เข้าสู่ปี 2026 ตลาดรถจักรยานยนต์คลาส 500cc ในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก มีผู้เล่นหน้าใหม่จากทั้งค่ายยุโรปและค่ายจีนตบเท้าเข้ามาเสนอตัวเลือกที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีไฟฟ้าและออปชั่นแพรวพราว แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นชื่อของ Honda CL500 (รุ่นปี 2024-2026) ยังคงยืนหยัดเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในใจของคนที่ต้องการ “ความคุ้มค่า” และ “สไตล์” อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จที่ยาวนานนี้? เราจะพาไปเจาะลึกแบบ 360 องศาครับ
เมื่อเสน่ห์ยุค 60s มาพบกับเทคโนโลยีปัจจุบัน
Honda CL500 ไม่ได้เกิดขึ้นจากความพยายามในการสร้างรถใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำมรดกทางวัฒนธรรมจากรหัส CL72 ในปี 1962 มาตีความใหม่ภายใต้คอนเซปต์ “Modern Scrambler” ความหล่อของมันอยู่ที่ความ “ดิบ” และ “มินิมอล”
จุดเด่นที่สุดคือ ท่อไอเสียยกสูง (High-mounted Muffler) ที่หลายคนมองว่าแค่ออกแบบมาให้เท่ แต่ในทางวิศวกรรมและการใช้งานจริงในไทย มันช่วยให้คุณผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหรือทางฝุ่นได้อย่างสบายใจกว่าท่อใต้ท้องรถทั่วไป นอกจากนี้ ยางหุ้มโช้คหน้าและถังน้ำมันทรงคลาสสิกยังเป็นจุดดึงดูดสายตาที่ไม่ว่าจะจอดหน้าคาเฟ่ไหน ก็มักจะมีคนเดินเข้ามาทักถามเสมอ นี่คือรถที่ “สื่อสาร” กับคนรอบข้างได้ดีที่สุดคันหนึ่ง
เครื่องยนต์ 471 ซีซี 2 สูบเรียง ตำนานที่ยังมีลมหายใจ
ทำไมต้องซื้อเครื่องยนต์บล็อกเดิมในปี 2026? คำถามนี้มีคำตอบที่ชัดเจน คือ “ความเชื่อมั่น” เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 471cc ของ Honda ถูกพิสูจน์มาแล้วนับทศวรรษว่ามันคือเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดในคลาสสำหรับการใช้งานจริง
ใน CL500 ทาง Honda ได้ปรับ Mapping ใหม่ให้แตกต่างจากพี่น้องอย่าง CB500 Hornet หรือ NX500 โดยเน้นไปที่ แรงบิดในรอบต้นถึงกลาง (Torque) ที่จัดจ้านกว่าเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับการเป็นรถ Scrambler การกระชากคันเร่งออกจากไฟแดงหรือการไต่ความเร็วในทางชันทำได้อย่างติดมือ ที่สำคัญคือค่าบำรุงรักษาที่ “ถูกจนน่าตกใจ” เมื่อเทียบกับคู่แข่งค่ายยุโรปที่อาจจะทำให้กระเป๋าคุณเบาได้ในการเช็กระยะครั้งแรก
สรีระศาสตร์ที่เป็นมิตรกับคนไทย
หนึ่งในปัญหาใหญ่ของคนไทยคือความสูงเบาะรถมอเตอร์ไซค์ แต่ CL500 เข้ามาแก้โจทย์นี้ได้ตรงจุด ด้วยความสูงเบาะเพียง 790 มิลลิเมตร ผสานกับการออกแบบช่วงเอวรถที่แคบ ทำให้ผู้ขี่ที่มีความสูง 160-165 ซม. สามารถวางเท้าได้เต็มพื้นหรือเกือบเต็มพื้น มอบความมั่นใจในการควบคุมรถได้มหาศาล
นอกจากนี้ การใช้ ล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว คืออาวุธลับในการจัดการถนนเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นฝาท่อที่ไม่ได้ระดับ รอยต่อถนน หรือหลุมบ่อขนาดย่อม ล้อขนาดใหญ่ช่วยให้รถมีเสถียรภาพและซับแรงกระแทกได้ดีกว่าล้อ 17 นิ้วทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การขี่ในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องที่ผ่อนคลาย ไม่ต้องคอยเกร็งลุ้นว่าจะตกหลุมตอนไหน
ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ ซื้อวันนี้ กำไรวันหน้า
ในแง่ของเบี้ยประกันภัย อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่เฉลี่ย 25-27 กม./ลิตร และราคาอะไหล่สิ้นเปลือง CL500 คือผู้ชนะในเชิงเศรษฐศาสตร์อย่างแท้จริง และเมื่อถึงวันที่คุณอยากจะขยับซีซี “ราคาขายต่อ” ของรถ Honda ในประเทศไทยมักจะเป็นเบอร์ 1 เสมอ เต็นท์รถและคนซื้อต่อมักจะให้ราคาสูงเพราะความเชื่อมั่นในอะไหล่และศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกหัวระแหง
เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด: CL500 vs คู่แข่งในปี 2026
ในขณะที่คู่แข่งบางค่ายอาจจะให้หน้าจอ TFT ขนาดใหญ่พร้อมนำทางแบบ Turn-by-turn หรือโหมดการขับขี่ 4-5 โหมด แต่เราต้องตั้งคำถามว่า “ในระยะยาว อะไรคือสิ่งที่สำคัญกว่า?” ระหว่างหน้าจอสวยๆ ที่อาจจะรวนหลังโดนแดดเมืองไทยไป 2 ปี กับระบบเครื่องยนต์และช่วงล่างที่ขี่ไปไหนก็ได้โดยไม่ต้องกังวล CL500 เลือกที่จะตัดความฟุ่มเฟือยทิ้งแล้วมอบ “แก่นแท้” ของการขับขี่ให้เราแทน
บทสรุป
การซื้อเจ้าโมเดลนี้นั้นไม่ได้เป็นการซื้อเพียงแค่มอเตอร์ไซค์ แต่มันคือการซื้อความสบายใจ ความสนุก และสไตล์ที่เข้าได้กับทุกโอกาส มันเหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากปวดหัวกับปัญหาจุกจิก และต้องการรถที่พร้อมจะสตาร์ทติดทุกครั้งที่อยากออกไปสัมผัสลมเย็นๆ ไม่ว่าจะเป็นทริปสั้นๆ ในเมือง หรือทริปไกลๆ ในวันหยุด CL500 พร้อมจะทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ที่สุดครับ!
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่




