

Ducati Thailand ภายใต้การบริหารของ บริษัท เอเอเอส โมโตโครเซ่ จำกัด (AAS Moto Corse) ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เตรียมยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของบิ๊กไบค์สัญชาติอิตาลีในประเทศไทย ทั้งการขยาย Flagship Store บนถนนกัลปพฤกษ์พื้นที่กว่า 1,400 ตารางเมตร เปิดตัวแคมเปญจัดส่งอะไหล่แท้ “69 Quick Delivery” ภายใน 6–9 วัน พร้อมเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขายและเตรียมเปิดตัว New Hypermotard V2 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2569
ภายใต้การนำของ ชินศักดิ์ กิตติอมรกุล กรรมการผู้จัดการ AAS Moto Corse บริษัทประกาศชัดว่าทิศทางต่อจากนี้จะไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการจำหน่ายรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง แต่ต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าตั้งแต่วันที่รับรถไปจนถึงการดูแลรักษาระยะยาว
เพราะแม้ Ducati จะมีชื่อเสียงจากเครื่องยนต์ เทคโนโลยีจากสนาม MotoGP และดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ แต่สำหรับคนซื้อรถมาใช้งานจริง เรื่องความพร้อมของศูนย์บริการและระยะเวลารออะไหล่ก็สำคัญไม่แพ้แรงม้า
และนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Ducati ในประเทศไทย

AAS Moto Corse กำหนดกลยุทธ์หลักผ่านการขยายเครือข่ายโชว์รูม ยกระดับบริการหลังการขาย เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และสร้างกิจกรรมสำหรับกลุ่มผู้ใช้ Ducati เพื่อขยายฐานลูกค้าในตลาดบิ๊กไบค์พรีเมียม
หลังเข้ามาดูแลธุรกิจ Ducati ในประเทศไทยภายใต้ AAS Group ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับ Luxury มากกว่า 40 ปี บริษัทต้องการนำมาตรฐานการดูแลลูกค้าระดับพรีเมียมมาปรับใช้กับธุรกิจรถจักรยานยนต์อย่างเต็มรูปแบบ
ทิศทางดังกล่าวครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค เพราะตลาดรถจักรยานยนต์พรีเมียมไม่ได้แข่งขันกันเพียงความเร็วสูงสุดหรือเทคโนโลยีบนตัวรถเท่านั้น
ความสามารถในการดูแลลูกค้าเมื่อรถมีปัญหา รวมถึงต้นทุนการเป็นเจ้าของในระยะยาว ล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อทั้งสิ้น
สำหรับผู้ติดตาม ข่าวมอไซค์ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเปิดโชว์รูมใหม่ เพราะเป็นการเปลี่ยนแนวทางการแข่งขันไปสู่ประสบการณ์การเป็นเจ้าของอย่างครบวงจร
AAS Moto Corse เตรียมเปิด Flagship Store แห่งใหม่บนถนนกัลปพฤกษ์ โดยมีพื้นที่กว่า 1,400 ตารางเมตร พร้อมโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร ซึ่งบริษัทระบุว่าจะเป็นสถานที่จำหน่ายและบริการ Ducati ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย
โครงการดังกล่าวถูกวางให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับจัดแสดงรถจักรยานยนต์ แต่ต้องการให้เป็นจุดนัดพบของกลุ่มผู้ใช้ Ducati หรือ Ducatisti ในประเทศไทย
พื้นที่ขนาดใหญ่เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถจัดการรูปแบบการให้บริการได้หลากหลายขึ้น ทั้งในส่วนงานขาย บริการซ่อมบำรุง และกิจกรรมร่วมกับลูกค้า
จากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย โชว์รูมแห่งใหม่นี้มีเป้าหมายเป็นแลนด์มาร์คสำหรับผู้ชื่นชอบ Ducati โดยรายละเอียดพื้นที่ใช้งานและกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการยังต้องรอประกาศเพิ่มเติม
ประโยชน์สำคัญของ Flagship Store คือการเพิ่มความพร้อมด้านการขายและบริการหลังการขายภายในสถานที่เดียว ซึ่งอาจช่วยให้ลูกค้าสามารถติดต่อประสานงานเรื่องรถได้สะดวกมากขึ้น
| รายการ | รายละเอียดตามแผน |
|---|---|
| สถานที่ | ถนนกัลปพฤกษ์ กรุงเทพมหานคร |
| ขนาดพื้นที่ | มากกว่า 1,400 ตารางเมตร |
| รูปแบบ | Flagship Store พร้อมศูนย์บริการ |
| จุดเด่น | บริษัทระบุว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย |
| กลุ่มเป้าหมาย | ลูกค้า Ducati และชุมชน Ducatisti |
| กำหนดเปิดอย่างเป็นทางการ | รอประกาศเพิ่มเติม |
หากโครงการดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ก็จะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อ Ducati และผู้ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันคุณภาพการให้บริการได้ทั้งหมด สิ่งที่จะสะท้อนความสำเร็จจริงคือประสิทธิภาพของช่างเทคนิค ความพร้อมของอะไหล่ และเวลาการรับรถคืนหลังเข้าศูนย์

69 Quick Delivery คือแคมเปญบริการหลังการขายที่ AAS Moto Corse ประกาศเพื่อเร่งกระบวนการจัดส่งอะไหล่แท้ Ducati โดยกำหนดเป้าหมายภายใน 6 วันสำหรับอะไหล่ในคลังประเทศไทย และภายใน 9 วันสำหรับอะไหล่จากคลังกลางประเทศอิตาลี
ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดจากการประกาศแผนธุรกิจครั้งนี้ เพราะปัญหาการรออะไหล่เป็นเรื่องที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของเจ้าของรถจักรยานยนต์พรีเมียม
โดยเฉพาะรถที่ใช้ชิ้นส่วนเฉพาะรุ่น ซึ่งบางรายการไม่สามารถใช้ชิ้นส่วนทดแทนทั่วไปได้
| ประเภทอะไหล่ | ระยะเวลาจัดส่งตามแคมเปญ |
|---|---|
| อะไหล่แท้ที่มีในคลังประเทศไทย | ภายใน 6 วัน |
| อะไหล่สั่งจากคลังกลางประเทศอิตาลี | ภายใน 9 วัน |
แม้ตัวเลข 6–9 วันจะดูเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับสมรรถนะของรถ แต่สำหรับเจ้าของ Ducati ที่จำเป็นต้องจอดรถรอซ่อม ระยะเวลาที่ลดลงเพียงไม่กี่วันก็สามารถสร้างความแตกต่างได้
อย่างไรก็ตาม ควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง ระยะเวลาจัดส่งอะไหล่ กับ ระยะเวลาซ่อมรถเสร็จพร้อมส่งมอบ
เพราะการได้รับอะไหล่ภายใน 6 หรือ 9 วัน ไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันจะซ่อมเสร็จภายในระยะเวลาเดียวกัน
กระบวนการซ่อมยังขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ปัญหา จำนวนชิ้นส่วนที่จำเป็นต้องเปลี่ยน ตารางงานของศูนย์บริการ และเงื่อนไขการรับประกัน
อีกประเด็นที่ลูกค้าควรสอบถามคือ วันเริ่มนับระยะเวลาจัดส่ง พื้นที่ให้บริการ และเงื่อนไขกรณีอะไหล่ขาดจากคลังกลาง ซึ่งยังไม่ได้ระบุไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์
หากแคมเปญนี้สามารถทำงานได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว ก็อาจกลายเป็นจุดแข็งสำคัญของ Ducati ในตลาดประเทศไทย
Ducati ชูจุดเด่นเรื่องการบำรุงรักษาของเครื่องยนต์ V4 Granturismo ซึ่งมีระยะตรวจเช็กระยะห่างวาล์วสูงสุดถึง 60,000 กิโลเมตร ช่วยลดความถี่ของงานบำรุงรักษารายการใหญ่เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ที่กำหนดช่วงตรวจเช็กสั้นกว่า
สำหรับเจ้าของบิ๊กไบค์ เรื่องค่าบำรุงรักษาเป็นหนึ่งในต้นทุนที่ต้องพิจารณาควบคู่กับราคาซื้อรถ
โดยเฉพาะรถเครื่องยนต์สมรรถนะสูงที่มีระบบกลไกและชิ้นส่วนซับซ้อน การตรวจเช็กวาล์วถือเป็นหนึ่งในรายการที่มีความสำคัญต่อความสมบูรณ์ของเครื่องยนต์
เครื่องยนต์ V4 Granturismo ได้รับการออกแบบให้มีช่วงเวลาการตรวจเช็กระยะห่างวาล์วที่ยาวขึ้น และใช้ระบบวาล์วแบบสปริงทั่วไป ไม่ใช่ระบบ Desmodromic แบบที่พบในเครื่องยนต์ Ducati บางตระกูล
จึงควรเข้าใจว่า ระยะ 60,000 กิโลเมตรเป็นช่วงตรวจเช็กวาล์วของเครื่องยนต์ V4 Granturismo ไม่ใช่ระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือระยะบำรุงรักษาทุกรายการ
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| เครื่องยนต์ | Ducati V4 Granturismo |
| ระยะตรวจเช็กวาล์ว | สูงสุด 60,000 กม. |
| ระบบวาล์ว | Spring Valve Return |
| ประโยชน์ | ลดความถี่ของการตรวจเช็กวาล์ว |
| ข้อควรทราบ | ระยะบำรุงรักษารายการอื่นยังเป็นไปตามคู่มือแต่ละรุ่น |
ดังนั้น ผู้ใช้รถควรตรวจสอบตารางบำรุงรักษาของรุ่นและปีผลิตที่ครอบครอง ไม่ควรเข้าใจว่ารถ Ducati ทุกรุ่นสามารถใช้งานได้ 60,000 กิโลเมตรโดยไม่ต้องเข้าศูนย์บริการ
จุดนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบที่น่าสนใจสำหรับผู้ขับขี่สายทัวริ่งซึ่งเดินทางระยะไกลเป็นประจำ
AAS Moto Corse ยืนยันแนวทางนำเสนอรถจักรยานยนต์ Ducati ให้ครอบคลุมหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่ Scrambler และ Monster ไปจนถึง Panigale, Multistrada และกลุ่ม Motocross เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่มีรูปแบบการขับขี่แตกต่างกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือแบรนด์ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่เฉพาะตลาดรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอีกต่อไป แต่ต้องการสร้างฐานลูกค้าให้ครอบคลุมกลุ่ม Lifestyle, Touring, Adventure และ Off-Road
| กลุ่มรถ | รุ่น | รูปแบบการใช้งาน |
|---|---|---|
| Modern Classic | Scrambler | ขับขี่ในเมืองและไลฟ์สไตล์ |
| Naked Bike | Monster | เนเก็ดไบค์เน้นความคล่องตัว |
| Hyper Naked | Streetfighter | เนเก็ดไบค์สมรรถนะสูง |
| Adventure | DesertX | เดินทางและเส้นทางออฟโรด |
| Adventure Touring | Multistrada | เดินทางไกลและทัวริ่ง |
| Superbike | Panigale | สปอร์ตสมรรถนะสูง |
| Power Cruiser | Diavel | ครุยเซอร์บุคลิกสปอร์ต |
| Supermoto | Hypermotard | รถสปอร์ตแนวโมตาร์ด |
| Motocross | Desmo450 MX | รถแข่งขันทางฝุ่น |
การมีรถให้เลือกหลายประเภทช่วยให้ Ducati สามารถตอบสนองผู้ซื้อได้หลากหลายขึ้น ทั้งผู้ที่ต้องการรถใช้งานในชีวิตประจำวัน ผู้ชื่นชอบการเดินทางไกล และกลุ่มที่ต้องการรถสำหรับกิจกรรมสนามแข่ง
อย่างไรก็ตาม ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ยังไม่ได้ประกาศราคาจำหน่ายใหม่ของรถแต่ละรุ่น จึงต้องติดตามข้อมูลราคาและข้อเสนอจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม
AAS Moto Corse ประกาศความร่วมมือกับ MX House เพื่อขยายการดูแลลูกค้ากลุ่ม Motocross และ Enduro รองรับทิศทางการเข้าสู่ตลาดรถจักรยานยนต์ทางฝุ่นของ Ducati
หนึ่งในรถที่สะท้อนทิศทางนี้คือ Ducati Desmo450 MX ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ Motocross จากผู้ผลิตอิตาลีที่นำองค์ความรู้ด้านเครื่องยนต์และสมรรถนะมาพัฒนาเพื่อการใช้งานในสนามทางฝุ่น
การขยายตลาดกลุ่มดังกล่าวเป็นอีกก้าวสำคัญ เพราะ Ducati มีภาพจำที่แข็งแกร่งในกลุ่ม Superbike และรถสปอร์ตถนนมาอย่างยาวนาน
แต่ตลาด Motocross และ Enduro มีลักษณะเฉพาะทั้งด้านการใช้งาน การบำรุงรักษา และความต้องการของลูกค้า
ความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในตลาดสายฝุ่นจึงอาจช่วยสร้างช่องทางการเข้าถึงผู้ซื้อและการดูแลรถเฉพาะประเภทได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนจุดจำหน่าย รูปแบบศูนย์บริการ และเงื่อนไขความร่วมมือกับ MX House ยังไม่ได้เปิดเผยเพิ่มเติมในข่าวฉบับนี้
Ducati Thailand เตรียมส่งเสริมกิจกรรมสำหรับลูกค้าผ่าน Ducati Riding Experience หรือ DRE และ Ducati Official Club (D.O.C.) โดยครอบคลุมการฝึกทักษะขับขี่ กิจกรรมในสนามปิด และทริปเดินทางสำหรับสมาชิก
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์พรีเมียมที่ไม่ได้มองการซื้อรถเป็นเพียงการได้ยานพาหนะ แต่ยังต้องการเข้าร่วมกิจกรรมและพบปะผู้ที่มีความสนใจเดียวกัน
โปรแกรม DRE มีเป้าหมายส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะกับผู้ฝึกสอนตามรูปแบบกิจกรรมที่กำหนด ขณะที่ D.O.C. เป็นเครือข่ายชุมชนผู้ใช้ Ducati อย่างเป็นทางการ
กิจกรรมตามแผนประกอบด้วย
สำหรับลูกค้า สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มโอกาสเรียนรู้การใช้งานรถอย่างเหมาะสม พร้อมสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายผู้ใช้แบรนด์เดียวกัน
ทั้งนี้ รายละเอียดวันจัดกิจกรรม ค่าใช้จ่าย และคุณสมบัติผู้เข้าร่วมต้องตรวจสอบกับ Ducati Thailand ตามประกาศแต่ละรายการ

AAS Moto Corse ประกาศกำหนดเผยโฉม New Hypermotard V2 อย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 18 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของแผนผลิตภัณฑ์ช่วงปลายปี
Hypermotard เป็นรถจักรยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากการผสมผสานรูปแบบของรถ Supermoto เข้ากับสมรรถนะและเทคโนโลยีของ Ducati
ตัวรถมีบุคลิกโดดเด่นจากตำแหน่งการนั่งและรูปทรงที่แตกต่างจาก Naked Bike ทั่วไป โดยเน้นความคล่องตัวและการตอบสนองของรถในลักษณะสปอร์ต
การเตรียมนำ New Hypermotard V2 มานำเสนอในประเทศไทยจึงถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญสำหรับกลุ่มผู้ชื่นชอบรถแนวโมตาร์ด
อย่างไรก็ตาม จากข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีการระบุราคาจำหน่ายประเทศไทย รุ่นย่อย สีตัวถัง อุปกรณ์มาตรฐาน หรือกำหนดส่งมอบ
ข้อมูลเหล่านี้ต้องรอการประกาศจากบริษัทในวันเปิดตัว
นอกจากนั้น Ducati ยังเตรียมนำรถรุ่นพิเศษในกลุ่ม Specials Limited พร้อมข้อเสนอส่งเสริมการขายเข้าร่วมงาน Thailand International Motor Expo 2026 ในช่วงปลายปี
จึงน่าจับตาว่าบริษัทจะใช้เวทีดังกล่าวเปิดตัวรถเพิ่มเติม หรือประกาศข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้ากลุ่มใดบ้าง
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในแผนธุรกิจรอบนี้ไม่ใช่การเพิ่มจำนวนรุ่นรถ แต่คือความพยายามลดปัญหาและต้นทุนแฝงในการเป็นเจ้าของ Ducati ผ่านบริการอะไหล่ที่รวดเร็วขึ้น ศูนย์บริการขนาดใหญ่ และการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า
ในตลาดบิ๊กไบค์พรีเมียม ลูกค้าไม่ได้พิจารณาเพียงราคาหน้าป้ายหรือจำนวนแรงม้า เพราะการใช้งานระยะยาวยังมีค่าใช้จ่ายด้านบำรุงรักษา อะไหล่ การรับประกัน และการเข้าถึงบริการหลังการขาย
การประกาศ 69 Quick Delivery จึงเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้รถโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความมั่นใจว่าหากมีปัญหาเกิดขึ้น จะสามารถเข้าถึงอะไหล่แท้ได้ภายในระยะเวลาที่ชัดเจน
ส่วน Flagship Store กัลปพฤกษ์ขนาดกว่า 1,400 ตารางเมตร จะเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านโครงสร้างพื้นฐานของแบรนด์
ขณะเดียวกัน การขยายผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด Motocross และกิจกรรม DRE ก็แสดงให้เห็นว่า Ducati ต้องการเพิ่มฐานลูกค้าและสร้างความผูกพันกับแบรนด์มากกว่าการขายรถเพียงครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของกลยุทธ์นี้จะต้องวัดจากการให้บริการจริงในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของอะไหล่ การบริหารจัดการคิวซ่อม คุณภาพงานบริการ และความสม่ำเสมอของมาตรฐานในแต่ละสาขา
เพราะสุดท้าย ต่อให้รถมีเทคโนโลยีดีไซน์ล้ำแค่ไหน หากเจ้าของต้องจอดรออะไหล่เป็นเวลานาน ความสนุกจากการขับขี่ก็คงลดลงไปไม่น้อย
การประกาศแผนธุรกิจของ AAS Moto Corse เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 สะท้อนความพยายามยกระดับ Ducati ในประเทศไทยให้ครบวงจรมากขึ้น โดยเน้นทั้งสินค้า บริการหลังการขาย และการสร้างชุมชนผู้ใช้รถ
สามประเด็นสำคัญประกอบด้วยการเตรียมเปิด Flagship Store กัลปพฤกษ์ขนาดกว่า 1,400 ตารางเมตร การเปิดตัวแคมเปญจัดส่งอะไหล่แท้ 69 Quick Delivery และการนำเสนอรถใหม่อย่าง Hypermotard V2 ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2569
สำหรับลูกค้าปัจจุบัน ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือคุณภาพและความรวดเร็วของบริการหลังการขาย ขณะที่ลูกค้าใหม่อาจได้รับประโยชน์จากทางเลือกผลิตภัณฑ์และเครือข่ายบริการที่ขยายตัว
แต่สิ่งที่จะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริง คือความสามารถในการส่งมอบบริการตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
หากทำได้ตามแผน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อ Ducati ในตลาดบิ๊กไบค์พรีเมียมไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์ บริษัท เอเอเอส โมโตโครเซ่ จำกัด (Ducati Thailand) วันที่ 30 ตุลาคม 2569
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
AAS Moto Corse เป็นบริษัทภายใต้ AAS Group ที่ดูแลการนำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Ducati อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
เป็นแคมเปญจัดส่งอะไหล่แท้ Ducati โดยตั้งเป้าภายใน 6 วันสำหรับอะไหล่ที่มีในคลังไทย และภายใน 9 วันสำหรับอะไหล่จากคลังกลางประเทศอิตาลี ตามเงื่อนไขของบริษัท
บริษัทประกาศความร่วมมือกับ MX House เพื่อรองรับตลาด Motocross และ Enduro โดยรายละเอียดการดำเนินงานยังต้องติดตามเพิ่มเติม
แท็กที่เกี่ยวข้อง
DucatiMarc Marquez ชนะ Sepang MotoGP 2026 จ่อคว้าแชมป์โลกที่กาตาร์
KTM NewsPedro Acosta ฝ่าสภาพอากาศคว้าชัย Sprint เซปัง 2026 พา KTM เฮศึก Malaysian GP
Honda NewsHonda Adventure 2027 ปล่อยทีเซอร์! ลุ้น Africa Twin หรือ Transalp ใหม่ เปิดตัว 2 พ.ย.
KTM NewsKTM 1390 Super Duke GT 2027 คัมแบ็ก! ยืนยันขายต้นปีหน้า หลังเลื่อนผลิตเกือบ 2 ปี
ข่าวมอเตอร์ไซค์Kawasaki CORLEO หุ่นยนต์ 4 ขาพลังไฮโดรเจน เตรียมโชว์ EICMA 2026 เล็งขายปี 2035
ข่าวมอเตอร์ไซค์Suzuki EICMA 2026 เตรียมเปิดตัวรถใหม่ 3 พฤศจิกายน ลุ้น SV650 ปี 2027 และการกลับมาของ GSX-R
ข่าว น้ำมันราคาน้ำมัน 29 ตุลาคม 2569 ลดอีก! ดีเซลลง 1 บาท โซฮอล์ 91–95 ลด 50 สตางค์ เช็กทุกชนิด
Honda Newsก้อง สมเกียรติ WorldSBK ฝ่าบททดสอบปีแรก Honda HRC เชื่อมั่นลุยต่อ 2027