SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
หลีดสีใหม่! 2026 New Honda LEAD125

ไทยฮอนด้าเปิดตัว New Honda LEAD125 รุ่นปี 2026 รถสกู๊ตเตอร์อเนกประสงค์ยอดฮิต เพิ่มระบบเบรก ABS และดีไซน์ใหม่พรีเมียมมินิมอล พร้อมช่องเก็บของ 37 ลิตร ราคาเริ่ม 6.2 หมื่นบาท

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 Kawasaki W230 และ Meguro S1 คลาสสิคที่ยังมีลมหายใจ

2025 Kawasaki W230 และ Meguro S1 คลาสสิคที่ยังมีลมหายใจ 2025 Kawasaki W230 และ Meguro S1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับรถจักรยานยนต์ที่มีกลิ่นอายของความเป็นเรโทรคลาสสิคตระกูล W ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน โดย Kawasaki W230 เป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของ W แบรนด์ และ Meguro S1 ทายาทของ Kawasaki 250 Meguro ที่อายุครบ 100 ปีในปีนี้แบบพอดิบพอดี ทั้งสองคันมีรูปแบบการดีไซน์ย้อนยุคสวยงาม เรียกได้ว่าถูกใจเหล่าไบค์เกอร์สายคลาสสิคอย่างแน่นอน Meguro S1 ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบโดยตรงจากรถมอเตอร์ไซค์ในตำนาน ในประวัติศาสตร์ของ Kawasaki และ Meguro: Kawasaki 250 Meguro SG ซึ่งผลิตในปี 1964 การออกแบบที่เห็นใน Meguro S1 สัมผัสได้ว่าสืบทอดมาจากรุ่นบรรพบุรุษโดยตรง โดยยังคงความเท่แบบเหนือกาลเวลาซึ่งยังคงสวยงามเหมือนในปี 1964 Kawasaki W230 โมลเดลที่สืบสานความภาคภูมิใจของซีรีส์ W ด้วยสัมผัสแห่งสไตล์ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่รุ่น W รุ่นดั้งเดิม W230 จึงมีความงามอันเรียบง่ายเหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนดีไซน์ก็ยังมีความคลาสสิคและสวยงามอยู่เสมอ Kawasaki W230 และ Meguro S1 ใช้เครื่องยนต์ขนาดเดียวกันที่ 233 ซีซี สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีพละกำลังอยู่ที่ 17 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิด 18.6 นิวตันเมตรที่ 5,800 รอบต่อนาที ซึ่งเจ้าเครื่องนี้ก็จะเป็นพื้นฐานมาจาก KLX230 จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด มาพร้อมกับเกียร์ 6 สปีดแบบแมนนวล  ล้อหน้าให้มาแบบซี่ลวดขนาด 90/90-18 M/C ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว 2 พอต ขนาด 265 มม. มาพร้อมโช้คอัพแบบเทเลสโคปิกขนาดแกน 37 มม. พร้อมปลอกกันฝุ่น ในส่วนของระบบความปลอดภัย ให้ระบบเบรกมาพร้อม ABS ช่วยให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเมื่อต้องมีการเบรกกระทันหัน ล้อหลังให้มาแบบซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว 110/90-17 M/C ขนาด 220 มม. ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบสวิงอาร์มพร้อมโช้คอัพสปริงคู่ ระบบไฟส่องสว่าง ไฟหน้าให้ไฟแบบ LED สีขาว แต่ในส่วนของไฟเลี้ยวด้านหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยวด้านหลังให้เพียวแค่หลอดไฟแบบฮาโลเจนเท่านั้น เรือนไมล์ที่ความผสมผสานระหว่างดิจิตอล และอนาล็อก โดยฝั่งซ้ายจะบอกความเร็ว และจอดิจิตอลสำหรับบอกระยะทางรวมของรถคันนี้ และนาฬิกา ฝั่งขวาจะเป็นรอบของเครื่องยนต์ และสัญญาณต่าง ๆ อาทิ ไฟบอกสถานะเกียร์ว่าง , ไฟเตือนไฟสูง , ABS , ไฟเตือนระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และสัญญาณไฟเลี้ยว 2025 Kawasaki W230 และ Meguro S1 สเปค และรายละเอียด Kawasaki W230 Meguro S1 เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ เครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 233 ซีซี 233 ซีซี แรงม้า (เคลม) 17 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที 17 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 18.6 นิวตันเมตรที่ 5,800 รอบต่อนาที 18.6 นิวตันเมตรที่ 5,800 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 x 66.0 มม. 67.0 x 66.0

2025 Kawasaki Ninja 1100 SX ยักษ์เขียว ล้อหมุนเปิดรุ่นใหม่

ยักษ์เขียว ล้อหมุนเปิดรุ่นใหม่ 2025 Kawasaki Ninja 1100 SX หลังจากที่ Kawasaki Versys 1100S เปิดตัวแล้วในประเทศออสเตรเลีย ก็มีข่าวเพิ่มเติมออกมาเกี่ยวกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ 2025 Kawasaki Ninja 1100 SX ที่ใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกัน รวมไปถึงรุ่นย่อยที่ใส่ของแต่งสายทัวร์ริ่งมาให้ เครื่องยนต์ 1100 เจนใหม่ เพิ่มขนาดแต่ม้าตาย เครื่องยนต์ใหม่ ในโมเดลนี้มีขนาด 1,099 ซีซี 4 สูบเรียง โดยเป็น เครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนามาจากรุ่น Ninja 1000SX เดิม ซึ่งขาววงในบอกสเปคคร่าวๆมาว่า จะสามารถส่งกำลัง 134 แรงม้าที่ 9,000 rpm แรงบิด 112.6 นิวตันเมตร ที่ 7,600 rpm เทียบกับตัวเก่าเครื่องยนต์ตัวใหม่เหมือนจะโดนตอนม้ามา แต่ได้แรงบิดที่เพิ่มหน่อยนึง เพราะจากสเปคเดิม Ninja 1000SX ที่มีพละกำลังอยู่ที่ 140 แรงม้าที่ 10,000 rpm แรงบิดอยู่ที่ 111.2 ที่ 8,000 rpm ที่ม้าล้มตายไปฝูงนึง น่าจะมีสาเหตุจาก กฎ Euro 5+ ที่ไม่ใช่แค่คาวาที่โดน แต่ ตัวพันรุ่นใหม่ โดนแทบทุยี่ห้อ ต้องมาดูอีกทีว่า Kawasaki ให้โหมดแบบไม่ตอนมารึเปล่า หรือต้องซื้อท่อฟูลซักเส้น เพิ่มท็อปสปีดกับอัตราทดเกียร์ใหม่ ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์ใหม่นี้จะมีกำลังแรงม้าที่น้อยกว่า และมีน้ำหนักที่ใกล้เคียงกัน แต่เจ้า Ninja 1100SX มีการปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ จึงทำให้มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 251 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่ง 1000SX ทำได้ที่ 249 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รุ่น SE เพื่อสายทัวร์ริ่งโดยเฉพาะ ในส่วนของรายละเอียดรุ่นย่อยของ Kawasaki Ninja 1100SX จะไม่ได้มาเพียงแค่รุ่นธรรมดา (โมเดลต่อท้ายด้วย SX) แต่จะมีรุ่น SE ที่เป็นรุ่นอัพเกรดเพิ่มเติมขึ้นมา โดยในรุ่น SE จะมาพร้อมอุปกรณ์เสริมเช่นกล่องสัมภาระด้านข้าง และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รวมถึงระบบความปลอดภัยที่มีความทันสมัยมากขึ้น และรวมไปถึงสีพิเศษที่อาจจะมีเฉพาะในรุ่นนี้  สรุป รถจักรยานยนต์รุ่นนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่สไตล์สปอร์ต-ทัวร์ริ่ง โดยมุ่งเน้นไปที่ความสมดุลระหว่างสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของรุ่นนี้คาดว่าจะเปิดตัวขี้นในเดือนตุลาคม 2024​ นี้ และคาดว่าจะมีคันจริงให้สาวกยักษ์เขียว ลูบไล้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 ที่ประเทศอิตาลี ในเดือนพฤศจิกายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati 100 Wins MotoGP กับประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในโมโตจีพี

Ducati 100 Wins MotoGP กับประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในโมโตจีพี Ducati 100 Wins MotoGP สร้างประวัติครั้งใหม่ กับการเฉลิมฉลองชัยชนะสู่ 100 เกมของการแข่งขันใน MotoGP ที่ Misano ประเทศอิตาลี โดยชัยชนะครั้งล่าสุด เกิดขึ้นโดยนักบิดหมายเลข 23 Enea Bastianini เพื่อนร่วมทีมเมทแชมป์โลกอย่าง Francesco Bagnaia ที่สามารถได้คว้าชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ หลังการดวลกับ Jorge Martin ผู้นำอันดับหนึ่งของตารางในรอบสุดท้าย ก่อนสามารถแซงเจ้าตัวและเข้าเส้ยชัยเป็นคนแรก สร้างผลงานในบ้านที่น่าจดจำให้กับ Ducati ไปได้ในครั้งนี้ @motogp A bit of controversy around Bestia’s winning overtake 😬 Which is your point of view? Too agressive or just a bold last lap move? 👀 #EmiliaRomagnaGP 🏁 #MotoGP #Motorsport #Motorcycle #Racing #SportsOnTikTok ♬ Tonight – Felix Tena หากย้อนไปในช่วงบุกเบิก Ducati นั้นก่อตั้งขึ้นในปี 1926 และเข้าสู่การแข่งขัน MotoGP อย่างจริงจังในช่วงต้นปี 2000 โดยความสำเร็จแรกของพวกเขาเกิดขึ้นในปี 2003 เมื่อ Loris Capirossi คว้าชัยชนะครั้งแรกให้กับทีม ความสำเร็จนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดย Ducati ยังคงพัฒนารถแข่งและเทคโนโลยีต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้พวกเขาเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดใน MotoGP โดยชัยชนะครั้งที่ 100 ของ Ducati ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่สามารถรักษาระดับการแสดงศักยภาพได้อย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา การควบคุมรถที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงการทำงานเป็นทีมของนักแข่งและวิศวกร ทำให้ Ducati สามารถแสดงความสามารถได้ในทุกสนามแข่ง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในยุโรปหรือในสนามอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากการพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดหย่อน Ducati ยังได้รับการสนับสนุนจากนักแข่งมากฝีมือหลายคน อาทิ Casey Stoner ซึ่งเคยพา Ducati คว้าแชมป์โลกในปี 2007 ความสำเร็จเหล่านี้ช่วยให้ Ducati กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดในวงการ MotoGP โดยการมีรถแข่งที่มีความเร็วและความเสถียรสูงช่วยให้นักแข่งสามารถควบคุมสถานการณ์ในสนามได้อย่างดี ความสำเร็จของ Ducati ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาก้าวสู่การเป็นแชมป์ในหลายรายการ แต่ยังส่งผลให้มีแฟน ๆ และผู้สนับสนุนจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การชนะครั้งที่ 100 จึงไม่เพียงแต่เป็นการบันทึกสถิติ แต่ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีม การพัฒนาเทคโนโลยี และการทุ่มเทในการแข่งขันที่สูงสุดในโลกของ MotoGP อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Enea Bastianini กับจังหวะดราม่า ใน Emilia-Romagna GP

