ใกล้จะได้เวลาที่แฟนความเร็วทั่วโลกจะได้รับชมมหากาพย์เบื้องหลังความเร็วอย่าง Drive to Survive Season 8 บน Netflix ที่มีกำหนดฉายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยในซีซั่นนี้จะพาทุกคนย้อนกลับไปดูเหตุการณ์อันน่าเหลือเชื่อในฤดูกาล 2025 ซึ่งเต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนและการชิงไหวชิงพริบที่รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ นี่คือสรุปเนื้อหาสำคัญตามหัวข้อที่แฟนๆ ห้ามพลาด
F1 75: การเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีของประวัติศาสตร์ความเร็ว
เปิดฉากซีซั่นด้วยความยิ่งใหญ่ของการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีของ Formula 1 ซึ่งตัวอย่างได้โชว์ภาพงานเปิดตัวระดับโลกที่รวมเอานักแข่งทั้ง 20 คนและรถแข่งทั้ง 10 ทีมมาไว้บนเวทีเดียวกัน เราจะได้เห็นเบื้องหลังความรู้สึกของเหล่านักแข่งต่อประวัติศาสตร์อันยาวนานของกีฬานี้ รวมถึงการเปิดตัวลวดลายรถ (Livery) พิเศษที่ใช้ในฤดูกาล 2025
Rookie Drivers: การแจ้งเกิดของสายเลือดใหม่
ฤดูกาล 2025 คือปีแห่งการผลัดใบอย่างแท้จริง ซีรีส์จะพาไปดูเส้นทางของนักแข่งหน้าใหม่ (Rookies) ที่ก้าวขึ้นมาสร้างแรงสั่นสะเทือนในพิทเลน ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวต่อแรงกดดันมหาศาล และความท้าทายในการพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางรุ่นพี่ระดับแชมป์โลก ซึ่ง เจาะลึก DTS Season 8 จะแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะรอดพ้นจากปากเหวของการถูกคัดออก
Lewis Hamilton at Ferrari: บทใหม่ในชุดแข่งสีแดง
หนึ่งในภาพที่แฟนๆ อยากเห็นที่สุดคือ Lewis Hamilton ในสีเสื้อ Ferrari หลังจากสร้างความช็อกด้วยการย้ายค่ายครั้งประวัติศาสตร์ DTS จะเปิดเผยเบื้องหลังการทำงานร่วมกับทีมงานอิตาลีเป็นครั้งแรก ความคาดหวังของเหล่า Tifosi และการต่อสู้กับข้อกังขาว่าเขายังคงมีความเร็วเพียงพอที่จะพาทีมม้าลำพองกลับสู่จุดสูงสุดหรือไม่
McLaren’s two no. 1 Drivers: สงครามภายในทีมสีส้ม
เมื่อทีม McLaren มีนักแข่งที่เร็วระดับหัวแถวถึงสองคนอย่าง Lando Norris และ Oscar Piastri ปัญหาการจัดการจึงเกิดขึ้น ตัวอย่างแสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดภายใต้คำว่า “Papaya Rules” ที่อนุญาตให้ทั้งคู่แข่งกันเองได้แต่ห้ามชนกันเอง ซึ่งสร้างความปวดหัวให้กับทีมบอสอย่าง Andrea Stella อย่างมาก และเราจะได้เห็นว่าเบื้องหลังกำแพงอู่มีบทสนทนาที่เผ็ดร้อนเพียงใด
Christian Horner’s exit: จุดสิ้นสุดของเจ้าพ่อ Red Bull
ถือเป็นประเด็นที่ “ดุเดือด” ที่สุดในพิทเลน กับการปิดตำนานกว่า 2 ทศวรรษของ Christian Horner ในฐานะทีมบอสของ Red Bull Racing ซีรีส์จะนำเสนอเหตุการณ์ที่นำไปสู่การอำลาตำแหน่ง รวมถึงปฏิกิริยาของคนในทีมและคู่แข่งที่ต่างมองว่านี่คือโอกาสทองที่จะล้มยักษ์ใหญ่แห่งออสเตรียลง
Max Verstappen’s comeback: พลังของ “Horror Movie Villain”
แม้ในช่วงต้นฤดูกาล Red Bull จะต้องเผชิญกับวิกฤตทั้งในและนอกสนาม แต่ Max Verstappen ยังคงแสดงให้เห็นว่าทำไมเขาถึงเป็นคนที่น่ากลัวที่สุด Zak Brown ถึงกับนิยามเขาในตัวอย่างว่าเป็นเหมือน “ตัวร้ายในหนังสยองขวัญปั่นประสาทที่ฆ่าไม่ตาย” ซึ่งซีรีส์จะโชว์ความพยายามในการคัมแบ็คเพื่อรักษาบัลลังก์ของเขาไว้อย่างสุดความสามารถ
Red Bull’s second driver: เก้าอี้ดนตรีที่ไม่มีวันจบ
ปัญหา “เบอร์ 2” ของ Red Bull ยังคงเป็นประเด็นคลาสสิกที่ถูกหยิบยกมานำเสนอใน พรีวิว Drive to Survive 8 ทั้งการเข้าและออกของ Liam Lawson รวมถึงการขยับ Yuki Tsunoda ขึ้นมาลองเก้าอี้ไฟลุกนี้ เราจะได้เห็นเบื้องหลังการตัดสินใจที่โหดร้ายและตรงไปตรงมาของทีมที่ต้องการเพียงชัยชนะเท่านั้น
Nico Hulkenberg’s podium: รางวัลแด่คนไม่ยอมแพ้
หลังจากรอคอยมาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ ในที่สุด Nico Hulkenberg ก็สามารถคว้าโพเดียมแรกในอาชีพนักแข่ง F1 ได้สำเร็จในฤดูกาล 2025 ซีรีส์จะถ่ายทอดความรู้สึกและบรรยากาศแห่งความตื้นตันใจนี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Moment ที่ดีที่สุด (Feel-good moment) ของปีที่แสดงให้เห็นว่าความพยายามไม่เคยทรยศใคร
Lando Norris’ maiden drivers’ championship: แชมป์โลกหน้าใหม่ในรอบหลายปี
บทสรุปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของซีซั่น 8 คือการก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลกสมัยแรกของ Lando Norris เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ การตัดสินใจที่ยากลำบาก และวินาทีแห่งประวัติศาสตร์ที่เขาโค่นบัลลังก์ของ Verstappen ลงได้ ทั้งหมดนี้จะถูกถ่ายทอดออกมาอย่างละเอียดเพื่อให้แฟนๆ ได้เห็นว่ากว่าจะเป็นแชมป์โลกนั้นต้องแลกด้วยอะไรบ้าง
การกลับมาของ ข่าวสารคดี F1 Netflix ในครั้งนี้ดูเหมือนจะรักษามาตรฐานความเข้มข้นได้เป็นอย่างดี แฟนๆ เตรียมตัวพบกับความจริงหลังพวงมาลัยได้ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้บนหน้าจอของคุณเอง!
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand











