
CFMOTO จับมือ KALEX จัดแสดงรถแข่ง Moto2 เครื่องยนต์ 765 ซีซี 140 แรงม้า พร้อมจับตาการถือหุ้น 51% และอนาคตซูเปอร์ไบค์

CFMOTO ประกาศศักดาความร่วมมือกับ KALEX Engineering ผู้ผลิตเฟรมรถแข่งระดับแชมป์โลก Moto2 ด้วยการนำรถแข่งพิกัด 765 ซีซี กำลัง 140 แรงม้า น้ำหนักเพียง 140 กิโลกรัม มาจัดแสดงในงาน EICMA 2026 ที่ประเทศอิตาลี พร้อมเปิดอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของค่ายรถจีน หลังเข้าถือหุ้น KALEX ถึง 51%
กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจของวงการมอเตอร์ไซค์ เมื่อ CFMOTO ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์จากประเทศจีน จับมือกับ KALEX Engineering บริษัทวิศวกรรมจากเยอรมนีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรถแข่ง Moto2 มายาวนาน พร้อมนำรถแข่งในสีสันของ CFMOTO ออกโชว์ต่อสายตาสื่อมวลชนทั่วโลกเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026
หากมองเพียงผิวเผิน หลายคนอาจคิดว่านี่เป็นการนำรถแข่งมาติดสติกเกอร์แบรนด์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่ความจริงมีรายละเอียดมากกว่านั้น เพราะ CFMOTO ไม่ได้เป็นเพียงพันธมิตรทางการตลาดของ KALEX อีกต่อไป หากแต่ได้เข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทวิศวกรรมแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว
การขยับตัวครั้งนี้จึงน่าจับตาในฐานะการลงทุนระยะยาวเพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านแชสซีและวิศวกรรมรถสมรรถนะสูง โดยเฉพาะเมื่อ CFMOTO กำลังพัฒนารถสปอร์ตระดับ 1,000 ซีซี ของตัวเองอย่างจริงจัง

รถที่จัดแสดงคือรถแข่ง Moto2 ที่ใช้แชสซี KALEX และตกแต่งด้วยสีสัน CFMOTO ไม่ใช่รถสปอร์ตสำหรับจำหน่ายทั่วไปหรือการเปิดตัวรถถนนรุ่นใหม่
รถแข่งคันนี้ปรากฏตัวในงาน EICMA 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–8 พฤศจิกายน 2026 ณ Fiera Milano ประเทศอิตาลี โดย CFMOTO จัดแสดงภายในฮอลล์ 10 บูธ I52 หรือหมายเลข 152
ไฮไลต์ของตัวรถอยู่ที่การนำโครงสร้างรถแข่งระดับชิงแชมป์โลกมานำเสนอควบคู่กับภาพลักษณ์ของแบรนด์จีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลก
CFMOTO อธิบายว่าความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของทั้งสองบริษัท และมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนานวัตกรรมสำหรับการแข่งขัน
ความหมายของการจัดแสดงจึงไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ของรถแข่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสื่อสารว่าบริษัทต้องการมีส่วนร่วมกับเทคโนโลยีระดับสูงมากขึ้น จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจคุ้นเคยกับ CFMOTO ในฐานะผู้ผลิตรถราคาคุ้มค่าและให้สเปกน่าสนใจ
สำหรับผู้ติดตาม CFMOTO NEXT IS NOW ในงาน EICMA 2026 จะเห็นว่าการนำ KALEX มาปรากฏบนเวทีเดียวกันถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของยุทธศาสตร์ด้านสมรรถนะที่ CFMOTO ต้องการสื่อสารกับตลาดโลก
KALEX Engineering คือบริษัทพัฒนาแชสซีรถแข่งจากประเทศเยอรมนี ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในรายการ Moto2 และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเฟรมที่ทีมแข่งชั้นนำเลือกใช้งาน
ชื่อของ KALEX อาจไม่ได้คุ้นหูผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ทั่วไปเหมือน Honda, Yamaha หรือ Ducati แต่สำหรับคนติดตามการแข่งขัน Moto2 บริษัทแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตแชสซีที่มีผลงานโดดเด่นที่สุด
ข้อมูลจาก CFMOTO ระบุความสำเร็จของ KALEX ไว้ดังนี้
| ผลงาน KALEX ใน Moto2 | จำนวน |
|---|---|
| แชมป์โลกประเภทนักแข่ง | 13 สมัย |
| แชมป์โลกประเภทผู้ผลิต | 14 สมัย |
| จำนวนชัยชนะในการแข่งขัน | มากกว่า 200 ครั้ง |
| ความเชี่ยวชาญหลัก | การออกแบบและพัฒนาแชสซีรถแข่ง |
สิ่งที่ทำให้ KALEX มีคุณค่าไม่ได้มีเพียงจำนวนถ้วยรางวัล แต่รวมถึงประสบการณ์ในการพัฒนาโครงสร้างตัวรถให้ตอบสนองต่อการขับขี่ระดับแข่งขัน
ในสนามแข่ง เครื่องยนต์แรงไม่ได้หมายความว่ารถจะทำเวลาได้ดีเสมอไป หากตัวถังไม่สามารถถ่ายทอดการตอบสนองอย่างแม่นยำ นักแข่งย่อมใช้ศักยภาพของรถได้ไม่เต็มที่
วิศวกรรมแชสซีจึงครอบคลุมเรื่องความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่นเชิงโครงสร้าง การกระจายน้ำหนัก และความสัมพันธ์ระหว่างเฟรมกับระบบช่วงล่าง
ความรู้เหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนารถสปอร์ตสมรรถนะสูง และเป็นเหตุผลว่าทำไมบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์จึงให้ความสำคัญกับทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์จากสนามแข่งจริง

CFMOTO เข้าถือหุ้น 51% ของ KALEX Engineering จริง โดยเอกสารรายงานประจำปี 2025 ของบริษัทระบุว่าธุรกรรมซื้อหุ้นเสร็จสิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2025 มูลค่า 5.1 ล้านยูโร
นี่คือประเด็นที่ทำให้ข่าวครั้งนี้มีน้ำหนักมากกว่าการประกาศความร่วมมือทั่วไป
ตามรายงานทางการเงินของ Zhejiang CFMOTO Power ระบุการเข้าซื้อหุ้น KALEX Engineering GmbH ผ่านบริษัท Helmsmen Europe GmbH ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจของ CFMOTO
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| บริษัทผู้เข้าซื้อ | กลุ่ม Zhejiang CFMOTO Power |
| บริษัทเป้าหมาย | KALEX Engineering GmbH |
| ประเทศที่ตั้ง | เยอรมนี |
| สัดส่วนการถือหุ้น | 51% |
| มูลค่าธุรกรรม | 5.1 ล้านยูโร |
| วันที่บันทึกการเข้าซื้อ | 31 ธันวาคม 2025 |
| บริษัทในกลุ่มที่ถือหุ้น | Helmsmen Europe GmbH |
การถือหุ้นมากกว่าครึ่งหมายความว่า CFMOTO มีอำนาจควบคุมบริษัทตามโครงสร้างที่เปิดเผยในรายงานทางการเงิน แต่ไม่ได้หมายความว่า KALEX จะเลิกพัฒนาแชสซีให้ทีมแข่งรายอื่น หรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไปใช้ชื่อ CFMOTO
สิ่งที่ยืนยันได้คือการลงทุนดังกล่าวทำให้กลุ่ม CFMOTO มีความสัมพันธ์กับ KALEX ในระดับโครงสร้างธุรกิจ ไม่ใช่เพียงการสนับสนุนทีมแข่งบนแฟริ่งรถ
นี่เป็นการเดินเกมที่น่าสนใจ เพราะแทนที่จะสร้างความเชี่ยวชาญด้านรถแข่งขึ้นมาใหม่ทั้งหมด บริษัทเลือกลงทุนในองค์กรที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์จากการแข่งขันระดับโลกอยู่แล้ว

รถแข่ง Moto2 ที่จัดแสดงใช้เครื่องยนต์สามสูบ 765 ซีซี สำหรับการแข่งขัน กำลัง 140 แรงม้า น้ำหนัก 140 กิโลกรัม พร้อมแชสซีอะลูมิเนียม KALEX ระบบอิเล็กทรอนิกส์ Moto2 และเบรก Brembo
ตัวเลขที่เผยแพร่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการออกแบบรถแข่งที่ให้ความสำคัญกับกำลังเครื่องยนต์และการควบคุมน้ำหนักเป็นพิเศษ
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประเภทรถ | รถจักรยานยนต์แข่งขัน Moto2 |
| แชสซี | KALEX Racing Aluminium Chassis |
| เครื่องยนต์ | Triumph สามสูบ 4 จังหวะ |
| ความจุเครื่องยนต์ | 765 ซีซี |
| กำลังสูงสุดที่ระบุ | 140 แรงม้า |
| น้ำหนักที่ระบุ | 140 กิโลกรัม |
| ความเร็วสูงสุดตามข้อมูลผู้ผลิต | สูงสุด 300 กม./ชม. |
| ระบบอิเล็กทรอนิกส์ | อุปกรณ์ควบคุมสำหรับ Moto2 |
| ระบบเบรก | Brembo |
| วัสดุตัวถัง | มีชิ้นส่วนคาร์บอน-อะรามิด |
| สีและลวดลาย | ลวดลายการแข่งขัน CFMOTO |
| ความจุถังน้ำมัน | ไม่เปิดเผยในข้อมูลรถที่จัดแสดง |
| ความยาว กว้าง สูง และฐานล้อ | ไม่เปิดเผย |
| อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. | ไม่เปิดเผย |
| ราคาจำหน่าย | ไม่มีประกาศจำหน่ายรถคันนี้ |
หมายเหตุ: ตัวเลขน้ำหนัก 140 กิโลกรัมอ้างอิงข้อมูลที่ CFMOTO เผยแพร่ โดยไม่ได้ระบุวิธีชั่งน้ำหนักอย่างละเอียด และความเร็วสูงสุดเป็นค่าที่ระบุสำหรับรถ ไม่ใช่ผลการทดสอบอิสระของสำนักข่าว
หากนำกำลัง 140 แรงม้ามาเทียบกับน้ำหนัก 140 กิโลกรัม จะได้อัตราส่วนตามตัวเลขที่ประกาศอยู่ที่ประมาณ 1 แรงม้าต่อกิโลกรัม ซึ่งสะท้อนแนวคิดการสร้างรถเพื่อการแข่งขันโดยตรง
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าอัตราส่วนดังกล่าว คือแชสซีที่ผ่านการพัฒนาสำหรับสนามแข่ง โดยมีองค์ประกอบตั้งแต่โครงสร้างเฟรม ชุดสวิงอาร์ม ไปจนถึงการติดตั้งระบบกันสะเทือนและอุปกรณ์ควบคุม
ทั้งหมดนี้ทำให้รถคันดังกล่าวแตกต่างจากมอเตอร์ไซค์สำหรับใช้งานบนถนนสาธารณะอย่างชัดเจน
เครื่องยนต์ของรถแข่ง Moto2 คันนี้เป็นเครื่องยนต์สามสูบ 765 ซีซี ของ Triumph ซึ่งเป็นผู้จัดหาเครื่องยนต์ให้การแข่งขัน Moto2 ไม่ใช่เครื่องยนต์ที่ CFMOTO พัฒนาขึ้นใหม่
ประเด็นนี้สำคัญอย่างยิ่ง เพราะการเห็นโลโก้ CFMOTO บนรถแข่งไม่ได้หมายความว่าเครื่องยนต์ทั้งหมดผลิตโดย CFMOTO
Triumph Motorcycles เป็นผู้จัดหาเครื่องยนต์ให้การแข่งขัน Moto2 ตั้งแต่ฤดูกาล 2019 และมีสัญญาต่อเนื่องถึงปี 2029 โดยเครื่องยนต์พื้นฐานพัฒนาจากขุมพลัง Street Triple 765 RS ก่อนปรับแต่งสำหรับการแข่งขัน
ดังนั้น การประกาศรถแข่งที่ใช้แชสซี KALEX และเครื่องยนต์ Triumph จึงควรแยกองค์ประกอบออกจากกันอย่างชัดเจน
CFMOTO เป็นแบรนด์ที่นำเสนอรถและมีบทบาทด้านการลงทุนกับ KALEX ขณะที่ KALEX มีความเชี่ยวชาญด้านแชสซี และ Triumph รับหน้าที่จัดหาเครื่องยนต์ตามระบบการแข่งขัน Moto2
นี่เป็นรูปแบบของการแข่งขันที่ผู้ผลิตหลายฝ่ายมีส่วนร่วมทางเทคนิค ไม่ใช่การแข่งขันที่ทุกทีมจำเป็นต้องผลิตรถทั้งคันด้วยตัวเอง

KALEX และ Boscoscuro ต่างเป็นผู้ผลิตแชสซีรถแข่ง Moto2 โดยใช้เครื่องยนต์จากซัพพลายเออร์เดียวกัน แต่แตกต่างกันในแนวทางการออกแบบและพัฒนาโครงสร้างตัวรถ
สำหรับผู้ติดตามการแข่งขัน Moto2 ชื่อของ Boscoscuro จากอิตาลีถือเป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตแชสซีที่ปรากฏบนกริดแข่งขันร่วมกับ KALEX
ข้อมูลรายการแข่งขันปี 2026 ระบุว่าทีม CFMOTO Aspar ใช้แชสซี KALEX ขณะที่ทีมอย่าง BLU CRU Pramac Yamaha Moto2 และ Marc VDS ใช้แชสซี Boscoscuro
| หัวข้อ | KALEX Moto2 | Boscoscuro Moto2 |
|---|---|---|
| ประเทศผู้ผลิตแชสซี | เยอรมนี | อิตาลี |
| เครื่องยนต์ใน Moto2 | Triumph 765 ซีซี | Triumph 765 ซีซี |
| กำลังอ้างอิง | 140 แรงม้า | ประมาณ 140 แรงม้า |
| ความเร็วสูงสุดที่เผยแพร่ | สูงสุด 300 กม./ชม. | มากกว่า 300 กม./ชม. |
| ทีมตัวอย่างปี 2026 | CFMOTO Aspar | BLU CRU Pramac Yamaha |
| ความจุถังน้ำมัน | ไม่มีข้อมูลยืนยันสำหรับรถจัดแสดง | ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบที่ยืนยัน |
| ราคาจำหน่ายทั่วไป | ไม่ใช่รถจำหน่ายทั่วไป | ไม่ใช่รถจำหน่ายทั่วไป |
การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้แสดงว่าแชสซีของผู้ผลิตรายใดเหนือกว่ากัน เพราะผลการแข่งขันขึ้นอยู่กับนักแข่ง ทีมงาน การเซ็ตอัปรถ และสภาพสนามด้วย
สำหรับ KALEX จุดแข็งที่พิสูจน์ได้คือผลงานสะสมใน Moto2 ส่วน Boscoscuro ก็เป็นคู่แข่งในประเภทแชสซีโดยตรง จึงไม่ควรนำราคาหรือสเปกของรถสปอร์ตถนนมาเทียบแทนรถแข่งทั้งสองยี่ห้อ

CFMOTO มีประสบการณ์ในการแข่งขัน Grand Prix ผ่าน Aspar Team อยู่ก่อนแล้ว โดยเริ่มใน Moto3 ปี 2022 และเข้าสู่ Moto2 ปี 2024 ทำให้ความสัมพันธ์กับ KALEX เป็นการต่อยอดจากกิจกรรมการแข่งขันเดิม
ในฤดูกาล 2026 ทีม CFMOTO Aspar ส่ง David Alonso และ Daniel Holgado เข้าร่วมการแข่งขัน Moto2 โดยใช้แชสซี KALEX
การมีส่วนร่วมในรายการแข่งขันระดับโลกทำให้แบรนด์มีโอกาสเรียนรู้จากสภาพการทำงานที่แตกต่างจากการทดสอบรถถนนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นความสม่ำเสมอของสมรรถนะ การตอบสนองของรถ และข้อมูลจากทีมเทคนิค
ขณะเดียวกัน ในรุ่น Moto3 แบรนด์ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดย CFMOTO ระบุว่า Máximo Quiles คว้าแชมป์โลกประจำฤดูกาล 2026 และมีการนำความสำเร็จดังกล่าวไปเฉลิมฉลองด้วยรถจัดแสดง 675SR-R World Champion Edition ภายในงาน EICMA ปีเดียวกัน
เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่า CFMOTO กำลังสร้างความเชื่อมโยงระหว่างทีมแข่ง ผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูง และเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ
การนำองค์ความรู้ของ KALEX มาพัฒนารถสปอร์ต CFMOTO ในอนาคตมีความเป็นไปได้ในเชิงวิศวกรรม แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ารถ V4SR-RR ใช้แชสซี KALEX โดยตรง
นี่อาจเป็นคำถามที่แฟนรถสปอร์ตอยากรู้มากที่สุด เพราะ CFMOTO มีโครงการซูเปอร์ไบค์ V4SR-RR ซึ่งใช้เครื่องยนต์ V4 ความจุ 997 ซีซี และมีพละกำลังมากกว่า 210 แรงม้า
ก่อนหน้านี้มีรายงานการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์และสิทธิบัตรใหม่ของ CFMOTO V4SR-RR เครื่องยนต์ V4 ซึ่งสะท้อนความพยายามของบริษัทในการสร้างแพลตฟอร์มรถสมรรถนะสูงด้วยตัวเอง
หากนำองค์ความรู้ด้านเครื่องยนต์ของ CFMOTO มาผสานกับประสบการณ์ด้านแชสซีของ KALEX ได้อย่างเหมาะสม อาจเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนารถสปอร์ตในอนาคต ทั้งเรื่องการควบคุม การกระจายน้ำหนัก และการออกแบบโครงสร้าง
แต่ต้องเน้นว่าการมีหุ้นใน KALEX ไม่ได้ทำให้รถ CFMOTO ทุกรุ่นกลายเป็นรถที่ใช้เทคโนโลยี Moto2 โดยอัตโนมัติ
การออกแบบรถแข่งขันกับรถถนนมีข้อกำหนดต่างกัน ทั้งความทนทานระยะยาว ต้นทุนการผลิต ความสะดวกสบาย และข้อบังคับด้านความปลอดภัย
ดังนั้น สิ่งที่น่าติดตามจึงไม่ใช่เพียงว่ารถรุ่นต่อไปจะใช้เฟรมที่มีชื่อ KALEX หรือไม่ แต่คือ CFMOTO จะนำประสบการณ์ด้านวิศวกรรมดังกล่าวมาพัฒนาสินค้าให้ผู้ขับขี่ทั่วไปได้อย่างไร
ปัจจุบันยังไม่มีประกาศราคาจำหน่ายหรือแผนวางจำหน่ายรถแข่ง Moto2 ที่จัดแสดงร่วมกับ KALEX ในประเทศไทย เนื่องจากรถคันนี้ถูกนำเสนอในฐานะรถสำหรับการแข่งขันและการจัดแสดง
จึงไม่ควรตีความว่าการปรากฏตัวในงาน EICMA 2026 หมายถึงการเตรียมเปิดรับจองหรือมีโครงการประกอบจำหน่ายในไทย
รถแข่ง Moto2 มีข้อกำหนดเฉพาะของการแข่งขันและไม่ใช่ผลิตภัณฑ์กลุ่มเดียวกับรถถนนที่ผู้บริโภคสามารถเดินเข้าศูนย์บริการแล้วสั่งซื้อได้ตามปกติ
หาก CFMOTO นำเทคโนโลยีจาก KALEX มาพัฒนารถผลิตจริงในอนาคต ข้อมูลสำคัญที่ควรรอติดตามจะประกอบด้วยรายละเอียดแชสซี ระบบกันสะเทือน น้ำหนักรถ สมรรถนะที่ได้รับการรับรอง ราคาจำหน่าย และแผนทำตลาดในแต่ละประเทศ
สำหรับผู้อ่านที่ติดตาม CFMOTO x KALEX ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ทิศทางเทคโนโลยี มากกว่าการรอประกาศราคาของรถแข่งคันที่นำมาจัดแสดง
ความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ที่การที่ CFMOTO เข้าถือหุ้นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านแชสซีระดับโลก และมีโอกาสนำองค์ความรู้นั้นมาต่อยอดการพัฒนามอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูงของตัวเองในระยะยาว
การที่แบรนด์จีนสามารถลงทุนใน KALEX Engineering ได้สะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่ขยับจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
แน่นอนว่าถ้วยแชมป์โลก 13 สมัยของ KALEX ไม่ได้ย้ายมาอยู่ในตู้โชว์ CFMOTO แล้วจะทำให้รถถนนทุกคันเข้าโค้งดีขึ้นทันที เพราะวิศวกรรมยังต้องผ่านการออกแบบ ทดสอบ และพัฒนาอีกมาก
อย่างไรก็ตาม การมีผู้เชี่ยวชาญด้านแชสซีที่มีผลงานจาก Moto2 อยู่ภายในกลุ่มธุรกิจ ย่อมเปิดโอกาสให้ CFMOTO พัฒนาความสามารถของตัวเองในด้านที่ตลาดรถสปอร์ตให้ความสำคัญอย่างมาก
ในมุมผู้ขับขี่ นี่คือข่าวที่ควรจับตาเพราะวันหนึ่งเทคโนโลยีที่พัฒนาจากความร่วมมือดังกล่าวอาจปรากฏบนรถสปอร์ตที่ผลิตจริง แม้ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันรุ่นหรือกำหนดเวลาที่ชัดเจน
สุดท้าย สิ่งที่จะพิสูจน์คุณค่าของการลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่รถแข่งที่ตั้งโชว์ในงาน EICMA เพียงคันเดียว แต่คือคุณภาพและสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ที่ CFMOTO จะสร้างขึ้นในอนาคต
ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์และเทคโนโลยีรถสองล้อได้จากหมวด ข่าวมอเตอร์ไซค์ รวมถึงข่าวมอไซค์ล่าสุดและข่าวบิ๊กไบค์จากทั่วโลก
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
CFMOTO เข้าถือหุ้น 51% ของ KALEX Engineering โดยธุรกรรมเสร็จสิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2025 ตามรายงานประจำปีของบริษัท
ใช้เครื่องยนต์ Triumph สามสูบ 765 ซีซี ที่ปรับแต่งสำหรับการแข่งขัน Moto2 มีกำลังที่ CFMOTO ระบุไว้ 140 แรงม้า
ข้อมูลของ CFMOTO ระบุความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้ถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Hondaมวยตรงรุ่น Honda ADV350 ปะทะ Yamaha RW350! เทียบสเปก 29.2 แรงม้า ใครคุ้มกว่า?
ข่าว น้ำมันราคาน้ำมัน 5 พ.ย. 2569 ลด 70 สตางค์! กบน. ลดเบนซิน–แก๊สโซฮอล์ ยกเว้น E85
New BikeContinental GT 750 2027 เปิดตัว! Royal Enfield คาเฟ่เรเซอร์เครื่อง 743 ซีซี มีทั้งรุ่นแฟริ่งและไม่มีแฟริ่ง
SuzukiSuzuki GSX-10R 2027 เปิดตัวสปอร์ต 152 แรงม้า S.I.R.S. 15 ระบบ พร้อมขายกลางปี 2027
New BikeYamaha RW700 Explore 2027 เปิดตัว! เครื่อง CP2 689 ซีซี เกียร์ Y-AMT พร้อมอุปกรณ์ทัวริ่ง
New BikeYamaha RW350 2027 เปิดตัว! Adventure Scooter 327 ซีซี 29.2 แรงม้า พร้อมชน Honda ADV350
ข่าวมอเตอร์ไซค์Yamaha NMAX E 2027 เปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า วิ่งไกล 104 กม. พร้อมชาร์จ AC Type 2
HondaHonda x Onitsuka Tiger Mid Sports Concept สี Tiger Yellow โชว์ EICMA 2026