การทดสอบรถสูตรหนึ่ง (Formula 1) ในช่วงพรีซีซั่นปี 2026 ที่สนามบาห์เรนไม่ได้มีเพียงความตื่นเต้นของรถรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเกิดประเด็นร้อนแรงทางเทคนิคเมื่อ Lewis Hamilton ยอดนักขับแชมป์โลก 7 สมัยที่ย้ายมาอยู่กับ Ferrari ได้ออกมาเรียกร้องให้ทางสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) เร่งจัดการตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับ กฎ F1 2026 ในส่วนของเครื่องยนต์ Mercedes ที่ถูกมองว่ากำลังใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายสร้างความได้เปรียบที่มากเกินไป
เจาะลึก Engine Trick ของ Mercedes ที่เป็นชนวนเหตุ
หัวใจสำคัญของข้อพิพาทนี้อยู่ที่ “อัตราส่วนกำลังอัด” (Compression Ratio) ของเครื่องยนต์ใหม่ปี 2026 ตามข้อกำหนดล่าสุดของ FIA ระบุว่าทุกค่ายผู้ผลิตต้องมีอัตราส่วนกำลังอัดไม่เกิน 16:1 (ลดลงจากเดิม 18:1) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายใหม่เข้ามาแข่งขันได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า Mercedes (รวมถึง Red Bull Powertrains ในบางส่วน) ได้ใช้เทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ที่ซับซ้อน โดยออกแบบให้ก้านสูบและชิ้นส่วนภายในห้องเผาไหม้สามารถขยายตัวได้ตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ เมื่อมีการตรวจสภาพในสถานะหยุดนิ่ง (Static Test) ที่อุณหภูมิห้อง เครื่องยนต์จะผ่านเกณฑ์ 16:1 ได้อย่างถูกต้อง แต่เมื่อเครื่องยนต์ทำงานจริงในสนามแข่งด้วยความร้อนมหาศาล ค่ากำลังอัดจะพุ่งกลับไปอยู่ที่ 18:1 ทันที
Lewis Hamilton และเสียงสะท้อนถึงความเท่าเทียม
Hamilton ซึ่งมีความผูกพันกับ Mercedes มานานกว่า 12 ปี ทราบดีถึงนวัตกรรมและ “วิธีการคิด” ของทีมงานเก่า เขาได้ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports ว่า “มีเสียงกระซิบถึงพละกำลังพิเศษที่ Mercedes มี และคนอื่นไม่มี โดยเฉพาะเรื่องของอัตราส่วนกำลังอัด ผมหวังว่า FIA จะเข้ามาดูแลเรื่องนี้เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะเริ่มต้นฤดูกาลบนความเท่าเทียมกัน”
คำพูดของ Hamilton ไม่ใช่เพียงการวิจารณ์ทั่วไป แต่มันคือการตั้งคำถามแทนประชาชนแฟนความเร็วและทีมคู่แข่งว่า มาตรฐานการตรวจสอบของ FIA ในปัจจุบันเพียงพอหรือไม่? เพราะหากปล่อยให้เทคนิคนี้ผ่านไป Mercedes จะมีความได้เปรียบเรื่องความแรงของเครื่องยนต์สูงถึง 30-40 แรงม้า หรือคิดเป็นเวลาต่อรอบที่เร็วขึ้นเกือบครึ่งวินาที ซึ่งอาจส่งผลต่อการลุ้นแชมป์ตลอดทั้งฤดูกาล
กฎ F1 2026 และความท้าทายในการควบคุมเทคโนโลยี
ความขัดแย้งนี้แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนของกติกาใหม่ที่อาจไม่ได้ระบุวิธีการวัดผลขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน (Dynamic Test) อย่างชัดเจน ทีมงานของ Mercedes นำโดย Toto Wolff ออกมายืนยันว่าพวกเขาทำทุกอย่างตามตัวอักษรของกฎหมายที่เขียนไว้ ซึ่งหากการตรวจสอบแบบนิ่งผ่าน ก็ถือว่าเครื่องยนต์นั้นถูกกฎ
เหตุการณ์นี้ชวนให้นึกถึงนวัตกรรมในอดีตอย่างระบบ DAS (Dual-Axis Steering) ของ Mercedes ที่เคยเป็นที่ถกเถียงอย่างหนัก การที่ Lewis Hamilton ออกมาสะกิดให้ตรวจสอบครั้งนี้ จึงเป็นการกดดันให้ FIA ต้องรีบตัดสินใจก่อนที่เครื่องยนต์จะถูก Homologate หรือปิดการพัฒนาอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มีนาคม 2569
บทสรุปของมหากาพย์ กฎ F1 2026 ครั้งนี้จะเป็นอย่างไร? FIA จะเลือกปิดช่องโหว่ทันที หรือปล่อยให้ความอัจฉริยะทางวิศวกรรมนี้ดำเนินต่อไปในฐานะ “ผู้นำเทคโนโลยี” คือสิ่งที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์ของมันอาจตัดสินโฉมหน้าของแชมป์โลกคนถัดไปตั้งแต่นกหวีดเริ่มแข่งขันยังไม่ดังขึ้นด้วยซ้ำ
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand




