SuperBikeMag.Com ข่าวรถยนต์ รีวิวรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

ในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา เราได้เห็นกระแสความนิยมของ จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) พุ่งสูงขึ้นอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นทรงแม่บ้านสำหรับจ่ายตลาด หรือรุ่นล้ำสมัยสำหรับคนเมือง แต่สิ่งที่ตามมาเป็นเงาตามตัวคืออุบัติเหตุบนท้องถนนใหญ่และการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจบ่อยครั้ง จนเกิดคำถามในโซเชียลมีเดียว่า จักรยานไฟฟ้าวิ่งถนนไม่ได้ “ทำไมในต่างประเทศขี่กันเสรี แต่ในไทยกลับกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย?” ดราม่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความขัดแย้งระหว่างผู้ใช้รถกับตำรวจ แต่ลึกๆ แล้วมันคือช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีที่ไปไกลกว่ากฎหมายที่มีอยู่เดิม

แยกประเภทให้ชัด จักรยานไฟฟ้า vs รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

หัวใจสำคัญของดราม่านี้คือ “การนิยามประเภทรถ” ตามประกาศของกรมการขนส่งทางบก (ฉบับอัปเดต 2568-2569) ซึ่งแบ่งยานพาหนะสองล้อไฟฟ้าออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ดังนี้:

  1. กลุ่มรถจักรยาน (E-Bike): ต้องมีกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไม่เกิน 250 วัตต์ (0.25 กิโลวัตต์) และทำความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่านั้น กลุ่มนี้ไม่ต้องจดทะเบียน ไม่ต้องมีใบขับขี่ แต่ต้องขี่ตามกฎของรถจักรยาน

  2. กลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Motorcycle): มีกำลังมอเตอร์ตั้งแต่ 250 วัตต์ขึ้นไป และทำความเร็วสูงสุดได้ไม่ต่ำกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กลุ่มนี้ “ต้องจดทะเบียน” และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์

ปัญหาคือ จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ขายกันทั่วไปมักมีกำลังมอเตอร์ 350-500 วัตต์ ซึ่งแรงเกินกว่าจะเป็นจักรยาน แต่ก็มีความเร็วไม่ถึง 45 กม./ชม. และขาดอุปกรณ์มาตรฐานที่จะจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์ได้ รถกลุ่มนี้จึงกลายเป็น “ยานพาหนะเถื่อน” ในสายตากฎหมายทันที

ทำไมถึงจดทะเบียนไม่ได้? ส่องมาตรฐาน UN Regulation

เหตุผลที่จักรยานไฟฟ้า “ทรงแม่บ้าน” หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน ไม่ใช่แค่เรื่องความแรง แต่คือเรื่อง “ส่วนควบและอุปกรณ์ส่องสว่าง” ตามมาตรฐานสากล (UN Regulation) ที่กรมการขนส่งทางบกบังคับใช้ รถที่จะจดทะเบียนได้ต้องมี:

  • ระบบเบรก: ที่ผ่านการทดสอบสมรรถนะในระดับความเร็วรถจักรยานยนต์

  • อุปกรณ์ส่องสว่าง: ไฟหน้า-ไฟท้ายที่มีค่าความสว่างและองศาตามกำหนด รวมถึงไฟเลี้ยวและแตร

  • กระจกมองหลัง: มาตรฐาน UNR81

  • หน้าปัดวัดความเร็ว: มาตรฐาน UNR39

จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่มักมีเพียงไฟ LED เล็กๆ และไม่มีกระจกมองข้าง หรือโครงสร้างตัวถังไม่มีจุดยึดแผ่นป้ายทะเบียนที่มั่นคง ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยที่จะนำมาวิ่งปะปนกับรถยนต์ขนาดใหญ่บนถนนหลวง

จักรยานไฟฟ้าวิ่งถนนไม่ได้

กางข้อกฎหมายจราจรปี 2569 บทลงโทษที่คนใช้รถต้องสะดุ้ง

ในปี 2569 นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มบังคับใช้ระบบตัดคะแนนใบขับขี่ควบคู่กับการเข้มงวดรถที่ไม่จดทะเบียน หากคุณนำจักรยานไฟฟ้าที่จดทะเบียนไม่ได้มาวิ่งบนถนนสาธารณะ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ดังนี้:

  • มาตรา 6: ห้ามมิให้นำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ในทาง โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

  • มาตรา 64: ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ (ในกรณีที่รถเข้าข่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแต่ไม่มีใบขับขี่) โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ หากนำไปขี่บนทางเท้า จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาดฯ ปรับสูงสุด 5,000 บาท ซึ่งในปี 2569 เจ้าหน้าที่เริ่มมีการใช้กล้อง AI ตรวจจับและส่งใบสั่งถึงบ้านในบางพื้นที่แล้ว

เปิดเกณฑ์ “จดทะเบียนไม่ได้” เหตุผลหลักที่ทำให้ลงถนนไม่ได้

ทำไมจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ถึงจดทะเบียนไม่ได้? กรมการขนส่งทางบกกำหนดว่า หากจะเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่วิ่งบนถนนได้อย่างถูกต้อง ต้องมีคุณสมบัติดังนี้:

  • กำลังมอเตอร์: ต้องไม่น้อยกว่า 250 วัตต์ (0.25 กิโลวัตต์)

  • ความเร็วสูงสุด: ต้องไม่ต่ำกว่า 45 กิโลเมตร/ชั่วโมง

  • ส่วนควบสำคัญ: ต้องมีไฟหน้า-ท้าย, ไฟเลี้ยว, แตร, และกระจกมองข้างตามมาตรฐาน UN Regulation

หากจักรยานไฟฟ้าของคุณ “แรงไม่ถึง” หรือ “อุปกรณ์ไม่ครบ” ตามเกณฑ์ข้างต้น จะไม่สามารถจดทะเบียนและรับป้ายวงกลมได้ เมื่อไม่มีทะเบียน การนำไปวิ่งบนถนนสาธารณะจึงถือเป็นความผิดลหุโทษทันที

จักรยานไฟฟ้าวิ่งถนนไม่ได้

ขี่จักรยานไฟฟ้าอย่างไรไม่ให้โดนจับ?

หากจักรยานไฟฟ้าของคุณถูกจัดอยู่ในกลุ่ม E-Bike (กำลังไม่เกิน 250 วัตต์ / เร็วไม่เกิน 25 กม./ชม.) สถานะทางกฎหมายจะเท่ากับ “รถจักรยาน” ทันที ซึ่งมีข้อบังคับในการใช้งานดังนี้:

  1. ห้ามวิ่งทางเท้า: หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท ตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาดฯ

  2. ห้ามวิ่งเลนหลัก: ต้องขี่ชิดขอบทางด้านซ้ายสุด หรือในช่องทางจักรยานเท่านั้น

  3. ความปลอดภัย: แม้ไม่ต้องมีใบขับขี่ แต่ต้องสวมหมวกนิรภัย (ตามประกาศปี 2568 ที่เข้มงวดขึ้น)

ความเสี่ยงในมุมมองวิศวกรรม: กับดักมรณะบนท้องถนน

วิศวกรยานยนต์หลายท่านเตือนว่า การนำจักรยานไฟฟ้าที่มีล้อขนาดเล็ก (8-14 นิ้ว) มาวิ่งบนเลนจราจรปกตินั้นอันตรายมาก เนื่องจาก “ความเร็วที่แตกต่าง” (Speed Differential) ระหว่างจักรยานไฟฟ้าที่วิ่ง 25 กม./ชม. กับรถยนต์ที่วิ่ง 80-100 กม./ชม. ทำให้เกิดความเสี่ยงในการถูกชนท้ายสูงมาก ประกอบกับสภาพถนนในไทยที่มีหลุมบ่อบ่อยครั้ง ล้อขนาดเล็กของจักรยานไฟฟ้าอาจทำให้เกิดการพลิกคว่ำได้ง่ายกว่ารถจักรยานยนต์ปกติหลายเท่า

ทางออกสำหรับผู้ใช้งาน: ขี่อย่างไรไม่ให้โดนจับ?

หากคุณมีจักรยานไฟฟ้าอยู่แล้ว หรือกำลังจะซื้อ คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยและไม่ผิดกฎหมายมีดังนี้:

  1. ใช้ในพื้นที่ปิด: เช่น ภายในหมู่บ้าน, มหาวิทยาลัย, หรือโรงงานส่วนตัว

  2. ขี่ชิดซ้ายสุดเสมอ: หากจำเป็นต้องขี่ในซอยสาธารณะให้ชิดซ้ายที่สุด และหลีกเลี่ยงถนนใหญ่ที่มีรถหนาแน่น

  3. ตรวจสอบก่อนซื้อ: หากต้องการขี่ไปทำงานบนถนนใหญ่ ให้เลือกซื้อรุ่นที่ “จดทะเบียนได้” เท่านั้น (มอเตอร์ 250W+ และเร็ว 45km/h+) โดยต้องขอเอกสารชุดจดทะเบียนจากผู้ขายให้ครบถ้วน

บทสรุป

ดราม่าจักรยานไฟฟ้าในปี 2569 กรณี จักรยานไฟฟ้าวิ่งถนนไม่ได้ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนต้องการทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกัน ความปลอดภัยสาธารณะก็เป็นเรื่องที่ยอมความไม่ได้ คำถามที่น่าสนใจคือ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ภาครัฐจะกำหนดเลนเฉพาะสำหรับ Micro-mobility หรือปรับเกณฑ์การจดทะเบียนให้ยืดหยุ่นขึ้น? ตราบใดที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน “ถนนใหญ่” ก็ยังคงเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับจักรยานไฟฟ้า และผู้ที่ฝ่าฝืนก็ต้องยอมรับความเสี่ยงทั้งทางกระเป๋าเงินและชีวิตของตนเอง

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

จักรยานไฟฟ้าวิ่งถนนไม่ได้ เจาะดราม่า! ผิดกฎหมายอะไร?

ในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา เราได้เห็นกระแสความนิยมของ จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) พุ่งสูงขึ้นอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นทรงแม่บ้านสำหรับจ่ายตลาด หรือรุ่นล้ำสมัยสำหรับคนเมือง แต่สิ่งที่ตามมาเป็นเงาตามตัวคืออุบัติเหตุบนท้องถนนใหญ่และการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจบ่อยครั้ง จนเกิดคำถามในโซเชียลมีเดียว่า จักรยานไฟฟ้าวิ่งถนนไม่ได้ “ทำไมในต่างประเทศขี่กันเสรี แต่ในไทยกลับกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย?” ดราม่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความขัดแย้งระหว่างผู้ใช้รถกับตำรวจ แต่ลึกๆ แล้วมันคือช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีที่ไปไกลกว่ากฎหมายที่มีอยู่เดิม

แยกประเภทให้ชัด จักรยานไฟฟ้า vs รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

หัวใจสำคัญของดราม่านี้คือ “การนิยามประเภทรถ” ตามประกาศของกรมการขนส่งทางบก (ฉบับอัปเดต 2568-2569) ซึ่งแบ่งยานพาหนะสองล้อไฟฟ้าออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ดังนี้:

  1. กลุ่มรถจักรยาน (E-Bike): ต้องมีกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไม่เกิน 250 วัตต์ (0.25 กิโลวัตต์) และทำความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่านั้น กลุ่มนี้ไม่ต้องจดทะเบียน ไม่ต้องมีใบขับขี่ แต่ต้องขี่ตามกฎของรถจักรยาน

  2. กลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Motorcycle): มีกำลังมอเตอร์ตั้งแต่ 250 วัตต์ขึ้นไป และทำความเร็วสูงสุดได้ไม่ต่ำกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กลุ่มนี้ “ต้องจดทะเบียน” และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์

ปัญหาคือ จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ขายกันทั่วไปมักมีกำลังมอเตอร์ 350-500 วัตต์ ซึ่งแรงเกินกว่าจะเป็นจักรยาน แต่ก็มีความเร็วไม่ถึง 45 กม./ชม. และขาดอุปกรณ์มาตรฐานที่จะจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์ได้ รถกลุ่มนี้จึงกลายเป็น “ยานพาหนะเถื่อน” ในสายตากฎหมายทันที

ทำไมถึงจดทะเบียนไม่ได้? ส่องมาตรฐาน UN Regulation

เหตุผลที่จักรยานไฟฟ้า “ทรงแม่บ้าน” หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน ไม่ใช่แค่เรื่องความแรง แต่คือเรื่อง “ส่วนควบและอุปกรณ์ส่องสว่าง” ตามมาตรฐานสากล (UN Regulation) ที่กรมการขนส่งทางบกบังคับใช้ รถที่จะจดทะเบียนได้ต้องมี:

  • ระบบเบรก: ที่ผ่านการทดสอบสมรรถนะในระดับความเร็วรถจักรยานยนต์

  • อุปกรณ์ส่องสว่าง: ไฟหน้า-ไฟท้ายที่มีค่าความสว่างและองศาตามกำหนด รวมถึงไฟเลี้ยวและแตร

  • กระจกมองหลัง: มาตรฐาน UNR81

  • หน้าปัดวัดความเร็ว: มาตรฐาน UNR39

จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่มักมีเพียงไฟ LED เล็กๆ และไม่มีกระจกมองข้าง หรือโครงสร้างตัวถังไม่มีจุดยึดแผ่นป้ายทะเบียนที่มั่นคง ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยที่จะนำมาวิ่งปะปนกับรถยนต์ขนาดใหญ่บนถนนหลวง

จักรยานไฟฟ้าวิ่งถนนไม่ได้

กางข้อกฎหมายจราจรปี 2569 บทลงโทษที่คนใช้รถต้องสะดุ้ง

ในปี 2569 นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มบังคับใช้ระบบตัดคะแนนใบขับขี่ควบคู่กับการเข้มงวดรถที่ไม่จดทะเบียน หากคุณนำจักรยานไฟฟ้าที่จดทะเบียนไม่ได้มาวิ่งบนถนนสาธารณะ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ดังนี้:

  • มาตรา 6: ห้ามมิให้นำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ในทาง โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

  • มาตรา 64: ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ (ในกรณีที่รถเข้าข่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแต่ไม่มีใบขับขี่) โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ หากนำไปขี่บนทางเท้า จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาดฯ ปรับสูงสุด 5,000 บาท ซึ่งในปี 2569 เจ้าหน้าที่เริ่มมีการใช้กล้อง AI ตรวจจับและส่งใบสั่งถึงบ้านในบางพื้นที่แล้ว

เปิดเกณฑ์ “จดทะเบียนไม่ได้” เหตุผลหลักที่ทำให้ลงถนนไม่ได้

ทำไมจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ถึงจดทะเบียนไม่ได้? กรมการขนส่งทางบกกำหนดว่า หากจะเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่วิ่งบนถนนได้อย่างถูกต้อง ต้องมีคุณสมบัติดังนี้:

  • กำลังมอเตอร์: ต้องไม่น้อยกว่า 250 วัตต์ (0.25 กิโลวัตต์)

  • ความเร็วสูงสุด: ต้องไม่ต่ำกว่า 45 กิโลเมตร/ชั่วโมง

  • ส่วนควบสำคัญ: ต้องมีไฟหน้า-ท้าย, ไฟเลี้ยว, แตร, และกระจกมองข้างตามมาตรฐาน UN Regulation

หากจักรยานไฟฟ้าของคุณ “แรงไม่ถึง” หรือ “อุปกรณ์ไม่ครบ” ตามเกณฑ์ข้างต้น จะไม่สามารถจดทะเบียนและรับป้ายวงกลมได้ เมื่อไม่มีทะเบียน การนำไปวิ่งบนถนนสาธารณะจึงถือเป็นความผิดลหุโทษทันที

จักรยานไฟฟ้าวิ่งถนนไม่ได้

ขี่จักรยานไฟฟ้าอย่างไรไม่ให้โดนจับ?

หากจักรยานไฟฟ้าของคุณถูกจัดอยู่ในกลุ่ม E-Bike (กำลังไม่เกิน 250 วัตต์ / เร็วไม่เกิน 25 กม./ชม.) สถานะทางกฎหมายจะเท่ากับ “รถจักรยาน” ทันที ซึ่งมีข้อบังคับในการใช้งานดังนี้:

  1. ห้ามวิ่งทางเท้า: หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท ตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาดฯ

  2. ห้ามวิ่งเลนหลัก: ต้องขี่ชิดขอบทางด้านซ้ายสุด หรือในช่องทางจักรยานเท่านั้น

  3. ความปลอดภัย: แม้ไม่ต้องมีใบขับขี่ แต่ต้องสวมหมวกนิรภัย (ตามประกาศปี 2568 ที่เข้มงวดขึ้น)

ความเสี่ยงในมุมมองวิศวกรรม: กับดักมรณะบนท้องถนน

วิศวกรยานยนต์หลายท่านเตือนว่า การนำจักรยานไฟฟ้าที่มีล้อขนาดเล็ก (8-14 นิ้ว) มาวิ่งบนเลนจราจรปกตินั้นอันตรายมาก เนื่องจาก “ความเร็วที่แตกต่าง” (Speed Differential) ระหว่างจักรยานไฟฟ้าที่วิ่ง 25 กม./ชม. กับรถยนต์ที่วิ่ง 80-100 กม./ชม. ทำให้เกิดความเสี่ยงในการถูกชนท้ายสูงมาก ประกอบกับสภาพถนนในไทยที่มีหลุมบ่อบ่อยครั้ง ล้อขนาดเล็กของจักรยานไฟฟ้าอาจทำให้เกิดการพลิกคว่ำได้ง่ายกว่ารถจักรยานยนต์ปกติหลายเท่า

ทางออกสำหรับผู้ใช้งาน: ขี่อย่างไรไม่ให้โดนจับ?

หากคุณมีจักรยานไฟฟ้าอยู่แล้ว หรือกำลังจะซื้อ คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยและไม่ผิดกฎหมายมีดังนี้:

  1. ใช้ในพื้นที่ปิด: เช่น ภายในหมู่บ้าน, มหาวิทยาลัย, หรือโรงงานส่วนตัว

  2. ขี่ชิดซ้ายสุดเสมอ: หากจำเป็นต้องขี่ในซอยสาธารณะให้ชิดซ้ายที่สุด และหลีกเลี่ยงถนนใหญ่ที่มีรถหนาแน่น

  3. ตรวจสอบก่อนซื้อ: หากต้องการขี่ไปทำงานบนถนนใหญ่ ให้เลือกซื้อรุ่นที่ “จดทะเบียนได้” เท่านั้น (มอเตอร์ 250W+ และเร็ว 45km/h+) โดยต้องขอเอกสารชุดจดทะเบียนจากผู้ขายให้ครบถ้วน

บทสรุป

ดราม่าจักรยานไฟฟ้าในปี 2569 กรณี จักรยานไฟฟ้าวิ่งถนนไม่ได้ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนต้องการทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกัน ความปลอดภัยสาธารณะก็เป็นเรื่องที่ยอมความไม่ได้ คำถามที่น่าสนใจคือ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ภาครัฐจะกำหนดเลนเฉพาะสำหรับ Micro-mobility หรือปรับเกณฑ์การจดทะเบียนให้ยืดหยุ่นขึ้น? ตราบใดที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน “ถนนใหญ่” ก็ยังคงเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับจักรยานไฟฟ้า และผู้ที่ฝ่าฝืนก็ต้องยอมรับความเสี่ยงทั้งทางกระเป๋าเงินและชีวิตของตนเอง

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

Share It:

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า