หากจะหารถจักรยานยนต์ที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดในประเทศไทย ชื่อของ Honda Wave 110 จะต้องปรากฏขึ้นเป็นอันดับหนึ่งเสมอ แต่การมาถึงของรุ่นปี 2026 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะความแรงที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะข้อกำหนดทางกฎหมายและเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ถูกบีบให้ต้อง “อัปเกรด” จนราคาค่าตัวเริ่มขยับหนีห่างจากคำว่ารถราคาประหยัดเข้าไปทุกที ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกว่าระหว่าง Honda Wave 110 2026 VS 2025 มีอะไรที่แตกต่างไปบ้าง
มาตรฐานไอเสียปรับปรุงใหม่
ความลับที่หลายคนอาจไม่รู้คือ Honda Wave 110i 2026 ถูกพัฒนาภายใต้ความกดดันของมาตรฐานไอเสียระดับใหม่ของไทย (เทียบเท่า Euro 5) ที่เข้มงวดกว่าปี 2568 อย่างมาก ทำให้ Honda ต้องทำการ “Remap” กล่อง ECU และปรับเปลี่ยนทางเดินไอเสียใหม่ แม้จะใช้เครื่องยนต์ Honda Smart Engine 110 ซีซี ตัวเดิม แต่การปรับจูนเพื่อเน้นความสะอาดของไอเสียมักจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเร่งในช่วงต้นที่อาจรู้สึก “ตื้อ” กว่ารุ่นปี 2025 เล็กน้อย ซึ่งเป็นโจทย์ที่วิศวกรต้องแก้ด้วยการปรับองศาการฉีดน้ำมันให้แม่นยำขึ้น เพื่อรักษาอัตราประหยัดน้ำมันที่ 71.4 กม./ลิตร เอาไว้ให้ได้
ระบบเบรก CBS
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รุ่นปี 2026 ดูเหนือกว่ารุ่นปี 2025 คือระบบ Combi Brake System (CBS) ระบบนี้จะทำงานเมื่อผู้ขับขี่กำเบรกหลัง แรงดันจะถูกกระจายไปยังปั๊มเบรกหน้าโดยอัตโนมัติ ช่วยลดอาการล้อหลังล็อคและช่วยให้รถหยุดได้นิ่งขึ้น ซึ่งในรุ่นปี 2025 ระบบนี้จะสงวนไว้ให้เพียงรุ่นใหญ่ๆ เท่านั้น การที่ Honda ใส่ CBS มาใน Wave 110i รุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มกฎหมายจราจรในอนาคตที่อาจบังคับให้รถจักรยานยนต์ทุกรุ่นต้องมีระบบกระจายแรงเบรกเป็นพื้นฐาน
ดีไซน์และภาพลักษณ์
![]() |
![]() |
ในด้านรูปลักษณ์ รุ่นปี 2026 พยายามลบภาพจำของรถใช้งานหนักด้วยการใช้สีโทน Special Edition เช่น สีขาวตัดเบาะน้ำตาล และดำเมทัลลิกตัดเบาะน้ำตาล ซึ่งดูพรีเมียมขึ้นมากเมื่อเทียบกับรุ่นปี 2025 ที่ยังคงเน้นสีแดง-น้ำเงินตามสไตล์ดั้งเดิม นอกจากนี้หน้าปัดเรือนไมล์ Enrich Meter ในรุ่นใหม่มีการปรับดีไซน์ให้อ่านง่ายขึ้นภายใต้แสงแดดจัด ซึ่งถือเป็นจุดเล็กๆ ที่ได้รับการแก้ไขจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้งานจริง
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Honda Wave 110 2026 VS 2025
| Honda Wave110 ปี 2025 | Honda Wave110 ปี 2026 | |
| ระบบเบรก | มาตรฐาน (Disc/Drum) | CBS (Combi Brake System) |
| มาตรฐานไอเสีย | Euro ระดับเดิม | ปรับจูนใหม่รองรับมาตรฐานปี 2569 |
| ราคาเริ่มต้น | 37,000 บาท | 39,000 บาท |
| ฟีเจอร์ฟังก์ชั่น | – | ที่แขวนของพร้อมช่องชาร์จไฟแบบ USB Type C |
สีสันที่วางจำหน่าย
รุ่นย่อยล้อซี่ลวด สตาร์ทเท้า ดรัมเบรก มีราคาวางจำหน่ายแนะนำอยู่ที่ 39,000 บาท มีวางจำหน่ายเพียงสีเดียวคือ สีดำ
![]() |
สีดำ |
รุ่นย่อยล้อซี่ลวด สตาร์ทมือ ดิสก์เบรก มีราคาวางจำหน่ายแนะนำอยู่ที่ 46,300 บาท มีวางจำหน่ายทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีเทา-ดำ, สีน้ำเงิน-ดำ และ สีดำ-น้ำตาล
![]() |
สีเทา-ดำ |
![]() |
สีน้ำเงิน-ดำ |
![]() |
สีดำ-น้ำตาล |
รุ่นย่อยล้อแม็ก สตาร์ทมือ ดิสก์เบรก มีราคาวางจำหน่ายแนะนำอยู่ที่ 48,300 บาท มีวางจำหน่ายทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีเทา-น้ำตาล, สีน้ำเงิน และ สีแดง
![]() |
สีเทา-น้ำตาล |
![]() |
สีน้ำเงิน |
![]() |
สีแดง |
รุ่นพิเศษล้อแม็ก Special Edition วางจำหน่ายราคาแนะนำที่ 48,800 บาท มีวางจำหน่ายทั้งหมด 2 สีได้แก่ สีขาว-น้ำตาล และ สีดำ-น้ำตาล
![]() |
สีขาว-น้ำตาล |
![]() |
สีดำ-น้ำตาล |
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่















