Mitsubishi Delica Mini 2026 ขับเคลื่อน 4 ล้อ ในราคาเริ่มต้น 4 แสนบาท
Mitsubishi Delica Mini 2026 จิ๋วแต่แจ๋ว พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หลังจากการเปิดตัวและคว้าความสำเร็จอย่างสูงในฐานะ “Design Car of the Year” ที่ญี่ปุ่น Delica Mini ยังคงไม่หยุดนิ่ง ล่าสุดได้มีการเผยโฉมรุ่นปรับปรุงใหม่ (Minorchange) สำหรับปี 2025-2026 ที่ยกระดับจากรถ K-Car ธรรมดา ให้กลายเป็น Mini-SUV ที่มีสมรรถนะและความสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถรุ่นใหญ่มากขึ้น
ดีไซน์ใหม่ที่ดุดัน และเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด
ภายนอกของ Delica Mini รุ่นล่าสุดมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดกระจังหน้าให้มีความตั้งชันและดูบึกบึนขึ้น ชุดไฟหน้า LED ทรงครึ่งวงกลมที่ดูคล้ายกับรถออฟโรดฝั่งยุโรป เสริมด้วยการตกแต่งรอบคันด้วยพลาสติกสีดำด้านและแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ (Skid Plate) ที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อย้ำภาพลักษณ์สายลุย
ภายในห้องโดยสารคือจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยมีการติดตั้งหน้าจอ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับระบบ Google Built-in ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้งาน Maps และแอปพลิเคชันต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มวัสดุซับเสียงใหม่รอบคัน ทำให้ห้องโดยสารเงียบขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน
ขุมพลังเล็กแต่พริ้ว พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตัวจริง
Mitsubishi Delica Mini 2026 ยังคงใช้เครื่องยนต์รหัส BR06 ขนาด 658 ซีซี 3 สูบ พ่วงระบบ Mild Hybrid โดยมีให้เลือก 2 ระดับความแรง:
- รุ่น NA: ให้กำลังสูงสุด 52 แรงม้า แรงบิด 60 นิวตันเมตร
- รุ่น Turbo: ให้กำลังสูงสุด 64 แรงม้า แรงบิด 100 นิวตันเมตร
จุดเด่นที่ทำให้ Delica Mini เหนือกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกันคือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (Full-time 4WD) และช่วงล่างที่ได้รับการปรับเซตใหม่โดยใช้โช้คอัพ Kayaba Prosmooth ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกเมื่อต้องวิ่งบนทางขรุขระ (Gravel) หรือถนนหิมะ (Snow) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความปลอดภัยระดับพรีเมียม และโอกาสในการเข้าไทย
ในรุ่นปี 2026 มิตซูบิชิได้ใส่ระบบความปลอดภัย MI-PILOT เวอร์ชันล่าสุด รวมถึงระบบกล้อง 3D Multi Around Monitor ที่ช่วยให้เห็นพื้นใต้ท้องรถแบบโปร่งใส (Under-floor view) ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถระดับ K-Car
สำหรับแฟนๆ ในประเทศไทย แม้ว่าในปัจจุบันทาง Mitsubishi Thailand จะยังไม่มีแผนนำเข้าอย่างเป็นทางการเนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างภาษีรถนำเข้าที่อาจทำให้ราคาทะลุ 1 ล้านบาท แต่ด้วยกระแสรถยนต์ขนาดเล็กที่กำลังมาแรง และการที่ Mitsubishi เริ่มหันมาเน้นตลาดอาเซียนมากขึ้น ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นเวอร์ชั่นที่ปรับปรุงเพื่อตลาดพวงมาลัยขวาในโซนนี้ก็เป็นได้
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่




