
วงการ ข่าวมอเตอร์สปอร์ต ต้องบันทึกการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้ง เมื่อความเคลื่อนไหวใน “ตลาดนักบิด” ประจำฤดูกาล 2026 ทวีความเข้มข้นถึงขีดสุด ล่าสุดสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Crash.net ได้รายงานแถลงการณ์ยืนยันจากค่ายส้อมเสียงว่า แจ็ค มิลเลอร์ นักบิดจอมเก๋าชาวออสเตรเลีย จะโบกมือลาเวทีระดับพรีเมียร์คลาสอย่างเป็นทางการหลังจบฤดูกาลนี้

การประกาศแยกทางระหว่าง Jack Miller และทีม Prima Pramac Yamaha ไม่เพียงแต่เป็นการปิดฉากการเดินทางอันยาวนานถึง 12 ปีในรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกสองล้อ แต่ยังเป็นการเปิดประตูบานใหม่สู่ความท้าทายในศึกรถโปรดักชันชิงแชมป์โลก (WorldSBK) ที่กำลังรอเขาอยู่
สิ้นสุดเส้นทางกับ Yamaha Pramac หลังจบฤดูกาล 2026
สาเหตุหลักของการแยกทางคือการปรับโครงสร้างเพื่ออนาคต โดยทีมต้องการหลีกทางให้ดาวรุ่งจากรุ่นกลางขึ้นมาสัมผัสพรีเมียร์คลาส

ในปี 2026 นี้ ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับบรรดานักแข่งมากประสบการณ์ หลายคนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีเก้าอี้เหลือในกริด MotoGP สำหรับ แจ็ค มิลเลอร์ ที่ปัจจุบันสังกัดทีม Prima Pramac ซึ่งทำหน้าที่เป็นทีมแซตเทิลไลต์อย่างเป็นทางการของ Yamaha การตัดสินใจไม่ต่อสัญญาในครั้งนี้ เป็นผลมาจากนโยบายของทีมที่ต้องการดึงนักขับเลือดใหม่ (เช่น Izan Guevara จาก Moto2) เข้ามาเสริมทัพ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกติกาใหม่ในปี 2027
“ถึงแม้ผมยังไม่บรรลุเป้าหมายสูงสุดที่ตั้งไว้ทั้งหมด แต่ผมภูมิใจกับสิ่งที่ทำมาตลอด 12 ปี การได้ขี่รถระดับท็อปและทำงานร่วมกับค่ายรถมากมายถือเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม” – แจ็ค มิลเลอร์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อ
ผลงาน 12 ปีใน MotoGP ของนักบิดออสซี่
ประสบการณ์ที่โชกโชนที่สุดในกริดปัจจุบัน ผ่านการขับขี่รถแข่งระดับโปรโตไทป์มาแล้วถึง 4 ค่าย
สิ่งที่ทำให้ แจ็ค มิลเลอร์ กลายเป็นที่รักของแฟนมอเตอร์สปอร์ต ไม่ใช่แค่สไตล์การขับขี่ที่ดุดัน หรือการขี่ลุยฝนที่หาตัวจับยาก แต่มันคือความเป็นมืออาชีพที่สามารถปรับตัวเข้ากับรถแข่งที่มีความแตกต่างกันได้อย่างยอดเยี่ยม เขาคือหนึ่งในนักบิดเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ ที่มีโอกาสได้ควบรถของค่ายยักษ์ใหญ่ถึง 4 แบรนด์
| แบรนด์รถแข่งที่สังกัด | ความสำเร็จและไฮไลต์สำคัญตลอดอาชีพ |
| Honda | ชัยชนะครั้งแรกในสภาพสนามเปียกที่ Assen (2016) |
| Ducati | เลื่อนชั้นสู่ทีมโรงงาน คว้าชัยชนะแบบ Back-to-Back (2021) |
| KTM | เป็นแกนหลักในการพัฒนารถ RC16 ให้ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้า |
| Yamaha | ร่วมงานกับทีม Pramac Yamaha ในช่วงปีสุดท้ายของพรีเมียร์คลาส |

สถิติรวมของเขาในคลาสสูงสุดคือการขึ้นโพเดียมทั้งหมด 23 ครั้ง และคว้าชัยชนะได้ 4 สนาม ซึ่งถือเป็นผลงานที่นักแข่งหลายคนใฝ่ฝัน
เป้าหมายต่อไป: ความท้าทายใหม่ในรายการ WorldSBK
การย้ายเวทีไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการแสวงหาความสำเร็จในเส้นทางใหม่ที่ตอบโจทย์ความกระหายในชัยชนะ
เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง ประตูอีกบานก็เปิดออก มีรายงานหนาหูว่าจุดหมายปลายทางต่อไปของนักบิดออสซี่รายนี้คือศึก WorldSBK โดยเขามีแนวโน้มสูงที่จะไปเข้าร่วมกับทีมโรงงานของ Yamaha เพื่อรับหน้าที่ไล่ล่าแชมป์ด้วยรถ YZF-R1

มิลเลอร์ยืนยันชัดเจนว่า เขายังรู้สึกฟิตสมบูรณ์และมีไฟในการแข่งขันอีกมาก (A lot of racing left in me) การย้ายข้ามมายังเวที WorldSBK จะทำให้เขากลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การแข่งขันสนุกดุเดือดขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งยังเป็นกระแสความนิยมใหม่ที่นักแข่ง MotoGP ระดับท็อปหลายคน (รวมถึง Alex Rins) เลือกที่จะย้ายมาสร้างตำนานบทใหม่ในรายการนี้
การอำลา MotoGP ของแจ็ค มิลเลอร์ สะท้อนให้เห็นถึงวัฏจักรการผลัดใบของวงการกีฬาอาชีพ แต่ตำนานความเก๋าและลีลาการขี่สุดระห่ำของเขาจะยังคงตราตรึงอยู่ในใจแฟนกีฬาความเร็วตลอดไป
คุณคิดว่าด้วยประสบการณ์ 12 ปีใน MotoGP แจ็ค มิลเลอร์ จะสามารถปรับตัวและก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกในฝั่ง WorldSBK ได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับนักบิดรุ่นพี่คนอื่นๆ หรือไม่? ลองคอมเมนต์แชร์ความคิดเห็นกันได้เลย!
A: ทางค่าย Yamaha และทีม Pramac ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่สำหรับฤดูกาล 2027 เพื่อเปิดทางให้กับนักบิดดาวรุ่งหน้าใหม่เข้ามาแทนที่
A: มีการยืนยันและคาดการณ์จากสื่ออย่างหนาหูว่า เขาจะย้ายไปแข่งขันในรายการ WorldSBK (เวิลด์ซูเปอร์ไบค์) ร่วมกับทีมโรงงานของ Yamaha
A: ตลอด 12 ปี เขาเคยขับขี่ให้แบรนด์ระดับท็อปถึง 4 ค่าย (Honda, Ducati, KTM, Yamaha) ขึ้นโพเดียมพรีเมียร์คลาส 23 ครั้ง และคว้าชัยชนะได้ถึง 4 สนาม





















