
Yamaha XSR900 2022 เจ็นใหม่ หล่อเท่ กลมกล่อม
กลับมาอีกครั้งพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของโมเดลในสไตล์สปอร์ตเฮริเทจจากค่ายส้อมเสียง Yamaha XSR900 2022 โมเดลที่ผสมผสานกันระหว่างความสวยงามในแบบคลาสสิคย้อนยุคกับสมรรถนะในแบบสปอร์ตอันทันสมัย และที่สำคัญก็คือในแต่ละโมเดลนั้นจะมีการออกแบบเพื่อยกย่องให้กับโมเดลระดับตำนานรุ่นเก๋าของทางค่ายเสมอ
สำหรับโมเดลใหม่นี้เองก็เช่นกัน ยังคงยึดหลักปรัชญาการออกแบบเดิมอย่าง Yamaha’s Faster Sons โดยออกแบบให้ขับขี่ได้ดี มีความสวยงามโดดเด่น และง่ายต่อการคัสตอมตามความต้องการของเจ้าของรถ ดังจะเห็นได้จากโปรเจ็กต์ Yard Built ที่ส่งรถคัสตอมสวย ๆ มาตลอด 7 ปีที่ผ่านมาสร้างแรงบันดาลใจให้นักบิดได้เป็นอย่างดี
นับจากเปิดตัวโมเดลนี้ครั้งแรกในปี 2016 ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และคราวนี้กลับมาใหม่อีกครั้งพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าดีไซน์กลมกล่อมลงตัวยิ่งกว่าที่ผ่าน ๆ มา
แรงบันดาลใจจากรถแข่ง
สำหรับโมเดลใหม่นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่งในช่วงทศวรรษ 1980 ช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ในอดีตของยามาฮ่า โดยมีการนำเฟรมแบบเดลต้าบ็อกซ์ในตำนานมาใช้เป็นหัวใจหลักของโมเดลใหม่ แต่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดของทางค่ายทำเป็นเฟรมอลูมิเนียมที่มีขนาดกะทัดรัด แข็งแรง แต่น้ำหนักเบา
มีการออกแบบถังน้ำมันขนาด 15 ลิตรและฝาถังน้ำมันที่ดูสวยงามแบบรถแข่งยุค 80 และชิ้นส่วนแฟริ่งที่มีช่องลมที่ไม่เพียงแต่สวยอย่างเดียว แต่มีประโยชน์ในการเพิ่มอากาศเข้าสู่ระบบเผาไหม้ให้มากขึ้นอีกด้วย
การดีไซน์ตัวรถยังออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหลัก จากเฟรมดังกล่าวมีการวางคอท่อต่ำลงกว่าเดิม สวิงอาร์มก็ยาวขึ้นจึงมีความนิ่งเสถียรมากขึ้น นอกจากนี้ยังปรับแชสซีอีกหลายจุดให้แข็งแรงและตอบสนองกับการขับขี่ได้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีท่านั่งออกแบบมาให้น้ำหนักลงมาที่ด้านท้าย โดยแทบจะนั่งอยู่เหนือล้อหลังแล้ว ช่วยให้ขับขี่ได้สนุกสปอร์ตมากยิ่งขึ้น โดยที่ยังขับขี่ได้สบายไม่เมื่อยล้า
ดีไซน์คลาสสิคแต่ทันสมัยด้วย
สำหรับไฟหน้ายังคงเป็นทรงกลม แต่มีกาปรับเปลี่ยนมาใช้ LED แบบเต็มระบบแล้ว โดยออกแบบให้มีลำแสงที่กว้างและสว่างชัดไม่หวั่นแม้ยามค่ำคืน ที่โดดเด่นอีกจุดเห็นจะเป็นไฟท้ายที่มีดีไซน์แบบซ่อนภายใต้เบาะได้กลิ่นอายรถแข่ง โดยมีไฟเลี้ยวแยกตัวออกไปอยู่ที่บังโคลน
นอกจากความทันสมัยของไฟ LED แล้วยังมีรายละเอียดความพรีเมียมอีกหลายจุดกระจายไปทั่วทั้งคันเสริมภาพลักษณ์ให้ดูยิ่งขึ้น เช่น แผงคอบน CNC เบาโช้คเจาะรูแต่ง โลโก้ XSR อลูมิเนียม และดีเทลอื่น ๆ อีกมาก
ขุมพลังดุดันพร้อมเสียงที่เพราะยิ่งขึ้น
สำหรับขุมพลังแน่นอนว่ายังคงเป็นเครื่อง CP3 สามสูบเรียงแบบครอสเพลนขนาด 889 ซีซีที่มีเอกลักษณ์ที่ทอร์คจัดจ้าน โดยมีการปรับให้รองรับ Euro5 และปรับจูนเสียงของท่อไอเสียใหม่ให้โดดเด่นและเร้าใจขึ้น
โดยเจ้าเครื่องนี้มีความจุเพิ่มขึ้นกว่าเจ็นเก่า โดยมีการเพิ่มช่วงชักอีก 3 ม.ม.ทำให้ความจุโดยรวมเพิ่มมากขึ้นอีก 43 ม.ม. ทั้งยังใช้ลูกสูบใหม่เบาขึ้น (300 กรัม) ทำให้ตัวรถนั้นมีกำลังเพิ่มขึ้นอีก 4 แรงม้าเป็น 119 แรงม้าที่ 11,000 รอบ และแรงบิดมากขึ้นเช่นกัน กลายเป็น 93.0 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ เพิ่มขึ้นราว ๆ 6% และเร็วขึ้น 1,500 รอบ
นอกจากนี้ยังมีการปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ในช่วงเกียร์ 1 และ 2 พร้อมปรับจูนการจ่ายน้ำมันใหม่ให้สอดคล้องกับแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงมีระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ที่ปรับปรุงใหม่เบาแรงมากขึ้น
ช่วงล่างที่ดีขึ้น
เป็นอีกจุดนึงที่ทางค่ายใส่ใจ ด้านหน้ามีการอัปเกรดระบบเบรก โดยใส่ปั๊มบน Brembo แบบเรเดียลมาให้ ทำงานร่วมกับดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 298 ม.ม. ให้ฟีลลิ่งการเบรกดีขึ้น ส่วนระบบเบรกหลังมีแป้นเบรกแบบฟอร์จทำงานร่วมกับดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 ม.ม.
ส่วนระบบกันสะเทือนเลือกใช้โช้คจากทาง KYB ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยโช้คหน้าเป็นโช้คหัวกลับปรับแต่งได้ทั้งพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ ขณะที่โช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่องซับแรงแบบวางเยื้องไปด้านหน้า โดยออกแบบมาให้เป็นแบบซ่อนจากสายตา ช่วยให้ท้ายดูคลีนดูสะอาดตา
ปิดท้ายส่วนช่วงล่างด้วยล้ออลูมิเนียมที่ใช้เทคโนโลยีสปินฟอร์จแบบ 10 ก้านที่เบาที่สุดเท่าที่เคยทำผลิตมา โดยทั้งเซ็ตจะเบาลง 700 กรัม ทำให้น้ำหนักใต้สปริงน้อยลงช่วยให้ช่วงล่างตอบสนองได้ดี และส่งผลให้ควบคุมรถได้คล่องตัวและเสถียรมากขึ้น อีกทั้งล้อที่เบาขึ้นยังช่วยลดแรงเฉื่อยที่ล้อหลังได้มากถึง 11% เลยทีเดียว
ระบบอิเล็กทรอนิกส์แน่น ๆ
ถือเป็นจุดที่อัปเกรดขึ้นมาขนานใหญ่เลยก็ว่าได้สำหรับเรื่องเทคโนโลยีและระบบอิเล็กทรอนิกส์แน่น ๆ อาทิ หน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยแบบ 6 แกนหรือ IMU โดยใช้ตัวประมวลผลใหม่ที่เล็กและเบากว่าเดิมที่เคยใช้ใน R1 ปี 2015 ทำให้มีระบบอื่น ๆ ตามมา เช่น แทร็คชันคอนโทรลแบบอิงกับมุมเอียงของตัวรถ ระบบควบคุมการสไลด์ของล้อ ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ซึ่งช่วยให้ขับขี่ได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ยังมีระบบควบคุมเบรกทีมีลักษณะการทำงานสองโหมดคือ BC1 คือระบบเบรก ABS ทั่วไป และ BC2 คือควบคุมเบรกในโค้ง พูดง่าย ๆ คือระบบเบรก Cornering ABS นั่นเอง
นอกจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มเข้ามาช่วยในเรื่องของความปลอดภัยแล้วยังมีระบบที่ช่วยในเรื่องของความสะดวกสบายหรือในการขับขี่อาทิเช่น ควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง คันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 4 โหมด หน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 3.5 นิ้ว ครูซคอนโทรล
เรียกว่าเป็นการอัปเกรดขนานใหญ่มาก ๆ สำหรับ Yamaha XSR900 2022 โมเดลนี้ งานนี้ใครกำลังเล็ง ๆ อยู่เก็บเงินรอได้เลย คุ้มค่าแน่นอนครับ ทั้งแรงทั้งล้ำ แถมยังมีดีไซน์สุดกลมกล่อมลงตัวสุด ๆ ครับผม
แท็กที่เกี่ยวข้อง
New BikeYamaha RW700 Explore 2027 เปิดตัว! เครื่อง CP2 689 ซีซี เกียร์ Y-AMT พร้อมอุปกรณ์ทัวริ่ง
New BikeYamaha RW350 2027 เปิดตัว! Adventure Scooter 327 ซีซี 29.2 แรงม้า พร้อมชน Honda ADV350
Yamaha Newsยามาฮ่าปลูกไผ่ล้อมป่า สานต่อภารกิจลดก๊าซเรือนกระจก ฟื้นฟูระบบนิเวศ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
WSBKTen Kate QJ Motor 2027 จ่อจับมือสะเทือน WorldSSP หลัง Yamaha ยืนยันแยกทาง
New BikeYamaha MT-125 2027 เปิดตัวโฉมใหม่ เน็กเก็ต 125cc หน้าดุขึ้น พร้อมจอ TFT 5 นิ้ว
MOTOGPToprak Razgatlioglu ปิดฉาก MotoGP 2026 ก่อนกำหนด! เตรียมผ่าตัดไหล่ พลาด Australian GP และทุกสนามที่เหลือ
WSBKAlbert Arenas ฉลองแชมป์โลก WorldSSP 2026 ด้วย Yamaha R9 ลายพิเศษที่ Jerez
YamahaYamaha R15M Monster Black เปิดตัวราคา 138,700 บาท จำกัด 100 คัน