SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2026 Ducati DesertX V2

Ducati DesertX V2 ปี 2026 มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ 890cc และน้ำหนักที่เบาลงกว่ารุ่นเดิมเกือบ 10 กิโลกรัม เช็กสเปกและกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่นี่

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ราชกิจจาฯ จำกัดความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ถนนกทม. เว้น 13 เส้นทาง

ราชกิจจาฯ จำกัดความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ถนนกทม. เว้น 13 เส้นทาง ราชกิจจาฯ ประกาศแล้วสำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็ว หรือชื่นชอบในการขับขี่แบบเร้าใจน่าจะต้องถึงเวลาที่ทุกท่านต้องขับขี่ด้วยความปลอดภัยกันแล้ว เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2567 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่าด้วย ‘การจำกัดความเร็ว และห้ามใช้เสียง ในเขตกรุงเทพมหานคร’ โดยมีรายละเอียดเนื้อหาดังนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ดำเนินการรณรงค์และกวดขันวินัยจราจร เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนบริเวณพื้นที่แหล่งชุมชน และสถานที่ราชการสำคัญปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของการจราจร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 (38) และ 139 (6) (20) แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 38 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 62/2566 ลงวันที่ 25 ม.ค.2567 แต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติราชการแทนเป็นหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร จึงได้ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการจำกัดความเร็วและห้ามใช้เสียง ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2567” ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 3 จำกัดอัตราความเร็วของรถไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และห้ามใช้เสียงบริเวณโดยรอบเขตพระราชฐาน ดังต่อไปนี้ ลำดับที่ เส้นทางที่กำหนด 1 ถนนราชดำเนินใน 2 ถนนหน้าพระธาตุ 3 ถนนพระจันทร์ 4 ถนนหน้าพระลาน 5 ถนนสนามไชย 6 ถนนกัลยาณไมตรี 7 ถนนท้ายวัง 8 ถนนมหาราช 9 ถนนราชินี 10 ถนนเศรษฐการ   ข้อ 4 จำกัดอัตราความเร็วของรถไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนทุกสายในเขตกรุงเทพมหานคร ยกเว้นถนนดังต่อไปนี้ ลำดับที่ เส้นทางที่กำหนด 1 ถนนวิภาวดีรังสิต 2 ถนนบางนา – ตราด 3 ถนนศรีนครินทร์ 4 ถนนพหลโยธิน 5 ถนนรามอินทรา 6 ถนนราชพฤกษ์ 7 ถนนบรมราชชนนี 8 ถนนกัลปพฤกษ์ 9 ถนนร่มเกล้า 10 ถนนสุวินทวงศ์ 11 ถนนแจ้งวัฒนะ 12 ถนนพระรามที่ 3 13 ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (ตัดใหม่)   ข้อ 5 ข้อบังคับนี้มีให้ใช้บังคับกับรถที่กำหนดอัตราความเร็วในกฎกระทรวงไม่เกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ข้อ 6 บรรดา ข้อบังคับ ประกาศ ระเบียบใดที่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ยกเลิกโดยใช้ข้อบังคับนี้แทน ยกเว้นข้อบังคับ ดังต่อไปนี้ ข้อ 6.1 ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานครว่าด้วยการกำหนดอัตราความเร็วของรถ พ.ศ.2561 ข้อ 6.2 ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานครว่าด้วยการจำกัดความเร็ว และห้ามใช้เสียงบริเวณโดยรอบเขตพระราชฐาน (901 แลนด์) พ.ศ.2564   สรุป ราชกิจจาฯ ออกประกาศควบคุมความเร็วของรถกำหนดที่ไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนทุกสายในเขตกรุงเทพมหานคร จะเว้นเพียง 13 เส้นทางที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้า และกำหนดความเร็วของรถไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมกับการห้ามใช้เสียง หรือส่งเสียงดังเกินกำหนดในบริเวณเขตพระราชฐาน ทั้งนี้ก็เพื่อการเน้นย้ำถึงมาตรการจัดการจราจรในเขตเมืองใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด และเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้การเดินทางของประชาชนมีความสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้นในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Aleix Espargaro จากนักบิด MotoGP สู่ Pro-Tour

2025 Aleix Espargaro จากนักบิด MotoGP สู่ Pro-Tour 2025 Aleix Espargaro จาก MotoGP สู่ Pro-Tour อดีตนักบิด MotoGP ทีมชาติอาพริเลีย เตรียมเข้าร่วมทีมปั่นจักรยาน Lidl-Trek ในปีหน้า หลังเพิ่งประกาศเลิกแข่งมอเตอร์ไซค์เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งอเล็กซ์ เคยคว้าชัยชนะใน MotoGP ได้ 3 ครั้งตลอดอาชีพ 15 ปีบนรถจักรยานยนต์ @aleixespargaro Hello @Lidl-Trek family 💙❤️💛 . Muy feliz de formar parte de este proyecto en este mundo que tanto me mola!! Let’s go buddies 🚀. #aleixespargaro #deportesentiktok #ciclismo #41 #lidltrek #procycling ♬ Get Ready – Steve Aoki Vocal Radio Edit – 2 Unlimited นักบิดวัย 35 ปีจะเริ่มสัญญากับ Lidl-Trek ตั้งแต่ต้นปี โดยเขาจะเข้าร่วมทีมในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์สำหรับการแข่งขันจักรยานระดับ “Prestigious” ซึ่งยังไม่ได้ระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน นอกจากหน้าที่ในทีม Lidl-Trek แล้ว เขายังรับตำแหน่งใหม่ในฐานะนักทดสอบให้กับโครงการ MotoGP ของ HRC อีกด้วย ซึ่งเขาเริ่มต้นบทบาทนี้ในการทดสอบอย่างเป็นทางการที่บาร์เซโลนาเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจบการแข่งขัน Solidarity Grand Prix ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล MotoGP “ผมตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมครอบครัว Lidl-Trek ซึ่งเป็นบ้านของนักปั่นจักรยานที่ดีที่สุดในโลกบางคน” เอสปาร์กาโรกล่าว “หลังจากที่ผมบาดเจ็บที่หลังจนต้องเลิกวิ่ง ผมจึงหันมาปั่นจักรยานเพื่อการฟื้นฟูและการฝึกซ้อม “เมื่อเวลาผ่านไป มันกลายเป็นมากกว่าการเตรียมตัว แต่มันกลายเป็นความหลงใหลของผม “การใช้ชีวิตในอันดอร์รา ทำให้ผมได้สร้างมิตรภาพกับนักปั่นมืออาชีพหลายคน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมฝึกซ้อมในระดับที่สูงขึ้น” เพื่อนร่วมทีมใหม่ของเขาประกอบด้วยผู้ชนะ Giro d’Italia อย่าง เทา จีโอเกแกน ฮาร์ต, นักปั่นชาวเบลเยียม ทิม เดอแคลร์ค และแชมป์โลกประเภทถนนปี 2019 แมดส์ พีเดอร์เซน “การทำงานร่วมกับ อเล็กซ์ จะเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากสำหรับเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักปั่นรุ่นใหม่ของเรา” ลูกา เกอร์ซิเลนา ผู้จัดการทั่วไปของ Lidl-Trek กล่าว “เรารู้ว่าเขาเป็นนักปั่นที่แข็งแกร่งและมีความหลงใหล แต่เขายังนำประสบการณ์และมุมมองที่แตกต่างมาสู่ทีมได้ เขาสามารถช่วยให้นักกีฬารุ่นใหม่ของเราเข้าใจและรับมือกับความกดดันที่มาพร้อมกับการแข่งขันในระดับสูงสุด” การแข่งขันใหญ่รายการแรกของฤดูกาลปั่นจักรยานปี 2025 คือ Tour Down Under ในออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ 21-26 มกราคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin เผยสามนักบิดมีส่วนทำให้แกร่งขึ้น

Jorge Martin เผยสามนักบิดมีส่วนทำให้แกร่งขึ้น Jorge Martin แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาเผยถึงสามนักแข่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เจ้าตัวแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถเค้นฟอร์มเก่ง แล้วทะยานไปสู่ตำแหน่งแชมป์ MotoGP ฤดูกาล 2024 ‘มาร์ติเนเตอร์’ ได้ออกมาให้เครดิตแก่นักแข่งสามคนที่เป็นคู่แข่งในศึกชิงแชมป์ MotoGP ในฤดูกาลที่ผ่านมาที่ทำให้เจ้าตัว ‘เป็นนักแข่งที่แกร่งขึ้น’ ระหว่างเส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์โลกปี 2024 ซึ่งการคว้าแชมป์ในหนนี้ เป็นการได้แชมป์ในการแข่งขันคลาสสูงสุดครั้งแรกของเจ้าตัวโดยอดีตนักแข่งทีม Pramac สามารถคว้าแชมป์ได้เหนือคู่แข่งด้วยคะแนนนำ 10 แต้ม  5 อันดับแรกของการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2024 อันดับ นักแข่ง ทีม คะแนน 1 Jorge Martín Prima Pramac Racing 508 คะแนน 2 Francesco Bagnaia Ducati Lenovo Team 498 คะแนน 3 Marc Márquez Gresini Racing MotoGP 392 คะแนน 4 Enea Bastianini Ducati Lenovo Team 386 คะแนน 5 Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 217 คะแนน   เป้กโก้ บัญญาย่า, มาร์ก มาร์เกซ และ อิเนีย บาสเตียนินี่ สามนักแข่งที่มาร์ตินออกมาเผยว่า เป็นส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์รายการ MotoGP เป็นหนแรกของเจ้าตัว “เป้กโก้, มาร์ก และอิเนีย ทั้งสามคนทำให้ผมเป็นนักแข่งที่เก่งขึ้น พวกเราทำให้ผมต้องทุ่มเททุกอย่างที่มี เมื่อไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ก็จะมีอีกคนที่ผมต้องเอาชนะให้ได้ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นอยู่ตลอด “มันเป็นตำแหน่งแชมป์ที่สามารถคว้าชัยมาได้อย่างยากลำบาก เราสามารถสร้างสถิติเก็บคะแนนเป็นประวัติศาสตร์ (สามารถคว้าแชมป์ด้วยคะแนน 508 คะแนน) ซึ่งผมสามารถบอกได้เลยว่าความเข้มข้นของการแข่งขันนั้นสูงมาก การที่ผมสามารถเอาชนะพวกเขาได้เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก” การแข่งขันในฤดูกาลหน้า แชมป์โลกคนปัจจุบันได้ย้ายต้นสังกัดไปอยู่กับ Aprilia Racing ในการป้องกันแชมป์ในปี 2025 ซึ่งการเปิดตัวทีมแข่งในฤดูกาล 2025 อย่างเป็นทางการของทีม Aprilia Racing จะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคม 2025 ซึ่งคาดการณ์ว่านักแข่งชาวสเปนรายนี้อาจเปลี่ยนหมายเลขจาก #89 เป็นหมายเลข #1 พร้อมเปิดตัวทีมเมทอย่าง มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดชาวอิตาเลียน ที่ย้ายมาจากทีม VR46 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ana Carrasco 2025 ย้ายซบรังนก ยกระดับสู่ WorldSSP

Ana Carrasco ย้ายซบรังนก ยกระดับสู่ WorldSSP 2025 ถึงข่าวคราวของฝั่งนักบิดหญิงแกร่ง Ana Carrasco 2025 ที่เคยคว้าแชมป์ WorldSSP300 ในปี 2018 และพึ่งประเดิมคว้าแชมป์โลกหญิง WorldWCR คนแรก ครั้งแรกเมื่อฤดูกาล 2024 ที่ผ่านมาหยก ๆ ล่าสุด เจ้าตัวก็พร้อมที่จะลุยตามความฝันด้วยการยกระดับเพื่อร่วมแข่งขันในศึกระดับโลกจากทางฝั่งซูเปอร์สปอร์ตอย่าง WorldSSP ฤดูกาล 2025 ด้วยตัวแข่ง CBR600RR ร่วมกับทีม Honda France ถือเป็นการย้ายจากบ้านเก่าสู่บ้านใหม่ ซึ่งเอฟซีจากทางฝั่งส้อมเสียงอาจมีนอยบ้างเล็กน้อย เพราะต้องสูญนักบิดฝ่ายหญิงทัพหน้าของวงการไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งโปรเจ็กต์ครั้งนี้เธอจะร่วมกับนักบิดทีมเมทชาวฝรั่งเศสวัย 26 ปี อย่าง Corentin Perolari ผู้ที่เคยอาบน้ำร้อนในวงการ World SSP มาก่อน และเคยทำผลงานอันน่าประทับใจในปี 2019 และปี 2020 “ฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมกับฮอนด้าในโปรเจ็กต์นี้ ฮอนด้าเป็นโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นเกียรติสำหรับฉันที่ได้แข่งในฤดูกาลนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับทีมแข่งสังกัดใหม่ อย่างไรต้องขอขอบคุณทางฮอนด้าทางฝั่งยุโรปและฝรั่งเศสที่เชื่อมั่นในฝีมือ ฉันต้องการเรียนรู้ให้เร็วที่สุดในระหว่างฤดูกาลและทำอันดับผลงานให้ดีที่สุด” แอนนา กล่าว Perolari กล่าวว่า “ผมดีใจที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน World Supersport โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นตัวแทนของแบรนด์ Honda ซึ่งผมชื่นชอบมาก ทีมงานทุกคนสามารถไว้วางใจผมในการทำผลงานที่ดีที่สุดในทุกการแข่งขัน” Bruno Skotnicki ผู้รับผิดชอบด้านการแข่งขันของ Honda France กล่าวว่า “ฮอนด้า กำลังเซ็ตติ้งโปรแกรมในระยะ Long Term โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนารถจักรยานยนต์ นักแข่ง และทีมงาน เพื่อให้สามารถแข่งขันในระดับสูงสุดของประเภทนี้”  การเข้าร่วมของ Carrasco และ Perolari ภายใต้สังกัดทีม Honda France ใน WorldSSP 2025 จะเป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์และความมุ่งมั่นที่จะนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จในฤดูกาลที่จะมาถึง โดยการแข่งขันในฤดูกาล 2025 จะเริ่มแข่งสนามแรกที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย วันที่ 21 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 อย่าลืมเชียร์และติดตามนักแข่งในดวงใจของท่าน แล้วพบกัน!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Yamaha Y/AI สองล้อ 100 ปีข้างหน้า..ได้ขี่แน่

2025 Yamaha Y/AI สองล้อ 100 ปีข้างหน้า..ได้ขี่แน่ อีกหนึ่งความสำเร็จที่บ่งชี้ถึงแนวทางของยนตกรรมยานยนต์ในโลกอนาคต อันเป็นเป้าหมายหลักสำคัญกับการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมสิ่งใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนวงการสองล้อสู่โลกอนาคตอย่างยั่งยืน และ ยามาฮ่า มอเตอร์ หนึ่งในผู้ผลิตที่มีทักษะความรู้ประสบการณ์ผสมผสานกับจินตนาการสุดลึกล้ำ กับการปลูกปั้นโปรเจ็กต์ที่ล้ำที่สุดแบบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ในโฉมรถต้นในอนาคต 100 ปีข้างหน้า มาให้พวกเราชมกันแล้วกับ Yamaha Y/AI @superbikethailand รถต้นแบบ 100 ปีข้างหน้า..!! YAMAHA Y/AI คอนเซ็ปต์ไบค์จากซีรี่ย์อานิเมะ ไซ-ไฟ “Tokyo Override” สู่การสรรค์สร้างนวัตกรรมสุดล้ำ แห่งโลกอนาคต.. เตรียมเผยโฉมตัวจริงที่บูธยามาฮ่า ภายในงาน Motor Expo 2024 วันที่ 29 พ.ย. – 10 ธ.ค. นี้ หรือนี่อาจจะเป็นโฉมตัวแข่ง M1 ในอีก 100 ปีข้างหน้า..ก็เป็นไปได้ #SuperBikeThailand #SuperBikeMag #YamahaXTokyoOverride #TokyoOverride #Netflix#เทรนด์วันนี้ #เปิดการมองเห็น #fypシ ♬ เสียงต้นฉบับ – SuperBike Thailand – SuperBike Thailand โดยนวัตกรรมดังกล่าวเกิดจากการร่วมมือร่วมกันระหว่าง ยามาฮ่า มอเตอร์ กับ Netflix เพื่อหวังยกระดับการออกแบบโมเดลให้สอดคล้อง และพร้อมตอบสนองการใช้งานของผู้ขับขี่ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งรูปลักษณ์หน้าตาการดีไซน์หากใครเคยเห็นที่บูธยามาฮ่าภายในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โปรที่ผ่านมา ก็คงอุทานพร้อมว่า นี่มันรถ..อะไรวะ มันทั้งแปลกและล้ำสมัย ผิดธรรมชาติไปจากรถโปรดักท์ชันในยุคปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง  ซึ่งสิ่งที่แปลกตาเปลี่ยนไปคงเป็นในเรื่องของเส้นสายการออกแบบ แฟริ่งอันน้อยชิ้นบวกกับการวางระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์และระบบช่วงล่างที่คัดค้านหลักกฎฟิสิกส์แบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ทว่ายามาฮ่านั้นทำได้และทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว มร.ซาโตชิ นากามูระ ฝ่ายออกแบบและวางแผน ยามาฮ่า มอเตอร์ จากญี่ปุ่นได้เผยถึงการออกแบบเจ้า Y/AI ไว้ว่า “สำหรับ YAMAHA Y/AI เป็นรถแข่งแห่งอนาคตในอีก 100 ปี ข้างหน้า ขับเคลื่อนด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งยามาฮ่าให้ความสำคัญกับฟีลลิ่งการขับขี่ที่ยังคงเป็นการควบคุมโดยมนุษย์ ซึ่งส่วนที่เป็น Soft Part (สีแดง) เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ได้รับการออกแบบเน้นความอ่อนโยน ขณะที่ส่วนที่เป็น Hard Part ด้านล่าง สื่อถึงเครื่องจักรเครื่องยนต์” พร้อมออกแบบท่านั่งสรีรศาสตร์การขับขี่ โดยดึง DNA มาจากตัวท็อปซูเปอร์ไบค์อย่าง R1 และเจ้า VMAX ที่ให้ฟีลลิ่งถึงความเป็นสปอร์ตเต็มพิกัด ขับเคลื่อนลงสู่โฉม AI โดยเชื่อว่ารถต้นแบบสไตล์เรซไบค์นี้จะสามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนารถแข่งและหวังว่าในอีก 100 ปีข้างหน้า จะยังคงมีการขับเคี่ยวบนสังเวียนความเร็ว และเป็นหนึ่งในเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ในอนาคต โดย มร.คิโนชิตะ ทาคูยะ Executive Officer & Chief General Manager of Creative Center บริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) กล่าวว่า “สำหรับ “YAMAHA Y/AI” เป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมด ไม่ได้มีการนำรุ่นไหนมาเป็นต้นแบบ ทว่ายังคงไว้ซึ่งปรัชญาของยามาฮ่าอยู่ในการออกแบบรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับ Y/AI นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการผสานความร่วมมือกับ Netflix ซึ่งทีมออกแบบได้คาดหวังไว้ 2 เรื่อง ส่วนแรกก็คือคนที่ไม่เคยใช้รถจักรยานยนต์ได้ดูแล้วรู้สึกอยากลองสัมผัส ลองใช้งานดู พร้อมเก็บรายละเอียดลูกค้าที่เข้ามาดู Netflix เพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาในอนาคต และส่วนที่ 2 คือ อยากให้โฉมต้นแบบเป็นที่จดจำ สร้างตัวตนของตนเองที่ชัดเจน” “และจากผลตอบรับที่ยอดเยี่ยมในการร่วมกับ Netflix ส่งผลให้ ยามาฮ่าพร้อมสานต่อแนวทางดังกล่าว และมองถึงการร่วมงานที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดยในอนาคตจะมีการร่วมงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ 3 เซ็กเมนต์ ที่มีความสัมพันธ์กับผู้ใช้งาน ได้แก่ 1. เชิงธุรกิจ อยากพัฒนาต่อยอดในเรื่องของรถอีวี ทั้งยังมองถึงความจำเป็นและความสำคัญของ infrastructure ที่ต้องดีไซน์ควบคู่ไปด้วย 2. เชิงสังคม เน้นในเรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ รวมถึงการแก้ปัญหาร่วมกัน เนื่องจากสินค้าของเราตอบสนองการใช้งานของลูกค้าทั่วโลก ดังนั้น พื้นที่ต่าง ๆ จึงถือเป็นสนามทดสอบสำหรับรถของเรา ยกตัวอย่างเช่น การออกแบบ Mountain Bike ในญี่ปุ่นที่ช่วยกระตุ้นให้คนอยากท่องเที่ยวในแนวทางดังกล่าวมากยิ่งขึ้น และ 3.เชิงสร้างสรรค์

Gigi Dall’Igna พันธมิตรสำคัญสำหรับนักแข่ง Ducati

Gigi Dall’Igna พันธมิตรสำคัญสำหรับนักแข่ง Ducati Gigi Dall’Igna (จิจี้ ดัลลิญญ่า) ผู้จัดการทีมของ Ducati ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จต่าง ๆ ของทีมในช่วงหลังมานี้ ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการสร้าง Ducati รูปแบบใหม่ให้กลายเป็นทีมที่มีโอกาสขึ้นโพเดียม และชนะการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะกลายร่างแบรนด์นี้ให้กลายเป็นทีมที่ทรงพลังที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ในการแข่งขัน MotoGP Ducati สามารถคว้าแชมป์ได้ติดต่อกันสามฤดูกาลที่ผ่านมา และในปี 2024 ยังครองความเป็นผู้นำอย่างเหนือชั้นด้วยการชนะ 19 จาก 20 การแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ซึ่งอเล็กซ์ มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Gresini Racing ได้ออกมาให้เหตุผลว่าทำไม ‘จีจี้’ ถึงเป็นพันธมิตรที่สำคัญสำหรับนักแข่ง “เขา (จีจี้) ใส่ใจในทุกเรื่อง อีกทั้งยังมอบความมั่นใจอย่างมากให้กับเรา เขาเป็นผู้สนับสนุนที่ตรงไปตรงมาเป็นอย่างมากสำหรับนักแข่ง อีกทั้งยังเป็นผู้ช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าปัญหาจะเล็กแค่ไหน เขาก็ใส่ใจ และพร้อมให้การช่วยเหลือ “พวกเขาไม่ได้มาบอกว่าคุณต้องทำอะไร แต่เขาจะคอยให้ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าใจว่าเทคนิคอะไรบ้างที่จะสามารถใช้แล้วได้ผล จากนั้นก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละคน และทีมหัวหน้าช่างของพวกเขาที่จะต้องตัดสินใจในแนวทางของตัวเอง” จำนวนรถในกริดที่ลดลง ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า จำนวนรถ Ducati ในกริดจะมีจำนวนลดลงจาก 8 คันเหลือ 6 คันเท่านั้น หลังจากที่ทาง Pramac ย้ายค่ายไปใช้รถจากทางค่าย Yamaha ในปีหน้า โดยจำนวนรถในกริดที่ลดลง จีจี้มองว่าไม่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับ Ducati แต่สิ่งที่ท้าทายกว่าคือไลน์อัพนักบิดจากทีมคู่แข่ง ซึ่งจะมี GP25 แบบเดียวกับทีมโรงงาน 3 คันเท่านั้นสำหรับ ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า และมาร์ก มาร์เกซ สองหนุ่มทางจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo Team และ ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ จากทีม VR46 และ GP24 จำนวน 3 คัน สำหรับสองนักบิดอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ และ เฟอร์มิน อัลเดเกร์ จากทีม Gresini และ ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี จากทีม VR46  Ducati Lenovo Team จะลงสนามทำการทดสอบรถที่ใช้ในการแข่งขันฤดูกาลหน้าอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MAXX Scooter ศูนย์เซอร์วิสตัวจบ ครบทุกบริการ

MAXX Scooter ศูนย์เซอร์วิสตัวจบ ครบทุกบริการ ‘ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง’ วลีสั้น ๆ แต่เปรียบได้ดั่งความหมายที่ว่า “ความสวยงามเกิดจากการปรุงแต่ง” ไม่เพียงแค่มนุษย์แต่รถจักรยานยนต์เองก็เช่นกัน หากผู้ที่รักในการโมดิฟาย หรือดูแลรถจักรยานยนต์ แล้วพักอาศัยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ มีหนึ่งพิกัดสำหรับสาวกเวสป้า หรือรถจักรยานยนต์รุ่นอื่น ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่กำลังมองหาร้านเซอร์วิส หรืออุปกรณ์อะไหล่แต่งเทพ ๆ ในบทความนี้ทาง Superbike Thailand จะขอแนะนำหนึ่งศูนย์บริการเซอร์วิสแบบครบครันที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่กับร้านที่มีชื่อว่า MAXX Scooter สำหรับที่มาของคำว่า แม็กซ์ สกูตเตอร์ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ชื่อเจ้าของร้านนี่เองแหล่ะครับคุณ แม็กซ์ เสี่ยหนุ่มรูปงามขนานแท้เมคอินเชียงใหม่ จะเรียกพ่อใหญ่ก็หรือ Sugar Daddy ก็กลัวจะทำบ้านเขาแตก (ล้อเล่น) เอาเป็นว่าเรียกเสี่ยให้สมฐานะแล้วกัน สำหรับร้านนี้เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะทำให้ศูนย์บริการครบวงจรในเรื่องการตกแต่ง รถสกูตเตอร์ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไปดูกัน อะไหล่ต่าง ๆ..จัดเต็ม เริ่มกันที่โซนแรกของร้าน เมื่อเข้าประตูร้านมา ผู้เข้ามาใช้บริการก็จะถูกต้อนรับไปด้วยอะไหล่แต่งตัวจบต่าง ๆ มากมายที่มีให้ได้เลือกสรร พร้อมราคาสุดเร้าใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โช้คอัพจากแบรนด์ต่าง ๆ ปั้มเบรก Brembo จานเบรก สายเบรกจาก HEL รวมถึงของแต่งอื่น ๆ อีกเพียบ สำหรับสายแต่งรถอยากได้อะไหล่เท่ ๆ ไปประดับรถคู่ใจบอกเลยว่าห้ามพลาด หรือถ้าไบค์เกอร์ท่านไหนที่พึ่งจะเริ่มเข้าสู่วงการแต่งรถ หรือไม่มีความรู้ในเรื่องของแต่งเลยทางร้านเองก็พร้อมที่จะให้คำปรึกษา และคอยแนะนำ หรือให้ความรู้เกี่ยวกับอะไหล่ที่ต้องการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ขับขี่จะได้อุปกรณ์ที่ถูกต้อง ตรงตามใจ ในราคาสบายกระเป๋ามากที่สุด เริ่ดเกิน โซนเซอร์วิสพร้อมให้บริการ เมื่อผ่านโซนสุดเย้ายวนใจไปแล้ว ถัดมาเป็นส่วนของโซนเซอร์วิส ที่พร้อมให้บริการครบทุกวงจร ไม่ว่าจะเป็นซ่อมบำรุง ทำสี ถ่ายน้ำมันเครื่อง เติมลม เปลี่ยนยาง ใส่อะไหล่แต่งหรือโมดิฟายต่าง ๆ อาการจะหนักหรือจะเบามากน้อยสักเพียงไหน ทางทีมก็พร้อมซัพพอร์ตลูกค้าทุกท่าน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเวสป้าเท่านั้น แต่รถจักรยานยนต์รุ่นอื่น ๆ ก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้เช่นเดียวกัน ทางพี่แม็กซ์ และทีมช่างเซอร์วิสพร้อมให้บริการ ยางคุณภาพจากทาง Pirelli ไม่เพียงแค่อะไหล่แต่งคุณภาพที่มีให้เลือกสรร ในส่วนของยางเองก็เช่นกัน เพราะยางเป็นส่วนที่เกาะกับถนน จึงเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการขับขี่ ฉะนั้นเองจึงต้องเลือกยางที่มีคุณภาพ และที่สำคัญร้านนี้ยังเป็นดีลเลอร์เจ้าหลักของผลิตภัณฑ์ยางสัญชาติอิตาลีอย่าง ‘Pirelli’ ยางคุณภาพที่มีวางจำหน่ายมาอย่างยาวนาน สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจอยากจะเปลี่ยนยางก็สามารถเข้ามารับบริการได้เลย มียางจากทาง Pirelli ให้เลือกมากมายหลายรุ่น หลากขนาด หลายไซส์ เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่เข้ากับผู้ขับขี่มากที่สุด เป็นอีกหนึ่งร้านที่ทาง SuperBike Thailand แนะนำ กับร้านที่ครบครับในส่วนของการให้บริการเซอร์วิสรถจักรยานยนต์คู่ใจของท่านให้ดูหล่อ ดูเท่ สมาร์ท เพอร์เฟค มากยิ่งขึ้น หากเทียบเป็นคนเราก็ให้อารมณ์ ชุดส่งผม ผมส่งหน้า หน้าส่งคน คนส่งของ ยังไงอย่างนั้นเลยทีเดียว และการันตีได้เลยว่าทางร้านพร้อมให้บริการกับผู้เข้ารับบริการได้อย่างประทับใจอย่างแน่นอน หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากจะแวะไปใช้จ่ายสามารถวอคอินเข้าไปที่ร้าน หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางเพจ คลิ๊กที่นี่ พิกัดร้าน : Maxx Scooter ตั้งอยู่ที่ 160 ถนนบำรุงราษฎร์ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50000 เปิดให้บริการวันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 19.00 น. ร้านหยุดทุกวันอาทิตย์ หรือสามารถค้นหาผ่าน Google Map โดยค้นหาคำว่า 69 Tires Chiang Mai คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง

มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Ducati Lenovo Team ในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาพูดถึงทีมเก่าของเขาอย่าง “Gresini Racing” ที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกถึงอารมณ์ความหลงไหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง และเปรียบบรรยากาศภายในทีมเหมือนกับตอนที่ตนแข่งขันอยู่ใน Moto2 บรรยากาศในทีมแสนอบอุ่น “ที่นี่มีบรรยากาศสบาย ๆ อีกทั้งยังมีความเป็นกันเองอย่างมาก ทุกอย่างมันชวนให้ผมนึกถึงตอนแข่งขันอยู่ที่ Moto2 ที่ผมสามารถพูดคุยกับหัวหน้าทีมได้โดยตรง เช่น ผมสามารถเข้าไปพูดคุยกับนาเดีย ปาโดวานี่ (เจ้าของทีม Gresini Racing) และบอกเธอว่าผมมีความคิดกับบางเรื่องแบบนี้ เธอก็มักจะ ‘โอเค เราทำแบบนั้นได้’ และเธอไม่ปิดกั้นความคิดผม”  “การอยู่ในทีมแซทเทิลไลท์ (ทีม Gresini Racing) มันทำให้ผมรู้สึกถึงความหลงใหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ผมขี่ให้กับทีม Honda ผมมีเพื่อน และทีมงานที่ดีมากอยู่ที่นั่น แต่แล้วความจริงคือ การที่เราขี่อยู่ทีมโรงงานทุกอย่างในนั้นจะดูจริงจังไปหมด” คว้าชัยโพเดียมอีกครั้งในรอบ 1,043 วัน ในช่วงที่เป็นนักบิดให้กับทีมรองอย่าง Gresini Racing เจ้าตัวสามารถเก็บชัยชนะอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Grandpix ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะครั้งแรกของเจ้าตัวนับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งสามารถเก็บชัยชนะได้ 3 สนาม ในฤดูกาลที่ผ่านมา ได้แก่ สนามอารากอนประเทศสเปน, สนามมิซาโน่ ประเทศอิตาลี และสนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งความสำเร็จทั้งสามครั้งดังกล่าวเป็นความสำเร็จสำคัญที่ช่วยฟื้นความมั่นใจของเจ้าตัวหลังจากที่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับทีม Honda ในช่วงท้าย โดยนักบิดสายเลือดกระทิงดุรายนี้จะกลับมาวาดลวดลายบนสนามอีกครั้งในรอบซ้อม ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 แฟน ๆ ของ MM93 รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bajaj ลุย CBG เตรียมปั้นโมเดลพลังงานแห่งอนาคต

Bajaj เตรียมปั้นโมเดลพลังงานใหม่ในแห่งอนาคต Bajaj ลุย CBG ในขณะที่ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์หลากหลายแบรนด์จากทั่วโลกต่างมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสอดรับกับวิถีชีวิตและความเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน ไปพร้อมกับเทรนด์และกระแสความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่มากยิ่งขึ้น อาทิ รถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังรุกตลาดทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน ทางผู้ผลิตรายใหญ่จากอินเดียอย่าง Bajaj กลับมีแนวคิดที่แตกต่างออกไป โดยให้ความสำคัญกับพลังงานเชื้อเพลิงทางเลือกที่ยั่งยืนเสียมากกว่า เพราะอะไรกัน..? หากใครที่ติดตามข่าวสารต่างประเทศ ก็คงจะคุ้นข่าวการเปิดตัวโมเดลพิกัด 125 ซีซีที่ใช้ก๊าซ CNG เป็นรุ่นแรกของโลกภายใต้ชื่อ Freedom 125 ซึ่งโมเดลดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นจำนวนมากและสามารถจำหน่ายได้มากกว่า 25,000 คันในช่วงไม่กี่เดือนแรกหลังจากเปิดตัวทีเดียว อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าแค่ CNG ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในปัจจุบัน โดยล่าสุดทางซีอีโอของบริษัทอย่าง Rajiv Bajaj ได้ประกาศว่าบริษัทกำลังวางแผนพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือกที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ CBG (Compressed Biogas) หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า ก๊าซชีวภาพอัด นับเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ที่อาจนำมาใช้กับรถจักรยานยนต์ในอนาคต ก๊าซชีวภาพอัด (CBG) คืออะไร CBG (ก๊าซชีวภาพอัด) เป็นผลผลิตจากของเสียอินทรีย์ เช่น เศษซากทางการเกษตร, มูลสัตว์และขยะอาหาร โดยกระบวนการผลิตจะใช้วิธีการ *ย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Digestion) ซึ่งจะปล่อยก๊าซมีเทน (Methane) ออกมาและนำไปอัดเป็นก๊าซชีวภาพอัด (CBG) ที่สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้* สิ่งที่น่าสนใจคือ CBG ถือเป็นเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นกลาง (Carbon Neutral) หรือหากพูดง่าย ๆ ก็คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาเมื่อเผาไหม้จากเครื่องยนต์ จะถูกชดเชยด้วยคาร์บอนที่ถูกดูดซับโดยวัตถุดิบต้นทาง (พวกพืช และสัตว์) ในระหว่างที่พวกมันเจริญเติบโต แล้ว CBG แตกต่างจาก CNG อย่างไร  ทั้งก๊าซ CBG และ CNG ต่างล้วนเป็นเพลิงเชื้อสะอาด แต่มีความแตกต่างในแง่ของแหล่งที่มา และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างที่กล่าวไปในย่อหน้าข้างต้นนั้น ก๊าซ CBG เป็นพลังงานที่เกิดจากผลผลิตจากของเสียอินทรีย์ อีกทั้งยังเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สามารถผลิตขึ้นมาใช้ใหม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก๊าซ CNG เป็นผลผลิตจากแหล่งก๊าซธรรมชาติใต้ดิน ซึ่งเป็นก๊าซธรรมชาติที่ถูกอัดด้วยความดันสูงจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีอยู่อย่างจำกัด ใช้แล้วหมดไปนั่นเอง ซึ่ง CNG ก็เสมือนกับน้ำมันเบนซินและดีเซลที่เป็นทรัพยากรจำกัดและจะหมดลงในอนาคต เพราะฉะนั้น CBG จึงเป็นตัวเลือกสำคัญที่เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียน สามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่องจากของเสียจากเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย อย่างไรก็ตามแนวคิดดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา เนื่องจากยังคงต้องรับปัญหาจากปัจจัยต่าง ๆ มากมายอาทิ เรื่องของต้นทุนการผลิตที่สูง เครื่องมือ เทคโนโลยีที่ซับซ้อนและระยะเวลาในการผลิตที่ค่อนข้างยาวนาน ถึงแม้จะมีอุปสรรค แต่ก็ต้องยอมรับว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีช่วยให้ต้นทุนของการผลิตพลังงานทางเลือกลดลงได้ในระยะยาว อาทิเช่น แบตเตอรี EV ที่เคยมีราคาแพงในอดีต แต่ในปัจจุบันกลับมีราคาลดลงอย่างมากเนื่องจากการผลิตจำนวนมาก  บทบาทของ CBG กับกระแสรถ EV ที่กำลังฮิตติดเทรนด์ทั่วโลก แน่นอนว่าแนวคิดสวนกระแสย่อมตามมาด้วยคำถามต่างนา ๆ มากมาย ในเมื่อพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานที่ปราศจากคาร์บอนแทบร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกทั้งคุณภาพและราคาโปรดักท์ยังเข้าถึงได้ง่าย ทำไมจึงต้องผลิตรถมอเตอร์ไซค์ใช้แก๊สเพิ่มขึ้น ? อย่างไรก็ต้องรอชมว่าโมเดลในพลังงานทางเลือกใหม่จะมีศักยภาพและสมรรถนะตอบโจทย์ต่อผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน จะสวนกระแสโมเดลพลังงานไฟฟ้าที่ฮิตติดตลาดทั่วโลกในยุคปัจจุบันได้มากน้อยเพียงใด แต่แน่นอนว่าเป็นแนวคิดที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ยกนิ้วให้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Trackhouse Racing 2025 ร่วมดีล Gulf Oil ลุยโมโตจีพี 2025

Trackhouse Racing 2025 ร่วมดีล Gulf Oil ลุยโมโตจีพี 2025 ข่าวการเข้าร่วมหรือถอดถอนสปอนเซอร์ทีมแข่งในโมโตจีพียังคงเผยแพร่ออกมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ ซึ่งแฟน ๆ สาวกหลาย ๆ คนยังคงเห็นรถแข่งของทีมในดวงใจยังใช้สปอนเซอร์เจ้าเดิมหรือปรับเปลี่ยนใหม่มากมายหลายเจ้าก็เป็นไปตามวัฎจักรของวงการแข่งขัน ก็ขึ้นอยู่ว่าทีมแข่งนั้น ๆ มีแววที่จะสร้างผลงานอันโดดเด่นออกมาให้ชมมากน้อยแค่ไหน และหนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่ใครกับทีมเซทเทอร์ไลท์ที่พึ่งคว้าตัวแชมป์โลกโมโตทูคนล่าสุดมาร่วมแข่งขันในฤดูกาล 2025 อย่าง TrackHouse Racing ก็มีข่าวการดีลร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกันกับสปอนเซอร์ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องยักษ์ใหญ่อย่าง Gulf Oil International เรียบร้อยแล้ว โดย Gulf Oil International ได้กลายมาเป็นพันธมิตรรายใหม่ของทีม Trackhouse Racing โดยความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมสัญชาติมะกัน ซึ่งจะเริ่มอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2025  จากการคอลแลปครั้งนี้ ส่งผลให้รถแข่งเวอร์ชันใหม่อย่าง Aprilia RS-GP25 มีสัญลักษณ์โลโก้สีฟ้า-ส้ม เพิ่มในบริเวณแฟริ่งด้านข้างใหญ่ ๆ รวมถึงชุดแข่งของนักบิดทั้งสองคนได้เแก่ Raul Fernandez และ Ai Ogura นักบิดชาวญี่ปุ่นผู้เป็นแชมป์โลก Moto2 โดยการปรากฏของโลโก้นี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของทีมในสายตาแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก Gulf Oil กับประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต สำหรับ Gulf Oil ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เคยมีประวัติศาสตร์ยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะช่วงปี 1960 กับโลโก้แบรนด์บนตัวรถแข่งระดับตำนานอย่าง Ford GT40 และ Porsche 917 ซึ่งเป็นที่จดจำของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกในยุคก่อน ๆ โดยโลโก้ของ Gulf กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตจดจำได้ทันที และถือเป็นหนึ่งในโลโก้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในวงการเลยไม่น้อย ซึ่งการที่ Gulf เลือกจะขยายความร่วมมือเข้าสู่ MotoGP ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะขยายตลาดในอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ MotoGP มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นตลาดทำเลสำคัญของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์และการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่นิยมมากที่สุดในโลก Justin Marks เจ้าของทีม Trackhouse Racing กล่าวว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Gulf เป็นพันธมิตรรายใหญ่ โลโก้อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gulf ได้ปรากฏบนโครงการมอเตอร์สปอร์ตที่น่าจดจำมากมาย และการที่โลโก้นี้จะอยู่บนรถ Aprilia RS-GP25 ของเราถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง” Mike Jones ซีอีโอของ Gulf Oil International UK Limited ได้แสดงความตื่นเต้นกับความร่วมมือนี้เช่นกัน โดยระบุว่า “Gulf มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในมอเตอร์สปอร์ต และเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับทีมแข่งรถจักรยานยนต์ที่มีความทะเยอทะยานและมีพลังอย่าง Trackhouse Racing เรามีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการให้ความสำคัญกับแฟน ๆ และนำพวกเขาเข้าใกล้การแข่งขันมากยิ่งขึ้น” การร่วมมือกับ Trackhouse Racing จะช่วยให้ Gulf ขยายแบรนด์ของตนในประเทศต่าง ๆ ที่ MotoGP จัดการแข่งขัน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของโมโตจีพี ทั้งยังเป็นตลาดที่มีกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์จำนวนมาก โดยกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ Gulf มีโอกาสขยายการรับรู้แบรนด์ไปยังผู้บริโภคในภูมิภาคดังกล่าวได้มากขึ้น สำหรับฤดูกาล MotoGP 2025 จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเปิดตัวรถแข่ง Aprilia RS-GP25 ที่จะมาพร้อมกับโลโก้สีฟ้า-ส้มของ Gulf บนตัวรถและชุดแข่งของนักบิด Raul Fernandez และ Ai Ogura ซึ่งคาดว่าจะทำให้แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกตื่นเต้นและเฝ้ารอชมการแข่งขันครั้งนี้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 All New Aerox Alpha

2025 All New Aerox Alpha นี่แหละออลนิวของจริง 2025 All New Aerox Alpha เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศอินโดนีเซีย โดยเจ้า Aerox นี้ถือเป็นสกู๊ตเตอร์ออโตเมติกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี และดีไซน์ที่ล้ำสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่ต้องการความสะดวกสบาย และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ซึ่งในบทความนี้จะมานำเสนอในสิ่งที่แตกต่างว่ามีอะไรบ้าง  ดีไซน์แบบฉบับจากรุ่นพี่ โดย Aerox Alpha 2025 มีการปรับดีไซน์ใหม่ ดูสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเส้นสายที่เฉียบคมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถมอเตอร์ไซค์ซูเปอร์สปอร์ต R1M ขี่ไปไหนก็หล่อ แอคหน้าตึงได้แน่นอน ไฟหน้าใหม่สว่างชัดกว่าเดิม ไฟหน้ารูปแบบใหม่ที่ดูเฉียบคม และดุดัน สร้างความรู้สึกที่แข็งแกร่งพร้อมกับความทรงพลัง มาพร้อมกับระบบไฟ LED แบบดับเบิลโปรเจคเตอร์ ที่ให้แสงสว่างชัดเจน และไฟท้ายใหม่ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตยิ่งขึ้น เพราะไฟท้ายแอบมีความคล้ายคลึงกับ Yamaha Exciter 155 เลยทีเดียว จอกลางแบบใหม่ หน้าจอแสดงผลข้อมูล TFT และมาตรวัดความเร็วสไตล์ซูเปอร์สปอร์ต ดีไซน์ใหม่ แบบหน้าจอ Full LCD ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต เร้าใจ และให้ข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับผู้ขับขี่ แถมยังสามารถเปลื่ยนการแสดงผลหน้าจอได้ทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่ มาตรฐาน (Standard), ไดนามิก (Dynamic) และสปอร์ต (Sports) อีกทั้งยังสามารถปรับความสว่างขอหน้าจอได้ตามต้องการ หรือจะปรับอัตโนมัติตามสภาพแสงรอบข้างได้อีกด้วย ที่สำคัญเพิ่มความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนมากยิ่งขึ้นด้วยแอพพลิเคชัน Y-Connect ที่เชื่อมต่อรถจักรยานยนต์กับสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย เพื่อเช็ครายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ของตัวรถได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ยกเครื่องใหม่ เครื่องยนต์เทคโนโลยี Blue Core ขนาด 155 ซีซี รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มาพร้อมกับเทคโนโลยี Yamaha Electric CVT (YECVT) ที่แรงเหมือนติด เทอร์โบ ยังมาพร้อมด้วยกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 15.4 แรงม้าที่ 8,000 รอบ แรงบิด 14.2 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ พ่วงด้วยความจุของถังน้ำมันขนาด 5.5 ลิตร โหมดการขับขี่สุดเร้าใจ ในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือก 2 โหมด สำหรับรุ่น Turbo ขึ้นไป โดยมีโหมด “T” สำหรับการขับขี่ในเมือง และโหมด “S” หรือโหมดสปอร์ตเร่งรอบมาไวขึ้นนั่นเอง แถมยังสามารถซิ่งไปต่อได้อีก กับโหมดการเพิ่มอัตราการเร่งด้วยระบบ Y-Shift แบ่งเป็น 3 ระดับ (1=ต่ำ, 2=กลาง, 3=สูง) ขับขี่สนุกขึ้นกว่าเก่าแน่นอนรับประกัน เบรกใหม่ เพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น ดิสก์เบรกคู่ (Double Disc Brake) จากเดิมที่เบรกหลังในรุ่นเก่าเป็น ดรัมเบรก แต่ในโมเดล 2025 ให้เป็นดิสก์เบรกหลังเรียบร้อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเบรก ให้ผู้ขับขี่มั่นใจยิ่งขึ้น แถมด้วย ระบบไฟฉุกเฉิน (Emergency Stop Signal) ไฟท้ายจะกระพริบฉุกเฉิน ในขณะเบรกรถ กระทันหัน ช่วยเตือนผู้ขับขี่คันหลังให้รู้ เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น สีสันที่วางจำหน่ายทั้ง 4 รุ่นย่อย รุ่น Standard เปิดราคาแนะนำที่ 29,000,000 รูเปียห์ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 6.3 หมื่นบาท Silver Yellow Matte Blue Red Black รุ่น CyberCity เปิดราคาแนะนำอยู่ที่ 33,999,000 รูเปียห์ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 7.2 หมื่นบาท  CyberCity Matte Blue Yellow รุ่น TURBO เปิดราคาแนะนำอยู่ที่ 39,550,000 รูเปียห์ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 8.4 หมื่นบาท  Matte Dark Grey และรุ่นท็อปสุดอย่าง TURBO Ultimate เปิดราคาอยู่ 41,730,000 รูเปียห์หรือตีเป็นเงินไทย ประมาณ 8.8 หมื่นบาท  Matte Dark Grey  ซึ่งถ้านำมาวางจำหน่ายในประเทศไทยอาจจะต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งคาดการณ์ว่าบวกรุ่นละประมาณเกือบ

