SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Pedro Acosta เผยพลาดแต้มสำคัญ เพราะล้มบ่อยไป Pedro Acosta นักบิดไฟแรงจากทีม Red Bull GASGAS Tech3 กับการแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาลนี้ (ฤดูกาล 2024) ที่แม้จะเป็นฤดูกาลแรกของเขา แต่ก็สามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พาต้นสังกัดอยู่ในอันดับ 5 ของตารางคะแนน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันสนามสุดท้ายในบาร์เซโลนา อีกทั้งในฤดูกาลหน้าก็ได้ขยับไปเป็นตัวขี่ให้กับทีมโรงงานอย่าง KTM Factory Racing คู่กับทีมเมทอย่าง Brad Binder เป็นที่เรียบร้อย แม้พลาดบ่อยแต่ยังติด Top 5 อีกหนึ่งความน่าอัศจรรย์ของอคอสต้า ถึงแม้ว่าในการแข่งขันฤดูกาลนี้เขาจะพลาดล้มบ่อย จะด้วยตัวเอง หรืออุบัติเหตุ หรือจบการแข่งขันต่ำกว่าอันดับ 5 แต่เขาก็ยังสามารถพาตัวเอง และต้นสังกัดทะยานมาอยู่ใน Top 5 ของตารางคะแนนตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้าแข่งขัน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวก็มีอาการไม่พอใจเล็ก ๆ ที่ตัวเขานั้น ‘ล้มบ่อยเกินไป’ ทำให้เสียคะแนนสำคัญไปในหลาย ๆ สนาม แต่ในอีกมุมที่ถึงแม้จะล้มบ่อยแต่ก็ยังคงพอใจฟอร์มของตัวเองที่สามารถรักษาอันดับในตารางคะแนนได้ “มันเหลือเชื่อมากที่ผมยังอยู่ในอันดับที่ 5 หลังจากความผิดพลาดทั้งหมดในฤดูกาลนี้” พร้อมระบุว่าการจบฤดูกาลด้วยความรู้สึกดี และผลการแข่งขันที่น่าพอใจนั้นสำคัญกว่า อคอสต้าได้แสดงฝีมือโดดเด่นสุดเร้าใจในหลายสนามของฤดูกาลนี้ แต่เขาเองก็ยอมรับว่าได้พลาดโอกาสที่คว้าคะแนนสำคัญในบางครั้ง เขาได้ลองปรับแต่งบางอย่างกับรถ และยังคงทำผลงานได้ดีจนติดท็อปไฟว์ในหลายสนาม อคอสต้ายังกล่าวเสริมเกี่ยวกับความรู้สึกในการแข่งขันว่า “ผมมีความสุขที่ได้แข่งในรอบสุดท้ายเพื่อต่อสู้ในอันดับท็อป 5 ในของการแข่งขัน เรามีความสุขกับผลงานในตอนนี้ แต่ก็ยังต้องพัฒนาอีก ผมตื่นเต้นที่จะจบฤดูกาลนี้ด้วยอันดับที่ดีที่สุด” ตารางอันดับที่ Pedro Acosta สามารถทำได้ใน MotoGP ลำดับ สนามที่ทำการแข่งขัน อันดับที่ทำได้ 1 Lusail International Circuit ประเทศกาตาร์ อันดับ 9 2 Autódromo Internacional do Algarve ประเทศโปรตุเกส อันดับ 3 3 Circuit Of The Americas ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับ 2 4 Circuito de Jerez – Ángel Nieto ประเทศสเปน อันดับ 10 5 Le Mans ประเทศฝรั่งเศส Not Classified 6 Circuit de Barcelona-Catalunya ประเทศสเปน อันดับ 13 7 Autodromo Internazionale del Mugello ประเทศอิตาลี อันดับ 5 8 TT Circuit Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ Not Classified 9 Sachsenring ประเทศเยอรมนี อันดับ 7 10 Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษ อันดับ 9 11 Red Bull Ring – Spielberg ประเทศออสเตรีย อันดับ 13 12 MotorLand Aragón ประเทศสเปน อันดับ 3 13 Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี อันดับ 17 14 Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี Not Classified 15 Pertamina Mandalika Circuit ประเทศอินโดนีเซีย อันดับ 2 16 Mobility Resort Motegi ประเทศญี่ปุ่น Not Classified 17 Phillip Island ประเทศออสเตรเลีย Not

Casey Stoner เผยว่าการแข่ง MotoGP ปัจจุบัน ‘ง่ายเกินไป’ Casey Stoner อดีตนักแข่ง MotoGP สัญชาติออสเตรเลียได้ออกมาวิจารณ์เกี่ยวกับการแข่งขัน MotoGP ว่า ‘ง่ายเกินไป’ เพราะในปัจจุบันมีการแข่งขันรอบ Sprint Race เป็นตัวช่วยในการเก็บคะแนน Casey Stoner คือใคร อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบสัญชาติออสเตรเลียที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน MotoGP สามารถ เริ่มเส้นทางการแข่งขันในปี 2006 กับทีม Honda (LCR Honda) โดยในส่วนของความสำเร็จเจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์โลกได้สองสมัยในปี 2007 กับทีม Ducati และปี 2011 กับทีม Honda (Repsol Honda) ก่อนที่ในปี 2012 เจ้าตัวตัดสินประกาศแขวนหมวกหลังจบฤดูกาล โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่าต้องการให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นและรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจจากการแข่งขัน Sprint Race คืออะไร เดิมทีการแข่งขัน MotoGP จะมีแค่การแข่งขันในรอบของ Qualify หรือการจัดลำดับการออกสตาร์ท และการแข่งขันแบบ Main Race หรือการแข่งขันหลัก ถัดมาในฤดูกาล 2023 MotoGP ได้นำการแข่ง Sprint Race เพิ่มเข้ามาในการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันนี้เป็นการแข่งเพียงครึ่งเดียวของการแข่งขันปกติ เช่น ถ้าสมมติว่าสนามนั้น การแข่งขันในเรซปกติแข่งทั้งหมด 20 แล็ป สปรินท์เรซก็จะเหลือแค่ 10 แล็ปเท่านั้น ในส่วนของคะแนนก็จะลดลงเช่นกัน โดยอันดับที่ 1 ก็จะได้ 12 คะแนน อันดับ 2 ได้ 9 คะแนน อันดับ 3 ได้ 7 คะแนน อันดับ 4 ได้ 6 คะแนน อันดับ 5 ได้ 5 คะแนน อันดับ 6 ได้ 4 คะแนน อันดับ 7 ได้ 3 คะแนน อันดับ 8 ได้ 2 คะแนน และอันดับ 9 ได้ 1 คะแนน Sprint Race ทำให้การแข่งขันให้ง่ายเกินไป แชมป์โลก MotoGP สองสมัยได้ให้สัมภาษณ์กับ GPOne โดยเขาแสดงความเห็นว่า MotoGP ในปัจจุบันง่ายเกินไป เมื่อเทียบกับวิสัยทัศน์ของมอเตอร์สปอร์ตที่ควรเป็นการแข่งของนักแข่งที่เก่งที่สุดบนสนามที่ท้าทายที่สุด เขากล่าวว่าวิศวกรมีอิทธิพลมากเกินไปต่อผลการแข่งขัน ทำให้การควบคุมของนักแข่งลดน้อยลง Stoner ยังวิจารณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันสปรินท์เรซ (Sprint Race) ซึ่งการแข่งขันนี้ลดเวลาในการฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันระยะยาว (Main Race) เขาเห็นว่าการแข่งขันชิงแชมป์โลกไม่ควรจะเป็นเน้นเพียงการแข่งระยะสั้น แต่ควรเน้นการแข่งขันที่ต้องใช้ความอดทนของร่างกาย และยานพาหนะสำหรับแข่งขัน ซึ่งเหมือนกับการวิ่งมาราธอนที่ควรใช้ระยะทางเต็ม 43 กิโลเมตร มากกว่าจะวิ่งแค่ 10 รอบ “พวกเขาไม่มีทักษะการควบคุมรถมากพอ ทีมวิศวกรของทีมมีอิทธิพลมากเกินไปในการกำหนดผลการแข่งขัน การแข่งขันชิงแชมป์โลกไม่ควรเป็นแค่การแข่งแบบย่อส่วน มันควรจะเป็นการแข่งขันที่เน้นความอึดและความทนทานมากกว่า” นอกจากนี้ Stoner มองว่าการให้คะแนนจากสปรินท์เรซไม่ควรเกิดขึ้น โดยคะแนนควรมาจากการแข่งขันหลักในวันอาทิตย์เท่านั้น เขาเน้นว่าการตั้งค่ารถให้พร้อมสำหรับการแข่งขันตลอดระยะเวลานั้นเป็นเรื่องยาก และการมุ่งเน้นไปที่การทำเวลาต่อรอบเดียวเพื่อผ่านเข้าสู่ Q2 ทำให้นักแข่งละเลยการเตรียมรถให้พร้อมสำหรับการแข่งขันหลัก สุดท้าย Stoner กล่าวว่า ด้วยการพัฒนาด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และแอโรไดนามิกส์ รถแข่ง MotoGP ในปัจจุบันเป็นหนึ่งในรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ง่ายที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถในช่วงที่เขาทำการแข่งขัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM Factory Racing หวังดึง ‘อลอนโซ่’ ขี่รถทีมโรงงาน KTM Factory Racing ทีมในการแข่งขันรายการ MotoGP ได้เริ่มทำการหาว่าที่ ‘เปโดร อาคอสต้า’ คนถัดไป ด้วยการสร้างผลงานของนักแข่งรายนี้ก็เรียกว่าไม่ธรรมดา สามารถพาทีมต้นสังกัดอย่าง Red Bull GASGAS Tech3 รั้งอันดับที่ 5 ของตาราง สะสมได้ 209 คะแนน อีกทั้งอายุก็ยังน้อย สามารถพัฒนาได้อีกไกล จึงอาจมีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตถ้าไม่มาทีมโรงงานของ KTM ก็อาจถูกทีมโรงงานอื่นที่ไหนบางแห่งดึงไปร่วมทัพ เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องนี้ขึ้นจึงขอ ‘กันไว้ดีกว่าแก้’ Pit Beirer หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM ได้ออกมายอมรับว่าตอนนี้เขากำลังจับตามองเด็กหนุ่มดาวรุ่งอย่าง ‘David Alonso’ แชมป์การแข่งขันรายการ Moto3 คนปัจจุบันไว้อยู่ เพราะส่วนตัวเขาเชื่อว่านักแข่งคนนี้มีความพิเศษ และคาดว่าจะนำความสำเร็จมาให้ทีมโรงงานได้ในอนาคต อลอนโซ่กับผลงานที่ยอดเยี่ยม ผลงานการแข่งขันของนักบิดชาวโคลัมเบียวัย 18 ปีคนนี้เกิดมาเพื่อชัยชนะอย่างแท้จริง อลอนโซ่เริ่มต้นอาชีพด้วยการคว้าแชมป์รายการ European Talent Cup ในปี 2020 และต่อมาในปี 2021 ได้รับตำแหน่งแชมป์รายการ Red Bull MotoGP Rookies Cup ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง พาทีมต้นสังกัดอย่าง CFMOTO Aspar Team คว้าแชมป์รายการ Moto3 ในฤดูกาล 2024 ได้ตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาลดี (ได้แชมป์ตั้งแต่สนามที่ 16 ของการแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น) ฝ่าธงหมากรุกเข้าในอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Full Race ทั้งหมด 13 ครั้งจากการแข่งขันทั้งหมด 19 สนาม (และมีความเป็นไปได้ที่จะเก็บชัยได้ 14 สนาม จากการแข่งขัน 20 สนาม) ปัจจุบันเก็บคะแนนสะสมห่างจากอันดับสองอย่าง Daniel Holgado จากทีม Red Bull GASGAS Tech3 ถึง 160 คะแนน Pit Beirer เคยพูดถึงอลอนโซ่ไว้ว่า : “ตอนนี้เดวิดกำลังขยับขึ้นไปแข่งในรุ่น Moto2 แน่นอนว่าเราก็อยากเห็นเขาในรุ่น MotoGP ในอนาคตด้วย เรา (ทีม KTM) จำเป็นต้องมีนักแข่งรุ่นใหม่เจนใหม่ในอนาคต และแน่นอนว่ามันคงเป็นความฝันของเราที่จะมีนักแข่งในทีมซึ่งเริ่มต้นจาก Rookies Cup ของเรา และเติบโตขึ้นผ่านการแข่งขันรายการ Moto3 เรายอมรับว่าเดวิดอาจเป็นนักแข่งที่พิเศษ และเราจะดูแลเขาให้ดีเหมือนที่เราดูแลเปโดร เพื่อไม่ให้เขาหายไปจากเรา” เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับ KTM นักบิดชาวโคลัมเบียรายนี้เคยมีความเกี่ยวข้องกับ KTM โดยเมื่อปี 2021 อลอนโซ่เคยได้เข้าร่วมการแข่งรายการ Red Bull MotoGP Rookies Cup ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Red Bull และ Dorna Sports โดยนักแข่งที่เข้าร่วมจะใช้รถแข่ง KTM RC 250 R ที่มีสเปคทุกอย่างเท่ากัน เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมและเน้นที่ทักษะของนักแข่ง ด้วยการสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันรายการ Moto3 ทำให้อลอนโซ่ได้ขยับซีซี ขึ้นไปแข่งในรายการ Moto2 กับทีม CFMOTO Aspar Racing แต่ทีมต้นสังกัดใหม่ก็ยังคงใช้รถจักรยานยนต์ที่พัฒนามาจากรถของ KTM ดังนั้น แม้ว่าเขาจะแข่งให้กับ CFMOTO แต่ก็ยังคงมีการใช้เทคโนโลยีพื้นฐานจาก KTM ในการแข่งขัน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งถ้านำมาโยงกันเป็นแผนผังก็อาจจะมีความเป็นไปได้สูงที่ได้เห็นดาวโรจน์รายนี้มาสวมยูนิฟอร์มของทีมโรงงานแล้วพาค่ายส้มกลับไปสู่จุดสูงสุดแบบที่ควรจะเป็นอีกครั้ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Brembo GP25 คาลิเปอร์พัฒนาใหม่จากทาง Brembo ที่จะถูกนำมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025

Jorge Martin เผยความรู้สึกหลังย้ายซบ Aprilia ปี 2025 Jorge Martin จ่าฝูงในการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2024 ได้เปิดเผยความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจสำคัญในการย้ายจากทีม Ducati ไปยัง Aprilia ในปี 2025 โดยในการย้ายทีมหนนี้เขาจะต้องทิ้งมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันอย่าง Ducati GP24 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในกริด MotoGP ณ เวลานี้ มาร์ตินได้รับคำถามถึงความรู้สึกของเขาที่จะต้องจากดูคาติเพื่อไปอยู่กับต้นสังกัดใหม่ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีหรือไม่ในระยะยาว เขาได้ให้คำตอบว่า “มันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ดี หรืออาจจะไม่ดีก็ได้ เราก็ไม่รู้” โดยมาร์ตินยืนยันว่าเขาจะมุ่งมั่นในการแข่งขันสนามสุดท้ายในปีนี้ และไม่กังวลเกี่ยวกับอนาคตจนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจจริง ๆ แม้ว่าจะมีการตั้งคำถามถึงการตัดสินใจย้ายทีมของมาร์ติน โดยเฉพาะหลังจากที่ดูคาติมีการเตรียมมอบรถแข่งของทีมโรงงานให้กับเขาในปี 2025 แต่สุดท้ายกลับเลือกมาร์ค มาร์เกซแทน มาร์ตินยืนยันว่าเขาไม่เคยทบทวนการตัดสินใจนี้เลย “ไม่มีทางเลย” เขากล่าว “ผมได้เดินตามความฝันของตัวเองและหวังว่าจะทำให้มันเป็นจริงได้” ในมุมมองของมาร์ติน การย้ายทีมครั้งนี้ไม่ได้เป็นผลมาจากความโกรธที่ถูกทีมโรงงานปฏิเสธ แต่เป็นการตัดสินใจที่เขาคิดว่าน่าจะทำให้เขาไปถึงฝันของตัวเองได้ การย้ายไป Aprilia จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ในการแข่งขัน MotoGP และจะเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ในการแข่งขันกับทีมโรงงานที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงใน MotoGP จะชัดเจนขึ้นในปี 2025 เมื่อดูคาติจะมีนักแข่งหลักอย่าง เปกโก้ บัญญาญ่า และ มาร์ค มาร์เกซ ร่วมทีมในแผนงานใหม่ และลดจำนวนรถแข่งจาก 4 คันเหลือ 3 คัน จะทำให้การแข่งในปีนั้นมีความตื่นเต้น และมีความท้าทายยิ่งขึ้น สำหรับมาร์ติน การตัดสินใจย้ายไปทีม Aprilia ในปี 2025 เป็นการตัดสินใจที่มุ่งหวังการเติบโตในอาชีพของเขา แม้ว่าจะต้องแลกกับการทิ้งมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันไปก็ตาม และการแข่งขันสนามสุดท้ายจะตัดสินกันที่สนาม Circuit de Barcelona-Catalunya ในวันที่ 15-17 พฤศจิกายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ ยืนยันใช้ PIRELLI เวลาดีกว่าเดิม ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดสัญชาติไทยจากทีม ‘IDEMITSU Honda Team Asia’ ในการแข่งขันรายการ Moto2 ออกมายืนยันว่าการเปลี่ยนผู้สนับสนุนยางจากแบรนด์ Dunlop มาใช้ยางสัญชาติอิตาลีอย่าง Pirelli สามารถทำเวลาได้ดีขึ้นกว่าเดิม ‘ในการแข่งขัน Moto2 ปีนี้นะครับ ทางรายการได้ทำการเปลี่ยนยางจากในฤดูกาลก่อน (ฤดูกาล 2023) เราได้ใช้ยางของ Dunlop และในปีนี้ (ฤดูกาล 2024) เราได้เปลี่ยนมาใช้ PIRELLI แล้วก็มีการเปลี่ยน Setting เกี่ยวกับรถด้วย ในส่วนของตัวยางผมก็รู้สึกว่ายางดีกว่าปีที่แล้ว ตัวยางจะเกาะถนนมากขึ้น และสามารถทำเรคคอร์ดของแต่ละสนามได้ดีมากขึ้น อีกทั้งทุก ๆ สนามก็ทำลายสถิติเวลาที่นักแข่งคนเก่าเคยทำไว้หมดเลย’ ก้อง กล่าวถึงยางใหม่ที่ใช้ในฤดูกาล 2024 เทียบสถิติตัวอย่างเวลาที่ดีกว่าเดิมจากการแข่งขันในสนามต่าง ๆ ของ ก้อง ในการแข่งขันรายการ Moto2 ในฤดูกาล 2024 ที่ใช้ยางจาก PIRELLI และ ฤดูกาล 2023 ที่ใช้ยางจากค่ายอื่น การแข่งขัน Moto2 ฤดูกาล 2023 การแข่งขัน Moto2 ฤดูกาล 2024 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศไทย 1’36.053 นาที 1’35.751 นาที สนามอัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศโปรตุเกส 1’42.906 นาที 1’42.852 นาที สนามเซอร์กิโต เดอ เฆเรซ-อังเคล นีอัตโต้ ประเทศสเปน 1’42.063 นาที 1’41.724 นาที สนามเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส 1’36.329 นาที 1’35.881 นาที สนามซัคเซนริง เซอร์กิต ประเทศเยอรมนี 1’24.302 นาที 1’23.669 นาที ไม่เพียงแค่เครื่องยนต์ที่เปลี่ยนแล้วจะเห็นผล แต่ยางก็เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้นักแข่งสามารถทำเวลาได้ดีมากกว่าเดิม ไม่เพียงแค่เวลาดี แต่การเปลี่ยนมาใช้ยางที่มีคุณภาพก็ยังช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพราะยางเป็นส่วนเดียวที่สัมผัสกับถนน ‘เพราะยางไม่ใช่อะไรก็ได้’ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW M RR WSBK รถแชมป์โลกแค่ 54 คันเท่านั้น BMW M RR WSBK โมเดลใหม่จากค่ายใบพัดที่ผลิตออกมาเพื่อฉลองผลงานอันยอดเยี่ยมให้กับ ‘โทปรัค ราซกัตลิโอกลู’ ที่ทำสำเร็จหลังจากพยายามมาหลายปีในศึก World Superbike Championship ในที่สุด BMW ก็ประสบความสำเร็จในปี 2024 โดย โทปรัค นักบิดจากทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK คว้าแชมป์ประเภทนักแข่งได้อย่างงดงาม ฤดูกาลนี้ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่โดดเด่นที่สุดที่เราเคยเห็นมา ราซกัตลิโอกลู จบปีด้วยชัยชนะ 18 ครั้ง และขึ้นโพเดียม 27 ครั้ง แม้จะต้องพักแข่งไปสองรอบกลางฤดูกาลเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ตลอด 12 การแข่งขัน เขายังคว้าตำแหน่งโพลได้ 6 ครั้ง และทำเวลาเร็วที่สุดในรอบการแข่งขันอีก 13 ครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ BMW Motorrad ต้องการเฉลิมฉลองตำแหน่งแชมป์อย่างมีสไตล์ Markus Flasch ซีอีโอของ BMW Motorrad กล่าวเกี่ยวกับรถโมเดลใหม่นี้ว่า “ผลงานอันยอดเยี่ยมของโทปรัคที่คว้าแชมป์โลกมาครอง เป็นโอกาสที่น่ายินดีสำหรับเราที่จะสร้าง M 1000 RR รุ่นจำลองแชมป์โลกแบบแท้ ๆ เพื่อแฟน ๆ ของ BMW Motorrad ที่หลงใหลในมอเตอร์สปอร์ต โดยผลิตเพียง 54 คันเท่านั้น ซึ่งตรงกับหมายเลขประจำตัวของเขา” Champion Edition 2024 พัฒนามาจากรุ่น M1000RR M Competition ในโมเดลปี 2024 มาพร้อมโค้ดเปิดใช้งาน M GPS Laptrigger และสีตัวถัง M Motorsport ในโทน Blackstorm Metallic พร้อมโลโก้ผู้สนับสนุนทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK รถทุกคันที่มีวางจำหน่ายจะไปพร้อมลายเซ็นจากโทปรัค นอกจากนี้ตัวรถยังมีการติดตั้งชิ้นส่วนคาร์บอนเสริม เช่น ฝาครอบถังน้ำมัน โครงรถ สวิงอาร์ม สายไฟ ฝาครอบคลัตช์ และแผ่นกันความร้อนท่อไอเสีย และผู้ซื้อจะได้รับบัตรกำนัลสำหรับแลกรับท่อไอเสีย Akrapovič Evolution Line ไทเทเนียมที่เข้าชุดไปเลยแบบฟรี ๆ (ซึ่งคาดว่าน่าจะรวมในราคารถเป็นที่เรียบร้อย) และสิทธิ์สุดพิเศษ ผู้ที่ซื้อรถคันนี้ในเยอรมนีจะมีโอกาสได้ MEET AND GREET พบปะกับ โทปรัค ราซกัตลิโอกลูแบบตัวต่อตัว ซึ่งเขาได้กล่าวปิดท้ายฤดูกาลอันสุดเร้าใจว่า “นี่เป็นฤดูกาลที่น่าทึ่ง และเราก็ได้เป็นแชมป์โลก ผมขอบคุณ BMW Motorrad ทีมของผม และทุกคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จอันยอดเยี่ยมนี้ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้รับรถ Champion Edition 2024 หมายเลข 1 ซึ่งแน่นอนว่ามันจะได้อยู่จุดที่โดดเด่นในบ้านของผม” ในส่วนของราคาวางจำหน่ายในโมเดลสุดลิมิเต็ดนี้ รถจะผลิตทั้งหมด 54 คัน โดยหมายเลข 01/54 จะมอบให้กับโทปรัค และหมายเลข 54/54 จะเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ BMW ทำให้เหลือเพียง 52 คันสำหรับจำหน่ายเฉพาะในเยอรมนี ราคา 54,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,986,560 บาท BMW M1000RR MY 2024 BMW M RR WSBK 2024 เมื่อเทียบกับโฉมปกติอย่าง M1000RR 2024 มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 30,960 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,136,800 บาท ซึ่งในตัวลิมิเต็ดนี้จะแพงกว่าประมาณ 20,040 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 735,760 บาท หากอ่านแล้วรู้สึกสนใจอยากจะครอบครองมาประดับโรงรถที่บ้าน สามารถติดต่อทาง BMW และอิมพอร์ตรถเข้ามาได้เลย คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Sidecarcross การแข่งขันมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างวิบากชิงแชมป์โลก โดยการแข่งขันกีฬานี้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1980

Petronas Sepang International Circuit สนามเซปัง ทำพังมาแล้วหลายราย สนามเซปัง (Petronas Sepang International Circuit) เป็นสนามแข่งมอเตอร์สปอร์ตที่ตั้งอยู่ในเมืองเซปัง รัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย สนามนี้เป็นสนามที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในการจัดการแข่งขัน MotoGP และการแข่งขันรถยนต์ระดับโลกอื่น ๆ และสนามนี้ยังมีประวัติของ รอสซี่ และ มาร์ค ที่บวกกันมาตั้งแต่ต้นจนเกิดไม่คาดคิด บ้างก็ว่า มาร์ค เกี่ยวรอสซี่ล้ม บ้างก็ว่า รอสซี่สะกิด มาร์ค ล้ม แต่ยังไงก็ตามถือว่าเป็นการแข่งขัน เรามาทำความรู้จักสนามเซปังกันดีกว่า ข้อมูลสนามเซปัง ที่ตั้ง: เมืองเซปัง รัฐสลังงอร์ ใกล้สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur International Airport) ความยาวของสนาม: 5.543 กิโลเมตร (3.444 ไมล์) จำนวนโค้ง: 15 โค้ง แบ่งเป็นโค้งซ้าย 5 โค้ง และโค้งขวา 10 โค้ง ทางตรง: มีทางตรงยาว 920 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่นักแข่งสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ เปิดให้บริการครั้งแรก: พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) ความท้าทายของสนามนี้ 1. ทางตรงหลัก (Main Straight) ทางตรงยาวประมาณ 920 เมตร เป็นจุดที่นักแข่งสามารถทำความเร็วสูงสุดของรถแข่งได้ ซึ่งเป็นโอกาสดีในการแซงคู่แข่งก่อนเข้าสู่โค้งแรก แต่ด้วยความเร็วสูง การควบคุมและเบรกให้ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น 2. โค้งที่ 1 และ โค้งที่ 2 โค้งแรกเป็นโค้งซ้ายที่ต้องลดความเร็วจากทางตรง ทำให้นักแข่งต้องเบรกหนักก่อนเข้าสู่โค้งนี้ จากนั้นเข้าสู่โค้งที่ 2 ซึ่งเป็นโค้งขวา จุดนี้ท้าทายการควบคุมรถและการเบรกอย่างมาก นักแข่งสามารถใช้จุดนี้เป็นโอกาสในการแซงคู่แข่งที่อยู่ในระยะใกล้เคียง 3. โค้งที่ 4 โค้งขวานี้มักจะเห็นการแซงเกิดขึ้นเพราะนักแข่งต้องใช้การเบรกหนักและการเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสม โค้งที่ 4 จึงเป็นจุดที่หลายคนเลือกใช้สำหรับการแซงและการสร้างความได้เปรียบ 4. โค้งที่ 9 เป็นโค้งแคบซึ่งต้องการการลดความเร็วอย่างมากก่อนเข้าโค้ง นักแข่งต้องควบคุมการเบรกและความเร็วได้ดีเพื่อไม่ให้เสียจังหวะและเวลา จุดนี้ท้าทายการทรงตัวและการควบคุมรถแข่ง และยังเป็นโอกาสในการแซงหากคู่แข่งเข้าช้าเกินไป 5. โค้งที่ 12 และ โค้งที่ 13 โค้งคู่ที่มีความเร็วสูงซึ่งต้องใช้การเข้าโค้งที่แม่นยำ จุดนี้เป็นช่วงที่นักแข่งต้องเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาจังหวะก่อนเข้าสู่โค้งถัดไป ทำให้โค้งนี้ท้าทายทั้งด้านการทรงตัวและการคำนวณระยะเข้าโค้ง 6. โค้งที่ 14 โค้งขวาก่อนเข้าสู่ทางตรงสุดท้าย นักแข่งต้องเตรียมการเร่งความเร็วหลังจากผ่านโค้งนี้เพื่อเข้าสู่ทางตรงสุดท้าย จุดนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความได้เปรียบก่อนเข้าสู่ทางตรงและเส้นชัย 7. ทางตรงสุดท้าย (Back Straight) และโค้งที่ 15 ทางตรงสุดท้ายนี้นำไปสู่โค้งที่ 15 ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของสนาม นักแข่งต้องเร่งความเร็วให้เต็มที่และใช้ความแม่นยำในการเบรกก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเข้าเส้นชัย โค้งที่ 15 เป็นจุดที่มักเห็นการแซงสำคัญเกิดขึ้นเนื่องจากเป็นโอกาสสุดท้ายก่อนถึงเส้นชัย ตารางการแข่งขัน Petronas Sepang International Circuit วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา รุ่น ประเภท 08:00-08:35 Moto3 Free Practice 08:50-09:30 Moto2 Free Practice 09:45-10:30 MotoGP Free Practice Nr.1 12:15-12:50 Moto3 Practice Nr.1 13:05-13:45 Moto2 Practice Nr.1 14:00-15:00 MotoGP Practice วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2567 เวลา รุ่น ประเภท 07:40-08:10 Moto3 Practice Nr. 2 08:25-08:55 Moto2 Practice Nr. 2 09:10-09:40 MotoGP Free Practice Nr. 2 09:50-10:05 MotoGP Qualifying Nr. 1 10:15-10:30 MotoGP Qualifying Nr.

Martin vs Pecco ใครจะได้แชมป์โลก..!! โค้ง (เกือบ) สุดท้ายของการแข่งขันชิงแชมป์โลก Martin vs Pecco World Champion MotoGP 2024 นั้นใกล้เข้ามาถึงทุกที และเข้าสู่สนามที่ 19 อย่างเป็นทางการ ที่เหลือผู้ท้าชิงเพียงสองคนสำหรับตำแหน่งแชมป์ปี 2024 นั่นคือผู้นำคะแนนชิงแชมป์อย่าง ฮอร์เก้ มาร์ติน (Prima Pramac Racing) ปะทะ ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า (Ducati Lenovo Team) โดยทั้งคู่มีคะแนนห่างกันเพียง 17 คะแนน เท่านั้น และนี่ก็คือภาพของผู้ท้าชิงแชมป์โลก บนด่านฟ้าพร้อมกับวิวยอดตึกเปรโตนาส ทาวเวอร์ ให้อารมณ์เสมือนเล่นเกมสตรีทไฟเตอร์ ระหว่าง ริว VS เคน โดยการต่อสู้ครั้งนี้ ใครจะชนะ..!! @motogp All set for an EPIC #MalaysianGP 🇲🇾🔥 Who’s ready for the weekend? 🙌 #TheRematch #MotoGP #Motorsport #Motorcycle #Racing ♬ original sound – MotoGP™ เมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา ทั้งคู่เดินทางถึงใจกลางกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อถ่ายภาพและถ่ายทำวิดีโอก่อนการแข่งขันในสุดสัปดาห์นี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ #TheRematch แฟนๆ ยังสามารถใช้ #VamosJorge และ #ForzaPecco เพื่อแสดงการสนับสนุนบนโซเชียลมีเดีย และเพลิดเพลินกับฟิลเตอร์ TikTok ได้อีกด้วย ทั้งยังมีกิจกรรมอีกมากมายตลอดสุดสัปดาห์นี้ ระหว่างนี้เพลิดเพลินกับภาพถ่าย แล้วคอยติดตามความมันส์ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นที่ MalaysiaGP อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปลี่ยนยาง Pirelli เวลาเร็วขึ้น เรื่องจริงใน Moto2 และ Moto3 ปี 2024 Pirelli Diablo Superbike (SC=Special Compound) ยางหลักในการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 ฤดูกาล 2024 ทำเวลาในการแข่งได้เร็วกว่าปีก่อนหน้าอย่างมาก สาเหตุหลักมาจากการที่ Pirelli ได้เป็นผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวในปีนี้ โดยนักแข่งในทั้งสองคลาสได้ทำลายสถิติเดิมในหลายสนาม เช่น Silverstone, Austria และ Valencia ซึ่งทำเวลาที่ดีกว่าจากฤดูกาล 2020-2023 ผลงานโดยรวมในรุ่น Moto 2 ในการแข่งขันรายการ Moto2 นักบิดสัญชาติสเปนอย่าง Alonso Lopez จากทีม SpeedUp Racing ทำลายสถิติในการแข่งขันที่ Valencia ด้วยเวลา 1’33.061 ซึ่งเป็นการปรับปรุงเวลาที่ดีขึ้นอย่างมากจากปีก่อน ๆ นอกจากนี้ Jake Dixon จากทีม CFMOTO Aspar Team ก็สามารถกดเวลาในการแข่งที่ Silverstone ต่อรอบได้เร็วขึ้นประมาณ 0.7 วินาทีโดยเฉลี่ยเมื่อเทียบกับปี 2023 ทำให้เวลาแข่งขันรวมลดลงถึง 12.5 วินาที ผลงานโดยรวมในรุ่น Moto 3 ในการแข่งขันรายการ Moto3 นักแข่งก็ทำเวลาที่ดีขึ้นเช่นกัน โดย Daniel Holgado จากทีม Red Bull GASGAS Tech3 ทำเวลา 1’37.300 ที่ Valencia ซึ่งสร้างสถิติใหม่ขึ้นมาได้ โดยรวมแล้วการแข่งขัน Moto3 ในบางสนาม เช่น Silverstone ทำเวลาต่อรอบได้เร็วขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 3.5 วินาทีจากปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากยางรุ่นใหม่ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการแข่งขันในสนามต่างๆ จุดเปลี่ยนคือยาง การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึงการยึดเกาะและความทนทานของยาง Pirelli ที่ดีขึ้น ทำให้นักแข่งสามารถควบคุมรถได้ดีกว่าในยุคของยาง Dunlop ความก้าวหน้าทางสมรรถนะเหล่านี้ยังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก เมื่อ Pirelli รวบรวมข้อมูลจากแต่ละการแข่งขันเพื่อปรับปรุงยางรุ่นใหม่ออกมาในปีหน้า และเชื่ออย่างยิ่งว่า จะทำให้ผลเวลา เร็วขึ้นอีก สรุปผลเวลาของแต่ละสนาม สถิติผลเวลา ของการแข่งขันในฤดูกาล 2024 แบรนด์ยาง Pirelli ได้สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการทุบสถิติเวลา แทบจะทุกสนามก็ว่าได้ และเราได้รวบรวมผลสถิติ ของแต่ละสนามมาไว้ให้แล้ว สถิติเดิม (Moto3) สถิติใหม่ (Moto3) เวลาที่เร็วขึ้น(วินาที) สถิติเดิม (Moto2) สถิติใหม่ (Moto2) เวลาที่เร็วขึ้น(วินาที) Lusail International Circuit 2’04.742 2’02.276 2.466 1’57.305 1’56.788 0.517 Chang International Circuit 1’41.907 1’40.544 1.362 1’35.297 1’34.595 0.701 Autódromo Internacional do Algarve 1’46.798 1’46.379 0.418 1’42.003 1’41.514 0.489 Phillip Island 1’36.403 1’35.370 1.33 1’31.888 1’30.816 1.72 Circuit Of The Americas 2’16.250 2’14.153 2.97 2’09.385 2’07.543 1.841 Circuito de Jerez 1’45.401 1’43.710 1.691 1’40.640 – – Le Mans 1’41.476 1’40.114 1.361 1’35.791 1’34.868 0.923 Circuit de Barcelona-Catalunya 1’48.003 1’46.111 1.891 1’43.983 1’41.894 2.88 TT

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki Bimota KB998 ตัวแข่งคันใหม่ของ Kawasaki ในการแข่งขันรายการ 2025 Motul FIM WorldSBK Championship โดย Bimota แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี เป็นที่รู้จักในประเภทของรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง (แถมยังมีราคาแพง) อีกทั้งยังมีการออกแบบดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทางแบรนด์กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่โดยการโดดเข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับโลก เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Kawasaki Racing Team (KRT) ในรายการแข่งขัน WorldSBK ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Bimota by Kawasaki Racing Team (BbRT) เพื่อสะท้อนความร่วมมือระหว่างสองบริษัท Bimota และ Kawasaki ได้ร่วมมือกันสร้าง และพัฒนามอเตอร์ไซค์ใหม่ทั้งหมดสำหรับการแข่งขัน ซึ่งผสมผสานจุดเด่นจากทั้งสองผู้ผลิต ที่ไม่ได้เป็นการนำ Kawasaki Ninja ZX-10RR มาเปลี่ยนชุดตกแต่งใหม่ แต่พัฒนารถแข่งรุ่นพิเศษขึ้นมาเอง 2025 Bimota KB998 2024 Kawasaki ZX-10R ซึ่งรายละเอียดสเปคยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ามาพร้อมขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี จาก Kawasaki ZX-10RR ที่มีกำลังมากกว่า 200 แรงม้า โช้คอัพหน้าจาก Showa คาลิเปอร์เบรกจาก Brembo (ถึงแม้ว่าจะแปะด้วยตัวอักษร J.JUAN ก็เถอะ) และระบบท่อไอเสียของ Akrapovič แฟริ่งถูกออกแบบใหม่ แม้ด้านหน้าจะยังคงมีเค้าโครงสไตล์ Kawasaki Ninja มาพร้อมปีกแอโรไดนามิกเช่นเดียวกับรถแข่งในสมัยใหม่ โดยตัวแข่งคันใหม่นี้ได้ทำการลงวิ่งทดสอบที่ Circuit de Jerez ประเทศสเปน ซึ่งเป็นสนามเดียวกับการแข่งขันในรอบสุดท้ายของฤดูกาล 2024 แม้โมเดลรถคันนี้จะถูกพัฒนามาได้ไม่นาน แต่ด้วยการขับขี่ของ Alex Lowes และ Axel Bassani สองนักบิดของทีม ทำให้ KB998 ได้แสดงศักยภาพของมันออกมาสามารถทำเวลาได้อย่างน่าประทับใจบนสนาม Jerez พร้อมกับการออกแบบที่โดดเด่น และสมรรถนะที่ดุดัน โดย Axel Bassani ทำเวลาได้ 1:38.478 นาที และ Alex Lowes ทำเวลาได้ 1:38.679 นาที แน่นอนว่า KB998 คันนี้จะผลิตออกมาแค่รุ่นสำหรับทำการแข่งขันเท่านั้น จะยังไม่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของการแข่งขัน WorldSBK รถที่จะเข้าร่วมแข่งขันในรายการ จะต้องมีการผลิตในรูปแบบของ Production Bike วางจำหน่ายโดยมีจำนวนการผลิตอย่างน้อย 500 คันเป็นข้อบังคับมาตรฐาน อย่าง BMW M 1000 RR, Ducati Panigale V4 R และ Honda CBR1000RR-R Fireblade SP ที่มีวางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งทาง Bimota ยังไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนว่า จะมีรุ่น KB998 วางจำหน่ายต่อสาธารณะชน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ Bimota จะผลิตออกมาแค่ในจำนวนที่กำหนดเพื่อให้ผ่านข้อพิจารณา หากผลิตออกมาแค่ตามยอดเกณฑ์ที่กำหนด โมเดลนี้อาจจะถูกยกเป็นรถที่โคตรแรร์อีกหนึ่งรุ่น และในโมเดลคันจริงนั้นอาจจะมีไปตั้งโชว์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 sประเทศอิตาลีในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หรือการร่วมมือของทั้งสองค่ายนี้จะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างสำหรับ Kawasaki ในการแข่งขัน 2025 Motul FIM WorldSBK Championship ฤดูกาลหน้าหรือเปล่า ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ThaiGP 2024 Pirelli ปรับยางใหม่สู้ศึก ThaiGP 2024 ที่กำลังจะเปิดฉากในสุดสัปดาห์นี้ Pirelli แบรนด์ยางชื่อดังระดับโลก ได้จัดยางชนิดพิเศษเพื่อรองรับการแข่งขันที่ประเทศไทยในสุดสัปดาห์นี้ โดยสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ที่จะจัดการแข่งขันในรายการ รถจักรยานยนต์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” ในสุดสัปดาห์หน้า เป็นสนามที่ Pirelli รู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยมีการแข่งขันที่สนามนี้ในช่วงระหว่างปี 2015 ถึง 2019 ในรายการ FIM Superbike World Championship โดยสนามนี้ประกอบไปด้วยหลายโซนที่ต้องเบรก และเร่งเครื่องยนต์ต่อเนื่อง แต่พื้นผิวของสนามไม่ได้มีความหยาบมากเป็นพิเศษ นี่คือเหตุผลที่ Pirelli ตัดสินใจใช้ยางมาตรฐานการแข่งขัน ในสนามที่ประเทศไทย ซึ่งยางดังกล่าวมีสมรรถนะยอดเยี่ยมและเป็นที่รู้จักกันดีของทีม และนักแข่ง ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือจำนวนยางต่อคอมปาวด์ที่เพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของทีมงาน และนักแข่ง เพื่อให้มั่นใจในตลอดการแข่งขันช่วงสุดสัปดาห์นี้ Giorgio Barbier หัวหน้าฝ่ายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ของ Pirelli กล่าวว่า “เรารู้จักสนามบุรีรัมย์เป็นอย่างดี เพราะเราเคยแข่งขันที่นั่นมาแล้ว 5 ฤดูกาลกับการแข่งขันในรายการ WorldSBK Championship และเราทราบดีว่าสนามนี้ ไม่เหมือนกับสนามในออสเตรเลียที่จัดการแข่งขัน GP ครั้งล่าสุด เพราะสนามบุรีรัมย์ไม่มีส่วนของสนามที่ทำให้ยางต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ แม้ว่าความชื้นสูงตามแบบฉบับของพื้นที่ อุณหภูมิพื้นผิวแอสฟัลท์ที่มักจะสูงมาก และการเบรกอย่างกระทันหันที่ส่วนปลายของทางตรงยาวทั้งสองจุดจะยังคงสร้างความกดดันให้กับยาง โดยเฉพาะยางหน้า การเบรกและการเร่งเครื่องใหม่บ่อยครั้ง เป็นการทดสอบความสามารถของยางหลังในการรองรับแรงกดในแนวตรงที่เกิดขึ้นขณะเร่งเครื่อง แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสภาพการณ์ที่เราพบในสนามอื่น ๆ อยู่แล้ว และยางมาตรฐานที่ใช้ในการแข่งขันก่อนหน้านี้ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพได้ดี เราตัดสินใจเพิ่มจำนวนยางเป็น 8 ชิ้นต่อคอมปาวด์ เหมือนกับที่เคยกำหนดไว้สำหรับยางหลัง Moto2™ ในการจัดสรรมาตรฐาน เพื่อให้ทีมและนักแข่งสามารถทำงานกับการผสมผสานของยางที่ต้องการโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนยางที่มีอยู่ สนามบุรีรัมย์ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมักจะเกิดฝนตกกระทันหัน และสิ่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อการปรับแต่งยางสำหรับการแข่งขันในวันอาทิตย์” ยางคอมปาวด์มาตรฐาน แต่เพิ่มจำนวน : ยางแห้งแบบสลิกทุกชนิดมีจำนวน 8 ชิ้นต่อคอมปาวด์ นักแข่ง Moto2™ สามารถเลือกใช้ยางหน้า SC1 (นุ่ม) และ SC2 (กลาง) พร้อมกับสองตัวเลือกยางหลัง SC0 (นุ่ม) และ SC1 (กลาง) สำหรับ Moto3™ นักแข่งจะมีตัวเลือกยางหน้าเหมือนกัน คือ SC1 (นุ่ม) และ SC2 (กลาง) ส่วนยางหลังสามารถเลือกได้ระหว่าง SC1 (นุ่ม) หรือ SC2 (กลาง) โอกาสการเกิดฝนตก : พื้นที่ที่สนามบุรีรัมย์ตั้งอยู่มีสภาพอากาศร้อนชื้น และยังมีโอกาสเกิดฝนตกกระทันหัน อาจะรวมไปถึงการเกิดฝนตกหนักในระหว่างการแข่ง ในกรณีนี้ นักแข่งทั้งสองคลาสจะมียาง DIABLO Rain พร้อมใช้งาน โดยมีจำนวน 5 ชิ้นสำหรับยางหน้า และ 6 ชิ้นสำหรับยางหลัง การเบรก และการเร่งความเร็ว : สนามแข่งแห่งนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน ‘เฮอร์มันน์ ทิลเก้’ และเปิดตัวในปี 2014 สนามบุรีรัมย์ถือว่าเป็นสนามแบบ “Stop and go” แบบคลาสสิก ซึ่งมีการเบรก และการเร่งความเร็วบ่อยครั้งซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ นักแข่งจะชื่นชอบยางหน้าที่มีความมั่นคงและแม่นยำ รวมไปถึงยางหลังที่ให้การยึดเกาะ และแรงขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยมเมื่อออกจากโค้ง ด้วยเหตุนี้ Pirelli จึงนำยางที่ดีที่สุดมาใช้ในการแข่งขันที่สนามแห่งนี้ สำหรับการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 จะทำการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 โดย Moto3 จะแข่งขันในเวลา 12.00น. และในรายการ Moto2 ในเวลา 13.15น. สนามนี้มีลุ้น ‘ก้อง สมเกียรติ จันทรา’ คัมแบคจากอาการบาดเจ็บเพื่อทำการลงแข่งขันในประเทศไทย แฟน ๆ Moto2 และ ก้อง ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak แชมป์ WorldSBK 2024 ให้กับ BMW เป็นครั้งแรก เมื่อเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดในการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2024 ศึกตัดสินแชมป์โลกที่สนาม Jerez ประเทศสเปน กับคู่ปรับไฮไลท์ของการแข่งขันที่ใคร ๆ ต่างจับตามอง ระหว่างอดีตแชมป์โลกที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ทีม Rokit BMW Motorrad WorldSBK Team ในฤดูกาลแรกอย่าง Toprak Razgatlioglu และอดีตแชมป์ WorldSSP ฤดูกาล 2023 ม้ามืดจากทีม Aruba.it Racing – Ducati อย่าง Nicolo Bulega ที่ทั้งคู่ต่างมีคะแนนที่สามารถพลิกสถานการณ์แชมป์โลกในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยสกอร์ของโทปรัคหลังจากจบแข่งขันที่ EstorillWorldSBK “เกือบ” ชนะแบบเอกฉันท์แต่ทว่า Bulega นั้นยังพอมีโอกาสที่แก้ตัวในสนามสุดท้ายด้วยคะแนนตามหลังแชมป์โลกถึง 46 คะแนน เพราะฉะนั้นโอกาสที่บูเรก้าจะสามารถพลิกสถานการณ์มาเป็นแชมป์โลกได้ คือต้องชนะอันดับ 1 ในทุกเรซของการแข่งขัน (เก็บ 62 คะแนน ทั้ง Race 1, Superpole Race และ Race 2) ในขณะที่โทปรัค ต้องเก็บคะแนนเพิ่มอย่างน้อย 16 คะแนน จึงจะสามารถคว้าแชมป์โลกในฤดูกาลนี้ไปได้ ซึ่งเท่ากับสถานการณ์ดังกล่าวบูเรก้าต้องพึ่งปฏิหารย์เท่านั้นหล่ะครับ ภาวนาให้บังโตอาจขี่ไม่จบทั้ง 3 เรซ จะทำให้ตนสามารถขึ้นมาแซงได้นั่นเอง SpanishWorldSBK 2024 ศึกสุดท้าย ตัดสินแชมป์โลก เมื่อการแข่งขันที่ทุกคนรอคอยมาถึง กับ SpanishWorldSBK ศึกสุดท้ายตัดสินแชมป์โลก ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งของ WorldSBK, WorldSSP, WorldSSP300, WorldWCR รวมถึงรุ่นอื่น ๆ ที่ Jerez Circuit ประเทศสเปน เปิดประเดิมกับรุ่นใหญ่ในช่วงการซ้อมในวันศุกร์ บูเรก้ากลับทำผลงานการซ้อมได้ดีกว่าโดยทำเวลาดีสุดเป็นอันดับหนึ่งในรอบซ้อมแรกที่ 1’39.744 นำอันดับสองอย่างโทปรัคที่ตามมาติด ๆ เพียง 0.022 วินาที ในขณะที่เวลาซ้อมดีที่สุดอันดับสามได้แก่ “เทพโจ” Andrea Iannone ทำเวลาไป 1’39.967 รวมถึงการซ้อมรอบ 2 และ 3 (Free Practice) บูเรก้าสามารถทำเวลาได้ดีกว่าตลอดทั้ง 3 รอบ Bulega คว้าโพล สตาร์ทกริดแรก @worldsbk Lap record OBLITERATED! 😮💨 The first 1’37s lap in Jerez 🔥 #SpanishWorldSBK 🇪🇸 #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK ด้วยรอบการซ้อมที่นักบิดชาวอิตาเลียนจากทีมโรงงาน Ducati สามารถทำได้ดีกว่า รวมถึงรอบ Superpole ที่สามารถคว้าโพลกริดแรก กับผลเวลาควอลิฟายดีสุด 1’37.596 นาที ทิ้งห่างกริดที่สองอย่างโทปรัคเกือบวินาทีที่ 1’38.202 นาทีขณะที่กริดที่สามตกเป็นของทีมโรงงานคาวาซากิอย่าง Alex Lowes 1’38.302 นาที นับเป็นการออกหมัดได้สวยสำหรับทีมดูคาติ แต่ทว่าทีมโรงงาน BMW ดูไม่กดดันมากมายอะไร เพราะต้องการคะแนนอีกเพียง 16 แต้มเท่านั้น ที่จะสามารถคว้าแชมป์ในครั้งนี้ไปได้ ผลการแข่งขัน Race 1 ด้วยสภาพอากาศช่วงบ่ายของวันเสาร์ของค่อนข้าง “เป็นใจ” ทำให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยกริดสตาร์ทแถวหน้าประกอบไปด้วย Nicolo Bulega, Toprak Razgatlioglu และ Alex Lowes แถวสอง Danilo Petrucci, Iker Lecuona และ Locatelli ไล่ตามลำดับจากผลควอลิฟายในรอบซุปเปอร์โพลดังนี้ หลังไฟแดงดับลง บูเรก้าบิดออกตัวนำอย่างรวดเร็วคว้า Hole Shot ในขณะที่โทปรัคตามหลังติด ๆ ตามด้วย Locatelli ที่ออกสตาร์ทได้ดีจากกริดที่ 6 สามารถแซงไล่ขึ้นมาอันดับ 3 ได้ในเรซนี้

Andrea Iannone ต่อสัญญา ลุย WSBK 2025 Andrea Iannone ต่อสัญญา กับ Team GoEleven ไปอีก 1 ปี เตรียมพร้อมลุย WorldSBK ปี 2025 เป็นข่าวดีอีกหนึ่งข่าวสำหรับแฟน ๆ ชาวมอเตอร์สปอร์ต กับอดีตนักแข่งโมโตจีพีอย่าง โดย Andrea Iannone ประกาศเซ็นสัญญาแข่งต่อให้กับต้นสังกัดอย่าง GoEleven ต่อในฤดูกาล 2025 หลังเจ้าตัวโชว์ฟอร์มผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการคว้าโพเดี้ยมอันดับสามของเรซแรกการแข่งขันตั้งแต่สนามแรกของการเปิดฤดูกาล การคว้าโพเดี้ยมอันดับสองรอบซุปเปอร์โพลที่ประเทศบาร์เซโลน่า และสนามอื่น ๆ จนกระทั่งชัยชนะสูงสุดกับตำแหน่งโพเดี้ยมอันดับ 1 รอบเรซแรกที่ อารากอน ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมใน WSBK ฤดูกาลนี้ Iannone เขาสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยตำแหน่งท็อป 7 ของตารางคะแนนรวม กับการแข่งขันที่เหลืออีกหนึ่งสนามซึ่งเป็นสนามของการชิงแชมป์ WorldSBK ที่ประเทศสเปนนั่นเอง “ผมค่อนข้างแฮปปี้ที่ได้ร่วมสนุกต่อกับทีมและตัวแข่งอย่าง Ducati Panigale V2 โดยปีแรกของผมใน WorldSBK Championship เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์และความพึงพอใจครับ และเราจะยังทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาตัวเองเพื่อเป้าหมายใหม่ ๆ” ถือว่าเป็นนักบิดตัวเต็งอีกคนนึงที่น่าจับตามองเลยไม่น้อย กับดีกรีฝีมือที่นับว่า “เคย” ลงแข่งขันในรายการใหญ่มาแล้ว ตอนนี้คงรอฟอร์มเก่ากลับมาปะทุอีกครั้ง และเชื่อว่าในฤดูกาลหน้าจะต้องสนุกขึ้นอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSBK 2024 สนามสุดท้าย ชี้แชมป์ ใครจะได้ ระหว่าง Toprak Razgatlioglu กับ Nicolo Bulega จากปี 2023 ที่ความแรงของ Ducati ผนวกกับสไตล์การขับขี่ของ Álvaro Bautista ที่ทำให้ในหลายๆ Race สนุกปน น่าเบื่อ เพราะรู้ๆกันอยู่ว่า ยังไง Ducati ก็ฉีกทิ้งทุกค่าย แต่จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคนขี่ และลุ้นๆว่า Bautista บึ้มที่โค้งไหน ถ้าไม่บึ้ม ก็ชนะ เล่นเอาแฟนๆ ดูคาติ ดีใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะ ชนะทั้ง motoGP และ WorldSBK ซีซั่น 2024 ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะ มีการเปลี่ยนย้ายค่าย และดูน่ามีความหวัง ถ้าจะไม่พูดถึง “บังโต” Toprak Razgatlioglu กับทีม BMW ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะ หลายๆ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ BMW เปลี่ยนโฉมจาก S1000RR มาจนรุ่น M1000RR ก็ไม่มีใครสามารถยืน 1 ได้หลายๆสนาม เท่า “บังโต” Toprak Razgatlioglu ส่วนแชมป์เก่าอย่าง “น้าโจ” Jonathan Rea ในฤดูกาล 2024 ย้ายมาเข้าร่วมทีม Yamaha หลังจากออกจาก Kawasaki ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ เขาประสบปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับ Yamaha R1 และฟอร์มการขับขี่ไม่สม่ำเสมอเหมือนก่อน แม้ว่าเขาจะโชว์ฟอร์มได้บางสนาม เช่น การคว้าตำแหน่งโพลที่ Assen และติดอันดับ 5 ที่ Estoril แต่การหาจุดสมดุลที่ลงตัวกับรถยังต้องใช้เวลา ถือเป็นฤดูกาลที่ต้องปรับตัวและเรียนรู้สำหรับเขา อีกด้านหนึ่งคือ วัยรุ่น พุ่งแรง “นิคโก้” Nicolo Bulega ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2024 กับทีม Ducati หลังจากเปลี่ยนจากการแข่งขัน WorldSSP มาเป็น WorldSBK และเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าชัยชนะในสนามแรกที่ Phillip Island ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นักแข่งสามารถชนะได้ตั้งแต่การแข่งแรกของเขาใน และเป็นหนึ่งใน ม้ามืด ที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในระดับการแข่งขันที่สูงขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่า Rookie of the Year ก็ไม่พ้นคนนี้ ไฮไลท์การแข่งขัน WorldSBK 2024 1.Grand Ridge Brewery Australia Round (Phillip Island) การแข่งขันเปิดฤดูกาลที่ Phillip Island Alex Lowes โชว์ฟอร์มแกร่งด้วยการคว้าชัยใน Race 2 และ Superpole Race ส่วน Nicolo Bulega เอาชนะในการแข่งขัน Race 1 ท่ามกลางสภาพอากาศฝนตก ทำให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้นและดุเดือดตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2.Pirelli Catalunya Round (Barcelona) Bautista คว้าชัยใน Race 1 แต่ Nicolo Bulega สามารถคว้าชัยใน Superpole Race ได้อย่างน่าตื่นเต้น ส่วน Jonathan Rea กลับมาแข็งแกร่งใน Race 2 โดยคว้าชัยครั้งแรกของฤดูกาล 3.Pirelli Dutch Round (Assen) ใน Race 1 เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งเมื่อ Razgatlioglu และ Bautista ชนกัน ส่วน Race 2 Michael van der Mark คว้าชัยชนะให้ทีม BMW สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวดัตช์ 4.Pirelli

Manuel Gonzalez ส่อโดนปลดเหตุพาดหัวธงชาติญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการแข่งขัน Moto2 เป็นอย่างมาก เมื่อนักบิดแดนกระทิงดุอย่าง ‘Manuel Gonzalez’ ที่สวมผ้าโพกศีรษะแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นหรือ “ฮะจิมะกิ” ในระหว่างการแข่งขันที่โมเตกิ ทำให้ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์จากจีนแบรนด์ QJ Motor ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของทีม Gresini Racing ในการแข่งขัน Moto2 ได้สร้างความขัดแย้งด้วยการเรียกร้องให้ปลดนักบิดสัญชาติกระทิงดุออกจากทีมทันที ซึ่งทาง QJ Motor อ้างว่าทำให้ชาวจีนรู้สึกไม่พอใจจากกระทำดังกล่าว Gonzalez วัย 22 ปี ได้เฉลิมฉลองชัยชนะ Moto2 ครั้งแรกของเขาที่การแข่งขัน Japanese Grand Prix เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความสุขของนักแข่งชาวสเปนต้องถูกกลบด้วยกระแสวิจารณ์จาก QJ Motor หลังจากที่เขาสวมฮะจิมะกิบนกริดสตาร์ท ซึ่งผ้าโพกศีรษะแบบนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น และความอดทนในวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่ทาง QJ Motor ไม่พอใจเป็นอย่างมากและเข้าใจว่าเป็นการเตือนถึงความตึงเครียดทางประวัติศาสตร์ระหว่างจีน และญี่ปุ่น ด้วยเหตุช่วงสงครามโลกที่ทางญี่ปุ่นเคยไปรุกรานจีน ในแถลงการณ์ QJ Motor ยอมรับว่า “ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจเนื่องจากเขาเป็นนักแข่งชาวยุโรป และไม่ได้เข้าใจประวัติศาสตร์ของจีน แต่การกระทำนี้ได้ทำร้ายความรู้สึกของนักแข่งชาวจีนและประชาชนชาวจีน” ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายนี้ ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของทีม Gresini Racing มาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ได้แสดงความไม่พอใจโดยเรียกร้องให้ทีมตัดความสัมพันธ์กับนักบิดคนนี้ “Qianjiang Motorcycle ได้ดำเนินการเจรจาอย่างจริงจังกับทีม GRESINI ทันที โดยเรียกร้องให้ลบรูปภาพ และวิดีโอที่เกี่ยวข้องออกในทันที และให้ทีมยุติความร่วมมือกับนักแข่งโดยทันที” ถึงแม้ว่าสปอนเซอร์หลักของจีนจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าทางทีม Gresini Racing จะยอมทำตามข้อเรียกร้องของ QJ Motor หรือไม่ โดย Gonzalez เตรียมเข้าร่วมทีม Intact GP ในฤดูกาลหน้า ทำให้เหลือเพียงสี่สนามเท่านั้นในช่วงเวลาที่เหลือของเขากับ Gresini ดำเนินไปอย่างไรต่อไปก่อนการแข่งขันสนามถัดไปที่ ฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ประเด็นถกเถียงนี้สื่อให้เห็นถึงความซับซ้อน และความละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ และการตีความที่แตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม ในขณะที่ฮาจิมากิถูกมองอย่างกว้างขวางในโลกตะวันตกว่าเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะการต่อสู้ และน้ำใจนักกีฬา แต่มันกลับมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดในประเทศจีนที่เคยถูกญี่ปุ่นรุกรานในช่วงสงครามโลก การแข่งขันสนามถัดไปของรายการ Moto2 จะลงแข่งขันในวันที่ 20 ตุลาคม 2567 ที่สนามฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย แข่งขันในเวลา 08.15น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Phillip Island 2024 1 สนาม 3 ฤดู สนาม ฟิลลิป ไอส์แลนด์ (Phillip Island 2024) เป็นหนึ่งในสนามแข่งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกของมอเตอร์สปอร์ต โดยตั้งอยู่ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย ใกล้กับเมืองเมลเบิร์น ฟิลลิป ไอส์แลนด์เป็นที่รู้จักดีในเรื่องของทัศนียภาพที่งดงามริมชายฝั่งทะเล และยังเป็นสนามที่ได้รับการยกย่องจากนักแข่งหลายคนว่าเป็นสนามที่ท้าทายและสนุกในการแข่ง ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสนาม ฟิลลิป ไอส์แลนด์ (Phillip Island 2024) ความยาวของสนาม: 4.445 กิโลเมตร (2.764 ไมล์) จำนวนโค้ง: สนามนี้มีทั้งหมด 12 โค้ง โดยเป็นโค้งซ้าย 7 โค้ง และโค้งขวา 5 โค้ง ทิศทางการแข่ง: การแข่งขันจะเป็นไปตามเข็มนาฬิกา สภาพอากาศ: สนามนี้มักเผชิญกับสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ทะเล อุณหภูมิและลมแรงทำให้สภาพแทร็กสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ความเร็วสูงสุด: สนามนี้เป็นสนามที่นักแข่งสามารถทำความเร็วได้สูง โดยเฉพาะบนทางตรงสุดท้ายที่ยาวและมีวิวทะเลที่งดงาม ความท้าทายของสนาม การโค้งเร็ว: หนึ่งในจุดที่โดดเด่นของฟิลลิป ไอส์แลนด์คือโค้งที่ต้องใช้ความเร็วสูง เช่น โค้ง 3, โค้ง 8 และโค้ง 12 ซึ่งนักแข่งต้องใช้ทักษะสูงในการควบคุมรถขณะเข้าโค้ง การจัดการยาง: เนื่องจากโค้งซ้ายที่มีมากกว่าปกติ สนามนี้ทำให้การสึกหรอของยางไม่สมดุล นักแข่งและทีมต้องคำนวณการเลือกยางที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับสภาพแทร็ก ลมทะเลแรง: ลมที่พัดแรงจากทะเลเป็นปัจจัยที่นักแข่งต้องคำนึงถึง เพราะลมอาจส่งผลกระทบต่อการทรงตัวของรถในขณะเข้าโค้ง และก็นกที่ชอบบินตัดหน้าเหล่านักแข่ง ชอบมาเดินกลางสนามแข่งอีกด้วย เรื่องสภาพอากาศที่เปลื่ยนแปลงตลอด โค้งต่อโค้ง 1 สนาม 3 ฤดู ทางตรงฤดูร้อน ออกไปหน่อยเจอลมหนาว ขี่ไปสักพัก เอ้าาา ฝนตกเฉย ตารางการแข่งขัน Qatar Airways Australian Motorcycle Grand Prix วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2024 เวลา รุ่น ประเภท 04:45-05:20 Moto3 Free Practice 05:35-06:30 Moto2 Free Practice 06:45-07:30 MotoGP Free Practice Nr. 1 09:15-09:50 Moto3 Practice Nr. 1 10:05-10:45 Moto2 Practice Nr. 1 11:00-12:00 MotoGP Practice วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2024 เวลา รุ่น ประเภท 04:40-05:10 Moto3 Practice Nr. 2 05:25-05:55 Moto2 Practice Nr. 2 06:10-06:40 MotoGP Free Practice Nr. 2 06:50-07:05 MotoGP Qualifying Nr. 1 07:15-07:30 MotoGP Qualifying Nr. 2 08:50-09:05 Moto3 Qualifying Nr. 1 09:15-09:30 Moto3 Qualifying Nr. 2 09:45-10:00 Moto2 Qualifying Nr. 1 10:10-10:25 Moto2 Qualifying Nr. 2 11:00-12:00 MotoGP 13 LAPS (Sprint Race) วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2024 เวลา รุ่น ประเภท 05:40-05:50 MotoGP Warm Up 07:00 Moto3 Race (21 LAPS) 08:15 Moto2 Race

MotoAmerica รอดสนามนี้ได้ สนามอื่นก็หวานหมู MotoAmerica อีกหนึ่งการแข่งขันที่ได้ใจชาวอเมริกันแบบถล่มทลาย โดยนิยามของคำว่า ‘ซูเปอร์ไบค์’ หมายถึง มอเตอร์ไซค์ทรงสปอร์ตที่มีสมรรถนะสูง แต่ในปัจจุบันการแข่งรถในระดับซูเปอร์ไบค์บนท้องถนนมีขึ้นมากมายทั่วโลก โดยความนิยมของชื่อนี้ต้องย้อนไปในปี 1976 ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้งการแข่งขัน AMA Superbike Championship ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Moto America Superbike ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่ารถคลาสซูเปอร์ไบค์ จะได้รับความสนใจจากแฟน ๆ และภายในระยะเวลาไม่กี่ปีความนิยมของการแข่งขันประเภทนี้ก็พุ่งแซงหน้าคลาสการแข่งอื่น ๆ ทั้งหมดในอเมริกา นอกจากนี้ยังสร้างนักแข่งระดับแนวหน้าของวงการแข่งมอเตอร์ไซค์อีกด้วย จนถึงช่วงกลางยุค 1980 ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า AMA ซูเปอร์ไบค์ และนักแข่งดาวเด่นของรายการ คือสิ่งที่แฟน ๆ ตั้งหน้าตั้งรอที่จะได้เข้ามาชมการแข่งขัน เพียงแค่สิบกว่าปีหลังจากที่ก่อตั้งขึ้นการแข่งซูเปอร์ไบค์ การแข่งขันนี้ก็แพร่หลายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก จน FIM ได้จัดตั้งการแข่งขัน World Superbike Championship ในปี 1988 และในปีนั้นแชมป์โลกซูเปอร์ไบค์คนแรก ได้แก่ Fred Merkel. กับฉายา “นักแข่งรถฮีโร่ชาวอเมริกัน“ MotoAmerica การแข่งขันในยุคแรก การแข่งขันซูเปอร์ไบค์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงต้นถึงกลางยุค 1970 มีมอเตอร์ไซค์หลากหลายค่ายที่ร่วมเข้ามาแข่งขันกันไม่ว่าจะเป็น Honda CB750, Kawasaki Z1, Norton Commando, Triumph Bonneville, BMW R90S, Ducati 750SS รวมถึงรถสองจังหวะของ Yamaha, Kawasaki และ Suzuki ถูกผลิตจากโรงงานด้วยสมรรถนะที่มีพละกำลังมหาศาล และการควบคุมที่ดีขึ้นจนไม่สามารถใช้ประสิทธิภาพได้เต็มที่บนท้องถนน ด้วยเหตุนี้ ผู้ขับขี่ในยุค Baby Boomer จึงเริ่มนำมอเตอร์ไซค์ของพวกเขามาปรับแต่ง ติดตั้งสายล็อกเพื่อความปลอดภัย ติดป้ายหมายเลข และออกมาแข่งบนสนามแข่งกันมากขึ้นจนเป็นประวัติการณ์ การแข่งขัน Laguna Seca Raceway 1973 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1973 เมื่อผู้จัดการแข่งขันอย่าง เกวิน ทริปป์ และ บรูซ ค็อกซ์ ได้เชิญกลุ่มนักแข่งรถโปรดักชั่นมายังสนาม Laguna Seca Raceway ในเดือนกรกฎาคมปี 1973 เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน AMA National Road Race ในคลาส Heavyweight Production โดยผู้ชนะในการแข่งขันนั้นคือ อีวอน ดูฮาเมล ที่ชนะ สตีฟ แมคลาฟลิน ซึ่งทั้งคู่ขี่ Kawasaki Z1 ส่วน ไมค์ คลาร์ก ชนะในคลาส Lightweight Production ด้วย Yamaha RD350 การแข่งขันดังกล่าวได้รับความนิยมมากจากแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ทำให้การแข่งขันนี้ได้ถูกจัดการแข่งขันขึ้นอีกครั้งในปี 1974 ซึ่งในปีนั้นการแข่งโปรดักชั่นยังได้ขึ้นปกนิตยสาร Cycle News โดยมีพาดหัวว่า ‘Superbike National’ และทำให้การแข่งขันรถในคลาสซูเปอร์ไบค์ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ในปี 1975 Daytona และ Ontario ได้ทำการเพิ่มการแข่งขันรถในคลาส Superbike Production ในตารางการแข่งขัน เพราะทาง AMA ไม่สามารถนิ่งเฉยต่อความนิยมที่เพิ่มขึ้นของคลาสนี้ได้อีกต่อไป ด้วยการแข่งขันที่มีความตื่นเต้น เร้าใจ ทำให้มีการรายงานข่าวอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่องมากยิ่งขึ้นของการแข่งขัน AMA Superbike ในนิตยสาร Cycle News อย่างต่อเนื่อง ทำให้ คุก นีลสัน และ ฟิล ชิลลิง บรรรณาธิการของ Cycle News นิตยสาร มีบทบาทสำคัญในการสร้างฐานแฟนคลับจำนวนมากให้กับคลาสการแข่งรถบนถนนรูปแบบใหม่นี้ ค่ายรถยุโรป VS ญี่ปุ่น รถมอเตอร์ไซค์สำหรับการแข่งขันจากแดนซามูไรอย่าง ‘ประเทศญี่ปุ่น’ มักจะมีจุดเด่นในด้านของพละกำลังเพราะมีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และมีหลายสูบ แต่ยังมีปัญหาในเรื่องของการควบคุม ซึ่งตรงจุดนี้เป็นข้อได้เปรียบที่มอเตอร์ไซค์ยุโรปจริงที่มีกำลังน้อยกว่า แต่มีเสถียรภาพในการควบคุมมากกว่าอย่าง BMW R90S, Ducati 750SS และ Moto Guzzi 850 Le Mans รถมอเตอร์ไซค์จากค่ายยุโรปทั้ง 3 คันที่กล่าวไป

David Alonso moto3 champion คว้าแชม์ปโลก ก่อนจบซีซั่น ฉลองชัยชนะกับ David Alonso moto3 champion สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์โลก Grand Prix World Championship 2024 ครั้งแรกในรุ่น Moto 3 และเป็นการปิดฉากอย่างรวดเร็วก่อนจบฤดูกาลที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ในขณะที่การแข่งขันยังเหลืออีก 4 สนามของฤดูกาลนี้ ด้วยชัยชนะมากถึง 10 ครั้งสำหรับฤดูกาลนี้ อลอนโซ่มีคะแนนนำห่างแบบ “เอกฉันท์” จากคะแนนสะสมรวม 321 แต้ม ทิ้งห่างคู่แข่งอันดับสองอย่าง Daniel Holgado มากกว่า 100 แต้ม (212 แต้ม) อีกทั้งยังสร้างสถิติชัยชนะด้วยตัวแข่งจากสัญชาติแดนมังกรอย่าง CFMoto และแค่นั้นยังไม่พอ เจ้าตัวยังเป็นนักบิดแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดรองจากนักบิดแชมป์เก่าอย่าง Izan Guevara และ “เบบี้ชาร์ค” เปรโด อคอสต้า นั่นเอง David Alonso ฉายแววตั้งแต่ European Talent Cup @motogp Going back to his roots to celebrate how far he’s come 🇨🇴🏍️ Emotions were running high during David Alonso’s Moto3 title celebrations 🎉🥹 BabyGOAT 🐐 JapaneseGP 🇯🇵 MotoGP Motorsports Motor SportsOnTikTok ♬ original sound – MotoGP™ – MotoGP™ จากจุดเริ่มต้นของการของแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 2019 ในรายการ European Talent Cup อลอนโซ่จบการแข่งขันในอันดับที่ 5 และสามารถขึ้นโพเดี้ยมถึง 4 ครั้ง ต่อด้วยการคว้าแชมป์ ETC ในปี 2020 ภายใต้สังกัดทีม Aspar และสามารถคว้าชัยไปได้ 5 ครั้งในปีเดียวกัน และนอกจากนี้นักบิดหนุ่มชาวโคลัมเบียยังได้เข้าร่วมการแข่งขัน Red Bull MotoGP™ Rookies Cup โดยสามารถจบอันดับที่ 4 ของการแข่งขันในครั้งนี้ ต่อด้วยในปี 2021 อลอนโซ่ สามารถคว้าแชมป์รุกกี้คัพ หลังเอาชนะการแข่งขันไปได้ถึง 6 สนาม และเป็นปีแรกที่เขาสามารถคว้าแชมป์ในรายการ JuniorGP ไปครอง ต่อด้วยการคว้าแชมป์อีกครั้งในปี 2022 ที่วาเลนเซีย ประเทศสเปน ก่อนมาแข่งในรายการเวิร์ลกรังปรีซ์เมื่อปีที่ผ่านมา โพเดี้ยมครั้งแรกใน Moto3 ด้วยฝีมือที่ฉายแววแพรวพราวของเด็กหนุ่มคนนี้ อลอนโซ่ใช้เวลาเพียง 4 สนามเท่านั้น ก่อนคว้าโพเดี้ยมในรายการ Moto 3 เป็นครั้งแรก และเป็นชาวโคลัมเบียคนแรกที่สามารถคว้าโพเดี้ยมในรายการนี้ไปได้ หลังจากนั้นเขาก็สามารถคว้าโพเดี้ยมมาหลายสนามทั้ง บาร์เซโลน่า, มิซาโน่และสนามบุรีรัมย์ ประเทศไทย รวมถึงอันดับสอง 4 ครั้ง ทำให้นักบิดหนุ่มคนนี้จบอันดับ 3 ในรุ่น Moto3 ตามหลังแชมป์อย่าง Jaume Masia ไม่ถึง 30 แต้ม คว้าแชมป์โลก Moto3 ในวัย 18 ปี และปีแห่งความสำเร็จของเขาก็มาถึง สำหรับฤดูกาล 2024 ที่อลอนโซ่สามารถคว้าชัยชนะตั้งแต่สนามแรกที่การ์ตา และเก็บชัยมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้รับการยอมรับในฝีมือ รวมถึงรถแข่งคู่ใจอย่าง CFMoto ได้รับยอมรับและถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในตัวแข่งที่ดีที่สุด กระทั่งปิดท้ายกับชัยชนะครั้งใหญ่ที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น “อลอนโซ่” กลายเป็นนักบิดชาวโคลัมเบียคนแรกที่คว้าแชมป์โลก Moto3 ฤดูกาล 2024 ไปได้ อย่างไรก็ดี ต้องขอแสดงความดีใจกับหนุ่มน้อยจอมทะเล้นที่สามารถสร้างชื่อเสียงมากมายเหล่านี้ไปได้ อีกทั้งยังเป็นนักกีฬาตัวอย่างแก่น้อง ๆ เยาวชนที่ชื่นชอบในความเร็ว และมีความฝัน ความมุ่งมั่นและอดทน เพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในอนาคต และนี่เป็นเพียงความสำเร็จเริ่มต้นของเส้นทางในอาชีพการแข่งขันเท่านั้น เราอาจได้เห็นหนุ่มน้อยคนนี้เฉิดฉายบนเวทีการแข่งขันในระดับพรีเมียร์คลาสในอนาคตก็เป็นไปได้

Motul Grand Prix of Japan 2024 Ducati เก็บเรียบ จบกันไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับงานแข่งขัน Motul Grand Prix of Japan 2024 ที่สนามโมเตกิ วันนี้เรามาสรุป 5 อันดับ เวลาที่ดีที่สุดจะมีใครบ้าง หลังจากการ Qualifying นักแข่งที่ออกตัวในแถวแรก Pedro ACOSTA ตามมาด้วย Francesco BAGNAIA และ Maverick VIÑALES แถวที่สอง Enea BASTIANINI, Brad BINDER และ Franco MORBIDELLI 5 อันดับ เวลาที่ดีที่สุด ในรอบ Race ของการแข่งขัน Jorge MARTIN (Prima Pramac Racing) เวลา 1:44.461 วินาที Francesco BAGNAIA (Ducati Lenovo Team) เวลา 1:44.519 วินาที Enea BASTIANINI (Ducati Lenovo Team) เวลา 1:44.707 วินาที Pedro ACOSTA (Red Bull GASGAS Tech3) เวลา 1:44.850 วินาที Marc MARQUEZ (Gresini Racing MotoGP) เวลา 1:44.860 วินาที แต่หลังจบการแข่งขันผู้ได้ชัยในสนามนี้ ได้แก่ Francesco BAGNAIA Jorge MARTIN Marc MARQUEZ เวลาดีที่สุดไม่ใช่ว่าจะได้ชัยเสมอไปน้าาา สนามนี้ BAGNAIA ออกตัวมาก็ขึ้นนับตั้งแต่ รอบแรก ยันจบการแข็งขัน และระหว่างการแข่งขัน Pedro ACOSTA ล้มในรอบที่ 4 ของการแข่งขัน หลังจากที่ตาม BAGNAIA มาติดๆ Pedro ACOSTA ถึงกับเศร้าและเข้าไปกอดเหล่าทีมงานที่ทำให้ผิดหวัง สนามหน้าว่ากันใหม่นะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Alex Marquez รับตั๋ววิ่ง Long Lap สนามหน้า Alex Marquez น่าจะเหมือนกับเจอฝันร้ายในการแข่งขันสนามที่ 16 รายการ 2024 MotoGP ที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเมื่อนักแข่งจากทีม Gresini Racing พลาดท่าปะทะกับโจอัน เมียร์ จากทีม Honda HRC ในโค้งที่ 12 ซึ่งทำให้ทั้งคู่ต้องออกจากการแข่งขันในสนามนี้ ในการให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขัน อเล็กซ์ มาร์เกซได้ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองว่า : “ผมทำผิดพลาดที่โค้ง 11 ซึ่งทำให้ผมออกนอกไลน์เล็กน้อย ในขณะที่พยายามกลับสู่ตำแหน่ง (ช่วงโค้งที่ 12) ผมได้ปะทะกับโจอัน เมียร์ ซึ่งทำให้ผมล้มลง และทำให้รถของผมติดไปที่ท้ายรถของเขา จนทำให้เขาไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้ ผมต้องขอโทษเขาที่ทำให้เขาออกจากการแข่งขัน” หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางคณะกรรมการได้ทำการทบทวนเหตุการณ์ พร้อมระบุว่า อเล็กซ์ มาร์เกซ ขับขี่ด้วยความประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ และได้ทำการสั่งลงโทษ อเล็ก มาร์เกซ ด้วยการวิ่ง Long Lap ในสนามถัดไปที่ Australian MotoGP ที่กำลังจะมาถึง โดยคณะกรรมการได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับบทลงโทษดังนี้ : “ตามแนวทางการลงโทษที่ได้มอบให้กับทีม การกระทำนี้ถูกจัดว่าเป็นเหตุการณ์แบบ MGP-CC4 คือการทำให้เกิดอุบัติเหตุ การปะทะกับนักแข่งคนอื่น โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักแข่งหมายเลข #36 (โจอัน เมียร์) ที่โค้ง 12 ที่ส่งผลให้นักแข่งคนนั้นเกิดอุบัติเหตุตามมา และเนื่องจากเป็นการกระทำความผิดครั้งแรกในฤดูกาลนี้ บทลงโทษที่เหมาะสมในกรณีนี้คือการ Long lap penalty ในสนามถัดไป” โดยการแข่งขันสนามถัดไป จะทำการแข่งขันที่สนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) อันดับตารางคะแนนหลังจบการแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ตำแหน่ง นักแข่ง ทีม แต้ม คะแนนห่างจากอันดับ 1 1 = Jorge Martin Pramac Ducati (GP24) 392 – 2 = Francesco Bagnaia Ducati Lenovo (GP24) 382 (-10) 3 = Enea Bastianini Ducati Lenovo (GP24) 313 (-79) 4 = Marc Marquez Gresini Ducati (GP23) 311 (-81) 5 ขยับขึ้น 1 อันดับ Brad Binder Red Bull KTM (RC16) 183 (-209) 6 ขยับลง 1 อันดับ Pedro Acosta Red Bull GASGAS Tech3 (RC16) 181 (-211) 7 = Maverick Viñales Aprilia Racing (RS-GP24) 163 (-229) 8 ขยับขึ้น 3 อันดับ Franco Morbidelli Pramac Ducati (GP24) 136 (-256) 9 ขยับขึ้น 1 อันดับ Marco Bezzecchi VR46 Ducati (GP23) 134 (-258) 10 ขยับลง 1 อันดับ Fabio di Giannantonio VR46 Ducati (GP23) 134 (-258) 11 ขยับลง 3 อันดับ

Sam Lowes ต่อสัญญา Marc VDS Ducati พร้อมพิสูจน์ตัวเองใน WorldSBK 2025 Sam Lowes ต่อสัญญา Marc VDS Ducati เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมพิสูจน์ตัวเองสำหรับการแข่งขัน World Superbike Championship 2025 Sam Lowes (ELF Marc VDS Racing Team) จะยังคงอยู่ในการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ในปี 2025 นักแข่งชาวอังกฤษรายนี้ได้ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกในปีนี้และทำผลงานได้ดี แต่ก็มีผลการแข่งขันที่ไม่คงเส้นคงวาในบางครั้ง เนื่องจากเขายังคงต้องปรับตัวกับรถแข่ง Ducati Panigale V4 R และสนามแข่งใหม่ ๆ ฝีมือขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนรถไฟเหาะ ผลการแข่งขันที่ดีที่สุดของ Lowes ในปี 2024 จนถึงตอนนี้คือการจบอันดับที่ 6 ในการแข่งขันเรซที่ 2 ที่ Assen แม้ว่าเขาจะได้ออกตัวจากแถวหน้าและเคยขึ้นนำในสนามบาร์เซโลนาก็ตาม เขาจบในอันดับท็อป 8 ได้ทั้งหมด 5 ครั้งในฤดูกาลเปิดตัว แต่ผลงานในรอบหลังกลับยากขึ้นเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากการล้มของเขาใต้การแข่งขันที่ปะทุดุเดือดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขามีปัญหาในการติดอันดับท็อป 10 โดยครั้งสุดท้ายที่เขาอยู่ในท็อป 10 คือการแข่งขัน Tissot Superpole Race ที่ Donington Park แซม โลว์ เคยประสบความสำเร็จ ในรุ่น Moto2 , WorldSSP และ British Supersport ก่อนที่จะเข้าร่วมทีมใน WorldSBK, Lowes ลงแข่งใน Moto2™ ทั้งหมด 155 เรซ โดยร่วมกับทีม Marc VDS 4 ฤดูกาลตั้งแต่ปี 2020 เขาจบอันดับ 3 ในตารางคะแนนในฤดูกาลแรกกับทีม ก่อนที่จะจบอันดับ 4 ในฤดูกาลถัดมา แม้ว่าจะมีสองฤดูกาลที่ยากลำบากตามมา แต่ทีมก็ยังคงสนับสนุน Lowes ต่อไปในปี 2024 โดยเปลี่ยนไปแข่ง WorldSBK ด้วยรถ Ducati Panigale V4 R นอกจากนี้เขายังเคยลงแข่งใน MotoGP™ หนึ่งฤดูกาล โดยลงแข่ง 18 Race และทำคะแนนได้ 5 คะแนน นักแข่งวัย 34 ปีคนนี้ เคยเป็นแชมป์โลกมาแล้ว โดยคว้าแชมป์ WorldSSP ในปี 2013 ก่อนที่จะย้ายไปแข่งใน MotoGP เขาชนะการแข่งขัน 6 ครั้งและขึ้นโพเดียมทั้งหมด 11 ครั้งในฤดูกาลแรกของเขากับ Yamaha ในรายการชิงแชมป์ ก่อนหน้านั้นเขาใช้เวลาสองฤดูกาลเต็มแข่งด้วยรถ Honda ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวกับที่เขาคว้าแชมป์ British Supersport ในปี 2010 ด้วยชัยชนะ 5 ครั้งและขึ้นโพเดียม 10 ครั้ง การตั้งเป้าในปีฤดูกาล 2025 สำหรับปี 2025 ด้วยประสบการณ์การเรียนรู้หนึ่งปีที่ทั้งเขาและทีมได้สะสมมา และไม่ต้องปรับตัวกับรถหรือยางใหม่อีกต่อไป Lowes หวังว่าจะสามารถจบในอันดับท็อป 10 หรือแม้แต่ต่อสู้เพื่อขึ้นโพเดียมในฤดูกาลที่สองของเขา ขณะที่เขามุ่งหาความสำเร็จกับ Ducati ทีมอิสระ การเดินหน้าต่อไปนี้จะเป็นการสานต่อความสำเร็จของพวกเขาในฐานะคู่หู หลังจากที่เคยคว้าชัยชนะหลายครั้งใน Moto2 และต่อสู้เพื่อชิงแชมป์มาแล้ว Lowes หวังที่จะทำผลงานให้ดีในช่วงท้ายซีซั่น 2024 “ผมหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในช่วงท้ายของฤดูกาลนี้” “เมื่อพูดถึงการต่อสัญญากับทีม Lower กล่าวว่า: ‘ผมรู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้สานต่อกับทีม Elf Marc VDS Racing ใน WorldSBK ต่ออีกหนึ่งปี เป้าหมายของผมและทีมคือการวางแผนอย่างน้อยสองปีเนื่องจากความแตกต่างอย่างมากระหว่าง Moto2™ และ WorldSBK ช่วงหลังมานี้ผลการแข่งขันค่อนข้างซับซ้อนเพราะอาการบาดเจ็บที่ไหล่ของผม แต่การแข่งขันรอบแรก ๆ นั้นสนุกมากและเราได้พัฒนาผลงานไปในทางที่ดีขึ้น

Free Practice Japanese GP 2024 กับ 5 เวลาการซ้อมที่ดีที่สุด ในการฝึกซ้อมรอบแรกและรอบสอง (Free Practice Japanese GP 2024) สำหรับการแข่งขัน Motul Grand Prix of Japan 2024 ที่สนามโมเตกิ นักแข่งจากทีมต่างๆ ต่างทำเวลากันอย่างดุเดือดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรอบ Qualifying และการแข่งขันจริงในวันถัดไป Free Practice Japanese GP 2024 5 นักแข่งที่ทำเวลาได้ดีที่สุดในรอบการฝึกซ้อมวันนี้ Brad Binder (Red Bull KTM Factory Racing) เวลา 1:43.436 วินาที 2. Marc Marquez (Gresini Racing MotoGP) เวลา 1:43.469 วินาที 3. Jorge Martin (Prima Pramac Racing) เวลา 1:43.568 วินาที 4. Pedro Acosta (Red Bull GASGAS Tech3) เวลา 1:43.583 วินาที 5. Enea BASTIANINI (Ducati Lenovo Team) เวลา 1:43.605 วินาที ทั้ง 5 นักแข่งนี้ทำเวลาได้ดีที่สุดในรอบการฝึกซ้อม พรุ่งนี้ติดตาม Qualifying กันอีกที ว่าจะขี่ดีเหมือนวันซ้อมหรือเปล่า อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก