

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ปิดฉากฤดูกาลแรกในศึก WorldSBK 2026 ด้วยคะแนนสะสม 23 คะแนน รั้งอันดับ 21 ของโลก หลังต้องเผชิญทั้งอาการบาดเจ็บ การปรับตัวเข้ากับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R SP และความท้าทายในการแข่งขันรูปแบบใหม่ ก่อนที่ Honda HRC จะประกาศต่อสัญญาให้นักบิดชาวไทยลุยต่อในฤดูกาล 2027 อย่างเป็นทางการ
ฤดูกาล 2026 อาจไม่ใช่ปีที่สวยหรูสำหรับนักบิดหมายเลข 35 แต่หากมองให้ลึกกว่าตัวเลขบนตารางคะแนน นี่คือฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ที่มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะการย้ายจาก MotoGP มาสู่ World Superbike Championship ไม่ใช่แค่เปลี่ยนรถแข่งแล้วบิดคันเร่งออกไปเท่านั้น
ทั้งลักษณะของรถ ยาง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ รูปแบบการแข่งขัน และการบริหารจัดการตลอดสุดสัปดาห์ ล้วนเป็นโจทย์ใหม่ที่ต้องเรียนรู้ ขณะที่อาการบาดเจ็บตั้งแต่ช่วงเตรียมความพร้อมก็ทำให้เส้นทางของสมเกียรติยากขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม พัฒนาการในช่วงท้ายฤดูกาล โดยเฉพาะผลงานที่เครโมน่าและสนามสุดท้ายที่เฮเรซ แสดงให้เห็นว่านักบิดไทยเริ่มปรับตัวเข้ากับการแข่งขันได้ดีขึ้น และยังมีศักยภาพที่จะยกระดับผลงานร่วมกับทีมโรงงานฮอนด้าในอนาคต

สมเกียรติ จันทรา จบการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2026 ด้วยคะแนนสะสม 23 คะแนน ในอันดับ 21 ของตารางชิงแชมป์โลก ขณะที่ Jake Dixon ทีมเมทชาวอังกฤษจบอันดับ 19 ด้วยคะแนนสะสม 41 คะแนน
แม้ทั้งคู่ยังไม่สามารถต่อสู้กับกลุ่มหัวแถวได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ผลงานตลอดฤดูกาลถือเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนารถแข่ง Honda CBR1000RR-R SP และแนวทางการทำงานของ Honda HRC ในปีถัดไป
| ข้อมูล | ผลงานฤดูกาล 2026 |
|---|---|
| นักแข่ง | สมเกียรติ จันทรา |
| หมายเลขแข่งขัน | 35 |
| สัญชาติ | ไทย |
| ทีมแข่ง | Honda HRC |
| รถแข่ง | Honda CBR1000RR-R SP |
| รายการแข่งขัน | MOTUL FIM Superbike World Championship |
| คะแนนสะสม | 23 คะแนน |
| อันดับชิงแชมป์โลก | 21 |
| ผลงานเรซสุดท้าย | อันดับ 14 ที่ Jerez |
| ทีมเมท | Jake Dixon หมายเลข 96 |
| สถานะฤดูกาล 2027 | ต่อสัญญาอย่างเป็นทางการ |
สิ่งที่น่าสนใจคือ 23 คะแนนดังกล่าวเกิดขึ้นในฤดูกาลที่สมเกียรติไม่ได้ลงแข่งขันครบทุกสนาม เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บที่ส่งผลกระทบตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล
ดังนั้น หากประเมินจากสถานการณ์ทั้งหมด การจบฤดูกาลพร้อมคะแนนสะสมและพัฒนาการที่ค่อยเป็นค่อยไป ย่อมมีความสำคัญต่อการวางรากฐานสำหรับปี 2027
สมเกียรติ จันทรา เป็นหนึ่งในนักแข่งชาวไทยที่ประสบความสำเร็จบนเวทีการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก โดยเติบโตผ่านโครงการ Honda Race to the Dream ก่อนก้าวขึ้นสู่ Moto2 ในปี 2019 และสร้างประวัติศาสตร์คว้าชัยชนะระดับกรังด์ปรีซ์ให้ประเทศไทย
เส้นทางของนักบิดจากจังหวัดชลบุรีไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากการพัฒนาฝีมือและสะสมประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่แข่งขันกับ Idemitsu Honda Team Asia
ผลงานสำคัญคือชัยชนะ Moto2 ครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี 2022 ก่อนคว้าชัยชนะอีกครั้งที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2023 ซึ่งเป็นสนามที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเจ้าตัว
จากนั้นในปี 2025 สมเกียรติได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบิดไทยคนแรกที่ลงแข่งขัน MotoGP แบบเต็มฤดูกาลกับทีม Idemitsu Honda LCR ก่อนเปลี่ยนเส้นทางมาสู่การแข่งขัน WorldSBK กับทีมโรงงาน Honda HRC ในปี 2026
| ปี | พัฒนาการสำคัญ |
|---|---|
| 2018 | ลงแข่งขัน Moto3 ในรายการ Thai Grand Prix ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ด |
| 2019 | เริ่มแข่งขัน Moto2 เต็มฤดูกาล |
| 2022 | คว้าชัยชนะ Moto2 ครั้งแรกที่อินโดนีเซีย |
| 2023 | คว้าชัยชนะ Moto2 ที่สนาม Motegi ประเทศญี่ปุ่น |
| 2025 | ก้าวสู่ MotoGP กับ Idemitsu Honda LCR |
| 2026 | ย้ายสู่ทีมโรงงาน Honda HRC ใน WorldSBK |
| 2027 | ได้รับการต่อสัญญาลงแข่งขัน WorldSBK เป็นฤดูกาลที่สอง |
การย้ายจาก MotoGP มาสู่ WorldSBK อาจถูกบางคนมองว่าเป็นการถอยหลัง แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองรายการมีแนวทางการแข่งขันแตกต่างกันอย่างชัดเจน และการได้เป็นนักแข่งทีมโรงงานยังหมายถึงบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงการรถแข่งของผู้ผลิตด้วย
ก่อนหน้านี้ SuperBikeMag ได้รายงานเรื่อง สมเกียรติ จันทรา ย้ายสู่ WorldSBK จับคู่ Jake Dixon ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในอาชีพนักแข่งของเจ้าตัว

ปัญหาใหญ่ที่สุดของสมเกียรติในฤดูกาล 2026 คืออาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุระหว่างการฝึกซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนมกราคม ซึ่งทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดแขนทั้งสองข้างและพลาดการเตรียมความพร้อมช่วงสำคัญ
สำหรับนักบิดที่กำลังเปลี่ยนมาขี่รถแข่งประเภทใหม่ ช่วงทดสอบก่อนฤดูกาลถือเป็นเวลาทอง เพราะเป็นโอกาสทำความเข้าใจพฤติกรรมรถ การทำงานของยาง และการปรับเซตอัปให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่
การพลาดช่วงเวลาดังกล่าวจึงไม่ต่างจากการต้องเข้าสอบในวิชาที่ยังเรียนไม่ครบ แถมข้อสอบยังเป็นการแข่งขันระดับโลกที่คู่แข่งแต่ละคนไม่ได้ตั้งใจจะผ่อนคันเร่งรอใคร
ผลกระทบทำให้สมเกียรติพลาดการแข่งขันสนามเปิดฤดูกาลที่ Phillip Island ประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ทีมเมทอย่าง Jake Dixon ก็ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเช่นกัน ส่งผลให้ Honda HRC ต้องปรับแผนการดำเนินงานและใช้บริการนักบิดทดสอบ
สมเกียรติสามารถกลับมาลงแข่งขัน WorldSBK ครั้งแรกที่ Portimão ประเทศโปรตุเกส ในวันที่ 27–29 มีนาคม 2026 และเก็บคะแนนแรกได้จากการจบอันดับ 15 ใน Race 2
อย่างไรก็ตาม ปัญหายังไม่จบ เมื่อเจ้าตัวประสบอุบัติเหตุในรอบ FP3 ที่ Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ จนไม่สามารถลงแข่งขันในเรซหลักของสนามดังกล่าว และต้องรอจนถึงการแข่งขันที่ Balaton Park ประเทศฮังการี จึงกลับมาลงสนามอีกครั้ง
การบาดเจ็บซ้ำในช่วงที่กำลังพยายามปรับตัว ทำให้การสร้างความต่อเนื่องของผลงานเป็นเรื่องยาก แต่สมเกียรติยังคงทำงานกับทีมวิศวกรเพื่อพัฒนาความเข้าใจรถแข่งทีละขั้น

Honda CBR1000RR-R SP ที่ใช้แข่งขัน WorldSBK เป็นรถแข่งที่พัฒนาบนพื้นฐานรถจักรยานยนต์โปรดักชัน ขณะที่ Honda RC213V ใน MotoGP เป็นรถต้นแบบที่สร้างขึ้นเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ ความแตกต่างนี้ส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบการขับขี่และการปรับเซตอัป
แม้สมเกียรติจะมีประสบการณ์จาก MotoGP มาแล้ว แต่การเปลี่ยนมาขี่ซูเปอร์ไบค์ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้เทคนิคทุกอย่างเหมือนเดิมได้ทันที
| หัวข้อ | Honda RC213V (MotoGP) | Honda CBR1000RR-R SP (WorldSBK) |
|---|---|---|
| ประเภท | รถแข่งต้นแบบ | รถแข่งพื้นฐานโปรดักชัน |
| เครื่องยนต์ | V4 ขนาด 1,000 ซีซี | 4 สูบเรียง ขนาด 1,000 ซีซี |
| แนวทางพัฒนา | ออกแบบเพื่อ MotoGP โดยเฉพาะ | พัฒนาภายใต้กติกา WorldSBK |
| ยางแข่งขันปี 2026 | Michelin | Pirelli |
| ระบบอิเล็กทรอนิกส์ | ตามข้อกำหนด MotoGP | ตามข้อกำหนด WorldSBK |
| รูปแบบการแข่งขัน | Sprint และ Grand Prix | Race 1, Superpole Race และ Race 2 |
อีกหนึ่งความท้าทายคือรูปแบบการแข่งขัน WorldSBK ที่มีการแข่งขันถึงสามเรซในหนึ่งสุดสัปดาห์ โดย Race 1 และ Race 2 เป็นการแข่งขันระยะหลัก ขณะที่ Superpole Race เป็นการแข่งขันระยะสั้นที่ยังมีผลต่ออันดับออกสตาร์ท Race 2 ด้วย
นักแข่งจึงต้องปรับตัวทั้งเรื่องการบริหารยาง การออกตัว ความเร็วช่วงต้นเรซ และการรักษาความสม่ำเสมอในระยะยาว
สำหรับคนที่ติดตาม ข่าวมอเตอร์ไซค์ และการแข่งขันระดับโลกอย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่าความเร็วต่อรอบเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะการสร้างผลงานต้องอาศัยองค์ประกอบทั้งหมดทำงานร่วมกัน
การแข่งขัน Japanese Grand Prix ที่ Mobility Resort Motegi เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2026 เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญของฤดูกาล เมื่อ Honda HRC Castrol เลือกสมเกียรติกลับมาลงแข่งขัน MotoGP แทน Joan Mir และเจ้าตัวสามารถจบการแข่งขันในอันดับ 13 ได้สำเร็จ
นี่คือผลงานที่มีความหมาย เพราะสมเกียรติต้องกลับไปขี่ Honda RC213V หลังจากใช้เวลาส่วนใหญ่ของปีอยู่กับรถ WorldSBK แต่กลับสามารถปรับตัวได้รวดเร็ว และจบการแข่งขันด้วยผลงานเทียบเท่าอันดับดีที่สุดของตัวเองใน MotoGP ปี 2025
ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงท้ายเรซนักบิดไทยยังสามารถไล่กดดัน Fabio Quartararo อดีตแชมป์โลก MotoGP ก่อนเข้าเส้นชัยตามหลังเพียง 0.466 วินาที
การกลับมาแข่งขันในสนามที่เคยคว้าชัยชนะ Moto2 เมื่อปี 2023 จึงไม่ใช่เพียงการลงสนามทดแทนนักแข่งคนอื่น แต่ยังเป็นโอกาสพิสูจน์ว่าความสามารถของสมเกียรติยังคงอยู่
แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการกลับไปขี่ MotoGP ทำให้ความเร็วใน WorldSBK เพิ่มขึ้นโดยตรง แต่ในแง่ความมั่นใจและการทำงานร่วมกับทีมโรงงาน ผลงานดังกล่าวนับเป็นสัญญาณที่ดี
และเมื่อกลับไปสู่การแข่งขัน WorldSBK อีกครั้ง สมเกียรติก็มีเป้าหมายชัดเจนในการนำประสบการณ์ที่ได้รับมาปรับใช้กับการพัฒนาตัวเองและรถแข่งหมายเลข 35
ช่วงท้ายฤดูกาล สมเกียรติเริ่มแสดงความสม่ำเสมอในการแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะที่ Cremona ประเทศอิตาลี ซึ่งสามารถจบการแข่งขันในอันดับ 13 ได้ทั้งสามเรซ ก่อนปิดฉากฤดูกาลที่ Jerez ด้วยการไล่แซงคู่แข่งจนจบอันดับ 14 ใน Race 2
ผลงานที่ Cremona ถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงบวก เพราะการทำอันดับในกลุ่มเก็บคะแนนได้อย่างต่อเนื่องแสดงถึงการปรับตัวที่ดีขึ้น และความสามารถในการบริหารการแข่งขันตลอดสุดสัปดาห์
ก่อนหน้านี้ SuperBikeMag ได้รายงานถึง ผลงานของก้อง สมเกียรติ ที่สนาม Cremona ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสนามที่เจ้าตัวสามารถสร้างความมั่นใจได้
จากนั้นในการแข่งขันสองสนามสุดท้ายที่ Estoril และ Jerez ทีม Honda HRC ยังคงเดินหน้าปรับปรุงรถแข่งอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเบรก การยึดเกาะของล้อหลัง และความรู้สึกในการควบคุมรถ
โดยเฉพาะ Race 2 ที่ Jerez เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม สมเกียรติต้องเผชิญการแข่งขันที่ยากลำบากตั้งแต่รอบแรก แต่ยังสามารถไล่แซงขึ้นมาจบอันดับ 14 พร้อมเก็บคะแนนสะสมเพิ่มได้อีก 2 คะแนน
| สนามสำคัญ | ผลงานและพัฒนาการ |
|---|---|
| Portimão | เปิดตัว WorldSBK และเก็บคะแนนแรกจากอันดับ 15 |
| Assen | เกิดอุบัติเหตุใน FP3 และพลาดการแข่งขัน |
| Cremona | จบอันดับ 13 ครบทั้งสามเรซ |
| Motegi (MotoGP) | จบอันดับ 13 ในการแข่งขัน MotoGP |
| Estoril | เดินหน้าทำงานด้านเซตอัปและความเร็ว |
| Jerez | จบ Race 2 อันดับ 14 ปิดฤดูกาลด้วย 23 คะแนน |
ในการแข่งขันสนามสุดท้าย สมเกียรติระบุว่าการปรับเซตอัปช่วยให้รู้สึกดีกับรถมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเบรกและการสัมผัสพื้นของล้อหลัง ขณะที่ปัญหาในรอบแรกยังเป็นประเด็นที่ต้องพัฒนาต่อ
แฟนความเร็วสามารถย้อนดูรายละเอียด ผลงานสมเกียรติ จันทรา ที่ Jerez สนามสุดท้าย ซึ่งเจ้าตัวขยับจากอันดับ 20 ในช่วงต้นเรซขึ้นมาจบอันดับ 14 ได้สำเร็จ
แน่นอนว่าการจบอันดับ 14 ยังห่างไกลจากโพเดียม แต่สำหรับนักบิดที่เริ่มฤดูกาลด้วยการบาดเจ็บและต้องเรียนรู้รถใหม่แทบทั้งหมด ผลงานลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงพื้นฐานที่เริ่มแข็งแกร่งขึ้น
Honda HRC ประกาศเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 ว่าจะต่อสัญญากับสมเกียรติ จันทรา สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2027 โดยยังคงจับคู่กับ Jake Dixon ซึ่งสะท้อนว่าทีมโรงงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาระยะยาวมากกว่าการตัดสินจากผลงานปีแรกเพียงอย่างเดียว
Taichi Honda ผู้จัดการทั่วไปของ Honda Racing Corporation ระบุถึงความมุ่งมั่น ทัศนคติเชิงบวก และความร่วมมือระหว่างสมเกียรติกับทีมวิศวกรว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาโครงการ WorldSBK
นอกจากนี้ ความต่อเนื่องของนักแข่งทั้งสองคนยังช่วยให้ทีมสามารถนำข้อมูลจากฤดูกาล 2026 มาต่อยอดได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มกระบวนการทำความเข้าใจสไตล์การขับขี่ของนักแข่งชุดใหม่ทั้งหมด
ในมุมของสมเกียรติ การได้รับสัญญาอีกหนึ่งปีหมายถึงโอกาสในการพัฒนาฝีมือบนพื้นฐานประสบการณ์ที่มีอยู่ และสามารถเริ่มฤดูกาลใหม่ด้วยความเข้าใจรถ สนามแข่งขัน และกระบวนการทำงานของทีมมากกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้ SuperBikeMag ได้รายงาน Honda HRC ต่อสัญญาสมเกียรติลุย WorldSBK 2027 หลังมีการประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการ
การรักษานักแข่งเดิมไว้จึงไม่ใช่แค่การให้โอกาส แต่เป็นการลงทุนกับความต่อเนื่องของข้อมูลและประสบการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการพัฒนารถแข่งระดับโลก
โจทย์สำคัญของสมเกียรติในปี 2027 คือการเพิ่มความเร็วในรอบควอลิฟาย พัฒนาการออกตัว และสร้างความสม่ำเสมอของ Race Pace เพื่อให้สามารถต่อสู้กับคู่แข่งในกลุ่มเก็บคะแนนได้มากขึ้น
จากผลงานฤดูกาลแรก มีประเด็นสำคัญที่สามารถนำไปต่อยอดได้ดังนี้
สำหรับ Honda HRC เป้าหมายสำคัญคงไม่ใช่การคาดหวังให้สมเกียรติกระโดดขึ้นไปลุ้นแชมป์ทันที เพราะการแข่งขัน WorldSBK มีทั้งนักบิดมากประสบการณ์และผู้ผลิตที่พัฒนารถแข่งมาอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่สมเหตุสมผลกว่าคือการลดช่องว่างจากคู่แข่งทีละขั้น พร้อมเพิ่มโอกาสเก็บคะแนนให้ได้ทุกสนาม
หากสมเกียรติสามารถเริ่มต้นฤดูกาล 2027 ด้วยสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ และมีเวลาทดสอบรถแข่งอย่างเต็มที่ โอกาสสร้างผลงานที่ดีขึ้นย่อมมีมากกว่าฤดูกาลแรก
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างยังต้องพิสูจน์จากเวลาในสนามจริง เพราะในโลกของการแข่งขันระดับนี้ ชื่อเสียงและประสบการณ์ไม่ได้ช่วยลดเวลาต่อรอบให้โดยอัตโนมัติ
การได้แข่งขันกับทีมโรงงาน Honda HRC ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของนักบิดไทยบนเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก และสะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนานักแข่งอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับเยาวชน
โครงการ Honda Race to the Dream มีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสให้นักบิดไทยได้พัฒนาความสามารถผ่านรายการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยสมเกียรติถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของเส้นทางดังกล่าว
ตั้งแต่การลงแข่งขัน Moto3 การคว้าชัยชนะ Moto2 ไปจนถึงการก้าวขึ้นสู่ MotoGP และการเป็นนักแข่งทีมโรงงานใน WorldSBK เส้นทางทั้งหมดสะท้อนว่าการพัฒนานักกีฬาเป็นกระบวนการระยะยาว
ความสำเร็จจึงไม่จำเป็นต้องวัดจากจำนวนชัยชนะหรือโพเดียมเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการรักษาตำแหน่งในรายการแข่งขันระดับโลก การทำงานร่วมกับทีมชั้นนำ และการได้รับความไว้วางใจให้พัฒนาต่อเนื่อง
สำหรับนักบิดรุ่นใหม่ในประเทศไทย เส้นทางของสมเกียรติเป็นตัวอย่างว่าความสามารถ ความพยายาม และการพัฒนาตัวเองมีความสำคัญ แม้ระหว่างทางจะมีอุปสรรคที่ไม่สามารถควบคุมได้ก็ตาม
สมเกียรติ จันทรา กำลังก้าวเข้าสู่ WorldSBK ฤดูกาลที่สองด้วยประสบการณ์มากกว่าเดิม และได้รับความไว้วางใจจาก Honda HRC ให้เดินหน้าพัฒนาโครงการรถแข่งร่วมกันต่อไป แม้ผลงานปีแรกจะจบที่อันดับ 21 ด้วยคะแนนสะสม 23 คะแนนก็ตาม
หากมองเพียงตัวเลขบนตาราง อาจมีคนตั้งคำถามว่าผลงานดังกล่าวน่าพอใจหรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาถึงอาการบาดเจ็บ การพลาดช่วงทดสอบ และความจำเป็นต้องเรียนรู้รถแข่งใหม่ทั้งหมด คำตอบย่อมมีรายละเอียดมากกว่านั้น
การกลับไปคว้าอันดับ 13 ใน MotoGP ที่ญี่ปุ่น การเก็บคะแนนอย่างสม่ำเสมอขึ้นในช่วงท้ายปี และการไล่แซงคู่แข่งในสนามสุดท้าย ต่างเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวยังมีศักยภาพให้พัฒนาได้อีก
สำหรับปี 2027 สิ่งที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยอยากเห็นคงไม่ใช่เพียงการกลับมาลงสนามอีกครั้ง แต่คือสมเกียรติในเวอร์ชันที่มั่นใจขึ้น เร็วขึ้น และสามารถต่อสู้กับคู่แข่งได้อย่างสูสีมากกว่าเดิม
เพราะสำหรับนักแข่งหมายเลข 35 ฤดูกาล 2026 อาจเป็นปีแห่งบททดสอบ แต่ฤดูกาล 2027 คือโอกาสในการพิสูจน์ว่าประสบการณ์เหล่านั้นสามารถเปลี่ยนเป็นผลงานได้จริงหรือไม่
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
จบอันดับ 13 ในการแข่งขัน Japanese Grand Prix วันที่ 4 ตุลาคม 2026 กับ Honda HRC Castrol
ใช้ Honda CBR1000RR-R SP หมายเลข 35 ในการแข่งขัน WorldSBK
สมเกียรติ จันทรา จบอันดับ 21 ด้วยคะแนนสะสม 23 คะแนน จากการแข่งขันกับ Honda HRC
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวมอเตอร์ไซค์ขาตั้งไฟฟ้า Stop&Up นวัตกรรมใหม่จากอิตาลี กดปุ่มเดียวตั้งมอเตอร์ไซค์ตรง ไม่ต้องออกแรงยกรถ เตรียมเผยโฉม EICMA 2026
Honda NewsHonda BigBike Sepang 2026 ประกาศกิจกรรมสนามระดับโลก 17–18 ธันวาคมนี้
New BikeZontes ZT903-R หลุดสิทธิบัตร Naked 3 สูบรุ่นใหม่ ลุ้น 135 แรงม้า ท้าชน MT-09
ข่าวมอเตอร์ไซค์BMW Motorrad ปล่อยทีเซอร์ Naked รุ่นใหม่ ลุ้น S 1000 R หรือ M 1000 R เปิดตัว 3 พ.ย. 2026
KawasakiKawasaki KLE650 2027 เปิดตัวใหม่ 649 ซีซี พร้อมรุ่น SE ล้อ 21 นิ้ว สายลุยทัวริ่ง
ข่าวมอเตอร์ไซค์เปิดตัว Triumph Tiger 1200 ใหม่ 158 แรงม้า! ไทยขาย 2 รุ่น Rally ประกาศราคา Motor Expo 2026
SuzukiSuzuki GSX-8 Race สปอร์ตสายสนามรุ่นใหม่จากเครื่อง GSX-8S มีโอกาสเกิดจริงแค่ไหน?
New BikeFlying Flea S6 โผล่ทดสอบในอินเดีย Royal Enfield Scrambler ไฟฟ้า ลุ้นเปิดตัวธันวาคม 2026