
ผู้ปกครองรับผิดชอบเด็ก กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล เมื่อพนักงานขับรถรับจ้างสาธารณะรายหนึ่งออกมาโพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก เพื่อขอให้ช่วยกันดันเรื่องไปถึงรายการดังอย่าง “โหนกระแส” หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับพฤติกรรมสุดช้ำใจของผู้โดยสารที่ปฏิเสธการจ่ายค่าเสียหายกรณีเด็กอาเจียนบนรถ โดยอ้างเหตุผลว่า “เด็กยังเล็กไม่รู้ความ” และตั้งคำถามกลับถึงความมีน้ำใจของคนขับ
ลำดับเหตุการณ์ รับจากซาฟารีเวิลด์สู่ความวุ่นวายบนรถ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคนขับรถได้รับผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งพร้อมเด็กวัย 3 ขวบ จากบริเวณซาฟารีเวิลด์เพื่อไปส่งที่จุดหมายย่านตลาดมีนบุรี ระหว่างทางเด็กได้เกิดอาการอาเจียนออกมาภายในรถ ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่เข้าใจได้ แต่ผลกระทบที่ตามมาคือกลิ่นและคราบสกปรกที่ฝังลึกในเบาะรถ ซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของคนขับ
หลังจบงานคนขับได้นำรถไปล้างทำความสะอาดทันที โดยทางร้านแจ้งค่าบริการซักเบาะและอบโอโซนเป็นเงิน 2,500 บาท ด้วยความเห็นใจคนขับจึงเสนอต่อผู้โดยสารว่าตนเองจะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ 1,000 บาท และขอให้ฝ่ายผู้โดยสารรับผิดชอบในส่วนที่เหลือเพียง 1,500 บาทเท่านั้น เพื่อให้รถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
ปฏิเสธความรับผิดชอบ พร้อมอ้างเส้นใหญ่และขู่คอมเพลน
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นดราม่าคือการตอบสนองของฝั่งผู้ปกครองเด็ก ที่ไม่เพียงแต่ปฏิเสธการจ่ายเงิน แต่ยังใช้ถ้อยคำรุนแรงตำหนิคนขับว่า “ไม่มีความเมตตากรุณา” โดยให้เหตุผลซ้ำๆ ว่าคู่กรณีเป็นเพียงเด็ก 3 ขวบ ไม่ใช่คนเมาหรือเด็กโตที่จะรู้เรื่องรู้ราว นอกจากนี้ยังมีการอ้างถึงหน้าที่การงานในสนามกอล์ฟ และข่มขู่ว่าจะดำเนินการแจ้งเรื่องร้องเรียน (Complain) เพื่อให้คนขับได้รับความเดือดร้อน
แม้พนักงานขับรถจะพยายามอธิบายตามหลักเกณฑ์และความเป็นจริงว่า แม้เด็กจะไม่มีนิติภาวะแต่ผู้ปกครองในฐานะผู้ดูแลต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ฝ่ายคู่กรณีกลับกล่าวหาว่าคนขับและร้านล้างรถ “สมรู้ร่วมคิดกัน” เพื่อหลอกเอาเงินเกินจริง
ข้อกฎหมายน่ารู้เกี่ยวกับการทำรถสาธารณะสกปรก
ตามหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 429 ระบุชัดเจนว่า หากผู้เยาว์ทำละเมิดต่อผู้อื่นจนเกิดความเสียหาย ผู้ปกครองต้องร่วมรับผิดชอบ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลนั้นแล้ว ในกรณีนี้การอาเจียนใส่รถถือเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สิน และคนขับขาดรายได้จากการที่ต้องหยุดรถเพื่อไปล้างทำความสะอาด ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่โชเฟอร์สามารถเรียกค่าเสียหายได้
ล่าสุดคนขับได้เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.ลาดพร้าว และพยายามเรียกคู่กรณีมาไกล่เกลี่ย แต่ฝ่ายผู้โดยสารยังคงนิ่งเฉย ไม่ยอมมาพบเจ้าหน้าที่ตามนัด ทำให้เรื่องนี้ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและมารยาทในการใช้บริการรถสาธารณะ
บทสรุปของกรณีศึกษา “ความรับผิดชอบ” ที่หาซื้อไม่ได้
เรื่องราวนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้กับสังคมว่า การมีบุตรหลานมาด้วยไม่ได้เป็นข้อยกเว้นในการละเมิดสิทธิของผู้อื่น “ความกรุณา” เป็นเรื่องของน้ำใจ แต่ “ความรับผิดชอบ” เป็นหน้าที่ที่พึงกระทำ การใช้คำพูดกดดันหรือข่มขู่คนหาเช้ากินค่ำนอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังสะท้อนถึงวุฒิภาวะของผู้ปกครองอีกด้วย ซึ่งเราต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงที่การไกล่เกลี่ยหรือต้องดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand


