ศึกชิงไหวชิงพริบเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ยังไม่เปิดฤดูกาล เมื่อสนามทดสอบ Pre-season รอบแรกที่ประเทศบาห์เรนกลายเป็นเวทีแห่งการตั้งคำถาม โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง George Russell โต้ข้อกล่าวหา Mercedes อำพรางฟอร์ม หลังจากที่นักขับหลายคนรวมถึง Max Verstappen จาก Red Bull ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าทีม Silver Arrows อาจกำลังใช้กลยุทธ์ “Sandbagging” หรือการจงใจกดความเร็วที่แท้จริงเอาไว้เพื่อหลอกให้คู่แข่งตายใจ ทว่า Russell กลับออกมาให้สัมภาษณ์ในทิศทางที่สวนทางกับความคาดหมายของแฟนๆ อย่างสิ้นเชิง
ความเป็นจริงหลังพวงมาลัยภายใต้ มาตรการทดสอบ F1 2026
แม้ว่าผลการทดสอบในวันสุดท้าย (Day 3) ที่บาห์เรนจะจบลงด้วยการที่นักขับ Mercedes อย่าง Andrea Kimi Antonelli และ George Russell ครองอันดับ 1 และ 2 บนตารางเวลา (1-2 Lockout) แต่ทางด้าน Russell กลับไม่ได้แสดงความกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ควรจะเป็น เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าการทดสอบครั้งนี้คือ “Reality Check” หรือการตื่นขึ้นมาพบกับความจริงที่น่ากังวล โดยเขาระบุชัดเจนว่าทีม ถอยหลังลงไปหนึ่งก้าว เมื่อเทียบกับความราบรื่นที่พวกเขาเคยได้รับในช่วงการวิ่ง Shakedown ที่บาร์เซโลนาเมื่อสัปดาห์ก่อน
สิ่งที่น่าสนใจคือปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือ (Reliability) ที่เริ่มรุมเร้าทีม Mercedes โดยเฉพาะในวันที่สองของการทดสอบที่ Antonelli แทบจะไม่ได้ลงวิ่งเนื่องจากปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องหลังจากวิ่งไปได้เพียง 3 ลัพเท่านั้น Russell ยอมรับว่าทั้งความเร็วและเสถียรภาพของรถ W17 ในตอนนี้ยังไม่ถึงจุดที่น่าพอใจ และการที่พวกเขาทำเวลาได้เร็วในช่วงท้ายของวันสุดท้ายอาจเป็นเพียงการทดลองวิ่งในโหมดการใช้เชื้อเพลิงต่ำ (Qualifying Trim) ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงศักยภาพที่แท้จริงสำหรับการแข่งขันจริง
ข้อครหาเรื่อง Sandbagging และทัศนะของคู่แข่งต่อ ทิศทางรถแข่ง Mercedes รุ่นล่าสุด
นักขับชื่อดังอย่าง Charles Leclerc จาก Ferrari และ Max Verstappen จาก Red Bull ต่างให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ทิศทางรถแข่ง Mercedes รุ่นล่าสุด ดูเหมือนจะซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้มหาศาล โดยเฉพาะพละกำลังจากเครื่องยนต์ (Power Unit) รุ่นใหม่ปี 2026 ที่ Mercedes ถูกมองว่าเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้วยนวัตกรรม “Compression Ratio” ที่เป็นที่ถกเถียง อย่างไรก็ตาม Russell ได้สวนกลับประเด็นนี้ว่า “หลายคนพูดถึงเครื่องยนต์ของเราไปต่างๆ นาๆ แต่นั่นคือการคาดเดาล้วนๆ เพราะความจริงคือ Red Bull ดูเหมือนจะส่งมอบเครื่องยนต์และตัวรถที่แข็งแกร่งที่สุด ณ เวลานี้”
การจิกกัดกันผ่านสื่อระหว่างนักขับถือเป็นเสน่ห์ของ F1 แต่ในมุมมองของประชาชนและแฟนความเร็ว คำถามสำคัญคือ Mercedes กำลัง “ถอยหลัง” จริง หรือเป็นการเล่นละครตบตาเพื่อลดความกดดันก่อนเริ่มสนามแรกที่ออสเตรเลียกันแน่? ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา Mercedes มักจะมาพร้อมความประหลาดใจเสมอ และ Russell เองก็รู้ดีว่าการยอมรับจุดอ่อนต่อหน้าสื่อคือวิธีที่ดีที่สุดในการเบี่ยงเบนความสนใจจากนวัตกรรมลับที่อาจนำมาซึ่งการประท้วงจากทีมคู่แข่ง
อุปสรรคและความท้าทาย
ภายใต้ กฎเทคนิค Formula 1 ปี 2026 ที่มีการปรับปรุงทั้งแชสซีให้เล็กลงและเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 50% อย่างขนานใหญ่ ทีมงานของ Mercedes ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อแก้ปัญหาการกระจายพลังงานไฟฟ้า (Energy Deployment) ที่ดูจะเสียเปรียบ Red Bull อยู่เกือบ 1 วินาทีต่อรอบในทางตรง Russell ย้ำว่าพวกเขาต้องโฟกัสไปที่การทำให้รถมีเสถียรภาพมากกว่านี้ “เราเห็นข้อมูลในซิมูเลเตอร์ที่สอดคล้องกับสนามจริง แต่มันไม่มีประโยชน์ถ้าเราไม่สามารถรีดศักยภาพนั้นออกมาได้ตลอด 10 รอบติดต่อกันเหมือนคู่แข่ง”
นี่คือคำเตือนที่ส่งตรงถึงโรงงานที่ Brackley และ Brixworth ว่าหนทางสู่การทวงคืนความยิ่งใหญ่นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้สเปกกระดาษจะดูดี แต่ในสนามจริงที่บาห์เรนซึ่งมีลมกระโชกแรงและผิวแทร็กที่ขรุขระ Mercedes กลับพบว่ารถ W17 ควบคุมได้ยากกว่าที่คาดการณ์ไว้ สวนทางกับ Red Bull RB22 ที่ดูมั่นคงตั้งแต่วันแรกที่ล้อแตะพื้นแทร็ก
วิเคราะห์เจาะลึกปัญหาสมรรถนะของ Mercedes W17
จากการวิเคราะห์ข้อมูล GPS และ Telemetry ระหว่างการทดสอบ พบว่า Mercedes ยังประสบปัญหาเรื่อง “Electrical Clipping” หรือสถานะที่พลังงานไฟฟ้าหมดลงก่อนถึงจุดสิ้นสุดของทางตรงยาว ทำให้ความเร็วปลายวูบลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรถที่ใช้เครื่องยนต์ Red Bull Powertrains Ford นอกจากนี้ ปัญหาระบบกันสะเทือนที่เกิดขึ้นในวันแรกยังทำให้ทีมสูญเสียเวลาในการปรับเซ็ตค่า (Set-up) สำคัญไปหลายชั่วโมง
Russell ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า “ในบาร์เซโลนา เราไม่มีลมรบกวนมากนัก รถเลยดูขับง่าย แต่พอมาที่บาห์เรนซึ่งเป็นสนามที่สะท้อนความเป็นจริงของการแข่งขันมากกว่า เรากลับพบว่าบาลานซ์ของรถยังไม่ลงตัว” นี่คือสาเหตุที่เขาย้ำว่าทีมไม่ได้อำพรางฟอร์ม แต่กำลังต่อสู้กับข้อจำกัดทางเทคนิคที่ยังแก้ไม่ตก ซึ่งหากไม่สามารถจัดการได้ก่อนการทดสอบรอบที่สองในสัปดาห์หน้า สถานการณ์ของ Mercedes ในสนามแรกที่เมลเบิร์นอาจจะตกเป็นรองคู่แข่งอย่างหนัก
บทสรุปของ George Russell และอนาคตของทีม
บทสรุปจากการออกมาให้สัมภาษณ์ของ George Russell ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำว่า Mercedes ยังคงอยู่ในช่วง “วิกฤตเล็กๆ” ท่ามกลางการปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ และคำว่า ถอยหลังลงไปหนึ่งก้าว อาจไม่ใช่เพียงแค่คำถ่อมตัว แต่มันคือการยอมรับความพ่ายแพ้ในเบื้องต้นต่อ Red Bull ที่ดูจะทำผลงานได้ “น่ากลัว” กว่าทุกทีมในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม ด้วยระยะเวลาที่เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ก่อนเปิดฤดูกาล เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า Mercedes จะสามารถเปลี่ยน “ก้าวที่ถอยหลัง” ให้กลายเป็นการกระโดดไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดดได้หรือไม่ หรือความลับที่พวกเขาแอบซ่อนไว้นั้นจะถูกเปิดเผยออกมาในรูปแบบของ “อาวุธลับ” ที่จะทำให้คู่แข่งทุกคนต้องอึ้งเมื่อสัญญาณไฟห้าดวงดับลงในวันอาทิตย์ที่เมลเบิร์น แต่สำหรับตอนนี้… ดูเหมือนว่าหัวใจของแฟนคลับ Mercedes จะต้องเต้นระทึกด้วยความกังวลมากกว่าความหวัง




