ในปี 2026 นี้ สมรภูมิรถจักรยานยนต์ในพิกัด 150ซีซี ไม่ได้เป็นเพียงการสู้กันด้วยลวดลายกราฟิกหรือชื่อชั้นของแบรนด์อีกต่อไป แต่เป็นการห้ำหั่นกันด้วย “นวัตกรรม” ที่แท้จริง การมาถึงของ Zontes 150X 2026 คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าค่ายรถจากแดนมังกรไม่ได้เพียงแค่ต้องการส่วนแบ่งตลาด แต่พวกเขากำลัง “สั่งสอน” เจ้าตลาดเดิมว่า รถเล็กไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุเกรดต่ำ และเทคโนโลยีล้ำสมัยไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในรถบิ๊กไบค์ราคาครึ่งล้าน
วิศวกรรมโครงสร้าง ความลับของน้ำหนัก 108 กิโลกรัม ที่โลกต้องตะลึง
ไฮไลท์ที่ใหญ่ที่สุดและถือเป็น “หมัดฮุค” ของ Zontes 150X คือเทคโนโลยี Single-piece Aluminum Alloy Frame หรือเฟรมอลูมิเนียมอัลลอยหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียวไร้รอยต่อ หากคุณยังนึกภาพไม่ออกว่ามันว้าวแค่ไหน ให้ลองมองไปที่รถ 150cc ทั่วไปในตลาดไทย ส่วนใหญ่ยังใช้เฟรมเหล็กกล้า (Steel Frame) ที่มีรอยเชื่อมและน้ำหนักมหาศาล
การที่ Zontes เลือกใช้อลูมิเนียมเกรดสูงมาทำเฟรมในรถคลาสเริ่มต้น ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะ:
-
น้ำหนักเบาหวิว: เฟรมนี้หนักเพียง 8.5 กิโลกรัม ส่งผลให้ Curb Weight ของรถทั้งคันอยู่ที่ 108 กิโลกรัมเท่านั้น ในขณะที่คู่แข่งพิกัดเดียวกันส่วนใหญ่มีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 130-140 กิโลกรัม การหายไปของน้ำหนักเกือบ 30 กิโลกรัม (เทียบเท่าถังแก๊สใบใหญ่) ทำให้ค่า Power-to-weight ratio ของ 150X พุ่งทะยานขึ้นอย่างน่ากลัว
-
ความแข็งแกร่ง (Rigidity): การหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียวทำให้ไม่มีจุดอ่อนที่รอยเชื่อม รถจะมีความนิ่ง (Stability) สูงมากเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
-
การระบายความร้อน: อลูมิเนียมมีคุณสมบัติระบายความร้อนได้ดีกว่าเหล็ก ช่วยลดความร้อนสะสมบริเวณรอบเครื่องยนต์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ดีไซน์ดุดัน “X-Shape” และออปชันเหนือระดับ
Zontes 150X มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยไฟ Day Time Running Light รูปตัว X ขนาดใหญ่ พร้อมไฟหน้า LED Projector ถึง 4 ดวง ให้ความสว่างที่คมชัดในตอนกลางคืน เส้นสายแฟริ่งเน้นความโฉบเฉี่ยวแบบ City Sport และยังมีชิลด์บังลมหน้าที่สามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ยากในรถระดับเดียวกัน
ขุมพลังเครื่องยนต์เจเนอเรชันใหม่ 150cc High-Compression
Zontes ไม่ได้เอาเครื่องยนต์เก่ามาปัดฝุ่นขายใหม่ แต่พวกเขาพัฒนาเครื่องยนต์ 149.5 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่มาพร้อมอัตราส่วนกำลังอัดที่สูงถึงระดับที่รถบ้านทั่วไปต้องค้อน ตัวเลขพละกำลัง 17.7 แรงม้า และแรงบิด 15.5 นิวตันเมตร อาจดูไม่ห่างจากคู่แข่งมากนักในหน้ากระดาษ แต่เมื่อมันมาอยู่ในร่างของรถที่หนักแค่ 108 กิโลกรัม อัตราเร่ง 0-80 กม./ชม. ของมันคือสิ่งที่ทำให้นักบิดสายมุดต้องตาค้าง
เทคโนโลยีภายในเครื่องยนต์ปี 2026 ของ Zontes ยังประกอบด้วย:
-
Forged Piston: ลูกสูบฟอร์จที่น้ำหนักเบาและทนต่อแรงดันสูงได้ดีกว่าลูกสูบหล่อทั่วไป
-
Ceramic Coating Cylinder: เสื้อสูบเคลือบเซรามิกเพื่อลดแรงเสียดทาน ช่วยให้รอบเครื่องกวาดได้ไวขึ้นและทนทานต่อการใช้งานหนักต่อเนื่อง
-
Euro 5+ Ready: ผ่านมาตรฐานไอเสียล่าสุดที่เข้มงวดที่สุด โดยไม่เสียพละกำลังแม้แต่น้อย ซึ่งนี่คือจุดที่ค่ายญี่ปุ่นหลายค่ายยังแก้โจทย์ไม่ตกจนต้องยอมลดแรงม้าลงในรุ่นใหม่ๆ
อัดแน่นเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ The Gadget on Wheels
หากคุณคิดว่าชิลด์หน้าปรับไฟฟ้าคือเรื่องเพ้อฝันสำหรับรถ 150cc คุณต้องคิดใหม่ เพราะ Electric Windshield ใน Zontes 150X ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ปรับระดับได้ละเอียดเพื่อตัดลมตามสรีระของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ระบบไฟหน้า LED Projector 4 ดวง ยังมาพร้อมระบบเซนเซอร์ตรวจจับแสง สว่างวาบโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าอุโมงค์หรือในที่มืด ซึ่งเป็นความปลอดภัยเชิงรุกที่น่าชื่นชม
หน้าจอแสดงผล TFT Full Color เจนเนอเรชั่น 2.0 คืออีกหนึ่งจุดขาย มันไม่ใช่แค่หน้าจอแสดงความเร็ว แต่เป็น “ศูนย์ควบคุม” ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเต็มรูปแบบ:
-
Navigation System: แสดงแผนที่นำทางแบบ Turn-by-turn บนหน้าจอโดยตรง
-
TPMS (Tyre Pressure Monitoring System): ระบบแจ้งเตือนลมยางแบบ Real-time ซึ่งปกติจะเจอในรถเกรดพรีเมียมเท่านั้น
-
Keyless System 3.0: ระบบกุญแจอัจฉริยะที่สามารถทำงานได้ในระยะ 1.5 เมตร แม้ถ่านในรีโมทจะหมดสนิท ก็ยังสามารถสตาร์ทรถได้ผ่านเทคโนโลยีเซนเซอร์สำรอง
ระบบช่วงล่างและเบรก มั่นใจระดับพรีเมียม
การที่รถมีน้ำหนักเบาไม่ได้หมายความว่าจะร่อน เพราะ Zontes ได้เซ็ตระบบช่วงล่างมาเพื่อรองรับความเร็วท็อปสปีดที่คาดว่าจะแตะระดับ 125-130 กม./ชม. ได้อย่างสบายๆ โช้คอัพหน้ามีการปรับปรุงวาล์วภายในใหม่ให้ซับแรงกระแทกได้นุ่มนวลแต่ไม่ย้วย
ระบบเบรกมาพร้อม Dual Channel ABS จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก (มักเป็น Bosch หรือพันธมิตรที่ไว้วางใจได้) ทำงานควบคู่กับดิสก์เบรกขนาดใหญ่ทั้งหน้าและหลัง การกระจายแรงเบรกทำได้แม่นยำกว่าระบบ Combi-brake ที่ค่ายเจ้าตลาดยังคงใช้ในรุ่นเริ่มต้นบางรุ่นอย่างเห็นได้ชัด
วิเคราะห์ความคุ้มค่า vs ความเสี่ยง
![]() |
![]() |
ตรงไปตรงมาครับ ในฐานะผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ เราต้องตั้งคำถามแทนประชาชนว่า “ดีแค่สเปกหรือเปล่า?”
-
ความคุ้มค่า (Value for Money): หากมองแค่สเปกต่อราคา Zontes ชนะขาดลอย (Checkmate) คุณจะได้รถที่มีวัสดุดีกว่า แรงกว่า และเทคโนโลยีล้ำกว่าในราคาที่คาดว่าจะถูกกว่าหรือเท่ากับเจ้าตลาด
-
ความเสี่ยง (The Risk): โจทย์ใหญ่ที่สุดของ Zontes ในไทยปี 2569 ยังคงเป็นเรื่อง “ความเชื่อมั่น” ศูนย์บริการมีครอบคลุมแค่ไหน? อะไหล่ต้องรอนานหรือไม่? และที่สำคัญคือ “ราคาขายต่อ” ที่มักจะร่วงกราวเมื่อเทียบกับค่ายปีกนกหรือค่ายส้อมเสียง นี่คือสิ่งที่ผู้ซื้อต้องแลกเพื่อความเหนือชั้นของสมรรถนะ
-
วัสดุอลูมิเนียม: แม้จะเบาและแข็งแรง แต่หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนเฟรมเบี้ยว การ “ดัด” เฟรมอลูมิเนียมทำได้ยากกว่าเหล็กมาก และส่วนใหญ่มักจะต้องเปลี่ยนใหม่ยกชุด ซึ่งค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าแน่นอน
คาดการณ์การเปิดตัวและราคาในประเทศไทย
จากการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปี 2569 คาดว่า Zontes Thailand จะใช้เวที Bangkok International Motor Show 2026 (ปลายเดือนมีนาคม) เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
สำหรับ “ราคา” หาก Zontes ต้องการจะถล่มตลาดจริงๆ ราคาเปิดตัวควรจะอยู่ที่ 89,000 – 95,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่จะทำให้ PCX และ NMAX ต้องสะดุ้ง เพราะในราคานี้คุณจะได้เฟรมอลูมิเนียมและออปชันไฟฟ้าทั้งคันที่หาไม่ได้จากค่ายอื่น
บทสรุป ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของ Zontes 150X?
Zontes 150X 2026 ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทุกคน แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ “คนรุ่นใหม่ที่เบื่อความจำเจ” และกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับ “Performance ต่อราคา” อย่างสูงสุด หากคุณเป็นคนที่ชอบศึกษาเรื่องวิศวกรรม รักในความเร็ว และไม่ได้กังวลเรื่องการขายต่อเป็นอันดับหนึ่ง 150X คือรถที่ตอบโจทย์ที่สุดในพิกัด 150 ซีซี ของปีนี้
สเปค และรายละเอียดของตัวรถคันนี้
| เครื่องยนต์ | สูบเดียว 149.5 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ |
| พละกำลังสูงสุด (เคลม) | 17.7 แรงม้าที่ 8,700 รอบต่อนาที |
| แรงบิดสูงสุด (เคลม) | 15.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที |
| ความจุถังน้ำมัน | 11 ลิตร |
| ระบบกันสะเทือนด้านหน้า | โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก |
| ระบบกันสะเทือนด้านหลัง | โช้คอัพแบบสปริงคู่สามารถปรับตั้งค่าได้ 5 ระดับ |
| ระบบเบรกหน้า | ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS |
| ระบบเบรกหลัง | ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS |
| ขนาดยาง และล้อหน้า | 110/70-14 |
| ขนาดยาง และล้อหลัง | 130/70-14 |
| เฟรม | เฟรมอลูมิเนียมอัลลอยแบบชิ้นเดียว |
| กว้าง x ยาว x สูง | 750 x 1,975 x 1,115 มม. |
| ระยะฐานล้อ | 1,375 มม. |
| ระยะห่างจากตัวรถถึงพื้น | 130 มม. |
| ความสูงเบาะ | 770 มม. |
| น้ำหนักรถ | 108 กิโลกรัม |
| เทคโนโลยีที่มากับตัวรถ |
|
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่









