เรียกเงินพันล้านคืนรัฐ
สั่งฟ้อง NETA เรียกเงินพันล้านคืนรัฐ กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ต้อนรับปี 2569 เมื่อกรมสรรพสามิตประกาศยกระดับมาตรการทางกฎหมายขั้นสูงสุดกับบริษัท เนต้า ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด หลังจากที่ค่ายรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากจีนรายนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงในมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV 3.0) ของรัฐบาลไทยได้
เปิดสาเหตุสั่งฟ้อง: รับเงินไปแต่ไม่ผลิตคืน
ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นมาตรการ EV 3.0 ทาง NETA ได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งการลดภาษีนำเข้าจาก 8% เหลือ 2% และรับเงินอุดหนุนโดยตรงคันละประมาณ 150,000 บาท ซึ่งข้อมูลระบุว่า NETA ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐไทยไปแล้วรวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทจากการจำหน่ายรถกว่า 13,000 คัน
อย่างไรก็ตาม ตามเงื่อนไขของสัญญา ผู้ประกอบการต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยชดเชยในอัตราส่วน 1:1 หรือ 1:1.5 แต่ปรากฏว่าโรงงานรับจ้างผลิตในไทย (บางชันเยนเนอรัลเอเซมบลี) กลับหยุดสายการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง และไม่มีวี่แววว่าจะมียอดผลิตชดเชยให้ครบตามที่ตกลงไว้ได้
มาตรการสืบทรัพย์และบทลงโทษที่ NETA ต้องเจอ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 กรมสรรพสามิตยืนยันว่าได้เริ่มกระบวนการสืบทรัพย์สินของ NETA ภายในประเทศไทยเพื่อนำมาบังคับคดี โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้:
- การเรียกคืนเงินอุดหนุน: เรียกคืนเงินที่จ่ายไปแล้วทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยและค่าปรับที่อาจสูงถึง 2 เท่าตามที่กฎหมายกำหนด
- การยึดหลักประกัน: บี้เอาผิดและยึดเงินจากหนังสือค้ำประกันธนาคาร (Bank Guarantee) ที่ทางผู้รับจ้างผลิตได้วางไว้
- สถานะนิติบุคคล: ยอมรับว่าสามารถดำเนินคดีได้เฉพาะกับบริษัทที่จดทะเบียนในไทยเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคหากทรัพย์สินในไทยมีไม่เพียงพอต่อยอดหนี้
มุมมองจิกกัด: “กินนิ่มเงินภาษี” หรือ “จัดการล้มเหลว”?
เรื่องนี้ต้องตั้งคำถามแทนประชาชนว่า ในช่วงที่รัฐบาลโหมประโคมนโยบาย EV ได้มีการ “คัดกรอง” และ “ตรวจสอบความมั่นคง” ของค่ายรถที่เข้ามารับเงินภาษีของคนไทยดีพอหรือยัง? เพราะในขณะที่ค่ายรถรับเงินอุดหนุนไปอย่างสบายใจ แต่พอถึงเวลาต้องผลิตคืนตามสัญญา กลับเกิดปัญหาบริษัทแม่ล้มละลายในจีนและทิ้งภาระไว้เบื้องหลัง
ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นคือ “ผู้บริโภค” ที่ซื้อรถ NETA ไปแล้วกว่า 20,000 คันในไทย ตอนนี้ต้องอยู่บนความเสี่ยงเรื่องอะไหล่และการบริการหลังการขาย แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าการปรับนี้ไม่กระทบผู้ซื้อรถ แต่ในทางปฏิบัติ หากบริษัทขาดสภาพคล่องจนถูกฟ้องสืบทรัพย์ ความมั่นคงของศูนย์บริการย่อมสั่นคลอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สรุปสถานการณ์สำหรับเจ้าของรถ
ณ ปัจจุบัน เจ้าของรถ NETA ยังคงสามารถใช้งานรถได้ตามปกติ และการจดทะเบียนจากป้ายแดงเป็นป้ายขาว (สำหรับคันที่ตกค้าง) กรมสรรพสามิตยืนยันว่าจะเร่งประสานงานให้จบเพื่อไม่ให้กระทบประชาชน แต่ในระยะยาว “ความเชื่อมั่น” ต่อแบรนด์นี้ในตลาดไทยอาจเรียกคืนได้ยากยิ่งกว่าเงินอุดหนุนเสียอีก
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่




