SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Prima Pramac ตามจีบ ‘บาสเตียนินี่’

Prima Pramac ทีมแซทเทิลไลท์ของค่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าออกมารับว่าตอนนี้ทางทีมสนใจที่จะตามจีบ เอเนีย บาสเตียนินี่ เข้ามาร่วมทัพ

2025 Ohvale GP7 ตัวแข่งของเด็กประถม??

2025 Ohvale GP7 ตัวแข่งของเด็กประถม?? พร้อมสานฝันเหล่านักบิดเยาวชนทั่วโลก โดย Ohvale Official แบรนด์ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์เรซซิ่งจากประเทศอิตาลี ทำการเผยโฉมตัวแข่งรุ่นใหม่ที่ใช้แข่งขันราายการ CIV Junior ของอิตาลี ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรี่ย์ของ FIM MiniGP World Series อย่าง 2025 Ohvale GP7 มินิซูเปอร์ไบค์ ที่มาพร้อมพื้นฐานเครื่องยนต์ขนาด 250 ซีซี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้นักแข่งได้สัมผัสและเรียนรู้ถึงเทคนิคการแข่งขันของจริง ทั้งบอดี้โพซิชั่น การเบรกลึก และไลน์เข้าโค้งเสมือนรถแข่งสมรรถนะระดับสูง  นอกเหนือจากตัวแข่งในรุ่น GP-0 160cc และ GP-2 190cc แล้ว เจ้า GP7 จะถูกบรรจุในคลาสใหม่ของของการแข่งขัน โดยตัวรถมีการประกอบออกแบบใหม่ทั้งหมด ทั้งโครงสร้างและระบบช่วงล่างถูกปรับปรุงเพิ่มเติมจาก GP-0 และ GP-2 อาทิ แชสซีและสวิงอาร์มอลูมิเนียมชุดใหม่ โช้คอัพด้านหน้าแบบอัพไซส์ดาวน์ ด้านหลังเป็นโช้คแต่ง Ohlins TTX เซ็ตติ้งได้เต็มระบบ ระบบเบรกให้เป็นดิสก์เบรกโฟลทติ้งขนาด 300 มม. และ 190 มม. ปั๊มเบรก Brembo GP4-RS ล้อ Marchesini หน้า-หลัง 17 นิ้ว ท่อ Akrapovic และยางสลิก Pirelli Diablo Superbike SC1 สเปคแบบเดียวที่เคยใช้ในรุ่นแข่ง GP-2 องค์ประกอบต่าง ๆ ของตัวแข่ง ในส่วนของบล็อกเครื่องยนต์เป็นแบบสูบเดียว 4 วาล์ว ขนาด 250 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ มีขนาดกระบอกสูบและช่วงชัก 52.4 x 49.5 มม. ส่วนระบบเกียร์เป็นชุดเกียร์บ็อกซ์ 5 สปีดพร้อมควิกชิฟเตอร์ เป็นเบสมาตรฐานสำหรับการแข่งขัน ซึ่งมองโดยรวมแล้วดูคล้ายคลึงกับตัวแข่งในรุ่น Moto3 ทีเดียว  สำหรับตัวแข่งขันดังกล่าวจะใช้ในการแข่งขันรุ่นของ CIV Junior ซึ่งเป็นรายการระดับเยาชนในอิตาลีที่อยู่ภายใต้การรับรองจาก FIM MiniGP World Series โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานักแข่งรุ่นใหม่โดยเฉพาะในคลาส MiniGP Italy Series 160 และรุ่น 190 ที่เป็นส่วนหนึ่งของ FIM  MiniGP โดยนักแข่งที่ประสบความสำเร็จในรายการนี้จะมีโอกาสก้าวเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกในอนาคต  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Isle of Man TT ประกาศจับมือ BMW ยกระดับ Safety Car

 Isle of Man TT ประกาศจับมือ BMW ยกระดับ Safety Car Isle of Man TT การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบสุดโหด ที่ถูกจัดการแข่งขันขึ้นทุกปีบนเกาะไอล์ออฟแมน ซึ่งเป็นเกาะกึ่งอิสระระหว่างอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ โดยจุดเด่นของการแข่งขันรายการนี้คือการใช้สนามแข่งที่เป็นถนนสาธารณะของเกาะไอล์ออฟแมนเป็นสนามจริง ด้วยระยะทางความยาวต่อรอบกว่า 60.72 กิโลเมตร ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการในการเปลี่ยนพาร์ทเนอร์ด้านความปลอดภัย โดยพาร์ทเนอร์รายใหม่นี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ค่ายใบพัดสีฟ้า BMW ที่จะเข้ามาแทนที่ค่ายรถดังจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง ‘Honda’ หลังจากที่แบรนด์ผู้ผลิตรายนี้ดำรงตำแหน่งพาร์ทเนอร์ด้านความปลอดภัยของการแข่งขันมานานกว่า 30 ปี (ตั้งแต่ปี 1977) โดยค่ายรถสัญชาติเยอรมันจะเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งตามข้อตกลงทาง BMW จะเป็นผู้จัดหารถจักรยานยนต์ให้กับเจ้าหน้าที่มาร์แชลประจำรายการ รวมไปถึงการจัดหารถยนต์หลากหลายประเภทสำหรับการใช้ในภารกิจด้านความปลอดภัยต่าง ๆ พอล ฟิลลิปส์ หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต Isle of Man กล่าวถึงข้อตกลงใหม่กับบีเอ็มดับเบิลยูว่า “ความปลอดภัยคือหัวใจของทุกสิ่งที่เราทำในรายการ TT และการมีพาร์ทเนอร์ที่สามารถช่วยเราทำให้คำมั่นนั้นเป็นจริงได้ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของงานนี้” “ทีมแพทย์ของเรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย และการที่พวกเขา รวมถึงเจ้าหน้าที่และมาร์แชลทุกคน ได้รับอุปกรณ์ที่ดีที่สุด ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้พวกเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด” “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีค่านิยมและวิสัยทัศน์ร่วมกันกับเราในการพัฒนารายการแข่งในอนาคต” นอกเหนือจากการสนับสนุนด้วยรถจักรยานยนต์แล้ว BMW ยังจัดหารถ SUV รุ่น X5 และ X3 หลายคัน รวมถึง X5M ขุมพลัง 616 แรงม้า ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นรถพยาบาลฉุกเฉิน (Medical Fast Response Car) ของการแข่งขันอีกด้วย โดย Safety Car คันนี้จะลงทำหน้าที่ในฤดูกาล 2025 ทันทีเป็นฤดูกาลแรก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปโดร อคอสต้า พร้อมแข่งสนามหน้า! หลังผ่าตัดผ่านฉลุย

เปโดร อคอสต้า พร้อมแข่งสนามหน้า! หลังผ่าตัดผ่านฉลุย เปโดร อคอสต้า นักแข่งดาวรุ่งคนสำคัญของทีมโรงงาน KTM ก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดอาการ Arm Pump ทันทีหลังจบการแข่งขันรายการ Spanish Grand Prix ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าอาการดังกล่าวมันเจ็บจนทรมานถึงขั้นที่เจ้าตัวยังแบมือลำบาก นักบิดเจ้าของหมายเลข 37 รายนี้ได้รับอนุญาตให้ลงสนามทำการแข่งขันในสุดสัปดาห์นี้รายการ French Grand Prix ที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส หลังจากการฟื้นตัวหลังผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งเจ้าตัวรู้สึกแฮปปี้เพราะเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ “ก็ดีนะ ถ้าพูดตามตรง” “สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นการผ่าตัดที่ง่าย และการฟื้นตัวก็ง่าย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ดังนั้นเราต้องรู้สึกพอใจ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลงแข่งในสภาพแบบนั้นหรอก” “เราก็ไม่สามารถโทษปัญหานี้ได้ทั้งหมดเช่นกัน “แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่าจากเดิมที่ผมแทบไม่เจ็บ หรือเจ็บเพียงเล็กน้อยหลังจบการแข่งขัน กลับกลายเป็นว่าผมทรมานมากจนถึงขั้นแบมือยังลำบาก “ด้วยเหตุนี้ มันไม่ง่ายเลยที่จะลงแข่งในสภาพแบบนั้น แต่ตอนนี้ก็ผ่านไปแล้ว เราเอาสิ่งนี้ออกจากกล่องคำถามของเราได้แล้ว ตอนนี้ก็ลุยกันต่อ” อคอสต้าลงแข่งในสนามที่หกของฤดูกาล 2025 สุดสัปดาห์นี้ โดยปัจจุบันอยู่อันดับที่ 10 ของตารางคะแนน มีอยู่ 33 คะแนน หลังจากที่เขาเปลี่ยนกลับมาใช้รถสเปคปี 2024 ของ KTM ในช่วงไม่กี่สนามที่ผ่านมาเพื่อพยายามเรียกฟอร์มกลับมา เอาใจช่วยนักบิดจากแดนกระทิงดุรายนี้ได้ในการแข่งขันรายการ Michelin® Grand Prix of France ที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศสในช่วงระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aleix Espargaro คอนเฟิร์ม “เครื่อง Honda ไม่ได้มีปัญหา”

Aleix Espargaro คอนเฟิร์ม “เครื่อง Honda ไม่ได้มีปัญหา” Aleix Espargaro นักบิดสัญชาติสเปนที่ได้ทำการประกาศรีไทร์จากการแข่งขันเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบันได้ทำหน้าที่ในการเป็นนักทดสอบรถจักรยานยนต์ (Test Rider) ให้กับทีม Honda ในฤดูกาล 2025 ซึ่งในการแข่งขันสนามเฆเรซ ประเทศสเปนที่ผ่านมา นักบิดจากแดนกระทิงดุรายนี้ก็ได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดเข้าร่วมทำการแข่งขันภายใต้ทีม Honda HRC Test Team ในการแข่งขันสนามดังกล่าวเจ้าตัวก็ทำได้ดีที่สุดด้วยการจบในอันดับที่ 14 ของตารางก่อนที่จะถูกกฎแรงดันลมยางเล่นงานบวกเพิ่มอีก 16 วินาที ทำให้นักบิดรายนี้หล่นไปจบในอันดับที่ 17 ของตาราง ซึ่งหลังจากที่จบการแข่งขัน อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่ ก็ได้ออกมาเผยว่าปัญหาใหญ่ที่ทีม Honda เผชิญอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาในด้านของเครื่องยนต์ แต่เป็นปัญหาเรื่องของ ‘แรงสั่นสะเทือน’ แม้การแข่งขันที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปนจะช่วยลดข้อด้อย กลบจุดอ่อนในเรื่องของเครื่องยนต์ที่ถูกติดตั้งในรถ RC213V เพราะลักษณะสนามมีเส้นทางที่ค่อนข้างคดเคี้ยว “แน่นอนว่าเรายังต้องพัฒนาส่วนเครื่องยนต์ต่อไป แต่ในมุมมองของผม เครื่องยนต์ไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด แต่ปัญหาหลักคือแรงสั่นสะเทือน” “ตอนที่ตามหลัง Marc อยู่สองรอบนั้น ผมตั้งใจมาก พยายามตาม พยายามเรียนรู้วิธีไล่ตามให้ได้ ในช่วงเบรกหนัก รถ Honda ทำได้ดี แต่ในโค้งเร็ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตาม Ducati ได้ เพราะแรงสั่นสะเทือนมันรุนแรงมาก” “ตรงจุดนั้นเรายังขาดอยู่ เราต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น” เหล่านักแข่งทีมฮอนด้า ทั้งทีมโรงงาน และทีมแซทเทิลไลท์จะลงทำการแข่งขันในสนามที่ 6 ของฤดูกาลในรายการ Michelin® Grand Prix of France ที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศสในช่วงระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สรรพาสามิตประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร หวังหนุนรายได้เข้ารัฐบาล

สรรพาสามิตประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร หวังหนุนรายได้เข้ารัฐบาล สรรพาสามิตประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมาทางเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 42) พ.ศ. 2568 โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (7 พฤษภาคม 2568) เป็นต้นไป  พร้อมระบุเหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลง สมควรเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประเภทน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล เพื่อให้รัฐมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น อันเป็นการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศและเสถียรภาพทางการคลังของรัฐ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ดร.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงกรณีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมาว่า “เป็นการช่วยให้สถานการณ์การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตดีขึ้น เนื่องจากการจัดเก็บภาษีรถยนต์ตามมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ทำให้รายได้ยังต่ำกว่าเป้าหมายค่อนข้างมาก โดยการปรับขึ้นภาษีน้ำมันสูงสุดลิตรละ 1 บาท จะช่วยให้กรมจัดเก็บรายได้เพิ่มเดือนละ 2,900 ล้านบาท” ทั้งนี้ การปรับขึ้นภาษีน้ำมันไม่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันขายปลีก เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้กระทรวงพลังงาน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเพื่อปรับลดเงินนำส่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อไม่ให้การปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันมีผลกระทบต่อราคาขายปลีก อัตราการขึ้นภาษีราคาน้ำมันที่ประกาศใหม่ ประเภทน้ำมัน อัตราภาษีเดิม อัตราภาษีใหม่ ส่วนต่าง น้ำมันเบนซิน 95 6.50 บาท/ลิตร 7.50 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 1 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E10) 5.85 บาท/ลิตร 6.75 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.90 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 (E10) 5.85 บาท/ลิตร 6.75 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.90 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E20) 5.20 บาท/ลิตร 6.00 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.80 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E85) 0.975 บาท/ลิตร 1.125 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.15 บาท น้ำมันดีเซล 5.99 บาท/ลิตร 6.92 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.93 บาท แม้ทางรัฐบาลจะยืนยันว่าไม่กระทบประชาชนแน่นอนสำหรับการขึ้นภาษีในครั้งนี้ สาวก SuperBike Thailand คิดเห็นกันอย่างไรก็มาพูดคุยกันได้นะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

The Rohorn Racer รถสองล้อ เหยียดขาซิ่งจากปี 80

The Rohorn Racer รถสองล้อ เหยียดขาซิ่งจากปี 80 ใช่หรือไม่ใช่..ก็คงแล้วแต่จะคิด แต่นี่คือรถคัสตอมคันแรกคันเดียวในโลกที่สร้างขึ้นจากยุคปี 80 อย่าง The Rohorn Racer ของชายที่มีชื่อว่า Robert Horn เขาไม่ใช่วิศวกร เขาไม่ใช่ซีอีโอค่ายรถใด ๆ ทั้งสิ้น โรเบิร์ตก็แค่ชายธรรมดาบ้าน ๆ คนหนึ่งที่เอาเครื่องยนต์ฮาลี่ย์ถอดมาประกอบบนโต๊ะ แล้วก็สร้างรถแนว Recumbent Bike หรือรถจักรยานนอนขี่อย่าง Rohorn Racer และก็ทำมาออกได้ดีทีเดียว แรงบันดาลใจเกิดจากความ ‘น่าเบื่อ’ ด้วยอิทธิพลในวัยเด็กของโรเบิร์ตที่เขาเกิดในยุค 60 ซึ่งเป็นยุคสมัยแห่งความก้าวหน้าในเรื่องของยานอวกาศ บวกกับความน่าเบื่อของรถมอเตอร์ไซค์ฝนยุคนั้นที่ผลิตขายซึ่งมีจุดเปลี่ยนเพียงกราฟิกด้านนอก และปรับแรงม้าเพิ่มเติมเล็กน้อยจากการลดไซส์ก้านและบ่าวาล์วเท่านั้นเพื่อที่จะขายภาพลักษณ์ (ยุคของคาเฟ่เรเซอร์) โรเบิร์ตจึงมองว่าอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ในช่วงนั้นส่วนใหญ่ค่อนข้างขาดแรงบันดาลใจและความกระตือรือร้นใส่ใจกับสิ่งนี้ โรเบิร์ต จึงได้ประยุกต์คัสตอมรถสองล้อรุ่นใหม่ที่ไม่เหมือนใครในแบบลักษณะคล้ายคลึงกับเครื่องบิน จริง ๆ ตอนนั้น..แกก็อยากสร้างเครื่องบินแต่ไม่งบ จึงทำรถสองล้อนี่แหล่ะ..และยัดระบบแอโรไดนามิกเจ๋งๆ ใส่เข้าไป รวมถึงตัวแชสซีโครงรถนั้นออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยยึดแบบตัวอย่างจากหนังสือแคตตาล็อกที่ชื่อว่า Aircraft Spruce & Specialty ซึ่งโรเบิร์ตไม่ได้มีความรู้ในการสร้างรถสองล้อเลยแม้แต่น้อย จุดเด่นของเจ้า RoHorn Racer ประกอบไปด้วย  โครงสร้างแบบ Recubent (รถทรงเอนหลังขี่) ออกแบบเชื่อมใหม่ทั้งหมด ใช้พวงมาลัยสองล้อ สามารถเลี้ยวได้ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง  ช่วงล่างออกแบบใหม่ ไม่ได้โช้คทั่วไป  มีทั้งในเวอร์ชันของเครื่องยนต์สันดาปและเครื่องยนต์ไฟฟ้า สำหรับเครื่องยนต์มีหลายรุ่นบล็อกด้วยกันที่นำมาใช้ในโมเดลรุ่นนี้ ทั้งรุ่น Sportster 883 (1988) แบบ V-Twin ในรุ่นแรก, FXRS-SP Big Twin สำหรับแข่งขัน (ถูกยกเลิกใช้งานเพราะเครื่องยนต์ใหญ่เกินไป), Heinzmann Electric Hub Motors 2 ชุด สำหรับเวอร์ชันไฟฟ้า, Kawasaki EX500 และเครื่องยนต์ 2 จังหวะขนาด 23 ซีซี หรือไซส์เล็กนั่นเอง  ด้วยการออกแบบทั้งหมด ทำให้เจ้าโมเดลรุ่นนี้ดูไม่เหมือนใครแถมยังน่าขี่ โดยเฉพาะออกทริปทีเดียว แต่เห็นลักษณะจากระบบกันสะเทือนดูแล้วหลังคงระบมอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดีรุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่ค่อยมีที่ไหนและไม่มีที่ไหนคิดจะมีเช่นกัน หรือแฟน ๆ จะลองคัสตอมดูบ้างไหมหล่ะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Volonaut Airbike ยานบินสองล้อ ของจริงหรือ..ตัดต่อ?

Volonaut Airbike ยานบินสองล้อ ของจริงหรือ..ตัดต่อ? ใครมันจะไปคิดไปฝันว่าซักวันนึงมันจะมียานพาหนะสองล้อที่สามารถบินได้เหมือนในภาพยนต์ Star Wars ในชีวิตจริงกันหล่ะครับ หรือนี่…เรามาถึงในยุคของอนาคตแล้วหรือไม่? ยังไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ ๆ ผู้ผลิตอย่าง Volonaut Airbike ได้ทำการเผยแพร่คลิปวิดีโอการสาธิตขับขี่เจ้ามอเตอร์ไซค์บินได้ หรือ Hover Bike รุ่นใหม่ล่าสุดที่สามารถล่อนไปในอากาศได้อย่างอิสระ นี่ไม่ใช่เพียงภาพเหตุการณ์ในหนังที่คุณได้ชมเท่านั้น นี่คือรถซูเปอร์ไบค์ในฉบับเวอร์ชัน “บินได้” ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไอพ่นแบบโดยสารคนเดียวที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 200 กม/ชม. ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ควบคุมการบิน ช่วยให้สามารถลอยตัวได้อัตโนมัติและควบคุมได้ง่ายแม้ผู้ขับขี่มือใหม่ ประกอบกับขาตั้งด้านล่างที่สามารถรองรับการยกตัวและลงจอดได้อย่างนุ่มนวล ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยทีมงานชุดเดียวกับที่เคยสร้างโดรนบินในรุ่นของ Jetson One มาแล้วนั่นเอง และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับความโดดเด่นในลักษณะแตกต่างกันออกไปด้วยดีไซน์แบบเปลือย เปิดโล่งเสมือนมอเตอร์ไซค์ส่วนตัว อีกทั้งยังมอบทัศนีภาพการมองเห็นแบบ 360 องศา ส่วนในเรื่องของโครงสร้างตัวรถรุ่นนี้ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูง ให้คุณสมบัติความแข็งแรง ทนทานและน้ำหนักเบา เบากว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปถึง 7 เท่า  และด้วยขนาดที่คล่องตัวกว่าโดรนบินทั่วไป จึงทำให้ยานบินลำนี้สามารถเดินทางในที่แคบ ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยโปรเจ็กต์นี้เพิ่งถูกเปิดเผยหลังจากอยู่ในช่วงพัฒนาแบบ “ลับสุดยอด” โดย Tomasz Patan นักประดิษฐ์และผู้ประกอบการชาวโปแลนด์ คงมีความคืบหน้ามาอัปเดตให้เราชมเรื่อย ๆ ของจริงหรือ..ตัดต่อ? อย่างไรก็ตาม ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด จึงทำให้เกิดกระแสการคาดเดาต่าง ๆ นานาว่า ในคลิปที่เผยแพร่ออกมาเป็นการทดสอบจริงหรือเป็นเพียงการตัดต่อเท่านั้น เพราะอย่างไรเทคโนโลยีการตัดต่อแนวนี้ก็สามารถทำได้ง่ายเช่นกัน ประเด็นนี้จึงยังคงถกเถียงออกเป็นสองฝั่ง โดยมีข้อมูลโต้เถียงจากแหล่งข่าวนี้ คลิ๊กที่นี่ แต่แน่นอนการมีอะไรที่แปลกใหม่เกิดขึ้นคงเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ชมอย่างเรา ๆ ใช่หรือไม่ ? หากใครต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ทางเว็บไซค์โดยตรง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Gigi Dall’Igna ผิดหวังเป้กโก้ เหตุฟอร์มไม่เป็นไปตามที่หวัง

Gigi Dall’Igna ผิดหวังเป้กโก้ เหตุฟอร์มไม่เป็นไปตามที่หวัง Gigi Dall’Igna นายใหญ่หัวเรือของทีม Ducati ออกมาเผยประเมินฟอร์มการขับขี่ของสามนักแข่งที่โดดเด่นมากที่สุดในชั่วโมงนี้อย่าง ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า, อเล็กซ์ มาร์เกซ และนักแข่งเจ้าของหมายเลข 93 อย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ สองพี่น้องตระกูลมาร์เกซ อย่าง ‘อเล็กซ์ และมาร์ก’ ทำผลงานอย่างโดดเด่นแม้จะผ่านการแข่งขันไปเพียง 5 สนามในฤดูกาล 2025 แต่อีกฟากนึงกับนักแข่งสัญชาติอิตาลีอย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ที่ดูเหมือนว่าการแข่งขันในฤดูกาลนี้จะยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ออกมาดีเท่าที่ควร แม้จะการันตีด้วยการที่ได้ยืนโพเดียม (เกือบทุกสนาม พลาดในสนามที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำได้ที่สุดเพียงแค่จบอันดับ 4 เท่านั้น) และยืนอยู่ในอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนแชมป์โลกสะสมได้ 120 คะแนน ก็ตามที “เป็กโก้ทำผลงานได้ต่ำกว่าคาด เนื่องจากเขาเคยทำให้เราคุ้นเคยกับฟอร์มที่แข็งแกร่งในวันอาทิตย์ มากกว่าวันเสาร์” ดัลลิญญากล่าว “แต่สิ่งที่น่าผิดหวังคือ แม้เขาจะแสดงความมุ่งมั่นและดุดันอย่างยอดเยี่ยมในรอบแรกของการแข่งขัน แต่ในจังหวะเพซเรซ เขากลับขาดความเฉียบคมที่เราทุกคนคาดหวังไว้ รวมถึงไม่มีช่วงฟอร์มพีคที่จำเป็นในการกลับมาท้าทายตำแหน่งแชมป์ แต่อย่างไรก็ตาม มองในแง่ของคะแนนสะสม เขาได้อันดับสามซึ่งเป็นแต้มที่มีค่า แต่ความจริงก็คือเราจำเป็นต้องพัฒนาต่อไปอย่างเร่งด่วน” โดยปัจจุบันจ่าฝูงในอันดับตารางคะแนนตอนนี้ได้แก่ อเล็กซ์ มาร์เกซ ด้วยคะแนนสะสม 140 คะแนนนำหน้าพี่ชายของเจ้าตัวอย่างมาร์ก มาร์เกซ เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ทางด้านของนักแข่งสัญชาติอิตาลีหมายเลข 63 ที่เปิดฤดูกาล 2025 ด้วยฟอร์มที่ยังไม่ค่อยร้อนแรงนัก ปัจจุบันตามหลังจ่าฝูงอยู่ 20 คะแนนก่อนการแข่งขันที่สนาม Le Mans ในช่วงระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เธอต้องมีฉัน ! LCR Team ยันอยู่คู่ฮอนด้าต่อไปแม้จะมีเปลี่ยนกฎในปี 2027

เธอต้องมีฉัน ! LCR Team ยันอยู่คู่ฮอนด้าต่อไปแม้จะมีเปลี่ยนกฎในปี 2027 LCR Team และค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Honda ถือเป็นพันธมิตรน้ำดีกันมาอย่างยาวนาน และมีแนวโน้มที่จะเป็นคู่บุญกันแบบนี้ต่อไป แม้จะมีการเปลี่ยนกฎการแข่งขันใหม่ในปี 2027 ก็ตาม ลูซิโอ เชคคิเนลโล อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี และหัวหน้าทีม LCR ได้ออกมาเผยกับสื่อตาลี GPOne เกี่ยวกับการที่ทีมได้ต่อสัญญาปัจจุบันกับ Honda ไปจนถึงสิ้นปี 2026 และมีตัวเลือกในการอยู่ต่อในปี 2027 หากมีการลงนามในข้อตกลงใหม่กับ Dorna Sports “สัญญาของเรากับทีม HRC (Honda Racing Corporation) ตามเดิมจะหมดสัญญาลงในช่วงสิ้นปี 2024 แต่เราก็ไม่รอช้าสำหรับเรื่องนี้ ทางเรา (LCR) ต่อสัญญาไปแล้วตั้งแต่ช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา สำหรับอีกสองปีข้่างหน้าคือปี 2025 และ 2026” “ไม่เพียงแค่ต่อสัญญาเพิ่มอีก 2 ปี แต่เรายังมีสัญญาข้อตกลงสำหรับปี 2027 เพิ่มอีกด้วย แต่ข้อตกลงนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อทางเราได้รับการยินยอมจากทาง Dorna Sport ให้ทีมเข้าร่วมแข่งขันภายใต้กฎใหม่ในปี 2027”  “และเมื่อข้อตกลงดังกล่าวได้รับการยินยอม จะทำให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งของกริดสตาร์ทในการแข่งขัน MotoGP ต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2027 ถึงปี 2031” ซึ่งข้อตกลงในการเข้าร่วมการแข่งขันไม่เพียงเฉพาะทีม LCR แต่ทีมอื่น ๆ เองก็ต้องได้รับการยินยอมจากทาง Dorna Sport เช่นเดียวกัน ซึ่งภายใต้การเปลี่ยนกฎการแข่งขันจะเปลี่ยนเครื่องยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันจากเดิม 1000 ซีซี เหลือเพียง 850 ซีซี เท่านั้น และยังรวมไปถึงการลดบทบาทในด้านของอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ ในด้านของอากาศพลศาสตร์ (Aero Dynamic) และการห้ามใช้ในส่วนของอุปกรณ์ปรับความสูงของตัวรถ โดยทางค่ายปีกนกเองก็หวังว่าภายในการปรับเปลี่ยนกฎใหม่ในการแข่งขันปี 2027 นี้จะทำให้ทางค่ายได้กลับมายืนอยู่ในจุดเริ่มต้นของการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ในช่วงหลังมานี้ทางค่ายเองก็ประสบปัญหาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับตัวรถ และเทคนิคต่าง ๆ อย่างไรก็ตามในการแข่งขันฤดูกาล 2025 นี้หลังผ่านการแข่งขันไปทั้งสิ้น 5 สนาม ถือว่าเป็นการเริ่มต้นปฏิทินการแข่งขันได้อย่างน่าสนใจ เพราะนักแข่งหมายเลข 5 ของทีม Castrol Honda LCR อย่าง โยฮันน์ ซาร์โก้ก็สามารถฝ่าธงหมากรุกในตำแหน่งท็อปไฟว์ได้ในการแข่งขันสนามที่ประเทศกาตาร์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Johann Zarco – ‘พัฒนาแค่คนขี่ เครื่องยนต์ยังไม่ต้อง’

Johann Zarco – ‘พัฒนาแค่คนขี่ เครื่องยนต์ยังไม่ต้อง’ Johann Zarco จอมเก๋าของทีม CASTROL Honda LCR ทีมเมทของ ‘ก้อง’ สมเกียรติ จันทรานักบิดสัญชาติไทยในการแข่งขันรายการ MotoGP ในฤดูกาล 2025 โดยนักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้ออกมาเผยว่าการปรับเซ็ตตัวรถ RC213V ในปัจจุบันสามารถทำตัวเขาขับขี่ได้ดีขึ้น พร้อมยืนยันว่าเครื่องยนต์ใหม่ยังไม่ใช่สิ่งจำเป็นในตอนนี้  นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้เผยว่าเขาพร้อมที่จะรอเครื่องยนต์แบบใหม่จากทางฮอนด้า แม้การพัฒนาครั้งใหญ่จะต้องรอถึงปี 2027 ก็ตามที โดยซาร์โก้เผยว่าเขาสามารถพัฒนาในด้านของความรู้สึกของตัวรถ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างชัดเจนในระหว่างการทดสอบ MotoGP หลังจบการแข่งขันที่เฆเรซ ประเทศสเปน “ในการแข่งขันสนามล่าสุด (เฆเรซ) ผมคิดว่ามันเป็นสุดสัปดาห์ที่ยากสำหรับผม ดังนั้นในการทดสอบผมจึงลองปรับเซ็ตรถเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา เพราะมันค่อนข้างมันหายไปเยอะ แต่แค่เปลี่ยนบางจุดเล็ก ๆ ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ และตั้งแต่รันที่สองเราก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้ว” “หลังจากนั้นเราก็ทดสอบในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม ผมยังไม่ได้ลองเครื่องยนต์ใหม่ เพราะตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้ สิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว และเรายังรู้สึกว่ายังพัฒนาต่อได้อีก โดยเฉพาะในเรื่องความรู้สึกของเอนจิ้นเบรก และการเข้าใจช่วงจากเบรกถึงจุดเข้าโค้งให้ดีขึ้น” “ผมไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเมื่อไรจะได้ใช้ และผมก็ไม่อยากรู้ด้วย เพราะตอนนี้ผมอยากโฟกัสกับความรู้สึกที่กำลังพัฒนาขึ้นกับรถ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ผมแข็งแกร่งที่สุดสำหรับการแข่งขันในสนามต่อไป” โดยปัจจุบันผลงานโดยรวมของนักแข่งจากทีมฮอนด้าทั้ง 4 คน ซาร์โก้ ถือว่าเป็นนักแข่งที่มีผลงานดีที่สุดในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวอยู่ในอันดับที่ 7 ของตาราง สะสมได้ 43 คะแนน นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้จะลงทำการแข่งขันที่สนามบ้านเกิดของตัวเอง ในรายการ Michelin® Grand Prix de France ที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส ในระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม – 11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก