“รถน้ำท่วม กิโลละ 120” จาก OMODA C5 EV สู่วัฏจักรอะไหล่ที่คุ้มค่า
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกแชร์ว่อนในโลกออนไลน์ทันที เมื่อมีเพจจำหน่ายรถมือสองประกาศขายรถยนต์จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ ด้วยกลยุทธ์การตั้งราคาที่สะดุดตาอย่างยิ่ง คือการประกาศขาย รถน้ำท่วม กิโลละ 120 บาท โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การปรากฏตัวของรถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำอย่าง OMODA C5 EV Long Range Max ที่จอดเรียงรายรอผู้มาตีราคารับไปดูแลต่อ
ภาพลักษณ์ของการขายแบบ “ชั่งกิโล” อาจทำให้คนทั่วไปมองว่านี่คือขยะยานยนต์ แต่ในมุมมองของผู้คร่ำหวอดในวงการ นี่คือกลไกสำคัญของการบริหารจัดการความสูญเสียหลังภัยพิบัติ ที่เปลี่ยนซากรถให้กลับมามีมูลค่าทางเศรษฐกิจอีกครั้ง
ความหมายที่แท้จริงของ “รถน้ำท่วม กิโลละ 120”
คำว่า รถน้ำท่วม กิโลละ 120 ไม่ได้หมายความว่ารถเหล่านี้ไม่มีราคาค่างวด แต่เป็นวิธีการตีราคาซาก (Salvage Value) ที่ตรงไปตรงมาที่สุดในตลาดค้าส่ง ลองคำนวณจาก OMODA C5 EV ที่มีน้ำหนักตัวรถประมาณ 1,780 กิโลกรัม
-
1,780 กก. x 120 บาท = 213,600 บาท
ราคากว่า 2 แสนบาทนี้ คือราคาที่สะท้อนถึง “ต้นทุนวัตถุดิบ” สำหรับผู้ประกอบการอู่ซ่อมรถหรือธุรกิจอะไหล่เก่า ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับรถที่ถูกตีเป็น Total Loss หรือความเสียหายสิ้นเชิงจากบริษัทประกันภัย
สัจธรรมของ Total Loss: จบเพื่อเริ่มใหม่
รถยนต์ที่ถูกนำมาขายในเรตราคา รถน้ำท่วม กิโลละ 120 เหล่านี้ ส่วนใหญ่คือรถที่มีประกันภัยชั้น 1 และได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมจนเกิน 70% ของทุนประกัน ในกระบวนการนี้ ถือว่าเป็น “ทางออกที่ดีที่สุด” สำหรับทุกฝ่าย:
-
เจ้าของรถเดิม: ได้รับเงินคืนทุนประกันเต็มจำนวนเพื่อไปซื้อรถคันใหม่ ไม่ต้องทนใช้รถที่มีปัญหาจุกจิก
-
บริษัทประกัน: ตัดจบความเสี่ยง และนำซากรถมาขายเพื่อดึงเงินสดกลับคืน
-
ตลาดอะไหล่: ได้รับรถที่มีโครงสร้างตัวถังสมบูรณ์เข้าสู่ระบบ
เปลี่ยนซากรถ ให้เป็น “ผู้ให้” (Donor Car)
ในระบบนิเวศยานยนต์ รถที่ถูกขายในราคา รถน้ำท่วม กิโลละ 120 เปรียบเสมือน “ผู้ให้” (Donor Car) ที่จะสละอวัยวะที่ยังดีอยู่ให้กับรถคันอื่น แม้ระบบไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ของ OMODA C5 EV คันนั้นอาจจะเสียหาย แต่ชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น ประตู ฝากระโปรง แก้มข้าง กระจก หรือเบาะนั่ง ยังคงสภาพเดิมจากโรงงาน
การมีอยู่ของรถกลุ่มนี้ ช่วยให้อู่ซ่อมสีและตัวถังมีอะไหล่แท้ราคาประหยัดหมุนเวียนในระบบ ช่วยลดระยะเวลาการรออะไหล่นำเข้า และช่วยให้ผู้ใช้รถรุ่นเดียวกันที่เกิดอุบัติเหตุ สามารถซ่อมแซมรถให้กลับมาสวยงามได้ในงบประมาณที่ควบคุมได้
บทสรุป
ปรากฏการณ์ รถน้ำท่วม กิโลละ 120 จึงไม่ใช่เรื่องของความสูญเสียที่น่าหดหู่ใจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาพสะท้อนของการบริหารจัดการทรัพยากรที่ชาญฉลาด การเปลี่ยนสภาพจากรถที่ขับเคลื่อนไม่ได้ ให้กลายเป็นขุมทรัพย์อะไหล่ คือวัฏจักรที่ช่วยขับเคลื่อนวงการรถยนต์ให้ก้าวเดินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพหลังผ่านพ้นวิกฤตภัยพิบัติ


