SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

2026 Honda GB350C

พร้อมให้ยลโฉม และเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับโมเดลใหม่จากค่ายปีกนกอย่าง 2026 Honda GB350C ที่มาในดีไซน์ของรถจักรยานยนต์สไตล์ของความเป็นโมเดิร์นวินเทจ โดยรหัส ‘C’ ในชื่อรุ่นนั้นย่อมาจาก Classical ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ถูกอัปเกรดรูปลักษณ์ให้มีความเป็นวินเทจสูงกว่ารุ่น GB350 ปกติ ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ความภูมิฐานและความประณีตของค่ายปีกนกได้เป็นอย่างดี

ดีไซน์ภายนอก ความแตกต่างที่เหนือกว่ารุ่นมาตรฐาน

บังโคลนเหล็กทรงลึก (Deep Steel Fenders) : ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเสริมความบึกบึนและหรูหราแบบรถยุคเก่า

เบาะนั่งแยกส่วน (Split Seat) : ดีไซน์ที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีความยาวเพิ่มขึ้นเพื่อความสบายในการเดินทาง

2026 Honda GB350C


ขุมพลัง Big Single พละกำลังที่นุ่มนวลและทนทาน

วิศวกรรมเบื้องหลังของสเปกของตัวรถคันนี้คือเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 348 ซีซี SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ สิ่งที่น่าสนใจคือทำไม Honda ถึงเลือกใช้เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศในยุค 2026?

คำตอบอยู่ที่ “สุนทรียภาพ” ครับ เครื่องยนต์บล็อกนี้ถูกออกแบบให้มีครีบระบายความร้อนที่สวยงาม และที่สำคัญที่สุดคือระบบไอเสียและเพลาข้อเหวี่ยงที่ถูกจูนมาให้เกิดเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่ง Honda เรียกว่าระบบ “Thumping Sound” หรือเสียงตึบๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจ

  • แรงบิด (Torque): 29 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที คือตัวเลขที่บอกว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้เน้นขี่เร็ว แต่เน้นการเร่งออกตัวที่นุ่มนวลและทรงพลังในรอบต่ำ ทำให้การขี่ในเมืองเป็นเรื่องง่ายและสนุก
  • ความสมูท: แม้จะเป็นเครื่องสูบเดียว แต่มีการติดตั้งตัวบาลานเซอร์ (Balancer) ที่แกนข้อเหวี่ยง เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนที่มือแฮนด์และพักเท้า ทำให้คุณสามารถขี่ทางไกลได้โดยไม่ล้า
2026 Honda GB350C 2026 Honda GB350C

ความลงตัวของเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่

ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเหมือนรถคุณปู่แต่โมเดลใหม่ล่าสุดจากค่ายปีกนกคันนี้อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่รถรุ่นใหม่ควรมี เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะขี่มันได้อย่างสบายใจในทุกสภาพถนน:

  1. Honda Selectable Torque Control (HSTC): ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การขี่บนทางลื่นหรือจังหวะเปิดคันเร่งบนทางทรายทำได้อย่างมั่นใจ
  2. Assist & Slipper Clutch: ระบบคลัตช์ที่ช่วยให้ก้านคลัตช์เบาแรงแรงกดมือ และป้องกันอาการล้อหลังล็อกเมื่อต้องลดเกียร์กระทันหัน (Engine Brake)
  3. Dual Channel ABS: ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกทั้งหน้าและหลัง ทำงานคู่กับจานดิสก์ขนาดใหญ่ ให้แรงเบรกที่มั่นคงและคาดเดาได้ง่าย
  4. Full LED Lighting: ไฟหน้าทรงกลมคลาสสิกแต่ใช้ไส้ในเป็น LED ที่ให้ความสว่างสูงและดูพรีเมียมในยามค่ำคืน

ประสบการณ์การขับขี่และเบาะนั่งแบบแยกส่วน

ความพิเศษอีกประการของรุ่น “C” คือเบาะนั่งแบบแยกส่วน (Split Seat) ที่มีความหนาและนุ่มเป็นพิเศษ วัสดุหุ้มเบาะถูกเลือกใช้หนังเทียมเกรดพรีเมียมที่มีลวดลายกันลื่น ท่านั่งของรถถูกออกแบบให้หลังตรง (Upright Position) แฮนด์บาร์อยู่ในระดับที่พอดีไม่กว้างจนเกินไป ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ การออกแบบท่อไอเสียแบบ Cabton Muffler ทรงยาวตรงที่ขนานไปกับพื้นโลก นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังช่วยรักษาจุดศูนย์ถ่วงของรถให้ต่ำลง ส่งผลให้รถมีความนิ่งในขณะเข้าโค้งและการทรงตัวในความเร็วต่ำทำได้ดีเยี่ยม

บทวิเคราะห์ความคุ้มค่าและสถานะในตลาดโลก

ปัจจุบัน Honda GB350C ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่นและอินเดีย (ในชื่อ CB350) สำหรับรุ่นปี 2026 นี้ Honda ตั้งใจวางตำแหน่งให้เป็นรถระดับพรีเมียมคลาสสิกที่เหนือกว่าคู่แข่งในพิกัดเดียวกัน ด้วยจุดเด่นด้าน “คุณภาพงานประกอบ” (Finishing) ที่เน้นวัสดุเป็นโลหะและสีพ่นคุณภาพสูง ทำให้รถมีคุณค่าในการสะสมระยะยาว

ในประเทศไทย แม้กระแสการนำเข้าจะยังคงเป็นรถ CBU (นำเข้าทั้งคัน) ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสูงกว่ารถที่ผลิตในประเทศ แต่สำหรับกลุ่มผู้ที่มองหา “รถคันเดียวจบ” ที่ขี่เท่ได้ทุกวันและดูแลรักษาง่ายตามมาตรฐาน Honda บิ๊กซิงเกิลคันนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะมันเป็นรถที่ “ยิ่งเก่ายิ่งเก๋า” และไม่มีวันตกยุค

สุนทรียภาพที่จับต้องได้

2026 Honda GB350C ไม่ใช่รถที่สร้างมาเพื่อทำลายสถิติความเร็วในสนามแข่ง แต่มันสร้างมาเพื่อทำลายความจำเจในการเดินทางของคุณ ทุกครั้งที่สตาร์ทและฟังเสียงสูบเดียวเดินเบา คุณจะสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของการขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่แท้จริง สีใหม่ในปี 2026 นี้คือการย้ำเตือนว่า ความคลาสสิกไม่ได้มีแค่สีโครเมียมเงาวับเสมอไป แต่ความดิบ เท่ และสุขุมในแบบ Military Style ก็สามารถสร้างความประทับใจระดับพรีเมียมได้อย่างไม่รู้จบ

หากสาวกค่ายปีกนกที่ชื่นชอบความคลาสสิคก็สามารถทดสอบขับขี่ หรือสัมผัสคันจริงได้ที่ศูนย์ฮอนด้าบิ๊กวิงก์ทุกสาขาทั่วประเทศ

สีสันที่วางจำหน่าย

Matte Sandstorm Beige
Matte Bullet Silver

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

2026 Honda GB350C ครั้งแรกในไทย คลาสสิคฟีเจอร์แน่น

2026 Honda GB350C

พร้อมให้ยลโฉม และเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับโมเดลใหม่จากค่ายปีกนกอย่าง 2026 Honda GB350C ที่มาในดีไซน์ของรถจักรยานยนต์สไตล์ของความเป็นโมเดิร์นวินเทจ โดยรหัส ‘C’ ในชื่อรุ่นนั้นย่อมาจาก Classical ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ถูกอัปเกรดรูปลักษณ์ให้มีความเป็นวินเทจสูงกว่ารุ่น GB350 ปกติ ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ความภูมิฐานและความประณีตของค่ายปีกนกได้เป็นอย่างดี

ดีไซน์ภายนอก ความแตกต่างที่เหนือกว่ารุ่นมาตรฐาน

บังโคลนเหล็กทรงลึก (Deep Steel Fenders) : ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเสริมความบึกบึนและหรูหราแบบรถยุคเก่า

เบาะนั่งแยกส่วน (Split Seat) : ดีไซน์ที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีความยาวเพิ่มขึ้นเพื่อความสบายในการเดินทาง

2026 Honda GB350C


ขุมพลัง Big Single พละกำลังที่นุ่มนวลและทนทาน

วิศวกรรมเบื้องหลังของสเปกของตัวรถคันนี้คือเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 348 ซีซี SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ สิ่งที่น่าสนใจคือทำไม Honda ถึงเลือกใช้เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศในยุค 2026?

คำตอบอยู่ที่ “สุนทรียภาพ” ครับ เครื่องยนต์บล็อกนี้ถูกออกแบบให้มีครีบระบายความร้อนที่สวยงาม และที่สำคัญที่สุดคือระบบไอเสียและเพลาข้อเหวี่ยงที่ถูกจูนมาให้เกิดเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่ง Honda เรียกว่าระบบ “Thumping Sound” หรือเสียงตึบๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจ

  • แรงบิด (Torque): 29 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที คือตัวเลขที่บอกว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้เน้นขี่เร็ว แต่เน้นการเร่งออกตัวที่นุ่มนวลและทรงพลังในรอบต่ำ ทำให้การขี่ในเมืองเป็นเรื่องง่ายและสนุก
  • ความสมูท: แม้จะเป็นเครื่องสูบเดียว แต่มีการติดตั้งตัวบาลานเซอร์ (Balancer) ที่แกนข้อเหวี่ยง เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนที่มือแฮนด์และพักเท้า ทำให้คุณสามารถขี่ทางไกลได้โดยไม่ล้า
2026 Honda GB350C 2026 Honda GB350C

ความลงตัวของเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่

ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเหมือนรถคุณปู่แต่โมเดลใหม่ล่าสุดจากค่ายปีกนกคันนี้อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่รถรุ่นใหม่ควรมี เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะขี่มันได้อย่างสบายใจในทุกสภาพถนน:

  1. Honda Selectable Torque Control (HSTC): ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การขี่บนทางลื่นหรือจังหวะเปิดคันเร่งบนทางทรายทำได้อย่างมั่นใจ
  2. Assist & Slipper Clutch: ระบบคลัตช์ที่ช่วยให้ก้านคลัตช์เบาแรงแรงกดมือ และป้องกันอาการล้อหลังล็อกเมื่อต้องลดเกียร์กระทันหัน (Engine Brake)
  3. Dual Channel ABS: ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกทั้งหน้าและหลัง ทำงานคู่กับจานดิสก์ขนาดใหญ่ ให้แรงเบรกที่มั่นคงและคาดเดาได้ง่าย
  4. Full LED Lighting: ไฟหน้าทรงกลมคลาสสิกแต่ใช้ไส้ในเป็น LED ที่ให้ความสว่างสูงและดูพรีเมียมในยามค่ำคืน

ประสบการณ์การขับขี่และเบาะนั่งแบบแยกส่วน

ความพิเศษอีกประการของรุ่น “C” คือเบาะนั่งแบบแยกส่วน (Split Seat) ที่มีความหนาและนุ่มเป็นพิเศษ วัสดุหุ้มเบาะถูกเลือกใช้หนังเทียมเกรดพรีเมียมที่มีลวดลายกันลื่น ท่านั่งของรถถูกออกแบบให้หลังตรง (Upright Position) แฮนด์บาร์อยู่ในระดับที่พอดีไม่กว้างจนเกินไป ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ การออกแบบท่อไอเสียแบบ Cabton Muffler ทรงยาวตรงที่ขนานไปกับพื้นโลก นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังช่วยรักษาจุดศูนย์ถ่วงของรถให้ต่ำลง ส่งผลให้รถมีความนิ่งในขณะเข้าโค้งและการทรงตัวในความเร็วต่ำทำได้ดีเยี่ยม

บทวิเคราะห์ความคุ้มค่าและสถานะในตลาดโลก

ปัจจุบัน Honda GB350C ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่นและอินเดีย (ในชื่อ CB350) สำหรับรุ่นปี 2026 นี้ Honda ตั้งใจวางตำแหน่งให้เป็นรถระดับพรีเมียมคลาสสิกที่เหนือกว่าคู่แข่งในพิกัดเดียวกัน ด้วยจุดเด่นด้าน “คุณภาพงานประกอบ” (Finishing) ที่เน้นวัสดุเป็นโลหะและสีพ่นคุณภาพสูง ทำให้รถมีคุณค่าในการสะสมระยะยาว

ในประเทศไทย แม้กระแสการนำเข้าจะยังคงเป็นรถ CBU (นำเข้าทั้งคัน) ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสูงกว่ารถที่ผลิตในประเทศ แต่สำหรับกลุ่มผู้ที่มองหา “รถคันเดียวจบ” ที่ขี่เท่ได้ทุกวันและดูแลรักษาง่ายตามมาตรฐาน Honda บิ๊กซิงเกิลคันนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะมันเป็นรถที่ “ยิ่งเก่ายิ่งเก๋า” และไม่มีวันตกยุค

สุนทรียภาพที่จับต้องได้

2026 Honda GB350C ไม่ใช่รถที่สร้างมาเพื่อทำลายสถิติความเร็วในสนามแข่ง แต่มันสร้างมาเพื่อทำลายความจำเจในการเดินทางของคุณ ทุกครั้งที่สตาร์ทและฟังเสียงสูบเดียวเดินเบา คุณจะสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของการขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่แท้จริง สีใหม่ในปี 2026 นี้คือการย้ำเตือนว่า ความคลาสสิกไม่ได้มีแค่สีโครเมียมเงาวับเสมอไป แต่ความดิบ เท่ และสุขุมในแบบ Military Style ก็สามารถสร้างความประทับใจระดับพรีเมียมได้อย่างไม่รู้จบ

หากสาวกค่ายปีกนกที่ชื่นชอบความคลาสสิคก็สามารถทดสอบขับขี่ หรือสัมผัสคันจริงได้ที่ศูนย์ฮอนด้าบิ๊กวิงก์ทุกสาขาทั่วประเทศ

สีสันที่วางจำหน่าย

Matte Sandstorm Beige
Matte Bullet Silver

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า