แม้ว่าในปัจจุบัน ประเทศอิตาลีจะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจที่ครอบครองความยิ่งใหญ่ในศึกชิงแชมป์โลกความเร็วสองล้ออย่าง MotoGP ไร้ข้อกังขา ทั้งในแง่ของตัวแข่งที่ยอดเยี่ยมจากค่ายสัญชาติอิตาลีอย่าง Ducati และ Aprilia รวมถึงการมีแชมป์โลกชาวอิตาเลียนคนปัจจุบันอย่าง “เปคโก้” ฟรานเชสโก้ บันญาญ่า ทว่าลึกลงไปในโครงสร้างกระแสนิยมภายในประเทศกลับไม่ได้หอมหวานอย่างที่คิด ล่าสุด ดาวิเด ตาร์ดอซซี (Davide Tardozzi) ผู้จัดการทีมโรงงานอันทรงอิทธิพลของ Ducati Corse ได้ออกมาเปิดเผยความจริงอันน่ากังวลผ่านสื่อต่างประเทศ โดยระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า การประกาศรีไทร์ของ วาเลนติโน รอสซี และโมเดลธุรกิจโทรทัศน์ในปัจจุบัน คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ MotoGP สูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดในอิตาลีไปอย่างน่าเสียดาย
วิกฤตขาดแคลน “ฮีโร่” มหาชน หลังยุค เดอะ ด็อกเตอร์
ดาวิเด ตาร์ดอซซี ได้เปิดใจสัมภาษณ์กับสื่อ Speedweek โดยยอมรับถึงสถานการณ์ด้านความนิยมทางประชากรศาสตร์ของกีฬามอเตอร์สปอร์ตในอิตาลีที่ลดถอยลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเขาชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างความล้ำค่าของฮีโร่ท้องถิ่นอย่าง วาเลนติโน รอสซี ที่อำลาแทร็กไปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2021 คือฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบหรือทดแทนได้
“เราสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดในอิตาลีไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมไม่สามารถพูดแทนประเทศอื่นๆ ได้ แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าเราไม่มี วาเลนติโน รอสซี อีกต่อไปแล้วในฐานะนักแข่ง นั่นคือปัญหาใหญ่ วาเลนติโน รอสซี ไม่ได้เป็นแค่แชมป์โลกธรรมดาๆ แต่เขาคือซูเปอร์สตาร์ดาราดัง เป็นวีรบุรุษที่แม้กระทั่งกลุ่มคุณยายที่อยู่บ้านก็ยังรู้จักและเปิดทีวีรอเชียร์” ตาร์ดอซซี อธิบายอย่างเห็นภาพ
กำแพงหนาของระบบทีวีบอกรับสมาชิก (Pay TV)
นอกเหนือจากการสูญเสียความยิ่งใหญ่ของ ยอดนักบิดระดับตำนาน ไปจากกริดสตาร์ตแล้ว ตาร์ดอซซียังชี้ให้เห็นถึงอีกหนึ่งปัญหาหลักทางด้านสัญญาสิทธิประโยชน์การถ่ายทอดสด ซึ่งเปลี่ยนผ่านจากยุคที่เคยแพร่ภาพทางโทรทัศน์ภาคพื้นดินแบบฟรีทีวี (Free-to-air) ไปสู่ยุคระบบทีวีบอกรับสมาชิกที่ต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าชม (Pay TV)
ในมุมมองเชิงธุรกิจและการ รีวิวมอไซค์ เชิงพาณิชย์ มาตรการเปลี่ยนผ่านในลักษณะนี้ช่วยเพิ่มรายได้ค่าลิขสิทธิ์ให้แก่ฝ่ายจัดอย่าง Dorna Sports มหาศาล แต่ในทางกลับกัน มันได้สร้างอุปสรรคเชิงกายภาพให้กับกลุ่มแฟนคลับทั่วไป โดยเฉพาะแฟนคลับรุ่นเก่าที่ไม่คุ้นชินกับระบบดิจิทัลและการจ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือน ส่งผลให้การเข้าถึงการแข่งขันลดน้อยลงไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ตาม ตาร์ดอซซีเชื่อว่าโครงสร้างเศรษฐกิจแบบ Pay TV นี้เป็นเทรนด์ที่ไม่สามารถหมุนเวลาถอยหลังกลับไปได้แล้ว และจำเป็นต้องรอดูว่าผู้บริหารชุดใหม่ของทีมเสือปืนไวอย่าง Liberty Media (ผู้เข้าซื้อกิจการ MotoGP ในปี 2024 และปรับโครงสร้างเสร็จสิ้นในปี 2026) จะมีแผนการตลาดในการกู้สถานการณ์ส่วนแบ่งนี้กลับคืนมาอย่างไร
ตารางสถิติจำนวนผู้เข้าชมงาน (Weekend Crowd) ในประเทศอิตาลี
| สังเวียนความเร็ว (Racetrack) | ฤดูกาล 2022 (หลัง Rossi รีไทร์ปีแรก) | ฤดูกาลล่าสุด (การฟื้นตัวของยุค Ducati) | แนวโน้มและข้อสังเกตทางสถิติ |
| Mugello (อิตาเลียน GP) | ~74,000 คน | 166,074 คน | เติบโตขึ้นจากผลงานของบิ๊กไบค์อิตาลีและบันญาญ่า |
| Misano (ซาน มาริโน่ GP) | ต่ำกว่ามาตรฐาน | 174,000 คน | ได้รับอานิสงส์จากสถาบัน VR46 Riders Academy |
| ภาพรวมเรตติ้งทีวีในประเทศ | สูงสุด (ยุคฟรีทีวี) | ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ | ถูกจำกัดพื้นที่ด้วยกำแพงของระบบ Pay TV |
ความสำเร็จในสนามสวนทางกับเรตติ้งทางหน้าจอ
ข่าวมอไซค์ จากพิทเลนรายงานว่า ในช่วงสองปีหลังสุด (2025-2026) ยอดผู้เข้าชมสดที่สนาม (Trackside Crowd) ทั้งที่ มูเจลโล และ มิซาโน ขยับตัวสูงขึ้นจนทุบสถิติในรอบสองทศวรรษ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่ Ducati และ Aprilia โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับการทำหน้าที่ผู้ส่งต่อวัฒนธรรมของ รอสซี ผ่านการคุมทีม Pertamina Enduro VR46 Racing Team และสถาบันพัฒนาเยาวชน VR46 Riders Academy ที่ส่งนักบิดฝีมือดีอย่าง บันญาญ่า, เบซเซคคี และฟรังโก้ มอร์บิเดลลี ขึ้นมาโลดแล่นอยู่แถวหน้า
ทว่าตาร์ดอซซียังคงตั้งคำถามกับตัวเองและทีมงานว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังเดินมาถูกทางหรือไม่ และระบุปิดท้ายว่า MotoGP จะมุ่งเน้นไปที่การจัดแข่งขันในเมืองหลวงแห่งความหรูหราใหม่อย่าง ลาสเวกัส, ดูไบ หรือ มอนติคาร์โล เหมือนเช่น Formula 1 ได้ยาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านกายภาพทางวิศวกรรมความปลอดภัยของรถจักรยานยนต์ (Circuit Safety) ที่ต้องการพื้นที่รันออฟกว้างขวางกว่ารถยนต์สูตรหนึ่งอย่างมาก ทำให้เสน่ห์ที่แท้จริงยังคงต้องผูกติดอยู่กับสนามแข่งระดับประวัติศาสตร์ในยุโรปและฐานแฟนคลับดั้งเดิม
บทสรุปของความท้าทายในยุคเปลี่ยนผ่าน
คำสารภาพของ ดาวิเด ตาร์ดอซซี เป็นกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนว่า พละกำลังความแรงของตัวรถแข่งและความสำเร็จเชิงเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทน “บารมีและเสน่ห์ดึงดูดส่วนบุคคล” ของไอคอนระดับโลกอย่าง วาเลนติโน รอสซี ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในยุคเปลี่ยนผ่านที่ไร้เงาของเบอร์ 46 บนแผงกริดสตาร์ต โจทย์ใหญ่ของทั้ง Ducati และฝ่ายจัดการแข่งขันคือการค้นหาวิธีทำลายกำแพงระบบ Pay TV เพื่อส่งต่อความตื่นเต้นเร้าใจของเหล่านักบิดยุคใหม่ให้เข้าถึงหัวใจของชาวอิตาเลียนทุกคนอีกครั้ง ก่อนที่ฐานแฟนคลับในบ้านเกิดจะเจือจางลงไปมากกว่านี้

























