดหน้าใหม่และแฟน ๆ ที่ชื่นชอบรถไฟฟ้าซึ่งกำลังเพิ่มสูงขึ้นในตอนนี้และในอนาคต “วันนี้ เรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมของเราพัฒนาไปอีกระดับแล้ว พร้อมกันนี้เรายังได้เผยให้เห็นถึงโปรดักต์รถไฟฟ้าที่จะเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของเรา ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์บนท้องถนนให้แก่ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี” José Boisjoli ประธานและซีอีโอของ BRP แถลง “ครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา แบรนด์ของเราประกาศชัยชนะทั้งในแทร็กและเส้นทางเทรล และวันนี้ตำนานบทใหม่กำลังได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ด้วย Origin และ Pulse สองโมเดลแรกในตระกูลรถไฟฟ้า 2 ล้อของเรา เรากำลังเสริมอาวุธเพื่อเรียกรากเหง้ามอเตอร์ไซค์ของเราด้วยการบรรจงสร้างประสบการณ์การขีบขี่อันตื่นเต้นเร้าใจให้กับคนเจ็นใหม่” โมเดล Origin จะเป็นโมเดลที่พร้อมจะตะลุยไปในทุกเส้นทาง ทั้งออนโร้ดและออฟโร้ด เพราะมันเป็นรถในสไตล์สองประสงค์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อนำเสนอความระทึกใจที่สดใหม่ให้กับทุก ๆ เส้นทาง ขณะที่ Pulse นั้นต่างออกไป มันคือมอเตอร์ไบค์ที่มีความสมดุล มีความแม่นยำ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความตื่นเต้นเร้าใจและอยากที่จะเปลี่ยนการเดินทางธรรมดา ๆ ให้สนุกมากยิ่งขึ้น ทั้งสองโมเดลจะมาในสไตล์ร่วมสมัยและมีเส้นสายที่ดูล้ำยุค ออกแบบมาให้ขี่ได้ง่ายทั้งมือใหม่และมือเก๋า เหมือนกับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทั่วไปที่เพียงแค่บิดก็สามารถทะยานออกไปโดยไม่ต้องใช้คลัตช์หรือเข้าเกียร์ ตัวรถยังมีการสั่นสะเทือนน้อยมาก นุ่มนวล และส่งกำลังได้อย่างแม่นยำ แม้ในตอนที่ความเร็วต่ำ ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนคือมอเตอร์ไฟฟ้า Rotax E-POWER ซึ่งให้ความเร็วเพียงพอกับการขับขี่บนไฮเวย์ พร้อมทั้งแรงม้าและแรงบิดสูง ทั้งนี้แต่ละโมเดลจะมีดีไซน์ การยศาสตร์ และความสามารถที่เหมาะกับสไตล์ของตัวรถ ทั้งนี้ทางค่ายระบุว่าจะเปิดเผยสเปกโดยละเอียดในเดือนสิงหาคม 2023 และจะยังเปิดโมเดลใหม่ในปี 2024 อีกด้วย ใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปติดตามข่าวสารโมเดลใหม่ได้ในเว็บไซต์ของทางค่ายได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph TE-1

TRIUMPH TE-1 รถไฟฟ้าต้นแบบที่จะพาไทรอัมพ์มุ่งสู่อนาคตใหม่ เรียกได้ว่าเสร็จสิ้นการพัฒนากันแล้วกับ Triumph TE-1 รถไฟฟ้าต้นแบบที่ทางไทรอัมพ์พัฒนาร่วมกับหลาย ๆ ผู้ชำนาญการ รวมไปถึงทางหน่วยงานรัฐของอังกฤษอีกด้วย เจ้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต้นแบบคันนี้เกิดจากความร่วมมือของทางค่ายกับทาง บริษัท Williams Advanced Engineering บริษัท Integral Powertrain Ltd และศูนย์ WMG ของมหาวิทยาลัย University of Warwick และได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานเพื่อยานพาหนะปลอดการปล่อยมลพิษ Office for Zero Emission Vehicles ผ่านทางหน่วยงาน Innovate UK ซึ่งมีทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถไฟฟ้า และทั้งทางภาครัฐของอังกฤษ ผลของการพัฒนาก็คือเจ้ารถต้นแบบคันนี้เป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์บนพื้นฐานของ Street Triple แต่มีท่าทางการขับขี่คล้ายกับ Speed Triple เรียกได้ว่าถ่ายทอด DNA การออกแบบของไทรอัมพ์มาได้อย่างลงตัว โดยสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งลงไปนั้นเทียบเท่ากับ Speed Triple 1200 ซึ่งมีกำลังขับมากถึง 130 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 177 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 109 นิวตันเมตรในแบบที่รวดเร็วทันใจและควบคุมได้อย่างนุ่มนวลทุกช่วงความเร็วรอบ โดยทางค่ายระบุมาว่าสามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 96 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที และ 0 – 160 กม./ชม. ได้ภายใน 6.2 วินาทีเท่านั้น สำหรับแบตเตอรี่นั้นถือเป็นส่วนสำคัญมาก ๆ สำหรับโมเดลนี้ โดยเป็นส่วนที่กินน้ำหนักมากที่สุดของรถ แต่ก็ช่วยให้รถคันนี้วิ่งได้ไกลมากถึง 161 กม. จากการทดสอบบนถนนปิดที่มีการจำลองให้เคียงกับการขับขี่บนถนนจริง และที่น่าสนใจคือการมีระบบชาร์จไฟแบบควิกชาร์จ จาก 0 – 80% ได้ภายใน 20 นาที ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจมาก ๆ และแม้ว่าตัวรถจะมีน้ำหนักแบตเตอรี่ที่มาก แต่สำหรับเจ้าต้นแบบคันนี้กลับมีน้ำหนัก 220 กก. ฟังดูอาจจะเยอะ แต่หากเทียบกับรถไฟฟ้าที่มีสมรรถนะใกล้เคียงกันและมีอยู่ในท้องตลาดตอนนี้แล้วจะพบว่ามันมีน้ำหนักเบากว่าถึง 25% เลยทีเดียว อีกจุดที่น่าสนใจคือเสียงเวลาขับขี่ ซึ่งทางค่ายยืนยันว่าจะไม่ใช่เสียงสังเคราะห์แบบรถยนต์หลาย ๆ แบรนด์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยเวลาขับขี่บนท้องถนน อีกทั้งทางยุโรปเองก็มีข้อบังคับให้ต้องมีระบบสร้างเสียงสังเคราะห์เพราะสาเหตุด้านความปลอดภัยด้วยเช่นกัน แต่ทางค่ายมีการออกแบบมาให้ตัวรถมีเสียงจากการอาศัยเฟืองเกลียวพิเศษในรถให้ได้สุ้มเสียงที่ตื่นเต้นเร้าใจไม่แพ้การขี่มอเตอร์ไซค์ที่มีเครื่องยนต์แบบสันดาปภายในจริง ๆ เลย และยังผ่านมาตรฐานเรื่องเสียงรบกวนต่าง ๆ แม้กระทั่งในเวลาที่เปิดคันเร่งหนัก ๆ ก็ตาม แม้ว่าจะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่โมเดลนี้จะเป็นต้นแบบและไม่ได้ขายจริง ๆ แต่ก็ถือว่าโมเดลนี้ช่วยให้ไทรอัมพ์ได้รับองค์ความรู้มากมาย อาทิเช่น ระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่และระบบชาร์จ รวมถึงองค์ความรู้อื่น ๆ ที่จะนำไปพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสำหรับขายจริงในอนาคตอันใกล้นี้ได้เป็นอย่างดีแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

รีวิว Yamaha E01

รีวิว Yamaha E01 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ขึ้นเขาใหญ่ สบายมากขอบอก สำหรับครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษมาก ๆ ที่ได้มีโอกาส รีวิว Yamaha E01 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 100% (แม้ว่าเจ้าคันนี้จะยังเป็นรถต้นแบบหรือโปรโตไทป์ก็ตาม) กับเส้นทางทดสอบสุดท้าทายซึ่งก็คืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่มีทั้งขึ้นเขา เนินชัน โค้งหักศอก ทางลาดลงเขา ซึ่งเป็นเส้นทางที่เหมาะจะมาทดสอบ EV Bike ในครั้งนี้อย่างยิ่ง ทำความรู้จักกันก่อน อีซีโร่วัน คันนี้เป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งถ้าให้เทียบกับรถมอเตอร์ไซค์น้ำมันทั่ว ๆ ไปก็จะเทียบเท่ากับรถขนาด 125 ซีซี  ที่มีการออกแบบดีไซน์แฟริ่ง รูปทรงดูล้ำสมัย เหมือนมาจากอนาคต และแปลกตาไม่ซ้ำใคร ทว่าก็แฝงดีไซน์ DNA จาก R-Series ที่ไฟหน้าดูดุดัน และออกแบบตำแหน่งการชาร์จไฟอยู่ที่ด้านหน้าของตัวรถ ตัวเรือนไมล์เป็นแบบ ดิจิทัล แสดงผลค่าสถานะของตัวรถทั้งหมดบนหน้าจอเรือนไมล์ สำหรับตัวแบตเตอรี่เป็นแบบลิเทียมไลออนมีขนาดความจุ 4.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีแรงขับเคลื่อนสูงสุด 8.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่ 5,000 รอบ และมีแรงบิดสูงสุด 30.2 นิวตันเมตรที่ 1,950 รอบ ซึ่งทางโรงงานเคลมมาสามารถวิ่งได้ไกลสุด 130 กิโลเมตร เทคโนโลยี เต็มระบบ..!! ตัวรถมีระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์หลากหลายส่วนด้วยกัน อาทิ ระบบควบคุมตัวรถ (Vehicle Control Unit) ,ระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System) และระบบควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Control Unit) นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่ Riding Mode ทั้งหมด 3 โหมด Eco, Standard และ Power โดยมีรายละเอียดแต่ละโหมดดังนี้ Eco คือโหมดประหยัดพลังงาน โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะมีปล่อยแรงขับสูงสุดที่ 4 กิโลวัตต์ที่ 4,500 รอบ มีแรงบิด 21.4 นิวตันเมตร ที่ 1,500 รอบ และจำกัดความเร็วสูงสุดที่ 60 กม./ชม. Standard คือโหมดมาตรฐาน สำหรับใช้งานทั่วไป โหมดนี้มอเตอร์ไฟฟ้าปล่อยแรงขับสูงสุดที่ 1 กิโลวัตต์ที่ 5,000 รอบ มีแรงบิด 24.5 นิวตันเมตรที่ 1,500 รอบ สำหรับโหมดนี้จะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 100 กม./ชม. Power คือโหมดแรงที่สุดที่มีในคันนี้ มอเตอร์ไฟฟ้าปล่อยแรงขับ 1 กิโลวัตต์ที่ 5,000 รอบ แรงบิด 30.2 นิวตันเมตร ที่ 1,950 รอบ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 100 กม./ชม. เรียกว่ามาไว มาเต็มในโหมดนี้ รองรับระบบชาร์จ 3 แบบ สำหรับโมเดลนี้ตอนนี้มีระบบการชาร์จ 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ ระบบ Fast Charger หรือระบบชาร์จเร็ว จะใช้เวลาในการชาร์จ จาก 0 – 90% ประมาณ 1 ชั่วโมง ระบบ Normal Charger หรือระบบชาร์จปกติใช้เวลาในการชาร์จ จาก 0 – 100% ประมาณ 5 ชั่วโมง (ที่แรงดันไฟ 200-240 โวลต์ หรือไฟบ้านปกติ) ระบบ Portable Charge เป็นการชาร์จด้วยตัวชาร์จแบบพกพาซึ่งสามารถพกใส่ใต้เบาะได้ ใช้เวลาในการชาร์จ 0 – 100 % ประมาณ 14 ชั่วโมง (แรงดันไฟ 100 – 240 โวลต์) เจ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้ยังมาพร้อมเกียร์ถอยหลัง ใช้งานง่ายเวลาจะจอดรถ และยังปลอดภัยแบบหายห่วงเพราะเกียร์ถอยจะมีความเร็วเพียง 1 กม./ชม.เท่านั้น และสำหรับคนที่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเวลาลงเขาหรือทางลาดชัน ตัวรถมีระบบรีเจเนอเรทีฟเบรกกิ้ง หรือ Regenerative Braking

ราคาและสเปครถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!