SuperBikeMag.Com ข่าวรถยนต์ รีวิวรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

Zontes 150X 2026

ในปี 2026 นี้ สมรภูมิรถจักรยานยนต์ในพิกัด 150ซีซี ไม่ได้เป็นเพียงการสู้กันด้วยลวดลายกราฟิกหรือชื่อชั้นของแบรนด์อีกต่อไป แต่เป็นการห้ำหั่นกันด้วย “นวัตกรรม” ที่แท้จริง การมาถึงของ Zontes 150X 2026 คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าค่ายรถจากแดนมังกรไม่ได้เพียงแค่ต้องการส่วนแบ่งตลาด แต่พวกเขากำลัง “สั่งสอน” เจ้าตลาดเดิมว่า รถเล็กไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุเกรดต่ำ และเทคโนโลยีล้ำสมัยไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในรถบิ๊กไบค์ราคาครึ่งล้าน

วิศวกรรมโครงสร้าง ความลับของน้ำหนัก 108 กิโลกรัม ที่โลกต้องตะลึง

Zontes 150X 2026

ไฮไลท์ที่ใหญ่ที่สุดและถือเป็น “หมัดฮุค” ของ Zontes 150X คือเทคโนโลยี Single-piece Aluminum Alloy Frame หรือเฟรมอลูมิเนียมอัลลอยหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียวไร้รอยต่อ หากคุณยังนึกภาพไม่ออกว่ามันว้าวแค่ไหน ให้ลองมองไปที่รถ 150cc ทั่วไปในตลาดไทย ส่วนใหญ่ยังใช้เฟรมเหล็กกล้า (Steel Frame) ที่มีรอยเชื่อมและน้ำหนักมหาศาล

การที่ Zontes เลือกใช้อลูมิเนียมเกรดสูงมาทำเฟรมในรถคลาสเริ่มต้น ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะ:

  1. น้ำหนักเบาหวิว: เฟรมนี้หนักเพียง 8.5 กิโลกรัม ส่งผลให้ Curb Weight ของรถทั้งคันอยู่ที่ 108 กิโลกรัมเท่านั้น ในขณะที่คู่แข่งพิกัดเดียวกันส่วนใหญ่มีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 130-140 กิโลกรัม การหายไปของน้ำหนักเกือบ 30 กิโลกรัม (เทียบเท่าถังแก๊สใบใหญ่) ทำให้ค่า Power-to-weight ratio ของ 150X พุ่งทะยานขึ้นอย่างน่ากลัว

  2. ความแข็งแกร่ง (Rigidity): การหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียวทำให้ไม่มีจุดอ่อนที่รอยเชื่อม รถจะมีความนิ่ง (Stability) สูงมากเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

  3. การระบายความร้อน: อลูมิเนียมมีคุณสมบัติระบายความร้อนได้ดีกว่าเหล็ก ช่วยลดความร้อนสะสมบริเวณรอบเครื่องยนต์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ดีไซน์ดุดัน “X-Shape” และออปชันเหนือระดับ

Zontes 150X 2026

Zontes 150X มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยไฟ Day Time Running Light รูปตัว X ขนาดใหญ่ พร้อมไฟหน้า LED Projector ถึง 4 ดวง ให้ความสว่างที่คมชัดในตอนกลางคืน เส้นสายแฟริ่งเน้นความโฉบเฉี่ยวแบบ City Sport และยังมีชิลด์บังลมหน้าที่สามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ยากในรถระดับเดียวกัน

ขุมพลังเครื่องยนต์เจเนอเรชันใหม่ 150cc High-Compression

Zontes ไม่ได้เอาเครื่องยนต์เก่ามาปัดฝุ่นขายใหม่ แต่พวกเขาพัฒนาเครื่องยนต์ 149.5 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่มาพร้อมอัตราส่วนกำลังอัดที่สูงถึงระดับที่รถบ้านทั่วไปต้องค้อน ตัวเลขพละกำลัง 17.7 แรงม้า และแรงบิด 15.5 นิวตันเมตร อาจดูไม่ห่างจากคู่แข่งมากนักในหน้ากระดาษ แต่เมื่อมันมาอยู่ในร่างของรถที่หนักแค่ 108 กิโลกรัม อัตราเร่ง 0-80 กม./ชม. ของมันคือสิ่งที่ทำให้นักบิดสายมุดต้องตาค้าง

เทคโนโลยีภายในเครื่องยนต์ปี 2026 ของ Zontes ยังประกอบด้วย:

  • Forged Piston: ลูกสูบฟอร์จที่น้ำหนักเบาและทนต่อแรงดันสูงได้ดีกว่าลูกสูบหล่อทั่วไป

  • Ceramic Coating Cylinder: เสื้อสูบเคลือบเซรามิกเพื่อลดแรงเสียดทาน ช่วยให้รอบเครื่องกวาดได้ไวขึ้นและทนทานต่อการใช้งานหนักต่อเนื่อง

  • Euro 5+ Ready: ผ่านมาตรฐานไอเสียล่าสุดที่เข้มงวดที่สุด โดยไม่เสียพละกำลังแม้แต่น้อย ซึ่งนี่คือจุดที่ค่ายญี่ปุ่นหลายค่ายยังแก้โจทย์ไม่ตกจนต้องยอมลดแรงม้าลงในรุ่นใหม่ๆ

อัดแน่นเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ The Gadget on Wheels

หากคุณคิดว่าชิลด์หน้าปรับไฟฟ้าคือเรื่องเพ้อฝันสำหรับรถ 150cc คุณต้องคิดใหม่ เพราะ Electric Windshield ใน Zontes 150X ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ปรับระดับได้ละเอียดเพื่อตัดลมตามสรีระของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ระบบไฟหน้า LED Projector 4 ดวง ยังมาพร้อมระบบเซนเซอร์ตรวจจับแสง สว่างวาบโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าอุโมงค์หรือในที่มืด ซึ่งเป็นความปลอดภัยเชิงรุกที่น่าชื่นชม

หน้าจอแสดงผล TFT Full Color เจนเนอเรชั่น 2.0 คืออีกหนึ่งจุดขาย มันไม่ใช่แค่หน้าจอแสดงความเร็ว แต่เป็น “ศูนย์ควบคุม” ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเต็มรูปแบบ:

  • Navigation System: แสดงแผนที่นำทางแบบ Turn-by-turn บนหน้าจอโดยตรง

  • TPMS (Tyre Pressure Monitoring System): ระบบแจ้งเตือนลมยางแบบ Real-time ซึ่งปกติจะเจอในรถเกรดพรีเมียมเท่านั้น

  • Keyless System 3.0: ระบบกุญแจอัจฉริยะที่สามารถทำงานได้ในระยะ 1.5 เมตร แม้ถ่านในรีโมทจะหมดสนิท ก็ยังสามารถสตาร์ทรถได้ผ่านเทคโนโลยีเซนเซอร์สำรอง

ระบบช่วงล่างและเบรก มั่นใจระดับพรีเมียม

การที่รถมีน้ำหนักเบาไม่ได้หมายความว่าจะร่อน เพราะ Zontes ได้เซ็ตระบบช่วงล่างมาเพื่อรองรับความเร็วท็อปสปีดที่คาดว่าจะแตะระดับ 125-130 กม./ชม. ได้อย่างสบายๆ โช้คอัพหน้ามีการปรับปรุงวาล์วภายในใหม่ให้ซับแรงกระแทกได้นุ่มนวลแต่ไม่ย้วย

ระบบเบรกมาพร้อม Dual Channel ABS จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก (มักเป็น Bosch หรือพันธมิตรที่ไว้วางใจได้) ทำงานควบคู่กับดิสก์เบรกขนาดใหญ่ทั้งหน้าและหลัง การกระจายแรงเบรกทำได้แม่นยำกว่าระบบ Combi-brake ที่ค่ายเจ้าตลาดยังคงใช้ในรุ่นเริ่มต้นบางรุ่นอย่างเห็นได้ชัด

วิเคราะห์ความคุ้มค่า vs ความเสี่ยง

Zontes 150X 2026

ตรงไปตรงมาครับ ในฐานะผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ เราต้องตั้งคำถามแทนประชาชนว่า “ดีแค่สเปกหรือเปล่า?”

  1. ความคุ้มค่า (Value for Money): หากมองแค่สเปกต่อราคา Zontes ชนะขาดลอย (Checkmate) คุณจะได้รถที่มีวัสดุดีกว่า แรงกว่า และเทคโนโลยีล้ำกว่าในราคาที่คาดว่าจะถูกกว่าหรือเท่ากับเจ้าตลาด

  2. ความเสี่ยง (The Risk): โจทย์ใหญ่ที่สุดของ Zontes ในไทยปี 2569 ยังคงเป็นเรื่อง “ความเชื่อมั่น” ศูนย์บริการมีครอบคลุมแค่ไหน? อะไหล่ต้องรอนานหรือไม่? และที่สำคัญคือ “ราคาขายต่อ” ที่มักจะร่วงกราวเมื่อเทียบกับค่ายปีกนกหรือค่ายส้อมเสียง นี่คือสิ่งที่ผู้ซื้อต้องแลกเพื่อความเหนือชั้นของสมรรถนะ

  3. วัสดุอลูมิเนียม: แม้จะเบาและแข็งแรง แต่หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนเฟรมเบี้ยว การ “ดัด” เฟรมอลูมิเนียมทำได้ยากกว่าเหล็กมาก และส่วนใหญ่มักจะต้องเปลี่ยนใหม่ยกชุด ซึ่งค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าแน่นอน

คาดการณ์การเปิดตัวและราคาในประเทศไทย

จากการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปี 2569 คาดว่า Zontes Thailand จะใช้เวที Bangkok International Motor Show 2026 (ปลายเดือนมีนาคม) เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

สำหรับ “ราคา” หาก Zontes ต้องการจะถล่มตลาดจริงๆ ราคาเปิดตัวควรจะอยู่ที่ 89,000 – 95,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่จะทำให้ PCX และ NMAX ต้องสะดุ้ง เพราะในราคานี้คุณจะได้เฟรมอลูมิเนียมและออปชันไฟฟ้าทั้งคันที่หาไม่ได้จากค่ายอื่น

บทสรุป ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของ Zontes 150X?

Zontes 150X 2026 ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทุกคน แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ “คนรุ่นใหม่ที่เบื่อความจำเจ” และกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับ “Performance ต่อราคา” อย่างสูงสุด หากคุณเป็นคนที่ชอบศึกษาเรื่องวิศวกรรม รักในความเร็ว และไม่ได้กังวลเรื่องการขายต่อเป็นอันดับหนึ่ง 150X คือรถที่ตอบโจทย์ที่สุดในพิกัด 150 ซีซี ของปีนี้

สเปค และรายละเอียดของตัวรถคันนี้

เครื่องยนต์ สูบเดียว 149.5 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ
พละกำลังสูงสุด (เคลม) 17.7 แรงม้าที่ 8,700 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด (เคลม) 15.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที
ความจุถังน้ำมัน 11 ลิตร
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง โช้คอัพแบบสปริงคู่สามารถปรับตั้งค่าได้ 5 ระดับ
ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS
ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS
ขนาดยาง และล้อหน้า 110/70-14
ขนาดยาง และล้อหลัง 130/70-14
เฟรม เฟรมอลูมิเนียมอัลลอยแบบชิ้นเดียว
กว้าง x ยาว x สูง 750 x 1,975 x 1,115 มม.
ระยะฐานล้อ 1,375 มม.
ระยะห่างจากตัวรถถึงพื้น 130 มม.
ความสูงเบาะ 770 มม.
น้ำหนักรถ 108 กิโลกรัม
เทคโนโลยีที่มากับตัวรถ  

  • หน้าจอเรือนไมล์แบบสี TFT ขนาด 5 นิ้วเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้
  • ช่องเก็บของด้านหน้า
  • ระบบเบรก ABS แบบสองทาง
  • ระบบกุญแจคีย์เลส

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

Zontes 150X 2026 สเปก ฟีเจอร์เกินคลาส รวมไว้ให้แล้วที่นี่

Zontes 150X 2026

ในปี 2026 นี้ สมรภูมิรถจักรยานยนต์ในพิกัด 150ซีซี ไม่ได้เป็นเพียงการสู้กันด้วยลวดลายกราฟิกหรือชื่อชั้นของแบรนด์อีกต่อไป แต่เป็นการห้ำหั่นกันด้วย “นวัตกรรม” ที่แท้จริง การมาถึงของ Zontes 150X 2026 คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าค่ายรถจากแดนมังกรไม่ได้เพียงแค่ต้องการส่วนแบ่งตลาด แต่พวกเขากำลัง “สั่งสอน” เจ้าตลาดเดิมว่า รถเล็กไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุเกรดต่ำ และเทคโนโลยีล้ำสมัยไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในรถบิ๊กไบค์ราคาครึ่งล้าน

วิศวกรรมโครงสร้าง ความลับของน้ำหนัก 108 กิโลกรัม ที่โลกต้องตะลึง

Zontes 150X 2026

ไฮไลท์ที่ใหญ่ที่สุดและถือเป็น “หมัดฮุค” ของ Zontes 150X คือเทคโนโลยี Single-piece Aluminum Alloy Frame หรือเฟรมอลูมิเนียมอัลลอยหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียวไร้รอยต่อ หากคุณยังนึกภาพไม่ออกว่ามันว้าวแค่ไหน ให้ลองมองไปที่รถ 150cc ทั่วไปในตลาดไทย ส่วนใหญ่ยังใช้เฟรมเหล็กกล้า (Steel Frame) ที่มีรอยเชื่อมและน้ำหนักมหาศาล

การที่ Zontes เลือกใช้อลูมิเนียมเกรดสูงมาทำเฟรมในรถคลาสเริ่มต้น ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะ:

  1. น้ำหนักเบาหวิว: เฟรมนี้หนักเพียง 8.5 กิโลกรัม ส่งผลให้ Curb Weight ของรถทั้งคันอยู่ที่ 108 กิโลกรัมเท่านั้น ในขณะที่คู่แข่งพิกัดเดียวกันส่วนใหญ่มีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 130-140 กิโลกรัม การหายไปของน้ำหนักเกือบ 30 กิโลกรัม (เทียบเท่าถังแก๊สใบใหญ่) ทำให้ค่า Power-to-weight ratio ของ 150X พุ่งทะยานขึ้นอย่างน่ากลัว

  2. ความแข็งแกร่ง (Rigidity): การหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียวทำให้ไม่มีจุดอ่อนที่รอยเชื่อม รถจะมีความนิ่ง (Stability) สูงมากเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

  3. การระบายความร้อน: อลูมิเนียมมีคุณสมบัติระบายความร้อนได้ดีกว่าเหล็ก ช่วยลดความร้อนสะสมบริเวณรอบเครื่องยนต์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ดีไซน์ดุดัน “X-Shape” และออปชันเหนือระดับ

Zontes 150X 2026

Zontes 150X มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยไฟ Day Time Running Light รูปตัว X ขนาดใหญ่ พร้อมไฟหน้า LED Projector ถึง 4 ดวง ให้ความสว่างที่คมชัดในตอนกลางคืน เส้นสายแฟริ่งเน้นความโฉบเฉี่ยวแบบ City Sport และยังมีชิลด์บังลมหน้าที่สามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ยากในรถระดับเดียวกัน

ขุมพลังเครื่องยนต์เจเนอเรชันใหม่ 150cc High-Compression

Zontes ไม่ได้เอาเครื่องยนต์เก่ามาปัดฝุ่นขายใหม่ แต่พวกเขาพัฒนาเครื่องยนต์ 149.5 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่มาพร้อมอัตราส่วนกำลังอัดที่สูงถึงระดับที่รถบ้านทั่วไปต้องค้อน ตัวเลขพละกำลัง 17.7 แรงม้า และแรงบิด 15.5 นิวตันเมตร อาจดูไม่ห่างจากคู่แข่งมากนักในหน้ากระดาษ แต่เมื่อมันมาอยู่ในร่างของรถที่หนักแค่ 108 กิโลกรัม อัตราเร่ง 0-80 กม./ชม. ของมันคือสิ่งที่ทำให้นักบิดสายมุดต้องตาค้าง

เทคโนโลยีภายในเครื่องยนต์ปี 2026 ของ Zontes ยังประกอบด้วย:

  • Forged Piston: ลูกสูบฟอร์จที่น้ำหนักเบาและทนต่อแรงดันสูงได้ดีกว่าลูกสูบหล่อทั่วไป

  • Ceramic Coating Cylinder: เสื้อสูบเคลือบเซรามิกเพื่อลดแรงเสียดทาน ช่วยให้รอบเครื่องกวาดได้ไวขึ้นและทนทานต่อการใช้งานหนักต่อเนื่อง

  • Euro 5+ Ready: ผ่านมาตรฐานไอเสียล่าสุดที่เข้มงวดที่สุด โดยไม่เสียพละกำลังแม้แต่น้อย ซึ่งนี่คือจุดที่ค่ายญี่ปุ่นหลายค่ายยังแก้โจทย์ไม่ตกจนต้องยอมลดแรงม้าลงในรุ่นใหม่ๆ

อัดแน่นเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ The Gadget on Wheels

หากคุณคิดว่าชิลด์หน้าปรับไฟฟ้าคือเรื่องเพ้อฝันสำหรับรถ 150cc คุณต้องคิดใหม่ เพราะ Electric Windshield ใน Zontes 150X ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ปรับระดับได้ละเอียดเพื่อตัดลมตามสรีระของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ระบบไฟหน้า LED Projector 4 ดวง ยังมาพร้อมระบบเซนเซอร์ตรวจจับแสง สว่างวาบโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าอุโมงค์หรือในที่มืด ซึ่งเป็นความปลอดภัยเชิงรุกที่น่าชื่นชม

หน้าจอแสดงผล TFT Full Color เจนเนอเรชั่น 2.0 คืออีกหนึ่งจุดขาย มันไม่ใช่แค่หน้าจอแสดงความเร็ว แต่เป็น “ศูนย์ควบคุม” ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเต็มรูปแบบ:

  • Navigation System: แสดงแผนที่นำทางแบบ Turn-by-turn บนหน้าจอโดยตรง

  • TPMS (Tyre Pressure Monitoring System): ระบบแจ้งเตือนลมยางแบบ Real-time ซึ่งปกติจะเจอในรถเกรดพรีเมียมเท่านั้น

  • Keyless System 3.0: ระบบกุญแจอัจฉริยะที่สามารถทำงานได้ในระยะ 1.5 เมตร แม้ถ่านในรีโมทจะหมดสนิท ก็ยังสามารถสตาร์ทรถได้ผ่านเทคโนโลยีเซนเซอร์สำรอง

ระบบช่วงล่างและเบรก มั่นใจระดับพรีเมียม

การที่รถมีน้ำหนักเบาไม่ได้หมายความว่าจะร่อน เพราะ Zontes ได้เซ็ตระบบช่วงล่างมาเพื่อรองรับความเร็วท็อปสปีดที่คาดว่าจะแตะระดับ 125-130 กม./ชม. ได้อย่างสบายๆ โช้คอัพหน้ามีการปรับปรุงวาล์วภายในใหม่ให้ซับแรงกระแทกได้นุ่มนวลแต่ไม่ย้วย

ระบบเบรกมาพร้อม Dual Channel ABS จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก (มักเป็น Bosch หรือพันธมิตรที่ไว้วางใจได้) ทำงานควบคู่กับดิสก์เบรกขนาดใหญ่ทั้งหน้าและหลัง การกระจายแรงเบรกทำได้แม่นยำกว่าระบบ Combi-brake ที่ค่ายเจ้าตลาดยังคงใช้ในรุ่นเริ่มต้นบางรุ่นอย่างเห็นได้ชัด

วิเคราะห์ความคุ้มค่า vs ความเสี่ยง

Zontes 150X 2026

ตรงไปตรงมาครับ ในฐานะผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ เราต้องตั้งคำถามแทนประชาชนว่า “ดีแค่สเปกหรือเปล่า?”

  1. ความคุ้มค่า (Value for Money): หากมองแค่สเปกต่อราคา Zontes ชนะขาดลอย (Checkmate) คุณจะได้รถที่มีวัสดุดีกว่า แรงกว่า และเทคโนโลยีล้ำกว่าในราคาที่คาดว่าจะถูกกว่าหรือเท่ากับเจ้าตลาด

  2. ความเสี่ยง (The Risk): โจทย์ใหญ่ที่สุดของ Zontes ในไทยปี 2569 ยังคงเป็นเรื่อง “ความเชื่อมั่น” ศูนย์บริการมีครอบคลุมแค่ไหน? อะไหล่ต้องรอนานหรือไม่? และที่สำคัญคือ “ราคาขายต่อ” ที่มักจะร่วงกราวเมื่อเทียบกับค่ายปีกนกหรือค่ายส้อมเสียง นี่คือสิ่งที่ผู้ซื้อต้องแลกเพื่อความเหนือชั้นของสมรรถนะ

  3. วัสดุอลูมิเนียม: แม้จะเบาและแข็งแรง แต่หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนเฟรมเบี้ยว การ “ดัด” เฟรมอลูมิเนียมทำได้ยากกว่าเหล็กมาก และส่วนใหญ่มักจะต้องเปลี่ยนใหม่ยกชุด ซึ่งค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าแน่นอน

คาดการณ์การเปิดตัวและราคาในประเทศไทย

จากการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปี 2569 คาดว่า Zontes Thailand จะใช้เวที Bangkok International Motor Show 2026 (ปลายเดือนมีนาคม) เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

สำหรับ “ราคา” หาก Zontes ต้องการจะถล่มตลาดจริงๆ ราคาเปิดตัวควรจะอยู่ที่ 89,000 – 95,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่จะทำให้ PCX และ NMAX ต้องสะดุ้ง เพราะในราคานี้คุณจะได้เฟรมอลูมิเนียมและออปชันไฟฟ้าทั้งคันที่หาไม่ได้จากค่ายอื่น

บทสรุป ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของ Zontes 150X?

Zontes 150X 2026 ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทุกคน แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ “คนรุ่นใหม่ที่เบื่อความจำเจ” และกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับ “Performance ต่อราคา” อย่างสูงสุด หากคุณเป็นคนที่ชอบศึกษาเรื่องวิศวกรรม รักในความเร็ว และไม่ได้กังวลเรื่องการขายต่อเป็นอันดับหนึ่ง 150X คือรถที่ตอบโจทย์ที่สุดในพิกัด 150 ซีซี ของปีนี้

สเปค และรายละเอียดของตัวรถคันนี้

เครื่องยนต์ สูบเดียว 149.5 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ
พละกำลังสูงสุด (เคลม) 17.7 แรงม้าที่ 8,700 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด (เคลม) 15.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที
ความจุถังน้ำมัน 11 ลิตร
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง โช้คอัพแบบสปริงคู่สามารถปรับตั้งค่าได้ 5 ระดับ
ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS
ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS
ขนาดยาง และล้อหน้า 110/70-14
ขนาดยาง และล้อหลัง 130/70-14
เฟรม เฟรมอลูมิเนียมอัลลอยแบบชิ้นเดียว
กว้าง x ยาว x สูง 750 x 1,975 x 1,115 มม.
ระยะฐานล้อ 1,375 มม.
ระยะห่างจากตัวรถถึงพื้น 130 มม.
ความสูงเบาะ 770 มม.
น้ำหนักรถ 108 กิโลกรัม
เทคโนโลยีที่มากับตัวรถ  

  • หน้าจอเรือนไมล์แบบสี TFT ขนาด 5 นิ้วเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้
  • ช่องเก็บของด้านหน้า
  • ระบบเบรก ABS แบบสองทาง
  • ระบบกุญแจคีย์เลส

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

Share It:

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า