

ตื่นเช้ามาวันนี้ ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายคนคงต้องปาดเหงื่อและถอนหายใจยาวๆ เมื่อมีประกาศสายฟ้าแลบในหน้า ข่าวเศรษฐกิจและยานยนต์ ว่า ราคาน้ำมันขึ้นแรง อีกระลอก การปรับฐานราคาครั้งใหม่ของกลุ่มพลังงานไม่เพียงแต่สะเทือนกระเป๋าสตางค์รายวัน แต่ยังส่งผลกระทบทางอ้อมและเชื่อมโยงโดยตรงไปสู่ “Cost of Ownership” หรือต้นทุนการครอบครองรถยนต์ทุกประเภท ซึ่งทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า… หรือนี่คือเวลาที่ต้องหันไปซบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริด (Hybrid) อย่างเต็มตัว?
อัปเดตป้ายราคาใหม่: เบนซินพุ่ง 0.80 ดีเซลขยับ 0.70 บาท
ตั้งแต่เวลา 05:00 น. วันที่ 9 กันยายน PTT Station และบางจากปรับขึ้นราคาขายปลีก ดีเซลทะลุ 39.84 บาท/ลิตร ขณะที่แก๊สโซฮอล์ 95 แตะ 39.09 บาท/ลิตร
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากสถานีบริการน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง PTT Station และบางจาก ได้ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงแทบทุกชนิด (ยกเว้นน้ำมันเกรดพรีเมียมบางประเภท) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 05:00 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2026 เป็นต้นมา
การปรับฐานราคาในครั้งนี้ กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ขยับตัวขึ้นถึง 0.80 บาทต่อลิตร ในขณะที่ฝั่งน้ำมันดีเซลก็ปรับขึ้นตามมาติดๆ ที่ 0.70 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกโดยประมาณในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทะยานขึ้นไปอยู่ที่ระดับ:
- ดีเซลทั่วไป (B7/B10/B20): ราว 39.84 บาท/ลิตร (ใกล้ทะลุกำแพง 40 บาทเต็มที)
- แก๊สโซฮอล์ 95: ราว 39.09 บาท/ลิตร
- แก๊สโซฮอล์ E20: ราว 34.09 บาท/ลิตร

เติมเต็มถังแพงขึ้นแค่ไหน? ผลกระทบต่อกระบะ PPV และบิ๊กไบค์
รถกระบะและ PPV ต้องจ่ายเพิ่มเกือบ 50 บาทต่อการเติมเต็มถังหนึ่งครั้ง หากคำนวณเป็นรายเดือน ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้อาจสร้างภาระหลักร้อยถึงพันบาทขึ้นอยู่กับระยะทางการใช้งาน
เพื่อเห็นภาพผลกระทบที่ชัดเจนขึ้น ลองมาคำนวณกันดูว่าตัวเลข 0.70 – 0.80 บาทที่เพิ่มขึ้นมานั้น จะทำให้การแวะปั๊มน้ำมันแต่ละครั้ง “เจ็บปวด” เพิ่มขึ้นแค่ไหน:
| ประเภทรถ (ขนาดถังน้ำมันโดยประมาณ) | ประเภทน้ำมันที่ใช้ | ปริมาณที่เติม (สมมติเติมจากก้นถัง) | ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นต่อ 1 ถัง |
| รถกระบะ / PPV (ถัง 70 ลิตร) | ดีเซล (+0.70 บาท) | 70 ลิตร | จ่ายเพิ่มขึ้น 49 บาท |
| รถเก๋ง / C-Segment (ถัง 50 ลิตร) | แก๊สโซฮอล์ 95 (+0.80 บาท) | 50 ลิตร | จ่ายเพิ่มขึ้น 40 บาท |
| รถ Eco-Car (ถัง 40 ลิตร) | E20 (+0.80 บาท) | 40 ลิตร | จ่ายเพิ่มขึ้น 32 บาท |
| รถบิ๊กไบค์ (ถัง 17 ลิตร) | แก๊สโซฮอล์ 95 (+0.80 บาท) | 17 ลิตร | จ่ายเพิ่มขึ้น 13.6 บาท |
แม้ตัวเลขต่อถังอาจดูเหมือนหลักสิบ แต่หากคุณเป็นผู้ที่ต้องใช้รถทำมาหากิน วิ่งงานเซลส์ หรือขับกระบะขนส่งที่ต้องเติมน้ำมันสัปดาห์ละ 2 ถัง เท่ากับว่าคุณจะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละเกือบ 400 บาท นี่คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการครอบครองรถ (Cost of Ownership) ในกลุ่มรถเครื่องยนต์สันดาปขนาดใหญ่เริ่มตึงมือมากขึ้น
ถึงเวลาเปลี่ยน? EV และ Hybrid เริ่มคุ้มค่ากว่าอย่างชัดเจน
ความผันผวนของราคาน้ำมันดันต้นทุนการใช้รถสันดาปให้สูงขึ้น ทำให้จุดคุ้มทุน (Break-even point) ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบไฮบริด (Hybrid) มาถึงเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สถานการณ์ ราคาน้ำมันขึ้นแรง กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป หากนำค่าน้ำมันดีเซลที่เกือบแตะ 40 บาท/ลิตร หรือแก๊สโซฮอล์ที่ทะลุ 39 บาท/ลิตร มาเปรียบเทียบกับค่าไฟในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จที่บ้านแบบ TOU (Time of Use) ที่ต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่า 1 บาท/กิโลเมตร หรือแม้แต่ชาร์จตามสถานีสาธารณะ (DC Fast Charge) ความต่างของค่าใช้จ่ายรายเดือนจะห่างกันหลายพันบาท
สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมก้าวเข้าสู่โลก EV เต็มรูปแบบ 100% รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) หรือ e:HEV กลายเป็น “ทางรอด” ที่ตอบโจทย์ที่สุดในเวลานี้ ด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่ทำได้ระดับ 20-25 กิโลเมตร/ลิตร ในสภาวะรถติด ถือเป็นการลดภาระค่าน้ำมันลงไปได้เกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับรถสันดาปล้วนขนาดเดียวกัน
ความคิดเห็นของ SuperBike x SuperDrive
SuperBike x SuperDrive มองว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น เป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ใช้รถต้องเริ่มนำเรื่อง Cost of Ownership ระยะยาวมาเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งในการตัดสินใจซื้อรถคันใหม่
ในมุมมองของทีมงาน SuperBike x SuperDrive การที่น้ำมันปรับราคาขึ้นลงถือเป็นเรื่องปกติของกลไกตลาดโลก แต่การขยับขึ้นมารวดเดียวเกือบบาทต่อลิตรในเช้าวันนี้ ถือเป็นแรงกระแทกที่หนักหน่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ใช้รถกระบะ, รถอเนกประสงค์ PPV หรือแม้แต่กลุ่มไบเกอร์สายทัวร์ริ่งที่ใช้บิ๊กไบค์เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีอัตราการบริโภคน้ำมันค่อนข้างดุเดือด
สิ่งที่เราอยากเน้นย้ำคือคำว่า Cost of Ownership เมื่อคุณกำลังจะตัดสินใจซื้อรถคันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ คุณไม่สามารถมองแค่ “ราคาผ่อนต่อเดือน” ได้อีกต่อไป แต่ต้องบวกค่าน้ำมันเฉลี่ย 3,000 – 5,000 บาท/เดือน เข้าไปพิจารณาด้วย ใครที่ชอบอ่าน บททดสอบและรีวิวรถ ของเราจะเห็นว่า ช่วงหลังเราให้คะแนนความประหยัดเชื้อเพลิงและระบบไฮบริดในน้ำหนักที่สูงขึ้นมาก เพราะในยุคที่น้ำมันแพง การเลือกรถที่ประหยัดพลังงานไม่ใช่แค่เทรนด์แฟชั่น แต่มันคือการรักษาสภาพคล่องทางการเงินในกระเป๋าของคุณเองอย่างแท้จริง
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
A: สถานีบริการน้ำมัน PTT Station และบางจาก ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน/แก๊สโซฮอล์ 0.80 บาท/ลิตร และดีเซล 0.70 บาท/ลิตร ตั้งแต่เวลา 05:00 น.
A: ดีเซลทั่วไปอยู่ที่ราว 39.84 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 ราว 39.09 บาท/ลิตร และ E20 ราว 34.09 บาท/ลิตร
A: รถกระบะหรือ PPV จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 49 บาทต่อการเติมเต็มถัง 1 ครั้ง ส่วนรถเก๋งทั่วไปจะจ่ายเพิ่มราว 32-40 บาทต่อครั้ง








