Enea Bastianini กับจังหวะดราม่า ใน Emilia-Romagna GP การแข่งขัน Emilia-Romagna GP มอบดราม่าให้เราแบบเต็มเปี่ยม โดย Enea Bastianini (ทีม Ducati Lenovo) คว้าชัยชนะอย่างยอดเยี่ยมหลังจากแซงผู้นำคะแนนสะสม Jorge Martin (ทีม Prima Pramac Racing) ในช่วงท้าย ขณะที่ Pecco Bagnaia (ทีม Ducati Lenovo) พลาดล้มในการแข่งขัน GP ครั้งที่ 100 ของเขา จึงทำให้วันอาทิตย์ที่ผ่านมากลายเป็นหนึ่งในวันที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการแข่งขันในปี 2024 และนี่คือประเด็นสำคัญจากสนามที่ 14! การโจมตีเพื่อคว้าชัยชนะในช่วงท้ายของ Bastianini ต่อ Jorge Martin ได้สร้างความเห็นที่แตกแยกในพิต บางคนมองว่าจังหวะการเเซงเเบบนี้เกินขอบเขต ขณะที่บางคนเชื่อว่ามันเป็นแค่การแข่งปกติ ! ซึ่งก็มีคอมเมนต์ต่าง ๆ มากมายของนักแข่งต่อเหตุการณ์เเซงสุดดราม่านี้ Jorge Martin: “แน่นอนว่าตอนนี้ผมคิดว่าเราชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับแนวคิดของฝ่ายจัดการแข่งขันในอนาคต ดังนั้นผมคิดว่าครั้งหน้าถ้าผมต้องทำแบบเดิม ก็น่าจะไม่มีผลกระทบอะไร ผมหวังไว้แบบนั้นนะ” “แม้แต่ Marc Marquez ยังบอกว่าเขาคิดว่าน่าจะต้องลดตำแหน่ง Bastianini หนึ่งตำแหน่ง!” @motogp A bit of controversy around Bestia’s winning overtake 😬 Which is your point of view? Too agressive or just a bold last lap move? 👀 #EmiliaRomagnaGP 🏁 #MotoGP #Motorsport #Motorcycle #Racing #SportsOnTikTok ♬ Tonight – Felix Tena Enea Bastianini: “ผมเห็นว่ามีโอกาสเดียวที่จะเเซงเขาในรอบสุดท้ายที่โค้ง 4 เขาพยายามปิดไลน์ ผมเกือบจะเกินลิมิตเล็กน้อยที่ล้อหน้า แต่สุดท้ายผมก็ปิดไลน์ในโค้งและคว้าชัยชนะมาได้” Marc Marquez (Gresini Racing MotoGP™): “Enea ไม่สามารถควบคุมรถให้อยู่ในสนามได้ ดังนั้นสำหรับผมควรจะลดตำแหน่งหนึ่ง แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันเป็นผู้ตัดสินใจ” Francesco Bagnaia: “ผมคิดว่ามันเป็นการแซงแบบการแข่งขัน ไม่มีอะไรต่างจากที่ Jorge เคยทำในอดีตเลย เขาเคยทำแบบนี้กับผมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทั้งที่กาตาร์และอินเดียเขาก็ทำแบบเดียวกัน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ” Luca Marini (Repsol Honda Team) : “ถ้าคุณดันนักแข่งอีกคนออกนอกสนาม แล้วตัวเองก็หลุดโค้งไปด้วย – ถือว่าไม่สามารถทำแบบนั้นได้ “หาก Martin ทำแบบเดียวกันที่อินโดนีเซีย ผมคาดหวังว่าควรจะได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน – ไม่ว่าจะเป็น Martin, Pecco, ผม หรือใครก็ตาม ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติเหมือนกันแค่นี้ครับ” Miguel Oliveira (Trackhouse Racing): “กฎชัดเจนแล้ว เมื่อคุณอยู่ในการแข่งขันระหว่างนักแข่งคืนอื่น และคุณหลุดไปที่พื้นที่สีเขียว คุณต้องยอมเสียตำแหน่ง ความจริงที่ว่าเขาไม่ได้หลุดไปที่สีเขียว เพราะตรงนั้นไม่ได้ทาสีเขียว แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าโค้งได้ มันเป็นการแซงรอบสุดท้าย ทุกคนสู้กันอย่างสุดความสามารถ และมันยากมากที่จะทำการแซงใน MotoGP ดังนั้นคุณต้องใช้ทุกโอกาสที่มี” “ถ้ามันเป็นการแซงเพื่อชัยชนะ ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่มันขึ้นอยู่กับคณะกรรมการตัดสิน กฎชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่ถูกลงโทษเพราะไม่ได้แตะพื้นที่สีเขียว แต่เป็นสีน้ำเงินหรืออะไรก็ตาม ถ้าคุณแซงในโค้งอื่นและแตะพื้นที่สีเขียว คุณต้องยอมเสียตำแหน่ง ดังนั้นเขารู้ดีว่าจะต้องแซงตรงไหน!” Jack Miller: “มันเป็นเหตุการณ์การแข่งขัน การต่อสู้ในรอบสุดท้าย ถ้าคุณอยากดู Zarco หรือผมในรอบสุดท้ายที่โค้ง 14 หรือ Di Giannantonio หรือ Mir ที่โค้ง 14… นั่นคือการแข่ง มันเกิดขึ้นทั่วทั้งสนาม มันเป็นรอบสุดท้ายของการแข่งขัน” Aleix Espargaro (Aprilia Racing): “ผมไม่มีคำจะพูดจริง ๆ เพราะนักแข่งคนหนึ่งชนกับอีกคน และทั้งสองคนก็ออกนอกสนาม”  เเละทั้งหมดนี้ก็เป็นความคิดเห็นของเหล่านักเเข่งที่มีต่อจังหวะการเเซงระหว่าง Enea Bastianini

ดานี่ เปโดรซ่า เตรียมขึ้นแท่นหัวหน้าทีม KTM

ดานี่ เปโดรซ่า เตรียมขึ้นแท่นหัวหน้าทีม KTM มีข่าวลือออกมาอย่างแพร่หลายว่า ดานี่ เปโดรซ่า อาจจะได้รับตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีม MotoGP ของทีม KTM ในปี 2024 แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ข้อมูลจากหลายแหล่งระบุว่า เปโดรซ่าอาจเข้ามาแทนที่ ฟรานเชสโก้ กุยดอตติ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะออกจากตำแหน่งเนื่องจากมีความขัดแย้งกับ KTM เกี่ยวกับทิศทางของทีมในอนาคต  การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างภายในทีม KTM เพื่อฟื้นฟูศักยภาพการแข่งขันของทีม หลังจากเผชิญกับความท้าทายในช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ไม่มีโอกาสที่ได้เข้าใกล้แชมป์โลกเลย​ ดานี เปโดรซ่า ซึ่งเป็นตำนานในวงการ MotoGP โดยเปโดรซ่าเป็นนักแข่งทีมฮอนด้าตั้งแต่ปี 2001 ในรุ่น 125 ซีซี และในปี 2003 เขาก็ได้ขยับขึ้นมาสู่รุ่น 250 ซีซี หลังจากนั้นในปี 2006 เขาได้ขยับเข้ามาแข่งในรายการ MotoGP กับทีม Repsol Honda ถึงแม้ว่าดานี เปโดรซ่า จะไม่เคยคว้าแชมป์โลก แต่ก็ยังได้ตำแหน่งรองแชมป์โลกถึงสามครั้งในปี 2007, 2010 และ 2012 นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์สนามมาแล้ว 31 ครั้งตลอดการแข่งขัน MotoGP  โดยปัจจุบันทำหน้าที่เป็นนักทดสอบรถของ KTM ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งได้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนารถแข่ง RC16 ความรู้ทางเทคนิค ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับทีมทำให้เขาเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งนี้ แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ อาจจะเป็นในช่วงการแข่งขันที่อินโดนีเซียหรือญี่ปุ่น สรุป การที่ทีมแข่งอย่าง KTM เลือกที่จะเดิมพันกับเปโดรซ่า นั้นแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะหาหนทางใหม่ ๆ และการที่เปโดรซ่าก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของทีม KTM ก็คงสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการ MotoGP ไม่น้อยเลยทีเดียว การได้รับตำแหน่งในครั้งนี้อาจเป็นบทบาทใหม่ทั้งในอาชีพของเขา และบทบาทที่เขาจะนำทีม KTM ไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha V4 สูบเรียงถึงทางตัน ได้เวลาสูบวี

Yamaha V4 สูบเรียงถึงทางตัน ได้เวลาสูบวี ยามาฮ่าออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาเครื่องยนต์ Yamaha V4 สำหรับการแข่งขันรายการ MotoGP  ลิน จาร์วิส กรรมการผู้จัดการบริษัท ยามาฮ่า เรซซิ่ง ยืนยันข่าวนี้ในการให้สัมภาษณ์กับ MotoGP.com เกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องยนต์ V4 ของทางยามาฮ่า “ ผมยืนยันได้ว่าเรากำลังมุ่งมั่นในการพัฒนาเครื่องยนต์ V4 และในเรื่องของการเปิดตัวก็อาจจะไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่าจะเปิดตัวเครื่องยนต์นี้ตอนไหน เพราะมันต้องมีความแรงกว่าเครื่องยนต์ที่เรามีปัจจุบัน (เครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง)” “และตอนนี้เราก็อยู่ในขั้นตอนของการ Engine bench test (การทดลองเครื่องก่อนติดตั้ง) บางทีมันอาจจะพร้อมในกลางปีหน้าก็ได้” “ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อตอนที่ Suzuki ยังไม่ถอนตัวจากการแข่งขัน MotoGP ก็จะมีผู้ผลิตสองค่ายที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง และแน่นอนว่าค่ายอื่นได้เริ่มใช้เครื่องยนต์แบบ V4 กันแล้ว มันทำให้เราได้เห็นพัฒนาการอย่างมากของกีฬาชนิดนี้” “ในความคิดเห็นของเรา คิดว่าเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงยังมีศักยภาพอีกมากมายที่ต้องพัฒนา และปรับปรุง แต่ในเมื่อคู่แข่งทั้งหมดของเราตอนนี้ใช้เครื่องยนต์ V4 และเราได้มองถึงกฎกติกาของการแข่งขันรายการ MotoGP ในปี 2027 เราจึงเริ่มพัฒนาเครื่องยนต์ V4” “ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ในปี 2027 มันก็ยังอีกไกลสำหรับเรา เราจึงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ V4 ตั้งแต่ตอนนี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เห็นเครื่องยนต์นี้ลงแข่งขันเมื่อไหร่ แต่สำหรับการทดสอบในสนามคงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมแล้ว”   “และจากการพัฒนาของเรา ตอนนี้ทุกอย่างมีพัฒนาการไปในทางบวก บางทีในกลางปีหน้าคุณอาจได้เห็นเครื่องยนต์นี้สู่สนาม ตอนนี้เราสิ่งที่ต้องทำอีกมากมาย แต่เรามีทีมที่แข็งแกร่ง ทั้งนักแข่ง และทีมวิศวกรที่ดีมากอีกหลายคนที่ทำงานให้กับเรา ผมคิดว่าเราต้องกลับมาอยู่ในแถวหน้าอีกครั้ง” หลังจากที่ Suzuki ถอนตัวจากการแข่งขันรายการ MotoGP เมื่อปลายปี 2022 จึงทำให้เหลือเพียง Yamaha ที่เป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียงเพื่อแข่งขันกับเครื่องยนต์ V4 ของ Ducati, Aprilia, KTM และ Honda โดยจุดสำคัญข้อดีของเครื่องยนต์แบบสูบวีคือ ไม่กว้างออกทางด้านข้าง เพราะลูกสูบถูกแยกออกเป็นสองฝั่ง และการใช้เครื่องยนต์ V4 มีจุดที่น่าสนใจคือ เครื่องยนต์แบบ V4 จะใช้รอบเครื่องยนต์ที่ต่ำกว่าเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง โดยที่แรงบิดนั้นจะมาไวกว่า ทำให้ออกตัวได้ง่ายกว่า โดยส่วนมากจะมีการวางองศาที่ 35, 60 และ 90 องศา โดยที่การวางองศาของชุดลูกสูบสองชุดนั้นจะเป็นการกำหนดคาแรกเตอร์ของเครื่องยนต์ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ที่เน้น แรงบิด หรือ แรงปลาย ซึ่งส่วนมากแล้วการวางเครื่องยนต์แบบ V4 จะมีการเลือกวางตามแนวยาวของตัวรถ และเครื่องยนต์ V4 นั้นสามารถรักษาระดับความเร็วได้อย่างคงที่ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางโค้ง รวมไปถึงการเปิดใช้งาน Engine Brake ก็จะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า เพราะเครื่องยนต์นั้นสามารถทนทานต่อแรงตึงได้สูงกว่า ทีมที่ใช้เครื่องยนต์ “V4” ในการแข่งขัน MotoGP24 Model ทีม Aprilia racing RS-GP24 Aprilia Racing Ducati Desmosedici GP24 Ducati Lenovo Team Ducati Desmosedici GP Gresini Racing MotoGP™ Honda RC213V LCR Honda Ducati Desmosedici GP Pertamina Enduro VR46 Racing Team Ducati Desmosedici GP Prima Pramac Racing KTM RC16 Red Bull GASGAS Tech3 KTM RC16 Red Bull KTM Factory Racing Honda RC213V Repsol Honda Team Aprilia racing RS-GP24 Trackhouse Racing   Yamaha MotoGP ใช้ “4 สูบเรียง” ในการแข่งขัน MotoGP24

Bangkok Star ศูนย์บริการรถบิ๊กไบค์ระดับ 5 ดาว

Bangkok Star ศูนย์บริการรถบิ๊กไบค์ระดับ 5 ดาว   ชี้เป้าพิกัดสำหรับสาวกบิ๊กไบค์ หากใครกำลังมองหารถบิ๊กไบค์สักคันในราคาที่ถูกใจพร้อมอะไหล่ตกแต่งมากมายไม่ว่าจะเป็นมือ 1-2 หรือจะนำรถของท่านเข้ามาบริการเซอร์วิสแล้วหล่ะก็ ในบทความนี้ทางทีมงาน SuperBike Thailand จะขอแนะนำกับศูนย์บริการเซอร์วิสและจำหน่ายรถบิ๊กไบค์ที่ครบครันมากสุดแห่งหนึ่งในย่านใจกลางเมืองกรุงเทพกับร้านที่มีชื่อว่า Bangkok Star  สำหรับใครที่ติดตามในวงการมอเตอร์ไซค์มานาน โดยเฉพาะทางฝั่งบิ๊กไบค์จากค่ายยุโรปหรือในสนามแข่งขันทางแดร็ก ก็คงคุ้นชื่อเจ้าของร้านแห่งนี้กันดีกับ พี่ลู่ (เยดลู่แบงค็อกสตาร์) ซึ่งพิกัดของร้านดังกล่าว ตั้งอยู่ติดกับถนนประดิษฐ์มนูธรรมถัดจากศูนย์การค้าเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา แล้วทำไมต้องร้านนี้หล่ะ จะมีอะไรที่น่าสนใจกันเชียว โชว์รูมรถบิ๊กไบค์มากมาย แค่เดินผ่านหน้าร้านก็เห็นแล้วว่า มีจำนวนรถไบค์บิ๊กไบค์มากมาย จอดตั้งโชว์เรียงรายอยู่เต็มเลยทีเดียว ไม่ว่าจะค่ายยุโรปหรือค่ายเอเชียทั้ง BMW S1000RR, BMW M1000RR, BMW R1300GS, BMW HP4 Race, Kawasaki ZX-10R,Yamaha R1, Honda CBR1000RR-R หรือนับได้ว่ามีพร้อมจำหน่ายแทบจะทุกค่าย แม้กระทั่งโมเดลสุดจิ๋วจอมซนอย่าง Honda MonKey ลายพิเศษพร้อมของแต่งมีมาให้เลือกอีกด้วย ถ้าหากใครที่กำลังตัดสินใจมองหารถบิ๊กไบค์แจ่ม ๆ ซักคัน ลองเข้ามาปรึกษาขอคำแนะนำกันก่อนได้นะจ๊ะ อะไหล่แต่ง..มีให้เลือก ถัดจากโซนหน้าร้านมาชมด้านหลังกันบ้าง โชว์ให้เห็นกันเด่น ๆ กับอะไหล่แต่งมากมายทั้งมือ 1,2 ไม่ว่าจะเป็นล้อ ปั๊ม Brembo จานเบรก ท่อแต่งไทเทเนียม รวมถึงของแต่งอื่น ๆ อีกเพียบ สำหรับสายแต่งที่อยากได้อะไหล่งาม ๆ ต้องไม่พลาดนะ โซนหมวกกันน็อก นอกจากนี้ยังมีโซนหมวกกันน็อกพร้อมจำหน่ายจากแบรนด์ดังมากมาย ทั้งแบรนด์เอเชียและยุโรปมาให้ชมกันอีกด้วย ถือว่าเป็นโซนที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว เพราะมีหลายทุกรุ่นหลายสไตล์ จนกระทั่งอยากได้เป็นเจ้าของเลยทีเดียว โซนคาเฟ่ ถัดต่อมาเป็นโซนแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ ในฝั่งของคาเฟ่และเครื่องดื่มพร้อมรองรับแก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทุกท่าน และยังเป็นโซนแห่งการพบปะของชาวสองล้ออีกด้วยนะ  โซนเซอร์วิส ส่องโซนขายของกันไปแล้วเรามาชมโซนบริการเซอร์วิสกันบ้าง ทางร้านยังให้บริการเซอร์วิสรถบิ๊กไบค์ทั้ง บริการล้างรถ ล้างสีและโมดิฟายของแต่งต่าง ๆ อ๊ะ..ลืมบอกไป ร้านแห่งนี้ยังเป็นดีลเลอร์เจ้าหลักของผลิตภัณฑ์ยางอิตาลีอย่าง Pirelli อีกด้วยนะ สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนยางก็สามารถเข้ามารับบริการกันได้เลย มียางซิ่งพร้อมขนาดไซส์ให้เลือกทุกรุ่น แถมมีส่วนลดราคาอีกด้วย นับได้ว่าครบครันกับการบริการเซอร์วิสรถของท่านให้ดูหล่อ ดูเท่ ดูซิ่งมากยิ่งขึ้น และการันตีได้เลยว่าทางร้านบริการได้อย่างประทับใจแน่นอน ถ้าหากไม่เชื่อแอดมิน ลองว้อคอินเข้าไปในร้านดูสิครับ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ทางเพจ คลิ๊กที่นี่  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Suzuki GSX-8R เจนสองออกสีใหม่ ยังไม่เข้าไทยเหมือนเดิม

2025 Suzuki GSX-8R เพิ่มความหล่อด้วยสีใหม่ เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับ 2025 Suzuki GSX-8R ที่ยังคงคอนเซปต์เดิม นั่นคือการที่ให้รถจักรยานยนต์คันนี้สามารถขี่ใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน และแข่งขันในสนามได้ ซึ่งการเปิดตัวในโมเดลนี้จะมีเพียงสีใหม่ที่เปิดตัวเพิ่มเข้ามา คือสี เหลือง-ดำ Pearl Ignite Yellow เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับผลิตภัณฑ์ อีกทั้งในเจ้าโมเดลที่เปิดตัวใหม่ ก็มีจุดเด่นไฮไลท์ที่น่าสนใจ ดังนี้ สปอร์ตฟลูแฟริ่ง ออกแบบตามหลักพลศาสตร์ ทาง Suzuki ได้เปิดตัววางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ GSX-8R MY2025 โดยรูปแบบตัวรถมาในทรงของรถสปอร์ตฟลูแฟริ่งแบบเต็มพร้อมบังลม ซึ่งทุกรายละเอียดของการออกแบบจะมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพ และผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลม อีกทั้งยังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ รูปทรงเพรียวบางช่วยให้ลมไหลผ่านได้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดยขนาดตัวรถมีขนาดอยู่ที่ (กว้าง x ยาว x สูง) 770 x 2,115 x 1,135 มม. ความยาวของช่วงล้ออยู่ที่ 1,465 มม. ตัวรถมีระยะห่างจากพื้น 145 มม. และความสูงของเบาะนั่งอยู่ที่ 810 มม. ล้อรถแบบแม็กซ์มีขนาดด้านหน้า 17 x 3.5 นิ้ว และล้อหลังขนาด 17 x 5.5 นิ้ว พร้อมกับขนาดยางหน้าขนาด 120/70-ZR17 และขนาดยางหลังขนาด 180/55-ZR17 Dynamic ABS LINEAR STOPPING POWER ระบบเบรกคู่หน้แบบดิสก์เบรกคู่ 4 พอตปั้มเบรก Nissin ขนาด 310 มม. และระบบเบรกล้อหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว 1 พอต ขนาด 240 มม. ที่มาพร้อมกับระบบ ABS ช่วยให้เบรกได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น ERGONOMIC CHASSIS การควบคุมและความสะดวกสบายที่ไม่เหมือนใคร แชสซีที่ถูกออกแบบมาเพื่อความเสถียรในการขับขี่ทางตรงอันยอดเยี่ยม พร้อมทั้งยังคงการขับขี่ที่สปอร์ต ให้ผู้ขับขี่รู้สึกตื่นเต้น สนุกทุกครั้งที่ได้ร่วมทางกับคันนี้ โดยระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพหัวกลับ Showa SFF-BP ขนาดแกน 41 มม. มีระยะยุบตัว 130 มม. ระบบกันสะเทือนด้านหลังโช้คอัพเดี่ยว Showa Link-type มีระยะยุบตัว 130 มม. สามารถปรับตั้งค่าพรีโหลดได้ ที่สามารถปรับแต่งเพื่อความคล่องตัวและการควบคุมที่มั่นใจขณะขับขี่มากยิ่งขึ้น PARALLEL-TWIN ENGINE ทํางานได้อย่างราบรื่น เครื่องยนต์ 2สูบ มาในขนาด 776 ซีซี 4 จังหวะ ข้อเหวี่ยงแบบ 270° DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยเคลมกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 82.9 แรงม้าที่ 8,500 รอบและแรงบิดที่ 78 นิวตันเมตรที่ 6,800 รอบ และติดตั้งระบบ Cross Balancer เอกสิทธิ์เฉพาะของ Suzuki เพื่อการทำงานของเครื่องยนต์ที่ราบรื่นมากยิ่งขึ้น QUICK SHIFTER ให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นเรื่องง่าย The Suzuki Clutch Assist System (SCAS) ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ และการเบรกเครื่องยนต์เป็นไปอย่างนุ่มนวล ขณะที่ระบบ Quick Shift แบบสองทิศทางช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้ง่ายกว่าที่เคย SUZUKI INTELLIGENT RIDE SYSTEM GSX-8R ใช้ระบบ Suzuki Intelligent Ride System (SIRS) พร้อมตัวเลือกโหมดขับขี่ Suzuki 3 โหมด ได้แก่ โหมด A (แอคทีฟ) ซึ่งให้การตอบสนองของคันเร่งที่เฉียบคมที่สุด โหมด B และโหมด C ที่สามารถเลือกใช้การตอบสนองความนุ่มนวลของคันเร่งได้ตามระดับ และระบบควบคุมการยึดเกาะถนนขั้นสูง 4 โหมด พร้อมด้วยระบบ Easy Start สตาร์ทเครื่องง่าย ๆ ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว และ Low RPM Assist ระบบช่วยป้องกันรถดับเมื่อขับขี่ในรอบต่ำ สีสันที่วางจำหน่าย 2025 Suzuki GSX-8R 

วิธีการดูแลยาง เพื่อป้องกันยางบูดก่อนวัยอันควร

วิธีการดูแลยาง เพื่อป้องกันยางบูดก่อนวัยอันควร วิธีการดูแลยาง เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนมองข้าม และยางก็เป็นส่วนที่ติดกับถนน หากยางมีปัญหาหรือไม่ได้คุณภาพก็อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ บทความนี้จึงรวบรวม วิธีการดูแลยาง เนื่องจาก ณ เวลาปัจจุบัน มียางมอเตอร์ไซค์มากมายหลายยี่ห้อ และทุกยี่ห้อก็จะบอกว่ารับประกันฯ 1ปี – 5ปี หรือใจ ๆ หน่อย ก็รับประกันฯ ตลอดอายุการใช้งาน แต่ การรับประกันฯ ภาษาพูด และ ภาษาเขียน ความหมายไม่เหมือนกัน ยี่ห้อส่วนมาก จะ ใส่ “ฯ” ละไว้ในฐานที่เข้าใจ เช่น การรับประกันความบกพร่องทางการผลิต ครั้นจะพูด หรือพิมพ์เต็มประโยคทุกครั้งมันก็จะเปลืองคำไปซะหน่อยก็เลยทำการย่อเหลือ รับประกันฯ สั้น ๆ แค่นี้ ทีนี้ พอเกิดอะไรผิดปกติขึ้นกับยาง…ใจก็สั่งมาว่า ต้องเล่นหน่อยแล้ว ไหนบอกว่ารับประกันไง เดี๋ยวเจอกรู ถ้าไม่เคลมจะฟ้องนู้นนี้ หึหึ ความเป็นจริงแล้วเขารับประกันเฉพาะปัญหาที่เกิดจากการผลิต ซึ่งก็ต้องพิสูจน์-ตรวจสอบว่า มันเกิดจาการผลิตจริง แต่ก็อย่างว่า มันต้องตรวจสอบ สายจอด…อ่านไว้ เรารวบรวม วิธีการดูแลยาง ไว้ให้แล้ว จอดถูกที่ ถูกวิธี ยางก็จะเสื่อมช้าลง…เน้นว่า เสื่อมช้าลง เป็นไปไม่ได้ที่ยางที่ใส่แล้ว ขึ้นขอบ ใส่ลมแล้ว จะไม่เสื่อม แต่มีขั้นตอนลดความเสื่อม ตามนี้ 1.ซื้อมาใช้…ก็ใช้ซะ ไม่ได้ด่า และ ไม่ได้อ่านผิด ยางมอเตอร์ไซค์ ถ้าซื้อมาใส่แล้ว ก็ควร ขี่…ขี่…แล้วก็ขี่ จนยางหมดค่อยซื้อคู่ใหม่ เพราะอายุการใช้งานของยางมอเตอร์ไซค์ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 2,000-20,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทของยางโดยปัจจัยหลักในการกำหนดอายุของยางคือ ผู้ขี่ ผิวถนนที่ใช้ และสภาพโดยรวมของยาง เพราะฉะนั้น ไม่เกี่ยวกับปียาง หรือว่าใช้มาสั้น-ยาวแค่ไหน ขี่หมด ก็คือหมด แต่ถ้าไม่ขี่ ก็เก่าตามเวลา และอายุการใช้งานของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน สาเหตุก็มาจากนิสัยการใช้งาน หลายคนอาจต้องเคยสงสัยกันบ้างแหละว่าทำไมเพื่อนใช้ยางรุ่นเดียวกันแต่ยางหมดช้ากว่าเรา หรือสามารถลากยาวได้เกิน 20,000 กิโลเมตร 2.หมั่นเติมลมยาง ยางมอเตอร์ไซค์ต้องขยันเติมลมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช่แล้ว…อย่างน้อย ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ โดยที่ไม่ได้เติมลมยางก็ยิ่งพังเร็วเท่านั้น แต่บางคนขยันเติมบ่อย แต่ก็พัง เพราะอะไร? ถ้าตอบแบบง่าย ๆ คือ วัดลมผิดจังหวะ ถ้าไม่นับว่าเกจ์วัดไม่ตรงนะ และที่สำคัญมาก ๆ หลายคนไม่ทราบ ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์บางร้านก็ไม่ทราบ นั่นคือการวัดลมยางหรือเติมลมยาง ควรทำขณะที่ยางเย็น ทำไมหน่ะหรอ เพราะเวลาที่ยางร้อน อากาศในยางจะขยายตัว ทำให้แรงดันลมยางที่วัดได้สูงกว่าปกติ ยิ่งล้อหลังรถสกูตเตอร์ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเครื่องร้อนจัด อาจจะมี +6 psi พอไปวัดที่ปั้ม อ้าว ลมปกติหนิ ไม่ต้องเติม เผลอ ๆ ปล่อยลมออก แต่ความจริง คือแรงดันขยายจ้า แล้วจะทราบได้ยังไงต้องเติมเท่าไหร่ มันก็มีวิธีง่ายๆ ดูตามคู่มือ…พอ 3.จอดขึ้นสแตนด์หน้า – หลัง ให้ล้อทั้ง 2 ลอยจากพื้น เพราะส่วนมากที่เห็น ๆ กัน จะขึ้นแค่สแตนด์หลัง ข้างหน้ายางติดพื้น การทำในลักษณะนั้นยิ่งแล้วใหญ่ เพราะน้ำหนักเกือบทั้งหมด จะลงไปที่ยางหน้า แล้วถ้าจอดทิ้งไว้เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน ยางจะเกิด Flat Spot หรือจุดกดทับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยางระเบิด เพราะโครงสร้างมันหักหมดแล้ว หากนำไปใช้งานที่ความเร็วสูง ๆ อาจทำให้เกิดอันตรายได้ และที่สำคัญอย่าลืมว่า ตอนจอด ลมก็ค่อย ๆ ซึม ยิ่งจอดนาน ยางยิ่งพัง 4.เก็บรถให้พ้นแสง UV และ ความร้อนจากแดด เพราะแสงแดด ไม่ได้มีแค่ความร้อน แต่สิ่งที่ทำให้เนื้อยาง แห้ง แข็ง เงา คือรังสี UV และมันคือตัวการหลักที่ทำให้เนื้อยางตาย แตกลายงา วิธีเลี่ยงที่เป็นไปได้ คือ หาผ้าคลุมรถเกรดดี ๆ ที่กัน UV ได้ คลุมเวลาที่ต้องจอดตากแดดนาน ๆ หรือจอดนอกตัวอาคาร ต่อให้มีร่มเงา UV ก็สะท้อนเข้าได้ หรือถ้าเป็นไปได้ก็จอดในพื้นที่ ที่ไม่โดนแดด เช่น

13 อันดับ มอเตอร์ไซค์สปอร์ต แรงสุดของปี 2024

บทความนี้เราได้สืบหา มอเตอร์ไซค์ท่าขี่แบบสปอร์ต หรือเข่าหนีบถัง เท้าไม่ยื่นไปข้างหน้า นั่นหมายถึงว่าจะตัดรถกลุ่มมอเตอร์ไซค์ครูซเซอร์ออกเกือบทั้งหมด แต่มีหลงๆมาอยู่ เพราะท่าขี่นะแหละ โดยความแรงจะเรียงตามอัตราส่วน ของแรงม้าต่อน้ำหนัก เพื่อความแฟร์ เหมือนเทียบมวยตามน้ำหนักตัวเพื่อทำการจัดอันดับ มอเตอร์ไซค์สปอร์ตแรงสุดของปี2024 อันดับที่ 13.Triumph Rocket 3 Storm Rocket 3 Storm ความภาคภูมิใจของวิศวกร Triumph ที่สร้างเครื่องยนต์ 3 สูบ ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา ในพิกัด 2,458 ซีซี ใหญ่กว่า Honda Civic แถมแรง และทอร์คก็ใกล้เคียงกันด้วย เวลาขี่ก็เหมือนคร่อมเครื่องรถยนต์อยู่นั่นเอง เครื่องยนต์ 2,458 ซีซี, Inline 3 (3 สูบเรียง) กำลังสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิด 225 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง  320 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.51 hp/kg ราคา 1,079,000 บาท    อันดับที่ 12. Ducati Diavel V4 Ducati Diavel V4 เครื่องรถแข่งใส่รถทรงลุง ใครบอกว่ารุ่นนี้เกิดมาขี่ชิวๆ คิดให้ดีก่อนนะ เทียบกับครูซเซอร์รุ่นอื่นแล้วน้ำหนักเบากว่าเกือบครึ่ง รับรองคนขี่ไม่ปวดหลัง แถมแรงพร้อมแซงสปอร์ตตัวพัน ถ้าเผลอ เครื่องยนต์ 1,183 ซีซี, V4 (4 สูบวี) กำลังสูงสุด 168 แรงม้า แรงบิด 126 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง  236 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.71 hp/kg ราคา 1,309,000 บาท   อันดับที่ 11. Suzuki Hayabusa Suzuki Hayabusa ตำนานที่ยังมีลมหายใจ อดีตที่เคยแรงที่สุดในทางตรง ปัจจุบันอาจจะโดนดันได้ แต่บอกเลยว่ายาก เพราะถึงแม้ว่าจะอัดเกรดมาแค่บางส่วนแต่ก็ยังมีความเก๋าอยู่พอสมควรในทางตรง  เครื่องยนต์ 1,340 ซีซี, Inline 4 (4 สูบเรียง) กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง  264 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.72 hp/kg ราคา 899,000 บาท   อันดับที่ 10. KTM SuperDuke 1390 แรง ดิบ เถื่อน คือนิยามของ KTM ค่ายเดียวที่ไม่ยอมเป็นรองเรื่อง King of Naked ไม่เพียงแค่พละกำลังแต่ดีไซน์การออกแบบของ KTM เองก็เป็นเอกลักษณ์ เครื่องยนต์ 1,350 ซีซี, LC8 (2สูบวี) กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 145 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง  212 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.89 hp/kg ราคา 1,XXX,XXX บาท   อันดับที่ 9. Triumph Speed Triple 1200 RR Triumph Speed Triple 1200 RR สปอร์ตตัวแรงของค่ายผู้ดี เครื่อง 3 สูบ หนึ่งเดียวในกลุ่มตัวพัน และเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ไม่เป็นรองค่ายไหนๆ แถมราคาน่าสอยที่สุดในกลุ่มนี้ เครื่องยนต์ 1,160

Ducati Panigale V4S 2025 สเปค ต่างจากรุ่น V4 อย่างไร เทียบให้ดู

Ducati Panigale V4S 2025 สเปค ต่างจากรุ่น V4 อย่างไรบ้าง ? เดินทางมาถึงในเจนเนอเรชันที่ 7 แล้ว สำหรับซูเปอร์ไบค์ระดับตำนาน อย่าง Ducati Panigale โดยครั้งนี้เราจะมาเทียบความต่างทั้ง 2 รุ่นที่พึ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Ducati Panigale V4S 2025 สเปค กับรุ่น Panigale V4 2025 จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ? เทียบความต่าง ระหว่าง Panigale V4S และ Panigale V4 2025 Ducati Panigale V4 Ducati Panigale V4S เครื่องยนต์ เครื่อง Desmosedici Stradale 90 องศา V4 ระบบวาล์ว Desmodromic 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ เครื่อง Desmosedici Stradale 90 องศา V4 ระบบวาล์ว Desmodromic 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,103 ซีซี 1,103 ซีซี แรงม้า (เคลม) 216 แรงม้าที่ 13,500 รอบ/นาที 216 แรงม้าที่ 13,500 รอบ/นาที แรงบิด (เคลม) 120.9 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบ/นาที 120.9 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบ/นาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 81 x 53.5 มม. 81 x 53.5 มม. อัตราส่วนการอัด 14.0: 1 14.0: 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบควิกชิฟเตอร์ 6 สปีด พร้อมระบบควิกชิฟเตอร์ ระบบจุดระเบิด ดิจิทัล ดิจิทัล ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ โซ่ ความจุถังน้ำมัน 17 ลิตร 17 ลิตร เฟรม เพอริมิเตอร์เฟรม เพอริมิเตอร์เฟรม ขนาดล้อและยางหน้า ล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบา 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP-V4 120/70-ZR17 ล้ออลูมิเนียมฟอร์จ 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa 120/70-ZR17 ขนาดล้อและยางหลัง ล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบา 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP-V4 200/60-ZR17 ล้ออลูมิเนียมฟอร์จ 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP-V4 200/60-ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้ค Showa Big Piston Fork (BPF) ขนาดแกน 43 มม. สามารถปรับแต่งได้ โช้คหัวกลับ Öhlins NPX 25/30 (SV) สามารถปรับแต่งได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว Showa พร้อมกันสะบัด Sachs ปรับสามารถปรับแต่งได้ด้วยระบบไฟฟ้า ร่วมกับสวิงอาร์มคู่อลูมิเนียมแบบกลวง โช้คหลังเดี่ยว Öhlins TTX36