ปี 2568 ที่ผ่านมานับเป็นปีแห่งความท้าทายและบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่บุกตลาดอย่างหนักหน่วง อย่างไรก็ตาม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในฐานะเจ้าตลาด ด้วยการประกาศยอดจำหน่ายรวมประจำปีที่ 230,038 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 4.4% ยอดขายโตโยต้า 2568 เมื่อเทียบกับปีปฏิทินก่อนหน้า ส่งผลให้โตโยต้ายังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ในประเทศไทยไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่สูงถึง 34.4%
วิเคราะห์ความสำเร็จ ทำไม Toyota ยังเติบโตท่ามกลางสงครามราคา?
การเติบโต 4.4% ของโตโยต้าในช่วงปีที่ผ่านมาไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากกลยุทธ์ที่แม่นยำและการรักษาฐานรากทางธุรกิจที่มั่นคง
1. ความสำเร็จของ Yaris ATIV และกลุ่มรถยนต์นั่ง
ในเซกเมนต์รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Car) โตโยต้ามียอดขายรวมอยู่ที่ 80,432 คัน เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 8.8% พระเอกหลักยังคงเป็น Yaris ATIV ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยด้วยความคุ้มค่า ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และความเชื่อมั่นในแบรนด์ นอกจากนี้ การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด (HEV) ยังช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเทคโนโลยีทันสมัยและความประหยัดน้ำมันแต่ยังไม่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า 100%
2. ป้อมปราการรถกระบะ Hilux Revo
แม้จะมีการรุกคืบจากแบรนด์ใหม่ๆ แต่ในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ (Commercial Vehicle) โตโยต้ายังคงทำยอดขายได้ถึง 149,606 คัน เติบโตขึ้น 2.2% โดยหัวใจหลักคือ Hilux Revo ที่มียอดจำหน่ายเฉพาะกลุ่มรถกระบะขนาด 1 ตัน สูงถึง 111,213 คัน ความเหนือกว่าในด้านความทนทาน ศูนย์บริการที่ครอบคลุม และราคาขายต่อ (Resale Value) ที่เสถียร ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการและเกษตรกรเลือกใช้โตโยต้า
เจาะลึกสถิติยอดจำหน่ายรถยนต์ไทยปี 2568 แยกตามเซกเมนต์
| ประเภทรถยนต์ | ยอดขายปี 2568 (คัน) | อัตราการเติบโต (%) | ส่วนแบ่งการตลาด (%) |
| รถยนต์นั่งส่วนบุคคล | 80,432 | +8.8% | 30.6% |
| รถเพื่อการพาณิชย์ | 149,606 | +2.2% | 37.0% |
| รถกระบะ 1 ตัน (รวมในพาณิชย์) | 111,213 | – | 39.4% |
| ยอดขายรวมทั้งหมด | 230,038 | +4.4% | 34.4% |
กางแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 เป้าหมาย 255,000 คัน และกลยุทธ์ Multi-Pathway
สำหรับปี 2569 โตโยต้าประเทศไทยได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายที่ท้าทายยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ที่ 255,000 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 11% จากปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์รวมในประเทศจะฟื้นตัวมาอยู่ที่ประมาณ 740,000 คัน
การรุกตลาด xEV อย่างเต็มรูปแบบ
ภายใต้แนวคิด “Multi-Pathway” โตโยต้ายืนยันที่จะมอบทางเลือกพลังงานที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกคน
-
Hybrid (HEV): จะยังคงเป็นอาวุธหลักในการทำตลาดเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
-
Plug-in Hybrid (PHEV): เตรียมขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นสะพานเชื่อมสู่โลกไฟฟ้า
-
Battery Electric Vehicle (BEV): การนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดตามพันธสัญญาการลงทุนในประเทศไทย
บริการหลังการขาย จุดแข็งที่ยากจะเลียนแบบ
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้โตโยต้าเหนือกว่าคู่แข่งจากจีนในปี 2569 คือระบบนิเวศบริการหลังการขาย
-
ศูนย์บริการทั่วไทย: เครือข่ายดีลเลอร์และศูนย์บริการที่ครอบคลุมแม้ในพื้นที่ห่างไกล ช่วยลดความกังวลเรื่องการซ่อมบำรุง
-
โปรแกรมการดูแลลูกค้า: การออกแคมเปญใหม่ๆ เช่น การตรวจเช็กสภาพรถฟรีระยะยาวและการจัดการคลังอะไหล่ที่รวดเร็ว เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าเก่าและใหม่
บทสรุปและความท้าทายในอนาคต
ยอดขายโตโยต้า 2568 ที่เติบโตขึ้น 4.4% เป็นเครื่องยืนยันว่าโตโยต้าประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำที่เข้าใจความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ศึกในปี 2569 จะเข้มข้นขึ้นจากการแข่งขันด้านราคาของรถยนต์ไฟฟ้าค่ายจีน และการปรับเปลี่ยนมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดขึ้น
การที่โตโยต้าตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นสู่ 2.5 แสนคันในปีนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการขายรถยนต์เพิ่มขึ้น แต่คือการรักษา “ความเชื่อมั่น” และการปรับตัวสู่โลกยานยนต์ยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน บทสรุปของปี 2569 จึงเป็นสิ่งที่น่าติดตามว่า “พี่ใหญ่” ของวงการรายนี้จะสามารถรักษาระยะห่างจากผู้ท้าชิงและสร้างสถิติใหม่ได้อีกครั้งหรือไม่




