เทสลามีหนาว! MG IM5 ซีดานไฟฟ้า ชาร์จ 15 นาทีวิ่งยาว 700 กม.
ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด MG ได้ยกระดับแบรนด์ขึ้นไปอีกขั้นด้วยการแนะนำ MG IM5 (หรือที่รู้จักในชื่อ IM L6 ในตลาดโลก) รถยนต์ซีดานไฟฟ้าที่ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์ แต่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่สั่นสะเทือนค่ายรถยุโรปและอเมริกา
ดีไซน์และมิติตัวถัง: พลิ้วไหวแต่ดุดัน
MG IM5 มาในรูปโฉม Fastback Sedan ที่เน้นอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.226 มิติตัวถังยาว 4,931 มม. และฐานล้อกว้างถึง 2,950 มม. ให้พื้นที่วางขาที่กว้างขวางเทียบเท่ารถหรูขนาดใหญ่ เสริมความโดดเด่นด้วยหลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่และมือจับประตูแบบซ่อน (Flush Door Handles)
ขุมพลังและสมรรถนะ: ทะลุขีดจำกัด EV ทั่วไป
MG IM5 แบ่งรุ่นย่อยตามขนาดแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน ดังนี้:
- รุ่น Standard (RWD): มอเตอร์เดี่ยวขับหลัง ให้กำลัง 295 แรงม้า แบตเตอรี่ 75 kWh วิ่งได้ไกลประมาณ 550 กม. (NEDC)
- รุ่น Long Range (RWD): ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ NMC ขนาด 100 kWh วิ่งไกลสุดถึง 755 กม. (NEDC)
- รุ่น Performance (AWD): มอเตอร์คู่ให้พละกำลังรวม 787 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.74 วินาที ซึ่งเร็วกว่าซูเปอร์คาร์หลายรุ่น
เทคโนโลยีอัจฉริยะ “Intelligence in Motion”
จุดเด่นที่ทำให้ MG IM5 แตกต่างคือ ระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-axle Steering) ที่ทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างอัจฉริยะ ช่วยให้รถที่มีความยาวเกือบ 5 เมตร สามารถเลี้ยวกลับรถได้ในที่แคบอย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีหน้าจอภายในแบบ Ultra-wide ขนาด 26.3 นิ้ว ลากยาวเกือบเต็มหน้าปัด และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ประมวลผลผ่านชิปทรงพลัง
การชาร์จที่เร็วที่สุดในคลาส
ด้วยสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูง 800V (ในรุ่น 100 kWh) ทำให้รองรับการชาร์จ DC สูงสุดถึง 396 kW ซึ่งสามารถชาร์จไฟจาก 30% – 80% ได้ในเวลาเพียง 15-17 นาที เท่านั้น แก้ปัญหาเรื่องการรอชาร์จนานๆ ระหว่างเดินทางไกลได้อย่างหมดจด
มุมมองจิกกัด: เทคโนโลยีล้ำ… แล้วศูนย์บริการล่ะ?
แม้ตัวรถจะดูเพอร์เฟกต์และล้ำหน้าไปไกล แต่สิ่งที่ผู้บริโภคชาวไทยยังคง “ตั้งคำถาม” แทนใจกันทั้งประเทศคือ ความพร้อมของซอฟต์แวร์และการบริการหลังการขาย เนื่องจาก MG IM5 อัดแน่นด้วยเซนเซอร์และระบบ AI หากเกิดปัญหาระบบรวนหรือต้องการอะไหล่เฉพาะทาง MG Thailand จะเตรียมรับมือได้ดีแค่ไหน? นี่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่า MG จะก้าวขึ้นสู่แบรนด์พรีเมียมได้อย่างสง่างาม หรือจะเป็นเพียงแค่ “สวยแต่รูป” ในสายตาผู้ใช้จริง
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่




