SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
FUCHS Silkolene สนับสนุนรุ่น SuperBike 1000CC นักแข่งได้อะไร?

FUCHS Silkolene สนับสนุนรุ่น SuperBike 1000CC นักแข่งได้อะไร? FUCHS Silkolene แบรนด์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องชื่อดังจากประเทศเยอรมนี ซึ่งในการแข่งขันรายการ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 ทางแบรนด์ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ โดยเข้ามาสนับสนุนในรุ่นของ ‘คลาสพันซีซี’ โดยใช้ชื่อการแข่งขันในรุ่น ‘FUCHS Silkolene Superbike 1000CC’  แน่นอนว่าการแข่งขันการภายในแทร็คถือเป็นสมรภูมิประลองความเร็ว และสมรรถนะขั้นสูงสุดของโลกสองล้อ ซึ่งนอกจากนักแข่ง รถแข่ง และทีมช่างแล้ว “น้ำมันเครื่อง” ก็คืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการแข่งขันอยู่ไม่น้อย โดยในบทความนี้จะมาเล่าให้ผู้อ่านทุกท่านได้เข้าใจว่าการที่แบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลกเข้ามาร่วมสนับสนุนในหนนี้ ‘เหล่านักแข่ง’ จะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ? ซึ่งการเข้ามาร่วมสนับสนุนของแบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลกนี้ไม่ได้เข้ามาเพียง ‘แปะโลโก้’ แต่มาพร้อมเทคโนโลยีน้ำมันเครื่องสุดพรีเมียมที่จะช่วยให้เหล่านักแข่งสามารถรีดพละกำลังของตัวแข่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น FUCHS Silkolene คือใคร แบรนด์ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องระดับโลกแบรนด์นี้มีจุดกำเนิดจากประเทศเยอรมนี ที่ได้ทำการพัฒนา ผลิต และจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่นชนิดพิเศษ รวมไปถึงน้ำมันเครื่องประสิทธิภาพสูง จากสนามแข่งระดับโลกที่ผลิต วิจัย และพัฒนา เพื่อรถจักรยานยนต์แบบ 100%  แน่นอนว่าในประเทศไทยอาจจะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก แต่ต้องขอบอกเลยว่าในการแข่งขันระดับโลก แบรนด์น้ำมันเครื่องเจ้านี้ยังเข้าร่วมสนับสนุนในรายการต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น MotoGP, World Superbikes, British Superbikes และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งทีม Motocross และ Karting ซึ่งก็ถือว่าครอบคลุมในการแข่งขันชั้นนำทั้งหมด เพราะสนามแข่งคือ Tester ที่ดีที่สุด สำหรับผลิตภัณฑ์แบรนด์น้ำมันเครื่องคุณภาพสูงจากประเทศเยอรมนีแบรนด์นี้ไม่เพียงแค่คิดค้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ของน้ำมันเครื่องแบรนด์นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในห้องแลปเพียงอย่างเดียวแต่ต้องพิสูจน์จริงใน “สนามแข่ง” ที่ทุกอย่างอยู่ภายใต้ความรุนแรงสูงสุด เพราะทุกการแข่งขัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงสนาม ‘ต้องใส่สุด’ เครื่องยนต์ต้องทำงานด้วยรอบสูงอย่างต่อเนื่อง มีแรงบิด และแรงม้ามหาศาล การเร่งความเร็ว การเบรก การเอียงรถเข้าโค้ง ทุกองค์ประกอบล้วนสร้างภาระอย่างหนักให้กับน้ำมันเครื่อง ดังนั้น การเข้าสนับสนุนการแข่งขันนี้จึงเท่ากับการนำสูตรน้ำมันที่ดีที่สุดของทางแบรนด์ลงไปทดสอบในสนามจริง ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวช่วยยืนยันได้ว่าสินค้าที่วางจำหน่ายนั้น “ผ่านสนาม” มาแล้ว ไม่ใช่แค่ผ่านมาตรฐาน ได้เข้าถึงประสิทธิภาพระดับสูงสุดของการแข่งขัน เพราะการแข่งขันการที่ตัวแข่งมีสมรรถนะดีนั้นก็คงไม่พอ แต่ต้อง ‘เสถียร’ ด้วย ซึ่งเหล่านักแข่งภายในงาน SuperBikeMag.com Trackday&Trophy ก็ล้วนแต่เป็นกลุ่มผู้ขับขี่ และนักแข่งที่มีความรู้ เข้าใจในเทคโนโลยีการแข่งขันอยู่ไม่น้อย พร้อมหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตัวแข่งสำหรับใช้ในการแข่งขัน ซึ่งการเข้ามาสนับสนุนในสนามนี้ทำให้ทางแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นนักแข่ง ทีมแข่ง ร้านเซอร์วิส หรือผู้ขับขี่ทั่วไปที่หลงใหลในความแรง เร้าใจ หรือผู้ที่พร้อมรีดกำลังเครื่องยนต์อย่างสูงสุด น้ำมันที่ทนทานต่อความร้อน ไม่เสื่อมในช่วงท้ายเรซ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความเร็วรอบสม่ำเสมอ และป้องกันปัญหาเครื่องยนต์พังในจังหวะสำคัญ ไม่เพียงแค่นำเสนอสิ่งดี ๆ ให้กับเหล่านักแข่ง นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ในฐานะ “พาร์ทเนอร์ด้านสมรรถนะ” ที่ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น “สนามแข่งไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่โฆษณา แต่มันคือพื้นที่ที่แบรนด์ต้องแสดงศักยภาพจริง” สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ใช้งาน สิ่งที่สนามแข่งให้นอกเหนือจากชื่อเสียง และผลลัพธ์ในวันแข่งขัน อีกหนึ่งอย่างที่เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือ “ความเชื่อมั่น” เมื่อน้ำมันเครื่องผ่านสนามที่โหดที่สุด และยังได้รับการเลือกใช้จากนักแข่งระดับแชมป์ ก็เท่ากับเป็นการการันตีคุณภาพจากผู้ใช้งานจริงในสถานการณ์จริง   ผู้บริโภคทั่วไปจึงมั่นใจได้ว่า น้ำมันเครื่องในขวดเดียวกับที่นักแข่งใช้บนแทร็ก ก็พร้อมปกป้องเครื่องยนต์ของคุณในทุกวัน และการที่แบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลกค่ายนี้เข้ามาสนับสนุนรุ่นการแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่มาเพียงแค่การนำเสนอโลโก้ แต่คือการลงสนามร่วมกันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมกับการเข้าถึงกลุ่มที่ต้องการรีดประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่องสูงสุด และสร้างความมั่นใจในแบรนด์อย่างยั่งยืน และที่สำคัญแบรนด์น้ำมันเครื่องสัญชาติเยอรมนีรายนี้จะเข้ามาร่วมสนับสนุนในการแข่งขันรุ่น SuperBike 1000CC ในการแข่งขันรายการ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 ทั้งสามสนาม เตรียมพบกับแบรนด์น้ำมันเครื่องแบรนด์นี้ได้ในสนามที่ 2 ของฤดูกาลวันที่ 8-10 สิงหาคมนี้  สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองหามาใช้ ก็สามารถสอบถาม ได้ที่ห้างร้านต่าง ๆ ใกล้บ้านท่านได้เลย มีหลายเกรด หลายรุ่น พร้อมรีดพละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ของเหล่าไบค์เกอร์อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปโดร อคอสต้า รับ ไม่อยากวาดฝันตัวเองกับ ‘Ducati’

เปโดร อคอสต้า รับ ไม่อยากวาดฝันตัวเองกับ ‘Ducati’ เปโดร อคอสต้า นักบิดดาวรุ่งจากทีมโรงงาน ‘ไร้ส้ม’ Red bull KTM Factory Racing ในศึกการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่าง MotoGP ที่ออกมาเผยว่าเจ้าตัวนั้นไม่อยากที่จะจินตนาการ และวาดฝันว่าตัวเองอยู่บนตัวแข่ง Desmosedici ของค่าย Ducati  เจ้าของแชมป์โลก Moto2 หนึ่งสมัย ที่ในช่วงหลังมานี้มีกระแสข่าวลือเรื่องการย้ายทีมออกมาอย่างหนาหู ซึ่งอาจเป็นเหตุต่อเนื่องมาจากที่ต้นสังกัดของเจ้าตัวมีข่าวปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน ซึ่งถ้าให้พูดถึงความเก่งกาจ หรือความเป็นสุดยอดในกลุ่มผู้นำของแบรนด์ Ducati ก็ต้องขอย้อนไปในการแข่งขันฤดูกาล 2024 ค่ายรถสัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้สามารถเก็บชัยชนะในรอบเรซได้ ‘เกือบ’ จะทุกสนามที่ลงทำการแข่งขัน ซึ่งพลาดท่าให้กับทีม Aprilia ไปในการแข่งขันสนามที่ 3 ของฤดูกาลเพียงเท่านั้น ขณะที่ในปี 2025 หลังผ่านไป 8 สนาม พวกเขาโดนโค่นแชมป์ไปแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ที่ ฝรั่งเศส (โยฮันน์ ซาร์โก้ ชนะด้วย Honda) และ อังกฤษ (มาร์โก เบซเซคคี คว้าชัยให้กับ Aprilia) อย่างไรก็ตาม แม้จะพลาดบางสนาม แต่ Ducati ก็ยังคว้าชัยได้ถึง 6 จาก 8 สนามแรกของปี และยังคงรักษาสถิติชนะ 100% ในการแข่งขัน Sprint Race ถัดมาทางด้านของต้นสังกัดอย่าง Red bull KTM Factory Racing อาจจะยังไม่เข้าใกล้กับตำแหน่งโพเดียมมากนัก ซึ่งผลงานที่ทีมสามารถทำได้ดีที่สุดของปีนี้เกิดขึ้นที่สนามอารากอนในช่วงวันที่ 6-8 มิถุนายนที่ผ่านมา ‘เบบี้ชาร์ค’ สามารถทำผลงานได้ดีที่สุดด้วยการจบอันดับที่ 4 แน่นอนว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปโดร อคอสต้า ก็ถูกสื่อเชื่อมโยงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการไปขี่ให้กับค่าย Ducati “ผมไม่อยากจินตนาการครับ” เมื่อมีกระแสย้ายค่าย ก็พ่วงมาถึงเรื่องของสไตล์การขับขี่ซึ่ง RC16 ของ KTM กับ Desmosedici GP ของ Ducati ก็มีสไตล์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน และการขับขี่ของ ‘เบบี้ชาร์ค’ ที่มีสไตล์การขับขี่ที่ดุดัน มีลูกเล่นในการขับขี่ จะสามารถปรับตัวกับ Ducati ได้หรือไม่หากต้องย้ายจริง “ผมไม่รู้เหมือนกันครับ” “ผมเชื่อว่ามนุษย์ต้องเป็นเหมือนน้ำ — ไม่ว่าจะเทใส่ภาชนะแบบไหน น้ำก็จะเปลี่ยนรูปร่างให้เข้ากับสิ่งนั้นได้” หากมีการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง จุดหมายปลายทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ VR46 Racing Team ซึ่งตอนนี้ฟาบิโอ ดิ จินันอันโตนิโอ มีสัญญาโรงงานอยู่ถึงสิ้นปี 2026 แต่ทางด้านของฟรานโก้ โมบิเดลี มีสัญญาอยู่จนถึงสิ้นปี 2025 นี้เท่านั้น อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
Husqvarna กลับมาแข่ง Moto3 กับทีม Max Racing

Husqvarna กลับมาแข่ง Moto3 นับเป็นข่าวที่น่าจับตามองอย่างมากเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็นภายใต้สังกัดทีมอิสระหรือทีม Satellite ก็ตาม แต่การที่มีแบรนด์รถที่หลากหลายมากขึ้นจะทำให้การแข่งขันมีสีสันมากขึ้นอย่างแน่นอน ล่าสุดทาง Husqvarna ก็ได้ออกมาประกาศว่า Husqvarna จะสนับสนุนทีมอิสระอย่างทีม Max Racing ในการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างศึก FIM World Championship Moto3 หรือ Moto3 ที่เราคุ้นเคย ซึ่งทีม Max Racing นั้นมีเจ้าของทีมก็คือลุงแม็กซ์ หรือ Max Biaggi ที่เรารู้จักกันดีในฐานะอดีตแชมป์โลกหลายรายการ และเคยชนะในการแข่งขันระดับ GP ถึง 42 ครั้งนั่นเอง โดยจะมีผู้จัดการทีมเป็นอดีตนักแข่งชาวเยอรมันผู้มากประสบการณ์อย่าง Peter Öttl มาดูแลทีม และจะมีนักแข่งในสังกัดทีม Max Racing 2 คน ได้แก่ Romano Fenati และ Alonso Lopez โดยใช้รถ Husqvarna FR250 GP ลงแข่งขัน การแข่งขันในคลาส Moto3 เป็นคลาสที่มาแทนการแข่งขันรุ่น 125 ซีซีตั้งแต่ปี 2012 และกำหนดไว้ว่ารถที่ลงแข่งจะต้องเป็นรถสูบเดียวขนาด 250 ซีซี 4 จังหวะ ต่อมาในปี 2014 Husqvarna Motorcycles สามารถจบการแข่งขัน Moto3 ในฤดูกาลนั้นด้วยตำแหน่งบนโพเดียม แล้วจึงถอยออกมาจากการแข่งขันเมื่อจบฤดูกาล 2015 และปี 2020 นี้ Husqvarna ที่มีปูมหลังด้านการแข่งขันมายาวนานก็กำลังจะกลับมาแข่งขันในศึก Moto3 อีกครั้ง เพื่อเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าพร้อมที่จะขยายตัวในตลาดรถขี่ถนนมากขึ้นแล้ว Romano Fenati นักแข่งมีประสบการณ์จบการแข่งขัน Moto3 ในปี 2017 ในตำแหน่งรองแชมป์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักแข่งที่มีฝีมือเพียงพอที่จะทำให้ฤดูกาลต่อไปเป็นฤดูกาลที่ดีได้ ในระหว่างที่ Fenati ลงแข่ง Moto3 เขาสามารถคว้าชัยมาได้ทั้งหมด 11 ครั้ง 24 โพเดียมและ 4 ตำแหน่งโพล ด้าน Alonso Lopez เพิ่งจะอายุได้ 17 ปีและก็กระตือรือร้นกับการแข่งขัน Moto3 โดยปี 2020 จะเป็นปีที่ 3 ของนักแข่งหนุ่มชาวสเปนผู้นี้แล้ว นับตั้งแต่เขาเริ่มลงแข่งในคลาสนี้เมื่อปี 2018 เขาสามารถคว้าลำดับที่ 3 ในรอบ Thai Grand Prix มาได้ ซึ่งแสดงได้ว่าเขามีศักยภาพพอที่จะชิงตำแหน่งหัวแถวมาได้ Husqvarna กลับมาแข่ง Moto3 ครั้งนี้คงเป็นอะไรที่ดีไม่น้อยเลยสำหรับสาวกไบค์เกอร์ทั้งของทางค่าย Husqvarna และสาวกนักบิดที่ชอบชมการแข่งขัน เพราะคงมีอะไรสนุกๆ ให้ดูอีกเยอะเลยละครับ   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สถิติต่างๆ

สถิติต่างๆ ในศึก WorldSBK 2019 คือประเด็นหลักที่เราจะโฟกัสกันในสกู๊ปนี้ครับ โดยข้อมูลตัวเลขต่างๆ ก็มีความน่าสนใจมากน้อยต่างกันไป แต่ก็ทาง WorldSBK ก็รวบรวมมาให้แบบว่าจัดเต็มแบบเนิร์ดๆ แต่คนไม่เนิร์ดก็อ่านเพลินๆ พอให้ได้รู้เป็นความรู้ที่รู้ก็ได้ ไม่ต้องรู้ก็ได้ แต่รู้ไว้หรืออ่านสนุกๆ ก็ไม่ผิดอะไรใช่มั้ยล่ะครับพี่น้อง WorldSBK ในปีนี้เองก็เป็นปีที่หน้าหนังสือประวัติศาสตร์การแข่งขันมีการเขียนขึ้นใหม่อยู่หลายต่อหลายครั้ง จากการที่สถิติต่างๆ ถูกทำลายลง ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะครั้งแรกของนักแข่ง การปะทะกันที่โค้งสุดท้าย กระทั่งแต้มทิ้งห่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้การแข่งขัน WorldSBK ในฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่น่าจดจำมากที่สุดอีกฤดูกาลนึง และยังเป็นสถิติตัวเลขที่น่าสนใจอีกด้วย และอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ศึก World Superbike 2020 ก็กำลังจะระเบิดขึ้นอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะไปจดจ่อกับฤดูกาลหน้า ขอพาย้อนหลังไปดูตัวเลขสถิติต่างๆ กันก่อนดีกว่าครับผม 2777 – ตัวเลขนี้คือ ระยะทาง 2,777 กม.ที่ Jonathan Rea ขี่แข่งไปในปี 2019 เป็นตัวเลขที่มากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ ของนักแข่ง WorldSBK สถิติดีที่สุดเดิมเป็นของลุง Biaggi เคยทำไว้ในปี 2009 ซึ่งเคยแข่งเป็นระยะทางกว่า 2,718 กม.กับรถ Aprilia ของเขาในฤดูกาลที่เขาคัมแบ็กกลับมาอีกครั้ง   800 – WorldSBK แข่งครบ 800 เรซ ตอนที่แข่งขันในรอบ French Round ที่สนาม Circuit de Nevers Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศส การแข่งขันเรซนั้นกลายเป็นหนึ่งในเรซที่ดีที่สุดของฤดูกาลนี้อีกด้วย และในที่สุดเมื่อจบฤดูกาล รายการนี้ก็แข่งไปทั้งหมด 808 เรซแล้ว ช่างยาวนานและก็เลขสวยดีใช่มั้ยล่ะครับ 663 – การคัมแบ็กหรือการพลิกกลับมาอันน่าทึ่งของ Jonathan Rea ด้วยการคว้าตำแหน่ง Tissot Superpole Race ก่อนที่จะทำนักแข่งจากเมือง Ulster ขี่พายุทะลุฟ้าทำคะแนน 663 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่โอกาสที่จะทำ 700 คะแนนนั้นคงต้องไปลุ้นกันต่อในปี 2020   400 – ในการแข่งขันที่รอบ Acerbis Portuguese Round ที่โปรตุเกส การแข่งขัน WorldSBK ก็ได้ดำเนินการแข่งขันมาครบ 400 สนามพอดี ซึ่งเป็นการแข่งขันในช่วงท้ายๆ ฤดูกาลแล้ว จึงเป็นรอบที่ความเข้มข้นของการแข่งขันพุ่งสูงในทุกคลาสที่จัดการแข่งขันอีกด้วย   350 – คือตัวเลขที่ Ducati สามารถคว้าชัยชนะเรซที่ 350 มาได้ที่ Aragon ในการแข่งขันเรซที่ 2 ด้วยฝีมือนักแข่งระดับพระกาฬอย่าง Alvaro Bautista และเมื่อจบฤดูกาล Bautista และ Chaz Davies เพื่อนร่วมทีมของเขาก็ช่วยกันนำพาค่ายรถจากเมือง Bologna คว้าชัยในรายการนี้ไปได้ทั้งหมด 358 ครั้งด้วยกัน 250 – เมื่อฤดูกาล 2019 เริ่มต้นขึ้นไปได้สักระยะและชัยชนะช่วงแรกตกเป็นของ Bautista ไม่นานนัก Jonathan Rea ก็สามารถเริ่มกลับมาคว้าชัยได้ เขาก็สามารถคว้าชัยชนะในกับสหราชอาณาจักรเป็นครั้งที่ 250 ในศึกนี้หลังจากที่เขาคว้าตำแหน่งชัยในเรซซูเปอร์โพลที่ Laguna Seca ได้ และเมื่อจบฤดูกาลเขาก็สามารถพาสหราชอาณาจักรคว้าชัยไปได้ทั้งหมด 259 ครั้ง   146 – Markus Reiterberger ได้กลายเป็นนักแข่งคนที่ 146 ที่ได้ออกสตาร์ทจากแถวหน้าของ WorldSBK โดยเป็นกริดที่ 2 ที่สนาม TT Circuit Assen และการสตาร์ทในแถวแรกครั้งนี้เป็นครั้งเดียวของเขาในศึกนี้ และเป็นครั้งที่สองของ BMW ที่ Assen อย่างไรก็ตามการออกตัวครั้งนี้ถือเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขาในการแข่งขันเลยทีเดียวล่ะครับ   50 – ในระหว่างการแข่งขันที่ Laguna Seca นักแข่งชาวอังกฤษได้ทำสถิติเหมาโพเดียมทั้ง 3 ลำดับได้เป็นครั้งที่ 50 กลายเป็นประเทศแรกที่สามารถทำสถิตินี้ได้ โดยสถิติเหมาโพเดียมด้วยนักแข่งจากชาติเดียวกันนี้ อังกฤษสามารถทำได้ครั้งแรกในการแข่งขันที่ Oschersleben ในเรซที่ 2 เมื่อปี 2003 48 ­– ในการแข่งขัน 48 เรซล่าสุด Jonathan Rea ทำคะแนนได้ในทุกเรซ และทุกเรซเขาจะรั้งอยู่ใน 5 อันดับแรกเสมอ นี่เป็นสถิติใหม่ตลอดกาลของ

Jonathan Rea คว้าชัยครั้งที่ 16 สำหรับการแข่ง WSBK ฤดูกาลปี 2019

Jonathan Rea ได้คว้าชัยไปเป็นครั้งที่ 16 สำหรับการแข่งขัน WSBK ฤดูกาลปี 2019 ที่ Qatar และหลังจากนี้เขาจะแข่งกับคู่แข่งอย่าง Alvaro Bautista เพื่อท้าชิงตำแหน่งนักบิดที่ได้รับชัยชนะมากที่สุด นักบิดแห่งทีม Kawasaki ยังคงทำคะแนนเหนือคนอื่นๆ ในช่วงครึ่งหลังของ การแข่งขัน WSBK ฤดูกาลปี 2019 นี้ ส่วนทาง Alvaro Bautista นั้นก็ยังคงทำคะแนนตามมาติดๆ ด้วยอันดับที่สอง และในตอนนี้นั้นทาง Jonathan Rea เองก็มีคะแนนเก็บอยู่ด้วยกันถึง 663 คะแนน ส่วนทางด้าน Alvaro Bautista เองนั้นก็มีคะแนนเป็นอันดับสองที่ 498 คะแนน ตามมาด้วย Alex Lowes ที่มีคะแนน สะสมเป็นอันดับ 3 ที่ 341 คะแนน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี่ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี่

Jonathan Rea แห่ง KRT คว้าแชมป์ WSBK 5 สมัยซ้อน

นักแข่งชาวไอร์แลนด์อย่าง Jonathan Rea แห่งทีม Kawasaki Racing Team หรือ KRT ได้คว้าแชมป์ WSBK 5 สมัยซ้อนหลังจากคว้าชัยชนะไปใน Race 2 ที่สนาม Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้การคว้าแชมป์ WSBK สมัยที่ 5 ของ Jonathan Rea ในครั้งนี้นั้นถือได้ว่าเป็นการสร้างสถิติใหม่ในรายการ WSBK เลยก็ว่าได้ครับ โดยเขานั้นสามารถคว้าแชมป์ในรายการ WSBK ด้วยจำนวนครั้งที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการนี้เลยก็ว่าได้ และยังสามารถแซงหน้า Carl Fogarty อดีตแชมป์ WSBK 4 สมัยแห่ง Ducati ได้อีกด้วย โดยในการแข่งทั้งหมด 273 สนามของเขาตั้งแต่แข่งมานั้น Rea สามารถคว้าโพเดี่ยมไปได้ 161 โพเดี่ยม 22 โพล และชนะมาได้ถึง 82 ครั้งกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับค่ายยักษ์เขียว Kawasaki จริงๆ เนื่องจากเป็นครั้งแรกเลยที่ทีมโรงงานสามารถคว้าชัยชนะไปได้ 5 สมัยติดต่อกันแบนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ประวัติทีมอาพริเลีย (Aprilia)

อุดมการณ์ “ถ้าคุณรักในการขับขี่รถมอเตอร์ไซต์ของคุณ สัมผัสถึงลมที่ผัดผ่านไปตามแฟริ่ง(ตัวรถ) และมองดูโลกผ่านกระจกหมวกกันน็อค เราเข้าใจ เรารู้สึกเช่นเดียวกันตั้งแต่เสียงเครื่องคํารามในครั้งแรก” #be a racer ทีมแข่งรถมอเตอร์ไซค์อาพริเลีย ทีมอาพริเลียเป็นหนึ่งในทีมแข่งรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับชัยชนะมากมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งรถ มอเตอร์ไซค์ ทีมอาพริเลียชนะการแข่งขันระดับโลกถึง54รายการ ตั้งแต่เริ่มมีการแข่งขัน อาพริเลียได้รับชัยชนะ ในการแข่งขันตั้งแต่ปี 1992 จนถึงปัจจุบันซึ่งประสบความสําเร็จ ถึง28ครั้ง และตั้งแต่ปี 2015ผู้ผลิตจากโนอาเล(Noale) ได้เข้าร่วมกับพิอาจิโอกรุ๊ปในปี 2005 รายชื่อรางวัลที่สิงห์นักบิดอาพริเลียคว้ามาได้มีดังนี้ –  38 รายการจากการแข่งขันมอเตอร์ไซค์กรังด์ปรีซ์ (20ครั้งในการแข่งขันรายการ 125ซี ซี และ 18 ครั้ง ในการแข่งขันรายการ 250 ซีซี) –  7 รายการจากเวิร์ลซูเปอร์ไบค์ (Rider and Manufacturer ในปี 2010, Rider and Manufacturer ใน ปี 2012, Manufacturer ในปี 2013 และ Rider and Manufacturer ในปี 2014) –  9 รายการจากการแข่งขัน Off-Road Disciplines (7 รายการจากมอเตอร์ไซค์วิบาก (Supermoto) และ 2 รายการจากแข่งขันเทรล (Trial) และการแข่งขันจักรยานยนต์ ทางไกล ทีมอาพริเลีย ชนะในรายการการแข่งขันมอเตอร์ไซค์กรังด์ปรีซ์ ถึง294 ครั้งและชนะ 52 ครั้งในการแข่งรายการ ซูเปอร์ไบค์ (ขึ้นแท่นรับรางวัลถึง121ครั้ง) เรื่องราวชัยชนะของอาพริเลียนั้นได้ รวมไปถึงชัยชนะปีที่แล้ว ที่ลงแข่งด้วยมอเตอร์ไซค์รุ่น RSV4-RFซึ่งขับขี่โดยโดซาวาโดรี่ (Savadori)ในรายการแข่งขันซูเปอร์สตอร์ก1000ชิงถ้วย รางวัลจากสมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (Superstock1000FIMCup) เหนื่อสิ่งอื่นใด ทีมนักบิดอาพริเลีย ถือได้ว่าเป็นตัวแทนในการแสดงออกถึงต้นกําเนิดของทีมดังคําจํากัดความว่า “อาพริเลียเป็นเบ้าหลอมของทักษะและความสามารถที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ ”พิสูจน์ด้วยนักแข่งทุกคนที่ได้สร้างชื่อให้กับประวัติศาสตร์การแข่งรถมอเตอร์ไซค์ในไม่ กี่ทศวรรษที่ ผ่านมาด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่ผลิตโดยโนอาเล และนอกเหนือจากชัยชนะที่น่าจดจํา คือเหล่าบรรดานักแข่งมากมายทั้ง แม็กบิแอ๊คจิ (MaxBiaggi) ผู้ที่ชนะรายการระดับโลกถึง 3 ครั้ง ในการแข่งระดับ 250 ซีซี  ให้กับ ทีมอาพริเลีย ในปี 1994 ถึง 1996 ,โลลิส คาปิ ลอสซี่ (Loris Capirossi) ชนะรายการระดับโลก รุ่น 250 ซีซี ให้กับ อาพริเลีย ในปี 1998, วาเลนติ โน รอสซี่(Valentino Rossi) ชนะรายการระดับโลกรุ่น 125 ซีซี ในปี 1997 และรุ่น 250 ซีซี ในปี 1999, ฆอร์ เก โรเลนโซ (Jorge Lorenzo) ชนะรายการระดับโลก รุ่น 250 ซีซี ในปี 2006 และปี 2007, เคซี1 สโตเนอร์ (Casey Stoner) ชนะที่ 2 ในรุ่น 250 ซีซี ในปี 2005 และที่ไม่ได้กล่าวถึงคือ มานูเอลพ๊อกจาลี่ (Manuel Poggiali), มาโก้ ซิมอนเซลี่ (Marco Simoncelli), อัลวาโร บัลทิสต้า (Alvaro Bautista) และ คาซุโตะ ซาคาตะ (Kazuto Sakata) เกรซินี เรซซิ่ง (Gresini Racing) บริหารงานโดยฟาอุสโต เกรซินี แชมป์โลกคลาส 125 ซีซี 2 สมัย เกรซินี เรซซิ่งโลดแล่นอยู่ในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์รถจักรยานยนต์ตั้งแต่ปี 1997 เถลิงความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มากมาย นอกเหนือจากการคว้าแชมป์ 4 รายการโดย ไดจิโระ คาโตะ (250

ยืนยันแล้ว!! Alvaro Bautista เข้าร่วมกับ Honda ใน WSBK 2020

จากที่ก่อนหน้านี้เราได้เคยรายงานข่าวไปว่าทาง Alvaro Bautista นั้น เตรียมย้ายไปอยู่กับทาง HRC ในศึกการแข่งขัน WSBK 2020 นั้นล่าสุดได้มีการยืนยันออกมาแล้วว่าทาง Bautista นั้นจะเข้าร่วมกับทาง Honda และจะมาบิด CBR1000 RR รุ่นใหม่ปี 2020 ที่จะพร้อมเผยโฉมให้ทางเราได้เห็นกันในปลายปีนี้อีกด้วยครับ ประธานของทาง Honda Racing Corporation หรือ HRC คุณ Yoshishige Nomura กล่าวว่า “เราดีใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับ Alvaro Bautista เข้ามาร่วมกับเราในโปรเจกการแข่งขัน WSBK ในปีหน้า” “Alvaro นั้นเป็นนักบิดที่รวดเร็วและมากไปด้วยประสบการณ์ เขาได้โชว์ให้เราในการแข่งขัน รายการ MotoGP และ WSBK ฤดูกาลแรก ทางเรามั่นใจว่าตัวเขานั้นจะมีส่วนสำคัญในการเติบโตและพัฒนาโครงการของทางเราในรายการแข่งขัน WSBK ที่ทั้งน่าตื่นเต้นและท้าทาย” เราคงต้องมารอดูไปด้วยกันแล้วละครับว่าทาง Alvaro Bautista จะทำผลงานออกมาได้ดีแค่ไหนในการหันมาขับขี่ Honda ในรายการ WSBK ปีหน้า อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่

Guy Martin สร้างสถิติความเร็วใหม่ในสหราชอาณาจักร

Guy Martin ได้สร้างสถิติความเร็วใหม่ในสหราชอาณาจักรด้วยความเร็ว 270.965 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือประมาณ 436 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและในตอนนี้เขาก็ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 300 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยการทำสถิติในครั้งนี้นั้นถูกทำด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่เตรียมมาเป็นพิเศษอย่าง Suzuki Hayabusa ที่มีแรงม้ามากถึง 830 bhp! และเหตุการณ์นี้นั้นได้เกิดขึ้นที่งาน Straightliners ที่ Elvington ที่อยู่ใกล้กับเมือง York ในประเทศอังกฤษซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา และรถสุดพิเศษที่ Guy Martin ใช้ก็ได้ถูกปรับแต่งโดย Jarrod Jack Frost ซึ่งเป็นผู้ร่วมทำรถให้ Guy มานานแล้วแถมยังเป็นคนชอบความเร็วอีกด้วย อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Marquez บอก Quartararo มีแววในการท้าชิงตำแหน่งของเขาใน ศึก MotoGP ฤดูกาลปี 2020

ผู้ชนะการแข่งขัน San Marino GP อย่าง Marc Marquez ได้ออกมาบอกว่า Quartararo ได้พิสูจน์แล้วที่ Misano ว่าเขามีศักยภาพและความสามารถในการที่จะมาท้าสู้ชิงตำแหน่งแชมป์กับเขาในศึก MotoGP ในฤดูกาลปี 2020 Quartararo นั้นเพิ่งได้เข้าสู่วงการ MotoGP ในช่วงต้นปีนี้กับทีมใหม่อย่าง Petronas Yamaha SRT แต่ก็สามารถที่จะได้ตำแหน่ง โพลไปแล้วถึง 3 ครั้ง แถมยังได้ขึ้นไปยืนบนโพเดี่ยมอีกถึง 4 ครั้งด้วยกัน โดยเขาได้นำเด็กระเบิด Marc Marquez อยู่หลายรอบเลยก่อนที่จะพลาดท่าและถูก Marc แซงไปได้อย่างง่ายดายในที่สุดหลังจากที่ Marc นั้นขับตามกดดัน Quartararo มาอย่างติดๆ และแม้ว่า Quartararo นั้นจะถูก Marquez แซงไปในที่สุดแต่ทว่าภายหลังการแข่งขันนั้นทาง Marc Marquez ก็ได้กล่าวชม Quartararo ว่าเขานั้นเป็น “ผู้ชนะที่แท้จริง” “Fabio ได้โชว์ให้เราได้เห็นกันแล้วว่าเขามีศักยภาพ ความสามารถ รถ และทีมที่จะพาเขาไปสู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ในปีหน้า” “และผมเชื่อว่าตัวเขานั้นจะเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามจากนี้ไปจนจบฤดูกาลนี้และสักวันนึงเขาจะสามารถเอาชนะการแข่งได้จริงๆ” “เราจะพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนี้แต่ผมขอทำนายเอาไว้เลยว่าการแข่งขันในปีหน้านี้เขาจะเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามอย่างแน่นอน” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

หรือว่าเราจะได้เห็นเจ้า Ducati Corse ในรายการแข่งขัน Suzuka 8-Hours

เนื่องจากว่าในที่สุดทาง Ducati นั้นก็ได้มาพร้อมกับรถขนาดไม่เกิน 1,000 CC เสียทีทำให้ทาง ดูคาติ สามารถที่จะส่งรถ Superbike ของตนเข้าลงแข่งขันในรายการประเภท Endurance ได้และรายการที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่นั้นก็คือรายการ ที่มีชื่อว่า Suzuka 8-Hours นั้นเองครับ และแม้ว่าเราจะได้เห็นเจ้า Ducati Panigale V4 R ไปแล้วในการแข่งขัน Suzuka ในปีนี้แต่แน่นอนว่าสิ่งท่เรากำลังหมายถึงอยู่ในตอนนี้กคือการเข้าร่วมการแข่งขันแบบ Full-Factory อย่างจริงจังจากทางทีมงาน Ducati Corse นั้นเองครับ จากการที่ Paolo Ciabatti ได้คุยกับทาง GPOne นั้นเขาไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้แต่อย่างใดเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่เขาบอกเพียงว่า “ยัง” ซึ่งหมายความว่าเรายังพอมีความหวังสำหรับแฟนๆ ที่จะได้เห็นทาง Ducati Corse ลงแข่งในรายการ Suzuka 8-Hours ในอนาคตครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

สรุปผลรอบซ้อม FP1 และ FP2 WSBK 2019 สนาม Portimao

Jonathan Rea แห่งทีม Kawasaki ทำเวลาได้ดีที่สุดในรอบซ้อม FP1 ในรายการแข่งขัน WSBK สนามที่ 10 ของฤดูกาล โดยในคราวนี้ Rea ได้ทำเวลาเฉือนคู่แข่งอย่าง Alvaro Bautista แห่ง Ducati ไปได้ในช่วงเวลาเสี้ยววินาที อย่างไรก็ตามในรอบ FP2 นั้นทาง Bautista ก็ได้ออกมานำ Rea ได้ ด้วยเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเช่นกัน อย่างไรก็ดีในตอนนี้หากเราดูคะแนนสะสมรวมแล้วนั้นทาง Rea ยังมีคะแนนนำโด่งคนอื่นๆ อยู่อีกเยอะเลยทีเดียว โดย Rea มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 433 ตามมาด้วย Bautista ซึ่งมีคะแนนสะสมที่ 352 ทำให้ Rea นำ Bautista อยู่ถึง 81 คะแนนด้วยกัน อย่างไรก็ดีเราต้องมารอลุ้นดูกันต่อไปว่าผลการแข่งขันในรอบ FP3 นั้นจะเป็นเช่นไร อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

“มิกซ์” ฟอร์มฮอตนำม้วนเดียวจบ “ ศึกอคาเดมี่ สนาม 5

เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี่ บันไดขั้นแรกในโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” สร้างนักบิดไทยสู่เป้าหมายระดับเวิลด์คลาส “โมโต จีพี” ด้วยรถแข่งโรดเรซเซอร์ Honda NSF100 ที่ผลิตมาสำหรับการการแข่งขันทางเรียบโดยเฉพาะ และฝึกขับขี่ในสนามแข่งแบบเซอร์กิต โดย บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ในฤดูกาล 2019 ซึ่งเป็นปีที่สอง ด้วยการนำรูปแบบการฝึกอบรมตามหลักสูตรจาก HRC มาใช้ฝึกนักบิดไทยระดับเยาวชนอายุระหว่าง 9 -14 ปี สนามที่ 5 จัดขึ้นที่มอเตอร์สปอร์ตปาร์ค กรุงเทพมหานคร โดยครั้งนี้น้องมิกซ์-ธนัช ละอองปลิว เยาวชนจากอำเภอโปร่งน้ำร้อน จันทบุรี หมายเลข5 เค้นฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง ตั้งแต่รอบจับเวลาหาตำแหน่งสตาร์ทหรือรอบควอลิฟายในช่วงสายของวันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน 2562 คว้ากริดสตาร์ทโพลด้วยเวลาต่อรอบ 00:40.963 วินาที ก่อนที่มิกซ์จะโชว์ทักษะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่หนึ่ง ตามมาด้วย โป้ป-วาติกันต์ สุขคุ้ม หมายเลข15 และ โฟกัส-ธีรไนย ทับทิม หมายเลข 4 สำหรับตารางคะแนนแชมเปี้ยนชิพหลังจบการแข่งขันสนามที่5 ปรากฎว่าโป้ป-วาติกันต์ สุขคุ้ม หมายเลข5 ทำแต้มสะสมขยับขึ้นมายึดหัวตารางคู่กับข้าวกล้อง-จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข7 ที่สนามนี้จบเรซในตำแหน่งที่5 โดยทั้งคู่มี่ 84 แต้มเท่ากัน ส่วนมิกซ์ที่คว้าชัยสนามนี้มี 60 คะแนน อยู่อันดับที่4 ของตาราง ตามหลังโฟกัสอันดับ3 เพียง 4 คะแนน ซึ่งผู้ที่มีคะแนนสะสมตลอดฤดูกาลทุกสนามในอันดับที่ 1 – 3 จะได้รับโอกาสก้าวสู่บันไดขั้นที่สองของเรซ ทู เดอะ ดรีม คือ ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเล้นท์ คัพ 2020 โดยอัตโนมัติ และโปรแกรม เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี่ สนามที่6 จะไปจัดที่สนามไทยแลนด์ เซอร์กิต จังหวัดนครปฐม ในวันที่  14 – 15 กันยายน 2562 อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Marc Marquez ส่งคำท้านักแข่ง Formula 1 Lewis Hamilton!!

นักแข่ง MotoGP ที่เก่งที่สุดในตอนนี้จากทีม Repsol Honda อย่าง Marc Marquez ได้ส่งคำท้าแก่ นักแข่ง Formula 1 ที่เก่งที่สุดแห่งทีม Mercedes-AMG Petronas Motorsport อย่าง Lewis Hamilton ให้มาแข่งกันแบบ หนึ่งต่อหนึ่งในการแข่งทั้งบนมอเตอร์ไซค์ที่เขาถนัดและบน Formula 1 ที่อีกฝ่ายถนัด โดยจะเริ่มจากการให้ทั้งคู่แข่งกันด้วยการขับ Formula 1 ก่อนแล้วจึงไปแข่งกันบนมอเตอร์ไซค์ในแบบที่ Marquez ถนัด โดย Hamilton เองก็ดูเหมือนจะสนใจที่จะรับในคำท้านี้ด้วยเช่นกัน หรือว่าเราจะได้เห็นการแข่งขันกันระหว่างแชมป์ MotoGP 5 สมัยกับ แชมป์ Formula 1 5 สมัย โดยทั้งคู่เป็นคนที่มีคะแนนนำโด่งคนอื่นๆ ในการแข่งขันและมีโอกาสสูงที่จะได้เป็นแชมป์ในสมัยที่ 6 อีกด้วย หากทั้งสองแข่งกันจริงๆ เพื่อนๆ คิดว่าใครจะชนะครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวบน Facebook คลิกที่นี้ 

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
  • All Posts
  • MOTOGP
เอียนโนเน วิจารณ์ยับ มาร์ค มาร์เกซ ห่างชั้น วาเลนติโน รอสซี่

อันเดรีย เอียนโนเน เปิดใจวิจารณ์ มาร์ค มาร์เกซ ชี้ชัดมีดีแค่ความเร็วแต่ขาดเสน่ห์ดึงดูดใจมหาชนแบบที่ วาเลนติโน รอสซี สามารถทำได้

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
Bimota 2025 ประกาศลุยศึก WorldSBK ในฤดูกาลหน้า

Bimota 2025 ประกาศลุยศึก WorldSBK ในฤดูกาลหน้า นับเป็นข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ในวงการมอเตอร์สปอร์ต สำหรับค่ายรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาลีอย่าง Bimota ประกาศคัมแบคสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตอีกครั้งในศึก Motul FIM Superbike World Championship (WorldSBK) ฤดูกาล 2025 ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ นอกจากจะเข้ามาสร้างสีสันความมันส์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตแล้ว ก็ถือเป็นการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ใหม่จากฝั่งญี่ปุ่นอย่าง คาวาซากิ โดยใช้ชื่อทีมแข่ง Bimota by Kawasaki Racing Team สำหรับรถแข่งจะพัฒนาร่วมกันทั้งสองค่าย โดย Bimota จะดูในส่วนของพาร์ทของแชสซี ชิ้นส่วนและของตกแต่งภายนอก ส่วนทางคาวาซากิดูในเรื่องของเครื่องยนต์และระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งรุ่นที่จะใช้ลงการแข่งขันในฤดูกาลหน้า จะใช้บล็อกเครื่องยนต์ของ Ninja ZX-10RR นั่นเอง  หากใครเป็นแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตคงจะรู้ดีว่าทางค่ายนั้นเคยประสบความสำเร็จในเวทีระดับโลกมากมาย ทั้งชัยชนะในการแข่งขันชิงแชมป์โลกเมื่อปี 1980 ในรุ่น 350 ซีซี กับนักบิดอย่าง Jon Ekerold พร้อมโมเดลตำนานสองสูบสองจังหวะอย่าง Bimota YB3  ในปี 1987 กับตำแหน่งแชมป์ในรายการ TT Formula 1 โดยนักบิดระดับตำนานอย่าง Virginio Ferrari บนรถ YB4R อีกทั้งยังคว้าชัยชนะในการแข่งขันไม่ต่ำกว่า  7 รายการใน WorldSBK เมื่อปี 1988 จากนักแข่งที่สร้างผลงานให้กับทางค่ายทั้ง Davide Tardozzi และ Stephane Mertens หรือแม้กระทั่งในปี 2000 กับความสำเร็จครั้งใหญ่ด้วยการคว้าโพเดียมในสนาม ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ด้วยนักบิดผู้ที่ล่วงลับไปแล้วอย่าง Anthony Gobert (SB8R)  คุณ Hiroshi Ito ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ คาวาซากิ มอเตอร์กล่าวว่า “Bimota มีชื่อเสียงในการออกแบบและผลิตรถจักรยานยนต์ สำหรับส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของเราในการพัฒนาแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกนี้ เราเชื่อว่าการแข่งขันจะเป็นก้าวที่สำคัญในการพัฒนาโมเดลใหม่ ๆ และสร้างชื่อเสียงของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานใน WorldSBK เหมือนเช่นเคย และหวังว่าโปรเจ็กต์ใหม่ของเราจะสร้างความพอใจให้กับเหล่าสาวกทั้ง Bimota และ Kawasaki” คุณ Pierlugi Marconi Coo Bimota กล่าวว่า “เราได้รับการซัพพอร์ตทั้งในด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและธุรกิจจากทาง Kawasaki ทำให้ Bimota กลับมามีพื้นที่ในสื่อและกลุ่มลูกค้าที่เหนียวแน่นอีกครั้ง ตอนนี้ถึงเวลาก้าวไปอีกขั้น Bimota มีทีมแข่งขันใน WorldSBK พร้อมทั้งควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และขยายเครือข่ายดีลเลอร์ในยุโรปและทั่วโลก ด้วยประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ของผู้เชี่ยวชาญทีม Kawasaki Racing Team บวกกับการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างเต็มที่จากคาวาซากิ มอเตอร์ในญี่ปุ่น ทำให้เราเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและ Bimota by Kawasaki Racing Team จะสร้างรากฐานเรื่องราวบทต่อไปของ Bimota อย่างแน่นอน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli Dutch Round ศึกไม่คาดฝัน..อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้

Pirelli Dutch Round ศึกไม่คาดฝัน..อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ จบการแข่งขันไปแล้วสำหรับศึก Pirelli Dutch Round ใน WorldSBK 2024 ที่แอซเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คน ที่ได้รับชมการแข่งครั้งนี้ คงลุ้นระทึกจนถึงวินาทีสุดท้ายกันเลยทีเดียว และครั้งนี้ก็นับได้ว่าสนุก มันส์ ครบทุกรสชาติ รวมถึงชัยชนะครั้งนี้ก็เป็นที่คาดเดาได้ยากสำหรับแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตเลยไม่น้อย Race 1 อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ สำหรับในช่วง Race 1 ชัยชนะตกเป็นของนักบิดหน้าใหม่อย่าง Nicholas Spinelli สังกัดทีม Barni Racing ซึ่งเจ้าตัวนั้นได้มาขี่แทน Danilo Petrucci ที่บาดเจ็บหนักจากการซ้อมรถวิบากในช่วงวีคก่อนการแข่งขัน และแน่นอนว่าได้ทำการเดบิวต์ตัวเองเป็นที่เรียบร้อย จากการเก็บชัยชนะไปได้ใน Race 1 แซงเจ้าของโพล โพลซิชัน รวมไปถึงแชมป์โลกทั้งสองคน ซึ่งในช่วงออกสตาร์ทอยู่ ๆ ฝนตก ทำให้เขาออกตัวแซงคู่แข่งทิ้งห่างนำโด่งถึง 25 วินาที (เลือกใช้ยางได้เหมาะเจาะ) บวกกับเหตุการณ์รถแข่งของ Locatelli นั้นเครื่องยนต์เกิดปัญหา น้ำมันเครื่องกระจายเป็นทางยาว จนเจ้าหน้าที่ในสนามประเมินแล้วว่า ถ้าแข่งต่อ..ไม่เวิร์คแน่นอน จึงยุติการแข่งขันซึ่งทำให้เจ้าตัวนั้นเก็บชัยใน Race 1 ไปแบบชิว ๆ ถือว่ามาพร้อมดวงจริง ๆ ส่วนอันดับที่ 2 และ 3 ตกเป็นของแชมป์โลกทั้งสองคนอย่าง โทปรัค และ เบาติสต้า สรุปผลการแข่งขันรอบ Race 1 1 Nicholas Spinelli (Barni Spark Racing Team) 2. Toprak Razgatlioglu (ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team) +1.979s 3. Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) +2.089s Superpole Race ต่อด้วยรอบ Superpole Race ออกสตาร์ทนำโดย Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) น้องใหม่ฝีมือไม่ธรรมดาโดยบิดทิ้งห่างนำคู่แข่งเกือบ 3 วินาทีในช่วงแรก ขณะที่แชมป์โลกอย่างเบาติสต้า เกิดพลาดท่าร่วงตกลงมาอยู่อันดับ 8 ส่วนโทปรัค ก็หนีไม่พ้นพลาดท่าเช่นเดียวกัน ตกจากอันดับ 2 มาอยู่ที่ 4 ทำให้เจ้าตัวต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น โดยในสิบรอบหลังของซูเปอร์โพลเรซ เบาติสต้ากลับโชว์ความเก๋า บิดไล่แซงคู่แข่ง ตีตื้นขึ้นมาเป็นอันดับสอง ก่อนผงาดขึ้นแซงทีมเมทน้องใหม่ในแล็ปสุดท้าย และวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้อย่างสวยงาม สรุปผลการแข่งขันรอบ Superpole Race 1. Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) 2. Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) +2.686 3. Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) +7.403 Race 2 สำหรับโพล โพลซิชัน ในครั้งนี้ตกเป็นของเบาติสต้า บิดสตาร์ทขึ้นนำคู่แข่งยาว ๆ ซึ่งผ่านไปครึ่งรอบแรกในช่วง Race 2 เกิดฝนตกหนักจนต้องสะบัดธงแดงในระหว่างการแข่งขัน ขณะที่ราซกัตลิโอกลูอาศัยจังหวะดังกล่าวในการพยายามตีตื้น แต่เบาติสต้าก็ขึ้นนำอีกครั้ง ก่อนที่ Remy Gardner (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Andrea Locatelli (Pata Prometeon Yamaha) ไล่บี้ตีเสมอจนสำเร็จ อย่างไรก็ตามนักบิดชาวตุรกียังคงขึ้นนำคู่แข่งภายใต้ความกดดันในช่วงหกรอบสุดท้ายก่อนปิดฉากการแข่งขันด้วยการเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ต่อด้วยนักบิดแชมป์โลกชาวสเปนที่ไล่บี้ตามมาติด ๆ ไม่ถึงวินาที (+0.625) และอันดับที่ 3 เป็นของ Remy

No Posts Found!