SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Yamaha X Force ABS สปอร์ตสกู๊ตเตอร์ตัวแรงคันใหม่เผยโฉมแล้วที่ญี่ปุ่น เผยโฉมกันออกมาแล้วกับ Master of Street Scooter หรือเจ้า Yamaha X Force ABS ที่ทางค่ายวางให้มันเป็นสกู๊ตเตอร์สไตล์สปอร์ตที่ขับขี่ได้สะดวกสบายและสนุก เหมาะกับการใช้งานในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะไปเรียนหรือไปทำงาน สำหรับเจ้าเอ็กซ์ฟอร์ซคันนี้มาในดีไซน์แบบล้ำสมัยพร้อมกลิ่นอายแบบสปอร์ตสตรีทโมตาร์ด ด้วยแฮนด์แบบแฮนด์บาร์ที่ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่าย ทั้งยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ไฟหน้าและไฟท้ายสุดโฉบเฉี่ยวไม่เหมือนใคร พร้อมหน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิทัล LCD เต็มระบบ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Blue Core สูบเดียว ขนาด 155 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผันหรือ VVA ที่ช่วยให้แรงทุกย่านความเร็วรอบ ยังมีระบบสมาร์ทมอเตอร์เจเนอเรเตอร์ที่ช่วยให้รถสตาร์ทได้เงียบและช่วยเพิ่มกำลังของรถได้ดี ทั้งนี้ขุมพลังตัวนี้ให้กำลังแรงม้าเคลมมาที่ 15 แรงม้าที่ 8,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 14 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ตัวรถใช้เฟรมใหม่น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงรองรับการขับขี่สไตล์สปอร์ตได้เป็นอย่างดี ระบบกันสะเทือนด้านหน้าใช้โช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คคู่แบบยูนิตสวิง ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกขนาด 267 ม.ม. ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 230 ม.ม. พร้อมระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนแนล และปิดท้ายด้วยล้อขนาด 13 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ในรถยังมีลูกเล่นชวนให้น่าใช้งานอีกหลายจุดไม่ว่าจะเป็นช่องเก็บของด้านหน้าทางขวาที่สามารถใส่ขวดน้ำขนาด 500 มล. ได้ ด้านบนขึ้นมาเล็กน้อยข้างช่องเสียบกุญแจมีช่องจ่ายไฟแบบ USB-A จ่ายไฟได้ 5 โวลต์ 2 แอมป์ ลงมาด้านล่างมีตะขอสำหรับแขวนสัมภาระได้สะดวก ขณะที่ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 23.2 ลิตรเพียงพอกับการเก็บหมวกแบบเปิดคางได้ 1 ใบ เบาะนั่งแบบราบพร้อมผิวสัมผัสแบบกันลื่น ช่วยให้ขับขี่ได้มั่นคง ระบบ Y-Connect ที่ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อรถเข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การดูรอบเครื่องยนต์ การแจ้งเตือนการบำรุงดูแลรักษารถ แชร์การขับขี่ให้กับเพื่อน ๆ เป็นต้น สุดท้ายนี้จะจำหน่ายด้วยกัน 4 เฉดสี ได้แก่ สีเขียวด้าน สีน้ำเงินด้าน สีขาว และสีดำ โดยทุกโมเดลจะจำหน่ายในราคาเท่ากันที่ 396,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 102,500 บาท ฟังดูราคาอาจจะแรง แต่ราคารถที่ญี่ปุ่นมักจะแพงกว่าที่บ้านเราอยู่แล้วครับ สำหรับทีมงาน แค่เห็นก็บอกตรง ๆ เลยว่าหล่อเท่ไม่เบา และเครื่องยนต์ตัวนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าใช้งานได้ดี แรงและทนทานจริง ๆ ครับ น่าใช้มาก ๆ เลยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX ซุ่มเงียบ เปิดตัวโฉมใหม่ NEW LEGEND 250 TWIN 3 ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น! ก่อนเปิดจำหน่ายในไทย ในคอลเลคชั่นสุดพิเศษ สู่แรงบันดาลใจในการเดินทาง กับ 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ BLACK NIGHT เฉดสีดำ , WHITE EVEREST เฉดสีขาว และ GREEN FOREST เฉดสีเขียว ที่มาพร้อมวงล้อแบบซี่ลวด ให้เหล่าไบค์เกอร์ได้สัมผัสกับอารมณ์ความคลาสสิกอย่างเต็มสูบ พร้อมออกเดินทางไปกับโฉมใหม่! ที่จะกลับมาปลุกไฟในตัวคุณให้ออกเดินทางครั้งใหม่ ไปสร้างตำนานร่วมกันอีกครั้ง กับ NEW LEGEND 250TWIN III สมกับคอนเซปต์ “ THE LEGEND FOREVER ” ที่พร้อมพาคุณออกไปค้นหาประสบการณ์การเดินทางครั้งใหม่ ร่วมสร้างตำนานบทใหม่ ที่จะเป็นความยิ่งใหญ่ในความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตของคุณตลอดไป ด้วยความแข็งแกร่ง ทนทาน ที่พร้อมให้คุณได้ปลดปล่อยอิสระแห่งการเดินทางไปกับรถคู่ใจ และปลดล็อกความท้าทายใหม่ๆ สู่เส้นทางที่ไปได้ไกลกว่าที่เคย! ถือเป็นบทพิสูจน์ของรถในรหัสตำนาน ‘LEGEND’ ตระกูลรถคลาสสิกจากแบรนด์ GPX ที่เดินทางก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 นับตั้งแต่ถือกำเนิดครั้งแรกในปี 2015 กับเส้นทางแห่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลากหลายรุ่น จนได้รับการยอมรับจากเหล่า ไบค์เกอร์สายคลาสสิกทั้งในประเทศ และต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสตอบรับรถตระกูล LEGEND ในญี่ปุ่น จนทำให้รุ่นล่าสุด กับ NEW LEGEND 250TWIN III โฉมใหม่! ได้บินลัดฟ้า ไปเปิดตัวให้ได้ยลโฉมกันครั้งแรก ณ เมืองปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่น ในงาน Tokyo Motorcycle Show 2022 กันไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีกันอีกเช่นเคย ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการและเปิดจำหน่ายในประเทศไทยให้ได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ววันนี้! NEW LEGEND 250TWIN III โฉมใหม่! กับคอลเลคชั่นสุดพิเศษ สู่แรงบันดาลใจในการเดินทาง กับ 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่… BLACK NIGHT เฉดสีดำ (ล้ำลึกด้วยส่วนผสมของ Glass Flakes ที่ให้ประกายสีแดง) สีดำมาดเข้ม ดูดุดัน แต่แฝงด้วยเสน่ห์น่าค้นหาจากประกายสีแดงที่สะท้อนในตัวเสมือนการเดินทางที่ได้ดื่มด่ำกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับในยามค่ำคืน WHITE EVEREST เฉดสีขาว (ล้ำลึกด้วยส่วนผสมของ Glass Flakes ที่ให้ประกายสีเงิน) สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะที่ปกคลุมอยู่บนเทือกเขา สะท้อนแสงแดดยามเช้าให้เห็นเป็นประกาย สื่อถึงจุดหมายแห่งความท้าทาย ที่รอให้เราได้ไปเยือนสักครั้งในชีวิต GREEN FOREST เฉดสีเขียว (ล้ำลึกด้วยส่วนผสมของ Glass Flakes ที่ให้ประกายสีเงิน) สีเขียว อันน่าค้นหา เสมือนการเดินทางท่ามกลางป่าและธรรมชาติที่สวยงามตอบรับอิสระแห่งการเดินทาง สู่เส้นทางใหม่ ที่จะเป็นตำนานของคุณตลอดไป NEW LEGEND 250TWIN III โฉมใหม่! โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดคลาสสิก กับการแมทซ์คู่สีที่ตัดกันของสีทองและโครเมียม เสริมให้ลุคใหม่นี้ เข้าถึงอารมณ์ความคลาสสิกแบบสุดขั้ว แถมยังเพิ่มความเก๋าแบบฉบับดั้งเดิมความคลาสสิกด้วยวงล้อแบบซี่ลวดดีไซน์สีโครเมียม คุณภาพระดับสากลจากแบรนด์ UNION พร้อมเสริมทัพด้วยฟังก์ชั่นแน่นๆเต็มลำ ที่พร้อมพาคุณออกเดินทางไปค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ด้วยขุมกำลังขนาด 234 ซีซี แบบ 2 สูบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด GPX-Fi (แบรนด์ Delphi อเมริกา) พร้อมให้คุณออกเดินทางสร้างตำนานครั้งใหม่ได้อย่างเป็นอิสระ และส่งพลังการขับเคลื่อนด้วยโซ่คุณภาพ จากแบรนด์โซ่ชั้นนำ RK ที่ขนาด 520 แบบมี O-Ring ช่วยให้มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าโซ่แบบธรรมดาถึง 2 เท่า นอกจากนี้ ยังดีไซน์บอดี้ตัวรถมาให้ตอบโจทย์ในการเดินทาง ด้วยท่านั่งที่สะดวกสบาย ง่ายทุกการคอนโทรลด้วยแฮนด์บาร์ในองศาที่รับกับช่วงแขน จะเดินทางไกลก็ไม่หวั่นเพราะมาพร้อมเบาะนั่งขนาดกว้างสัมผัสนุ่มสบาย ให้คุณเพลิดเพลินไปกับการเดินทางได้อย่างเต็มที่ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับการเดินทาง ก็คือเรื่องช่วงล่าง ซึ่ง NEW LEGEND 250TWIN III โฉมใหม่นี้ ก็จัดเต็มของติดรถมาให้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับ Upside Down ดีไซน์กระบอกโช้กสีทอง พร้อม โช้กอัพหลังคู่ คุณภาพระดับสากลจากแบรนด์ YSS ในรุ่น G-Series โช้กแก๊ส แบบเเยกห้องระหว่างน้ำมันเเละเเก๊ส แฝงดีไซน์ความเท่ระดับตำนาน ด้วยการออกแบบตัวสปริงโช้กสีโครเมียมตัดกับ Sub Tank สีทอง

Z650RS 50th ANNIVERSARY มีอะไรต่างจากตัวธรรมดา เมื่องาน BMF 2022 ที่เพิ่งผ่านไปไม่นานนี้ทาง Kawasaki ประเทศไทยได้ทำการเปิดตัวโมเดลพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีการครบรอบของรถตระกูล Z ด้วยโมเดลพิเศษอย่าง Kawasaki Z650RS 50th ANNIVERSARY สำหรับโมเดลพิเศษนี้ได้มีการนำสีสุดโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ Z1 อย่างสีไฟร์บอล Fireball มาใช้กับโมเดลนี้นั่นเอง เป็นการแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของ Z1 ได้ส่งต่อและถ่ายทอดไปยังอนาคตให้ทุกคนได้มองเห็น เส้นสายที่โค้งได้รูปสวยงามกับสีสันแบบเงาที่ดูลุ่มลึก เป็นอะไรที่เหมาะอย่างยิ่งกับการเฉลิมฉลองครบรอบห้าสิบปีของประวัติศาสตร์รถในตระกูล Z โดยจุดเด่นของโมเดลนี้ก็มีดังนี้ สีพิเศษน้ำตาล Candy Diamond Brown พร้อมเฟรมที่ทำสีดำเงา ล้ออลูมิเนียมก้านเล็กคล้ายซี่ลวดสีทอง โลโก้พิเศษฉลองครบรอบห้าสิบปีด้านบนถังน้ำมัน หนังหุ้มเบาะผิวสัมผัสพิเศษพร้อมเย็บด้วยด้ายสีที่คอนทราสต์กับตัวรถ ส่วนอื่น ๆ ที่ยังคงเดิมก็คือท่านั่งสบาย ๆ เวลาขับขี่รถที่ใช้ขุมพลังขนาด 649 ซีซีแบบสองสูบเรียซึ่งวางบนเฟรมถักน้ำหนักเบา ช่วงล่างด้านหลังแบบโช้คเดี่ยววางนอนพร้อมกระเดื่อง เรือนไมล์ทรงกลมคู่สุดคลาสสิคพร้อมหน้าจอ LCD ที่ใช้งานได้หลากหลาย ไฟหน้ากลมพร้อมระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดแบบ LED สุดท้ายนี้เปิดราคาจำหน่ายที่ 344,600 บาท แพงกว่าโมเดลปกติเล็กน้อย (ตัวปกติขาย 319,400 บาท) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว CRF450R 2023 รุ่นพิเศษฉลองครบ 50 ปีให้กับโมโตครอสคันแรกของทาง Honda เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีให้กับรถโมโตครอสคันแรกของทางค่ายปีกนก Honda จึงได้ทำการเปิดตัว CRF450R 2023 ซึ่งมีแรงบิดมากขึ้น มีระบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นตัวสุดของสายโมโตครอสของค่ายปีกนกเมื่อเทียบกับ CRF450L แต่ก็ต้องแลกกับเรื่องจดทะเบียนขี่ถนนไม่ได้ ซึ่งคันนี้เหมาะกับพวกเดนตายสายฝุ่นเท่านั้นจริง ๆ ครับ ทางค่ายเคลมมาว่าเครื่องยนต์นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการที่มีแรงบิดมากขึ้นที่ความเร็วรอบต่ำ โดยมีแรงบิดมากขึ้น 11 เปอร์เซ็นต์ที่ช่วงรอบประมาณ 5,000 รอบ หรือคิดเป็นประมาณ 5 นิวตันเมตร ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่จะสนุกกับคันเร่งที่ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้ไม่ต้องเชนเกียร์ลงต่ำ ๆ มาก ๆ เวลาเข้าโค้ง อย่างไรก็ดีมันส่งผลให้มีแรงม้าน้อยลงเล็กน้อย สำหรับโมเดลพิเศษฉลองครบรอบ 50 ปีโมโตครอสคันแรกของทางค่ายปีกนกซึ่งก็คือเจ้า CR250M Elsinore ซึ่งเป็นคันแรกที่เป็นรถผลิตขึ้นมาให้พร้อมใช้ในการแข่งขัน โดยโมเดลพิเศษจะมาพร้อมเบาะนั่งสีน้ำเงิน แฟริ่งสีขาวด้านหน้าและด้านข้างสำหรับแปะเบอร์แข่ง ลวดลายกราฟิกใหม่บริเวณกาบข้างแผงหม้อน้ำ และทำสีทองที่แฮนด์บาร์และล้อ แผงคอสีเทา พร้อมโลโก้ปีกของทางค่ายที่บังโคลนหน้าเติมเต็มความสวยงาม สุดท้ายสนนราคานั้นจะแพงกว่าตัวปกติอยู่ประมาณ 300 เหรียญ เป็น 9,899 เหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยก็จะอยู่ที่ราว ๆ 340,000 บาทครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Energica Experia ทัวริ่งไฟฟ้าวิ่งได้ 420 โล เปิดตัวแล้ว ล่าสุดค่ายรถไฟฟ้าสัญชาติอิตาลีก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Energica Experia มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในสไตล์แอดเวนเจอร์ทัวริ่งที่เน้นทางดำเป็นหลักในช่วงการแข่งขัน MotoGP ที่ Mugello ประเทศอิตาลีเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับเจ้าทัวริ่งไฟฟ้าคันนี้ถือว่ามีอะไรที่น่าสนใจมากมายเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ใหม่หมด ซึ่งตัวแบตเตอรี่ให้กำลังไฟมากถึง 22.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมอเตอร์ไฟฟ้าเองก็รีดกำลังได้สูงสุดเทียบเท่า 101 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดสูงถึง 115.24 นิวตันเมตร (แรงบิด 900 นิวตันเมตรที่ล้อ) ซึ่งใช้ขับเคลื่อนรถที่หนักมากถึง 260 กก.ให้สามารถทำท็อปสปีดได้มากถึง 180 กม./ชม. สามารถเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม.ได้ภายใน 3.5 วินาที และเคลมมาว่าสามารถวิ่งได้ไกลมากถึง 420 กม.เลยทีเดียว โดยสามารถวิ่งแบบไม่ต้องสนใจเรื่องความเร็วได้มากถึง 246 กม. สำหรับเรื่องการชาร์จนั้นตัวรถมีการชาร์จ 3 ระดับ โดยสามารถชาร์จแบบฟาสต์ชาร์จได้ 80% ภายใน 40 นาทีที่การชาร์จระดับ 3 DC และทางค่ายยังเคลมมาว่าเป็นรถคันแรกที่ให้การชาร์จมาถึง 3 ระดับมาเป็นพื้นฐานเลย เรียกได้ว่าเร็วเลยทีเดียว ในส่วนของช่วงล่างที่ให้มานั้นก็ไม่ใช่ขี้ไก่ แต่จัดเต็มมาในระดับนึงเลยทีเดียว ด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 มม.จาก Sachs ปรับแต่งได้ ซึ่งโช้คหลังเดี่ยวก็มาจาก Sachs เช่นเดียวกัน ขณะที่ระบบเบรกจัดการด้วย Brembo โดยด้านหน้าเป็นดิสก์คู่ 330 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 ลูกสูบและด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยว ปิดท้ายด้วยล้อขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลังรัดด้วยยาง Pirelli Scorpion Trail II ที่เหมาะกับการขี่ถนนเดินทางไกลออกทริปอย่างยิ่ง สำหรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็มีมาให้หลากหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบครูซคอนโทรล ระบบเบรก ABS จาก Bosch 9.3MP ECU และระบบแทร็คชันคอนโทรลที่ทำงานร่วมกับตัวประมวลผลแรงเฉื่อย มีโปรไฟล์ผู้ขับขี่ให้เซ็ตถึง 7 โปรไฟล์แบ่งเป็น 4 พรีเซ็ต และอีก 3 ชุดโปรไฟล์ที่ปรับแต่งเองได้ โหมดการขับขี่อีก 4 โหมด ได้แก่ Eco, Urban, Rain และ Sport เท่านั้นยังไม่หมดยังมีแม็ปการรีเจเนอเรทีฟเบรกกิ้งอีก 4 รูปแบบ ซึ่งตรงนี้จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามาลดความเร็ว และเปลี่ยนแปลงพลังงานเชิงกลที่จะสูญเสียไปขณะเบรกให้กลับมาช่วยชาร์จไฟเข้าระบบ ได้แก่ High, Medium, Low และ Off ปิดท้ายด้วยระบบเดินหน้าและถอยหลังความเร็วต่ำเพื่อใช้เวลาจอดรถ สำหรับสนนราคานั้นยังไม่ระบุแต่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ว แต่ราคาคงไม่ถูกแน่นอน ด้วยเทคโนโลยีและขนาดของแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าตอนนี้ รวมไปถึงภาษีนำเข้าต่าง ๆ แต่ก็เป็นสัญญาณอันดีที่รถไฟฟ้าจะสามารถมีระยะทำการได้ไกลมากขึ้น ชาร์จได้เร็วขึ้น และใกล้จะมาทดแทนมอเตอร์ไซค์แบบเดิม ๆ ได้ในอนาคตไม่ไกลนี้อย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Tapas 100 2022 คลาสสิกสกู๊ตเตอร์สุดน่ารักแดนมังกร เรียกได้ว่าน่ารักสุด ๆ กับคลาสสิกสกู๊ตเตอร์คันล่าสุดจากค่ายปีกนก Honda Tapas 100 2022 ที่เปิดตัวไปแล้วกับทางฮอนด้าประเทศจีน โดดเด่นด้วยดีไซน์มินิมัลและความโค้งมนที่เต็มไปด้วยความน่ารักมุ้งมิ้งและตัวรถที่กะทัดรัดเหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นอย่างยิ่ง ตัวรถโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบโค้งมนดีไซน์ไม่เหมือนใครพร้อมหลอดไฟแบบ LED ทั้งสวยงามทั้งทันสมัย เรือนไมล์อนาล็อกดีไซน์โค้งมนกลมกลืนกับตัวรถแสดงข้อมูลเบื้องต้นครบครัน เบาะนั่งแบบตอนเดียวปักเย็บแบบเรโทร ขณะที่ไฟท้ายก็เป็นไฟ LED พร้อมดีไซน์ที่สวยงามไม่ซ้ำใครอีกเช่นกัน ขุมพลังขนาด 102 ซีซี สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด ให้กำลังสูงสุด 5.3 กิโลวัตต์หรือ 7.1 แรงม้าที่ 7,500 รอบ แรงบิดสูงสุดที่ 7.46 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ สามารถทำท็อปสปีดได้ที่ 80 กม./ชม. ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 95 กก. แต่มีขนาดถังน้ำมันจุมากถึง 5.7 ลิตร เมื่อคำนวณอัตราสิ้นเปลืองที่ให้มาที่ 2.3 ลิตรต่อ 100 กม. น้ำมันหนึ่งถังจะวิ่งได้ไกลมากเกินกว่า 200 กม.เลยทีเดียว ขณะที่ช่วงล่างนั้นด้านหน้าจะมีโช้คแบบเทเลสโคปิกส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยว ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหน้าและด้านหลังเป็นดรัมเบรก นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นอย่างอื่นที่น่าสนใจเช่น ช่องจ่ายไฟแบบ USB ด้านหน้า ตะขอสำหรับแขวนสัมภาระด้านหน้า ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ และตะแกรงสำหรับวางของท้ายรถแบบพับเก็บได้ สุดท้ายนี้วางจำหน่ายด้วยกัน 4 เฉดสีในราคา 8,280 หยวนหรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 42,125 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Herald Brute 500 สตรีทแทร็กเกอร์สุดเท่เริ่มผลิตแล้ว ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะชื่นชอบมอเตอร์ไซค์ในสไตล์สตรีทแทร็กเกอร์อย่างเจ้า Herald Brute 500 คันนี้แน่ ๆ สำหรับใครที่อยู่ยังไม่รู้จักแบรนด์นี้ ผมก็ขอเกริ่นให้นิดหน่อยว่าแบรนด์นี้คือแบรนด์ร่วมระหว่างอังกฤษและจีนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ สำหรับเจ้าสตรีทแทร็กเกอร์คันนี้ถือว่าเป็นมอเตอร์ไซค์คันแรกของทางค่ายซึ่งดีไซน์ ออกแบบทางวิศวกรรมและผลิตในอังกฤษล้วน ๆ ซึ่งปกติแล้วทางค่ายจะผลิตรถขนาด 125 และ 250 ซีซี โดยใช้เครื่องยนต์สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศที่ผลิตขึ้นในจีนที่มีราคาประหยัด แต่จะมีการออกแบบและดีไซน์ในสไตล์เรโทรและสแครมเบลอร์ในอังกฤษ อย่างไรก็ดีสำหรับโมเดลนี้แม้ว่าจะปรับมาผลิตในอังกฤษแล้ว แต่ยังมีเครื่องยนต์แบบสูบเดียวระบายความน้ำด้วยอากาศจากทางจีนอยู่ดี โดยจะเป็นเครื่องยนต์ NC450 จาก Zongshen เช่นเดียวกับที่ใช้ใน Fantic Caballero 500 ส่วนขั้นตอนผลิตและชิ้นส่วนอื่น ๆ ทำในอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นเฟรม สวิงอาร์มอลูมิเนียม แผงคอและแกนล้อล้วนแล้วแต่ผลิตในอังกฤษ ทำให้มั่นใจในงานประกอบได้มากขึ้นอีกด้วย ในส่วนของระบบเบรกนั้นเลือกใช้คาลิเปอร์เบรกแบบหน้าแบบเรเดียลเบรก 4 ลูกสูบจาก Hel ซึ่งก็เป็นแบรนด์ผู้ดีเช่นกัน เบาะนั่ง สายไฟและชิ้นส่วนพลาสติกอื่น ๆ ต่างก็เป็นของอังกฤษด้วย โดยสรุปแล้วนอกจากหน้าตาที่ดูเท่ไม่หยอก ก็ยังมีสิ่งที่น่าสนใจโดยสรุปประมาณนี้คือตัวรถมีความจุที่ 449 ซีซีให้กำลัง 42.9 แรงม้า ใช้ระบบเกียร์ 6 สปีด ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวขนาดใหญ่ ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวจาก J.Juan โช้คหน้าหัวกลับและโช้คหลังเดี่ยวปรับแต่งได้จาก Racetek ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว เรือนไมล์ดิจิทัล LCD และระบบไฟ LED เต็มระบบ ประมาณนี้ครับ สุดท้ายเปิดราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 6,950 ปอนด์หรือราว ๆ 300,000 บาท ซึ่งก็ถือว่าราคาค่อนข้างเอาเรื่องอยู่ แต่ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว แน่นอนว่าคงไม่มีจำหน่ายในไทย แต่ในอนาคตก็ไม่แน่นะครับ ถ้าทำตลาดในยุโรปได้ดีก็อาจจะมีคนนำมาจำหน่ายก็ได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CB400 Super Four จะกลายเป็นตำนานจริง ๆ แล้ว โชคไม่เข้าข้างเราเสมอ สิ่งดี ๆ เมื่อเข้ามาแล้วมันก็ย่อมมีวันจากไป มอเตอร์ไซค์ระดับตำนานอย่าง Honda CB400 Super Four ก็เช่นกัน มันจะกลายเป็นตำนานจริง ๆ แล้ว ในปี 2022 นี้สำหรับโมเดลระดับตำนานนี้ทั้งตัวซูเปอร์โฟลและตัว Super Bol d’Or ต่างก็เผยโฉมออกมาในแบบของ Final Edition แล้ว เป็นเวลายาวนานมากที่โมเดลพิเศษนี้ขายแต่ในประเทศญี่ปุ่นประเทศเดียว แต่มันก็ได้รับความนิยมมากทีเดียวและขายได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเมื่อญี่ปุ่นเริ่มบังคับใช้มาตรฐานไอเสียใหม่ซึ่งเทียบเท่ากับ Euro5 ทำให้โมเดลสุดพิเศษไม่ผ่านมาตรฐานดังกล่าว ทำให้ต้องมีการอัปเดตให้รองรับ หรือไม่ก็ไม่สานต่อโมเดลนี้ไปเลย แน่นอนว่าทางค่ายสามารถทำได้ แต่ทางค่ายกลับไม่เลือกทำแบบนั้น ซึ่งเหตุผลนั้นก็ไม่อาจทราบได้ คงมีแต่คนภายในเท่านั้นที่รู้ความจริง ส่วนเราก็ได้แต่คาดเดาไปต่าง ๆ นา ๆ สำหรับท่านที่ยังไม่รู้จักทั้ง 2 โมเดลนี้ใช้ขุมพลังแบบ 4 สูบเรียงขนาด 399 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 55 แรงม้าที่ 11,000 รอบและให้แรงบิดที่ 39.32 นิวตันเมตรที่ 9,500 รอบ ผ่านชุดเกียร์ 6 สปีด มีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิกปรับพรีโหลดได้ ด้านหลังเป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมร่วมกับโช้คหลังคู่ที่ปรับพรีโหลดได้เช่นกัน ในส่วนของระบบเบรก ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ร่วมกับคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 ลูกสูบ และด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว มีระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อจะเป็นล้ออัลลอย 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตัวรถมีดีไซน์แบบคลาสสิกแต่ก็ยังมีฟังก์ชันลูกเล่นที่ทันสมัย เรือนไมล์แบบอนาล็อกทรงกลมคู่เชื่อมกัน แต่แยกกันแสดงผลวัดรอบและวัดความเร็ว มีจอ LCD ขนาดเล็ก ๆ แสดงผลข้อมูลอื่น ๆ เช่น เกียร์ อุณหภูมิอากาศ ทริป อัตราการสิ้นเปลือง เป็นต้น ขณะที่ระบบไฟฟ้าทั้งไฟหน้าและไฟท้ายต่างก็เป็น LED หมดแล้ว อย่างไรก็ดีทั้งสองมีส่วนที่แตกต่างกันอยู่คือเจ้า Super Bold’Or มีฮาร์ฟแฟริ่งที่ด้านหน้าและฮอนด้าปรับแต่งให้มันสามารถเก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ และสำหรับไฟนอลอิดิชันของทั้ง 2 โมเดลนี้จะมีด้วยกัน 3 เฉดสีคือ สีแดง Candy Chromosphere Red, สีน้ำเงินเมทัลลิก Atmosphere Blue Metallic และสีดำเมทัลลิก Darkness Black Metallic ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าใจหายไม่น้อยเลยที่โมเดลในระดับตำนานแบบนี้จะไม่มีผลิตขึ้นมาจำหน่ายใหม่อีกแล้ว แต่ในอนาคตก็เชื่อว่าจะมีโมเดลดี ๆ แบบนี้มาให้ได้จับจองเป็นเจ้าของอีกแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

XF30 วิบากไฟฟ้าจากแดนทิวลิป จี๊ดจ๊าดระดับ 720 นิวตันเมตร เปิดให้จองแบบพรีออเดอร์กันแล้วกับ XF30 วิบากไฟฟ้าจากแดนทิวลิป หรือก็คือโมโตครอสไฟฟ้าจากทางบริษัท EMX Powertrain บริษัทเทคโนโลยีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นการพัฒนา วิศวกรรม สร้างระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ารวมไปถึงยานยนต์ ซึ่งน่าจะตอบโจทย์โลกในยุคใหม่ ยุคที่น้ำมันกำลังแพงหูฉี่ จากพิษของสงครามรัสเซีย-ยูเครนในตอนนี้ แถมล่าสุดยังซ้ำร้ายที่โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ระดับท็อป ๆ ของโลกที่เกาหลีใต้ดันระเบิดซะอีก หลังจากทุ่มเทการพัฒนากว่า 2 ปี ในที่สุดทาง EMX Powertrain ก็พร้อมแล้วที่จะเปิดให้จับจองเจ้า XF30 โมโตครอสไฟฟ้าของทางค่าย ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ขับขี่ได้แบบสาแก่ใจสายลุย ทั้งยังมีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวล้ำสมัยพร้อมกับความตื่นเต้นเร้าใจที่คุณจะได้จากระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่แน่นอนว่าจี๊ดจ๊าดทันใจ แต่ก็ไม่มีไอเสียให้อากาศเป็นพิษ ตัวรถใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าขนาด 30 กิโลวัตต์ที่สามารถรีดกำลังที่ล้อหลังคิดคำนวณออกมาได้มากถึง 40 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลมากถึง 720 นิวตันเมตร วางลงบนเฟรมแบบบีมคู่อลูมิเนียมและเลือกใช้ระบบกันสะเทือนจาก KYB ระบบเบรกจาก Nissin ล้อซี่ลวดจาก Excel ซึ่งช่วงล่างดังกล่าวน่าจะทำให้ผู้ขับขี่ในสายทางวิบากนี้ทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก ซึ่งในส่วนของแชสซีนั้นมี Yamaha เป็นซัพพลายเออร์ให้ นอกจากนี้ตัวรถยังมีการออกแบบระบบระบายความร้อนที่ล้ำสมัย ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เองก็ถูกสร้างมาเพื่อให้สามารถตอบสนองกับสไตล์การขับขี่โมโตครอสที่ต้องการพละกำลังแบบตลอดเวลา ซึ่งสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 2.5 ชม. (ขึ้นอยู่กับโหมดที่ใช้งาน) และใช้ชาร์จจนเต็มเพียง 1.5 ชม.เท่านั้น ข้อดีของเจ้านี่ที่เป็นรถไฟฟ้าคือไม่ต้องการการดูแลรักษามากนัก ทำให้คุณสามารถขับขี่มันได้มากเท่าที่ต้องการ ทั้งยังขับขี่ง่ายด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 115 กก.แม้ว่าจะรวมแบตเตอรี่แล้วก็ตาม สุดท้ายนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องน่าเสียดายสักเล็กน้อยเพราะล็อตแรกที่พร้อมจะส่งมอบในปี 2023 จะมีจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน อันมีสาเหตุมาจากการผลิตด้วยมืออย่างปราณีตเสียเป็นส่วนใหญ่ และจะจำหน่ายในสหภาพยุโรป อิสราเอล นอร์เวย์ ตุรกี สวิตเซอร์แลนด์และอังกฤษเท่านั้น โดยจำหน่ายในราคา 18,750 ยูโร หรือราว ๆ 680,000 บาท ดูแล้วอาจจะแพง แต่ข้อดีของคันนี้ก็อย่างที่บอกมีชิ้นส่วนที่ต้องใช้แล้วหมดไปหรือสึกหรอน้อยกว่ารถที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน ทำให้เมื่อใช้ไประยะยาวแล้วจะมีความคุ้มค่ามากขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Honda Wave110i 2022 พร้อมเรือนไมล์ใหม่อ่านค่าง่ายยิ่งขึ้น รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัว New Honda Wave110i รุ่นใหม่ล่าสุด ตอบสนองการใช้งานของคนไทย ด้วยประสิทธิภาพขั้นสุด และสมรรถนะจากเครื่องยนต์ Honda Smart Engine ที่ให้ทั้งความประหยัด เเรง ทน ตามแบบฉบับของ ฮอนด้า เวฟ ไม่มีเปลี่ยนเเปลง มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถครอบครัวที่ได้รับความนิยมจากคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมี Honda Wave110i เป็นผู้นำของตลาดในกลุ่มนี้ด้วยยอดจำหน่ายสูงสุด 13 ปีติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่คนไทยมีต่อรถรุ่นนี้อย่างชัดเจน” “สิ่งนี้ทำให้เราพัฒนา Honda Wave อย่างไม่ลดละตลอดหลายปีที่ผ่านมา และในปีนี้เราพร้อมแล้วสำหรับการเปิดตัว New Wave110i ไทป์ใหม่ที่มาพร้อม ENRICH METER รวมถึงเทคโนโลยีอันทันสมัย ใช้งานสะดวกสบาย พัฒนาเพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สมกับเป็นรถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของคนไทย” โมเดลใหม่นี้มาพร้อมคอนเซปต์ถึงไหนถึงกันกับคนไทย ด้วย ENRICH METER หน้าปัดเรือนไมล์อนาล็อกแบบแยกสัดส่วนอย่างลงตัว แสดงผลชัดเจนทุกรายละเอียด พร้อมฟังก์ชันสำหรับการใช้งานที่ทันสมัย และเต็มสมรรถนะการขับขี่จากเครื่องยนต์ Honda Smart Engine เทคโนโลยีที่ดีที่สุดของรถครอบครัว ให้ทั้งความประหยัด ความแรง และความทนทาน สำหรับการใช้งานของคนไทยยุคใหม่ ตัวรถมีดีไซน์ที่ทันสมัย และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุมไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED ส่องสว่างคมชัดทุกเส้นทาง ไฟท้ายโฉบเฉี่ยว เห็นชัดแม้ระยะไกล ถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ จุมากถึง 5 ลิตร ใส่ของได้เยอะด้วย U-Box ขนาดใหญ่พร้อม โช้กหน้า-หลังซับแรงกระแทกได้ดี แม้บรรทุกของมาก และโครงตัวถังที่มีน้ำหนักเบา ช่วยให้ขับขี่ง่าย มั่นคง มั่นใจทุกเส้นทาง สุดท้าย New Honda Wave110i 2022 มาพร้อมราคาใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ประกอบด้วย – รุ่นสตาร์ตมือ ดิสก์เบรกหน้า ล้อแม็ก มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีแดง-เทา, สีน้ำเงิน-เทา และสีดำ-เทา ราคาแนะนำที่ 45,700 บาท – รุ่นสตาร์ตมือและสตาร์ตเท้า ดิสก์เบรกหน้า ล้อซี่ลวด มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีแดง-ดำ, สีน้ำเงิน-ดำ, สีดำ-เทา และสีเทา-ดำ โดยรุ่นสตาร์ตมือ ราคาแนะนำที่ 43,700 บาท และรุ่นสตาร์ตเท้า ราคาแนะนำที่ 40,800 บาท – รุ่นสตาร์ตเท้า ดรัมเบรก ล้อซี่ลวด มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีแดง-ดำ และสีดำ ราคาแนะนำที่ 37,100 บาท โดยพร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ศูนย์ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW M1000RR 2022 โมเดลพิเศษฉลองครบรอบ 50 ปีรถตระกูล M ล่าสุดค่ายรถสัญชาติเยอรมันก็ได้ทำการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของแผนกมอเตอร์สปอร์ตของทางค่ายตัวเองที่เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1972 ด้วยการส่งโมเดลพิเศษพิกัดเรือธงอย่าง BMW M1000RR 2022 สำหรับเจ้าเรือธงสุดพิเศษคันนี้จะมีพื้นฐานอยู่บนซูเปอร์ไบค์ตัวพันอย่าง S1000RR ที่มาพร้อมกับชุดของแต่ง M Competition Package ซึ่งในชุดของแต่งดังกล่าวจะเต็มไปด้วยอะไหล่แต่งพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นอะไหล่แบบ CNC ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ ระบบเบรก M Braking System พัฒนาจากสนามแข่ง WorldSBK สวิงอาร์มอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ล้อคาร์บอน โซ่เกรดทนทานพิเศษ ท่อไอเสียไทเทเนียมเต็มระบบ Akrapovic โค้ดสำหรับปลดล็อกระบบ M GPS Laptrigger หรือตัวจับเวลาแล็ป และครอบเบาะคนซ้อนหรือตูดมด นอกจากนี้ในฐานะที่โมเดลจากแผนกมอเตอร์สปอร์ต ตัวรถจะยังมีการจูนเครื่องยนต์ให้แรงขึ้นอีกกลายเป็น 212 แรงม้าที่ 14,500 รอบ และแรงบิดที่ 113 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ แฟริ่งด้านหน้าจะมาพร้อมวิงก์เล็ตหรือปีกที่สร้างแรงกดได้มากถึง 16.3 กก. และยังมีการปรับเปลี่ยนมิติของตัวรถอีกเล็กน้อยให้เหมาะกับการขับขี่แบบเรซซิ่งมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่โมเดลสำหรับสะสมที่มาพร้อมสีสันพิเศษอย่างที่เห็นที่ทางค่ายเรียกมันว่าสีเหลือง Sao Paulo Yellow เท่านั้น ทว่าระบบช่วงล่างแบบปรับไฟฟ้าจากรุ่น Sport นั้นจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นระบบกันสะเทือนแบบปรับเองจาก Marzocchi แบบเดียวกับ S1000RR ตัวสแตนดาร์ดแทน ด้วยเหตุผลว่ามันไม่มีจำเป็นต่อการขับขี่แบบเรซซิ่งนั่นเอง ซึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะไม่ถูกใจก็เป็นได้ โดยโมเดลพิเศษนี้จะเริ่มเปิดให้สั่งจองตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคมถึง 30 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ราคาน้ำมัน ขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผลตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 5.00 น. เป็นต้นไป ** เบนซิน 95 +0.80 สตางค์ ราคาใหม่ 51.16 บาท อัพเดต..!! 19/5/2565 เวลา 17.43 น. แจ้งยกเลิกปรับขึ้นราคาน้ำมัน…!! สำหรับตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยก ก้อง สมเกียรติ ฮีโร่ของคนไทยหลังสร้างผลงานระดับโลก เมื่อวันพุธ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแสดงความยินดีกับ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ฮีโร่นักบิดไทยจากโครงการ “Honda Race to The Dream” พร้อมชื่นชมในความสามารถหลังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ด้วยการคว้า 3 โพเดี้ยมในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรุ่น Moto2 โดยได้กล่าวให้กำลังใจ และพร้อมให้การสนับสนุนนักกีฬาไทยอย่างสุดความสามารถ โดย นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และ นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ ผู้อำนวยการสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้เดินทางมาต้อนรับนักบิดไทย และเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสานต่อแนวทางในการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยด้วย ขณะที่ สมเกียรติ เปิดเผยว่า “รู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นตัวแทนคนไทยไปสร้างชื่อเสียงในระดับโลก ขอขอบคุณไทยฮอนด้าและแรงสนับสนุนจากแฟนชาวไทย ที่ทำให้ผมมีกำลังใจ จนสามารถนำความสำเร็จครั้งนี้กลับมาสู่แฟน ๆ ชาวไทยได้” “เป้าหมายต่อไปตั้งใจจะทำผลงานให้ดีที่สุดในฐานะคนไทย และขอโฟกัสกับการแข่งขัน Moto2 เพื่อสร้างผลงานให้ดีที่สุดในฤดูกาลนี้” สมเกียรติ เผย สำหรับ “ก้อง-สมเกียรติ” มีกำหนดการแข่งขันในศึก โมโตทู สนามถัดไประหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคมนี้ ในรายการ อิตาเลียน กรังด์ปรีซ์ ที่ มูเจลโล เซอร์กิต ประเทศอิตาลี ต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha XSR155 2022 ปรับสีสันใหม่หล่อเข้มเร้าใจ! บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้นำรถจักรยานยนต์สไตล์สปอร์ตเฮอริเทจตัวจริง! เอาใจผู้หลงใหล “ตำนาน” พร้อมส่ง New Yamaha XSR155 2022 สีสันใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอดีต Inspired By The Past, Built For The Future ขับเคลื่อนวิถีเดิม…ให้ชีวิตไปได้ไกลกว่า ซึ่งมาพร้อมกับสีสันใหม่สุดเร้าใจ! ให้คุณได้สนุกได้มากยิ่งขึ้น โดยมีให้เลือกด้วยกันถึง 3 สีใหม่! โดยโมเดลสีสันใหม่นี้ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นสปอร์ตกับเฮอริเทจสไตล์ ที่ครบครันด้วยฟีเจอร์การใช้งานที่ทันสมัยไว้ได้อย่างลงตัว เริ่มจากไฟหน้า LED ทรงกลมสไตล์เฮอริเทจผสานเทคโนโลยีที่เหนือชั้น สว่างชัดทุกระยะการขับขี่ เพิ่มความปลอดภัยในทุกเส้นทางด้วยไฟท้าย LED ทรงกลมสไตล์ย้อนยุคอีกเช่นกัน ส่องสว่างชัดเจน และสอดรับกับดีไซน์ของตัวรถด้วยเรือนไมล์ LCD ดิจิทัลเต็มระบบที่มาในสไตล์เดียวกันและแสดงผลได้ครบทุกฟังก์ชัน พร้อมแสดงตำแหน่งบอกเกียร์ ผสานความล้ำสมัยได้อย่างลงตัว สำหรับขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์ 155 ซีซี ที่มาพร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA แรงเร้าใจ ไปได้ไกลกว่า ในทุกประสบการณ์การขับขี่ พร้อมตอบสนองทุกเส้นทางการขับขี่ด้วยยาง Dual Purpose หรือยางสองประสงค์ดีไซน์พิเศษ รองรับเส้นทางที่แตกต่างได้หลากหลายเส้นทางการขับขี่ เพิ่มความสบายด้วยเบาะนั่งตอนเดียวสไตล์คลาสสิก ดีไซน์พิถีพิถัน นั่งสบาย รองรับการเดินทางตลอดเส้นทางการขับขี่ สอดรับกับถังน้ำมันทรงหยดน้ำสวยงามไร้กาลเวลาพร้อมกริพถังหรือ Knee Grip ที่ทำให้คุณกับรถเป็นเสมือนหนึ่งเดียวกัน และสุดท้ายสีสันใหม่นั้นมีให้เลือกเป็นเจ้าของด้วยกันถึง 3 สี 3 สไตล์ คือ สีน้ำเงิน Matt Blue, และสีดำ Classic Black พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำ 96,000 บาท พร้อมกับสีขาว-แดง WGP 60th Anniversary ที่ราคาแนะนำ 98,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ที่ยามาฮ่า สแควร์ และร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 ติดตามข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวของยามาฮ่าได้ที่ Website: www.yamaha-motor.co.th Facebook : Yamaha Society Thailand Instagram: @Yamaha Society Thailand Youtube: Yamaha Society Thailand อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Yamaha MT-15 2022 เปิด 3 เฉดสีใหม่ เติมเต็มสีสันความมันยิ่งกว่าเคย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์สไตล์เน็กเก็ดสปอร์ตตัวจริง!! พร้อมส่งที่สุดแห่งความเร้าใจกับสไตล์เน็กเก็ดสปอร์ต New Yamaha MT-15 2022 ที่มาพร้อม 3 เฉดสีใหม่ที่จะมาเติมสีสันและกระตุ้นอะดรีนาลีนให้กับผู้ขับขี่ ที่มาพร้อมแรงบิดเต็มพิกัด ด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากยามาฮ่า พร้อมเครื่องยนต์ 155 ซีซี VVA ให้คุณปลดปล่อยตัวตนบนถนนได้อย่างเต็มที่ เต็มสปีดด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ 155 ซีซี สูบเดียว 4 วาล์ว เกียร์สปอร์ต 6 สปีด ระบบหัวฉีดอัจฉริยะระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA ให้อัตราเร่งดีเยี่ยมตอบสนองได้ทันใจ พร้อมด้วยระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลังขณะลดเกียร์ เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ ทั้งนี้ยังโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามสไตล์ MT-SERIES ด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัย ตั้งแต่ไฟหน้าแบบโมโนโฟกัส LED (MONO FOCUS LED) สว่างชัดทุกระยะการขับขี่, หน้าปัด NEGATIVE LCD หรือเรือนไมล์แบบกลับสี แสดงผลข้อมูลได้หลากหลาย พร้อมตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์ ระบบไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (SHIFT LIGHT), เบาะนั่ง FREESTYLE RIDING SEAT สนุกได้ไม่มียั้ง คล่องตัวในทุกองศาการขับ และ MT IDENTITY นิยามแบบ MT-SERIES เฉดสีใหม่เอกลักษณ์ของสายดาร์คตัวจริง นอกจากนี้ยังให้ฟีลลิ่งการขับขี่แบบเน็กเก็ดสปอร์ตเต็มอารมณ์ ด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ควบคุมตัวรถได้ดั่งใจ พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนหลังแบบโมโนครอสเป็นโช้คเดี่ยวทำงานร่วมกับกระเดื่องซับแรง และสวิงอาร์มอะลูมิเนียมแบบไดแคส เพื่อเพิ่มสมรรถนะการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้น สำหรับโมเดลใหม่ปีนี้จะมาพร้อมสีสัน 3 เฉดสีใหม่! คือ สีเทา Metallic Gray, สีน้ำเงิน Racing Blue และ สีดำ Matt Black โดยสีของล้อแม็กและลายกราฟิกจะดีไซน์ให้เป็นสีเดียวกัน พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 101,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ที่ยามาฮ่า สแควร์ และร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 ติดตามข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวของยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th Facebook : Yamaha Society Thailand Instagram: @Yamaha Society Thailand Youtube: Yamaha Society Thailand อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki ยืนยันเลิกแข่ง MotoGP สิ้นปี 2022 นี้ เนื่องจากพิษเศรษฐกิจ ล่าสุดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้ค่ายรถจากเมืองฮามามัตสึหรือ Suzuki ยืนยันเลิกแข่ง MotoGP สิ้นปี 2022 นี้กับทาง Dorna ผู้จัดการแข่งขันแล้ว โดยทางซูซูกิอ้างว่าด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในตอนนี้และความจำเป็นที่จะต้องทุ่มเทความพยายามไปในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการยานยนต์ที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ ทำให้ทางซูซูกิต้องลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันลงอย่างมาก และเพื่อที่จะใช้ทรัพยากรทั้งทางการเงินและบุคลากรในการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมา ทาง Dorna ก็ขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ่งกับทาง Suzuki Ecstar Team และทุกคนที่สนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ของซูซูกิตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา รวมไปถึงแฟน ๆ ซูซูกิที่ให้กำลังใจและให้กำลังสนับสนุนเสมอมา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Keeway Versilia 150 สกู๊ตเตอร์คันใหม่หรูหราสไตล์อิตาเลียน ล่าสุดทางคีเวย์ ประเทศไทยก็ทำการรุกตลาดเพิ่มเติมตอกย้ำการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปี ในประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ปีที่ 11 อย่างมั่นใจ ด้วยการเปิดตัว Keeway Versilia 150 สกู๊ตเตอร์ออโตเมติกพรีเมียม ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อเมืองเวอร์ซิเลีย เมืองทางตอนใต้สุดของอิตาลีที่มีความสนุกและเต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความสมบูรณ์แบบในด้านสุนทรียะแบบคลาสสิกอย่างมีสไตล์ ดังนั้นสำหรับสกู๊ตเตอร์คันนี้จึงมาในสไตล์ของอิตาเลียนสกู๊ตเตอร์ที่แฝงไปด้วยความสนุกสนานภายใน โดดเด่นด้วยการออกแบบที่มีกลิ่นอายของความคลาสสิก และเพื่อความสนุกสนานในการขับขี่โมเดลนี้ก็เลยมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 149.6 ซีซีแบบสูบเดียว 4 จังหวะ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้า ให้กำลังแรงสูงสุดที่ 7.2 กิโลวัตต์หรือ 9.65 แรงม้าที่ 7,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 10.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ขณะที่ในส่วนของช่วงล่างนั้นออกแบบมาพอเหมาะพอดี ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก และโช้คหลังเดี่ยว ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้า ด้านหลังจะเป็นดรัมเบรก ส่วนขนาดล้อจะเป็นขนาด 12 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ใช้ยางแบบไม่ต้องใช้ยางในขนาด 120/70 – 12” ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งเป็นการออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นความคล่องตัวจากการมีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบ เหมาะกับการใช้งานในเมือง ตัวรถเต็มไปด้วยลูกเล่นมากมาย อาทิ ระบบกุญแจแบบคีย์เลส (เฉพาะรุ่น Special) พร้อมสัญญาณกันขโมย ระบบไฟหน้าพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบ LED ที่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย ทัศนวิสัยแจ่มชัด เรือนไมล์แบบมินิมัลแต่มีสไตล์ พร้อมพอร์ตจ่ายไฟแบบ USB ภายในเกะหน้ารถ และที่เก็บของใต้เบ่ะหรือ Ubox ขนาด 23 ลิตร เก็บหมวกเต็มใบได้ 1 ใบ ตัวรถยังมีถังน้ำมันขนาดใหญ่ถึง 5.6 ลิตร นั่งสบายด้วยเบาะสไตล์วินเทจแบบ 2 ตอน สุดท้ายนี้จะมีจำหน่าย 2 เวอร์ชันได้แก่ Standard จะมีสีแดง Rosso Corsa Red เปิดราคาแนะนำที่ 61,200 บาท Special ได้กุญแจคีย์เลส จะมีสีขาว Super White และสีเทา Lava Grey เปิดราคาแนะนำที่ 63,500 บาท โดยทั้ง 2 เวอร์ชันจะมาพร้อมการรับประกัน 3 ปีหรือ 30,000 กม. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Puig Diablo สปอร์ตไบค์สุดเท่ที่แปลงมาจาก MT-09 SP Puig Diablo คันที่คุณเห็นอยู่นี้ถ้าบอกว่าแปลงมาจาก MT-09 SP นี่บางคนอาจจะไม่เชื่อ แต่ว่าไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะครับ เพราะคันนี้มีพื้นฐานเป็น Yamaha MT-09 SP จริง ๆ ครับ และสำหรับชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อของบอสจากทีม Repsol Honda อย่างแน่นอนครับ แต่เป็นแบรนด์ของแต่งมอเตอร์ไซค์สัญชาติสเปนต่างหาก โดยเจ้าปีศาจร้ายสีแดงคันนี้เป็นโปรเจ็กต์ล่าสุดจากทางแบรนด์ นำมาดัดแปลงใส่แฟริ่งแบบบางส่วนและสร้างภาพให้มันกลายเป็นสปอร์ตไบค์ในสไตล์ล้ำยุคแบบฟิวเจอร์จ๋า ๆ โดยแฟริ่งสีแดงที่เห็นเป็นงานออกแบบของทางแบรนด์เองเมื่อติดตั้งร่วมกับบังโคลนหน้าแบบปลายตัดก็ทำให้มันดูละม้ายคล้ายรถแข่ง MotoGP ซึ่งทางแบรนด์อธิบายโปรเจ็กต์ปีศาจร้ายคันนี้ว่า แบบฝึกหัดเชิงสร้างสรรค์ที่ปราศจากข้อจำกัด ซึ่งใครก็ตามที่ได้เห็นเจ้าแดงคันนี้ก็น่าจะเข้าใจถึงคำอธิบายนี้ได้ดี ไม่เพียงแต่การเพิ่มเติมแฟริ่งเท่านั้น ทางแบรนด์ยังได้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งท่านั่งหลังจากที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการยศาสตร์เพื่อเพิ่มความลื่นไหลทางแอโรไดนามิกส์หรืออากาศพลศาสตร์และการป้องกันผู้ขับขี่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีปีกสุดล้ำที่ช่วยให้มันดูเป็นดั่งรถในฝันและยังช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ได้จริงอีกด้วย งานนี้บอกเลยว่าคันนี้ดูดีมาก ๆ ถ้าทำชุดแต่งออกมาขายจริงคงจะดีไม่น้อย แต่ติดตรงที่มันแปลก ๆ ไปหน่อยคือยางหน้าและยางหลังดันเป็นคนละแบรนด์กันซะอย่างนั้น อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Flat Track ประสบการณ์การขี่แนวใหม่สุดมันที่ Yamaha จัดให้ ล่าสุดสื่อมวลชนชาวไทยก็ได้เข้าร่วมหลักสูตรพิเศษ การขับขี่แบบ Flat Track ประสบการณ์การขี่แนวใหม่สุดมันที่ Yamaha จัดให้ โดยเป็นหลักสูตรที่ทางเราเองก็ยังไม่เคยได้มีโอกาสสัมผัสการขับขี่แบบนี้มาก่อน การขับขี่สไตล์นี้เราอาจจะได้เห็นกันบ่อย ๆ จากนักแข่ง MotoGP หรือ นักแข่งทางเรียบหลาย ๆ รายการที่จะต้องมีโอกาสได้ฝึกซ้อมการขับขี่ในสไตล์นี้ สำหรับในครั้งนี้มีโค้ชระดับมืออาชีพจาก Yamaha มาแนะนำการขับขี่ นำโดยโค้ชตั้น เดชา ไกรศาสตร์ และโค้ช เบ็น ประสิทธิ์ ฮัลเกรน ที่จะมาแนะนำการขับขี่ในครั้งนี้ให้ถูกต้อง เข้าใจมากขึ้น ซึ่งสนามสำหรับเรียนการขับขี่วันนี้คือที่ค่ายนวภพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ที่ถูกออกแบบพิเศษสำหรับการขับขี่สไตล์แฟล็ตแทร็กโดยเฉพาะ พื้นผิวเป็นดินอัดแน่น ออกแบบโค้งต่อเนือง มีเนินซึมบาง ๆ บอกเลยว่าขี่มันแน่นอน… ด้วยสถานการณ์โควิดแบบนี้ เราเรียนรู้การอยู่ร่วมกับโรคระบาดอย่างถูกต้อง โดยการแบ่งกลุ่มขับขี่ วอร์มร่างกาย ลดความแออัดในรอบการขับขี่ พร้อมกับรับคำแนะนำจากโค้ชเบื้องต้นกันก่อน ในรอบแรกโค้ชต้องการให้เราจับฟีลของตัวรถให้ได้ก่อน ไม่จำเป็นต้องขี่เร็วมาก เน้นฟีลลิ่ง จัดท่านั่ง การคอนโทรลตัวรถให้ได้ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรก ๆ ในการขับขี่ โดยรถที่มีให้ได้ลองสไลด์มีหลายรุ่นเลย นำโดย WR155R, Exciter, XSR155 และ MT-15 โดยเราจะเริ่มกันในส่วนของท่านั่งการขับขี่กันก่อนเลย โค้ชเบ็น แนะนำให้นั่งอยู่กลางลำรถ ไม่จำเป็นต้องถอยท้าย หรือนั่งหน้าจนเกินไปพยายามให้อยู่กลางตัวรถให้มากที่สุด เน้นสร้างบาลานซ์ให้กับตัวรถ จะมีเพียงช่วงตอนเลี้ยวสไลด์เท่านั้นให้ขยับตัวออกเล็กน้อยเพื่อหาบาลานซ์ ในส่วนของแฮนด์ไม่จำเป็นต้องเกร็งแขนมากนัก ดันแฮนด์ส่วนทางกับทางที่จะเลี้ยวเพื่อที่บังคับตัวรถให้ท้ายรถสไลด์ออกไปจับฟีลลิ่งด้านท้ายให้ได้ ถ้าจะให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เข้าโค้งแบบเอ็นดูโร่ และออกโค้งแบบทางเรียบ การควบคุมคันเร่งต้องเนียน จังหวะเบรกต้องได้ แรก ๆ มันจะงง ๆ หน่อยตอนเข้าโค้ง เพราะต้องทำอะไรหลายอย่าง ทั้งเบรก ทั้งเติมคันเร่ง ทุกอย่างต้องได้จังหวะ ซึ่งเบรกก็ไม่ได้เพื่อให้ช้าลง แตะเบรก (หลัง) ช่วยเล็กน้อย เผื่อที่จะให้ท้ายรถเกิดอาการสไลด์สร้างองศาในการเข้าโค้ง