
GPX DX1 2026 มินิไบค์สไตล์คลาสสิกใหม่ล่าสุด กับการขับขี่ใช้งานจริง ! เจาะลึกดีไซน์ เครื่องยนต์ และฟีเจอร์เด่นของโมเดลนี้กับราคา 54,500 บาท
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

GPX DX1 2026 มินิไบค์สไตล์คลาสสิกใหม่ล่าสุด กับการขับขี่ใช้งานจริง ! เจาะลึกดีไซน์ เครื่องยนต์ และฟีเจอร์เด่นของโมเดลนี้กับราคา 54,500 บาท

Honda JMS 2025 เปิดวิสัยทัศน์ โชว์รถ EV รุ่นใหม่และระบบพลังงานอัจฉริยะ ครบตั้งแต่แพลตฟอร์ม แบตฯ ซอฟต์แวร์ ถึงโซลูชัน พร้อมโมเดลมากมาย

Triumph Trident 800 เน็กเก็ดโร้ดสเตอร์ เครื่องยนต์บล็อกใหม่พิกัด 800 ซีซี ดีไซน์ใหม่ ไฟกลม บอดี้สปอร์ต 113 แรงม้า พร้อมรายละเอียด

Honda X-ADV 2023 มาใหม่พร้อมสีพิเศษ หล่อเท่ได้ใจ เผยโฉมกันออกมาแล้วสำหรับ Honda X-ADV 2023 จากทางฝั่งยุโรป แต่เป็นเพียงสีสันและกราฟิกใหม่ในสไตล์บิ๊กโลโก้กับเฉดสีขาว Shasta White ให้ภาพลักษณ์ที่ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยมีการปรับบางชิ้นส่วนของแฟริ่งให้เป็นสีดำ ส่วนสีอื่น ๆ ก็จะยังคงจำหน่ายเหมือนเดิม ทั้งนี้ชิ้นส่วนอื่น ๆ ก็จะยังคงเหมือนเดิม ยังไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไร โดยขุมพลังก็ยังคงจะเป็นสองสูบเรียงขนาด 745 ซีซี 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดแบบ PGM-FI เคลมกำลังแรงม้ามา 57.8 ตัวที่ 6,750 รอบ และแรงบิดที่ 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ ส่งกำลังขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีดแบบ DCT ขับเคลื่อนด้วยโซ่ ส่วนช่วงล่าง สำหรับระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 41 ม.ม. ส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่อง ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 296 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ขณะที่ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบ 1 ลูกสูบ ส่วนขนาดล้อและยางจะเป็น 120/70-R17M/C และ 160/60-R15M/C หน้าและหลังตามลำดับ ส่วนใครที่ได้อยากได้สีใหม่ก็อดใจรอปีหน้าน่าจะมาจำหน่ายในไทยด้วยอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia RSV4 XTrenta คันแรกในโลกที่มาพร้อมกับปีกที่ท้ายและใต้รถ และนี่คือ Aprilia RSV4 XTrenta จากแผนกฝ่ายวิศวกรรมการแข่งขันและเทคโนโลยีของอาพริเลีย ซูเปอร์ไบค์ตัวพันที่มีสมรรถนะสูงที่สุดและพิเศษที่สุดของทางค่าย โดดเด่นด้วยแอโรไดนามิกที่ยอดเยี่ยมจากการมีปีกที่ท้ายและใต้ตัวรถเป็นคันแรกในโลก พร้อมตัวเลขอันน่าทึ่งคือ 230 แรงม้ากับน้ำหนักเพียง 166 กิโลกรัม สำหรับโมเดลนี้กำเนิดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีนับตั้งแต่ได้แชมป์โลกแรก โดยจะผลิตขึ้นเพียง 100 คันเท่านั้น นับจากประสบความสำเร็จกับโมเดลพิเศษอย่าง RSV4 X ในปี 2019 และ Tuono X ที่เป็นไฮเปอร์เน็กเก็ดที่ทรงพลังและเบาที่สุดมาแล้ว ทางแผนกเรซซิ่งของทางค่ายยังไม่พอใจกลับมาทุ่มเทความพยายามทำงานกับเครื่องยนต์ V4 อีกครั้ง กลายเป็นมาเป็นโมเดลพิเศษ สำหรับโมเดลนี้ได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีการใช้ในรถโปรดักชันมาก่อน โดยเป็นเทคฯ ที่มาจากทาง MotoGP ทั้งในแง่ของวัสดุ อุปกรณ์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดีเทลต่าง ๆ และที่สำคัญสุดเลยคือแอโรไดนามิก ซึ่งยุคหลัง ๆ มานี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญเลยล่ะครับ โดยสังเกตจาก RS-GP ที่เป็นรถแข่งของทางค่ายก็ได้ ตัวรถมีแฟริ่งแบบคาร์บอนจากทาง Pan Compositi โดยใช้วิธีการผลิตแบบเดียวกันกับที่ใช้ในรถแข่ง MotoGP พร้อมกันนี้ยังได้ทำการออกแบบปีกด้านหน้าใหม่ซึ่งการันตีว่าช่วยให้มีโหลดด้านหน้ามากขึ้น และลดแรงฉุดให้น้อยลง อีกทั้งยังมีปีกที่ด้ายรถและยังมีปีกที่ด้านล่างบริเวณสวิงอาร์มแบบเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง MotoGP ซึ่งเรียกส่วนนี้กันว่าสปูน ซึ่งผลลัพธ์ของการใช้เซ็ตอัปปีกแบบนี้ทำให้มีโหลดจากแอโรไดนามิกมากขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันยังลดแรงฉุดได้มากถึง 4% สำหรับโมเดลนี้มีพื้นฐานมาจากตัว Factory 2022 ซึ่งมีเครื่องยนต์แบบ 4 สูบวี ที่ให้กำลังแรงม้ามากถึง 230 แรงม้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มอัตราส่วนการอัด ร่วมกับการใช้ท่อไอเสียที่พัฒนาร่วมกันกับ SC-Project กรองอากาศ Sprint ที่ใช้ในรถแข่งอย่าง MotoGP และ Formula 1 ปลายท่อไอเสียไทเทเนียมแบบเดียวกับที่ใช้ใน MotoGP นั้นก็สามารถเลือกซื้อเป็นอ็อปชันเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้เนื่องจากสมรรถนะที่สูงและตัวรถเน้นการใช้งานในแทร็กแบบเน้น ๆ จึงเลือกใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมันจากทาง Taleo Tecnoracing ตัวรถยังเลือกใช้ชุดควบคุมจาก Magneti Marelli ที่คาลิเบรตมาเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันชุดส่งกำลังก็ใช้สเตอร์ไทเทเนียมจาก PBR มีหน้าจอควบคุมและแสดงผลจาก JetPrime ส่วนพักเท้า ก้านเบรกก้านคลัตช์และฝาถัง CNC มาจากทาง Spider พูดถึงส่วนแชสซีของโมเดลนี้กันบ้างครับ ระบบกันสะเทือนนั้นเป็นของ Ohlins แต่มีการโมดิฟายจากทาง Andreani ร่วมกับวิศวกร MotoGP ของทางค่าย แผงคอบน CNC พิเศษ ระบบเบรกท็อปสุดที่มีขายในท้องตลาดจาก Brembo ด้านหน้าใช้คาลิเปอร์เบรก GP4-MS โมโนบล็อกและจานเบรก T-drive ขนาด 330 ม.ม. ล้อแม็กนีเซียมฟอร์จ Marchesini M7R GENESI พร้อมยางสลิก Pirelli Diablo Superbike ขนาด 120/70 และ 200/65 ตามลำดับ โดยยางหน้าเป็น SC1 และยางหลัง SCX โดยน้ำหนักของล้อนั้นเบาลงกว่าเดิมเกือบ ๆ 2 กิโลกรัม ส่วนชุดสีที่ Aprilia RSV4 XTrenta เลือกใช้นั้นคือสีเดียวกับรถแข่งของที่ใช้ในการแข่งขันที่ออสเตรียสื่อถึงความร่วมสมัย และสื่อถึงแชมป์โลกครั้งแรกในรุ่น 125 ซีซี ซึ่งนับเป็นแชมป์โลกสมัยนึงจากทั้งหมด 54 สมัย สุดท้ายนี้เรื่องของราคานั้นจะอยู่ที่ 50,000 ยูโรไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือราว ๆ 1,830,000 บาท โดยจะเปิดให้จองออนไลน์นับตั้งแต่วันที่ 6 กันยายนนี้เป็นต้นไป ที่ factoryworks.aprilia.com นอกจากนี้ยังสุ่มผู้โชคดีที่สั่งจองจะได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมแผนก Noale racing พร้อมกับรับรถไปพร้อม ๆ กัน รวมถึงยังได้รับผ้าคลุมและพรมสุดพิเศษอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha R1 GYTR 2023 รถซิ่งแท้ ๆ จากยามาฮ่า แฟน ๆ น่าจะรู้จักกันดีว่าเจ้าอาร์วันนั้นคือซูเปอร์ไบค์พิกัด 1,000 ซีซีที่ได้รับการยอมรับจากชัยชนะในการแข่งขันระดับโลกของรถโปรดักชันอย่าง WorldSBK รวมไปถึงรายการแข่งขันระดับชาติทั่วโลก ด้วยคาแรกเตอร์เครื่องยนต์ CP4 อันเป็นเอกลักษณ์ บวกกับช่วงล่างที่ยอดเยี่ยมซึ่งช่วยให้ควบคุมรถได้ดี พร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็น IMU คันเร่งไฟฟ้า ระบบควบคุมเบรก ระบบควบคุมเครื่องยนต์ เป็นต้น และสำหรับ Yamaha R1 GYTR 2023 มันก็คือรถที่ทำมาเพื่อการแข่งขันแท้ ๆ เจ้าคันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อไบค์เกอร์ที่กำลังมองหาสมรรถนะและคุณภาพ โดยโมเดลนี้ถูกจัดเตรียมขึ้นเพื่อสำหรับขี่ในสนามโดยเฉพาะ ตัวรถเปรียบเสมือนผืนผ้าใบให้คุณได้จรดปลายพู่กันตกแต่งรถในแบบของคุณเอง ซึ่งเหมาะกับไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบการขับขี่ในสนามหรือกระทั่งนักแข่ง ซึ่งจะมาพร้อมชิ้นส่วนที่จำเป็นสำหรับการขับขี่ในสนามพร้อมกับของแต่งเสริมสมรรถนะจากทางค่ายที่เลือกมาเป็นอย่างดีทั้งหมด 25 ชิ้นด้วยกัน รวมไปถึงปลายท่อและท่อลิงก์ไปป์จาก Akrapovic โดยสิ่งที่ได้จากโมเดลนี้คือพละกำลังที่เพิ่มมากขึ้นและขี่ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้มันเป็นรถแข่งที่เหมาะกับทุกระดับฝีมือจากการที่ตัวรถมีกำลังในทุกย่านความเร็ว ออปชันในการปรับแต่งกล่อง ECU ที่หลากหลาย ชุดเกียร์ที่ปรับแต่งมาใหม่ และชิ้นส่วนน้ำหนักเบาหลายชิ้นจะช่วยให้คุณสามารถขี่ได้เต็มลิมิตของคุณ ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับกติกาในรุ่น Stock 1000 ของ FIM อีกด้วย นอกจากนี้ระบบเบรกดีขึ้น และแอโรไดนามิกก็ดีขึ้นด้วยท่านั่งที่เหมาะสม สุดท้ายนี้ตัวรถใช้ระบบคีย์เลสพร้อมกับแถมสแตนด์ท้ายมาให้เพื่อความสะดวกอีกด้วย ไฮไลท์ต่าง ๆ ส่วนเครื่องยนต์ ปลายท่อและลิงก์ไปป์จาก Akrapovic สำหรับการแข่งขัน ชุดปลั๊ก AIS ชุดครอบเครื่อง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ กล่องแต่ง GYTR ชุดสายไฟแต่ง สายต่อ PC ระบบ GYTR ABS Emulator สวิตช์ออฟรันแต่ง GYTR ชุดขับ สเตอร์หน้า 15 หลัง 42T ขนาด 520 โซ่เรซซิ่ง GYTR R-Series 520 ช่วงล่าง ยาง BS R11 ฝาถังแต่ง GYTR ชุดสายเบรกถัก GYTR คาลิเปอร์เบรกพร้อมลูกสูบ GYTR ผ้าเบรก Brembo Z04 แฮนด์แบบ Race ตัวกันกระแทกเวลาหักเลี้ยว การ์ดสเตอร์หลังแบบครีบฉลาม การ์ดเบรกหน้า CNC ชุดพักเท้าเกียร์โยงแต่ง แบบเกียร์กลับ สปูนสำหรับขึ้นสแตนด์ท้าย Rear stand hooks แสตนด์หลัง R-Series Racing แฟริ่ง แฟริ่งแข่งทำสีรองพื้นสีขาว ชิลด์หน้าแข่ง เบาะแข่ง GYTR และสำหรับคนที่คิดว่าแค่นี้มันไม่สาแก่ใจ ยามาฮ่ายังมีของแต่งในไลน์ GYTR PRO อีกด้วย ซึ่งจะทำให้อาร์วันของคุณเข้าใกล้ความเป็นรถแข่ง WorldSBK มากที่สุด เพราะของแต่งจากไลน์นี้คือของที่ใช้ในรถแข่งจริง ๆ ซึ่งคันแรกที่ใช้ชิ้นส่วนเหล่านี้คือรถที่มอบให้กับ Rossi เมื่อปีที่แล้วนั่นเอง ซึ่งตอนนี้มีอุปกรณ์ในไลน์นี้แล้วกว่า 400 ชิ้น แต่จะเริ่มจำหน่ายผ่านร้าน GYTR PRO SHOPS ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนปี 2023 เป็นต้นไป ชิ้นส่วนเด่น ๆ ในโปรไลน์ เช่น สวิงอาร์ม ถังน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษพร้อมศูนย์ถ่วงต่ำ ซับเฟรมท้ายคาร์บอน แผงคอ แฟริ่งคาร์บอน ชิลด์แข่ง แดชบอร์ด ซัพพอร์ตแดชบอร์ด แฮนด์แต่ง ประกับสวิตช์ ชุดระบบไฟ Marelli ดักลมคาลิเปอร์เบรก สายเบรก อะแดปเตอร์แปลงให้ใส่โช้ค Öhlins FGR400 ที่ด้านหน้าและสวิงอาร์มแบบกลับหัวที่ด้านหลัง คลัตช์แต่ง ชุดติดตั้งกันสะบัดด้านข้าง แผงหม้อน้ำ ระบบท่อไอเสียจาก Akrapovic การ์ดก้านเบรก สุดท้ายนี้รอลิสต์และราคาเต็ม ๆ ของโปรไลน์ได้ช่วงปลายปีนี้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati XDiavel Nera เปิดขายไทย เพียง 5 คันเท่านั้น ดูคาติ ประเทศไทย ปล่อยหมัดเด็ดส่ง Ducati XDiavel Nera สายสปอร์ตครูเซอร์สุดพรีเมียมที่มี 500 คันทั่วโลก และมีเพียง 5 คันเท่านั้นในประเทศไทย ที่ได้รับความร่วมมือจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลกอย่าง Poltrona Frau จากประเทศอิตาลี ร่วมกันออกแบบ พร้อมเปิดให้จองผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://forms.gle/FHiwTytq6Woh67TB7 และเปิดให้ชมคันจริงในงาน Ducati roadshow ณ ศูนย์การค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์ ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 7-18 กันยายนนี้ นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ดูคาติอย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ ดูคาติ ประเทศไทย ได้มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ไปมากกว่า 6 รุ่น ด้วยกัน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนๆ ดูคาติ อย่างล้นหลาม โดยเรายังคงมุ่งมั่นในการคัดสรรบิ๊กไบค์ที่มาพร้อมทั้งดีไซน์ที่ดูโดดเด่น และเทคโนโลยีที่จัดเต็มมาให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับเดือนกันยายน เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นให้ตลาดและเหล่าไบค์เกอร์ ดูคาติ ประเทศไทย เลือกนำเสนอไอคอนสุดพรีเมียมลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่นักสะสมบิ๊กไบค์ต้องมีอย่าง Ducati XDiavel Nera ซึ่งมีเพียง 500 คันทั่วโลก และในประเทศไทยนั้นมีเพียง 5 คัน เท่านั้น ในราคาเปิดตัวสุดเร้าใจที่ 1,399,000 บาท โดยเปิดให้จองพร้อมกันผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://forms.gle/FHiwTytq6Woh67TB7 เท่านั้น ในวันที่ 7 กันยายนนี้ เวลา 12.00 น. พร้อมนำคันจริงให้เหล่าไบค์เกอร์ได้ชมโฉมอย่างใกล้ชิดในงาน Ducati roadshow ณ ศูนย์การค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์ ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 7-18 กันยายนนี้” “เชื่อว่าการมาของ โมเดลไอคอนสุดพรีเมียมที่มีเพียง 5 คันเท่านั้นในประเทศไทย จะสร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าไบค์เกอร์นักสะสมอย่างมาก และน่าจะถูกจองหมดในเวลาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม อยากชวนให้เหล่าไบค์เกอร์ไปสัมผัสสุดยอดดีไซน์ที่ลงตัวได้ในงาน Ducati roadshow ที่จัด ณ ศูนย์การค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์ ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 7-18 กันยายนนี้ เพื่อต้อนรับการมาของรุ่นพิเศษนี้ โดยเรายังนำรถจักรยานยนต์ ดูคาติ อีกหลายรุ่นฮอตมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิดและเลือกเป็นเจ้าของก่อนใคร กับแคมเปญพิเศษ ดาวน์ 0 บาท และดอกเบี้ย 0% พร้อมข้อเสนอพิเศษอีกมากมายในงาน” สำหรับโมเดลนี้กำเนิดขึ้นจากการร่วมมือกันของ 2 แบรนด์อิตาเลียนยักษ์ใหญ่ อย่าง ดูคาติ และ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สุดหรูอย่าง Poltrona Frau ดีไซน์ที่ลงตัว ความประณีต พิถีพิถัน และใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมงานฝีมือที่ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของทั้งสองแบรนด์ ทำให้สปอร์ตครูเซอร์คันนี้ถือเป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่มีนักสะสมของระดับพรีเมียมทั่วโลกรอคอย โดยคันนี้มาในคอนเซ็ปท์ Black on black สีดำเงาสลับดำด้าน ที่คงไว้ซึ่งความสุขุม ดุดัน แต่แฝงไปด้วยพละกำลังของเครื่องยนต์ที่เป็นจุดเด่นของ ดูคาติ อีกด้วย นายดอม เหตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด กล่าวถึง “ความพิเศษของคอนเซ็ปท์ในการออกแบบของคันนี้ยังคงมาในแบบความเท่ ดุดัน มีเสน่ห์ในแบบอิตาเลียนดีไซน์ กับ Black on black livery โดดเด่นด้วยเบาะนั่งแบบสั่งทำพิเศษ หนังธรรมชาติเนื้อนุ่มพิเศษ และทำด้วยมือที่พัฒนาโดย Poltrona Frau มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ Siam Red และ Steel Blue ยังมี Number plate ที่ถูกติดไว้ที่เฟรมถักสีดำ แสดงถึงความลิมิเต็ดที่มีเพียง 500

Streetfighter V4 Lamborghini 2023 สปอร์ต หรูหรา ลิมิเต็ด เปิดตัวกันไปแล้วสำหรับสุดยอดรถสไตล์เน็กเก็ดพิกัดเรือธงพร้อมความพิเศษแบบลิมิเต็ดอิดิชันกับ Ducati Streetfighter V4 Lamborghini 2023 ที่ผลิตขึ้นเพียง 630+63 คันเท่านั้น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Huracan STO จากค่ายรถกระทิงดุ ตัวรถมีรูปทรงและเส้นสายที่ดุดันขั้นสุด มาพร้อมชิ้นส่วนสุดพิเศษและน้ำหนักเบารวมไปถึงชุดสีพิเศษที่สื่อให้เห็นถึงความร่วมมือกันระหว่างสองแบรนด์สัญชาติอิตาลี นอกจากนี้ยังพิเศษยิ่งกว่ากับกับเวอร์ชัน Speciale Clienti โมเดลพิเศษสุดเพียง 63 คัน (สังเกตได้จากตัวเลข +63 ที่กล่าวไปในตอนแรก) ซึ่งลูกค้าจะสามารถเลือกสีแฟริ่งและล้อได้เอง และสามารถเลือกสีเบาะเข้าคู่กับสีคาลิเปอร์เบรกหน้าได้เอง สุดท้ายนี้ลูกค้าจะสามารถจัดเซ็ตหล่อเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยการสั่งชุดขับขี่พิเศษสีเดียวกับตัวรถได้อีกด้วย โดยในชุดนี้จะได้แก่ หมวกกันน็อก แจ็กเก็ตและชุดหนัง สำหรับความพิเศษของโมเดลนี้ก็จะได้แก่ ล้อฟอร์จลายเดียวกับที่ใช้ใน Huracan STO โดยเฉพาะล้อหลังที่จะมีน็อตล็อกเป็นไทเทเนียมดีไซน์เดียวกันกับที่ใช้ในซูเปอร์คาร์รุ่นเดียวกัน บังโคลนหน้า ครอบถัง อกล่างและท้าย ช่องตัดลม ช่องลมและแอร์อินเทค ดีไซน์ใหม่โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเจ้าฮูรากันคันเดิม ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ทำจากคาร์บอน (รวมไปถึงชิ้นส่วนที่ดีไซน์ใหม่จากที่กล่าวไปแล้ว) ผลิตขึ้นและทำพื้นผิวให้เป็นแบบเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์คาร์ เบาะนั่งเองก็ดีไซน์ใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเบาะนั่งของเจ้าฮูรากันเช่นกัน พักเท้าปรับระดับได้ การเบรกและก้านคลัตช์ไล่เบา เป็นอลูมิเนียม CNC Rizoma ผลิตให้ การ์ดข้อเท้า ครอบเบาะท้าย ครอบเรือนไมล์ ครอบสวิตช์และครอบสเตอร์ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ตัวการ์ดป้องกันความร้อนจากส่วนต่าง ๆ เครื่องยนต์และท่อไอเสีย อาทิ ครอบฝาสูบ การ์ดคอท่อและการ์ดเครื่องแบงค์หลัง ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์เช่นกัน ซัพพอร์ตไฟหน้า บังโคลนท้าย และการ์ดซับเฟรมท้ายก็ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ด้วยเช่นกัน ท่อไอเสียไทเทเนียมพร้อมปลายคาร์บอนไฟเบอร์จาก Akrapovic เพลตโลหะบอกชื่อโมเดลและซีเรียลนัมเบอร์ของรถ กุญแจพร้อมซีเรียลนัมเบอร์พร้อมอเนมิชันการแสดงผลที่หน้าจอสีพิเศษสำหรับโมเดลนี้ มาในสีสันพิเศษ Verde Citrea/Arancio Dac หรือสีเขียวมะนาวตัดด้วยสีแดงแครนเบอรี่ ซึ่งเป็นเฉดสีหนึ่งของเจ้าฮูรากัน เอสทีโอ คาลิเปอร์เบรกสีแดง ส่วนอื่น ๆ เป็นสีดำเพื่อเพิ่มความโดดเด่น ขณะที่โช้คหน้าและกันสะบัดจาก Ohlins นั้นจะเป็นสีดำแทนที่สีเหลืองทอง น้ำหนักเบาเพียง 5 กิโลกรัม จากการใช้ชิ้นส่วนน้ำหนักเบาหลากหลายชิ้น สำหรับลูกค้าที่สั่งจองไปทางดูคาติเผยว่าจะเริ่มส่งมอบรถได้ในเดือนเมษายนปี 2023 ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

SuperBusa ผลงานสุดแรง 342 ม้า จากสำนักแต่งและนักออกแบบชื่อดัง เชื่อได้เลยว่าผมคงไม่ต้องแนะนำตัวเจ้า Suzuki Hayabusa พญาเหยี่ยวคันโตจากค่ายรถญี่ปุ่นเมืองฮามามัตสึ ที่ ๆ ใครต่างก็น่าจะรู้จักกันดีว่ามันคือรถมอเตอร์ไซค์โปรดักชันคันนึงที่เคยเป็นเจ้าของสถิติเร็วที่สุดในโลกในอดีต และตอนนี้มันเป็นตำนาน ตำนานที่หลาย ๆ คนยังหลงรัก แต่วันนี้มันพิเศษกว่ากับ SuperBusa ที่เป็นสุดยอดผลงานความร่วมมือของสำนักแต่งชื่อดังจากอังกฤษ TTS Performance และสำนักออกแบบรถฝีมือพระกาฬอย่าง Kardesign สำหรับเจ้าซูเปอร์บูสะคันนี้จะมีพื้นฐานเป็น Hayabusa เป็นเจ็นที่ 3 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2021 ซึ่งสำหรับเจ็นนี้นั้นจะมีแรงม้าและแรงบิดน้อยลงกว่าเจ็นก่อน ๆ เล็กน้อย แต่ตัวรถนั้นขี่ได้ดีขึ้นและควบคุมได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะในย่านความเร็วสูง ๆ หรือย่านความเร็วต่ำ แต่ทางสำนัก TTS Performance จากทางอังกฤษได้จับมือกับทาง Kardesign เปิดตัวฮายาบูสะซูเปอร์ชาร์จขึ้นมาเพื่อเป็นโอกาสอันดีที่ทางสำนักครบรอบ 40 ปีอีกด้วย โดยตัวรถจะใช้ซูเปอร์ชาร์จ Rotrex C30-94 ทำให้มีพละกำลังมากขึ้นมหาศาลกลายเป็น 372 แรงม้าและแรงบิด 250 นิวตันเมตร เรียกว่าแรงติดจรวดกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ตัวรถยังมีการปรับเปลี่ยนอีกหลายจุด เช่น เลือกใช้ล้อคาร์บอนไฟเบอร์จาก Rotobox ดัดแปลงมาใช้สวิงอาร์มเดี่ยว เปลี่ยนดิสก์เบรกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและอัปเกรดช่วงล่างใหม่ สุดท้ายนี้เรา ๆ ท่าน ๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของได้โดยเจ้าซูเปอร์บูสะคันนี้จะถูกผลิตขึ้นประมาณ 40 คัน โดยจะผลิตขึ้นตามสั่งหรือพรีออเดอร์ โดยแต่ละคันจะมีหมายเลขเฉพาะของตัวเองอีกด้วย เรียกว่าแรงสั่งได้นั่นเอง สุด ๆ ไปเลยพี่น้อง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW R1250GS 2022 รุ่นใหญ่สายลุยเปิดขายไทย ปรับราคาเพิ่มเริ่ม 1.035 ล้าน เป็นอีกโมเดลที่หลาย ๆ ท่านน่าจะคุ้นเคยกันดีสำหรับชื่อชั้นดีกรีของแอดเวนเจอร์สายลุยรุ่นใหญ่คันนี้กับ BMW R1250GS 2022 ซึ่งก็เพิ่งเปิดตัวพร้อมมีการปรับราคาจำหน่ายขึ้นเป็น 1,035,000 บาท ซึ่งก็เป็นไปตามสภาพของสภาวะเศรษฐกิจในหลาย ๆ ทาง ทั้งเรื่องเงินเฟ้อ เรื่องราคาน้ำมัน และราคาวัตดุดิบต่าง ๆ ในการผลิตรถ สำหรับพี่ใหญ่รุ่นนี้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรนอกจากสีสันและกราฟิกเท่านั้น โดยตัวรถจะมีไฮไลท์ต่าง ๆ ดังนี้ – ขุมพลังบ็อกเซอร์ 2 สูบขนาด 1,254 ซีซี ระบายความรน้อนด้วยน้ำ พร้อมเทคโนโลยีชิฟต์แคมเพื่อควบคุมให้วาล์วทำงานแบบแปรผันได้ตามความเร็วรอบ ช่วยให้มีอัตราเร่งดีทุกย่าน ประหยัด ไอเสียน้อยและเงียบยิ่งขึ้น โดยเครื่องนี้ให้กำลังสูงสุดที่ 136 แรงม้าที่ 7,750 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 143 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ – เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ครบครันและไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มจากเดิมที่ต้องเสียเงินเพิ่ม อาทิ เช่น ระบบเบรก ABS Pro ระบบไดนามิกแทร็คชันคอนโทรล โหมดการขับขี่ 3 โหมด หน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว เป็นต้น – ช่วงล่างระดับแนวหน้าพร้อมกับระบบ Electronic Dynamic ESA (ช่วงล่างปรับไฟฟ้าอัตโนมัติ) ที่มาพร้อมระบบชดเชยโหลดอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลลีฟเวอร์พร้อมเซ็นทรัลสปริงสตรัท ขณะที่ด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มเดี่ยวทำงานร่วมกับโช้คเดี่ยวและกระเดื่อง โดยโช้คสามารถปรับพรีโหลดได้ – ระบบเบรก ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 305 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 276 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบลอยตัว 2 ลูกสูบ – ในส่วนของล้อและยางนั้น จะมาพร้อมล้ออลูมิเนียมและยางขนาด 120/70 R19 และ 170/60 R17 ตามลำดับ แต่สำหรับเวอร์ชัน Rallye จะมาล้อและยางพร้อมลุย ตัวรถจะมาพร้อมล้อแบบซี่ลวดแบบไม่ต้องใช้ยางใน โดยมีขนาดยางและล้อดังนี้ 120/70 R19 และ 170/60 R17 สำหรับสนนราคาเวอร์ชัน Triple Black จะจำหน่าย 1,035,000 บาท ขณะที่เวอร์ชัน Rallye จะมีราคาแพงกว่า 20,000 บาทเป็น 1,055,000 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Neco NC-N01 เน็กเก็ดไซส์เล็กทรงดีจากเบลเยี่ยม เชื่อได้ว่าไบค์เกอร์ทุกคนน่าจะจดจำมอเตอร์ไซค์คันแรกที่ตัวเองขี่ได้เป็นอย่างดี เรียกว่าไม่มีวันลืมเลยก็ว่าได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเริ่มกับรถพิกัดเริ่มต้นกันซะเป็นส่วนมาก ดังนั้นรถในพิกัดเริ่มต้นจึงถือว่าเป็นรถที่สำคัญในการดึงดูดไบค์เกอร์หน้าใหม่ให้หลงใหลในแบรนด์ของตัวเอง และวันนี้เราก็นำมาพาท่านมาทำความรู้จักกับ Neco NC-N01 เน็กเก็ดไบค์ไซส์เล็กพิกัดเริ่มต้นสัญชาติเบลเยี่ยมกันครับ สำหรับแบรนด์นี้ได้ทำตลาดสองล้อมานานแล้ว นานกว่า 30 ปีแล้ว แต่หลัก ๆ จะเน้นไปที่สกู๊ตเตอร์เป็นหลัก และตอนนี้เริ่มทำอะไรใหม่ ๆ บ้างแล้ว ซึ่งก็คือการเปิดตัวโมเดลเน็กเก็ดไบค์คันนี้นั้นเอง โดยมีเป้าหมายไปที่กลุ่มนักบิดหน้าใหม่ ซึ่งตัวรถออกแบบมาให้มีเส้นสายเฉียบคมและให้กลิ่นอายความเป็นซูเปอร์โมโตที่มีคนนิยมมากเฉกเช่นเดียวกับเจ้า KTM Duke นั่นเอง ตัวรถใช้ระบบไฟ LED กับเส้นสายคม ๆ เข้าคู่กับเฟรมถัก และท่อไอเสียแบบวางใต้ท้องเครื่อง ทั้งนี้มองบางมุมยังดูไปดูมาไปคล้าย ๆ กับเจ้า Brutale ของ MV Agusta ซะอีกด้วย น่าจะเป็นแรงบันดาลใจแหละ สำหรับขุมพลังจะเป็นเครื่องสูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ 124.2 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ให้กำลังแรงสูงสุด 15 แรงม้าที่ 9,500 รอบ เคลมมาว่าทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 100 กม./ชม. ดังนั้นจึงบอกได้ว่าพอตัวและทำความเร็วได้ดีกว่าสกู๊ตเตอร์หลาย ๆ คันที่มีความจุใกล้เคียงกันซะอีก ทั้งนี้ต้องคำนึงด้วยว่ารถคันนี้อยู่ใต้ข้อจำกัดเรื่องใบขับขี่ A1 ของทางยุโรปด้วยนะครับ ช่วงล่างนั้นถือว่าให้มาค่อนข้างโอเค โดยด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้พร้อมสวิงอาร์มอลูมิเนียม มีระบบเบรกแบบดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อนั้นจะมีขนาด 17 นิ้วเท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบเบรกแบบคอมบายเบรก ส่วนสนนราคาจะอยู่ที่ 3,499 ยูโรหรือราว ๆ 128,000 บาทครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Mitt 330 GTS แม็กซี่สกู๊ตเตอร์สัญชาติจีนบุกตลาดยุโรปแล้ว แม็กซี่สกู๊ตเตอร์นั้นถือว่าเป็นตัวเลือกนึงที่ได้รับความนิยมมาก ๆ สำหรับผู้ชื่นชอบขับขี่มอเตอร์ไซค์ในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป อันเนื่องมากจากการที่มันเป็นรถที่ขี่ง่าย กำลังที่เหมาะสม ใช้งานในเมืองหรือนอกเมืองก็ได้เป็นอันรู้กันดี อย่างในบ้านเราก็ฮิตแบบถล่มทลาย ไม่ว่าจะเป็น Yamaha XMAX300 หรือจะเป็น Honda Forza350 และครั้งนี้เราจะนำเสนอเจ้า Mitt 330 GTS สกู๊ตเตอร์สัญชาติจีนที่ไปตีตลาดที่ยุโรปกันครับ ดีไซน์ของตัวรถออกมาในทรงแบบสปอร์ตดุดัน ดูบึกบึนใหญ่โต มาพร้อมหน้าจอเรือนไมล์แบบผสมผสานทั้งอนาล็อกและดิจิทัลดีไซน์ดูสวยเป็นเอกลักษณ์ ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มระบบ สำหรับขุมพลังของเจ้าโมเดลนี้นั้นจะเป็นเครื่องแบบสูบเดียว 276 ซีซีที่มีกำลังแรงม้าที่ 27 แรงม้าและแรงบิดที่ 21.82 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ CVT และขับเคลื่อนด้วยสายพาน ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาดใหญ่ถึง 16 ลิตรเลยทีเดียว ช่วงล่างนั้นจะมาพร้อมโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกธรรมดา และโช้คหลังเดี่ยวแบบปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกด้านหน้านั้นให้มาเป็นดิสก์เบรกคู่เลย ขณะที่ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว และมาพร้อมระบบเบรก ABS แบบ 1 ชาแนลเลยทีเดียว ส่วนขนาดล้อหน้า 15 นิ้วและล้อหลัง 14 นิ้ว สุดท้ายนี้จำหน่ายในราคาที่ 3,995 ยูโรหรือราว ๆ 145,000 บาทครับ ก็ถือเป็นโมเดลที่ซีซีดูน้อยไปหน่อย แต่ก็มีดีไซน์ที่น่าสนใจดีไม่น้อยเลยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW G310GS 2022 ปรับปรุงใหม่เสริมออปชัน เริ่ม 275,000 บาท เป็นอีกโมเดลที่ได้โอกาสเปิดตัวพร้อมจำหน่ายในไทยอีก 1 โมเดลในงาน Big Motor Sale 2022 สำหรับแอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์เล็กอย่าง BMW G310GS 2022 ที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเสริมออปชันเพิ่มเติมรวมถึงมีการปรับรูปโฉมภายนอกอีกด้วย เริ่มต้นกันที่ดีไซน์ภายนอก เจ้าแอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์เล็กคันนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปโฉมภายนอก โดยเฉพาะด้านหน้าที่มีดีไซน์ใหม่ โดดเด่นด้วยไฟหน้า ไฟเลี้ยวและไฟท้ายก็เป็น LED แบบใหม่ที่ดูหล่อเท่มากยิ่งขึ้น ตัวรถมีรูปทรงที่ไม่เทอะทะ คล่องตัว สามารถใช้งานในเมืองได้ และยังมีกำลังเพียงพอที่จะขับขี่บนถนนใหญ่ได้ด้วย เมื่อรวมกับชิลด์หน้าอันเป็นเอกลักษณ์ก็ช่วยให้ป้องกันลมปะทะได้ดี ขณะเดียวกัน บังโคลนหน้าสูงและท้ายยกสูงก็ให้กลิ่นอายแบบรุ่นพี่ใหญ่อย่าง R1250GS นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่คำนึงถึงเรื่องการยศาสตร์อีกด้วย โดยตัวรถมีก้านเบรกและก้านคลัตช์สามารถปรับได้ 4 ระดับเพื่อให้เหมาะสมกับขนาดของมืออีกด้วย เหมือนกับทาง G310R เลย ตัวรถใช้ขุมพลังแบบสูบเดียวขนาด 313 ซีซี แบบ DOHC 4 วาล์ว หัวฉีดไฟฟ้า ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งผ่านมาตรฐาน EU5 แล้ว ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 34 แรงม้าที่ 9,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 28 นิวตันเมตร ที่ 7,500 รอบ โดยสั่งการด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า พร้อมระบบเร่งรอบเครื่องอัตโนมัติเวลาสตาร์ทป้องกันเครื่องดับ และยังมีระบบเซลฟ์บูสติงแอนติฮ็อปปิ้งคลัตช์ หรือสลิปเปอร์คลัตช์ ช่วยลดเอ็นจิ้นเบรกเวลาเชนจ์เกียร์ลง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก และยังช่วยให้มือคลัตช์เบาลงอีกด้วย ส่วนช่วงล่างนั้นค่อนข้างโดดเด่นเช่นเดียวกัน โดยระบบกันสะเทือนจะเป็นโช้คหน้าหัวกลับกระบอกสีทอง ด้านหลังเป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมคู่ร่วมกับโช้คเดี่ยววางกลางที่สามารถปรับพรีโหลดได้ ขณะที่ระบบเบรกถือว่าเป็นของดีเลยทีเดียว ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 300 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบแบบเรเดียลเมาท์ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 1 ลูกสูบ พร้อมระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล ส่วนยางและล้อขนาดจะเป็น 110 /80 R19 และ 150/70 R17 หน้าหลังตามลำดับ แม้ว่าจะมียางแบบออลเทอร์เรน แต่ล้อจะยังเป็นล้ออลูมิเนียม ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นแอดเวนเจอร์จ๋า ๆ แต่ค่อนข้างจะเป็นทัวริ่งมากกว่า ส่วนสนนราคาจำหน่ายนั้นเริ่มต้นที่ 275,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วเรียบร้อยแล้ว โดยท่านสามารถชมรถจริงและรับโปรโมชันดี ๆ ได้ในงาน Big Motor Sale 2022 ที่ไบเทค บางนา ซึ่งจะจัดขึ้นถึง 28 สิงหาคมนี้ หรือไปชมคันจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่ายครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha SR400 Limited Edition ฉลองครบ 44 ปี มีแค่ 400 คันเท่านั้น ล่าสุดในงาน Big Motor Sale 2022 ที่ไบเทค บางนา ยามาฮ่ามอเตอร์ ประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ Yamaha SR400 Limited Edition เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 44 ปี ในการผลิตและจำหน่ายโมเดลนี้ ซึ่งถือเป็นตำนานแห่งเอกลักษณ์ของ Big Single และ Kick Start ที่สานต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ได้รับสิทธิพิเศษแห่งการเฉลิมฉลองครั้งนี้ และตัวรถมีจำนวนจำกัดเพียง 400 คันในโลกเท่านั้น โดยโมเดลสุดพิเศษนี้นอกจากจะมาในดีไซน์แบบคลาสสิกดั้งเดิมแล้วยังมาพร้อมลายกราฟิกที่เป็นเอกลักษณ์ของถังน้ำมันลายแรกที่ผลิตในปี 1978 ภายใต้สี Black Gold ที่ดูคลาสสิกและล้ำค่า มาพร้อมแผ่นเพลทโลโก้และรันนัมเบอร์ไม่ซ้ำกันตั้งแต่ 001 – 400 อีกด้วย และนั่นคือลูกเล่นสำคัญในตัวรถ ขุมพลังของรถยังคงเป็นเครื่องสุดคลาสสิกสูบเดียวลูกโตขนาด 399 ซีซี แบบระบายความร้อนด้วยอากาศที่วางบนเฟรมแบบเปลคู่ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดโดยรับมาจากถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 23.2 แรงม้าที่ 6,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 27.4 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบ ใช้ระบบเกียร์แบบ 5 สปีด และยังคงใช้ระบบสตาร์ทเท้าแบบดั้งเดิม ช่วงล่างของรถก็ยังคงความคลาสสิก ด้านหน้ามีระบบกันสะเทือนแบบเทเลสโคปิกพร้อมปลอกยางกันฝุ่น ด้านหลังเป็นโช้คคู่ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 298 ม.ม. ขณะที่ด้านหลังเป็นดรัมเบรก ปิดท้ายด้วยขนาดยางและล้อ 90/100-18 M/C 54S แบบใช้ยางใน และ 110/90-18 M/C 61S แบบใช้ยางในเช่นกัน ส่วนสนนราคาเปิดตัวแนะนำ 309,000 บาท พร้อมกันนี้ลูกค้าที่ซื้อจะได้รับ Exclusive Box Set มูลค่า 5,000 บาท ประกอบด้วย โลโก้เหล็กประจำรุ่น ไฟแช็กสลักลายพิเศษ และพวงกุญแจหนังตรงรุ่นอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

SYM MMBCU 2022 อสรพิษร้ายสายพันธุ์ออโตเมติก เปิดตัวไปแล้วที่ไต้หวันกับอสรพิษร้ายสายพันธุ์ออโตเมติก หรือเจ้า SYM MMBCU 2022 สกู๊ตเตอร์ชื่อแปลกกับดีไซน์และสีสันสุดโฉบเฉี่ยว หลาย ๆ คนเห็นชื่อรุ่นแล้วคงจะปวดหัว เพราะยากต่อการจำซะเหลือเกิน ซึ่งชื่อรุ่นดังกล่าวนั้นมีที่มา โดย 3 ตัวอักษรแรกนั้นมีที่มาจากงูแมมบ้าจากแอฟริกาที่เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบดีไซน์โมเดลนี้ ขณะที่ตัว C มาจากคำว่า Crossover สื่อถึงความเป็นลูกผสม และ U ตัวสุดท้ายมาจากคำว่า Unique ที่สื่อถึงความโดดเด่นนั่นเอง ขุมพลังแบบสูบเดียว ขนาด 158 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์ CVT และสายพาน ส่วนเรื่องตัวเลขกำลังนั้นยังไม่มีการเปิดเผย แต่น่าจะคล้ายคลึงกับโมเดลอื่น ๆ ของทางค่ายเอง ซึ่งก็น่าจะประมาณ 15 แรงม้า และ 14.6 นิวตันเมตร แม้ว่าตัวรถจะมีการใช้คำว่าครอสโอเวอร์ในชื่อด้วยก็ตาม และเมื่อบวกกับพิกัดเครื่องยนต์แล้ว มันก็ดู ๆ ไปแล้วน่าจะเป็นคู่แข่งของ Honda ADV160 แต่อย่างไรก็ตามตัวรถก็ยังมีช่วงล่างเหมือนกับสกู๊ตเตอร์ทั่วไปอยู่ดี เพราะยางที่ให้มาก็ยังเป็นยางแบบขี่ถนนที่มีขนาด 120/70 13” และ 130/70 13” นั่นเอง ส่วนช่วงล่างก็จะมีระบบกันสะเทือนหน้าแบบโช้คเทเลสโคปิก และโช้คหลังเดี่ยว ขณะที่ดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่มีในตัวรถก็จะมีระบบไฟ LED ตลอดทั้งคัน หน้าจอแสดงผลแบบ LCD ระบบสต็อปสตาร์ท ระบบเบรก ABS จาก Bosch แบบ 2 ชาแนล และแทร็คชันคอนโทรลอีกด้วย ถือว่าค่อนข้างครบครันสำหรับรถระดับนี้ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ก็จะมีช่องจ่ายไฟแบบ USB ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ขนาด 28 ลิตร และฟุตบอร์ดขนาดใหญ่ โดยราคาค่าตัวอยู่ที่ 110,000 ไต้หวันดอลลาร์หรือราว ๆ 131,000 บาท ก็เรียกได้ว่าเป็นสกู๊ตเตอร์ที่น่าสนใจอีกรุ่นนึงเลยทีเดียว เพียงแต่ว่าอาจจะไม่ได้มีมาจำหน่ายในไทยเท่านั้นเองครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก