
กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้
เคยสังเกตไหมหล่ะครับ ว่าการแข่งขันสองล้อระดับเวิร์ลคลาสที่หลาย ๆ คนรู้จัก และได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลกทั้งศึกโปรโตไทป์ MotoGP และโปรดักท์ชัน WorldSBK ที่จัดขึ้นโดยผู้จัดเจ้าเดียวกันอย่าง ดอร์น่า สปอร์ต ซึ่งในประเด็นนี้ คุณผู้ชมอาจรู้จักกันหมดแล้ว ดังนั้น เรามาเจาะจุด กฏการแข่ง motogp และ wsbk ความต่างระหว่างตัวแข่งของทั้งสองรายการว่ามีข้อกฎการแข่งที่คุณอาจไม่รู้ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ?
ระบบกันสะเทือน (Active) – ช่วงล่างปรับแต่งเองโดยผู้ขับขี่

MotoGP : แบน ไม่อนุญาตให้ใช้ เพื่อลดความยุ่งยากและกลไกความซับซ้อน ทางดอร์น่าจึงไม่อนุญาตให้ทีมแข่งขันใช้ระบบช่วงล่างที่สามารถปรับแต่งเองได้โดยผู้ขับขี่ หรือที่เราเรียกง่าย ๆ ว่าโช้คไฟฟ้านั่นแหล่ะ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีสำหรับการเก็บข้อมูลเชิงลึกในการแข่งขัน ให้ฝ่ายเทคนิคของแต่ละทีมได้แก้โจทย์ปัญหาต่าง ๆ ภายใต้เวลาที่จำกัด

WSBK : ถึงแม้ว่าการแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์จะกำหนดให้ใช้สเปคตัวแข่งเวอร์ชันโรงงาน แต่ทว่าในเรื่องของช่วงล่างไฟฟ้าที่ติดมาให้อยู่แล้วในบางรุ่นอย่าง CBR1000RR-R SP หรือ Ducati Panigale V4R ก็ถูกแบนเช่นเดียวกัน ให้ใช้ช่วงล่างที่ปรับด้วยเครื่องมือเท่านั้น
เครื่องยนต์ 2 จังหวะ

MotoGP : (แบน) จากตำนานตัวแข่ง 2 จังหวะถูกยกเลิกใช้แข่งขันไปเมื่อปี 2002 และทดแทนด้วยสเปคเครื่องยนต์ใหม่ ด้วยปริมาตรกระบอกสูบ 990 ซีซี 4 จังหวะ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและสอดคล้องกับเทคโนโลยีใช้งานบนท้องถนน *โดยปัจจุบันได้มีการลดสเปคสำหรับตัวแข่งขันในปี 2027 โดยลดปริมาตรกระบอกสูบซีซีจากเดิม 1,000 ซีซี ลดลงเหลือเพียง 850 ซีซี เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งทำลายสุขภาพและยังเป็นการลดต้นทุนให้กับแบรนด์ค่ายรถอีกด้วย
WSBK : ถึงแม้จะถอดรูปแบบการแข่งขันรถ 2 จังหวะจากศึกตำนานอันโด่งดังอย่าง Formula TT แต่ World SuperBike Championship หรือ WSBK นั้นสร้างปฐมบทเรื่องราวด้วยตัวแข่ง 4 จังหวะอย่างเครื่องยนต์ V-Twin ของค่ายดูคาติ อาพริเลีย และฮอนด้า และตัวแข่งคลาส 750 ซีซี 4 เม็ดเรียงจากผู้ผลิตญี่ปุ่น จนกระทั่งปรับขึ้นมาเป็นรุ่น 1,000 ซีซีในปัจจุบัน
ระบบ Seamless gearbox

ระบบส่งกำลัง Seamless-Shift Transmissions หรือระบบเกียร์แบบไร้รอยต่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชนเกียร์+/- อย่างสเถียรโดยไม่ต้องรอรอบและไม่ต้องกำคลัตช์ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถ่ายทอดถอดแบบมาจากโมโตจีพี ในเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ควิกชิฟเตอร์ แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์
![]() |
![]() |
| MotoGP ในรายการโมโตจีพีอนุญาตให้ใช้ในการแข่งขัน |
WSBK แบน ให้ใช้ชุดเกียร์ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเท่านั้น |
คันเร่งไฟฟ้า กับ ระบบแทร็คชันคอนโทรล
![]() |
![]() |
| MotoGP ไม่อนุญาตให้ใช้คันเร่งไฟฟ้า แต่ระบบแทร็คชันคอนโทรลอนุโลมให้ใช้บางส่วนเท่านั้น (อยู่ภายในการควบคุม) |
WSBK สามารถใช้ได้เฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งจากโรงงานเท่านั้น |
วิงก์เล็ต -เทคโนโลยียอดฮิตที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
![]() |
![]() |
| MotoGP อนุญาตให้ใช้ แต่ปีกชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องยึดติดกับแฟริ่งกับตัวรถเท่านั้น |
WSBK ให้ใช้ปีกวิงก์เล็ตเฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ไม่สามารถติดในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ |
สูตรน้ำมันเบนซิน (ห้ามใช้สารเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่ว)
MotoGP : เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ในปี 2024 โมโตจีพีได้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์และเชื้อเพลิงชีวภาพ ทดแทนเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่วซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพร่างกาย *และมีแนวโน้มที่จะยกเลิกการใช้น้ำมันมาจากฟอสซิล อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิวหรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ที่เป็นเชื้อเพลิงสะอาด 100% ในอนาคต
WSBK : มีการปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ได้มาจากแหล่งฟอสซิล 40% ในปัจจุบันและคาดว่าจะมีการปรับมาใช้เชื้อเพลิงพลังงานสะอาดในเร็ว ๆ นี้
ระบบจุดเบิด Screamer
ทางดอร์น่าได้ยกเลิก ให้ใช้เครื่องยนต์ที่จุดระเบิดแบบ Screamer ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่กระจายการจุดระเบิดที่สม่ำเสมอ (ให้กำลังในรอบสูง) ซึ่งส่งผลให้ตัวรถนั้นควบคุมได้ยากและกินเนื้อยาง จึงให้ปรับมาใช้การจุดระเบิดแบบ Big Bang ซึ่งให้การควบคุมที่ง่ายกว่า
MotoGP : แบน
WSBK : แบน
จากเบรกคาร์บอน

MotoGP : อนุญาตให้ใช้จานคาร์บอน (เฉพาะสนามแห้ง) ส่วนสนามเปียกให้ใช้เป็นจานดิสก์เบรก (เนื้อโลหะ) เท่านั้น
WSBK : สำหรับรถโปรดักท์ชัน ไม่อนุญาตให้ใช้
ระบบวาล์วแปรผัน
เนื่องด้วยผู้ผลิตบางรายได้พัฒนาระบบวาล์วแปรผันที่ช่วยส่งกำลังในรอบสูงถูกจำกัดเพื่อป้องกันข้อได้เปรียบเกินขอบเขต
MotoGP : อนุญาตให้ใช้แต่อยู่ภายใต้การควบคุม โดยอาศัยทักษะของนักแข่งเป็นหลัก
WSBK : ให้ใช้เวอร์ชันติดตั้งมาจากโรงงาน
Holeshot Device
อุปกรณ์ช่วยโหลดโช้คอัพสำหรับการออกตัว จากที่เราเห็น ๆ ตัวแข่งหลายทีมนั้นใช้เพื่อการออกตัวแซงไลน์คู่แข่งในโค้งแรก ซึ่งพัฒนาโดย Ducati และอาจถูกแบนในอนาคต
![]() |
![]() |
| MotoGP ปัจจุบัน..ใช้อยู่ |
WSBK แบน |
ซูเปอร์ชาร์จ
มีผู้ผลิตบางรายที่กำลังพัฒนาระบบอัดอากาศเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันอย่าง Kawasaki และไม่เป็นผลดีแน่ ๆ แถมยังทำให้เกิดอันตรายอีกด้วยถ้าหากประมาท เพราะฉะนั้นจึงกำหนดให้ใช้เครื่องยนต์เวอร์ชันโรงงานเท่านั้น
MotoGP : แบน
WSBK : แบน แม้ว่าจะออกตัว Ninja H2/H2R เวอร์ชันซูเปอร์ชาร์จออกมาก็ตาม
ระบบเซ็นเซอร์ IMU
MotoGP : ถูกจำกัดการใช้งาน เพื่อป้องกันการแทรกแซงที่มากเกินไป
WSBK : ใช้ได้บางส่วนเท่านั้น
ความแตกต่างของ MotoGP และ WSBK ในเรื่องการแบนเทคโนโลยี
สรุป – เทคโนโลยีระบบต่าง ๆ ยังคงเอื้ออำนวยความสะดวกสำหรับตัวแข่งโมโตจีพี ถึงแม้จะมีกฎบางข้อที่อาจไม่เอื้ออำนวยหรือมีไปแล้วก็ไม่รู้จะไปใช้ประโยชน์อะไร แต่สำหรับ WSBK นั้นค่อนข้างเข้มงวด แทบเรียกได้ว่าปรับแต่งอะไรได้นิดหน่อยเท่านั้น โดยเน้นสมรรถนะขับเคลื่อนส่งตรงจากโรงงานโดยตรง
MotoGP และ WSBK ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง แต่ถูกควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป และนี่ก็คือข้อกำหนดความต่างระหว่างตัวแข่งโมโตจีพี และเวิร์ลซูเปอร์ไบค์ คุณผู้ชมมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง ?
แท็กที่เกี่ยวข้อง
MOTOGPฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ เปิดใจก่อนลุยศึกเจแปนนีสจีพี อัปเดต ข่าวมอเตอร์ไซค์ MotoGP
MOTOGPAprilia เผยท้ายใหม่ RS-GP Bezzecchi ลองออสเตรีย
Ducatiเจาะลึก Ducati Panigale V4 R จักรกลแชมป์โลก WorldSBK 2026 ของ Nicolò Bulega
MOTOGPอะคอสต้า ลั่นใส่บอร์ด KTM “อยากล้ม มาร์เกซ ด้วยรถสเปกเดียวกัน”
KTM Newsสิ้นสุดการรอคอย! Maverick Viñales คอนเฟิร์มคัมแบ็กลุยศึก MotoGP ที่ Motegi สุดสัปดาห์นี้
WSBKก้อง สมเกียรติ คว้าแต้มเบิ้ล WorldSBK อิตาลี
MOTOGPหนักเกินไปจนบอบช้ำ! ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร เสนอแนวคิด MotoGP ควรลดจำนวน “สปริ้นท์เรซ” ให้เท่ากับ F1
Ducatiบทพิสูจน์แห่งการไถ่บาป! Nicolo Bulega ผงาดคว้าแชมป์โลก WorldSBK ฤดูกาล 2026 อย่างยิ่งใหญ่