SuperBikeMag.Com ข่าวรถยนต์ รีวิวรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

Honda UC3

ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยียานยนต์อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ทางบริษัทไทยฮอนด้า (Thai Honda) ได้ทำการประกาศเปิดตัวโมเดล ก็ได้ขยับตัวครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก ซึ่งถือเป็นการประกาศรุกตลาด EV 2 ล้ออย่างเต็มรูปแบบ หลังจากที่ปล่อยให้แบรนด์จีนทำตลาดมานาน

Honda UC3 ถูกพัฒนาภายใต้คอนเซปต์ “The Urban First Movers” โดยเน้นตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการความคล่องตัวและความน่าเชื่อถือ ความพิเศษของรุ่นนี้คือเป็นรถไฟฟ้าแบบ Fixed-Battery (แบตเตอรี่ติดตั้งถาวร) ซึ่งต่างจากรุ่น BENLY e: ที่เน้นการสลับแบตเตอรี่ในกลุ่มธุรกิจ โดย UC3 ออกแบบมาให้เจ้าของรถสามารถ “เสียบชาร์จที่บ้าน” (Plug-in) ได้โดยตรง เพิ่มความสะดวกในการใช้งานแบบชีวิตประจำวัน

มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์ ขับขี่ในเมืองใช้งานได้ดี

ในการเปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลใหม่ครั้งนี้ โกคาร์ท SuperBike ก็ได้มีโอกาสในการเข้าร่วมทดสอบขับขี่เป็นครั้งแรกของโลกด้วย ซึ่งสเปคคร่าว ๆ ของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้ขนาด 4.4 กิโลวัตต์ สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุด 6 กิโลวัตต์ที่ 3,600 รอบต่อนาที โดยความเร็วสูงสุดของรถคันนี้สามารถทำได้ที่ 80 กม./ชม. ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในเมือง วิ่งได้ไกลถึง 122 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (มาตรฐาน WMTC Class 1) และแบตเตอรี่ ใช้เทคโนโลยี Lithium-ion LFP (Lithium Iron Phosphate) ที่มีความทนทานและปลอดภัยสูง ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสากล UNR136

การทดสอบขับขี่ครั้งนี้ได้ขับขี่ในเส้นทางการขับขี่สั้น ๆ ไม่ไกลมากโดยเริ่มจาก Central World ปลายทางไปจบที่คาเฟ่ถนนสาทร ซอย 11 แน่นอนว่าผ่านถนน และการจราจรในทุกรูปแบบตั้งถนนดีรถโล่ง ยันถนนมีปัญหาและรถติด ฟีลลิ่งการขับขี่ของรถคันนี้มอเตอร์ไฟฟ้าสามารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะไม่ใช่มอเตอร์ใหญ่ แต่เมื่อไหร่ที่เปิดคันเร่ง รถคันนี้ก็พร้อมตอบสนองความสนุกเร้าใจให้กับผู้ขับขี่อย่างเต็มพิกัด จังหวะออกตัวไหล ๆ ค่อย ๆ เปิดคันเร่งก็สามารถทำงานได้อย่างสมูท ไหลลื่นไม่มีสะดุด และจังหวะที่ต้องการเร่งแซงก็สามารถทำได้ดั่งใจ ตอบโจทย์ความแรงตามสไตล์ของรถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน 

Honda UC3

โดยรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้มีด้วยกันทั้งหมด 3 โหมดการขับขี่ได้แก่ โหมด Standard (ธรรมดา), โหมด ECON (ประหยัด) และ โหมด Sport (สปอร์ต) ซึ่งในการขับขี่ใช้งานจริงก็มีโอกาสได้ลองใช้ทั้ง 3 โหมด โดยสตาร์ทรถมาจะเริ่มทำงานด้วยโหมด Standard พละกำลังเทียบเท่ากับเครื่องยนต์สันดาปขนาด 110 ซีซี แต่ในส่วนของโหมด ECON ตัวเครื่องยนต์ก็จะลดทอนพละกำลังลง (แต่ส่วนตัวมองว่าไม่ต่างจากโหมด Standard เท่าไหร่) แต่เมื่อได้ทดลองใช้โหมด Sport ก็ต้องขอบอกกับผู้อ่านทุกท่านเลยว่าไม่เกินจริง ตัวรถสามารถรีดประสิทธิภาพเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มกิโลวัตต์ เร้าใจตามใจสั่ง

ดีไซน์ล้ำสมัย ขับขี่ง่าย ไม่เล็กจนเกินไป

ในด้านของการออกแบบดีไซน์ตัวรถคันนี้ หากเทียบกับโมเดล Honda CUV:e ที่เคยได้ขับขี่นั้น (อ่านได้ที่นี่) ก็คงต้องให้ความพึงพอใจกับโมเดลใหม่นี้มากกว่า เพราะตัวรถมีขนาดที่ใหญ่กว่า และยาวกว่าเล็กน้อย หากใครนึกไม่ออก ไซส์ของรถคันนี้จะมีขนาดไล่เลี่ยกับ Honda Giorno ซึ่งตัวถังของ UC3 เน้นความไหลลื่นของเส้นสาย ชุดไฟหน้า LED ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยใช้เส้นสายแนวนอนแบบยาวต่อเนื่อง (Light Bar) ฮอนด้าออกแบบเฟรมรถใหม่ภายใต้คอนเซปต์ Stability Frame ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่ปกป้องตำแหน่งแบตเตอรี่ติดตั้งถาวร

ระบบช่วงล่างของรถคันนี้ด้านหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิก ส่วนของด้านหลังเป็นแบบสปริงคู่ ตามสไตล์ของรถที่ใช้งานทั่วไป เมื่อได้ลองทดสอบใช้จริงเมื่อวิ่งถนนดำปกติ ทางเรียบ ๆ ก็สามารถใช้งานได้อย่างมีเยี่ยม ไม่มีอาการคลอนใด ๆ แต่เมื่อไหร่ที่วิ่งผ่านรอยแตก รอยแยกของถนนที่พัง หรือถนนมีปัญหารถคันนี้ก็เก็บทุกอาการสั่นส่งตรงถึงผู้ขับขี่ได้อย่างง่ายดาย อาจจะต้องมีการอัปเกรดประสิทธิภาพช่วงล่าง หากใครที่ต้องการในส่วนของการซับแรงที่ดีมากกว่านี้ เพราะต้องเรียนตามตรงว่าของเดิมติดมาจากโรงงานก็อยู่ในระดับแค่พอใช้เพียงเท่านั้น 

และในด้านของระบบเบรกตัวรถคันนี้ ด้านหน้ามาพร้อมกับระบบดิกส์เบรกเดี่ยว และด้านหลังเป็นระบบดรัมเบรก แต่ไม่มีในส่วนของระบบคอมบายเบรก ซึ่งหลังจากได้ทดลองเบรกหนักบางช่วงก็เอาอยู่ (ในระดับหนึ่ง) แต่รถคันไม่ใหญ่ มองว่าเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

Honda UC3

ระบบชาร์จไฟ ไม่ง้อสถานีสลับแบตฯ

Honda UC3 รองรับการชาร์จ 2 รูปแบบ เพื่อความยืดหยุ่นของผู้ใช้ โดยแบบแรก ใช้ผ่านเครื่องชาร์จ 1200W ชาร์จ 0-100% ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อแยก และวิธีที่สอง Portable Charger 450W เครื่องชาร์จพกพาที่สามารถเสียบกับปลั๊กไฟบ้านทั่วไปได้ทันที ชาร์จ 0-100% ประมาณ 9 ชั่วโมง (เหมาะสำหรับชาร์จทิ้งไว้ตอนกลางคืน)

ฟังก์ชันล้ำสมัยเพื่อคนเมือง

นอกจากสมรรถนะแล้ว UC3 ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี เริ่มที่ หน้าจอ TFT 5 นิ้ว รองรับระบบ Honda RoadSync เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อรับสายหรือดูแผนที่ได้ หรือแม้แต่ระบบ Reverse Assist Function ระบบช่วยถอยหลัง ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์เด็ดสำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ช่วยให้การเข้าจอดในพื้นที่แคบทำได้ง่ายขึ้น และ U-Box ขนาดใหญ่ มีพื้นที่เก็บของใต้เบาะกว้างขวางถึง 26 ลิตร และช่องชาร์จ USB Type-C

คอมเมนต์จากผู้ขับขี่ Honda UC3

Honda UC3

ในรายละเอียดของส่วนนี้จะเป็นการคอมเมนต์เกี่ยวกับภาพรวมของรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 100% โมเดลใหม่จากค่ายฮอนด้า Honda UC3 ที่โกคาร์ท SuperBike ได้มีโอกาสไปร่วมทดสอบขับขี่ ซึ่งเป็นการขับขี่ในรูปแบบของการใช้งานจริงภายในเมืองตั้งแต่ เซนทรัล เวิล์ด (Central World) จนถึงร้านคาเฟ่ ช่วงถนนสาทร ซอย 11 ระยะทางราว ๆ 19.1 กิโลเมตร โดยทุกคอมเมนต์นั้นไม่มีเจตนาลบใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ที่เกิดจากการขับขี่เพียงเท่านั้น 

Engine 

ด้วยความที่เป็นรถไฟฟ้าที่พละกำลังสูงสุดเพียงแค่ 6 กิโลวัตต์แรงต้นสามารถทำได้ดีตามขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า แต่โหมดสปอร์ตส่วนตัวคิดว่าทางฮอนด้าน่าจะสามารถปรับค่าให้แรงได้มากยิ่งขึ้นกว่านี้ได้อีก

Suspension

ทางดำวิ่งดี วิ่งเนี๊ยบ แต่เมื่อผ่านเส้นทางที่มีปัญหาก็สามารถเก็บทุกรอยแตกถนน หากต้องการประสิทธิภาพแนะนำอัปเกรด เงินมาปัญหาจบ

Brake 

เบรกทำงานได้ตามมาตรฐานปกติทั่วไปของรถใช้งานในชีวิตประจำวัน ‘พอใช้’ แต่ถ้าเบรกหนัก ยกลึก พับแน่นอน ไม่ต้องห่วง การันตี

Battery 

อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นจุดตัดสินใจของผู้ที่ตัดสินใจซ้อรถคันนี้คือ ‘แบตเตอรี่’ เพราะรถคันนี้สามาถวิ่งได้ 122 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่ปัญหาคือการชาร์จตั้งแต่ 0-100% ใช้เวลาถึง 9 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่ามันเกินไป

OVERALL

สำหรับใครที่ต้องการความแตกต่าง หรือต้องการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า โดยที่ไม่อยากเช่าแบบ Honda CUV:e คันนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์อยู่พอสมควร แน่นอนว่าถ้ามีปัญหาศูนย์บริการ Honda Wing Center ใกล้บ้านก็พร้อมที่จะให้บริการ อะไหล่พร้อมเสิร์ฟ ใครที่อยากลองพลังงานไฟฟ้าบอกเลยคันนี้ตอบโจทย์ 

เปิดราคาแนะนำที่ 132,600 บาท (เป็นราคาที่รวมเงินสนับสนุนจากมาตรการ EV 3.5 ของภาครัฐ) มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Graphite Black) และ สีขาว (Pearl Sapphire White) เปิดรับจองและให้ทดลองขับขี่ที่ Honda Wing Center ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

Honda UC3 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าวิ่งไกล 122 กม. เปิดราคา 1.3 แสนบาท

Honda UC3

ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยียานยนต์อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ทางบริษัทไทยฮอนด้า (Thai Honda) ได้ทำการประกาศเปิดตัวโมเดล ก็ได้ขยับตัวครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก ซึ่งถือเป็นการประกาศรุกตลาด EV 2 ล้ออย่างเต็มรูปแบบ หลังจากที่ปล่อยให้แบรนด์จีนทำตลาดมานาน

Honda UC3 ถูกพัฒนาภายใต้คอนเซปต์ “The Urban First Movers” โดยเน้นตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการความคล่องตัวและความน่าเชื่อถือ ความพิเศษของรุ่นนี้คือเป็นรถไฟฟ้าแบบ Fixed-Battery (แบตเตอรี่ติดตั้งถาวร) ซึ่งต่างจากรุ่น BENLY e: ที่เน้นการสลับแบตเตอรี่ในกลุ่มธุรกิจ โดย UC3 ออกแบบมาให้เจ้าของรถสามารถ “เสียบชาร์จที่บ้าน” (Plug-in) ได้โดยตรง เพิ่มความสะดวกในการใช้งานแบบชีวิตประจำวัน

มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์ ขับขี่ในเมืองใช้งานได้ดี

ในการเปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลใหม่ครั้งนี้ โกคาร์ท SuperBike ก็ได้มีโอกาสในการเข้าร่วมทดสอบขับขี่เป็นครั้งแรกของโลกด้วย ซึ่งสเปคคร่าว ๆ ของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้ขนาด 4.4 กิโลวัตต์ สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุด 6 กิโลวัตต์ที่ 3,600 รอบต่อนาที โดยความเร็วสูงสุดของรถคันนี้สามารถทำได้ที่ 80 กม./ชม. ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในเมือง วิ่งได้ไกลถึง 122 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (มาตรฐาน WMTC Class 1) และแบตเตอรี่ ใช้เทคโนโลยี Lithium-ion LFP (Lithium Iron Phosphate) ที่มีความทนทานและปลอดภัยสูง ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสากล UNR136

การทดสอบขับขี่ครั้งนี้ได้ขับขี่ในเส้นทางการขับขี่สั้น ๆ ไม่ไกลมากโดยเริ่มจาก Central World ปลายทางไปจบที่คาเฟ่ถนนสาทร ซอย 11 แน่นอนว่าผ่านถนน และการจราจรในทุกรูปแบบตั้งถนนดีรถโล่ง ยันถนนมีปัญหาและรถติด ฟีลลิ่งการขับขี่ของรถคันนี้มอเตอร์ไฟฟ้าสามารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะไม่ใช่มอเตอร์ใหญ่ แต่เมื่อไหร่ที่เปิดคันเร่ง รถคันนี้ก็พร้อมตอบสนองความสนุกเร้าใจให้กับผู้ขับขี่อย่างเต็มพิกัด จังหวะออกตัวไหล ๆ ค่อย ๆ เปิดคันเร่งก็สามารถทำงานได้อย่างสมูท ไหลลื่นไม่มีสะดุด และจังหวะที่ต้องการเร่งแซงก็สามารถทำได้ดั่งใจ ตอบโจทย์ความแรงตามสไตล์ของรถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน 

Honda UC3

โดยรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้มีด้วยกันทั้งหมด 3 โหมดการขับขี่ได้แก่ โหมด Standard (ธรรมดา), โหมด ECON (ประหยัด) และ โหมด Sport (สปอร์ต) ซึ่งในการขับขี่ใช้งานจริงก็มีโอกาสได้ลองใช้ทั้ง 3 โหมด โดยสตาร์ทรถมาจะเริ่มทำงานด้วยโหมด Standard พละกำลังเทียบเท่ากับเครื่องยนต์สันดาปขนาด 110 ซีซี แต่ในส่วนของโหมด ECON ตัวเครื่องยนต์ก็จะลดทอนพละกำลังลง (แต่ส่วนตัวมองว่าไม่ต่างจากโหมด Standard เท่าไหร่) แต่เมื่อได้ทดลองใช้โหมด Sport ก็ต้องขอบอกกับผู้อ่านทุกท่านเลยว่าไม่เกินจริง ตัวรถสามารถรีดประสิทธิภาพเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มกิโลวัตต์ เร้าใจตามใจสั่ง

ดีไซน์ล้ำสมัย ขับขี่ง่าย ไม่เล็กจนเกินไป

ในด้านของการออกแบบดีไซน์ตัวรถคันนี้ หากเทียบกับโมเดล Honda CUV:e ที่เคยได้ขับขี่นั้น (อ่านได้ที่นี่) ก็คงต้องให้ความพึงพอใจกับโมเดลใหม่นี้มากกว่า เพราะตัวรถมีขนาดที่ใหญ่กว่า และยาวกว่าเล็กน้อย หากใครนึกไม่ออก ไซส์ของรถคันนี้จะมีขนาดไล่เลี่ยกับ Honda Giorno ซึ่งตัวถังของ UC3 เน้นความไหลลื่นของเส้นสาย ชุดไฟหน้า LED ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยใช้เส้นสายแนวนอนแบบยาวต่อเนื่อง (Light Bar) ฮอนด้าออกแบบเฟรมรถใหม่ภายใต้คอนเซปต์ Stability Frame ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่ปกป้องตำแหน่งแบตเตอรี่ติดตั้งถาวร

ระบบช่วงล่างของรถคันนี้ด้านหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิก ส่วนของด้านหลังเป็นแบบสปริงคู่ ตามสไตล์ของรถที่ใช้งานทั่วไป เมื่อได้ลองทดสอบใช้จริงเมื่อวิ่งถนนดำปกติ ทางเรียบ ๆ ก็สามารถใช้งานได้อย่างมีเยี่ยม ไม่มีอาการคลอนใด ๆ แต่เมื่อไหร่ที่วิ่งผ่านรอยแตก รอยแยกของถนนที่พัง หรือถนนมีปัญหารถคันนี้ก็เก็บทุกอาการสั่นส่งตรงถึงผู้ขับขี่ได้อย่างง่ายดาย อาจจะต้องมีการอัปเกรดประสิทธิภาพช่วงล่าง หากใครที่ต้องการในส่วนของการซับแรงที่ดีมากกว่านี้ เพราะต้องเรียนตามตรงว่าของเดิมติดมาจากโรงงานก็อยู่ในระดับแค่พอใช้เพียงเท่านั้น 

และในด้านของระบบเบรกตัวรถคันนี้ ด้านหน้ามาพร้อมกับระบบดิกส์เบรกเดี่ยว และด้านหลังเป็นระบบดรัมเบรก แต่ไม่มีในส่วนของระบบคอมบายเบรก ซึ่งหลังจากได้ทดลองเบรกหนักบางช่วงก็เอาอยู่ (ในระดับหนึ่ง) แต่รถคันไม่ใหญ่ มองว่าเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

Honda UC3

ระบบชาร์จไฟ ไม่ง้อสถานีสลับแบตฯ

Honda UC3 รองรับการชาร์จ 2 รูปแบบ เพื่อความยืดหยุ่นของผู้ใช้ โดยแบบแรก ใช้ผ่านเครื่องชาร์จ 1200W ชาร์จ 0-100% ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อแยก และวิธีที่สอง Portable Charger 450W เครื่องชาร์จพกพาที่สามารถเสียบกับปลั๊กไฟบ้านทั่วไปได้ทันที ชาร์จ 0-100% ประมาณ 9 ชั่วโมง (เหมาะสำหรับชาร์จทิ้งไว้ตอนกลางคืน)

ฟังก์ชันล้ำสมัยเพื่อคนเมือง

นอกจากสมรรถนะแล้ว UC3 ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี เริ่มที่ หน้าจอ TFT 5 นิ้ว รองรับระบบ Honda RoadSync เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อรับสายหรือดูแผนที่ได้ หรือแม้แต่ระบบ Reverse Assist Function ระบบช่วยถอยหลัง ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์เด็ดสำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ช่วยให้การเข้าจอดในพื้นที่แคบทำได้ง่ายขึ้น และ U-Box ขนาดใหญ่ มีพื้นที่เก็บของใต้เบาะกว้างขวางถึง 26 ลิตร และช่องชาร์จ USB Type-C

คอมเมนต์จากผู้ขับขี่ Honda UC3

Honda UC3

ในรายละเอียดของส่วนนี้จะเป็นการคอมเมนต์เกี่ยวกับภาพรวมของรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 100% โมเดลใหม่จากค่ายฮอนด้า Honda UC3 ที่โกคาร์ท SuperBike ได้มีโอกาสไปร่วมทดสอบขับขี่ ซึ่งเป็นการขับขี่ในรูปแบบของการใช้งานจริงภายในเมืองตั้งแต่ เซนทรัล เวิล์ด (Central World) จนถึงร้านคาเฟ่ ช่วงถนนสาทร ซอย 11 ระยะทางราว ๆ 19.1 กิโลเมตร โดยทุกคอมเมนต์นั้นไม่มีเจตนาลบใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ที่เกิดจากการขับขี่เพียงเท่านั้น 

Engine 

ด้วยความที่เป็นรถไฟฟ้าที่พละกำลังสูงสุดเพียงแค่ 6 กิโลวัตต์แรงต้นสามารถทำได้ดีตามขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า แต่โหมดสปอร์ตส่วนตัวคิดว่าทางฮอนด้าน่าจะสามารถปรับค่าให้แรงได้มากยิ่งขึ้นกว่านี้ได้อีก

Suspension

ทางดำวิ่งดี วิ่งเนี๊ยบ แต่เมื่อผ่านเส้นทางที่มีปัญหาก็สามารถเก็บทุกรอยแตกถนน หากต้องการประสิทธิภาพแนะนำอัปเกรด เงินมาปัญหาจบ

Brake 

เบรกทำงานได้ตามมาตรฐานปกติทั่วไปของรถใช้งานในชีวิตประจำวัน ‘พอใช้’ แต่ถ้าเบรกหนัก ยกลึก พับแน่นอน ไม่ต้องห่วง การันตี

Battery 

อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นจุดตัดสินใจของผู้ที่ตัดสินใจซ้อรถคันนี้คือ ‘แบตเตอรี่’ เพราะรถคันนี้สามาถวิ่งได้ 122 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่ปัญหาคือการชาร์จตั้งแต่ 0-100% ใช้เวลาถึง 9 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่ามันเกินไป

OVERALL

สำหรับใครที่ต้องการความแตกต่าง หรือต้องการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า โดยที่ไม่อยากเช่าแบบ Honda CUV:e คันนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์อยู่พอสมควร แน่นอนว่าถ้ามีปัญหาศูนย์บริการ Honda Wing Center ใกล้บ้านก็พร้อมที่จะให้บริการ อะไหล่พร้อมเสิร์ฟ ใครที่อยากลองพลังงานไฟฟ้าบอกเลยคันนี้ตอบโจทย์ 

เปิดราคาแนะนำที่ 132,600 บาท (เป็นราคาที่รวมเงินสนับสนุนจากมาตรการ EV 3.5 ของภาครัฐ) มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Graphite Black) และ สีขาว (Pearl Sapphire White) เปิดรับจองและให้ทดลองขับขี่ที่ Honda Wing Center ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า