พร้อมกับการเปิดคันเร่งตามทันทีเพื่อที่จะให้ล้อหลังเกิดการปั่นฟรีทิ้ง สไลด์ไปตามไลน์ที่เราต้องการ ทั้งนี้รอบเครื่องยนต์ กำลังเครื่องยนต์ ต้องพอดี ที่มีกำลังส่งที่ล้อหลัง เอาง่าย ๆ คือเกียร์ต้องพอดีไม่ต่ำหรือสูงเกินไป ความรู้สึกของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน ตรงนี้อาจจะให้ลองจับฟีลลิ่งดู เพราะ WR155R คาแรคเตอร์เครื่องยนต์เป็นอีกสไตล์ ส่วน XSR155 ก็มีสไตล์ที่แตกต่างกัน ยางหลังเองก็เป็นอีกองค์ประกอบที่จะทำให้รถสไลด์ได้มากน้อยไม่เท่ากัน ถ้าเราเข้าใจการเลี้ยวสไลด์และชินกับอาการท้ายสไลด์ ก็จะทำให้การขับขี่สนุกมากขึ้น เพราะการขับขี่แบบแฟล็ตแทร็กจะเป็นการขับขี่แบบสไลด์ไปตลอดทั้งทาง ทุกอย่างคือการฝึกซ้อม คันเร่ง เบรก ท่าขับ ทุกอย่างต้องแม่นยำจะทำให้การขับขี่สมบูรณ์แบบที่สุด “ขี่ Flat Track ดียังไง ขนาดนักแข่งระดับโลกยังต้องมาขี่” โค้ชตั้น ให้ข้อมูลว่านักแข่งทางเรียบอย่างทีม YAMAHA Thailand Racing Team มาลงซ้อมแฟล็ตแทร็กจะช่วยในเรื่องของการแก้อาการท้ายสไลด์ สร้างความเคยชินเวลารถแข่งสไลด์ สร้างบาลานซ์ในการขับขี่ได้ดีขึ้นมากกว่าเดิม เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เดินคันเร่งออกโค้งได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม และการขับขี่สไตล์นี้จะช่วยเสริมในเรื่องความฟิตร่างกายเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย สำหรับวันนี้ได้มีโอกาสมาขับขี่กับโค้ชตั้น โค้ชเบ็น ได้อะไรกลับมาพัฒนาตัวเองเยอะเลย เพื่อที่จะกลับมาประยุกต์ใช้ในการขับขี่รถในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั้งการขับขี่ทดสอบในสนามแข่ง ฝึกขับขี่แบบแฟล็ตแทร็กแบบนี้ช่วยแก้อะไรหลาย ๆ อย่างได้ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ไทย ยามาฮ่า มอเตอร์ ที่ได้เชิญเราเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่สไตล์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยลองมาก่อน ถือว่าได้ประสบการณ์และได้ประโยชน์มากจริง ๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Tricity 125 2022 ปรับปรุงชุดใหญ่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ยิ่งขึ้น นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2014 เจ้าสามล้อพร้อมตะลุยเมืองคันนี้ก็ได้รับความนิยมในยุโรปเป็นอย่างดี จากการที่มันทั้งโดดเด่น รวมถึงยังขับขี่ได้มั่นใจและคล่องตัวผิดกับที่หลาย ๆ คนคิด และมาครั้งนี้ก็กลับมาอีกครั้ง Yamaha Tricity 125 2022 ที่ปรับปรุงขนาดใหญ่ให้ตอบโจทย์การใช้งานคนรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้นครับ เริ่มกันที่เครื่องยนต์ Blue Core สูบเดียว 125 ซีซีใหม่ที่รองรับ Euro5 แล้ว ซึ่งโดดเด่นด้วยลูกสูบฟอร์จ มีการดีไซน์ฝาสูบใหม่ ปรับวาล์วไอดีให้ใหญ่ขึ้น และเพิ่มกำลังอัดให้มากขึ้น นอกจากนี้ตัวเครื่องยนต์ยังมีระบบ VVA หรือวาล์วแปรผันที่ช่วยให้เร่งได้ดีมีกำลัง แต่ขณะเดียวกันก็ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น มีตัวควบคุมสตาร์ทเตอร์เจเนเรเตอร์ใหม่ (SGCU) ที่ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ อาทิ การจ่ายน้ำมัน การจ่ายไฟ และระบบสตาร์ทแอนด์สต็อป เพื่อให้ใช้งานได้ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น ทั้งยังควบคุมระบบสมาร์ทมอเตอร์เจเนเรเตอร์ ทำให้ตัวควบคุมใหม่นี้กลายเป็นชุดเดียวกัน ไม่แยกชิ้นเหมือนตัวเก่า โดยเจ้าระบบสมาร์ทมอเตอร์เจเนเรเตอร์จะหมุนเพลาข้อเหวี่ยงโดยตรง ทำให้ไม่มีเสียงรบกวนดังเหมือนแต่เดิมอีกด้วย เรียกว่าประหยัดขึ้นและเงียบกว่าที่เคย ช่วงล่างที่โดดเด่นไม่เหมือนใครกับระบบบังคับเลี้ยวแบบหลายล้ออัคเคอร์มานน์ (LMW Ackermann) แบบเดียวกับที่ใช้ใน Niken และ Tricity300 ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนให้มีออฟเซ็ตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้สามารถเข้าโค้งได้ดีและนิ่งเนียนยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ตัวช่วงล่างด้านหน้าที่ปรับ ตัวรถใช้เฟรมที่ออกแบบมาใหม่ ปรับปรุงหลายจุด เช่น ฐานล้อที่ยาวขึ้น จุดยึดเครื่อง เป็นต้น โดยมุ่งเน้นให้บาลานซ์โดยรวมดีขึ้น ขับขี่ได้สนุกและสบายยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีความแข็งแรงมากขึ้น แต่ก็มีความยืดหยุ่นที่พอเหมาะให้ควบคุมรถได้ดี ยังไม่เหมาะเรื่องช่วงล่าง ยังมีการปรับโช้คหลังคู่ใหม่อีกด้วย โดยปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับเฟรมใหม่ ด้วยการเพิ่มความยาวของโช้คหลัง 90 ม.ม. มีการเพิ่มสปริงเรทและแดมปิ้งให้มากขึ้น ช่วยให้ท้ายนิ่งเนียนยิ้งขึ้นแม้ว่ามีคนซ้อนหรือถนนย่ำแย่ ในส่วนของระบบเบรกเองก็มีการปรับปรุงเช่นเดียวกัน ระบบเบรกแบบกระจายแรงเบรกหรือ Unified Brake System (UBS) ได้ปรับให้กระจายแรงเบรกไปทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้สมูทและให้แรงเบรกที่ดีมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถขับขี่ได้ปลอดภัยมากขึ้น ยังมีอีกจุดที่ทางยามาฮ่าใส่ใจคือความสบายของผู้ขับขี่และคนซ้อน โดยมีการปรับเพิ่มฟุตบอร์ดให้ใหญ่ขึ้น ช่วยให้นั่งขับขี่ได้สบายกว่า ขณะที่ด้านคนซ้อนนั้นมีพักเท้าคนซ้อนดีไซน์ใหม่ที่กางออกได้ง่ายขึ้น และอีกจุดที่ไม่เกี่ยวกับความสะดวกสบายแต่เกี่ยวกับความปลอดภัยคือ ระบบไฟหน้าที่ปรับให้มีแสงที่กว้างขึ้นทั้งไฟสูงและต่ำ ช่วยให้ได้ทัศนวิสัยที่ดีขึ้นเวลาขับขี่ยามค่ำคืนนั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีการอัปเดตในด้านเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย อาทิ หน้าจอเรือนไมล์ LCD ใหม่ที่อ่านค่าต่าง ๆ ได้ง่าย พร้อมระบบเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่าน MyRide แอพพลิเคชัน ช่วงแจ้งเตือนสายเรียกเข้า ข้อความ อีเมล และอื่น ๆ รวมถึงสามารถดูข้อมูลต่าง ๆ ของตัวรถได้ในแอพพลิเคชัน และแชร์ประสบการณ์การขับขี่ให้คนอื่น ๆ ดูได้ มีระบบสมาร์ทคีย์ที่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้สะดวกอีกระดับ โดยสามารถสตาร์ทรถ ดับเครื่อง ล็อกคอจนถึงเปิดเบาะได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจอีกต่อไป สุดท้ายกับเรื่องของดีไซน์สำหรับโมเดลใหม่นี้ก็ปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อย เช่น บริเวณฟุตบอร์ด บริเวณสวิตช์สตาร์ทรถดีไซน์ใหม่ บังโคลนหลังใหม่อีกด้วย ทั้งนี้ตัวใหม่นี้จะจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงิน Petrol Blue สีน้ำตาล Sand Gray และสีเทาด้าน Matte Gray อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ค่าตัวนักแข่ง MotoGP ปี 2022 เท่าไหร่ เรามีคำตอบ หลังจากที่ผมได้ทำบทความเรื่องการแข่งขันในระดับพรีเมียร์คลาสนั้นต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ไปก็พบว่ามีคนให้ความสนใจค่อนข้างมากเลยทีเดียว และก็มีเสียงถามเข้ามาว่า นักแข่ง MotoGP ได้เงินค่าตัวเท่าไหร่ ผมก็เลยไปหาข้อมูลและรวบรวมมาลงไว้ในนี้ครับผม ลำดับ นักแข่ง ทีม ค่าตัวต่อปี ค่าตัวต่อเรซ หมายเหตุ 1 Marc Márquez Repsol Honda Team 476,000,000 25,500,000 แชมป์โลก 8 สมัย (รวมทุกรุ่น) 2 Maverick Vinales Aprilia Racing 340,000,000 18,360,000 แชมป์โลก Moto3 3 Fabio Quartararo Monster Energy Yamaha MotoGP 204,000,000 10,744,000 แชมป์โลก MotoGP 1 สมัย 3 Joan Mir Team Suzuki Ecstar 204,000,000 10,744,000 แชมป์โลก 2 สมัย (MotoGP, Moto3) 5 Pol Espargaro Repsol Honda 119,000,000 6,273,000 6 Franco Morbidelli Monster Energy Yamaha MotoGP 102,000,000 5,338,000 แชมป์โลก Moto2 6 Jack Miller Ducati Lenovo Team 102,000,000 5,338,000 6 Alex Rins Team Suzuki Ecstar 102,000,000 5,338,000 9 Andrea Dovizioso WithU Yamaha RNF MotoGP Team 42,500,000 1,870,000 แชมป์โลก (รุ่น 125 ซีซี) 10 Jorge Martín Pramac Racing 34,000,000 1,785,000 แชมป์โลก Moto3 10 Álex Márquez LCR Honda Castrol 34,000,000 1,768,000 แชมป์โลก 2 สมัย (Moto2, Moto3) 12 Aleix Espargaro Aprilia Racing 25,500,000 1,377,000 13 Miguel Oliveira Red Bull KTM Factory Racing 21,250,000 1,105,000 14 Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 17,000,000 901,000 แชมป์โลก Moto3 14 Takaaki Nakagami LCR Honda Idemitsu 17,000,000 901,000 16 Enea Bastianini Gresini Racing MotoGP 12,750,000 646,000 แชมป์โลก Moto2 16 Fabio Di Giannantonio Gresini Racing MotoGP 12,750,000 646,000 18 Luca Marini Mooney VR46 Racing Team 10,200,000 510,000

Honda หนุน แฟลช เอ็กซ์เพรส ร่วมส่งกำลังใจให้ไรเดอร์ไทยผ่านแคมเปญ “คนส่งฝัน” รถจักรยานยนต์ฮอนด้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแคมเปญ “คนส่งฝัน” ของแฟลช เอ็กซ์เพรสเพื่อขอบคุณ และส่งกำลังใจให้ไรเดอร์ไทย สำหรับความมุมานะพยายามในการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา (Honda หนุน แฟลช เอ็กซ์เพรส) โดยแคมเปญ “คนส่งฝัน” เกิดขึ้นโดยความตั้งใจของแฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) ผู้ให้บริการขนส่งเอกชนชั้นนำของเมืองไทย เพื่อเป็นการขอบคุณในความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะส่งฝันของลูกค้าไปให้ถึงปลายทาง พร้อมไปกับการส่งความฝันของตัวเองไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจ โดยเล่าเรื่องผ่านเพลงร็อกในมิวสิควิดีโอ (MV) เพลง “คนส่งฝัน” ที่มีพนักงานขนส่งของแฟลช เอ็กซ์เพรสขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่น Wave110i นำพัสดุไปส่งไม่ว่าจะเป็นที่ไหน หรือช่วงเวลาไหน ก็ไม่สามารถทำให้ความตั้งใจของไรเดอร์แฟลช เอ็กซ์เพรสเปลี่ยนไป ทั้งนี้ ท่านสามารถร่วมส่งกำลังใจให้ไรเดอร์ไทยผ่าน MV คนส่งฝันได้จากช่องทางดังต่อไปนี้ Facebook > https://fb.watch/cGfcwHePDq/ JOOX > https://bit.ly/3MSCXmP Spotify > https://spoti.fi/3ETQ6sJ Apple music > https://apple.co/3xYWLjR Youtube > https://bit.ly/38uQ8es อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Shoei โชว์เหนือ เผยโฉมหมวกต้นแบบที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลภายใน ผมเชื่อว่าแฟน ๆ SuperBike Thailand หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักหมวกกันน็อกสัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์นี้ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำและให้การสนับสนุนนักแข่งระดับโลกหลายคน อาทิ Marc Marquez, Toprak Razgatlioglu และ John McGuinness เป็นอย่างดี โดยล่าสุด Shoei โชว์เหนือ เผยโฉมหมวกต้นแบบที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลภายใน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับวงการหมวกกันน็อก อย่างไรก็ดีเจ้าเทคโนโลยีจอแสดงผลภายในหรือเจ้า HUD (Head Up Display) ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับวงการยานยนต์อะไร โดยเจ้าระบบนี้มีการใช้งานในรถยนต์มาได้ระยะนึงแล้ว แต่สำหรับวงการมอเตอร์ไซค์นั้นยังถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่อยู่ นอกจากนี้หน้าจอแสดงผลของ HUD บนรถยนต์ก็อยู่บนกระจกหน้าซึ่งไม่ได้ขยับไปไหน ขณะที่ในหมวกกันน็อกนั้นมันจะมีการขยับไปมา อีกทั้งหน้าจอ HUD บนรถยนต์ก็อยู่ห่างจากสายตาของผู้ขับขี่ ขณะที่หน้าจอในหมวกนั้นใกล้กว่ามาก ดังนั้นการออกแบบจึงทำได้ยากกว่า เนื่องจากจะต้องออกแบบขนาดให้พอเหมาะพอดีและยังต้องคำนึงอีกว่าจะไม่ไปรบกวนทัศนวิสัยของผู้ขับขี่อีกด้วย ส่วนข้อดีของเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ก็คือสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ แม้จะไม่มากนักก็ตาม โดยหน้าจอแสดงผลในหมวกนี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนนเพื่อที่จะดูข้อมูลของตัวรถได้สะดวกนั่นเอง ทั้งนี้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ยังอาจจะนำไปใช้ในการแข่งขันได้อีกด้วย เช่น ส่งข้อความเกี่ยวกับการเรซไดเร็กชัน หรือว่าจะเป็นข้อความจากทางทีมได้อีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้มีส่งข้อความผ่านทางหน้าจอของรถแข่งแทน แต่ถ้าใช้เทคโนโลยีนี้จะทำให้สามารถรับข้อความได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะตอนที่ต้องเข้าโค้งองศามาก ๆ ซึ่งจังหวะนี้จะไม่สามารถมองหน้าจอที่รถได้ แต่เทคโนโลยีใหม่นี้จะไม่เป็นปัญหา ซึ่งจะช่วยเพิ่มในเรื่องความปลอกภัยและสมรรถนะในการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น แต่แน่นอนว่าจะต้องไม่รบกวนผู้ขับขี่มากเกินไปเป็นสำคัญ ฟังแล้วก็ดูดีมากเลยใช่มั้ยล่ะครับ ตอนนี้ก็เหลือแค่ว่าอีกนานแค่ไหนที่ทาง Shoei จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในโมเดลผลิตขายจริงเท่านั้นแล้วล่ะครับ ขอบคุณภาพจาก motor-fan.jp อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha MT-15 V2 เปิดตัวที่อินเดียนั้นมีอะไรใหม่ เมื่อไม่นานนี้ยามาฮ่าอินเดียได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Yamaha MT-15 V2 พร้อมกับการอัปเดตเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเน็กเก็ดรุ่นเล็กยอดนิยมคันนี้ หลังจากที่ทางค่ายได้ทยอยอัปเดตโมเดลเน็กเก็ดไบค์ในตระกูล Master of Torque ไปกันจนเกือบหมดแล้ว คราวนี้ก็ถึงคิวของน้องเล็กพิกัดเริ่มต้นกับเครื่องยนต์สูบเดียว 155 ซีซีกันบ้าง สำหรับโมเดลนี้จะมีการปรับปรุงให้เครื่องยนต์สูบเดียว 155 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำที่มาพร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ที่ช่วยให้ลดมีกำลังดีในทุกย่านความเร็ว โดยในโมเดลนี้จะมีแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและมาเร็วขึ้น จากเดิม 13.9 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบเป็น 14.1 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบ ส่วนแรงม้าจะอยู่ที่ 18.4 แรงม้าที่ 10,000 รอบ นอกจากนี้ในส่วนของเครื่องยนต์จะยังคงมีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์อยู่เช่นเดิม ซึ่งจะช่วยให้รถเข้าเกียร์ได้ง่ายจากคลัตช์เบา และช่วยให้สามารถควบคุมเอ็นจิ้นเบรกได้ดีขึ้นเวลาเชนเกียร์เพื่อลดความเร็ว ทำให้ปลอดภัยมากขึ้น ส่วนช่วงล่างนั้นก็จะยังคงเดิม โดยระบบกันสะเทือนจะเป็นโช้คหน้าแบบหัวกลับและโช้คหลังเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียม ขณะที่ระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS (เฉพาะล้อหน้า) และอีกส่วนที่อัปเดตเพิ่มเข้ามาและในบ้านเรายังไม่มีก็คือเจ้าระบบ Y-Connected นั่นเอง ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้รถสามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น แจ้งเตือนข้อความ อีเมล สายเรียกเข้าต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ในแอ็ปนี้ยังช่วยให้คุณรับรู้ถึงข้อมูลเชิงลึกอื่น ๆ ของตัวรถได้อีกด้วยครับ ก็ต้องมารอดูกันครับว่าโมเดลใหม่ปี 2022 ในบ้านเราจะอัปเดตรุ่น Y-Connected มาให้ด้วยเลยหรือไม่ครับผม แต่บอกเลยว่าต้องมีสีสันใหม่จี๊ด ๆ โดนใจสาวกยามาฮ่าอย่างแน่นอน ค่ายนี้สีสวยไม่มีใครเกินอยู่แล้ว อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก