SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ WSBK ล่าสุด

  • All Posts
  • WSBK
Pirelli วางแผนอาวุธ ลุยสนามแรก WSBK 2025

Pirelli วางแผนอาวุธ ลุยสนามแรก WSBK 2025 Pirelli วางแผนอาวุธ สนามแรก..พร้อมยืนยันผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมสำหรับยางที่ใช้ในการทดสอบ Pre-Season Test ที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ พร้อมโชว์ผลงานเด่นกับ Best Lap ดีที่สุดโดย Nicolo Bulega (WorldSBK) และ Bendsneyder (WorldSSP) จากข้อมูลการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ที่ผ่านมา นักแข่งส่วนใหญ่สามารถจบเวลาต่อรอบด้วยดี ด้วยการใช้ยางหน้ามิเดียม SC1 และยางฮาร์ด SC2 จับคู่ยางซอร์ฟด้านหลัง SC0 รวมถึงยางมิเดียมโปรโตไทป์ 2 รุ่นใหม่ D0286 และ D0922 ในขณะที่รุ่น WorldSSP ใช้เนื้อยางเช่นเดียวกันก็คือ SC1 มิเดียม และยางฮาร์ด SC2 ส่วนยางหลังเป็นรุ่นพัฒนาเฉพาะอย่าง A1128 มิเดียมเพียงออปชันเดียว ยางโปรโตไทป์ D0922 ลงทดสอบครั้งแรก New rear for WorldSBK สำหรับเจ้า D0922 เป็นยางหลังรุ่นโปรโตไทป์ที่ใช้ทดสอบที่นี่เป็นครั้งแรก เมื่อเปรียบเทียบกับยาง SC1 มิเดียมและ D0286 (เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อปีที่แล้ว) ทั้งสองรุ่นจะมีโครงสร้างและเนื้อยางต่างกัน โดยยาง D0922 คุณสมบัติให้ความทนทานพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแข่งขันที่จะต้องรีดสมรรถนะยางให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งนักแข่งต่างพึ่งพอใจ และชื่นชอบความเสถียรภาพของยางรุ่นนี้ Bulega – Bendsneyder สุดยอดนักบิด No.11 กับ Best Lap ด้วยยาง Pirelli Nicolo Bulega Bo Bendsneyder สุดคึกคักสำหรับการเทสทดสอบเมื่อช่วงปลายวีคที่ผ่านมา โดย 2 นักบิดคู่คลาสที่ขึ้นนำหัวแถวอย่าง Nicolo Bulega #11 (Aruba.it Racing – Ducati) เหมาอันดับหัวตารางพร้อมผลเวลาทดสอบดีสุดที่ 1:28.680 นาที ใน Session 3 ส่วนอีกคนที่ทำเวลาดีสุดในคลาสรองลงมาก็คือ Bo Bendsneyder #11 (MV Agusta Reparto Corse) รุ่น WorldSSP กับผลเวลาดีสุดที่ 1:31.595 นาทีใน Session 4 การแข่งขันแบบ Flag-to-Flag เนื่องด้วยผิวแทร็กที่ปรับสภาพใหม่ ทางผู้จัดอย่างดอร์น่าจึงได้ประกาศสำหรับการแข่งขันแบบ Flag-to-Flag โดยนักแข่งทุกคนจะต้องเข้าพิทในระหว่างแข่งขันเพื่อเปลี่ยนยาง และยางที่ใช้จะต้องรองรับการสวิงของอุณหภูมิที่รวดเร็ว ทุกการตัดสินใจจะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ และใครจะพลาดโอกาสสำคัญ Pirelli แสดงความพึงพอใจต่อการทดสอบและผลงานของทีมและนักแข่ง โดยกล่าวว่า : “เราพอใจกับงานที่ทีมและนักแข่งทำในระหว่างการทดสอบสองวัน แม้จะทราบดีว่า การแข่งขันจะถูกจัดขึ้นในรูปแบบ Flag-to-Flag ซึ่งนักแข่งต้องเข้าพิทเพื่อเปลี่ยนยาง แต่นักแข่งหลายคนยังคงใช้ยางเดิมวิ่งต่อไปได้นานเกินกว่าจำนวนรอบที่กำหนดสำหรับการแข่งขันจริง แม้ว่าจะไม่ได้วิ่งต่อเนื่องกันตลอด แต่พวกเขายังสามารถเข้าและออกจากพิทได้อย่างต่อเนื่องเพื่อทดสอบยางในสถานการณ์ต่าง ๆ” “โซลูชันยางทั้งหมดที่เราให้ทดสอบ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามี สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ไม่มีสัญญาณของการสึกหรอผิดปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เรายืนยันให้ใช้ยางเหล่านี้ในการแข่งขันจริง ควรสังเกตว่าอุณหภูมิของแทร็กในช่วงสองวันนี้ค่อนข้างต่ำ แต่เราทราบดีว่า ความร้อนที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ สามารถส่งผลต่อสมรรถนะของยางได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เรารวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเกี่ยวกับยางหลังรุ่นใหม่ D0922 ซึ่งนักแข่งไม่เคยใช้มาก่อน และพวกเขาต่างชื่นชมสำหรับความเสถียรที่เพิ่มมากขึ้น” เราอาจได้เห็นสถิติใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสนามนี้ รวมถึงสนามอื่น ๆ อีกมากมายด้วยยางพีเรลลี หากใครที่ต้องการความเร็ว แรงและการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม ยางรุ่นนี้..เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ “เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้ เคยสังเกตไหมหล่ะครับ ว่าการแข่งขันสองล้อระดับเวิร์ลคลาสที่หลาย ๆ คนรู้จัก และได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลกทั้งศึกโปรโตไทป์ MotoGP และโปรดักท์ชัน WorldSBK ที่จัดขึ้นโดยผู้จัดเจ้าเดียวกันอย่าง ดอร์น่า สปอร์ต ซึ่งในประเด็นนี้ คุณผู้ชมอาจรู้จักกันหมดแล้ว ดังนั้น เรามาเจาะจุด กฏการแข่ง motogp และ wsbk ความต่างระหว่างตัวแข่งของทั้งสองรายการว่ามีข้อกฎการแข่งที่คุณอาจไม่รู้ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ? ระบบกันสะเทือน (Active) – ช่วงล่างปรับแต่งเองโดยผู้ขับขี่ MotoGP : แบน ไม่อนุญาตให้ใช้ เพื่อลดความยุ่งยากและกลไกความซับซ้อน ทางดอร์น่าจึงไม่อนุญาตให้ทีมแข่งขันใช้ระบบช่วงล่างที่สามารถปรับแต่งเองได้โดยผู้ขับขี่ หรือที่เราเรียกง่าย ๆ ว่าโช้คไฟฟ้านั่นแหล่ะ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีสำหรับการเก็บข้อมูลเชิงลึกในการแข่งขัน ให้ฝ่ายเทคนิคของแต่ละทีมได้แก้โจทย์ปัญหาต่าง ๆ ภายใต้เวลาที่จำกัด WSBK : ถึงแม้ว่าการแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์จะกำหนดให้ใช้สเปคตัวแข่งเวอร์ชันโรงงาน แต่ทว่าในเรื่องของช่วงล่างไฟฟ้าที่ติดมาให้อยู่แล้วในบางรุ่นอย่าง CBR1000RR-R SP หรือ Ducati Panigale V4R ก็ถูกแบนเช่นเดียวกัน ให้ใช้ช่วงล่างที่ปรับด้วยเครื่องมือเท่านั้น เครื่องยนต์ 2 จังหวะ MotoGP : (แบน) จากตำนานตัวแข่ง 2 จังหวะถูกยกเลิกใช้แข่งขันไปเมื่อปี 2002 และทดแทนด้วยสเปคเครื่องยนต์ใหม่ ด้วยปริมาตรกระบอกสูบ 990 ซีซี 4 จังหวะ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและสอดคล้องกับเทคโนโลยีใช้งานบนท้องถนน *โดยปัจจุบันได้มีการลดสเปคสำหรับตัวแข่งขันในปี 2027 โดยลดปริมาตรกระบอกสูบซีซีจากเดิม 1,000 ซีซี ลดลงเหลือเพียง 850 ซีซี เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งทำลายสุขภาพและยังเป็นการลดต้นทุนให้กับแบรนด์ค่ายรถอีกด้วย WSBK : ถึงแม้จะถอดรูปแบบการแข่งขันรถ 2 จังหวะจากศึกตำนานอันโด่งดังอย่าง Formula TT แต่ World SuperBike Championship หรือ WSBK นั้นสร้างปฐมบทเรื่องราวด้วยตัวแข่ง 4 จังหวะอย่างเครื่องยนต์ V-Twin ของค่ายดูคาติ อาพริเลีย และฮอนด้า และตัวแข่งคลาส 750 ซีซี 4 เม็ดเรียงจากผู้ผลิตญี่ปุ่น จนกระทั่งปรับขึ้นมาเป็นรุ่น 1,000 ซีซีในปัจจุบัน ระบบ Seamless gearbox ระบบส่งกำลัง Seamless-Shift Transmissions หรือระบบเกียร์แบบไร้รอยต่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชนเกียร์+/- อย่างสเถียรโดยไม่ต้องรอรอบและไม่ต้องกำคลัตช์ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถ่ายทอดถอดแบบมาจากโมโตจีพี ในเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ควิกชิฟเตอร์ แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ MotoGP ในรายการโมโตจีพีอนุญาตให้ใช้ในการแข่งขัน WSBK แบน ให้ใช้ชุดเกียร์ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเท่านั้น คันเร่งไฟฟ้า กับ ระบบแทร็คชันคอนโทรล MotoGP ไม่อนุญาตให้ใช้คันเร่งไฟฟ้า แต่ระบบแทร็คชันคอนโทรลอนุโลมให้ใช้บางส่วนเท่านั้น (อยู่ภายในการควบคุม)  WSBK สามารถใช้ได้เฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งจากโรงงานเท่านั้น   วิงก์เล็ต -เทคโนโลยียอดฮิตที่นิยมใช้ในปัจจุบัน MotoGP  อนุญาตให้ใช้ แต่ปีกชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องยึดติดกับแฟริ่งกับตัวรถเท่านั้น WSBK ให้ใช้ปีกวิงก์เล็ตเฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ไม่สามารถติดในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้   สูตรน้ำมันเบนซิน (ห้ามใช้สารเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่ว) MotoGP : เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ในปี 2024 โมโตจีพีได้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์และเชื้อเพลิงชีวภาพ ทดแทนเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่วซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพร่างกาย *และมีแนวโน้มที่จะยกเลิกการใช้น้ำมันมาจากฟอสซิล อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิวหรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ที่เป็นเชื้อเพลิงสะอาด 100% ในอนาคต WSBK : มีการปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ได้มาจากแหล่งฟอสซิล 40% ในปัจจุบันและคาดว่าจะมีการปรับมาใช้เชื้อเพลิงพลังงานสะอาดในเร็ว ๆ นี้ ระบบจุดเบิด Screamer ทางดอร์น่าได้ยกเลิก ให้ใช้เครื่องยนต์ที่จุดระเบิดแบบ Screamer ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่กระจายการจุดระเบิดที่สม่ำเสมอ (ให้กำลังในรอบสูง) ซึ่งส่งผลให้ตัวรถนั้นควบคุมได้ยากและกินเนื้อยาง จึงให้ปรับมาใช้การจุดระเบิดแบบ Big Bang ซึ่งให้การควบคุมที่ง่ายกว่า MotoGP : แบน WSBK : แบน จากเบรกคาร์บอน MotoGP : อนุญาตให้ใช้จานคาร์บอน (เฉพาะสนามแห้ง) ส่วนสนามเปียกให้ใช้เป็นจานดิสก์เบรก (เนื้อโลหะ)

  • All Posts
  • WSBK
ANDREA LOCATELLI เหมาแชมป์ World Supersport คว้าชัย 7 เรซติดต่อกัน

ANDREA LOCATELLI เหมาแชมป์ เวิลด์ซูเปอร์สปอร์ต “โลคาเทลลี่” ควบ R6 คว้าชัย 7 เรซติดต่อกัน ศึกซูเปอร์สปอร์ต เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนามที่ 4 ของฤดูกาล ดวลความเร็วระหว่างวันที่ 29-30 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ มอเตอร์แลนด์ อรากอน ประเทศสเปน ในรายการโปรเซกโก้ ดีโอซี อรากอน ราวนด์ โดยเกมเรซที่ 6 ของฤดูกาลออกสตาร์ทในช่วงเย็นของวันเสาร์ที่ 29 และเป็นทางด้าน อันเดรีย โลคาเทลลี่ #55 ดาวบิดอิตาเลียน สังกัดบาร์ดาห์ล อีแวน บรอส. เวิลด์ เอสเอสพี ทีม ที่ได้เริ่มเกมจากโพลโพซิชั่น แม้จะพลาดท่าลงไปรั้งอันดับ 3 หลังผ่านรอบแรกของการชิงชัย ทว่าสามารถไต่กลับขึ้นมารั้งหัวขบวนได้ในรอบที่ 3 ของการแข่งขัน ก่อนที่ ยอดนักบิดอิตาเลียน จะควบรถแข่งยามาฮ่า YZF-R6 เข้าเส้นชัยเป็นคันแรก คว้าแชมป์ให้กับตนเองและต้นสังกัดเป็นเรซที่ 6 ติดต่อกัน ตามเข้าเส้นชัยด้วย จูลส์ คลูเซล #16 นักบิดเฟรนช์แมน สังกัดจีเอ็มที 94 ยามาฮ่า ที่ยังคงอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมภายใต้รถแข่ง R6 เช่นกัน ซิ่งไต่จากกริดที่ 4 ขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 2 คว้าโพเดี้ยมที่ 5 ในฤดูกาลให้กับตนเอง ส่วนการชิงชัยในเรซถัดมามีขึ้นในวันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม และยังคงเป็นผลงานระดับท็อปของ ANDREA LOCATELLI #55 ผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพ ที่บิด รถแข่งยามาฮ่า YZF-R6 ขึ้นนำม้วนเดียวจบผงาดคว้าแชมป์เป็นเรซที่ 7 ติดต่อกัน รวมถึง จูลส์ คลูเซล #16 ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ซิ่งคว้าโพเดี้ยมที่ 6 ในฤดูกาลให้กับตนเอง หลังบิดตามเพื่อนร่วมค่ายเข้าเส้นชัยในอันดับ 2ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงของ อันเดรีย โลคาเทลลี่ #55 ส่งผลให้ ดาวบิดอิตาเลียน นำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทนักบิด หลังเก็บไปได้ 175 คะแนนเต็ม รวมถึง ยามาฮ่า ที่ครองจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทค่ายผู้ผลิตอย่างเหนียวแน่น มี 175 คะแนนเต็มเช่นกัน สำหรับการแข่งขันในสนามที่ 5 ศึกซูเปอร์สปอร์ต เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 ซึ่งมีคิวดวลความเร็วระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน ยังคงดวลความเร็วบนสังเวียนมอเตอร์แลนด์ อรากอน ประเทศสเปน เช่นเดิม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha มอบ NMAX 155

Yamaha มอบ NMAX155 ซัพพอร์ต Dorna ในศึก WorldSBK ล่าสุด Yamaha และ Dorna WSBK Organization (DWO) ได้ร่วมกันประกาศว่า Yamaha Motors จะได้เป็นซัพพลายเออร์ทางเทคนิคในการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ในปี 2020 โดยค่ายรถญี่ปุ่นรายนี้จะทำการส่งมอบ Yamaha NMAX165 ให้กับทาง Dorna ที่เป็นผู้จัดการแข่งขัน ไว้ใช้ขับขี่เดินทางในแพ็ดด็อกของการแข่งขัน WorldSBK ตลอดการแข่งขันทุกๆ สนามของฤดูกาล 2020 นี้ โดย Yamaha มอบ NMAX 155 ให้กับทาง Dorna และเจ้า NMAX155 คันนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ของ Dorna สามารถปฏิบัติงานได้สะดวกมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการขนส่งและการจัดการ การทำงานของช่างภาพหรือวิศวกรด้านการส่งสัญญาญวิทยุ พวกเขาจะสามารถเดิทางได้ปลอดภัยและรวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้จะยิ่งเป็นการกระชับความสัมพันธ์กันระหว่าง Yamaha Motors และ WorldSBK ให้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย Eric de Seynes (ประธานและ CEO ของ Yamaha Motor Europe) กล่าวว่า:  “เราภูมิใจที่จะได้ขยายการสนับสนุนของเราให้กับทาง Dorna WSBK Organisation และการแข่งขัน FIM Superbike World Championship ด้วยรถ Yamaha NMAX 155 สำหรับใช้ในการแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ สกู๊ตเตอร์เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการซัพพอร์ตทีมโปรดักชั่นด้านสื่อต่างๆ ซึ่งจะคอยถ่ายทอดภาพการแข่งขันไปจนถึงภาพนิ่งต่างๆ จากการแข่งขันทั้ง 3 รายการย่อยในทุกๆ เรซของการแข่งขัน ด้วยความคล่องตัวอันยอดเยี่ยม การรักษาสมดุลที่ทำได้ง่าย และช่องเก็บของที่กว้างขวาง ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ NMAX155 เหมาะกับความต้องการของคนที่ทำงานในแพ็ดด็อกของ WorldSBK “ Marc Saurina (ผู้อำนวยการใหญ่ด้านการค้า การตลาดและสื่อของ WorldSBK) กล่าวว่า “เราตื่นเต้นที่จะมี Yamaha Motors เป็นซัพพลายเออร์ทางเทคนิคให้กับเรา นี่เป็นข่าวดีมากๆ สำหรับการแข่งขัน เนื่องจากการสนับสนุนในครั้งนี้จะช่วยให้เรามีระบบขนส่งที่มีคุณภาพและไว้วางใจได้สำหรับการแข่งขันในทุกๆ สนาม และรายละเอียดเหล่านี้ประเมินค่าไม่ได้เลย เพราะมันช่วยให้ดำเนินการแข่งขันให้ประสบความสำเร็จได้อย่างราบรื่นมากขึ้น Yamaha เองก็เป็นพาร์ทเนอร์สำคัญของการแข่งขันมาตลอด และเราก็ตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครด้วยการซัพพอร์ตของเขาในครั้งนี้” อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha bLU cRU WorldSSP Andy Verdoia

Yamaha bLU cRU WorldSSP รับ Andy Verdoïa เข้าทีมพร้อมเล็งเป้าใหญ่ในปี 2020 หลังจากที่ Andy Verdoïa เปิดตัวลงแข่งในการแข่งขัน FIM Supersport 300 World Championship อย่างน่าประทับใจด้วยการทำสถิติเป็นนักแข่งหน้าใหม่ที่ได้ตำแหน่งดีที่สุดพร้อมควบอันดับ 4 ในฤดูกาล 2019 ยังสามารถเอาชนะในศึก Yamaha R3 Challenge ซึ่งช่วยให้เขาสามารถรักษาตำแหน่งในการขยับขึ้นมาแข่งในคลาส 300 ไว้ได้ แต่นั่นยังไม่พอ เพราะทางทีมยังมองเห็นถึงพรสววรรค์ของเขาและดึงเขาเข้าร่วมทีมในระดับที่สูงขึ้นและเพิ่งฟอร์มทีมใหม่อย่าง Yamaha bLU cRU WorldSSP by MS Racing นักแข่งฝรั่งเศสจากเมืองนีซทำให้ Yamaha ประทับใจด้วยฝีมืออันคงเส้นคงวาของเขา เขาจบในตำแหน่งไม่เกินท็อป 10 ได้มากถึง 8 สนามจาก 9 สนาม เขาสู้เพื่อชัยชนะอย่างไม่ท้อถอยและก้าวขึ้นโพเดียมได้ 2 ครั้งที่สนาม Misano และ Donington Park ทั้งๆ ที่เขาอายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น Verdoïa ไม่เพียงแต่ขี่อย่างเต็มที่เหมือนนักแข่งผู้ใหญ่ แต่เขายังแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และพัฒนาผ่านการฝึกซ้อมของเขาอีกด้วย นอกจากการแข่งขันของเขาในปีที่แล้ว Verdoïa ยังได้รับเชิญให้ไปเข้าร่วมในงาน Yamaha VR46 Master Camp เพื่อฝึกซ้อมและรับคำแนะนำจากนักแข่งระดับแถวหน้าของ Yamaha ซึ่งรวมไปถึงตำนานอย่าง Valentino Rossi ด้วย Verdoïa อธิบายถึงการแข่งขันฤดูกาลที่แล้วของเขาว่า “ผมเชื่อว่าในปีที่แล้วที่ผมทำได้สม่ำเสมอเป็นเพราะว่าไม่ใช่แค่ผมซ้อมขี่รถอย่างเดียว แต่ผมยังเข้ายิม ปั่นจักรยานและออกกำลังกายอย่างอื่นด้วย ที่สำคัญคือผมยังทำการบ้านร่วมกันกับทีม bLU cRU เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมและได้รับโอกาสไปเข้าร่วม VR46 Master Camp และ Masterclass ซึ่งเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ เลยล่ะครับ” “การได้เรียนรู้จากมืออาชีพของ Yamaha ที่ Masterclass และ VR46 Master Camp ที่ Tavullia เมื่อปีที่แล้วช่วยผมได้เยอะเลย โดยเฉพาะ Master Camp เพราะมันจัดตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของการแข่งขันเลย คุณจะเข้าใจว่าอะไรที่จะทำให้คุณเป็นนักแข่งมืออาชีพในการแข่งขันระดับโลก ไม่ใช่แค่เรื่องในแทร็กเท่านั้น แต่เป็นในทุกๆ ด้านเลย หลังจากนั้นผมก็รู้สึกว่าการขับขี่และความสม่ำเสมอของผมก็ดีขึ้นจริงๆ” ระหว่างการแข่งขันฤดูกาลที่แล้ว Verdoïa ตั้งเป้าที่จะได้ลงแข่ง WorldSSP ในปี 2020 มาตลอด และเริ่มที่จะทดสอบขี่ Yamaha R6 ตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งช่วยให้เขาคุ้นเคยกับรถได้มากขึ้น และปรับสไตล์การขับขี่และทำให้เขารู้สึกมั่นใจว่าเขาเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปอีกระดับ งานนี้สาวกและแฟนๆ Yamaha ก็คงต้องติดตามและให้กำลังใจ Andy Verdoia กันด้วยนะครับ ผลงานของเขาในคลาส 600 ซีซี จะเป็นยังไงก็ต้องพิสูจน์กันต่อไปครับ อย่าลืมตามเชียร์กันนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR1000RR-R 2020

CBR1000RR-R 2020 ทำท็อปสปีดช่วงทางตรงได้มากกว่า V4 R ใน WSBK CBR1000RR-R ซูเปอร์ไบค์จาก Honda สามารถทำความเร็วขึ้นไปทะลุ 320 กม./ชม.ในช่วงทางตรงของการทดสอบอย่างเป็นทางการที่สนาม Philips Island ของ WorldSBK ได้ โดยความเร็วนี้เป็น Alvaro Bautista เป็นคนทำได้ โดยทำท็อปสปีดหรือความเร็วสูงสุดได้ที่ 322 กม./ชม.ที่สุดปลายทางตรงของสนาม Philips Island ระหว่างการทดสอบ ถึงแม้ความเร็วสูงสุดของเขาในแล็ปที่เขาทำสถิติเวลาแล็ปได้ดีที่สุดของเขาจะทำได้ที่ 317.6 กม./ชม. และทำให้เขาอยู่ในอันดับที่ 17 ในตารางเวลา แต่ CBR1000RR-R ก็ทำท็อปสปีดได้เร็วกว่า Ducati Panigale V4 R ที่ควบโดย Chaz Davies อย่างไรก็ดีนักแข่งชาวอังกฤษอย่าง Chaz กลับทำสถิติเวลาแล็ปที่เร็วที่สุดเป็นอันดับที่ 13 และทำท็อปสปีดได้ที่ 314.9 กม./ชม. และด้านล่างนี้เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ คือประกาศจำกัดความเร็วรอบสูงสุดของซูเปอร์ไบค์แต่ละคันที่ลงแข่ง ซึ่ง FIM ประกาศออกมา ซึ่งอาจจะส่งผลกับความเร็วสูงสุดของรถแข่งแต่ละคันที่ลงแข่งขันในฤดูกาล 2020 นี้ พิกัดความเร็วรอบสูงสุดของรถแข่งแต่ละรุ่นใน WorldSBK 2020 Kawasaki ZX-10RR: 14,600rpm Ducati Panigale V4 R: 16,100rpm Yamaha YZF R1: 14,950rpm BMW S1000 RR: 14,950rpm Honda CBR1000RR-R 2020: 15,600rpm Panigale V4 R สเป็กรถแข่งนั้นเปิดตัวในปี 2019 สำหรับลงแข่งใน WSBK และกลายเป็นจ้าวแห่งความเร็วในตอนนั้น แซงหน้าทุกค่ายไม่ว่าจะ Kawasaki, Yamaha, Honda หรือ BMW งานนี้ดูเหมือนว่า WorldSBK ปีนี้ CBR1000RR-R จะได้จ้าวแห่งความเร็วคันใหม่เสียแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม รถที่เร็วที่สุดไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแชมป์ มันยังมีปัจจัยอะไรอีกมากมายกว่าจะทำให้นักแข่งคนใดคนนึงได้เป็นแชมป์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSBK 2020

WorldSBK 2020 จะเป็นปีแรกที่ทุกรุ่นใช้ยางสลิกจาก Pirelli  การแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ในฤดูกาล 2020 ถือเป็นการแข่งขันครั้งที่ 33 แล้ว และเป็นการแข่งขัน 17 ปีติดต่อกันโดยมี Pirelli เป็นผู้ซัพพอร์ตยางให้อย่างเป็นทางการในทุกรุ่นการแข่งขัน แต่ในปีนี้จะพิเศษกว่าทุกๆ ปี คือ การที่การแข่งขันทุกรุ่นภายใต้ WorldSBK จะเปลี่ยนมาใช้ยางสลิกทั้งหมด การแข่งขันในฤดูกาลนี้จะเริ่มต้นเปิดฤดูกาลด้วยการทดสอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 – 25 ก.พ.นี้ และจะตามด้วยการแข่งขันจริงในช่วงสุดสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ไปจนถึงวันที่ 1 มี.ค. โดยจะมีแข่งในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP ปี 2020 จะเป็นปีแรกที่การแข่งขันในรุ่น WorldSSP และ WorldSSP300 จะใช้ยางสลิก โดยในรุ่น WorldSSP จะเริ่มใช้ครั้งแรกที่สนาม Phillip Island ส่วนทางด้านการแข่งขันในรุ่น WorldSSP300 จะเริ่มใช้ที่ Jerez   สนาม Phillip Island นั้นเป็นสนามที่โหดร้ายกับยางมากที่สุดในการแข่งขัน WorldSBK เพราะยางจะต้องเจอกับการใช้งานอย่างหนักและเกิดความร้อนเชิงกลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ด้านซ้าย ที่สนามแห่งนี้ ทาง Pirelli เคยบันทึกไว้ว่ายางนั้นเกิดการโอเวอร์ฮีทบนผิวยาง (ร้อนเกินไป) ซึ่งเกิดขึ้นขณะที่กำลังเข้าโค้งที่องศาสูงสุด ซึ่งทำให้เกิดแรงเครียดบิดอย่างรุนแรง ลักษณะพิเศษเฉพาะของสนามในออสเตรเลียแห่งนี้ทำให้เกิดความเครียดทั้งในเชิงกลและในเชิงของความร้อนอย่างมากกับยางรถ สนามที่ขึ้นชื่อแห่งนี้เป็นสนามที่มีโค้งแบบพาราโบลิกยาวที่สุดในการแข่งขัน WorldSBK (โค้งหักศอก) ซึ่งจำเป็นจะต้องเปิดคันเร่งจนหมดปลอกพร้อมใช้มุมแบนโค้งที่คงที่เป็นระยะเวลาที่นานกว่าปกติ และภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ยางก็จะถูกบังคับให้ต้องเจอกับความเครียดเชิงกลกับหน้าหน้ายางส่วนเดิมอย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิยางเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว แน่นอนว่า Pirelli ได้พัฒนายางหลายสูตรมาเพื่อต่อกรกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับสนามแห่งนี้ และจะถูกทดสอบกับทั้งสองรุ่นการแข่งขัน ทั้ง WorldSBK และ WorldSSP ระหว่างการทดสอบทั้ง 2 วันก่อนการแข่งขันจริงจะเริ่มขึ้น   การทดสอบสูตรยางในรุ่น WorldSBK และรุ่น WorldSSP โดยในรุ่น WorldSBK นอกจากยางแบบ Intermediate และยาง Wet แล้ว จะมียางสลิกเพิ่มเข้ามาให้อีก 4 สูตร เป็นด้านหน้า 2 สูตรและหลังอีก 2 สูตร ยางหน้าจะเป็น SC1 แบบซอฟต์คอมปาวด์ และ SC2 แบบมีเดียมคอมปาวด์ ขนาด 125/70 ซึ่งเป็นไซส์ใหม่และมีเพียงไซส์เดียวในฤดูกาลนี้ ส่วนยางหลังจะเป็น สองคอมปาวด์ที่มีแต่เฉพาะไซส์ 200/65 ได้แก่ สูตรที่กำลังพัฒนา SC1 W1049 โดยพัฒนาขึ้นมาใช้กับสนามแห่งนี้โดยเฉพาะ และสูตรที่กำลังพัฒนา SC1 Y1093 ซึ่งมีโครงสร้างที่ถูกเสริมความแข็งแรงให้มากขึ้น ช่วยให้เสถียรมากขึ้น และช่วยให้รถพุ่งทะยานขณะเร่งความเร็วได้ดีขึ้น ส่วนในรุ่น WorldSSP นักแข่งจะได้ทดสอบยางสลิกเป็นครั้งแรก และจะมียางหน้าให้เลือก 2 สูตร และยางหลัง 1 สูตร สำหรับยางหน้าจะมีสูตรมาตรฐาน SC1 และ SC2 ในขนาด 120/70 ส่วนยางหลังจะใช้ยางสูตรกำลังพัฒนา SC1 Y1006 ส่วนขนาดยางจะเป็น 190/60 โดยมีไซส์เดียวสำหรับพิกัด 600 ซีซีนี้ โดยมันก็คือยางสลิกที่พัฒนามาจากยางสูตร SC1 U1149 โดยมีคอมปาวด์ที่การันตีว่าจะให้ความเสถียรมากขึ้นขณะที่เจอกับความร้อนสูงๆ และสุดท้ายอีกสูตรนึงคือสูตรพัฒนา SC1 Y1035 ที่มีโปรไฟล์และโครงสร้างยางใหม่เพื่อเพิ่มหน้าสัมผัสและความเสถียรขณะเร่งความเร็ว และเพิ่มความคงเส้นคงวาของสมรรถนะ เนื่องจาก Pirelli ไม่เคยใช้ยางสลิกใหม่กับรถคลาส 600 มาก่อน ดังนั้นทางค่ายยางจะต้องทำการทดสอบและคิดคำนวณหาแผนการที่ดีที่สุดเพื่อให้ยางใช้ในการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะอาศัยข้อมูลที่ได้ระหว่างการทดสอบก่อนการแข่งขันจริง งานนี้การแข่งขันรุ่นต่างๆ ที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ยางสลิกนั้นจะเป็นยังไงกันบ้าง ก็ต้องติดตามกันต่อไปนะครับ   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Team HRC

Team HRC เผยโฉมรถแข่ง WSBK 2020 แล้ว เหลือเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ก่อนที่การแข่งขันจะเปิดศึกขึ้น ฝั่ง Honda ก็เพิ่งจะได้เผยโฉมรถแข่งคันใหม่ที่มาพร้อมชุดสีใหม่รับฤดูกาล 2020 ของพวกเขาให้โลกได้ตะลึง กลับมาพร้อมยิ่งใหญ่อีกครั้งกับทาง Team HRC กับการลงสู้ศึก 2020 MOTUL FIM Superbike World Championship ด้วยการเผยโฉมทีมแข่งพร้อมสีสันเอกลักษณ์ของ Honda ในงานเปิดตัวที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ค่ายรถจากแดนปลาดิบมีสองนักแข่งอย่าง Alvaro Bautista และ Leon Haslam เป็นหัวหอกและก็เริ่มแผลงฤทธิ์ในช่วงของการทดสอบก่อนหน้านี้มาแล้ว และตอนนี้ก็ได้เผยให้เห็นชุดสีของ CBR1000RR-R รถแข่งคันใหม่ของพวกเขาเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการแล้ว ชุดสีใหม่นี้มีความละม้ายคล้ายคลึงกับชุดสีของปี 2019 ซึ่งเป็นชุดสีคลาสสิคของทาง Honda อันได้แก่ แดง ขาว และน้ำเงิน โดดเด่นและโฉบเฉี่ยว กับทีมโรงงานทีใหม่ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้สูงมากสำหรับฤดูกาล 2020 นี้ และยังต้องการที่จะพัฒนารถให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะสามารถทำการแข่งขันได้อย่างสูสีตั้งแต่ต้นฤดูกาล นอกจากนี้ทีม MIE Racing Althea Honda ก็จะทำการเปิดตัวทีมแข่งในงานนี้ด้วยโดยมี Takumi Takahashi ขึ้นเวทีและนักแข่งอีกคนได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็น Jordi Torres ในงานเปิดตัวทีมแข่งนั้น Bautista กล่าวว่า “แน่นอนว่า นี่คือช่วงเวลาที่พิเศามากๆ สำหรับผม การได้เป็นส่วนนึงของโปรเจ็กต์ใหม่ล่าสุดนี้เป็นอะไรที่ดีมากๆ ผมดีใจที่มาอยู่ที่นี่ที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะผมรู้สึกได้ถึงความรับจากทุกคนที่นี่ มันจะต้องเป็นโปรเจ็กต์ที่ดีแน่ๆ และเรากำลังตั้งหน้าตั้งตาคอยการเริ่มต้นของฤดูกาลการแข่งขัน มันอาจจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากเราต้องพัฒนารถคันใหม่คันนี้ แต่ผมมั่นใจว่าพวกเรากับ Honda จะต้องไปถึงเป้าหมายของเราซึ่งก็คือชัยชนะได้อย่างแน่นอน” ทางด้านของเพื่อนร่วมทีมอย่าง Leon Haslam ที่กระตือรือร้นที่จะเริ่มต้นการแข่งขันเองก็กล่าวว่า  “การได้เป็นส่วนนึงของโปรเจ็กต์นี้คือความฝันที่กลายเป็นความจริง การได้มาอยู่ที่นี่ที่โตเกียว ความทุ่มเทของ HRC ที่ใส่ลงไปใน Fireblade คันใหม่นี้ ทำให้ผมยิ่มได้ตั้งแต่แล็ปแรกที่ผมขี่มัน และผมรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ออกสตาร์ที่ออสเตรเลียที่กำลังจะมาถึงนี้ เราได้เห็นรถเป็นครั้งแรกและเราทั้งคู่ก็ได้แต่ยิ้มและหัวเราะ ความตื่นเต้นของโปรเจ็กต์นี้ รูปลักษณ์ของรถแข่ง คุณเองก็เห็นและสัมผัสได้ว่า มันน่าทึ่งมากๆ” Honda ในฐานะผู้ผลิตเองก็ได้มีความสุขไปกับความสำเร็จมากมายจากการแข่งขัน Superbike World Championship โดยชัยชนะครั้งสุดท้ายนั้นมาจาก Nicky Hayden (ที่ล่วงลับไปแล้ว) ในการแข่งขันที่ Sepang ในปี 2016 แชมป์โลกครั้งล่าสุดของพวกเขาได้มาจากนักแข่งชาวอังกฤษอย่าง James Toseland ย้อนไปในปี 2007 แต่ในฐานะทีมโรงงาน เราไม่ประสบความสำเร็จเลยนับตั้งแต่ปี 2002 ที่ Colin Edwards ครองแชมป์สมัยที่ 2 ที่ Imola และนี่คือครั้งแรกในรอบ 18 ปีที่ Honda กลับมาทุ่มเทกำลังอย่างเต็มที่และกระหายที่จะสร้างผลงานตั้งแต่สนามแรก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Kawasaki Racing Team

Kawasaki Racing Team เผยโฉมทีมแข่ง WSBK 2020 แล้ว Kawasaki Racing Team ได้ทำการเผยโฉมให้เห็นถึงรถแข่งสำหรับสู้ศึก FIM Superbike World Championship แล้วที่เมือง Barcelona ประเทศสเปนแล้ว ซึ่งก็เป็นเหมือนธรรมเนียมอย่างนึงของทีมแข่งที่จะทำการเปิดตัวทีมแข่งกันก่อนที่จะเริ่มลงสนาม โดยจะเริ่มลงสนามกันที่ Phillip Island ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ แน่นอนว่าปีนี้ Kawasaki Racing Team หรือ KRT จะยังคงมีหัวหอกคนสำคัญที่เป็นนักทำลายสถิติด้วยการคว้าแชมป์ 5 สมัยติดต่อกันอย่าง Jonathan Rea #1 เป็นนักแข่งของทีม และอีกคนก็จะเป็นนักแข่งใหม่ภายใต้สังกัด KRT แต่ไม่ได้เป็นมือใหม่ใน เขาก็คือ Alex Lowes #22 อดีตแชมป์ British Superbike Championship ซึ่งก็มีฝีไม้ลายมือไม่น้อย โดยทั้งสองคนจะควบ Kawasaki Ninja ZX-10RR สเป็กล่าสุดของทางค่าย โดยตัวรถในปีนี้โดดเด่นด้วยเส้นสายกราฟิกสีทองที่เพิ่มเข้ามาในตัวรถ โดยเฉพาะตรงโลโก้ ZX-10RR ที่แฟริ่งด้านข้าง ทำให้รถดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าชุดแข่งของทั้งสองคนเองก็มาในสไตล์เดียวกัน มีเส้นสายสีทองแบบเดียวกัน เข้าคู่กันอย่างลงตัว  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปีกปรับไฟฟ้า จะถูกจำกัดการใช้งานในศึก WorldSBK ด้วยกฎใหม่

ปีกปรับไฟฟ้า หรือวิงก์เล็ตปรับไฟฟ้า หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Active Aerodynamic (แอ็กทีฟแอโรไดนามิก) จะถูกควบคุมการใช้งานในศึก WorldSBK จากการที่ Honda เปิดตัว CBR1000RR-R เรือธงลำใหม่ของฝั่งสปอร์ตไบค์ และมีรายงานเกี่ยวกับเรื่องระบบ Active Aerodynamic และเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่สูสีคู่คี่และเป็นธรรมให้ได้มากที่สุดทาง WorldSBK ก็มีการเตรียมพร้อมออกกฎเพิ่มเติมเพื่อจำกัดการใช้งานเจ้าปีกปรับไฟฟ้าที่เป็นลูกเล่นใหม่ของค่ายรถซะ ซึ่งกฎกติกาที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดในฤดูกาล 2020 ที่กำลังจะถึงนี้คือการใส่ข้อจำกัดของการใช้งานปีกปรับไฟฟ้าเข้ามานั่นเอง   กฎใหม่นี้จะจำกัดการขยับหรือเคลื่อนไหวของระบบแอ็กทีฟแอโรไดนามิก ปีก วิงก์เล็ตหรือชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับแอโรไดนามิกที่เคลื่อนไหวได้ ชิ้นส่วนที่ขยับได้เหล่านี้จะถูกจำกัดองศาหรือระยะต่างๆ แม้ว่าของติดรถโปรดักชั่นจะขยับได้อย่างอิสระมากกว่าที่ถูกจำกัดก็ตาม พูดง่ายๆ ก็คือ อาจจะขยับได้น้อยลงกว่าของติดรถนั่นเอง   เป้าหมายของกฎนี้ก็คือเพื่อป้องกันค่ายรถผลิตแฟริ่งที่มาพร้อมกับปีกที่ขยับได้ แต่ให้ตรึงปีกในตำแหน่งใดตำแหน่งนึงบนรถขายจริงตายตัว หรือจำกัดองศาหรือระยะที่จะขยับหรือเคลื่อนไหวได้ แล้วไปปรับให้มันขยับได้เต็มที่กับรถแข่งสเป็ก WorldSBK ในทางทฤษฎีแล้ว มันน่าจะขายรถที่มีปีกที่ขยับได้เพียงเล็กน้อยได้ง่ายกว่ามาก เพราะจะต้องใช้เงินทุนอย่างมากกับการทำให้ปีกขยับได้เพื่อที่จะเพิ่มแรงกดให้มากที่สุดที่ความเร็วต่ำ และลดแรงกดเพื่อลดแรงฉุดที่ย่านความเร็วสูงๆ   แน่นอนอย่างที่บอกไปครับว่าข้อจำกัดนี้ออกมาตอบสนองกับการจดสิทธิบัตรของทาง Honda ที่มีการยื่นจดสิทธิบัตรของระบบแอ็กทีฟแอโรไดนามิกของเจ้า Honda CBR1000RR-R เจ้าสิทธิบัตรนี้ทำให้คาดคะเนว่าเจ้าเรือธงคันใหม่จากฮอนด้าอาจจะใช้ปีกหรือวิงก์เล็ตขยับได้ซึ่งอยู่ด้านในตัวดักลมด้านข้างของตัวรถ อย่างไรก็ดีโมเดลที่เปิดตัวในงาน EICMA นั้นเป็นปีกแบบขยับไม่ได้ หรือ Honda อาจจะเปิดตัวเวอร์ชั่นอัพเกรดของ CBR1000RR-R SP ที่มาพร้อมสิทธิบัตรใหม่นี้ แต่อย่างไรก็ตามในเวอร์ชั่นรถแข่งจะต้องถูกจำกัดการขยับของปีกอยู่ดี   ทั้งนี้กฎกติกาอื่นๆ ก็มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน แต่เป็นเพียงปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Iannone ถูกแบน เพราะใช้สารต้องห้าม?

Iannone ถูกแบน ห้ามแข่งชั่วคราวเพราะโด๊ป หลังจากที่ทาง Fédération Internationale de Motocyclisme (FIM) หรือสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศแจงว่า Andrea Iannone นักแข่งอิตาเลียนถูกระงับห้ามลงแข่งชั่วคราว FIM ชี้แจงว่า Andrea Iannone ถูกแบนไม่ให้ลงแข่งชั่วคราวอ้างอิงจาก ข้อบังคับ 7.9.1 ของ 2019 FIM Anti-doping Code (CAD) ซึ่งเกี่ยวกับการใช้สารต้องห้าม การตัดสินใจที่จะแบน Andrea Iannone ชั่วคราวนี้ได้รับคำสั่งมาจากผลรายงานของ WADA หรือ องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ที่ได้รับการรับรองจากห้องแล็บ Kreischa b. Dresden ในเยอรมัน ระบุตรวจพบสารต้องห้ามภายใต้หมวดที่ 1.1.a) Exogenous Anabolic Androgenic Steroids (AAS) เป็นสเตอรอยด์สร้างกล้ามเนื้อที่ให้ลักษณะชายจากภายนอกร่างกาย ซึ่งอยู่ในรายชื่อสารต้องห้ามของปี 2019 ในตัวอย่างปัสสาวะที่เก็บได้จากเขา ในตอนทดสอบแบบไม่เก็บคะแนนที่ทาง FIM จัดให้ ตอนแข่ง FIM Grand Prix World Championship ที่เซปัง ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2019   อย่างไรก็ตาม Andrea Iannone มีสิทธิ์ที่จะขอเข้าร่วมดูการวิเคราะห์ตรวจสอบหาสารต้องห้ามของเขา   การระงับชั่วคราวของ Andrea Iannone จะมีผลตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2019 โดยเขาจะถูกกันออกจากการเข้าร่วมในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทุกรายการ รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ จนกว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติม และตามข้อบังคับ 7.9.3.2 CAD เขาอาจจะร้องขอให้ยกเลิกการระงับของเขาได้   นอกจากนี้ภายใต้การร่วมมือกันระหว่าง World Anti-Doping Code และ FIM Anti-Doping Code ทาง FIM จะยังไม่สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ในขณะนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Dynavolt

Dynavolt คือบริษัทผลิตแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนบริษัทนึง และเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีม Intact GP ซึ่งเป็นทีมแข่งใน Moto2 ตั้งแต่ปี 2013 ทว่าในปี 2020 กับการแข่งขัน FIM Supersport World Championship ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องของปริมาณและคุณภาพ ไม่ใช่แค่เพียงในแง่ของนักแข่งที่มาลงช่วงชิงชัยกันด้วยรถระดับกลางหรือมิดเดิ้ลเวท แต่ยังรวมไปถึงภาคส่วนต่างๆ ที่เข้ามาร่วมมาจอยกันในแพ็ดด็อกของการแข่งขัน และประกาศครั้งสำคัญของการแข่งขัน WorldSSP ในฤดูกาลหน้า ก็มาจากฝั่งทีม PTR Honda ซึ่งตอนนี้ได้ทำการเซ็นสัญญากับไตเติ้ลพาร์ทเนอร์รายใหม่ซึ่งก็คือ ไดน่าโว่ล เทค นั่นเอง ซึ่งนี่จะเป็นครั้งแรกของทาง ไดน่าโว่ล ที่ได้ก้าวเข้ามาในแพ็ดด็อกของ WorldSBK หลังจากเซ็นสัญญาในครั้งนี้ และจากการเซ็นสัญญาครั้งนี้ทีม PTR Honda ก็จะถูกรีแบรนด์เปลี่ยนชื่อใหม่กลายเป็น Dynavolt Honda ในฤดูกาลหน้า หรือ 2020 ซึ่งทางทีมได้ประกาศตัวนักแข่งประจำทีมของฤดูกาลหน้าไปแล้ว ซึ่งก็ได้แก่ Hikari Okubo และ Patrick Hobelsberger Simon Buckmaster ผู้จัดการทีมพูดถึงข้อตกลงไว้ว่า “ผมอยากที่จะบอกว่าผมตื่นเต้นมากแค่ไหนที่ได้เริ่มต้นเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกันกับทาง ไดน่าโว่ล เทค และเราเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2020 รวมไปถึงหลายๆ ปีข้างหน้าอีกด้วย ผมอยากที่จะขอบคุณ Leonard Chen และ ไดน่าโว่ล เทค ที่ให้โอกาสกับพวกเรา และเราหวังว่าเราจะได้ร่วมประสบความสำเร็จร่วมกัน ผมอยากที่จะ James Nay แห่ง Devil Evolution Exhausts (ท่อ Devil Evolution) ที่ช่วยให้เรื่องเกิดขึ้น”   Leonard Chen ประธานของ ไดน่าโว่ล เทค กล่าวว่า “มันเป็นความยินดีอย่างยิ่งที่เราได้ขยายการสนับสนุนการแข่งขันของเรามาจาก WorldSBK ด้วย เราเชื่อว่าด้วยความร่วมมือครั้งใหม่นี้จะทำให้ผู้คนรู้จักแบรนด์ ไดน่าโว่ล เทค มากขึ้น มันจะเป็นแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดที่คุณสามารถใช้มันได้ในธุรกิจรถพาวเวอร์สปอร์ต! เราหวังว่าเราจะได้ร่วมมือกันเป็นอย่างดีและยาวนานกับทาง Simon และผมยังหวังอีกว่าเราจะประสบความสำเร็จไปด้วยกัน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Razgatlioglu กับพัฒนาการก้าวกระโดด

Razgatlioglu นักแข่งหนุ่มฟอร์มร้อนแรง แม้ว่าเขาจะย้ายมาซบกับ Yamaha แต่เราก็ยังเชื่อมั่นในตัวเขา งานนี้เราลองไปพูดคุยจาก Phil Marron กันว่าเขาเจ๋งแค่ไหน

Jonathan Rea คว้าชัยครั้งที่ 16 สำหรับการแข่ง WSBK ฤดูกาลปี 2019

Jonathan Rea ได้คว้าชัยไปเป็นครั้งที่ 16 สำหรับการแข่งขัน WSBK ฤดูกาลปี 2019 ที่ Qatar และหลังจากนี้เขาจะแข่งกับคู่แข่งอย่าง Alvaro Bautista เพื่อท้าชิงตำแหน่งนักบิดที่ได้รับชัยชนะมากที่สุด นักบิดแห่งทีม Kawasaki ยังคงทำคะแนนเหนือคนอื่นๆ ในช่วงครึ่งหลังของ การแข่งขัน WSBK ฤดูกาลปี 2019 นี้ ส่วนทาง Alvaro Bautista นั้นก็ยังคงทำคะแนนตามมาติดๆ ด้วยอันดับที่สอง และในตอนนี้นั้นทาง Jonathan Rea เองก็มีคะแนนเก็บอยู่ด้วยกันถึง 663 คะแนน ส่วนทางด้าน Alvaro Bautista เองนั้นก็มีคะแนนเป็นอันดับสองที่ 498 คะแนน ตามมาด้วย Alex Lowes ที่มีคะแนน สะสมเป็นอันดับ 3 ที่ 341 คะแนน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี่ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี่