SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK

Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK เป็นสมัยที่ 2 วันเสาร์ที่ Jerez Álvaro Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากคว้าชัยในเรซแรก ซึ่งทำให้คะแนนรวมทั้งหมดเมื่อคำนวณแล้วทำให้คะแนนทิ้งห่างอันดับที่ 2 จนสามารถคว้าแชมป์โลกมาได้ทันทีแม้ว่าจะมีการแข่งขันเหลืออยู่อีก 2 เรซก็ตาม สำหรับเขาแล้วนี่คือแชมป์ WolrdSBK สมัยที่ 2 และเป็นสมัยที่ 2 ที่เขาชนะด้วยยาง Pirelli เขาและดูคาติยังมีความสามารถในการบริหารจัดการยางได้ดีตลอดทั้งฤดูกาลจนน่ายกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดี ขอแสดงความยินดีให้กับ Bautista และ Ducati กับฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมนี้ด้วยครับ Superpole ในรอบซูเปอร์โพลหรือรอบควอลิฟายนั้น นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหลังเป็นสูตรนุ่มพิเศษอย่าง SCQ และยางหน้าเป็น SC1 โดยมี Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กดเวลา 1’38.635 นาทีคว้าตำแหน่งโพลไปครอง โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ปิดแถวสตาร์ทแถวหน้า ส่วน Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กับทำได้ไม่ดีหล่นมาที่อันดับ 7 ตามหลังทีมอิสระที่ใช้รถยามาฮ่าอย่าง Aegerter และ Gardner Race 1 การแข่งขันในเรซแรกนี้ นักแข่งทุกคนเลือกออกตัวด้วยยางหน้า SC1 ขณะที่ยางหลังเสียงแตก แต่ส่วนใหญ่เลือก SCX โดยมีบางคนเลือก SCX B0800 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา และมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เพียงคนเดียวที่เลือก SC0 เป็นยางสูตรที่แข็งที่สุดที่มีให้เลือกใช้ในสนามนี้ เป็นเบาติสต้าที่ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลได้ดี และขึ้นนำแบบม้วนเดียวจบจนเข้าเส้นโดยไม่มีใครตอแยเลย แต่ความสนุกในระหว่างการแข่งขันเป็น Razgatlioglu ที่สามารถไต่จากอันดับ 7 มาจบที่อันดับ 2 ได้ แต่ทว่าก็ไม่อาจจะไล่จับนักแข่งดูคาติที่นำเป็นหัวแถวได้เลย ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของเพื่อนร่วมทีมคือ Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) และเมื่อการแข่งขันจบลงคะแนนของเบาติสต้าก็มากพอที่จะเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง โดยไม่ต้องแข่งอีก 2 เรซที่เหลือ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc ยันไม่ได้แข่งให้ Gresini ฟรี

Marc ยันไม่ได้แข่งให้ Gresini ฟรี แน่นอน หลาย ๆ คนน่าจะรู้กันแล้วว่าแชมป์โลกหลายสมัยอย่าง Marquez #93 ได้ประกาศว่าจะไปจอยกับทาง Gresini Racing Team แล้วพร้อมเซ็นสัญญา 1 ปี สำหรับลงแข่งในฤดูกาล 2024 แม้ว่าจะได้รายได้จากทาง Honda สูงที่สุดในบรรดานักแข่ง MotoGP ก็ตาม แต่ก็ดันมีข่าวลือพิลึก ๆ ว่าจะแข่งให้ฟรี ซึ่งต่อมา Marc ยันไม่ได้แข่งให้ Gresini ฟรี แน่นอน มาร์กให้สัมภาษณ์กับทาง Crash.net ที่บุรีรัมย์ ว่า “บางช่วงนึงในชีวิตคุณน่ะนะ แต่สำหรับตลอดการทำงานของผม สิ่งที่สำคัญของผมคือ สมรรถนะในการขับขี่ ไม่ใช่ตัวเงิน” “เงินเป็นสิ่งสำคัญเสมอ และถ้าใครบอกว่าไม่ใช่ พวกนั้นกำลังโกหกแน่นอน แต่บางครั้งคุณเองก็ต้องการที่จะเชื่อมั่นในตัวเองและทำตามความรู้สึกบ้าง” “ในชีวิตนักแข่งของผมมันคือสิ่งสำคัญที่สุดของผมเสมอ กระทั่งไลฟ์สไตล์ที่บ้านหรือที่สนามแข่ง มันคือการพยายามที่จะหาวิธีที่จะรีดศักยภาพตัวเองในสนามแข่งให้ได้มากที่สุด” “แล้วเรื่องค่าตัวแพงสุดมันก็เป็นเรื่องจริงนะ แต่ผมก็ยินดีที่จะได้รับค่าตัวในสิ่งที่ผมจะได้ในปีหน้า” “แต่เรื่องแข่งฟรีนี่มันไม่จริงเลย ผมไม่ขอลงรายละเอียดนะ เพราะว่าจริง ๆ แล้วก็ไม่มีใครรู้ค่าตัวผมจริง ๆ ตอนนี้ ตอนที่ผมอยู่ที่ฮอนด้าหรอก ผมเคยได้ยินมาเยอะนะ แต่ไม่มีใครรู้เป๊ะ ๆ เลย แต่ปีหน้าผมก็ยังแฮปปี้กับตัวเลขที่ผมได้อยู่นะ” แฟน ๆ 93 ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับว่าปีหน้าฟ้าใหม่ เขาจะกลับมาทวงแชมป์โลกด้วยรถใหม่ของเขาได้หรือไม่ แล้วฮอนด้าจะปรับแก้เกมกันยังไงครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปฏิทินการแข่งขัน WorldSBK 2024 ประกาศแล้ว

ปฏิทินการแข่งขัน WorldSBK 2024 ประกาศแล้ว เผยออกมาแล้วกับ ปฏิทินการแข่งขัน WorldSBK 2024 รายการแข่งขันเฟ้นหารถโปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลกที่มีความร้อนแรงไม่น้อยหน้าเวทีใหญ่อย่าง MotoGP สำหรับปีนี้แข่งกันทั้งหมด 12 สนาม พร้อมมีสนามใหม่เพิ่มเข้ามา 2 สนามด้วยกัน พร้อมเปลี่ยนลำดับของแต่ละสนามอีกนิดหน่อย แต่ยังไงก็รับรองได้ว่าเข้มข้นแน่นอน สนามที่ วันที่ ประเทศ สนาม WorldSBK WorldSSP WorldSSP300 1 23-25 ก.พ. ออสเตรเลีย Phillip Island X X 2 22-24 มี.ค. สเปน Circuit de Barcelona-Catalunya X X X 3 19-21 เม.ย. เนเธอร์แลนด์ TT Circuit Assen X X X 4 14-16 มิ.ย. อิตาลี Misano World Circuit “Marco Simoncelli” X X X 5 12-14 ก.ค. อังกฤษ Donington Park X X 6 19-21 ก.ค. เช็ค Autodrom Most X X X 7 9-11 ส.ค. โปรตุเกส Autodromo Internacional do Algarve X X X 8 23-25 ก.ย. ฮังการี Balaton Park Circuit X X 9 6-8 ก.ย. ฝรั่งเศส Circuit de Nevers Magny-Cours X X X 10 20-22 ก.ย. อิตาลี Cremona Circuit X X 11 27-29 ก.ย. สเปน MotorLand Aragon X X X 12 11-13 ต.ค. สเปน Circuito de Jerez X X X โดยจะมีสนาม Balaton Park Circuit ประเทศฮังการี และ Cremona Circuit ประเทศอิตาลีเป็น 2 สนามใหม่ และยังต้องรอการตรวจสอบรับรองสนามว่าผ่านเกณฑ์จาก FIM หรือไม่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Marc อาจจะรีไทร์ ถ้าอยู่กับ Gresini แล้วไม่จอย

Marc อาจจะรีไทร์ ถ้าอยู่กับ Gresini แล้วไม่จอย แน่นอนแล้วว่าปีหน้าฟ้าใหม่ 2024 พี่น้องมาร์เกซจะได้กลับไปอยู่ด้วยกันอีกครั้งในทีมแซทเทิลไลท์ที่ใช้ Ducati หลังจากข่าวคราวที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการเผยว่า Marc อาจจะรีไทร์ ถ้าอยู่กับ Gresini แล้วไม่จอย นับเป็นการเดิมพันของ Marc และตอนนี้แต้มเดิมพันก็สูงมากขึ้นหลังจากที่พี่น้องได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว เมื่อมีคนถาม Alex ว่าพี่ของเขาอยากที่จะอยู่นานกว่าสัญญา 1 ปีหรือไม่ น้องชายได้ตอบกลับมาว่า “เราจะได้รู้กัน มันคล้ายกับว่าคุณเหลือเวลาอีกแค่ 1 ปีที่จะได้สนุกกับโลกนี้อีกครั้ง เขาบอกอีกว่าถ้ามันไม่สนุก ก็จะรีไทร์ มันก็แบบนี้แหละ เพราะงั้นมันมีความเป็นไปได้” “เขาอยากที่จะสนุกไปกับการแข่งอีกครั้ง ถ้าเขายังขี่ได้เร็วอย่างที่ต้องการแม้ว่าจะมีอาการบาดเจ็บแบบที่ผ่านมา ผมไม่สงสัยเลย แต่ตัวเขาเองเริ่มสงสัยตัวเอง เขามีเหตุผลที่จะสงสัยเพราะผมเองก็สงสัยตอนที่ผมขี่ Honda เมื่อปีที่แล้ว” “ผมมั่นใจว่าเมื่อไปถึงที่วาเลนเซียแล้ว เขาจะสนุกกับการแข่งรถอีกครั้ง สิ่งที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ในหัวจะหายไปอย่างรวดเร็วเลยแหละ” Alex อดีตนักแข่งจากทีม LCR Honda ที่ตอนนี้อยู่กับทาง Gresini Ducati ยังถูกถามอีกว่าเขาคิดยังไงกับการตัดสินใจของพี่ชายของเขา “ผมไม่เห็นด้วยเลย แต่ก็อย่างที่เขาบอกนั่นแหละ เขาเปลี่ยนใจและความคิดของเขาไปเรื่อย ผมบอกเขาว่า พี่เปลี่ยนไปมากนะ ผมขอพูดกับพี่ในฐานะน้องชายนะ ไม่ใช่นักแข่งทีม Gresini Ducati” “เขาต้องเปลี่ยน ต้องเรียกฟีลลิ่ง แพชชันที่จะเป็นแชมป์โลกกลับมาให้ได้ ซึ่งตอนที่เห็นเขายืนบนโพเดียมที่โมเตกิ ที่ญี่ปุ่น เขากลับไม่ดีใจเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา” “เขาย้ายมาอยู่ทีมเล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่าทีมจะไม่เป็นมืออาชีพ แต่เป็นเหมือนครอบครัวเล็ก ๆ ซึ่งเมื่อเราอยู่ด้วยกัน นี่อาจจะช่วยให้เขากลับมาสนุกกับการขี่รถ กับการได้ลงแทร็กอีกครั้งก็ได้” แล้วรถแข่ง Ducati ที่เก่ากว่ารถของทีมโรงงาน 1 ปีมีอะไรให้คาดหวังได้บ้าง? “แน่นอนว่าเป็นเครื่องที่ดีจริง ๆ เป็นอะไรที่คาดหวังได้” Alex บอก “รถที่ให้ฟีลลิ่งได้ชัดเจน แต่ว่าเขาขี่รถที่เหมือน ๆ เดิมมาตลอด 11 ปี ดังนั้นจะต้องปรับอะไรอีกหลาย ๆ อย่างเลยล่ะ ผมเองก็เปลี่ยน แต่ผมแค่ขี่ Honda มาแค่ 3 ปีไง ดังนั้นลองคิดดูว่า 11 ปี จะเป็นยังไง แต่เขาเป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับอะไรได้เร็วนะ คงไม่มีปัญหาหรอก แล้วก็น่าจะขี่ได้เร็วเลยแหละ” Alex ยังยืนยันปิดท้ายอีกว่าพี่ชายของเขากำลังจะได้มีรถที่ช่วยพิสูจน์ได้ว่าพี่ชายของเขาคือนักแข่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดใน MotoGP อีกด้วยว่า “มันเป็นเวลาหลายปีแล้วที่เขาไม่ได้แสดงศักยภาพตรงนั้นให้เห็น มันเป็นเพราะว่าเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ปีหน้าเขาจะมีโอกาสแสดงศักยภาพให้เราเห็นอีกครั้ง”   ก็นั่นล่ะครับ งานนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปยาว ๆ ครับว่า #93 นักแข่งขวัญใจคนรุ่นใหม่หลาย ๆ คนจะคัมแบ็กกลับมายิ่งใหญ่ เดินหน้าสานต่อทำสถิติไปเทียบกับตำนานตลอดกาลอย่าง #46 Valentino Rossi ที่เป็นขวัญใจหลาย ๆ คนทั้งรุ่นใหม่รุ่นเก๋าได้หรือไม่ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Pirelli คว้าแชมป์โลกโมโตครอสรวม 81 สมัย

Pirelli คว้าแชมป์โลกโมโตครอสรวม 81 สมัย หลังจากจบการแข่งขัน FIM Motocross World Championship 2023 ในการแข่งขันสนามก่อนสนามสุดท้ายของปีที่จัดขึ้นที่  Maggiora Park ในอิตาลี เราก็ได้เห็นแชมป์โลกก่อนที่การแข่งขันจะจบฤดูกาล 2023 ซึ่งก็คือ Jorge Prado Garcia (Red Bull GasGas Factory Racing) ในรุ่น MXGP และ Andrea Adamo (Red Bull KTM Factory Racing) ในรุ่น MX2 ซึ่งตลอดทั้งฤดูกาลนักแข่งทั้งสองสามารถพึ่งพาสมรรถนะของยาง SCORPION MX32 ที่เปรียบเสมือนยางมาตรฐานอ้างอิงสำหรับนักบิดมืออาชีพและผู้ที่ชื่นชอบกีฬาประเภทนี้ทุกคน และเขาทั้งสองก็ช่วยให้ Pirelli คว้าแชมป์โลกโมโตครอสรวม 81 สมัย นี่คือแชมป์โลกสมัยที่ 3 สำหรับ  Jorge Prado Garcia นักแข่งชาวสเปนซึ่งก่อนนหน้านี้เคยชนะมาก่อนในรุ่น MX2 ในปี 2018 และ 2019 ด้วยการสนับสนุนจากทางพีเรลลี่ และสำหรับ Andrea Adamo นักแข่งชาวอิตาลี หลังจากที่ได้แชมป์ EMX150 เมื่อปี 2017 นี่ถือเป็นแชมป์โลกสมัยแรกของเขา แม้ว่าจะเหลือการแข่งขันอีก 1 สนาม แต่ Pirelli ก็ได้กลายเป็นแชมป์โลกทั้ง 2 รุ่นแล้ว และยังคุยได้อีกว่า 4 คนจากนักแข่ง 5 อันดับแรกในพิกัด MXGP นั้นใช้ยางพีเรลลี่ ขณะที่พิกัด MX2 นั้น 5 อันดับแรกล้วนแล้วแต่ใช้ยางพีเรลลี่ทั้งหมด ยางพีเรลลี่ SCORPION MX นั้นประกอบไปด้วยยางโมโตครอสสำหรับพื้นผิวที่อ่อนนุ่มอย่าง SCORPION MX Soft ยางสำหรับพื้นที่อ่อนนุ่มไปจนถึงปานกลาง SCORPION MX32 Mid Soft ยางสำหรับพื้นผิวแข็งปานกลางไปจนถึงแข็ง SCORPION MX32 Mid Hard และยางที่เหมาะสำหรับใช้ในการฝึกซ้อมอย่าง SCORPION MX Extra X 5 อันดับแรกในรุ่น MXGP 1.Prado J. (สเปน) 890 คะแนน (ใช้ยาง Pirelli) 2.Febvre R. (ฝรั่งเศส) 807 คะแนน  3.Seewer J. (สวิตเซอร์แลนด์) 719 คะแนน (ใช้ยาง Pirelli) 4.Coldenhoff G. (เนเธอแลนด์) 655 คะแนน (ใช้ยาง Pirelli) 5.Fernandez R. (สเปน) 612 คะแนน (ใช้ยาง Pirelli)   5 อันดับแรกในรุ่น MX2 1.Adamo A. (อิตาลี) 779 คะแนน (ใช้ยาง Pirelli) 2.Geerts J. (เบลเยี่ยม) 706 คะแนน (ใช้ยาง Pirelli) 3.Everts L. (เบลเยี่ยม) 702 คะแนน (ใช้ยาง Pirelli) 4.Langenfelder S. (เยอรมนี) 702 คะแนน (ใช้ยาง Pirelli) 5.Coenen L. (เบลเยี่ยม) 558 คะแนน (ใช้ยาง Pirelli) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

F1 เลือก Pirelli ซัพพอร์ตยาง ยาวยันปี 2027 เป็นอย่างน้อย

F1 เลือก Pirelli ซัพพอร์ตยาง ยาวยันปี 2027 เป็นอย่างน้อย F1 เลือก Pirelli ให้เป็นผู้ซัพพอร์ตยางในการแข่งขันชิงแชมป์โลกและพาร์ทเนอร์ยางในระดับโลกจนถึงปี 2027 พร้อมออปชันว่าสามารถต่อสัญญาเพิ่มได้อีก หลาย ๆ คนน่าจะทราบว่าค่ายยางอิตาลีผู้นี้ได้รับบทบาทการเป็นผู้ซัพพอร์ตยางเพียงรายเดียวมาตั้งแต่ปี 2011 และจะอยู่กับ F1 จนครบ 18 ฤดูกาล รวมไปถึงสัญญาที่อาจจะต่อเพิ่มเติมได้อีก ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา Pirelli ได้ตอบสนองต่อการรายการแข่งขัน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิค รวมไปถึงการทำตามคำขอให้ส่งมอบยางขนาด 13 นิ้วในปี 2011 ยางที่หน้ากว้างขึ้นในปี 2017 และการเปลี่ยนมาใช้ยางขนาด 18 นิ้วอย่างในปัจจุบันที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2022 ทาง Formula 1 แถลงว่า “ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ Pirelli ได้ร่วมมือกับทางนักขับ ทีมงาน FIA ตลอดไปจนถึงทาง Formula 1 เป็นอย่างดี เพื่อที่จะส่งมอบยางที่ช่วยให้การแข่งขันเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม การวิเคราะห์ข้อมูล และรวบรวมฟีดแบ็กเพื่อที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นในทุก ๆ ปีอย่างต่อเนื่อง” Pirelli ยังได้ทุ่มเทวิจัยและพัฒนายางที่ตอบโจทย์เรื่องของความยั่งยืนอันเนื่องมาจากการเป็นส่วนนึงของการซัพพอร์ตเป้าหมายความยั่งยืนของทาง Formula 1 ซึ่งทางผู้จัดการแข่งขันเล็งที่จะลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศให้เท่ากับ 0 ภายในปี 2030 โดยตั้งแต่ในปี 2024 เป็นต้นไป ยางทั้งหมดที่ใช้ในการแข่งขันรถสูตร 1 จะต้องได้รับการรับรอง FSC-certified ซึ่งเป็นการรับรองจาก Forest Stewardship Council  องค์กรนานาชาติที่ช่วยผลักดันและสนับสนุนการดูแลป่าไม้ทั่วโลกอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม และสามารถบริหารจัดการให้เกิดผลทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งหมายความว่าทาง FSC จะมาตรวจสอบยืนยันการทำสวนที่เป็นแหล่งวัตถุดิบในการผลิตยางจะต้องควบคุมจัดการในแบบที่รักษาความหลายทางชีวภาพและนำประโยชน์สู่ทุกชีวิตรวมถึงผู้คนและคนงานในสังคมท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อการันตีความยั่งยืนทางเศรษฐกิจนั่นเอง Stefano Domenicali ซีอีโอของ Formula 1 ยังกล่าวอีกว่า “นับตั้งแต่ที่กลับเข้ามาสนับสนุนอีกครั้งในปี 2011 Pirelli ได้กลายเป็นพาร์ทเนอร์ที่ประเมินค่าไม่ได้ และซัพพอร์ตการแข่งขันมาโดยตลอดทั้งเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลงกฎกติกาทางเทคนิค และการส่งมอบยางที่ช่วยเกิดการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมกับแฟน ๆ ของเรา”   สุดท้ายนี้ข้อตกลงนี้ยังเป็นการคอนเฟิร์มด้วยว่า Pirelli จะซัพพอร์ตยางในรุ่นการแข่งขัน Formula 2 และ Formula 3 ด้วย F1 เลือก Pirelli ซัพพอร์ตยาง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha

Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha ไม่แรง มีย้าย!!   ล่าสุดแชมป์โลก MotoGP ปี 2021 หรือ Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha ไม่ทำรถแข่งปี 2024 ให้ได้ตามที่เขาบอก ไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะย้ายทีม!! โดยเรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากอดีตแชมป์เมื่อปี 2021 เอ่ยปากวิพากษ์วิจารณ์ความก้าวหน้าของทีมในเรื่องการพัฒนารถซึ่งเขาบอกว่ารู้สึกผิดหวังหลังจากที่ได้ทดสอบรถที่ Misano ซึ่งใคร ๆ ที่ตามก็น่าจะทราบกันดีว่าสัญญา Quartararo นั้นจะหมดในปี 2024 ซึ่งหมายความทางทีมยามาฮ่ามีเวลา 1 ปีที่จะทำให้ดาวเด่นของพวกเขาพอใจ หรือไม่อย่างนั้นก็แยกย้าย “เรามีเวลาไม่มากนักที่จะปฏิวัติ” Fabio กล่าว “อนาคตในตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในมือผมแล้ว แต่มันอยู่ในมือของยามาฮ่า” “แน่นอนว่า ผมชอบที่จะอยู่กับยามาฮ่า แต่ถ้าพวกเขาไม่ทำตามที่ผมต้องการ เรื่องรถที่สามารถใช้แข่งได้สูสีล่ะก็ ผมคงต้องพิจารณาตัวเองเรื่องการย้ายทีมในปี 2025” ความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีระหว่าง Quartararo และ Yamaha เริ่มต้นขึ้นระหว่างการป้องกันแชมป์ของเขาเมื่อปี 2022 หรือปีที่แล้วนั่นเอง จนกลายเป็น Francesco Bagnaia ที่สามารถไล่ตามกลับมาแล้วกลายเป็นแชมป์โลกปี 2022 ไปได้ แต่ผลงานของเขาในปีนี้กลับไม่ดีขึ้นเลย ไม่เพียงแต่ตามหลัง Ducati แต่บางครั้งยังตกลงไปเป็นรอง KTM และ Aprilia แม้ว่าที่อินเดีย Quartararo จะสามารถจบที่อันดับที่ 3 แต่เขาก็อธิบายว่า “มันยากมาก ๆ มันยากตอนที่เราต้องต่อสู้มาตลอด 3 ปี จากแรกเริ่มคือเพื่อให้คว้าแชมป์ กลายมาเป็นแค่คว้าชัย คว้าโพเดียม ในทุก ๆ เรซแทน” “บางทีนักแข่งอาจจะช่วยคัฟเวอร์ปัญหาของตัวรถได้บ้าง แต่บางครั้งปัญหาจากตัวรถก็เกินกว่าที่ผมจะทำอะไรได้” “โดยพื้นฐานแล้วมันเป็น 3 ปีที่ผมอยู่กับรถที่ไม่ต่างไปจากเดิม มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมาย และเราก็พัฒนาอะไรไม่ได้” “ปีหน้าและในอนาคต มันอยู่ในมือของยามาฮ่าที่จะต้องทำรถที่ดีกว่านี้ และจะได้เห็นว่ามันจะเป็นอย่างไร” การทดสอบที่ Misano นั้นเป็นโอกาสแรกที่เขาจะได้สัมผัสแนวทางการพัฒนาของทางค่ายสำหรับฤดูกาลถัดไป แต่เขากลับรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก เขาบอก “ว่ามันเป็นการทดสอบที่ไม่ดีเท่าไหร่ มันเป็นที่ตัวรถ ผมบอกได้เลยว่าผมรู้สึกอย่างไร เราพูดคุยกับ 1 ชั่วโมง มีคนไม่ต่ำกว่า 20 คนอยู่ในมีตติ้งนั้น ผมบอกเขาไปตรง ๆ กับทีมงานว่าผมไม่แฮปปี้ และพวกเราต้องพัฒนา” “ผมขอเขาไปเยอะด้วย ผมจะดีใจมากที่เขาทำตามที่ผมขอได้สักครึ่งนึง ครึ่งในปีหน้า และอีกครึ่งในปี 2025 ผมจะดีใจมาก” “ถ้ายามาฮ่าจะดูเป็นมืออาชีพและแข่งขันได้อย่างสูสีในปีหน้า เขาจะต้องวางเดิมพันให้มากกว่านี้” สุดท้ายนี้แฟน ๆ MotoGP ก็ต้องติดตามเชียร์กันต่อไปครับ โดยเฉพาะค่ายรถจากฝั่งญี่ปุ่นที่ตอนนี้ตกเป็นรองค่ายยุโรปอยู่ ปีหน้า 2024 สถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่ต้องติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ดูคาติกังวล

ดูคาติกังวล Marc อาจจะแวะมาดึงความลับรถแรงของเรา แชมป์โลก MotoGP 6 สมัย Marc Marquez ที่เชื่อกันว่าจะไปจอยกับทีม Gresini Ducati ในฤดูกาลหน้า 2024 หลังจากคอนเฟิร์มว่าความสัมพันธ์อันดีกับทาง Honda ที่ยาวนานถึง 11 ปีได้จบลง และก็มีท่าทีที่ว่า ดูคาติกังวล Marc อาจจะแวะมาดึงความลับก่อนจะไปต่อกับทีมอื่น เรื่องนี้เกิดขึ้นจากผู้จัดการทั่วไปของ Ducati หรือก็คือ Gigi Dall’Igna นั้นเคยออกมาเผยถึงความคิดที่เขามีต่อ Marquez ที่กำลังจะเซ็นสัญญา 1 ปีกับทาง Gresini ซึ่งนั่นทำให้เขาจะกลายเป็นนักแข่งไร้สังกัดอีกทีปีในปี 2025 ซึ่งการที่เขาได้มาขี่ Desmosedici ของเรา 1 ปีและมาร่วมงานกับ Ducati ที่กำลังเป็นผู้นำ ที่มากทั้งประสบการณ์และความรู้อาจจะไปเป็นประโยชน์ให้กับทีมอื่นที่เลือกจ้างเขาไปขี่ให้ต่อในปี 2025 ก็เป็นได้ Dall’Igna เคยให้สัมภาษณ์กับทาง SKY ไว้ว่า “ผมเกรงว่าเขาอาจจะดึงความลับเราไปเพื่อไปดีกว่าในปี 2025?” “Johann Zarco เองก็จะย้ายไป Honda ในปีหน้า มันเป็นอะไรที่คล้ายกันเลย” “เขาจะต้องเอาข้อมูลและความรู้ไปด้วยแน่นอน แต่มันจะแย่กว่าถ้าวิศวกรออกตามไปด้วย” หลาย ๆ คนก็คาดว่า Marquez เองก็น่าจะย้ายมา Gresini คนเดียว โดยไม่มีคนจากวงในที่เคยเคียงข้างในช่วงเวลาอันรุ่นเรืองของเขามาด้วยแน่ ๆ อย่างหัวหน้าทีมช่าง Santi Hernandez จะไม่มาแน่ ๆ   ซึ่งนั่นหมายความว่า Marc จะต้องได้รับการแนะนำและซัพพอร์ตจากคนใหม่ ๆ ซึ่งก็มาจากทางทีม และถ้าหากเขาเลือกที่จะทดสอบคุณค่าในตัวของเขาเองในช่วงที่เขายังไม่มีสัญญาในปี 2025 นั้น อย่างน้อย ๆ เลยทาง Ducati ก็น่าจะต้องส่งวิศวกรไปประกบและทำงานกับเขาอย่างใกล้ชิดตลอดปี 2024 เพื่อให้เขาไม่หลุดไปไหนเป็นแน่ งานนี้ก็ต้องมาดูกันล่ะครับว่า Marc Marquez ในปี 2024 และในอนาคตนั้นจะมีผลงานอย่างไร จะย้ายทีมอีกมั้ย นั่นล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista ฟาดเรียบ

Bautista ฟาดเรียบ ศึก WSBK 2023 ที่โปรตุเกส เป็นอีก 1 สนามที่ Bautista ฟาดเรียบ อีกครั้ง สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Autódromo Internacional do Algarve ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นสนามรองสนามสุดท้ายแล้ว แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้แชมป์โลกสักทีเพราะคะแนนยังไม่ขาดกันต้องไปลุ้นแชมป์กันถึงสนามสุดท้าย ควอลิฟาย สำหรับการควอลิฟายหาตำแหน่งออกสตาร์ทในเรซที่ 1 นั้น Kawasaki เข้าวินมาสองคนได้แก่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่คว้าตำแหน่งโพล ด้วยเวลา 1’39.620 เกือบจะทำลายสถิติที่เขาเองทำเอาไว้ปีที่แล้ว ขณะที่ทีมเมท Alex Lowes เข้ามาเป็นอันดับ 2 และเข้าเส้นอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ซึ่งต้องออกสตาร์ทลำดับสุดท้ายเนื่องจากโดนโทษจากสนาม Aragon ทำให้ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทแถวแรกแทนแถวที่สอง และ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ออกสตาร์ทเป็นคนแรกจากกริดสตาร์ทแถวที่สอง ส่วนเรื่องยางนั้นนักแข่งทุกคนเลือกยางหลังเป็น SCX สูตรมาตรฐาน ซึ่งทางพีเรลลี่เลือกมาใช้สำหรับการแข่งในสนามนี้เป็นยางสำหรับควอลิฟายและซูเปอร์โพลเรซ แทนที่ SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งแถวหน้าทั้ง 2 แถวต่างเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐาน  เรซที่ 1 การแข่งขันในเรซแรกนั้นนักแข่งทุกคนเลือกยางหลังเป็นยาง SC0 สูตรมาตรฐาน ซึ่งนุ่มกว่าอีก 2 สูตรที่มีให้เลือก ส่วนยางหน้านั้นเกือบทุกคนเลือกใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน เว้นแต่ Scott Redding และ Michael Van Der Mark (PETRONAS MIE Racing Honda Team) รวมไปถึยง Hafizh Syahrin (PETRONAS MIE Racing Honda Team) ซึ่งพอใจที่จะเลือกยาง SC2 ที่แข็งกว่า  การแข่งขันเริ่มต้นไปจนถึงช่วงกลางเรซ การแข่งขันก็กลายเป็นศึกสามเศร้าระหว่างโพลแมนอย่าง Rea Rea, Ragatlioğlu และ Bautista จากนั้นก็กลายเป็นนักแข่งจากค่ายแดงที่สามารถขึ้นนำและมีเพียงนักแข่งหนุ่มจากตุรกีที่สามารถเกาะติดไปได้ ขณะที่ Rea ตกไปอยู่อันดับ 3 ที่ทิ้งช่องว่างห่างออกไปเกือบ 4 วินาทีจากสองคนที่นำ  กระทั่งแล็ปสุดท้ายก็เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์โลกที่สามารถยืดระยะกับนักแข่งยามาฮ่าเพิ่มขึ้นได้ และเข้าเส้นไปแบบอีซี่ ๆ แน่นอนว่าอันดับ 2 ตกเป็นของ Razgatlioğlu และอันดับ 3 เป็น Rea แต่ผลออกมาแบบนี้ทำให้คะแนนยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ Bautista เป็นแชมป์โลกต่อไป ซูเปอร์โพลเรซ เรื่องการเลือกยางนั้นแทบจะเป็นเอกฉันทร์ นักแข่งแทบทุกคนเลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรมาตรฐานและยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐาน มีเพียงคนเดียวคือ Bradley Ray (Yamaha Motoxracing WorldSBK Team) ที่ตัดสินใจเลือกยาง SC0 C0927 สูตรกำลังพัฒนาในส่วนของยางหน้า    การแข่งเรซนี้โพลแมน Jonathan Rea ร่วงไปอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นไม่กี่เมตรเพื่อนร่วมทีม Alex Lowes ก็ตามไปติด ๆ กลายเป็น Toprak Razgatlioğlu ขึ้นนำ แต่พอมาถึงช่วงท้ายอีก 3 แล็ปจะจบเรซ  Álvaro Bautista ย่นระยะห่างจนเหลือแค่เพียง 0.3 วินาที Razgatlioğlu เองก็ป้องกันการจู่โจมรุกไล่จากนักแข่งสเปนไว้ได้กระทั่งโค้งสุดท้ายในแล็ปสุดท้าย Bautista ออกจากโค้งได้เร็วกว่า ชิงเข้าเส้นแย่งชัยชนะไปจาก Razgatlioğlu ไปได้ก่อน ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ Andrea Locatelli นักแข่งยามาฮ่าอีก 1 คนแทน

Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon

Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon จบไปแล้วกับการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Motorland Aragon ที่ประเทศสเปน การแข่งขันสุดมันทีทำเอา Bautista ตรงเหนื่อยนัก แต่ก็คุ้มค่ากับความพยายาม คว้าชัยไปได้ 2 เรซ แม้ว่า Bautista ล้มในเรซแรก แต่ก็สามารถกอบกู้ชัยชนะและคะแนนจากการแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซ และเรซที่ 2 มาได้ Race1 ตำแหน่งการออกสตาร์ทในเรซแรกหลังควอลิฟายนั้นมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลครั้งที่ 2 ของเขาในฤดูกาลนี้ ด้วยเวลา 1’47.973 ที่กลายเป็นสถิติใหม่ของสนามนี้อีกด้วย ตามมาด้วย Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ที่ช้ากว่า 0.4 วินาที และ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ออกสตาร์ทจากกริดที่ 3 ส่วนการเลือกยางนั้น อุณหภูมิแทร็กอยู่ที่ประมาณ 25 องศา นักแข่งทุกคนต่างเลือกยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนามาเป็นอย่างหลัง ขณะที่ยางหน้าส่วนใหญ่แล้วจะเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐาน ส่วนในการแข่งขันเรซที่ 1 นั้นพื้นแทร็กมีอุณหภูมิที่ราว ๆ 35 องศา นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหน้า SC1 สูตรมตรฐาน และยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยาง SCX สูตรมาตรฐาน แต่มีคนที่เลือกเดิมพันกับยางที่ต่างออกไป Rea เลือกที่จะใช้ยาง SCX B0800 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา หลังจากเริ่มแข่งไปได้ไม่นานนัก Bautista ก็ล้มไปในแล็ปที่ 6 แต่ยังกลับเข้ามาแข่งต่อได้ การแข่งกลายเป็นศึกสามเศร้าระหว่าง Razgatlioğlu, Rea และ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) และกลายเป็นฝ่ายหลังที่ขึ้นนำได้ในแล็ปที่ 15 จากทั้งหมด 18 แล็ป กระทั่งเข้าเส้นได้ก่อน โดยที่สองและที่สามตกเป็นของ Razgatlioğlu และ Rea ตามลำดับ และ Bautista ต้องออกจากการแข่งขันไปหลังจากล้มอีกเป็นครั้งที่สองในแล็ปสุดท้าย กลายเป็นนักแข่งตุรกีที่ได้ที่สองทำให้มีแต้มและช่วยลดระยะห่างระหว่างแชมป์โลกกับตัวเองเหลือเพียง 37 คะแนนหลังจากจบการแข่งในเรซแรก Superpole Race ในการแข่งขันรอบซูเปอร์โพลเรซ นักแข่งเกือบทุกคนเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐานสำหรับยางหน้า มีเพียงคนเดียวที่ใช้ยาง SC0 C0927 สูตรกำลังพัฒนา คือ Bradley Ray (Yamaha Motoxracing WorldSBK Team) ส่วนยางหลังนั้นนักแข่งเลือกใช้ยางต่าง ๆ กันออกไปหลายสูตร โดยนักแข่งที่จบเรซนี้ด้วยโพเดียมต่างใช้ยางไม่ซ้ำกันเลย  Álvaro Bautista ชนะด้วยยาง SCX สูตรมาตรฐาน Jonathan Rea จบอันดับ 2 ด้วยยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนา และ Toprak Razgatlioğlu เข้าอันดับที่ 2 ด้วยยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนา Race2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยาง SCX สูตรมาตรฐานยังเป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับยางหลัง มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่เลือกใช้ยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนานั่นคือนักแข่งจากทาง Kawasaki อย่าง Jonathan Rea และ Florian Marino และนักแข่งจาก Ducati อย่าง Phillip Oettl และ Danilo Petrucci ขณะที่ยางหน้านั้นยาง SC1 สูตรมาตรฐานเป็นสูตรที่ทุกคนต่างเลือกใช้ เรซนี้เป็น Álvaro Bautista กระหายชัยชนะและอยากจะล้างมือที่พลาดโอกาสไปในเรซแรก และพึ่งจะชนะในซูเปอร์โพลเรซมา และในที่สุดเขาก็สามารถทำได้ในเรซที่ 2 ด้วย ส่วนอันดับ 2

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้ง 2 ทีมแล้ว ล่าสุด ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง หรือไลน์อัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้งสองทีมแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการสู้ศึกได้ดีขึ้นรวมไปถึงช่วยให้โปรเจ็กต์โดยรวมดีขึ้นอีกด้วย โดยทีมแรกจะเป็น Bonovo action BMW Racing Team ซึ่งจะมีนักแข่งมากทักษะและประสบการณ์อย่าง Scott Redding นักแข่งชาวอังกฤษที่แข่งให้กับทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2022 และจะแข่งต่อไปเคียงคู่กับ Garrett Gerloff นักแข่งชาวอเมริกา ขณะที่อีกทีมอย่าง ROKit BMW Motorrad WorldSBK จะมีนักแข่งที่เพิ่งเซ็นสัญญากับเราใหม่ ๆ อย่าง Toprak Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกี และ Michael van der Mark นักแข่งชาวดัตช์ ที่แข่งให้กับทางทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2021 เป็นทีมเมต ซึ่งทั้งสองทีมจะได้รับการซัพพอร์ตอะไหล่และซัพพอร์ตทางเทคนิคจากทาง BMW Motorrad Motorsport เท่ากัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับโอกาสในการแข่งขันที่เท่าเทียมกันทุกคน ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สองนักแข่ง Honda

สองนักแข่ง Honda บิด CRF450R คว้าโพเดียมคู่ MXGP ที่อิตาลี สองนักแข่ง Honda Tim Gajser หมายเลข 243 และ Tim Fernandez หมายเลข 70 ร้อนแรงต่อเนื่องในการแข่งขัน MXGP หลังการคว้าชัยชนะในสนามที่ 17 ที่ประเทศตุรกี ล่าสุดการแข่งขันสนามที่ 18 ที่ประเทศอิตาลี (Maggiora, Italy) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บิดยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R คว้าโพเดียมได้ทั้ง 2 คน  Race1 การแข่งขันดวลกัน 2 เรซ โดยเรซแรกสภาพสนามนั้นสร้างความยากลำบากอย่างมากจากฝนที่ตกลงมาก่อนหน้า รูเบน เฟอร์นานเดซ ต่อสู้ไปพร้อมกับการบริหารความเสี่ยงได้อย่างยอดเยี่ยมก่อนที่จะจบการแข่งขันในอันดับที่ 5 ทางด้านของ ทิม ไกจ์เซอร์ น่าเสียดายที่พลาดล้มในช่วงต้น ก่อนที่จะยกรถแข่งกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง ไล่แซงคู่แข่งจากอันดับที่ 20 จนกระทั่งจบการแข่งขันในอันดับที่ 9 ได้สำเร็จ Race2 การแข่งขันเรซที่ 2 เป็นการกลับมาอย่างแข็งแกร่งของ 2 นักบิดฮอนด้าและยอดรถแข่ง Honda CRF450R ทิม ไกจ์เซอร์ บดกับคู่แข่งระดับท็อปได้อย่างดุเดือด คว้าอันดับที่ 2 บนโพเดียมแบบห่างจากชัยชนะแบบเฉียดฉิวเท่านั้น ขณะที่ รูเบน เฟอร์นานเดซ คัมแบ็กกลับมาสู่โพเดียมได้อีกครั้งในอันดับที่ 3 ของการแข่งขัน การแข่งขันสนามนี้แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องในการคว้าผลการแข่งขันที่ดีของสองนักบิดฮอนด้า หลังจากที่ รูเบน เฟอร์นานเดซ กลับมาสู่โพเดียมได้อีกครั้ง และ ทิม ไกจ์เซอร์ เริ่มที่จะกลับมาสู่ฟอร์มอันแข็งแกร่งแล้วหลังจากที่ผ่านการบาดเจ็บอย่างหนักมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ขณะที่โปรแกรมการแข่งขัน MXGP สนาม 19 จะไปแข่งขันกันที่สหราชอาณาจักร (Matterley Basin, United Kingdom) ในระหว่างวันที่ 23 – 24 กันยายน 2566 นี้ อย่าลืมติดตามเชียร์กันได้สำหรับแฟน ๆ ค่ายปีกนก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
อเล็กซ์ มาร์เกซ รับสติหลุด พลาดแบบงี่เง่า คุมรถไม่อยู่ ยอมรับฝีมือไม่ถึงเอง

อเล็กซ์ มาร์เกซ นักบิด Gresini ยอมรับผิดหลังพลาดล้มในการแข่งขัน MotoGP ที่บุรีรัมย์ ชี้เป็นความผิดพลาดที่งี่เง่าจากปัญหาความรู้สึกยางหน้าไม่เสถียร

ฟรานเชสโก บันญาญา ยอมรับ “ไม่กังวล” หลังการแข่งไทยจีพี 2026

ฟรานเชสโก บันญาญา มองโลกในแง่บวกแม้ผลงานในไทยจีพี 2026 จะย่ำแย่ จบเพียงอันดับ 9 เผยข้อมูที่ทำให้เขามั่นใจว่าจะกลับมาทวงบัลลังก์ได้อีกครั้ง

  • All Posts
  • MOTOGP
Francesco Bagnaia

Francesco Bagnaia หลังจบการทดสอบ Sepang Test 2026 กับประเด็นร้อนเรื่องสัญญาใหม่ ย้ำชัดเป้าหมายคือทีมโรงงานเท่านั้น ท่ามกลางกระแสย้ายค่ายปี 2027

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
BMW M RR WSBK รถแชมป์โลกแค่ 54 คันเท่านั้น

BMW M RR WSBK รถแชมป์โลกแค่ 54 คันเท่านั้น BMW M RR WSBK โมเดลใหม่จากค่ายใบพัดที่ผลิตออกมาเพื่อฉลองผลงานอันยอดเยี่ยมให้กับ ‘โทปรัค ราซกัตลิโอกลู’ ที่ทำสำเร็จหลังจากพยายามมาหลายปีในศึก World Superbike Championship ในที่สุด BMW ก็ประสบความสำเร็จในปี 2024 โดย โทปรัค นักบิดจากทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK คว้าแชมป์ประเภทนักแข่งได้อย่างงดงาม ฤดูกาลนี้ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่โดดเด่นที่สุดที่เราเคยเห็นมา ราซกัตลิโอกลู จบปีด้วยชัยชนะ 18 ครั้ง และขึ้นโพเดียม 27 ครั้ง แม้จะต้องพักแข่งไปสองรอบกลางฤดูกาลเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ตลอด 12 การแข่งขัน เขายังคว้าตำแหน่งโพลได้ 6 ครั้ง และทำเวลาเร็วที่สุดในรอบการแข่งขันอีก 13 ครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ BMW Motorrad ต้องการเฉลิมฉลองตำแหน่งแชมป์อย่างมีสไตล์ Markus Flasch ซีอีโอของ BMW Motorrad กล่าวเกี่ยวกับรถโมเดลใหม่นี้ว่า  “ผลงานอันยอดเยี่ยมของโทปรัคที่คว้าแชมป์โลกมาครอง เป็นโอกาสที่น่ายินดีสำหรับเราที่จะสร้าง M 1000 RR รุ่นจำลองแชมป์โลกแบบแท้ ๆ เพื่อแฟน ๆ ของ BMW Motorrad ที่หลงใหลในมอเตอร์สปอร์ต โดยผลิตเพียง 54 คันเท่านั้น ซึ่งตรงกับหมายเลขประจำตัวของเขา” Champion Edition 2024 พัฒนามาจากรุ่น M1000RR M Competition ในโมเดลปี 2024 มาพร้อมโค้ดเปิดใช้งาน M GPS Laptrigger และสีตัวถัง M Motorsport ในโทน Blackstorm Metallic พร้อมโลโก้ผู้สนับสนุนทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK รถทุกคันที่มีวางจำหน่ายจะไปพร้อมลายเซ็นจากโทปรัค นอกจากนี้ตัวรถยังมีการติดตั้งชิ้นส่วนคาร์บอนเสริม เช่น ฝาครอบถังน้ำมัน โครงรถ สวิงอาร์ม สายไฟ ฝาครอบคลัตช์ และแผ่นกันความร้อนท่อไอเสีย  และผู้ซื้อจะได้รับบัตรกำนัลสำหรับแลกรับท่อไอเสีย Akrapovič Evolution Line ไทเทเนียมที่เข้าชุดไปเลยแบบฟรี ๆ (ซึ่งคาดว่าน่าจะรวมในราคารถเป็นที่เรียบร้อย) และสิทธิ์สุดพิเศษ ผู้ที่ซื้อรถคันนี้ในเยอรมนีจะมีโอกาสได้ MEET AND GREET พบปะกับ โทปรัค ราซกัตลิโอกลูแบบตัวต่อตัว ซึ่งเขาได้กล่าวปิดท้ายฤดูกาลอันสุดเร้าใจว่า  “นี่เป็นฤดูกาลที่น่าทึ่ง และเราก็ได้เป็นแชมป์โลก ผมขอบคุณ BMW Motorrad ทีมของผม และทุกคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จอันยอดเยี่ยมนี้ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้รับรถ Champion Edition 2024 หมายเลข 1 ซึ่งแน่นอนว่ามันจะได้อยู่จุดที่โดดเด่นในบ้านของผม” ในส่วนของราคาวางจำหน่ายในโมเดลสุดลิมิเต็ดนี้ รถจะผลิตทั้งหมด 54 คัน โดยหมายเลข 01/54 จะมอบให้กับโทปรัค และหมายเลข 54/54 จะเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ BMW ทำให้เหลือเพียง 52 คันสำหรับจำหน่ายเฉพาะในเยอรมนี ราคา 54,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,986,560 บาท BMW M1000RR MY 2024 BMW M RR WSBK 2024   เมื่อเทียบกับโฉมปกติอย่าง M1000RR 2024 มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 30,960 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,136,800 บาท ซึ่งในตัวลิมิเต็ดนี้จะแพงกว่าประมาณ 20,040 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 735,760 บาท หากอ่านแล้วรู้สึกสนใจอยากจะครอบครองมาประดับโรงรถที่บ้าน สามารถติดต่อทาง BMW และอิมพอร์ตรถเข้ามาได้เลย คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki Bimota KB998 ตัวแข่งคันใหม่ของ Kawasaki ในการแข่งขันรายการ 2025 Motul FIM WorldSBK Championship โดย Bimota แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี เป็นที่รู้จักในประเภทของรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง (แถมยังมีราคาแพง) อีกทั้งยังมีการออกแบบดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทางแบรนด์กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่โดยการโดดเข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับโลก  เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Kawasaki Racing Team (KRT) ในรายการแข่งขัน WorldSBK ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Bimota by Kawasaki Racing Team (BbRT) เพื่อสะท้อนความร่วมมือระหว่างสองบริษัท Bimota และ Kawasaki ได้ร่วมมือกันสร้าง และพัฒนามอเตอร์ไซค์ใหม่ทั้งหมดสำหรับการแข่งขัน ซึ่งผสมผสานจุดเด่นจากทั้งสองผู้ผลิต ที่ไม่ได้เป็นการนำ Kawasaki Ninja ZX-10RR มาเปลี่ยนชุดตกแต่งใหม่ แต่พัฒนารถแข่งรุ่นพิเศษขึ้นมาเอง 2025 Bimota KB998 2024 Kawasaki ZX-10R   ซึ่งรายละเอียดสเปคยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ามาพร้อมขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี จาก Kawasaki ZX-10RR ที่มีกำลังมากกว่า 200 แรงม้า โช้คอัพหน้าจาก Showa คาลิเปอร์เบรกจาก Brembo (ถึงแม้ว่าจะแปะด้วยตัวอักษร J.JUAN ก็เถอะ) และระบบท่อไอเสียของ Akrapovič แฟริ่งถูกออกแบบใหม่ แม้ด้านหน้าจะยังคงมีเค้าโครงสไตล์ Kawasaki Ninja มาพร้อมปีกแอโรไดนามิกเช่นเดียวกับรถแข่งในสมัยใหม่ โดยตัวแข่งคันใหม่นี้ได้ทำการลงวิ่งทดสอบที่ Circuit de Jerez ประเทศสเปน ซึ่งเป็นสนามเดียวกับการแข่งขันในรอบสุดท้ายของฤดูกาล 2024 แม้โมเดลรถคันนี้จะถูกพัฒนามาได้ไม่นาน แต่ด้วยการขับขี่ของ Alex Lowes และ Axel Bassani สองนักบิดของทีม ทำให้ KB998 ได้แสดงศักยภาพของมันออกมาสามารถทำเวลาได้อย่างน่าประทับใจบนสนาม Jerez พร้อมกับการออกแบบที่โดดเด่น และสมรรถนะที่ดุดัน โดย Axel Bassani ทำเวลาได้ 1:38.478 นาที และ Alex Lowes ทำเวลาได้ 1:38.679 นาที แน่นอนว่า KB998 คันนี้จะผลิตออกมาแค่รุ่นสำหรับทำการแข่งขันเท่านั้น จะยังไม่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของการแข่งขัน WorldSBK รถที่จะเข้าร่วมแข่งขันในรายการ จะต้องมีการผลิตในรูปแบบของ Production Bike วางจำหน่ายโดยมีจำนวนการผลิตอย่างน้อย 500 คันเป็นข้อบังคับมาตรฐาน อย่าง BMW M 1000 RR, Ducati Panigale V4 R และ Honda CBR1000RR-R Fireblade SP ที่มีวางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งทาง Bimota ยังไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนว่า จะมีรุ่น KB998 วางจำหน่ายต่อสาธารณะชน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ Bimota จะผลิตออกมาแค่ในจำนวนที่กำหนดเพื่อให้ผ่านข้อพิจารณา หากผลิตออกมาแค่ตามยอดเกณฑ์ที่กำหนด โมเดลนี้อาจจะถูกยกเป็นรถที่โคตรแรร์อีกหนึ่งรุ่น และในโมเดลคันจริงนั้นอาจจะมีไปตั้งโชว์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 sประเทศอิตาลีในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หรือการร่วมมือของทั้งสองค่ายนี้จะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างสำหรับ Kawasaki ในการแข่งขัน 2025 Motul FIM WorldSBK Championship ฤดูกาลหน้าหรือเปล่า ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • WSBK
Pirelli จัดยางซอฟต์

Pirelli จัดยางซอฟต์ ช่วยนักแข่งสู้ศึก WSBK ที่เช็ก งานพัฒนาของพีเรลลี่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันหยุด จนกระทั่งตอนนี้การแข่งขัน WorldSBK ดำเนินเข้าสู่สนามที่ 6 ที่จะขึ้นที่สาธารณรัฐเช็ก กับสนาม Autodrom Most ซึ่งเป็นสนามที่โหดร้ายกับยางมากที่สุดสนามนึง โดยงานนี้ Pirelli จัดยางซอฟต์ แต่ไม่ซอฟต์จนเกินไป โดยจะจัดยางหลัง SC0 สูตรใหม่ไปเปิดตัวในสนามนี้ และจัดยาง SCX แทนที่ยาง SCQ ในการแข่งขันที่สนามนี้ ตัวเลือกยางสำหรับสนามนี้ พีเรลลี่ดำเนินการตามแผนการพัฒนาที่ได้วางไว้แล้วสำหรับปีนี้ต่อกับสนาม Most แห่งนี้ ซึ่งสนามนี้จะจัดแข่งเป็นครั้งที่ 2 ของการแข่ง WorldSBK แม้ว่าจะมีการปรับปรุงสนามแห่งนี้ให้ทันสมัยมากขึ้นในระหว่างพักฤดูกาลการแข่งขัน แต่ตัวแทร็กเองก็ยังคงกินยางมากเนื่องจากเลย์เอาต์ของสนาม และบางส่วนของสนามยังมีการปรับผิวใหม่ทำให้ต้องเจอกับปัจจัยที่ส่งผลต่อยางที่เราไม่อาจจะคาดเดาได้อีกด้วย และด้วยสาเหตุนี้เองบวกกับข้อมูลที่ทางแบรนด์ตัวพียาวได้รวบรวมมาจากการแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว ทางแบรนด์จึงเลือกที่จะปรับเปลี่ยนยางใหม่ให้เหมาะสมสอดคล้องมากขึ้น สำหรับยางหน้าในรุ่น WorldSBK นั้นจะมียางเตรียมไว้ให้ทั้งหมด 3 สูตร ทั้ง 36 สูตรจะเป็นยางซอฟต์ทั้งหมด ได่แก่ SC1 สูตรมาตรฐาน, SC1 A0674 สูตรกำลังพัฒนาที่เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว และ SC1 A0843 ยางสูตรกำลังพัฒนาที่เคยใช้ไปแล้วแค่เพียงสนามเดียวคือที่ Assen ซึ่งจะนำกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อพิสูจน์ผลงานที่สนาม Most แห่งนี้ สำหรับยางหลังในรุ่น WorldSBK จะมีให้ 2 สูตรคือ SC0 สูตรมาตรฐาน และ SC0 B0624 สูตรกำลังพัฒนา ซึ่งตัวหลังนี้จะต่างจากยางปกติทั้งตัวคอมปาวด์และโครงสร้างยาง และเพื่อให้ตอบสนองกับลักษณะของแทร็กได้ดีมากที่สุด ยาง SCQ จะไม่มีการนำมาใช้ในสนามนี้ โดยในรอบซูเปอร์โพลและซูเปอร์โพลเรซจะใช้ยาง SCQ แทน สำหรับยางในรุ่น WorldSSP ยางหน้าจะมีให้เลือกเป็น SC1 และ SC2 ส่วนยางหลังจะเป็น SC0 และ SC1 ในช่วงฤดูหนาวสนาม Most Autodrome ซึ่งเปิดให้ใช้งานมาตั้งแต่ปี 1983 ก็ได้รับการซ่อมแซมปรับปรุงหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการลาดยางใหม่ในบางส่วน เช่น ทางตรงก่อนเข้าเส้นชัยและโค้งชิเคนแรก หลาย ๆ ส่วนได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ปลอดภัยมากขึ้นหากเกิดฝนตกลงมา ทั้งด้วยวิธีการทำทางท่อระบายน้ำใหม่กระทั่งปรับผิวใหม่ พื้นที่รันออฟและกรวดบางโค้งได้รับการขยายให้มีพื้นที่มากขึ้นโดยมีการใช้กรวดกว่า 5,500 ตันและดินอีกหลายพันตัน มีสถานีจับเวลาใหม่และมีกล้องความคมชัดสูงระดับ 4K อีก 27 ตัวถูกติดตั้งเข้าไปเพื่อมอนิเตอร์แทร็ก โดยตัวกล้องมีตัวปัดน้ำฝนและสามารถหมุนได้อีกด้วย และสุดท้ายก็คือมีหอควบคุมที่สร้างขึ้นมาใหม่และมีขนาดใหญ่ขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เหมาชัยสามเรซรวดในศึก WSBK ที่ Donington Park

Toprak เหมาชัยสามเรซรวดในศึก WSBK ที่ Donington Park  สำหรับการแข่งขัน WorldSBK 2022 สนามนี้จัดขึ้นที่สนาม Donington Park ประเทศอังกฤษ ซึ่งนับเป็นสนามที่ 5 ของฤดูกาลนี้แล้ว การแข่งขันในสนามนี้ทาง Pirelli ก็ได้ตัดสินใจเลือกเตรียมยางซอฟต์ไปมากเป็นพิเศษเพื่อให้ตอบโจทย์การแข่งขันในสนามแห่งนี้มากที่สุด  รอบซูเปอร์โพล  รุ่น WorldSBK (อุณหภูมิผิวแทร็ก 34 องศา / อุณหภูมิอากาศ 19 องศา)  หลังจากที่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทตำแหน่งโพลครั้งแรกของฤดูกาลนี้ที่ Estoril มาแล้ว เขาก็ทำมันได้อีกครั้งที่สนามแห่งนี้ โดยแชมป์โลก 6 สมัยคว้าตำแหน่งโพลมาได้ด้วยสถิติเวลาแล็ปที่ 1’26.080 นาที ทำลายสถิติเวลาแทร็กที่เคยบันทึกไว้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2017 โดยอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขา Tom Sykes (1’26.641) เกินกว่าครึ่งวินาที   นักแข่งทั้งหมดทุกคนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ซึ่งนักแข่งจากไอริชเหนือเลือกจับคู่เข้ากับยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา A0674 SC1 ขณะที่เพื่อนร่วมทีม Alex Lowes ที่ได้สถิติเวลาดีเป็นอันดับ 2 เลือกยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐานแทน ส่วน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกสตาร์ทเป็นคนสุดท้ายของแถวหน้า ก็เลือกใช้ยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐานเช่นกัน ขณะที่ผู้ออกสตาร์ทลำดับที่ 4 กลับเป็น Scott Redding (BMW Motorrad WorldSBK Team) และที่ห้าตกเป็นของ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เลือกยางหลังสูตรกำลังพัฒนาเช่นเดียวกับ Rea  รุ่น WorldSSP (อุณหภูมิผิวแทร็ก 31 องศา/ อุณหภูมิอากาศ 19 องศา)  เป็นการแย่งชิงตำแหน่งบนกริดสตาร์ทที่เข้มข้นร้อนแรงขั้นสุด ระหว่าง Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha), Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team), และ Glenn Van Straalen (EAB Racing Team) ต่างคนต่างผลัดกันขึ้นทำเวลาดีกว่ากระทั่งท้ายที่สุดตำแหน่งโพลตกเป็นของนักแข่งชาวสวิสที่ทำเวลาได้ดีกว่าที่ 1’29.961 นาที(ทำสถิติเวลาเป็นรองสถิติเวลาของ Kenan Sofuoglu ที่ทำไว้ในปี 2015 เพียง 0.036 วินาทีเท่านั้น) กลายเป็นการคว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 4 ติดต่อกันของเขา และเป็นครั้งที่ 100 ในรุ่น WorldSSP สำหรับค่ายรถจากเมืองอิวาตะ ส่วนนักแข่งดูคาติชาวอิตาลี และนักแข่งยามาฮ่าชาวดัตช์ได้ออกสตาร์ทเป็นแถวหน้าถัดลงมาตามลำดับ โดยนักแข่งทุกคนเลือกใช้ยาง SCX เป็นยางหลังและ SC1 เป็นยางหน้า  การแข่งขันในเรซ 1  รุ่น WorldSBK (อุณหภูมิผิวแทร็ก 46 องศา / อุณหภูมิอากาศ 24 องศา)  การแข่งขันในเรซนี้นั้นนักแข่งต่างก็เลือกยางหลังเหมือนกันคือ SCX ขณะที่ยางหลังนั้นก็จะมีเลือกแตกต่างกันออกไป Rea, Lowes, Redding และ Bautista เลือกใช้ยางสูตรกำลังพัฒนา A0674 SC1 ขณะที่ Razgatlioglu และ Rinaldi เลือกใช้ยางสูตรมาตรฐาน SC1   ออกสตาร์ทผู้ป้องกันแชมป์โลกออกสตาร์ทจากกริดที่สามได้อย่างยอดเยี่ยม ขยับขึ้นนำทันทีและทิ้งห่างไร้การรบกวนแบบม้วนเดียวจบ โดยทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Rea ถึง 6 วินาที และห่างจาก Lowes ถึง 9 วินาที นี่ทำให้นักแข่งชาวตุรกีคว้าชัยเป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาลนี้นับจากการชนะรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Misano   โดยการแข่งขันในเรซนี้มีการดวลกันสุดมันระหว่าง Rea และ Bautista เพื่อแย่งอันดับ 2 ซึ่งมาสิ้นสุดลงในแล็ปที่ 16 โดยนักแข่งชาวสเปนพลาดล้มออกจากโค้งที่ 12

Pirelli เลือกเน้นยางซอฟต์

Pirelli เลือกเน้นยางซอฟต์ รับศึก WSBK ที่ Donington Park การแข่งขันสนามที่ 5 ของรายการ FIM Superbike World Championship ซึ่งจะระเบิดศึกขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ที่ Donington Park ประเทศอังกฤษ ซึ่งสนามนี้ Pirelli เลือกเน้นยางซอฟต์ เพื่อรับกับสนามแห่งนี้ โดยตัดสินใจใช้สูตรยางซอฟต์ที่สุดเท่าที่มี เพื่อใช้ในยางหลัง ซึ่งได้แก่ SCX, SC0 และ SCQ ซึ่งเจ้าตัวหลังนี้จะใช้เฉพาะตอนควอลิฟายกับการแข่งรอบซูเปอร์โพลเรซเท่านั้น ขณะที่ยางหน้าจะใช้ยาง SC1 สูตรมาตรฐาน และยางสูตร SC1 A0674 ยางสูตรกำลังพัฒนา และสำหรับการแข่งขัน WorldSSP ก็จะใช้สูตรยางมาตรฐานแบบเดียวกับที่เคยใช้ในแทร็กนี้เมื่อครั้งสุดท้ายในปี 2019 นั่นก็คือ SC1 และ SC2 ที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังจะเป็น SCX และ SC0 ขณะที่รายการแข่งสำหรับนักแข่งวัยเยาว์อย่าง Yamaha R3 bLU cRU European Cup ก็จะได้แข่งในสนามนี้ด้วย ทว่าการแข่งขัน WorldSSP300 จะไม่ได้แข่งในสนามนี้ และจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในสนามหน้าที่สาธารณรัฐเช็ก สนาม Donington Park ที่ตั้งอยู่ใน East Midlands ใกล้กับ Sherwood Forest สร้างมานานกว่า 90 ปีแล้ว มันเป็นสนามที่เป็นส่วนผสมระหว่างส่วนที่ใช้ความเร็วได้มาก ส่วนขึ้นและลงเนิน และโค้งความเร็วต่ำ สลับกับทางตรงที่ทำให้ต้องเบรกหนัก ๆ และต้องเร่งความเร็วอย่างทันทีทันใด เช่นตอนที่ออกจากโค้ง 8 ที่ Coppice เป็นจุดที่คุณเร่งความเร็วสูงสุดที่ทางออกโค้ง ขณะที่โค้งความเร็วปานกลางอย่างที่ Old Hairpin และ McLeans คือโค้งที่คุณไม่สามารถลงต่ำไปกว่า 100 กม./ชม.ได้ Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตกล่าวว่า “ผลลัพธ์หลังจากการทุ่มเทพัฒนาอย่างหนักนั้นมาปรากฏผลที่ Misano แต่ที่ Donington เรากลับมาเลือกใช้ยางแบบเดิมมากขึ้น โดยมีให้เลือกอย่างครบถ้วน เว้นแต่ยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา SC1 A0674 ซึ่งไม่ได้เป็นยางใหม่สำหรับทีมแข่ง เพราะเคยนำมาให้ใช้ในการแข่งปีนี้มาแล้ว เรารู้ว่าสนามแห่งนี้ดี เพราะเราเคยแข่งที่นั้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทั้งในศึก WorldSBK และในศึก British Superbike Championship ในฐานะเป็นผู้ซัพพอร์ตยางเพียงรายเดียว และเมื่อปีที่แล้วเราก็ประสบความสำเร็จกับยางสูตรซอฟต์ที่สุดที่เคยมีมา และถ้าอุณหภูมิมันเอื้ออำนวยแล้วล่ะก็ SCX จะเป็นยางที่ได้รับความนิยมและถูกเลือกใช้เป็นยางหลังมากที่สุดอย่างแร่นอน ส่วน SC0 ก็ยังคงจะเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้อยู่” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Razgatlıoğlu

Razgatlıoğlu เผยพอใจที่ได้ลองขี่ YZR-M1 ที่ Aragon มาก ๆ  เมื่อเร็ว ๆ นี้แชมป์โลกคนล่าสุดจากฝั่ง Superbike World Championship อย่าง Toprak Razgatlıoğlu เผย ว่าพอใจกับผลที่ได้ทดลองขับขี่ Yamaha YZR-M1 ในการทดสอบ MotoGP Test แบบไพรเวตที่สนาม MotorLand Aragón ซึ่งอาจจะเป็นเค้าลางของการย้ายมาทำการแข่งเวทีใหญ่ขึ้นก็เป็นได้ หลังจากที่เขาได้ชัยชนะครั้งแรกในศึก WorldSBK ฤดูกาล 2022 ที่ Misano นักแข่งสัญชาติตุรกีก็ได้ทดลองเปลี่ยนรถจาก Yamaha R1 มาเป็น Yamaha YZR-M1 ทั้งหมดรวม ๆ 40 แล็ป ที่ Aragon ซึ่งเต็มไปด้วยโค้งไฮสปีดและโค้งยาก ๆ กับความยาว 5.078 กม. บวกกับทางตรงยาว ๆ ระหว่างโค้ง 15 และ 16 ช่วยให้เขาได้รับและสัมผัสประสบการณ์และสมรรถนะในทุก ๆ มุม ทุก ๆ ด้านของ เจ้า YZR-M1 ได้เป็นอย่างดี นักแข่งหนุ่มวัย 25 เริ่มต้นวันด้วยการลองขี่ไปก่อน 12 แล็ปเพิ่มสร้างความคุ้นเคยกับรถและยาง จากนั้นก็วิ่งเป็นรัน รันละไม่กี่แล็ป โดยมีทีมทดสอบของทาง Yamaha MotoGP มาช่วยปรับจูนรถให้เข้ากับฟีดแบ็กของทาง Toprak รวมไปถึงนำข้อมูลไปวิเคราะห์อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี Cal Crutchlow เทสต์ไรเดอร์ของ Yamaha MotoGP มาช่วยแนะนำเพิ่มความมั่นใจและความเร็วให้กับเขาอีกด้วย โดยนำเอาเวลาแล็ปในการแข่ง WorldSBK มาเปรียบเทียบ อย่างไรก็ดีโชคไม่ดีนักการทดสอบนั้นจบลงเร็วเกินไปเนื่องจากฝนถล่มลงมาอย่างหนักในช่วงบ่ายแก่ ๆ ซึ่งทำให้เขาไม่มีโอกาสที่จะฝึกซ้อมต่อ   “นี่เป็นครั้งแรกของผมกับ Yamaha YZR-M1 รถแข่ง MotoGP และผมรู้สึกว่ามันแตกต่างจาก R1 ของผมไปโดยสิ้นเชิงเลย มันมีแรงม้ามากกว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่แตกต่างออกไป ชุดเกียร์บ็อกซ์ที่ไร้รอยต่อ ซึ่งสำหรับผมแล้วถือว่ามันเป็นอะไรที่ใหม่ไปหมดเลย ทุก ๆ แล็ปที่ได้ขี่ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย เพราะหลังจากที่แข่ง WSBK มา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมาปรับตัวเพื่อให้ขี่รถแข่ง MotoGP โชคดีที่ผมมี Cal Crutchlow มาให้คำแนะนำและเขาก็ช่วยผมได้มากจริง ๆ รถมันดีมาก ๆ โดยเฉพาะทางตรงที่มันขี่ได้เร็วโคตร ๆ และมันน่าสนใจที่เราได้ลองเบรกคาร์บอน” “วันนี้อากาศร้อนมากจริง ๆ เราก็เลยต้องขี่กันรันละ 5 – 6 แล็ปหลังจากที่ลองขี่รอบแรก 12 แล็ปเพื่อให้ได้คุ้นเคยกับรถ ตอนที่ผมดูการแข่ง MotoGP ผ่านทีวีที่นี่ คุณจะเห็นได้ว่ามันมีบัมพ์อยู่บ้าง และวันนี้ผมก็ได้สัมผัสมันแล้ว มันไม่ได้แย่อะไรนัก แต่คุณต้องเปิดคันเร่งใส่มันเข้าไปเลย เพราะถ้าคุณผ่อนล่ะก็มันจะยิ่งทำให้รถมันออกอาการ โดยรวมแล้วผมคิดว่าการทดสอบครั้งนี้ดีมาก ๆ เลย ถึงแม้ว่ามันจะสั้นไปหน่อยจากการที่มีฝนตกลงมาในช่วงบ่าย ซึ่งทำให้ผมไม่ได้ขับขี่ทดสอบมากเท่าที่ผมต้องการ แต่ผมก็สนุกกับการขับขี่รถแข่ง MotoGP มากจริง ๆ ขอบคุณทางยามาฮ่ามาก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผมครับ” งานนี้ปีหน้าเราอาจจะได้เห็นเขาเปลี่ยนเวทีการแข่งขันไปสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้นอีกก็เป็นได้นะครับเนี่ย ก็ต้องมารอติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซ

Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซ ที่ Misano หลังเลือกใช้ Pirelli SCX สูตรพัฒนาใหม่ นับเป็นการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ Pirelli ซึ่งก่อนจะเริ่มการแข่งขันในรอบ รอบ Pirelli Emilia-Romagna หรือการแข่งขันที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี ก็ได้มีการตระเตรียมยางใหม่เพิ่มอีก 2 สูตรใหม่ ซึ่งเป็นสูตรกำลังพัฒนานั่นเอง โดยยางหลัง 2 สูตรใหม่ ได้แก่ SCX (B0452) และ SCX (B0453) ต่างจาก SCX ธรรมดาในเรื่องของคอมปาวด์และโครงสร้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้ายางสองสูตรใหม่นี้มีคอมปาวด์เดียวกัน (แต่ต่างจากตัวมาตรฐานนะ) แต่ทั้งสองมีโครงสร้างต่างกัน และยางสูตรกำลังพัฒนาที่เป็นสูตรใหม่นี้ก็มีส่วนช่วยให้ Alvaro Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซที่สนามแห่งนี้ เริ่มด้วยการทำลายสถิติ นับตั้งแต่ปี 2009 Ducati ไม่เคยได้ตำแหน่งโพลที่สนามแห่งนี้เลย แต่ทว่าปีนี้ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กลายเป็นคนที่ทำลายคำสาปนี้ลงพร้อมกับทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’33.328 นาที คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 5 ในชีวิตการเป็นนักแข่งของเขา โดยยางที่เขาเลือกใช้นั้นเป็นยาง SC1 สูตรกำลังพัฒนาที่ยางหน้า และยาง SCQ ยางเอ็กซ์ตราซอฟต์ในยางหลัง คว้าชัยในเรซแรก นักแข่งชาวสเปนผู้นี้ยังชนะเรซแรกด้วยการเลือกยางที่แตกต่างไปจากนักแข่งส่วนใหญ่ เลือกยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่รหัส B0453 แทน เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Michael Rinaldi ขณะที่นักแข่งส่วนใหญ่รวมไปถึง Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea เลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรกำลังพัฒนา B0452 และนั่นก็ช่วยให้เขาคว้าชัยเหนือคู่แข่งที่เป็นทั้งแชมป์โลกคนปัจจุบันและแชมป์โลก 6 สมัย รั้งอันดับ 2 รอบซูเปอร์โพลเรซ สำหรับในรอบซูเปอร์โพลเรซ Bautista ยังคงเลือกใช้ SC1 สูตรกำลังพัฒนาในยางหน้าส่วนยางหลังก็ยังคงใช้ SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาเหมือนกับตอนเรซแรก และสามารถเข้าเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกอย่าง Toprak เก็บชัยเพิ่มในเรซที่ 2 ปิดท้ายสุดสัปดาห์ที่น่าจดจำสำหรับ Bautista และ Ducati เขาเลือกใช้ยาง SC1 สูตรกำลังพัฒนาในยางหน้าและยังมั่นใจใช้ยาง SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาในยางหลัง และนั่นทำให้เขาสามารถคว้าชัยและหยุดความคาดหวังของ Razgatlioglu ที่หวังจะได้ชัยชนะในเรซนี้ไป ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของเพื่อนร่วมทีมชาวสเปนของเขา Michael Ruben Rinaldi จากการแข่งขัน WorldSBK สนามนี้เผยให้เห็นว่ายาง SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาที่เป็นสูตรใหม่นั้นตอบโจทย์การแข่งขันในสนามนี้ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงยางสูตรนุ่มพิเศษสำหรับรีดเวลาก็ยังคงตอบโจทย์และสามารถทำลายสถิติเวลาได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย นับได้ว่า Pirelli ทำการบ้านออกมาได้ดีสมกับเป็นผู้ซัพพอร์ตยางเพียงรายเดียวให้กับการแข่งขันรายการนี้ และแน่นอนว่าในอนาคตคุณเองก็อาจจะได้ลองใช้ยางที่ใช้ในสนามแข่งระดับโลกเหล่านี้ด้วยก็เป็นได้ Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak คว้าชัยแรกของปี

Toprak คว้าชัยแรกของปี ทว่า Bautista ซิวเพิ่มอีก 2 ที่ Misano ในศึก WSBK  จบกันไปแล้วกับศึกรถโปรดักชันสุดมัน WorldSBK 2022 ที่สนาม Misano ประเทศอิตาลี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าบทความนี้เราก็จะไปสรุปผลการแข่งขันในแต่ละช่วงแต่ละรุ่นกันเช่นเคยครับ ไปลุยกันเลย   สรุปรอบซูเปอร์โพล  WorldSBK  ในรอบควอลิฟายหรือซูเปอร์โพล Ducati ไม่เคยได้ตำแหน่งโพลที่สนาม Misano เลยสักครั้งนับตั้งแต่ปี 2009 แต่ในปีนี้ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กลายเป็นคนที่ทำลายคำสาปนี้ลงพร้อมกับทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’33.328 นาที คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 5 ในชีวิตการเป็นนักแข่งของเขา ออกสตาร์ทเป็นคนแรกในเรซแรกของสนามนี้  นักแข่งชาวสเปนนั้นในทางตรงนั้นเร็วมากจริง ๆ แต่ทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เองก็ไม่ได้เอาแต่ดูเฉย ๆ กดเวลาจนสามารถออกสตาร์ทที่ตำแหน่งกริดที่ 2 และ 3 ได้ตามลำดับ โดยทั้งสามคนต่างก็เลือกใช้ยางหลัง SCQ ขณะที่ทางด้าน Bautista เลือกใช้ยางหน้า SC1 สูตรกำลังพัฒนาช่วยรีดเวลาจนถึงที่สุด  WorldSSP ส่วนทางด้านการแข่งขันรุ่น WorldSSP นักแข่งชาวสวิส Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 3 ติดต่อกันแล้ว และถือเป็นครั้งที่ 7 ในการแข่งขันพิกัดนี้ และยังทำลายสถิติสนามที่ถูกสร้างไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้วด้วยเวลา 1’37.173 นาที ถัดจากเขาลงมาเป็นนักแข่งอิตาลี 4 คนรวด ได้แก่ Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team), Lorenzo Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team), Federico Caricasulo (Althea Racing) และ Yari Montella (Kawasaki Puccetti Racing)  WorldSSP300 หลังจากกดเวลาดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรอบซ้อมอิสระช่วงที่ 2 ของวันศุกร์ นักบิดหนุ่มจากทัสคานี Matteo Vannucci ที่ควบรถแข่ง Yamaha YZF-R3 ภายใต้สังกัด AG Motorsport Italia Yamaha ทำลายสถิติอีกคน กลายเป็นนักแข่งชาวอิตาลีคนแรกในคลาสนนี้ที่สามารถคว้าตำแหน่งโพลในแทร็กบ้านเกิด ส่วนอันดับถัดลงมาเป็นของนักแข่งคาวาซากิสองคนที่ได้ออกสตาร์ทแถวหน้านั่นคือ Victor Steeman (MTM Kawasaki) และ Iñigo Iglesias (SMW Racing)  สรุปการแข่งขันใน RACE 1  WorldSBK Race 1 (อุณหภูมิแทร็ก 53°C / อุณหภูมิอากาศ 26° C)  เป็นสุดสัปดาห์ที่น่าจดจำสำหรับ Álvaro Bautista และดูคาติ หลังจากที่ทำลายสถิติเวลาสนามพร้อมทั้งคว้าตำแหน่งโพลมาได้ นักแข่งชาวสเปนผู้นี้ยังชนะเรซแรกด้วยการเลือกยางที่แตกต่างไปจากนักแข่งส่วนใหญ่ ขณะที่นักแข่งส่วนใหญ่รวมไปถึง Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea เลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรกำลังพัฒนา B0452 แต่เขากลับเลือกยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่รหัส B0453 แทน เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Michael Rinaldi ยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่บนพื้นฐาน SCX ทั้งสองสูตรนั้นมีคอมปาวด์เดียวกันแต่ต่างกันที่โครงสร้าง ขณะที่ยางหน้านั้นก็เลือกต่างกัน โดย Bautista และ Rea ใช้ SC1 สูตรกำลังพัฒนา ขณะที่ Razgatlioglu และ Rinaldi เลือกใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน โดยรวมแล้วนักแข่ง 17 คนจาก 25 คนเลือกใช้ยาง