ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของรถยนต์พลังงานใหม่ เมื่อ Xpeng Motors ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากจีน เตรียมส่ง Xpeng G7 EREV 2026 EREV (Extended Range Electric Vehicle) ลงสนามอย่างเป็นทางการในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยการันตีความเหนือชั้นด้วยระยะทางขับขี่รวมสูงสุดถึง 1,704 กิโลเมตร ต่อการเติมน้ำมันและชาร์จไฟเต็มเพียงครั้งเดียว ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งใน SUV ที่มีระยะทางวิ่งไกลที่สุดในโลกทันที
ทำไม Xpeng ถึงหันมาทำรถ “ปั่นไฟ”?
แม้ว่า Xpeng จะเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) มาโดยตลอด แต่การเปิดตัวระบบ “Kunpeng Super Electric System” ในรุ่น G7 EREV นี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การปรับตัวเข้าหาผู้ใช้งานที่ยังมีความกังวลเรื่องสถานีชาร์จ (Range Anxiety) โดยระบบ EREV คือคำตอบที่ลงตัวที่สุด เพราะมันคือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าตลอดเวลา แต่มีเครื่องยนต์สันดาปคอยทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่
ขุมพลังทำลายสถิติ 1,704 กิโลเมตร และโหมดไฟฟ้าล้วน 430 กม.
Xpeng G7 EREV มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ (รหัส DAM15NTE) ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (148 แรงม้า) ซึ่งไม่ได้ส่งกำลังไปที่ล้อโดยตรง แต่จะทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟส่งให้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 218 กิโลวัตต์ (292 แรงม้า)
ความโดดเด่นที่ทำให้โลกต้องหันมองคือ ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (Pure EV Range) ที่สูงถึง 430 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC ซึ่งเกือบเทียบเท่ารถ BEV หลายรุ่นในตลาด นั่นหมายความว่าหากคุณใช้งานในเมือง คุณแทบไม่ต้องเติมน้ำมันเลยตลอดทั้งสัปดาห์ และเมื่อรวมกับน้ำมันในถังขนาด 60 ลิตร ระยะทางจะพุ่งไปถึง 1,704 กิโลเมตร ซึ่งไกลพอที่จะเดินทางจากเหนือสุดไปใต้สุดของประเทศไทยได้โดยไม่ต้องแวะพัก
ครั้งแรกของ EREV กับแบตเตอรี่ 800V และ 5C Ultra-fast Charging
โดยปกติรถยนต์กลุ่มไฮบริดหรือ EREV มักจะไม่ได้เน้นเรื่องความเร็วในการชาร์จ แต่ Xpeng G7 EREV เปลี่ยนกฎข้อนี้ใหม่หมด ด้วยการติดตั้งสถาปัตยกรรมแรงดันสูง 800V พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LFP) ขนาด 55.8 kWh จาก EVE Energy ที่รองรับอัตราการชาร์จระดับ 5C ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความสามารถในการชาร์จไฟจาก 10% เป็น 80% ได้ภายในเวลาเพียง 12 นาที หรือหากรีบเร่ง การชาร์จเพียง 12 นาทีจะช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งได้ถึง 314 กิโลเมตร ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่รถ EREV สามารถชาร์จไฟได้เร็วทัดเทียมกับรถไฟฟ้าตัวท็อปในปัจจุบัน
ดีไซน์ “Robot Face” และมิติตัวถังที่ขยายใหญ่ขึ้น
ในด้านรูปลักษณ์ G7 EREV ยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบ “X Face” หรือ “Robot Face” ยุคที่สองไว้เช่นเดียวกับรุ่น BEV แต่มีการปรับมิติตัวถังให้ยาวขึ้นเป็น 4,918 มม. (ยาวกว่ารุ่นไฟฟ้าล้วน 26 มม.) เพื่อจัดสรรพื้นที่สำหรับติดตั้งระบบเครื่องยนต์ปั่นไฟและถังน้ำมัน โดยยังคงรักษาความกว้าง 1,925 มม. และฐานล้อที่ 2,890 มม. ซึ่งกว้างขวางเพียงพอสำหรับครอบครัวยุคใหม่
อัจฉริยะเกินพิกัดด้วย Turing AI และระบบเงียบกริบ 99%
Xpeng G7 EREV ไม่ได้เด่นแค่เรื่องพละกำลัง แต่ยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกๆ ที่ใช้ชิปประมวลผล Turing AI ถึง 3 ตัว ให้พลังการคำนวณมหาศาลถึง 2,250 TOPS (เทียบเท่าชิป Nvidia Orin-X ถึง 9 ตัว) รองรับระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง NGP ทั้งในเมืองและทางหลวง
นอกจากนี้ Xpeng ยังแก้ปัญหา “เสียงเครื่องยนต์ปั่นไฟ” ที่มักรบกวนสุนทรียภาพในรถ EREV ด้วยระบบ ENC + RNC Dual Active Noise Cancellation และการบริหารจัดการรอบเครื่องยนต์ด้วย AI ซึ่งตั้งเป้าหมายให้เสียงเครื่องยนต์ “เงียบจนไม่รู้สึก” ใน 99% ของสถานการณ์การขับขี่จริง
วิเคราะห์สมรภูมิ SUV ใครคือคู่แข่งที่แท้จริง?
การเปิดตัวในไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ Xpeng G7 EREV จะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง Li Auto L7 และ BYD ในกลุ่มระบบ DM-i แต่ด้วยจุดแข็งด้าน “ชาร์จไว 5C” และ “ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน 430 กม.” ที่เหนือกว่าคู่แข่งเกือบเท่าตัว ทำให้ G7 EREV กลายเป็นม้ามืดที่อาจขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดในเวลาอันรวดเร็ว
บทสรุป
Xpeng G7 EREV 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่พิสูจน์ว่า เทคโนโลยี EREV ไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่คือทางออกที่สมบูรณ์แบบสำหรับยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน ด้วยสเปกที่ “ล้น” ทั้งระยะทาง ความเร็วในการชาร์จ และความฉลาดของ AI ต้องมารอติดตามกันว่า เมื่อเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ราคาจะเปิดมาได้เร้าใจแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ นี่คือ SUV ที่จะทำให้คนรักรถน้ำมันต้องหันมามองรถพลังงานใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่




