หากจะหาเครื่องยนต์สักบล็อกหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์วงการรถแต่งไทย คงไม่มีรหัสไหนจะขลังไปกว่า “VTEC” อีกแล้ว แม้ในปัจจุบันโลกจะหมุนเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มตัวในปี 2569 แต่เสน่ห์ของเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศ (N/A) ที่มาพร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะตัวนี้ ยังคงเป็นที่ต้องการและมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับงานศิลปะที่ขับเคลื่อนได้ บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกรหัสลับที่เปลี่ยนโลกแห่งความเร็วไปตลอดกาล
จุดเริ่มต้นจาก “ความไม่ยอมแพ้” ของ Soichiro Honda
ก่อนจะมาเป็นเครื่องยนต์ที่วัยรุ่นคลั่งไคล้ ระบบ VTEC มีจุดเริ่มต้นจากโจทย์สุดหินในยุค 80s เมื่อทีมวิศวกรของ Honda ต้องการสร้างเครื่องยนต์ที่ “ประหยัดในเมือง แต่แรงจัดในทางหลวง” ซึ่งในทางวิศวกรรมสมัยนั้นมันขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง เพราะแคมชาร์ฟ (เพลาลูกเบี้ยว) ทั่วไปจะถูกฟิกองศาไว้ ถ้าเอาแคมชาร์ฟองศาสูง (แคมซิ่ง) มาใส่ รถจะเดินเบาไม่ได้ สั่นเป็นเจ้าเข้า แต่ถ้าใช้แคมชาร์ฟองศาต่ำ รถก็ไม่มีแรงในรอบสูง
Kenichi Nagahiro หัวหน้าทีมวิศวกร จึงปิ๊งไอเดียระบบสลับแคมชาร์ฟด้วยแรงดันน้ำมันเครื่อง จนเกิดเป็น VTEC (Variable Valve Timing and Lift Electronic Control) เครื่องยนต์แรกที่สามารถเปลี่ยนบุคลิกตัวเองได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสคันเร่ง
โครงสร้างและหัวใจการทำงาน: “แคมซิ่งที่สั่งได้จากโรงงาน”
หลักการทำงานของ VTEC คือการมีลูกเบี้ยว (Lobe) 3 ตัวต่อ 2 วาล์ว โดยในรอบต่ำ เครื่องยนต์จะใช้ลูกเบี้ยวตัวข้างที่ออกแบบมาเพื่อประหยัดน้ำมันและเดินเบาเรียบ แต่เมื่อถึงจุดตัด (เช่น 5,500 รอบต่อนาที) ระบบจะใช้แรงดันน้ำมันเครื่องดันพิน (Pin) ไปล็อกกระเดื่องกดวาล์วให้ทำงานตามลูกเบี้ยวตัวกลางซึ่งมีขนาดใหญ่และองศาสูงกว่า
จังหวะนี้เองที่วาล์วจะเปิดนานขึ้นและลึกขึ้น อากาศไหลเข้าห้องเผาไหม้ได้มหาศาล เสียงเครื่องยนต์จะเปลี่ยนโทนจากทุ้มเป็นแผดแหลมทันที เป็นที่มาของวลี “วีเทคเปิด โลกเปลี่ยน” ที่สร้างอะดรีนาลีนให้คนขับได้มากกว่ารถเทอร์โบเสียด้วยซ้ำ
ชำแหละรหัส VTEC ที่เป็นที่สุดของความปรารถนา
ตระกูล B-Series: บรรพบุรุษแห่งความแรง
-
B16A: เครื่องยนต์ VTEC บล็อกแรกที่โลกต้องจารึก ม้า 160 ตัวจากความจุเพียง 1.6 ลิตร มันคือเครื่องที่อยู่ใน Civic EG 3 ประตูที่วัยรุ่นไทยยังคงตามหามาปั้นกันจนทุกวันนี้
-
B16B & B18C Type R: รหัส “ฝาแดง” ในตำนาน ที่ผ่านการขัดพอร์ต (Hand-polished ports) มาจากโรงงาน เป็นเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดในพิกัด N/A ยุค 90s
ตระกูล K-Series: ราชาแห่งยุคใหม่
-
K20A: เครื่องยนต์ที่วางใน Civic Type R FD2 และ Integra DC5 นี่คือจุดสูงสุดของเทคโนโลยี i-VTEC (ซึ่งพัฒนาต่อยอดจาก VTEC เดิม) ด้วยระบบ DOHC ที่มีวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย ทำให้มันสามารถปั่นม้าได้เกิน 220 ตัวแบบไม่ต้องพึ่งเทอร์โบ
-
K24: บล็อกใหญ่ 2.4 ลิตร ที่มักถูกนำมาผสมกับฝาสูบ K20A (สูตร K24/K20) กลายเป็นเครื่องยนต์ที่แรงบิดมหาศาล ดึงหนักสะใจสาย Drag
ตระกูล H-Series & F-Series: ยักษ์ใหญ่สายเดินทาง
-
H22A: เครื่องยนต์ฝาฟ้า/ฝาดำ ขนาด 2.2 ลิตร ที่วางใน Prelude และ Accord เน้นความแรงในย่านความเร็วปลาย เหมาะสำหรับสายมุดทางด่วน
5 เหตุผลที่ VTEC ยังคงครองใจวัยรุ่นในปี 2569
-
อารมณ์การขับขี่ (Driving Emotion): ความรู้สึกตอน VTEC ทำงาน มันคือความดิบเถื่อนที่หาไม่ได้ในรถไฟฟ้าที่เงียบกริบ หรือรถเทอร์โบที่ดึงแบบทื่อๆ
-
ความทนทาน (Durability): เครื่องยนต์ Honda ขึ้นชื่อว่า “อึด” แม้จะลากรอบถึง 8,000 รอบทุกวัน แต่ถ้าดูแลน้ำมันเครื่องดีๆ มันจะอยู่กับคุณไปจนลูกบวช
-
สังคมและวัฒนธรรม (Culture): การขับรถ VTEC คือการเข้าสู่สังคม JDM (Japanese Domestic Market) ที่มีมิตรภาพ อะไหล่ และสำนักแต่งรองรับอยู่ทั่วทุกมุมถนน
-
มูลค่าทางการตลาด: ปัจจุบันรถที่วางเครื่อง VTEC แท้ๆ ราคากำลังพุ่งสูงขึ้น กลายเป็นการลงทุน (Investment) อย่างหนึ่งสำหรับคนรักรถ
-
ของแต่งล้นตลาด: ไม่ว่าคุณจะมีงบหลักพันหรือหลักแสน i-VTEC และ VTEC มีทางออกให้เสมอ ตั้งแต่การจูนกล่อง ECU ปลดรอบ ไปจนถึงการเปลี่ยนไส้ในระดับฟอร์จ (Forged)
การดูแลรักษา หัวใจคือ “น้ำมันเครื่อง”
เนื่องจากระบบ VTEC ใช้แรงดันน้ำมันเครื่องในการเปลี่ยนกลไกวาล์ว การดูแลจึงสำคัญมาก:
-
ห้ามขาด: ถ้าน้ำมันเครื่องต่ำกว่าขีด ระบบ VTEC จะไม่ทำงานเพื่อป้องกันเครื่องยนต์พัง
-
คุณภาพต้องถึง: ควรใช้ระดับสังเคราะห์แท้ (Fully Synthetic) ที่ทนความร้อนสูงได้ เพราะเครื่อง VTEC มักจะถูกใช้งานในรอบสูงบ่อยครั้ง
-
ระยะเวลา: เปลี่ยนถ่ายทุก 5,000 – 7,000 กม. สำหรับสายซิ่ง เพื่อรักษาความสะอาดของกรองโซลินอยด์ VTEC
อนาคตของ VTEC ในโลกที่เปลี่ยนไป
แม้กฎหมายไอเสียจะเข้มงวดขึ้นจน Honda ต้องหันไปหาเครื่องยนต์ Turbo และ e:HEV แต่จิตวิญญาณของ VTEC ยังคงฝังอยู่ใน DNA ของรถรุ่นใหม่ๆ ในปี 2569 นี้ VTEC ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ยุคทองแห่งสันดาป” ที่วัยรุ่นยุคใหม่ยังคงโหยหา มันคือเครื่องเตือนใจว่าความเร็วไม่ได้วัดกันที่ตัวเลข 0-100 เพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ความสุขในจังหวะที่ “วาล์วเปิด” เครื่องยนต์ VTEC และเสียงเครื่องยนต์แผดคำรามไปพร้อมกับหัวใจของคนขับ
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่




