
Toyota C-HR 2026 กลับมาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า 100% มอเตอร์คู่ 338 แรงม้า ดีไซน์สุดล้ำ สรุปสเปกและราคาเปิดตัวเบื้องต้นสำหรับแฟนๆ C-HR
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Toyota C-HR 2026 กลับมาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า 100% มอเตอร์คู่ 338 แรงม้า ดีไซน์สุดล้ำ สรุปสเปกและราคาเปิดตัวเบื้องต้นสำหรับแฟนๆ C-HR

Fermin Aldeguer vs Pedro Acosta ศึกระหว่าง 2 ดาวรุ่งพุ่งแรงจากสัญชาติสเปน ที่กำลังเป็นที่จับตามองจากแฟน ๆ ทั่วโลก และเหมือนจะปะทุขึ้นเรื่อย ๆ

Kawasaki ZX6R ปี 2026 ซูเปอร์สปอร์ตคลาสกลางรุ่นล่าสุดที่ไม่ได้มาแค่ All New สติกเกอร์ แต่ยังมาพร้อมฟีเจอร์ช่วยเหลือขับขี่ คาดมาไทยปีหน้า

Moto Morini X-Cape 650 สายลุยไซส์กลางที่น่าจับตามอง นับตั้งแต่ที่เจ้า Moto Morini X-Cape 650 เผยโฉมให้เห็นครั้งแรกที่งาน EICMA 2019 มันก็หายเงียบไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายมันก็กลับมาเปิดตัวอีกครั้งในงานที่ปักกิ่งอีกครั้งอย่างเป็นทางการ โมเดลนี้พัฒนาและออกแบบดีไซน์อิตาลี โดยเฟรมนั้นมีการออกแบบให้มีความแรงทนทานมากขึ้น ช่วงล่างนั้นค่อนข้างจะดีงามเพราะใช้โช้คหน้าจาก Marzocchi และโช้คหลังจาก KYB ที่สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ได้ ขนาดล้อหน้า 19 นิ้วพร้อมยางขนาด 110/80 แบบไม่ใช้ยางใน ด้านหลังจะเป็นล้อขนาด 17 นิ้วพร้อมยางขนาด 150/70 แบบไม่ใช้ยางในเช่นกัน ระบบเบรกเองก็ได้ของทาง Brembo พร้อมระบบเบรก ABS จาก Bosch อีกด้วย โดยด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรกขนาด 2 พ็อด และด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 235 ม.ม. ขุมพลังของสายลุยคันนี้เป็นเครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 650 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้กำลังแรงม้าที่ 60 แรงม้าที่ 8,500 รอบและแรงบิดที่ 41 ฟุตปอนด์ที่ 7,000 รอบ ซึ่งเป็นเครื่องที่ทาง Zhejiang Chunfeng Power ผลิตให้ และผ่านมาตรฐาน Euro5 ด้วยหัวฉีดจากทาง Bosch โดยทางค่ายว่าระบุว่าน้ำหนักรถเปล่าจะอยู่ที่ประมาณ 213 กิโลกรัม และสามารถทำท็อปสปีดได้ที่ราวๆ 172.8 กม./ชม. หน้าจอเรือนไมล์เป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อระบบบลูทูธเข้ากับสมาร์ทโฟนได้ มีเบาะนั่งสูงเพียง 828 ม.ม. ซึ่งถือว่าไม่สูงมากสำหรับรถในสไตล์แอดเวนเจอร์ มีระบบน้ำทางและระบบตรวจเช็คลมยาง สุดท้ายนี้ราคานั้นยังไม่เปิด แต่ทว่าจะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สีแดง สีขาว และสีเทาครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดขาย Aprilia RS 660 Trofeo ให้คนทั่วไปแล้ว Aprilia RS 660 Trofeo เดิมทีเปิดตัวครั้งแรกในเดือนมกราคม 2021 หรือเมื่อต้นปีนี้นี่เอง มันคือสปอร์ตไบค์สำหรับขี่ในสนามเท่านั้น โดยมีนักแข่งใช้มันเพื่อหวังคว้าโพเดียมในศึก MotoAmerica และยังมีรายการแบบวันเมคเรซอย่าง Aprilia Racing RS 660 Trophy ในอิตาลีอีกด้วย แต่ที่น่าสนใจมากกว่าในตอนนี้คือค่ายรถแห่งโนเอลตั้งใจจะเปิดขายโมเดลสำหรับขี่ในสนามโมเดลนี้ให้กับลูกค้าที่ไม่ใช่นักแข่งด้วย สำหรับโมเดลสำหรับซิ่งในสนามคันนี้นั้นมีพื้นฐานมาจากรถโปรดักชันในชื่อเดียวกัน โดยยังคงมีเครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 660 ซีซีและเฟรมอลูมิเนียมน้ำหนักเบา แต่มีการเพิ่มเติมชิ้นส่วนที่ช่วยเสริมสมรรถนะ ไม่สนเรื่องของไอเสียหรือเรื่องมลภาวะทางเสียง ยังมีการตัดระบบที่ไม่จำเป็นออกอย่างไฟส่องสว่างและระบบเบรก ABS ดังนั้นจึงลดน้ำหนักไปได้อีกจำนวนนึง ทำให้น้ำหนักรถเปล่าเหลือเพียง 153 กิโลกรัมเท่านั้น ขณะที่แรงม้าเพิ่มเป็น 105 แรงม้า ทางค่ายยังได้ทำการปรับแต่งท่านั่งขับขี่ที่เดิมเหมาะกับการขับขี่บนท้องถนนให้เข้ากับการขับขี่สนามให้มากขึ้นอีกด้วย มีการใช้แผงคอบนที่สามารถติดตั้งแฮนด์จับโช้คที่สามารถปรับระดับได้ โช้คหน้าเป็น Adreani Misano ที่สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ได้ ด้านหลังเป็นโช้ค Öhlins AP948 ก็ดีกว่าของติดรถมา และสามารถปรับแต่งค่าต่างได้ๆ เช่นกัน ตัวรถยังมี ECU สำหรับแข่งขันเพื่อให้สามารถรีดสมรรถนะของเครื่องยนต์ออกมาให้ได้มากที่สุด พร้อมกับดึงสมรรถนะจากท่อ SC-Project มาอย่างเต็มที่อีกด้วย อย่างไรก็ดีชิ้นส่วนอย่างหน้าจอเรือนไมล์ TFT ของติดรถก็ยังคงอยู่ แต่มีการเพิ่มสวิตช์เกียร์ด้านซ้ายคล้ายกับปุ่มควบคุมของรถแข่ง MotoGP เข้ามาด้วย ครอบเบาะท้ายและการ์ดเบรกก็เพิ่มเข้ามาปิดท้ายแพ็กเกจให้ดูดีพร้อมออกจากเส้นสตาร์ทอย่าลงตัวครับ สำหรับสนนราคาค่าตัวนั้นอยู่ที่ราวๆ 557,000 บาท โดยคนที่สนใจสามารถเข้าไปสั่งจองได้ที่เว็บไซต์ของทางค่ายได้โดยตรง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สอบใบขับขี่บิ๊กไบค์ เพิ่มเกณฑ์อายุ แถมต้องสอบ 11 ท่า เรียกว่าเป็นประเด็นร้อนกันในตอนนี้เลยครับสำหรับวงการบิ๊กไบค์ กับเรื่องการ สอบใบขับขี่บิ๊กไบค์ ล่าสุด วันที่ 2 มิ.ย.2564 นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกำหนดเกณฑ์การอบรม และทดสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ หรือรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบมากกว่า 400 ซีซี ว่า กรมได้นำเสนอหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแล้ว แต่ปรากฏว่าเกือบทุกหน่วยงานได้มีการท้วงติง เรื่องการกำหนดอายุผู้ขอรับใบอนุญาตขับขี่บิ๊กไบค์ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่เคยมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยายนต์มาก่อน หรือมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยายนต์มาแล้วน้อยกว่า 2 ปี นายยงยุทธ กล่าวต่อว่า โดยมองว่าข้อเสนอของกรมที่กำหนดให้ต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ สามารถขอสอบรับใบขับขี่ได้นั้น ไม่เหมาะสม เพราะเห็นว่ามีอายุน้อยเกินไป ควรจะมีการปรับเพิ่มอายุให้มากกว่านี้ เนื่องจากเป็นรถขนาดใหญ่ที่ต้องใช้การตัดสินใจการขับขี่สูง กระทรวงจึงส่งหลักเกณฑ์กลับมายังกรมเพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุงใหม่อีกครั้ง “ทั้งนี้ จากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องความปลอดภัย และนำข้อมูลเรื่องใบขับขี่บิ๊กไบค์จากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมาพิจารณาประกอบพบว่า หลายประเทศ เช่น ประเทศแถบยุโรป และญี่ปุ่น กำหนดให้ต้องมีอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์จึงจะขอใบขับขี่บิ๊กไบค์ได้ ซึ่งกรมจึงเตรียมแก้ไขเกณฑ์อายุเป็น 24 ปีบริบูรณ์ คาดว่าจะเสนอเรื่องกลับไปให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นชอบได้ภายในสัปดาห์หน้า หากกระทรวงเห็นชอบ คาดว่ากรมจะสามารถออกประกาศ และบังคับใช้เกณฑ์ได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้แน่นอน” นายยงยุทธ กล่าว สำหรับเกณฑ์การขอรับใบอนุญาตขับขี่บิ๊กไบค์ จะแบ่งผู้ขับขี่ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1. ผู้ที่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ปกติอยู่ก่อนแล้ว และมีการครอบครองรถบิ๊กไบค์ ไม่น้อยกว่า 2 ปี สามารถมายื่นขอใบขับขี่ได้อัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องทดสอบการขับขี่ หรืออบรมภาคปฏิบัติ เนื่องจากมีประสบการณ์แล้ว โดยเจ้าของใบขับขี่จะต้องมีชื่อและนามสกุลตรงกับชื่อผู้ครอบครองของรถบิ๊กไบค์ กลุ่มที่ 2. ผู้ที่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ปกติอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งมีอายุไม่น้อยกว่า 2 ปี จะต้องเข้ารับการทดสอบขับขี่ และอบรมหลักสูตรการขับขี่บิ๊กไบค์ก่อน และกลุ่มที่ 3. กลุ่มที่ไม่เคยมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ประเภทใดมาก่อนเลย จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 24 ปีเต็ม จึงจะยื่นขอรับใบขับขี่บิ๊กไบค์ได้ และจะต้องเข้ารับการทดสอบขับขี่ และอบรมหลักสูตรการขับขี่บิ๊กไบค์ก่อน ส่วนเกณฑ์การอบรมนั้นจะต้องผ่านการอบรมกับกรมจำนวนรวม 12 ชั่วโมง แบ่งออกเป็นการอบรมภาคทฤษฎี จำนวน 2 ชั่วโมงและปฏิบัติจำนวน 10 ชั่วโมง โดยภาคทฤษฎี จำนวน 2 ชั่วโมง จะแบ่งการอบรมออกเป็น 5 บท คือ บทที่ 1 ผู้ขับขี่ จะอบรมเกี่ยวกับ การแต่งกายขณะขับขี่ การเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย จิตใจและมารยาทในการขับขี่ เทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้อง บทที่ 2 ยานพาหนะ ต้องศึกษาคู่มือก่อนการใช้งาน ส่วนประกอบและพื้นฐานการทำงานของรถ การตรวจเช็กก่อนการขับขี่ และการตรวจเช็กรถตามระยะทาง และการปรับแต่งรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่มีผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ บทที่ 3 สภาพแวดล้อมในการขับขี่ เกี่ยวกับเครื่องหมายจราจร และพื้นผิวถนน การขับขี่ในช่วงจราจรแออัดและสภาพอากาศไม่ปกติ และการศึกษาเส้นทาง และการใช้ระบบนำทาง บทที่ 4 การคาดการณ์อุบัติเหตุขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่บนท้องถนน และบทที่ 5 การปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ส่วนภาคปฏิบัติ 10 ชั่วโมง จะมีการอบรม และทำการทดสอบท่าขับขี่จำนวน 11 ท่า (สอบใบขับขี่บิ๊กไบค์) 1.การเบรกตามระยะที่กำหนด 2.การเบรกกะทันหัน 3.การทรงตัวบนทางคดเคี้ยวที่มีสิ่งกีดขวาง 4.การเข้าโค้งรูปแบบต่าง ๆ 5.การทรงตัวบนลูกระนาดและพื้นที่ขรุขระ 6.การทรงตัวบนกระดานแคบ 7.การทรงตัวบนพื้นที่ทางแคปรูป S 8.การทรงตัวบนพื้นที่ทางแคบรูป Z 9.การทรงตัวบนพื้นที่ทางแคบรูป 8 10.การหยุดและการขึ้นทางลาดชัน 11.การเปลี่ยนเกียร์ก่อนเข้าโค้ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีมีจำนวนบิ๊กไบค์ ที่จดทะเบียนทั้งสิ้น 216,547 คัน จากจำนวนรถจักรยานยนต์ทั้งหมด 21,284,775 คัน สำหรับใบขับขี่บิ๊กไบค์นั้นเบื้องต้นจะแตกต่างจากใบขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วไป โดยจะมีรูปรถบิ๊กไบค์แสดงในใบขับขี่ด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Chase 700 เน็กเก็ดไซส์กลาง ขุมพลังจีนแต่ใช้ของอิตาลีเพียบ ล่าสุดค่ายรถยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง QJ Motor ก็ได้ทำการเผยโฉม Chase 700 เน็กเก็ดระดับกลาง ในงานปักกิ่งมอเตอร์โชว์ 2021 เจ้าเชสคันใหม่นี้แตกต่างจากเชสรุ่นน้องๆ ก่อนหน้าที่มีซีซีน้อยกว่าอย่างสิ้นเชิงเพราะโมเดลใหม่นี้ไม่ได้ใช้เครื่องจากทาง Benelli แล้ว โดยขุมพลังที่ใช้จะเป็นเครื่องยนต์แบบ 2 สูบเรียงขนาด 693 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมแรงม้าสูงสุดมาที่ 75 แรงม้าที่ 8,750 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 68.2 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ แม้ว่าตัวเลขที่เห็นนี้จะใกล้เคียงกับเจ้า Benelli 752S แต่จริงๆ แล้วเป็นบริษัทจีนอย่าง Chunfeng ที่ผลิตให้ นอกจากขุมพลังที่ค่อนข้างน่าสนใจแล้ว ตัวรถยังมีสิ่งน่าสนใจมากกว่า อาทิ ระบบเบรก ซึ่งด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม.กับคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 4 พ็อด ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 260 ม.ม.กับคาลิเปอร์เบรก Brembo เช่นเดียวกัน และยาง Pirelli Angel GT ระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดเป็น LED เต็มระบบ และมีหน้าจอดิจิทัล LCD และแน่นอนว่ามาในพิกัดนี้คู่แข่งที่ตกเป็นประเด็นที่จะต้องเอามาเปรียบเทียบกันก็คงจะหนีไม่พ้น Yamaha MT-07, Kawasaki Z 650, Benelli 752S และ CFMoto CL-X อย่างแน่นอนครับ งานนี้ชอบใครเชียร์ใครไปเจ้านั้นเลย แต่เจ้านี้น่าจะมีทีเด็ดที่ราคาอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Speed Twin 2021 แรงขึ้น 3 ม้า พร้อมอัปเกรดช่วงล่างใหม่ เรียกว่าทยอยกันอัปเกรดรับ Euro5 กันทีละรุ่นๆ จนแทบจะครบทุกโมเดลแล้ว สำหรับรถจากแดนผู้ดี Triumph และในครั้งนี้เป็นคิวของเจ้า Speed Twin โมเดิร์นคลาสสิครุ่นใหญ่ที่ครั้งนี้ไม่ได้แค่ปรับปรุงในส่วนของเครื่องยนต์เพื่อให้ผ่าน Euro5 และสีสันภายนอกเท่านั้น ทางค่ายยังได้ทำการปรับปรุงช่วงล่างในหลายๆ จุดให้ดีขึ้นอีกด้วย ขุมพลังแรงไม่ตก เครื่องยนต์หรือขุมพลังนั้นจะยังคงเป็นเครื่องสองสูบเรียบขนาด 1,200 ซีซี มีการปรับปรุงในหลายจุดด้วยกัน อาทิ เพลาข้อเหวี่ยงน้ำหนักเบา อัลเทอร์เนเตอร์จากแร่แรร์เอิร์ธใหม่ มีการใช้ลูกสูบใหม่กำลังอัดสูงขึ้น ปรับปรุงพอร์ตไอดี ปรับแคมโปรไฟล์ใหม่ และเพิ่มระบบอากาศที่ 2 เข้ามา ทั้งหมดนี้ช่วยให้ไอเสียผ่านมาตรฐานใหม่ มีท่อไอเสียใหม่ที่เป็นทรงเมก้าโฟนหรือทรงปลายขยาย เชิดขึ้นปลายขึ้น และเปลี่ยนมาเป็นดีไซน์แบบปัดเงา มีดีไซน์แบบซ่อนตัวแคตไว้ด้านหลัง ทำให้ไม่โผล่ออกมาให้เกะกะสายตา ผลที่ได้จากการปรับปรุงในครั้งนี้ช่วยให้มีแรงเฉื่อยในระบบน้อยลง 17% จึงปั่นรอบได้เร็วขึ้น เร่งได้นานขึ้นจากเรดไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ได้แรงม้ามากขึ้นอีก 3 แรงม้า รวมเป็น 100 แรงม้าที่ 7,250 รอบ และมีแรงบิดที่กระจายตัวดีขึ้นในรอบกลางและรอบปลาย โดยให้แรงบิดสูงสุดที่ 112 นิวตันเมตรที่ 4,250 รอบ ซึ่งเทียบกับโมเดลเก่าแล้วจะพบว่าแรงบิดสูงสุดนั้นมาไวขึ้นกว่าเดิม 500 รอบ ช่วงล่างยกระดับ สำหรับช่วงล่างนั้นก็มีการปรับเปลี่ยนหลายจุดเช่นกัน เริ่มกันที่ระบบกันสะเทือน มีการอัปเกรดโช้คหน้า เป็นโช้คหน้าหัวกลับจาด Marzocchi ขนาด 43 ม.ม.พร้อมระยะยุบ 120 ม.ม. ซึ่งวิศวกรของทางค่ายเคลมมาว่าตอบสนองการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ส่วนด้านหลังยังคงเป็นโช้คหลังคู่สามารถปรับพรีโหลดได้พร้อมระยะยุบ 120 ม.ม. เช่นกัน ระบบเบรกเองก็เป็นส่วนที่ได้รับการอัปเกรดเช่นเดียวกัน โดยตอนนี้ใช้ระบบเบรกเป็น คาลิเปอร์เบรก Brembo M50 แบบ 4 พ็อดคู่กับจานเบรกคู่ Brembo ขนาด 320 ม.ม. ส่วนด้านหลังยังคงเป็น Nissin แบบ 2 พ็อดกับจานเบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. ซึ่งแน่นอนว่าให้แรงเบรกแรงจิกที่ดีขึ้น ยางเองก็เป็นอีกส่วนนึงที่มีการเปลี่ยน โดยหันมาใช้ Metzeler Racetec RR ซึ่งเป็นเกรดสูงกว่าเดิม ล้อเองก็เป็นล้อดีไซน์ใหม่แบบ 12 ก้าน ทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบา เทคโนโลยี ตัวรถมีเทคโนโลยีหลากหลาย แต่ยังถือว่าไม่สุด ไม่ท็อปตามแบบยุคสมัยนี้ แต่ก็ถือว่าไม่ขี้ริ้วขี่เหร่ ใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้า ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ตอบสนองได้ดี พร้อมกันนี้ยังได้ให้โหมดการขับขี่ที่หลากหลายสอดคล้องกับการใช้งานในสภาวะต่างๆ ทั้งยังปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกด้วย โดยมี 3 โหมด ได้แก่ Rain, Road และ Sport ซึ่งก็จะมีแม็พที่แตกต่างกันออกไป และสามารถเปลี่ยนโหมดได้ง่ายอีกด้วย มีระบบทอร์คแอสซิสต์คลัตช์ช่วยลดภาระ ผ่อนมือคลัตช์ที่หนักให้เบาลง ช่วยให้ขับขี่ทางไกล หรือขับขี่ระยะเวลานานๆ สบายขึ้น นอกจากนี้ยังมีชุดคลัตช์ที่เล็กลงช่วยให้มิติตัวรถตรงช่วงเครื่องยนต์นั้นแคบลง และยังช่วยป้องกันอาการล้อหลังสลิปเวลาเชนเกียร์ลงเร็วๆ อีกด้วย ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยก็จะมีระบบเบรก ABS และระบบแทร็คชันคอนโทรล ที่สามารถเปิดปิดได้อีกด้วย หน้าจอเรือนไมล์แบบผสม โดยจะมีดีไซน์แบบทรงกลมคู่ บอกข้อม฿ลต่างๆ ครบถ้วน พร้อมปรับเปลี่ยนการแสดงผลผ่านปุ่มที่แฮนด์บาร์ได้อย่างง่ายดาย ระบบไฟส่องสว่างด้านหน้าเป็นฮาโลเจน ส่วนไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ ไฟท้ายและไฟเลี้ยวเป็น LED นอกจากนี้ก็จะมีส่วนของฟังก์ชันความสะดวกสบายอาทิ ช่องจ่ายไฟแบบ USB และกุญแจอิมโมบิไลเซอรื หรือกุญแจฝังชิพ ดีไซน์พรีเมียม ในส่วนของรูปลักษณ์ดีไซน์นั้นมีการปรับเปลี่ยนในหลายๆ จุดช่วยเพิ่มความสวยงามแบบโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น โดยตัวยึดไฟหน้าก็จะทำสีอโนไดซ์มาเลย มีตัวยึดบังโคลนแบบใหม่ มีลายกราฟิกบนถังน้ำมันใหม่ ฝาถังน้ำมันมอนซ่า พร้อมถังน้ำมันอันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายขนาด 14.5 ลิตร เบาะนั่งแบบตอนเดียวยาว และกระจกปลายแฮนด์เช่นเดิม สำหรับโมเดลนี้ในส่วนของการออกแบบท่านั่งนั้นมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น นั่งสบายมากขึ้นจากการปรับตำแหน่งของพักเท้า โดยยื่นไปด้านหน้า 38 ม.ม. และลดต่ำลง 4 ม.ม. ซึ่งให้ท่านั่งที่ผ่อนคลายมากขึ้น และเหมาะกับคนร่างโย่งมากขึ้นด้วย นอกจากนี้เบาะนั่งเองก็ต่ำเพียง 809 ม.ม. ช่วยให้นั่งได้สบายและขับขี่ได้มั่นใจมากขึ้น เพราะขาคุณจะถึงพื้นได้มากขึ้น โดย Triumph Speed Twin 2021 จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สีสัน โดยสีสันจะมีให้เลือก 3 สีด้วยกัน สีสแตนดาร์ดจะเป็นสีดำ Jet Black ส่วนสีพรีเมียมเพิ่มเงินจะเป็นสีแดง Red Hopper

Ohvale GP-O Special Edition รุ่นพิเศษลาย Petronas ขายแค่ 46 คันเท่านั้น และนี่คือรถ Ohvale GP-O Special Edition รถแข่ง MiniGP รุ่นพิเศษลาย Petronas Sepang RacingTeam (PSRT) ที่จะขายแค่เพียง 46 คันเท่านั้น และจะจำหน่ายที่ราคา 9,600 ยูโร หรือราวๆ 366,000 บาท โดยสามารถสั่งได้ที่เว็บไซต์ www.ohvale.com เจ้าคันเล็กนี่มีเครื่องยนต์ขนาด 160 ซีซี วางบนแชสซีที่ถูกอัปเกรดขึ้นมาให้เหมาะกับนักบิดที่มีร่างกายสูงใหญ่ขึ้นมาหน่อย โดยจะมาในชุดสีแบบเดียวกับทีมแข่ง Petronas Sepang Racing Team ใน MotoGP ทั้งยังมีวิงก์เล็ต บังโคลนหน้าและแฟริ่งด้านหน้าทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ นอกจากนี้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่ใส่เข้าไปจะเป็นชิ้นส่วนที่ทำขึ้นจากการ CNC และมีการเคลือบสีดำเพื่อให้เหมือนกับรถแข่งจากทีมมากที่สุด เครื่องยนต์สูบเดียวนี้จะใช้คาร์บูเรตเตอร์จาก Dell’ orto ส่วนในท่อไอเสียจะเป็นของทาง Arrow และที่สำคัญคือรถทุกคันจะมาพร้อมอะไหล่สำรองและเครื่องมือต่างๆ อีกด้วย และที่แผงคอจะมีตัวเลขของแต่ละคันสลักอยู่โดยไม่ซ้ำกันอีกด้วย ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าจะเป็นโช้คของ Mupo และด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยว Ohlins ซึ่งสามารถปรับแต่งได้เต็มระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ในส่วนของระบบเบรกนั้น คาลิเปอร์เบรกและดิสก์เบรกจะเป็นของ J.Juan ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนยางจะเป็นยาง Pirelli Diablo Superbike กับล้อขนาด 10 นิ้ว ส่วนหน้าจอแสดงผลจะเป็น Alfano ซึ่งเป็นจอดิจิตอลสามารถเชื่อมต่อบลูทูธและมีระบบ GPS เพื่อบันทึกเวลาแล็ปได้ เรียกว่าเป็นรถที่น่าสนใจมากทีเดียวครับ สำหรับรถแข่ง MiniGP คันนี้ ใครเงินเหลืออยากให้ลูกหลานเป็นนักแข่งลองซื้อคันนี้มาฝึกซ้อมกันได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jason Dupasquier จากไปหลังอุบัติเหตุระหว่างควอลิฟาย 2 ในศึก Moto3 ที่ Mugello ขณะที่กำลังอยู่ในรอบควอลิฟายที่ 2 ของการแข่งขัน Moto3 ที่ Gran Premio d’Italia Oakley หรือที่ Mugello ก็เกิดอุบัติเหตุใหญ่ขึ้นและทำให้ Jason Dupasquier นักแข่งดาวรุ่งจากสวิตเซอร์แลนด์ได้จากโลกใบนี้ไป Dupasquier เป็นหนึ่งในผู้โชคร้ายที่อยู่ในอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างโค้งที่ 9 และ 10 และหลังจากนั้นก็มีการให้สัญญาณธงแดงตามมา หน่วยแพทย์และรถฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือทันทีและได้นำตัวเขาส่งโรงพยาบาล Careggi ด้วยเฮลิคอปเตอร์ ในเมืองฟลอเรนซ์ แม้ว่าเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะช่วยเหลือเขา แต่สุดท้ายทางโรงพยาบาลก็ได้ประกาศในเวลาต่อมาว่านักแข่งดาวรุ่งจากสวิตเซอร์แลนด์ได้จากเราไปแล้ว เขาเป็นนักแข่งที่เริ่มต้นฤดูกาลที่สองของเขาในการแข่งขัน Moto3 สามารถทำคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง และยังสามารถรั้งอยู่ในท็อป 10 ของตารางคะแนนได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ทางทีมงานก็ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมา ณ ที่นี้ด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MV Agusta F3 Rosso 2021 ปรับใหม่ เสริมเทคฯ เสริมแดง แต่ยังแรงเท่าเดิม ค่ายรถอิตาลีอย่าง MV Agusta เดินหน้าปรับปรุงโมเดลต่างๆ ในค่ายเพื่อให้รองรับ Euro5 ที่บังคับใช้ในปี 2021 นี้อย่างต่อเนื่อง และคราวนี้เป็นคิวของ MV Agusta F3 Rosso 2021 ซึ่งก็เหมือนโมเดลอื่นๆ ที่ใช้เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง ที่การปรับปรุงหลักๆ จะเป็นเรื่อง Euro5 และได้รับระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ เจ้าหนูแดงคันนี้จะได้ใช้เฟรมที่มีการเสริมความแข็งแรงเช่นเดียวกันกับโมเดลอื่นๆ และในส่วนของเครื่องยนต์นั้นก็จะมีการปรับแต่งให้รองรับ Euro5 ด้วยการปรับปรุงระบบหัวฉีดเพิ่มแรงดันมากขึ้น ออกแบบระบบไอเสียใหม่ และจูน ECU ใหม่ โดยแรงม้ายังคงเดิมที่ 148 แรงม้าที่ 13,000 รอบ ส่วนแรงบิดที่ 88 นิวตันเมตรก็ยังคงเดิม แต่มาถึงไวขึ้นที่ 10,100 รอบ (เร็วกว่าเดิม 500 รอบ) ออยล์คูลเลอร์แบบแผงคู่ นอกจากนี้แล้วยังมีปรับปรุงควิกชิฟเตอร์และแต่งชามคลัตช์ใหม่ ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็มีการอัปเกรดเพิ่มเติม ตอนนี้จะเป็นระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งและแทร็คชันคอนโทรลใหม่ที่ทำงานโดยอาศัยเซ็นเซอร์วัดมุมเอียงแล้ว นอกจากนี้ก็จะมีระบบกันล้อลอยตัว ระบบช่วยออกตัวและระบบครูซคอนโทรล หน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 5.5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อแอพพลิเคชัน MyRide ผ่านบลูทูธเข้ากับสมาร์ทโฟนได้ เพื่อใช้งานฟังก์ชันนำทาง ปรับแต่งค่าต่างๆ ของรถ และสามารถบันทึกข้อมูล ดึงข้อมูลมากใช้วิเคราะห์อาการต่างๆ รวมถึงแชร์ให้คนอื่นดูได้อีกด้วย เรื่องของดีไซน์ยังคงเป็นสไตล์สปอร์ตเต็มขั้น แต่มีความแดง แดง แดงยิ่งกว่าเดิม เป็นสีแดง Ago Red ตัดด้วยเครื่องยนต์และล้อสีดำ และปลายท่อสีทองแดง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CRF450R 2022 อัปเดตใหม่ เน้นช่วงล่าง และ ECU หลังจากได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์กันไปแล้วในปีล่าสุด มาครั้งนี้ Honda ได้ปรับเปลี่ยนส่วนอื่นๆ แทน โดยมีการปรับแต่งเล็กๆ น้อยๆ ใส่เข้าไปในโมเดลปีเก่า ช่วยให้มันขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น จากภาพคุณจะเห็นได้เลยว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยหากมองจากภายนอก แม้กระทั่งสีสันและกราฟิกยังคงเหมือนเดิมแบบยกมาจากคันเก่าเลย แต่ในความเป็นจริงมีการอัปเดตซ่อนอยู่ภายในหลายจุดเลยละครับ การอัปเดตโมเดล Honda CRF450R 2022 นี้จะเน้นหนักไปในเรื่องของระบบกันสะเทือนจากทาง Showa ทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้กับโมโตครอสสำหรับแข่งคันนี้ สำหรับด้านหน้านั้น โช้คหัวกลับขนาด 49 ม.ม.มีการปรับเปลี่ยนวาล์วโลว์สปีดของแสต็คชิมให้โช้คนั้นมีการหน่วงที่เฟิร์มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการปรับปริมาณของน้ำมันภายในให้น้อยลงเล็กน้อย จาก 388 ซีซีเป็น 380 ซีซี การปรับรีบาวด์นั้นปรับได้น้อยลง 2 สเต็ปจากเดิม 15 เป็น 13 สเต็ป แต่ทางด้านการปรับคอมเพรสชันยังคงปรับได้ 15 สเต็ปเช่นเดิม ส่วนโช้คหลังที่ใช้ Showa MKE AF2 นั้นได้มีการปรับให้มีการหน่วงที่เฟิร์มมากขึ้นในทุกช่วงความเร็วในการยุบตัว ขณะเดียวกันก็มีการปรับให้ปรับเซ็ตการรีบาวด์ได้มากขึ้นจากเดิม 8 สเต็ปเป็น 11 สเต็ป และการปรับโลวสปีดคอมเพรสชันนั้นลดลงจาก 12 สเต็ปเป็น 6 สเต็ปเท่านั้น ออกจากเรื่องของช่วงล่างไป โมเดลนี้ยังมีการปรับปรุงในเรื่องของ ECU มีการเปลี่ยนแปลงแม็ปปิ้งใหม่ทำให้รถในช่วงรอบต่ำถึงรอบกลางนั้นขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ในส่วนอื่นๆ ที่ดีอยู่แล้วจากโมเดล 2021 ก็จะยังคงเดิม ไม่ว่าจะเรื่องของเฟรมและซับเฟรมน้ำหนักเบา ถังน้ำมันไทเทเนียมขนาด 6.3 ลิตร ตลอดไปจนถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกันครับ อ่านข่าว Honda อื่นๆ ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Sniper 155 สปอร์ตโมเป็ด เทคฯ แน่น จากแดนกาตาล็อก คุณคาดหวังอะไรบ้างกับสปอร์ตไบค์พิกัดเริ่มต้น? เครื่องแรง สไตล์สวยงาม เทคโนโลยีความปลอดภัย หรือเรื่องอื่นๆ หรือว่าคุณแค่ต้องการรถที่มีสไตล์สปอร์ต ขับขี่ได้ง่าย ใช้งานในชีวิตประจำวันได้สะดวก? หรือจริงๆ สปอร์ตโมเป็ดก็อาจจะเพียงพอกับการใช้งานของคุณแล้ว ล่าสุดทางยามาฮ่าก็ได้ทำการเปิดตัว Yamaha Sniper 155 สปอร์ตโมเป็ดในพิกัดเริ่มต้นที่เป็นที่นิยมอย่างมากในยุคนี้ มันเป็นลูกผสมระหว่างสกู๊ตเตอร์และมอเตอร์ไซค์ มาในแชสซีแบบอันเดอร์โบน และมีถังน้ำมันใต้เบาะ ตลาดรถเซ็กเมนท์นี้ในอาเซียนนั้นถือว่ายามาฮ่าเป็นเจ้าตลาดอยู่ และเจ้า สไนเปอร์คันนี้มันก็คือ Exciter ซึ่งเป็นชื่อที่วางจำหน่ายในประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยด้วย โดยครั้งนี้ทางค่ายก็ปรับปรุงจนบอกได้เลยว่าเจ้านี่คือสปอร์ตโมเป็ดที่สปอร์ตมากที่สุดในตลาดรถอันเดอร์โบนแล้วก็ว่าได้ครับ เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องยนต์ที่ยกมาจาก YZF-R15 ดังนั้นเครื่องจึงเป็นเครื่องสูบเดียวขนาด 155 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ เด่นที่เทคโนโลยี VVA หรือวาล์วแปรผัน และมีการปรับจูนให้ต่างออกไป ทำให้ได้แรงม้าสูงสุดที่ 19 แรงม้า แทนที่จะเป็น 18 แรงม้าแบบเดียวกับ R15 ขับเคลื่อนผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ที่ปกติจะไม่มีในรถพิกัดเริ่มต้นแบบนี้ ตัวรถใช้แชสซีแบบอันเดอร์โบน ให้ท่านั่งหลังตรงขับขี่สบาย และยังสามารถวางสัมภาระขนาดเล็กไว้ตรงกลางระหว่างขาของคนขี่ได้อีกด้วย ขึ้นลงรถเองก็ทำได้ง่ายแบบเดียวกับสกู๊ตเตอร์ ระบบกันสะเทือนนั้นด้านหน้าจะเป็นโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มและโช้คเดี่ยว ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ล้อจะเป็นล้อแม็กขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ยางจะมีขนาด 90/80-17M/C 46P และ 120/70-17M/C 58P ตามลำดับ จุดเด่นอื่นๆ ก็จะมีหน้าจอ LCD แสดงผลแบบดิจิตอล ระบบไฟหน้าและไฟท้ายเป็น LED นอกจากนี้จะมีรุ่น Yamaha Sniper 155R ที่เพิ่มลูกเล่นเข้ามาให้แตกต่าง โดยระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 พ็อด มีระบบสมาร์ทคีย์และช่องจ่ายไฟแบบ 12 โวลต์ พร้อมกับสีพิเศษไทเทเนียมแบบด้านอีกด้วย ส่วนตัวสแตนดาร์ดนั้นจะมีให้เลือก 2 สี ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 75,000 บาท และรุ่น R จะอยู่ที่ประมาณ 78,800 บาทครับ (คิดจากค่าเงินเปโซ) คราวนี้สาวกชาวไทยก็ต้องมาลุ้นกันครับว่าโฉมนี้จะกลายมาเป็นโฉมใหม่ให้กับ Exciter ในบ้านเรามั้ยครับ อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GSX-S1000 Web Edition รุ่นพิเศษจากอิตาลีเพียง 5 คันเท่านั้น เน็กเก็ดไบค์ระดับเรือธงจากเมืองฮามามัตซึเปิดตัวไปได้ไม่นานเท่าไหร่ ล่าสุด ซูซูกิ อิตาลี ก็ทำการเปิดตัวโมเดลพิเศษในชื่อว่า GSX-S1000 Web Edition ที่มีผลิตเพียง 5 คันเท่านั้น และแต่ละคันจะไม่ซ้ำกันด้วยการติดแท็กและของแต่งที่ทำขึ้นมาแบบเฉพาะกิจ โดยสิ่งที่แตกต่างออกไปในโมเดลพิเศษนี้ก็จะได้แก่ ฟลายสกรีนสั้นด้านหน้า (หลังเรือนไมล์) บังโคลนหน้าและบังโคลนท้ายคาร์บอน ครอบเบาะท้ายหรือตูดมดพร้อมโลโก้บ่งบอกรุ่นพิเศษ Web Edition พร้อมตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นหรือตัวคันจิ 激 ที่อ่านออกเสียงว่า เกคิ ที่สื่อความหมายที่เข้ากับโมเดลนี้ได้ว่า ดุดัน นอกจากนี้ยังมีแผงคอบนที่จะมีระบุตัวเลขว่าเป็นคันที่เท่าไหร่ และโลโก้ Web Edition และตัวคันจิเกคิเช่นกัน สุดท้ายตัวรถถูกตั้งราคามาที่ 14,050 ยูโรหรือประมาณ 540,000 บาท และสามารถเข้าไปจับจองกันได้ที่ https://shop.suzuki.it/moto/nuova-gsx-s1000/ ครับ ขณะที่ผมเองทำคอนเทนต์นี้ก็พบว่ามีคนจองไปแล้ว 1 คันครับ ใครอยากได้ ก็รีบนะครับ ช้าหมดอดแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Zuma 125 2022 สกู๊ตเตอร์มาดดิบพร้อมลุย ยามาฮ่าอเมริกาเปิดตัว Yamaha Zuma 125 2022 สกู๊ตเตอร์ที่มาพร้อมมาดดิบดุดันพร้อมจะลุยแม้เส้นทางวิบาก โดดเด่นที่ไฟหน้าแบบไม่สมมาตรและความสามารถในการลุยทางฝุ่นแบบเบาๆ เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องบลูคอร์สูบเดียวขนาด 125 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผัน เพื่อให้มีกำลังใช้งานในทุกช่วงรอบความเร็ว แน่นอนว่ามันก็คือสกู๊ตเตอร์ที่ขี่ง่ายสะดวกสบายเพียงแค่บิดก็พร้อมจะไป จากการใช้ระบบคลัตช์แบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ และระบบขับเคลื่อนด้วยสายพาน ตัวรถจะมาพร้อมล้อขนาด 12 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กับยางแบบกึ่งฯ ไม่ใช่ยางใน ให้ภาพลักษณ์ดิบดุพร้อมลุย ระบบเบรกจะเป็นดิสก์หน้าเดี่ยวขนาด 230 ม.ม. และดิสก์เบรกหลังเดี่ยวเช่นกัน พร้อมกับระบบลิงก์เบรก ระบบกันสะเทือนจะเป็นโช้คหน้าเทเลสโคปิกและด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มและโช้คหลังคู่ ซึ่งให้ระยะยุบมา 79 ม.ม.ซึ่งทางค่ายระบุว่าเหมาะกับถนนทั่วไปและทางลูกรัง หรือก็คือขี่ถนนก็ดี ขี่ลุยเบาๆ เบาะๆ ได้ถ้าจำเป็น ในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกก็จะมีช่องเก็บของใต้เบาะนั้นสามารถเก็บหมวกเต็มใบได้ 1 ใบ มีช่องจ่ายไฟแบบ USB ที่ช่องเก็บของด้านหน้า หน้าจอ LCD และไฟหน้าแบบปรับได้ โดยจะวางขายทั้งหมด 2 สีคือสีน้ำเงินและสีดำด้าน ในสนนราคาที่ 3,699 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 116,000 บาท ดูราคาออกจะแรงไปหน่อย แต่ถ้ามาขายไทยแล้วราคาดีกว่านี้ก็จะเป็นโมเดลที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก