ในวันที่ 7 เมษายน 2026 วงการอุตสาหกรรมยานยนต์จีนต้องกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ Great Wall Motor (GWM) ได้ทำการเปิดเผยภาพชุดแรกอย่างเป็นทางการของรถยนต์เอสยูวีเรือธงรุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Haval โดยปัจจุบันใช้รหัสเรียกขานว่า “Haval HX” ซึ่งถือเป็นรถยนต์รุ่นที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Haval เคยผลิตมา ชูจุดเด่นด้วยดีไซน์ทรงเหลี่ยม (Boxy Design) ที่กำลังเป็นเทรนด์ยอดนิยมในกลุ่มรถ Off-road และครอบครัวระดับพรีเมียม ถือเป็น ข่าวรถยนต์ ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในไตรมาสแรกของปีนี้
ดีไซน์และมิติตัวถังระดับ Full-size
Haval HX ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นที่สุดของแบรนด์ โดยมีมิติตัวถังที่ยาวกว่า 5,000 มม. และกว้างเกือบ 2,000 มม. ซึ่งใหญ่กว่า Haval H9 รุ่นปัจจุบันอย่างชัดเจน ภายนอกมาพร้อมไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ กระจังหน้าแบบซี่แนวนอนที่เน้นความดุดัน และที่สำคัญคือการติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR บริเวณเหนือกระจกบังลมหน้า ซึ่งบ่งบอกถึงศักยภาพของระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) ระดับสูงที่ GWM พัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในกลุ่มพรีเมียม
ด้านท้ายรถมาพร้อมประตูท้ายแบบเปิดข้าง (Swing-out) พร้อมยางอะไหล่ติดตั้งภายนอก เสริมภาพลักษณ์รถยนต์สายลุยแต่แฝงด้วยความหรูหราด้วยล้ออัลลอยโครเมียมลายหลายก้านขนาดใหญ่ ซึ่งจากการ รีวิวรถยนต์ ในเบื้องต้นผ่านภาพจำลอง พบว่ารถรุ่นนี้เน้นการจัดการพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้างขวางที่สุด
ขุมพลัง Hi4-Z ปลั๊กอินไฮบริดประสิทธิภาพสูง
หัวใจสำคัญของ Haval HX คือการใช้แพลตฟอร์ม GWM One ที่รองรับขุมพลังที่หลากหลาย แต่รุ่นไฮไลต์คือระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แบบ Hi4-Z ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังรวมมหาศาล
จุดเด่นของระบบ Hi4-Z คือการติดตั้งแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงกว่ารถ PHEV ทั่วไป โดยคาดว่าจะทำระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้มากกว่า 200 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC ซึ่งจะช่วยลดการใช้น้ำมันในการเดินทางในเมืองได้อย่างมีนัยสำคัญ และรองรับระบบชาร์จเร็ว 800V ที่ช่วยให้การชาร์จแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ทำได้รวดเร็วเทียบเท่ารถยนต์ไฟฟ้า 100%
ตารางสเปกคาดการณ์ Haval HX Flagship SUV
| หัวข้อสเปก | รายละเอียดเบื้องต้น |
| แพลตฟอร์ม | GWM One Architecture |
| ระบบขับเคลื่อน | Hi4-Z Plug-in Hybrid 4WD |
| เครื่องยนต์ | 2.0L Turbocharged |
| การจัดวางที่นั่ง | 6 ที่นั่ง (2+2+2) แบบ Captain Seats |
| ระบบช่วยขับขี่ | GWM Assisted Driving พร้อม LiDAR |
| ช่วงล่าง | Multi-link Independent Suspension |
| กำหนดเปิดตัวชื่อทางการ | 10 เมษายน 2026 |
ห้องโดยสาร 6 ที่นั่ง และความหรูหราภายใน
ภายในถูกจัดวางรูปแบบที่นั่งแบบ 2+2+2 โดยเน้นความสบายของผู้โดยสารแถวที่สองด้วยเบาะแบบ Captain Seats ปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันนวดและระบายอากาศ คอนโซลหน้าโดดเด่นด้วยหน้าจอ Infotainment ขนาดใหญ่ที่รันบนระบบปฏิบัติการ Coffee OS รุ่นล่าสุด รองรับการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและระบบ AI อัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐาน ข่าวรถยนต์ ในกลุ่มเอสยูวีราคาหลักล้านกลางๆ ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
![]() |
![]() |
วิเคราะห์การทำตลาดและโอกาสในประเทศไทย
โดยรถโมเดลนี้ถูกวางตัวให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Li Auto L9 และ BYD Yangwang U8 ในแง่ของขนาดและเทคโนโลยี แต่คาดว่า Haval จะทำราคาให้เข้าถึงได้ง่ายกว่า โดยราคาในจีนคาดว่าจะเริ่มต้นที่ประมาณ 250,000 – 300,000 หยวน (ราว 1.2 – 1.5 ล้านบาท)
หาก GWM Thailand ตัดสินใจนำรุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายในไทย อาจจะมีการปรับตำแหน่งการตลาดให้สูงกว่า Haval H6 PHEV เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าครอบครัวระดับบนที่ต้องการรถเอสยูวีขนาดใหญ่ที่มีความประหยัดและเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าชื่ออย่างเป็นทางการที่จะประกาศในวันที่ 10 เมษายนนี้จะเป็นชื่อใด
บทสรุป: ก้าวสำคัญสู่ความเป็นพรีเมียมของ Haval
การเปิดตัว Haval HX คือข้อพิสูจน์ว่า GWM ไม่ได้หยุดเพียงแค่รถยนต์ราคาประหยัด แต่พร้อมที่จะท้าชนกับแบรนด์หรูด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดที่ใช้งานได้จริงและสเปกที่อัดแน่น นี่คือเรือธงที่จะกำหนดทิศทางใหม่ของแบรนด์ Haval ในปี 2026 และเป็นหนึ่งใน ข่าวรถยนต์ ที่คนรักเอสยูวีทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด





