
เริ่มต้นปี 2569 ด้วยความเข้มข้นของกฎหมายบนท้องถนน เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศบังคับใช้ระเบียบใหม่ที่เน้นการเพิ่มโทษปรับและการตัดคะแนนความประพฤติอย่างเป็นรูปธรรม การเปลี่ยนแปลง ค่าปรับจราจร 2569 ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การขยับตัวเลขเล็กน้อย แต่เป็นการยกระดับเพดานค่าปรับในหลายข้อหาสำคัญให้สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เพื่อหวังลดสถิติอุบัติเหตุที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มความผิดที่ส่งผลต่อความปลอดภัยสาธารณะโดยตรง
สรุปอัตราโทษและ ค่าปรับจราจร 2569 ข้อหายอดฮิต
จากการปรับปรุงประมวลกฎหมายจราจรทางบกฉบับล่าสุด อัตราค่าปรับในหลายความผิดได้ถูกขยับเพดานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้:
-
ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (จากเดิม 1,000 บาท)
-
ฝ่าสัญญาณไฟแดง: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (จากเดิม 1,000 บาท)
-
ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (จากเดิม 1,000 บาท)
-
ขับรถย้อนศร: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (จากเดิม 500 บาท)
-
ไม่สวมหมวกนิรภัย / ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (จากเดิม 500 บาท)
-
ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ (โดยไม่มีอุปกรณ์เสริม): ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
จะเห็นได้ว่า อัตราโทษจราจรล่าสุด มุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมการขับขี่ที่เสี่ยงต่อชีวิตเป็นหลัก ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เริ่มตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลของค่าปรับที่สูงขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่อีกมุมหนึ่งก็นับเป็นความพยายามที่จะสร้างความเกรงกลัวต่อกฎหมายเพื่อลดความสูญเสีย

ระบบตัดแต้มใบขับขี่ 2569 กลไกควบคุมวินัยแบบเรียลไทม์
นอกเหนือจากจำนวนเงินที่ต้องจ่ายแล้ว มาตรการตัดแต้มใบอนุญาตขับขี่ ยังถูกนำมาใช้อย่างเข้มงวดผ่านระบบ Police Ticket Management (PTM) โดยผู้ขับขี่ทุกคนจะมีคะแนนเริ่มต้น 12 คะแนน หากกระทำผิดจะถูกตัดคะแนนตามระดับความแรง เช่น:
-
ตัด 1 คะแนน: ขับรถเร็ว, ไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่คาดเข็มขัด, ใช้มือถือขณะขับรถ, ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย
-
ตัด 2 คะแนน: ขับรถฝ่าไฟแดง, ขับรถย้อนศร, ขับรถระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต
-
ตัด 3 คะแนน: ขับรถชนแล้วหนี, ขับขี่ผิดวิสัยคนขับธรรมดา
-
ตัด 4 คะแนน: เมาแล้วขับ, ขับรถขณะเสพยาเสพติด, แข่งรถบนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาต
หากคะแนนสะสมลดเหลือ 0 คะแนน คุณจะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ทันทีเป็นเวลา 90 วัน และหากฝ่าฝืนขับรถในระหว่างถูกพักใช้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งถือเป็นบทลงโทษที่หนักหน่วงที่สุดในรอบหลายปี
นโยบาย “เตือนก่อนปรับ” ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีนโยบายผ่อนปรนในรูปแบบ “เตือนก่อนปรับ” สำหรับความผิดบางฐานที่ไม่ได้ส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเกิดอุบัติเหตุทันที โดยเจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกประวัติการว่ากล่าวตักเตือนลงในระบบ PTM แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำในข้อหาเดิม ระบบจะแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการออกใบสั่งตาม ระเบียบใบสั่ง 2569 ทันทีโดยไม่มีการผ่อนผันอีก
อัตราค่าปรับเมาแล้วขับล่าสุด 2569 สำหรับการกระทำผิดครั้งแรก
สำหรับผู้ที่ถูกตรวจพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์สำหรับบุคคลทั่วไป และเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์สำหรับผู้มีใบขับขี่ชั่วคราวหรืออายุต่ำกว่า 20 ปี) ในครั้งแรก จะต้องเผชิญกับ ค่าปรับเมาแล้วขับล่าสุด ดังนี้:
-
โทษจำคุก: ไม่เกิน 1 ปี
-
โทษปรับ: ตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท
-
มาตรการเพิ่มเติม: พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรืออาจถูกเพิกถอนใบอนุญาต
สิ่งที่น่าจิกกัดคือ แม้โทษปรับเริ่มต้นจะดูไม่สูงนัก แต่ขั้นตอนการถูกคุมประพฤติและการบำเพ็ญประโยชน์มักจะสร้างความยุ่งยากเกินกว่าที่หลายคนจินตนาการไว้ และที่สำคัญคือประวัติของคุณจะถูกบันทึกไว้ในระบบ PTM ทันที ซึ่งจะกลายเป็นระเบิดเวลาหากคุณทำผิดซ้ำ
โทษเมาขับซ้ำซาก เมื่อโอกาสครั้งที่สองไม่มีจริง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดใน กฎหมายดื่มแล้วขับ 2569 คือบทลงโทษสำหรับผู้ที่ทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรก กฎหมายจะไม่เปิดโอกาสให้คุณได้จ่ายค่าปรับราคาถูกอีกต่อไป โดยโทษจะถูกยกระดับเป็น:
-
โทษจำคุก: ไม่เกิน 2 ปี (และศาลมักจะไม่รอลงอาญาสำหรับกรณีทำผิดซ้ำ)
-
โทษปรับ: ตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท
-
มาตรการเพิ่มเติม: พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที
นี่คือการส่งสัญญาณเตือนอย่างแรงจากภาครัฐว่า “การเมาแล้วขับไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือความตั้งใจที่จะละเมิดกฎหมาย” เงินแสนบาทอาจหายไปจากบัญชีของคุณเพียงเพราะเบียร์ไม่กี่ขวดก่อนขับรถกลับบ้าน
เมาแล้วชนจนมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต โทษสูงสุด 200,000 บาท
กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือการที่ปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายนำไปสู่อุบัติเหตุที่พรากชีวิตผู้อื่น โทษเมาแล้วขับ 2569 ในกรณีนี้ถูกกำหนดไว้สูงที่สุดเพื่อความยุติธรรมของผู้สูญเสีย:
-
ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ: จำคุก 1-5 ปี และปรับ 20,000 – 100,000 บาท
-
ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส: จำคุก 2-6 ปี และปรับ 40,000 – 120,000 บาท
-
ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต: จำคุก 3-10 ปี และ ปรับสูงสุด 60,000 – 200,000 บาท พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ถาวร
คำถามที่ประชาชนมักจะตั้งแทนเหยื่อบนถนนคือ “เงิน 2 แสนบาทแลกกับชีวิตคนหนึ่งคนมันคุ้มกันแล้วหรือ?” แต่ในเชิงกฎหมาย นี่คือการเพิ่มโทษปรับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อให้ผู้ขับขี่ตระหนักว่าผลกระทบที่ตามมานั้นรุนแรงเพียงใด ทั้งในแง่ของคดีอาญาและคดีแพ่งที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายอีกมหาศาล
ปฏิเสธการเป่า = ยอมรับว่าเมาทันที
อีกหนึ่งช่องโหว่ที่คนหัวหมอมักชอบใช้คือการไม่ยอมเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่ภายใต้ อัตราแอลกอฮอล์เมาแล้วขับ และข้อกำหนดใหม่ปี 2569 การปฏิเสธจะถูกสันนิษฐานตามกฎหมายว่าคุณ “เมาแล้วขับ” ทันที โดยมีโทษเท่ากับการกระทำความผิดครั้งแรกคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับ 5,000 – 20,000 บาท ดังนั้นการเลี่ยงไม่เป่าจึงไม่ใช่ทางออกที่ฉลาดอีกต่อไป
บทสรุปและการปรับตัวของผู้ใช้รถ
การเปลี่ยนแปลงของ ค่าปรับจราจร 2569 และระบบการทำงานของตำรวจจราจรในปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่า “วินัยจราจร” ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้อีกต่อไป การรู้เท่าทันกฎหมายและหมั่นตรวจสอบคะแนนความประพฤติของตนเองผ่านแอปพลิเคชัน “ขับดี” (KHUB DEE) จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักขับยุคใหม่ เพราะในยุคที่กล้อง AI กระจายอยู่ทุกหัวมุมถนน การรักษาแต้มใบขับขี่อาจมีความหมายมากกว่าการรักษาเงินในกระเป๋าเสียด้วยซ้ำ เพื่อให้คุณยังคงมีสิทธิ์ในการขับขี่และร่วมสร้างถนนที่ปลอดภัยไปด้วยกัน