Yamaha V4 2025 (อาจ) มาทดสอบแน่ต้นปีหน้า

Yamaha V4 2025 (อาจ) มาทดสอบแน่ต้นปีหน้า Yamaha V4 2025 เครื่องยนต์ใหม่ที่ทางค่ายส้อมเสียงจะนำมาใช้ในการแข่งขัน MotoGP อาจเปิดตัวลงทดสอบ Sepang Shakedown ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ยามาฮ่ายังคงเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งในปัจจุบันยังคงหลงใหลในมนต์เสน่ห์กลิ่นอายของเครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียง (Inline-Four) โดยแนวคิดเครื่องยนต์ V4 ตัวใหม่ของแบรนด์ญี่ปุ่นนี้แม้ว่าจะมีความคืบหน้าโปรเจคอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีรายละเอียดในบางอย่างที่ยังคงต้องปรับแก้จึงทำให้ไม่สามารถเปิดตัวได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การทดสอบที่จัดขึ้นโดย KTM ที่สนามเฆเรซ (Jerez) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่าเครื่องยนต์ V4 ใหม่ของยามาฮ่าอาจจะเปิดตัวในช่วงเดียวกัน อย่างไรก็ตาม อเล็กซ์ รินส์ (Alex Rins) นักบิดจากทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ซึ่งยืนยันว่าแผนในการเปิดตัวเครื่องยนต์ดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ก็ยอมรับในพอดแคสต์ “Por Orejas” ของ Motorsport Network ว่าเครื่องยนต์ยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดตัวในช่วงนั้น อาจเปิดตัวเครื่องใหม่ที่สนามมาเลเซีย ซึ่งก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าในการทดสอบ Shakedown ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพราะทางยามาฮ่าไม่มีแผนที่จะทำการทดสอบเพิ่มเติมใด ๆ อีกแล้วในปี 2024 ซึ่งทำให้เกิดการคาดการณ์มากขึ้นว่าการเปิดตัวเครื่องยนต์ V4 ที่เซปัง (Sepang) อาจเกิดขึ้นจริง ตามรายงานของ Autosport เดิมทีมีแผนให้อันเดรีย โดวิซิโอโซ (Andrea Dovizioso) เป็นผู้ทดลองใช้เครื่องยนต์ V4 ใหม่นี้เป็นครั้งแรก แต่เมื่อการทดสอบถูกยกเลิก การทดสอบครั้งล่าสุดที่กำลังจะมาถึงน่าจะตกเป็นของนักทดสอบคนใหม่อย่าง ออกุสโต้ เฟอร์นันเดซ (Augusto Fernandez) แทน สี่สูบเรียงอาจไปต่อไม่ไหว แม้ว่าฟาบิโอ กวาร์ตาราโร (Fabio Quartararo) และยามาฮ่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ที่ไม่ใช่ Ducati ซึ่งสามารถคว้าแชมป์ MotoGP ได้ในปี 2021 แต่ความสามารถในการแข่งขันของยามาฮ่ากลับลดลงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2022 จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ยามาฮ่าเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญ คือการตั้งค่าเครื่องยนต์ โดยในขณะที่ Ducati, Aprilia และ KTM ต่างใช้เครื่องยนต์แบบ V4 ซึ่งมีผลงานดีกว่า Yamaha อยู่หลายเท่าตัว ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้ยามาฮ่าตัดสินใจปรับเปลี่ยนทีมงานโดยมีการดึงวิศวกร และช่างเทคนิคจำนวนมากเข้ามาเสริมทีม ซึ่งบางส่วนย้ายมาจากดูคาติ นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังได้จ้างที่ปรึกษาด้านเครื่องยนต์จาก Formula 1 คือ ลูก้า มาร์มอรินี (Luca Marmorini) ซึ่งเคยทำงานกับ Aprilia เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ ในช่วงแรกมีการคาดการณ์ว่าเครื่องยนต์ V4 ใหม่ของยามาฮ่าจะเปิดตัวในสนามแข่งช่วงกลางฤดูกาล 2025 แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยกระบวนการพัฒนาเครื่องยนต์ที่รวดเร็วขึ้น ทำให้ระยะเวลาดังกล่าวถูกย่นลง อาจใช้ V4 ลงแข่งขันในปี 2027 เครื่องยนต์ V4 ใหม่จากค่ายส้อมเสียงมีความเป็นไปได้ที่จะถูกนำมาใช้แข่งขันอย่างเป็นทางการ ในการแข่ง MotoGP ฤดูกาล 2027 ที่ในฤดูกาลดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนกฎใหม่ที่ต้องลดขนาดเครื่องยนต์ลงเหลือเพียง 850 ซีซี “ในความคิดเห็นของเรา คิดว่าเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงยังมีศักยภาพอีกมากมายที่ต้องพัฒนา และปรับปรุง แต่ในเมื่อคู่แข่งทั้งหมดของเราตอนนี้ใช้เครื่องยนต์ V4 และเราได้มองถึงกฎกติกาของการแข่งขันรายการ MotoGP ในปี 2027 เราจึงเริ่มพัฒนาเครื่องยนต์ V4” “ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ในปี 2027 มันก็ยังอีกไกลสำหรับเรา เราจึงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ V4 ตั้งแต่ตอนนี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เห็นเครื่องยนต์นี้ลงแข่งขันเมื่อไหร่ แต่สำหรับการทดสอบในสนามคงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมแล้ว”  – ลิน จาร์วิส เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการที่ Yamaha ถึงเวลาพัฒนาเครื่องยนต์ V4 การทดสอบ Shakedown Test ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย จะเริ่มทำการทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 (นักแข่งฟูลซีชั่นที่ไม่ได้ขับในฤดูกาล 2025 เป็นปีแรกจะไม่สามารถลงทดสอบได้) และการทดสอบอย่างเป็นทางการจะอยู่ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่