อาวดี้ ประเทศไทย (Audi Thailand) ยังคงเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมด้วยการเปิดตัว Audi Q5 e-Hybrid 2026 รถยนต์ SUV ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมดุลระหว่างการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล โดยในเจเนอเรชันล่าสุดนี้ อาวดี้ได้ทุ่มเทในการพัฒนาขุมพลังไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด พร้อมราคาจำหน่ายที่สะท้อนถึงคุณภาพงานประกอบระดับนำเข้าทั้งคัน (CBU)
ราคาจำหน่ายและรุ่นย่อยที่เปิดตัว
อาวดี้ ประเทศไทย นำเสนอ Q5 e-Hybrid ใหม่ใน 2 รูปแบบตัวถังเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน:
-
Q5 e‑hybrid quattro Tech Pro (ตัวถัง SUV): ราคา 4,149,000 บาท
-
Q5 Sportback e‑hybrid quattro Tech Pro (ตัวถังคูเป้): ราคา 4,199,000 บาท
การวางราคาในช่วง 4 ล้านบาทต้นๆ นี้ ถือเป็นการแข่งขันโดยตรงกับค่ายยุโรปอื่นๆ แต่สิ่งที่ Audi มอบให้คือความมั่นใจในงานประกอบนอกทั้งคัน พร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 5 ปี หรือ 150,000 กม. และการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงนานถึง 8 ปี
ขุมพลัง e-Hybrid ความแรงระดับรถสปอร์ต
หัวใจสำคัญที่ทำให้ All NEW Audi Q5 e-Hybrid โดดเด่นกว่าใครคือระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid ที่เป็นการประสานงานระหว่าง:
-
เครื่องยนต์เบนซิน: 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ พลัง 252 แรงม้า
-
มอเตอร์ไฟฟ้า: ให้กำลัง 143 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร
-
พละกำลังรวมทั้งระบบ: สูงถึง 367 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร
สมรรถนะที่ได้คืออัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.1 วินาที ซึ่งเทียบเท่ากับรถสปอร์ตหลายรุ่น และความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. นอกจากนี้ยังใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro All-Wheel Drive และเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและแม่นยำ
ประสิทธิภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ
ในยุคที่ผู้ใช้รถ PHEV ต้องการระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าที่ยาวนานขึ้น Audi จึงจัดเต็มด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดความจุ 25.9 kWh ส่งผลให้สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลสูงสุดถึง 106 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ถือเป็นตัวเลขที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่ม SUV ขนาดเดียวกัน โดยรองรับการชาร์จไฟกระแสสลับ (AC) กำลังสูงสุด 7.4 kW
ปฏิวัติห้องโดยสารด้วยระบบ E3 1.2 Electronics Architecture
สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนใน Q5 e-Hybrid ใหม่ คือการใช้ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ E3 1.2 ที่ช่วยจัดการระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในรถให้รวดเร็วและลื่นไหล ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ภายใต้แนวคิดดิจิทัลเต็มรูปแบบด้วยหน้าจอ Curved MMI Panoramic Display:
-
มาตรวัดความเร็ว: Audi virtual cockpit plus ขนาด 11.9 นิ้ว
-
หน้าจอกลาง MMI: ขนาด 14.5 นิ้ว ทรงโค้งรับกับสายตา
-
หน้าจอผู้โดยสารตอนหน้า: ขนาด 10.9 นิ้ว แบบสัมผัส ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถช่วยนำทางหรือคุมระบบความบันเทิงได้โดยไม่กวนใจคนขับ
นอกจากนี้ยังมีเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จาก Bang & Olufsen 3 มิติ และระบบไฟ dynamic interaction light แถบไฟเรืองแสงบนแผงหน้าจอที่ตอบสนองตามการใช้งานของตัวรถ
![]() |
![]() |
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะแบบรอบคัน
อาวดี้ให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) อย่างมาก โดยติดตั้งระบบช่วยขับขี่ระดับสูงมาให้ครบครัน:
-
ระบบ Adaptive Cruise Control with Stop&Go: ช่วยคุมความเร็วและรักษาระยะห่างอัตโนมัติ
-
ระบบ Swerve Assist และ Turn Assist: ช่วยหักหลบสิ่งกีดขวางและช่วยเบรกเมื่อเลี้ยวรถที่ทางแยก
-
ระบบ Exit Warning: แจ้งเตือนเมื่อจะเปิดประตูหากมีรถวิ่งมาจากด้านหลัง
-
ระบบ Rear Cross-Traffic Assist: ช่วยเตือนและเบรกเมื่อถอยหลังแล้วมีรถตัดผ่าน
บทสรุป SUV ที่ครบเครื่องที่สุดในราคา 4 ล้านต้น
Audi Q5 e-Hybrid 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนโฉมภายนอก (ซึ่งมีสีใหม่ให้เลือกอย่างสีเขียว District Green หรือสีทอง Sakhir Gold) แต่เป็นการยกเครื่องเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้าให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันมากขึ้น ด้วยระยะทางวิ่งไฟฟ้าที่เกิน 100 กม. และพละกำลังที่เหลือล้น ผสมผสานกับความหรูหราของแบรนด์วงแหวนสี่วง ทำให้ Q5 e-Hybrid เป็นตัวเลือกที่ยากจะปฏิเสธสำหรับผู้ที่ต้องการ SUV พรีเมียมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว





