
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 Ducati Lenovo Team ทีมโรงงานผู้ครองบัลลังก์แชมป์โลกได้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่วงการความเร็วอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวทีมแข่งอย่างเป็นทางการเพื่อเตรียมสู้ศึก MotoGP ฤดูกาล 2026 ณ สกีรีสอร์ต Madonna di Campiglio ประเทศอิตาลี การเปิดตัวในปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นปีที่ Ducati ฉลองครบรอบ 100 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ในปี 1926 ทำให้หัวใจสำคัญของงานครั้งนี้คือการรวมเอา “ประวัติศาสตร์” และ “อนาคต” เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ลวดลาย “Rosso Centenario” มรดกหนึ่งศตวรรษบนความเร็ว
![]() |
![]() |
ความโดดเด่นแรกที่ปฏิเสธไม่ได้คือความงามของ Desmosedici GP26 ที่มาในธีมสีใหม่ล่าสุด “Rosso Centenario” โดยทีมออกแบบของ Ducati Corse ได้เลือกใช้สีแดงโทนที่ลึกและเข้มกว่าปีก่อนๆ เพื่อสะท้อนถึงความหนักแน่นและชัยชนะที่สั่งสมมาตลอดร้อยปี
ลวดลายนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Ducati ในอดีตช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 ที่เริ่มสร้างชื่อในเวทีโลก โดยมีการคาดแถบสีขาวคู่ขนานไปกับแฟริ่งด้านข้าง ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความล้ำสมัยของเทคโนโลยีคาร์บอนไฟเบอร์ การออกแบบนี้ไม่เพียงแต่เน้นความสวยงาม แต่ยังสื่อถึงความภาคภูมิใจในรากเหง้าของชาวโบโลญญา
คู่หู “Super Team” มาร์เกซ และ บันยาญ่า กับภารกิจปราบกริด

ในฤดูกาล 2026 Ducati Lenovo Team ยังคงรักษาสถานะการเป็นทีมที่มีนักบิดที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา:
-
มาร์ก มาร์เกซ (Marc Marquez #93): หลังจากคว้าแชมป์โลก MotoGP สมัยที่ 9 (สมัยแรกกับ Ducati) ในปี 2025 มาร์เกซก้าวเข้าสู่ปี 2026 ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาให้สัมภาษณ์ว่าเป้าหมายเดียวในปีนี้คือการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 10 เพื่อสร้างสถิติที่ยิ่งใหญ่เทียบเท่าตำนานรุ่นพี่ และเขายืนยันว่า Desmosedici GP26 คือ “อาวุธที่สมบูรณ์แบบที่สุด” เท่าที่เขาเคยสัมผัสมา
-
ฟรานเชสโก้ “เป็คโก้” บันยาญ่า (Francesco Bagnaia #63): อดีตแชมป์โลก 2 สมัย ที่แม้จะพลาดแชมป์ในปีล่าสุดไป แต่เป็คโก้ยังคงเป็น “จิตวิญญาณ” ของทีมโรงงาน Ducati เขาใช้เวลาในช่วงปิดฤดูกาลปรับสไตล์การขี่ให้เข้ากับจุดเด่นของรถรุ่นใหม่ และพร้อมที่จะทวงบัลลังก์คืนจากเพื่อนร่วมทีม การประชันหน้ากันของคู่หูคู่นี้คือสิ่งที่แฟน MotoGP ทั่วโลกเฝ้ารอคอยมากที่สุด
เจาะลึกวิศวกรรม Desmosedici GP26 ก้าวกระโดดก่อนเปลี่ยนยุค

แม้ว่าปี 2026 จะเป็นปีสุดท้ายก่อนที่กติกา MotoGP จะเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ 850 ซีซี ในปี 2027 แต่ จีจี้ ดัลลิญญ่า (Gigi Dall’Igna) ผู้จัดการทั่วไปของ Ducati Corse ยืนยันว่าการพัฒนา GP26 นั้นไม่ได้หยุดนิ่ง:
-
Aerodynamics 2.0: แฟริ่งของ GP26 ได้รับการขัดเกลาใหม่ทั้งหมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการกระแสลม (Aero-Efficiency) โดยเน้นไปที่การสร้างแรงกด (Downforce) ในช่วงจังหวะที่รถเอียงเข้าโค้งมากขึ้น ช่วยให้นักบิดสามารถเดินคันเร่งได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
-
ระบบ Chattering Solution: วิศวกรได้ปรับปรุงโครงสร้างแชสซี (Chassis) เพื่อแก้ปัญหาการสั่นสะเทือนที่เป็นจุดอ่อนเพียงเล็กน้อยของรถรุ่นก่อนหน้า ทำให้ GP26 เป็นรถที่มีเสถียรภาพสูงที่สุดในทุกสนามการแข่งขัน
-
เครื่องยนต์ Desmo V4: มีการปรับจูนฝาสูบและระบบจุดระเบิดใหม่เพื่อเพิ่มแรงบิด (Torque) ในรอบกลางถึงปลาย ซึ่งจะช่วยให้ Ducati รักษาความเป็นเจ้าแห่ง “Top Speed” ในสนามทางตรงยาวๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายและความคาดหวังในปี 2569

เป้าหมายของ Ducati Lenovo Team ในปีนี้คือการ “กวาดทุกแชมป์” ทั้งในประเภทนักบิด, ทีม และผู้ผลิต โดย ดาวิเด้ ทาร์ดอซซี่ ผู้จัดการทีมระบุว่าความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่คู่แข่งจากทีมอื่น แต่คือการบริหารจัดการนักบิดฝีมือระดับแชมป์โลกสองคนที่ต้องการชัยชนะเหมือนกัน ทีมงานต้องรักษาสมดุลความสัมพันธ์ในพิทเพื่อส่งต่อข้อมูลและรักษาเป้าหมายหลักคือ “ชัยชนะของ Ducati”
บทสรุป
การเปิดตัวทีม Ducati Lenovo Team ในวาระครบรอบ 100 ปี คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังคู่แข่งว่า “สิงโตจากอิตาลี” ตัวนี้ยังคงกระหายชัยชนะและแข็งแกร่งกว่าที่เคย ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและนักบิดระดับตำนานที่ยังมีไฟ ฤดูกาล 2026 จึงเป็นปีที่ประวัติศาสตร์ของ MotoGP จะต้องถูกเขียนขึ้นมาใหม่ภายใต้สีแดงเพลิงที่ชื่อว่า Ducati
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่



