SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
KTM ฟื้น แล้วในครึ่งปี ด้วยยอดจองสูงถึง 6 หลัก

KTM ฟื้น แล้วในครึ่งปี ด้วยยอดจองสูงถึง 6 หลัก นับเป็นการฟื้นตัวที่ดีจากสถานการณ์วิกฤตทางการเงินของค่ายส้ม KTM ฟื้น แล้วในครึ่งปี พร้อมประกาศผลประกอบการครึ่งแรกด้วยยอดขายทั่วโลกมากถึง 100,391 คัน และส่งมอบรถจักรยานยนต์ให้ผู้นำเข้าและดีลเลอร์มากถึง 50,286 คัน ซึ่งตัวเลขทั้งหมดทั้งมวลนั้นเกินเป้าความคาดหมาย แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่สามารถกู้วิกฤตกลับเข้าสู่แถวหน้าในตลาดรถจักรยานยนต์ระดับโลกได้อีกครั้ง ด้วยการสนับสนุนจากแฟน ๆ เคทีเอ็มทั่วโลก KTM Ready to Race  “ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นชัดว่าสังคมของคนรักมอเตอร์ไซค์ยังคงให้การสนับสนุนแบรนด์ KTM อย่างเหนียวแน่น นวัตกรรม ความรู้เฉพาะทาง และแพทชันของเราคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ KTM ยังคงยืนหยัดในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดขายกว่า 100,000 คันในครึ่งปีแรก เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่ารถของเรายังได้รับความนิยมทั่วโลก และเรากำลังกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง” Gottfried Neumeister, CEO ของ KTM AG กล่าวอย่างภาคภูมิใจ นอกจากนี้ KTM ยังสามารถลดสต็อกสินค้าคงค้างและสามารถเปิดสายการผลิต รวมถึงระบบซัพพลายเชนกลับมาได้อย่างเต็มรูปแบบ  จากวิกฤตสู่โอกาส จากวิกฤตสู่โอกาส โดย ณ ตอนนี้ KTM ประกาศเดินหน้ารับสมัครพนักงานในออสเตรียและพนักงานทั่วโลกอีกครั้ง สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้ในช่วงที่ผ่านมา คือความแข็งแกร่งของ KTM มาจากพนักงานของเรา KTM กำลังกลับสู่เส้นทางการเติบโต และเรากำลังมองหาผู้ที่มีใจรัก พร้อมที่จะเติบโตไปกับเรา ทั้งในออสเตรียและทั่วโลก เป้าหมายในอนาคต KTM กำลังวางแนวทางสู่อนาคตโดยเน้นที่ ความพึงพอใจของลูกค้า, คุณภาพ และ ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มต้นจาก “การรับฟัง” ผ่านกิจกรรมโครงการ Orange Blood ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นโดยตรง โดยมีการคัดเลือกคณะกรรมการ 15 คนจากผู้สมัครกว่า 5,000 คน เพื่อเข้าร่วมพูดคุยกับผู้บริหารและสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางและนวัตกรรมของแบรนด์ รวมถึง ยังจัดตั้งศูนย์ Dealer Excellence Center เพื่อช่วยพัฒนาเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก และส่งเสริมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น “หากเรานำลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกการตัดสินใจ พร้อมยึดมั่นในคุณภาพและความแตกต่าง สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนกลับมาเป็นความสำเร็จทางเศรษฐกิจในอนาคตของบริษัทเรา” Gottfried Neumeister กล่าวเสริม ด้วยผลประกอบการที่น่าประทับใจในตลาดทั่วโลกช่วงครึ่งปีแรก แสดงให้เห็นถึงความต้องการของรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงจาก KTM และความภักดีอย่างเหนียวแน่นของผู้ใช้ KTM ทั่วโลก หากการตลาดมีแนวโน้มดีขนาดนี้ ในอนาคตเราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นจากทางค่ายส้มก็เป็นไปได้ครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Forza350 สีใหม่ คาดเปิดไทย SP Edition

Honda Forza350 ที่ในประเทศมาเลเซียใช้ในรหัสรุ่น NSS250 เปิดตัวสีใหม่อย่างเป็นทางการ มาในโทนสีดำสลับแดง เพื่อเพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถมากขึ้น

ไขความลับ !? Honda Scoopy สกู๊ตเตอร์ไซส์เล็ก ยอดขายไม่เล็กตาม ?

ไขความลับ !? Honda Scoopy สกู๊ตเตอร์ไซส์เล็ก ยอดขายไม่เล็กตาม ? Honda Scoopy รถสกู๊ตเตอร์ไซส์มินิจากค่าย ‘ปีกนก’ Honda อีกหนึ่งโมเดลของทางค่ายที่เรียกได้ว่าครองตลาดรถสกู๊ตเตอร์ในพิกัดเครื่องยนต์ไม่เกิน 110 ซีซีมาอย่างยาวนาน อีกทั้งในตลาดรถจักรยานยนต์ในเมืองไทยที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทั้งในด้านของราคา เทคโนโลยี รวมไปถึงการดีไซน์ออกแบบเพื่อให้กลุ่มผู้บริโภคได้เลือกใช้ตามไลฟ์สไตล์ และความต้องการ แต่เจ้าของฉายา ‘ท้ายฮายา’ ก็สามารถสู้กับตลาดได้อย่างสบาย แล้วอะไรคือเบื้องหลังของความสำเร็จของโมเดลนี้ ก่อนที่จะไปเริ่มในเรื่องของเบื้องหลังความสำเร็จของโมเดลนี้ เดี๋ยวจะพาผู้อ่านทุกท่านไปทราบถึงประวัติของโมเดลนี้กันอย่างพอสังเขป เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร มาตั้งแต่ตอนไหน และเริ่มทำตลาดในประเทศไทยมาเป็นระยะกี่ปีแล้ว  Honda Scoopy รถสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กจากค่ายฮอนด้า ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์แนวเรโทร-โมเดิร์น (Retro-Modern) เริ่มเปิดตัว และวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2009 (ปี พ.ศ 2552) หรือย้อนไปเมื่อประมาณ 16 ปีที่แล้ว เน้นกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นหรือคนเมืองที่ต้องการความคล่องตัว และสไตล์ในการขับขี่ อีกทั้งยังมีการออกแบบดีไซน์หน้าตาให้เข้าถึงวัยรุ่น จึงอาจจะเป็นเหตุผลบางส่วนที่ทำให้โมเดลนี้ขายดี แต่แท้จริงแล้วมันยังมีเหตุผลนัยอื่นอีก ดังนี้ ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ‘น่ารักแต่ไม่เด็ก’ การเปิดตัวของโมเดลนี้ไม่ใช่เป็นการเปิดตัวแต่รถจักรยานยนต์ แต่มันคือการแฝงไปด้วยความเป็น ‘แฟชั่นไอเทม’ ที่มีการสื่อถึงตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน ด้วยเส้นสายตัวถังโค้งมน สไตล์เรโทรผสมโมเดิร์น ทำให้ตัวรถดูน่ารัก ทันสมัย และเข้ากับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่มองหารถเล็ก ๆ ใช้งานง่าย อีกทั้งความพิเศษของรถจักรยานยนต์โมเดลนี้คือการ ‘คอลแลปส์’ หรือจับมือกับแบรนด์กีฬา สินค้า หรือการ์ตูนต่าง ๆ ทำให้ Scoopy ไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือสไตล์ที่ขี่ได้จริง ใช้งานง่าย วิ่งได้ทุกวัน แน่นอนว่าการที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงที่รถติด ๆ หรือพื้นที่ที่มีการจราจรติดขัด หากใช้รถคันใหญ่ ๆ ก็อาจจะไม่ค่อยสะดวก และคล่องตัวเท่าที่ควร และหนึ่งใน ‘ข้อได้เปรียบ’ ที่ Scoopy ได้รับความนิยมสูงก็คือ ‘ความคล่องตัว’  ด้วยน้ำหนักรถเบาเพียงประมาณ 95 กิโลกรัม (รวมของเหลว) ก็ทำให้มือใหม่ หรือผู้หญิงสามารถขับได้ง่าย ขนาดตัวรถกะทัดรัดทำให้เลี้ยวง่าย เข้าโค้งสะดวก มุดซอกซอยในเมืองได้ดีเยี่ยม มุดช่องระหว่างรถ หรือวิ่งเข้าซอยต่าง ๆ ก็ทำได้อย่างไม่ติดขัด ประหยัดน้ำมันยืนหนึ่ง จุดเด่นนี้อาจจะเป็นจุดเด่นหลักของรถจักรยานยนต์ไซส์เล็ก อีกทั้งโมเดลนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์แบบ eSP ขนาดเครื่องยนต์ 110 ซีซี มาพร้อมกับระบบการจ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดแบบ PGM-FI จึงทำให้เจ้า ‘สกู๊ปปี้’ เป็นหนึ่งในรถที่ประหยัดน้ำมัน และทางค่ายก็เคลมไว้ว่าสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 60 กม./ลิตร  ประหยัดจนขนาดที่ว่าเติมน้ำมันเพียงแค่ 50-60 บาทก็สามารถวิ่งได้หลายวัน น่าจะถูกใจกลุ่มที่ใช้รถขับไปเรียน ไปทำงาน หรือใช้ในชีวิตประจำวัน เทคโนโลยีเกินตัว ในช่วงก่อนหน้านี้อาจจะ 5-10 ปีก่อนหน้า เรื่องของเทคโนโลยีบนรถจักรยานยนต์อาจจะไม่เป็นที่หวือหวามากนัก ความคล่องตัว ดีไซน์การออกแบบ และเรื่องของการประหยัดน้ำมันอาจจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้โมเดลนี้สามารถติดตลาดได้ในระยะเวลาอันสั้น หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิตอล ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วยระบบกุญแจ Smart Key   แต่ในปัจจุบันเมื่อการเข้ามาของเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตประจำวัน เจ้าโมเดลนี้ก็ไม่พลาดที่จะได้รับการเสริมเทคโนโลยีเข้ามาบนรถจักรยานยนต์คันนี้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบความปลอดภัยสมาร์ทคีย์แบบรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์, ระบบไฟหน้าแบบ Full LED ที่เพิ่มความสว่างชัดทั้งกลางวัน และกลางคืน, มาตรวัดเรือนไมล์แบบดิจิตอลแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการขับขี่ครบครัน, ช่องชาร์จไฟแบบ USB สำหรับการชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ และพื่นที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ที่สามารถใส่หมวกกันน็อค หรือสัมภาระต่าง ๆ ได้สบาย ค่ายฮอนด้า อะไหล่เพียบ.. เรื่องนี้อาจจะเป็นนัยแฝงที่มีส่วนให้รถโมเดลนี้ขายดี แน่นอนว่าผู้บริโภคทุกคน การจะซื้อรถแต่ละคันความชอบอาจจะมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องที่เถียงไม่ได้ แต่ปัจจัยอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้คนตัดสินใจซื้อ ถ้านอกจากเรื่องของราคาก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘การบริการหลังการขาย’  แน่นอนว่าผู้ใช้รถจักรยานยนต์ Honda มักจะอุ่นใจในเรื่องของ ‘การบริการหลังการขาย’ เพราะค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นค่ายนี้มีศูนย์บริการมากเป็นเบอร์ต้น ๆ ของประเทศ อะไหล่หาง่าย ไม่ต้องรอนาน และค่าบำรุงรักษาก็ไม่แพง และที่สำคัญแม้รถจะหมดระยะเวลา ราคาคุ้มค่า ไม่ต้องคิดมาก หากผู้บริโภคต้องการที่จะควักเงินจำนวนไม่เกิน 60,000 บาทในการื้อรถจักรยานยนต์สักหนึ่งคัน ให้เจ้าสกู๊ปปี้คันนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือก เพราะด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ได้กล่าวไปข้างต้น รถที่ให้ทุกอย่างที่คนเมืองต้องการ ทั้งสไตล์ เทคโนโลยี ความประหยัด และการใช้งานง่าย ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ ไม่ต้องจ่ายแพงก็ได้รถคุณภาพดีพร้อมใช้ แม้จะเป็น ‘รถเล็ก’ แต่ Honda Scoopy กลับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ขนาดไม่ใช่เรื่องสำคัญ

CFLite 250NK ขับง่าย เน้นคล่องตัว

CFLite 250NK ขับง่าย เน้นคล่องตัว CFLite 250NK หนึ่งในโมเดลใหม่จากค่าย CFLite ที่อยู่ภายใต้การดูแลของแบรนด์ CFMoto แบรนด์รถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่าแบรนด์ลูกนี้จะเตรียมจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะส่งโมเดลประเภทของ ‘เน็กเก็ตไบค์’ เข้ามาทำตลาดชิมลางในประเทศไทยก่อน โดดเด่นด้วยขนาดของตัวรถ และเครื่องยนต์ที่ไม่ได้มีความใหญ่มากมาย ถ้านำไปใช้ขับขี่ในเมืองก็น่าจะมีความคล่องตัวอยู่ไม่น้อย เครื่องยนต์พิกัด 249 ซีซีพร้อมเกียร์แมนนวล หน้าจอดิจิตอล LCD   สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ ของตัวรถ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 249 ซีซี พละกำลังสูงสุด (แรงม้า) 25.5 แรงม้าที่ 9,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 21 นิวตันเมตรที่ 8,750 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 72 x 61.2 มม. อัตราส่วนการอัด 11.3 :1 ระบบเกียร์ แมนนวล 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ECU ระบบจ่ายเชื้อเพลิง คาบูเรเตอร์ EFI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ขนาดล้อ และยางหน้า 110/70-R17 ขนาดล้อ และยางหลัง 140/60-R17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิก ไม่สามารถปรับค่าอะไรได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว ไม่สามารถปรับค่าอะไรได้ ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว กว้าง x ยาว x สูง 780 x 1,990 x 1,070 มม. ระยะฐานล้อ 1,360 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 มม. ความจุถังน้ำมัน 12.5 ลิตร ความสูงเบาะ 795 มม. น้ำหนักรถ 151 กิโลกรัม เทคโนโลยี – ไฟหน้าแบบ LED   สีสันที่วางจำหน่าย Zephyr Blue (สีฟ้า) Bordeaux Red (สีแดง)   ในเรื่องของสเปคที่ให้มาพร้อมกับตัวรถ เมื่อดูทั้งหมดแล้วอาจจะดูไม่ค่อยน่าตื่นตาตื่นใจสมกับความเป็นรถจากค่ายจีน ที่มักจะขึ้นชื่อในเรื่องของให้ออปชัน และไม่กั๊กสเปค แต่คติของทาง CF Lite นั้น กำเนิดขึ้นมาเพื่อมุ่งเน้นไปที่ความประหยัด ทำให้ในเรื่องของออปชันต่าง ๆ ก็อาจจะถูกลดทอนลงไป ในเรื่องของการเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นก็อาจจะต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการ โดยราคาวางจำหน่ายหากอิงจากต่างประเทศอยู่ที่ 2,099.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยราว 97,000 บาท ถ้าสนใจอยากลองก็คงต้องรอก่อนมาตอนไหนเดี๋ยว SuperBike Thailand จะรีบอัปเดตให้ทราบเลย  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Zontes 703F แอดแวนเจอร์ค่ายรถขนขิง เคาะประตูตลาดไทยแล้ว

2025 Zontes 703F แอดแวนเจอร์ค่ายรถขนขิง เคาะประตูตลาดไทยแล้ว 2025 Zontes 703F รถจักรยานยนต์ประเภทแอดเวนเจอร์จากค่าย Zontes แบรนด์รถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ที่ในปัจจุบันนี้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และสร้างยอดการขายที่ส่งผลให้ทางค่ายเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย ซึ่งโมเดลที่ได้วางจำหน่ายของทางค่ายก่อนหน้านี้อย่างรถจักรยานยนต์แนวสกูตเตอร์พรีเมียม 350D, 350E หรือแม้แต่สกูตเตอร์แอดเวนเจอร์อย่าง 368G ก็เข้ามาตีตลาด สร้างแรงกระเพื่อมในประเทศไทยได้ไม่น้อย  หลังจากที่กระแสการตอบรับในประเทศไทยของทั้งสามโมเดลที่ Zontes ได้ทำตลาดไปก่อนหน้านี้จึงส่งผลให้ทางค่ายมีแผนที่จะนำรถจักรยานยนต์อีกหนึ่งรุ่นเข้ามาเสริมทัพไลน์อัพของทางค่ายด้วยรถประเภทแอดเวนเจอร์ ซึ่งที่มาของเรื่องนี้ก็มาจากสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘Zontes 350 Club Thailand’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอสั้น ๆ ที่รายละเอียดของวิดีโอเป็นรถจักรยานยนต์แนวแอดเวนเจอร์ที่มีองค์ประกอบต่าง ๆ คล้ายคลึงกับเจ้า 703F ซึ่งถนนที่รถคันนี้วิ่งเป็นช่วงถนนบางน้ำเปรี้ยว (ฉะเชิงเทรา) – บ้านสร้าง (ช่วงปราจีนบุรี) เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา    เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง สายลุยคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์แบบสามสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาดเครื่องยนต์ 699 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 97 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 76 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที เกียร์ 6 สปีดพร้อมควิกชิฟเตอร์ ข้อเหวี่ยงแบบ 120 องศา พร้อมระบบบาลานซ์เซอร์ ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างนุ่มนวล และลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด พ่วงมาด้วยถังน้ำมันขนาด 22 ลิตร ระบบกันสะเทือนด้านล่างจากแบรนด์ Marzocchi แบบปรับตั้งค่าได้อย่างเต็มระบบทั้งด้านหน้า และด้านหลัง โดยด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับ (Up-Side Down) ด้านหลังโช้คอัพเดี่ยวมาพร้อมกับกระปุกซับแทงค์  ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์จากแบรนด์ J.Juan แบบสี่ลูกสูบพร้อมจานขนาด 310 มม. ติดตั้งอยู่คู่กับล้อหน้าแบบซี่ลวดขนาด 90/90-19 ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยว มาพร้อมคาลิเปอร์จากแบรนด์ J.Juan เช่นเดียวกับด้านหน้าพร้อมจานขนาด 265 มม. ติดตั้งอยู่บนล้อหลังแบบซี่ลวดขนาด 150/70-17 รถค่ายจีนเทคโนโลยีมาแบบไม่กั๊ก สำหรับรถจักรยานยนต์จากประเทศจีนอย่างค่ายซอนเทสก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของการที่ขายรถแบบ ‘ไม่กั๊กสเปค’ โดยเจ้าแอดเวนเจอร์คันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคันที่ให้สเปคมาแบบจัดเต็ม เริ่มด้วยหน้าจอสีแบบ TFT ขนาด 6.75 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน อีกทั้งหน้าจอของรถคันนี้ยังมี Refresh Rate ที่สูงถึง 1080p เรียกได้ว่าจอชัด คม ไหลลื่นอย่างแน่นอน เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบตรวจจับจุดอับสายตา ซึ่งจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยสัญญาณภาพบนกระจกมองหลังเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา ไม่เพียงแค่ระบบตรวจจับจุดอับสายตาแต่ยังพร้อมด้วยกล้องบันทึกภาพขณะขับขี่ทั้งด้านหน้า และด้านหลังความคมชัดระดับ 1080P, เลนส์มุมกว้าง 140° และรูรับแสง F1.8 ช่วยให้สามารถจับภาพรายละเอียดสำคัญได้ในหลากหลายสภาพการขับขี่ เสริมความสะดวกสบายไปอีกขั้นกับระบบชิลด์หน้าแบบปรับไฟฟ้า ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ตลอดเส้นทาง (ส่วนตัวผู้เขียนว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้าท่า เพราะลำพังจะให้มาเอามือคอยปรับน่าจะไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร) และอุปกรณ์พื้นต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับตัวรถคันนี้ก็ได้อกล่างสำหรับป้องกันเครื่องยนต์ ไฟส่องสว่างด้านล่าง และแคชบาร์สำหรับกันล้ม ในเรื่องของราคาวางจำหน่ายทางประเทศจีนได้เปิดราคาวางจำหน่ายของเจ้า 703F อยู่ที่ 45,000 หยวนหรือมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 213,000 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) ซึ่งความเป็นไปได้ของโมเดลนี้ที่จะนำวางจำหน่ายในประเทศไทยก็มีความเป็นไปได้สูง ซึ่งก็มีการคาดการณ์ราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยอยู่ราว ๆ 250,000 บาท ตีเป็นตัวเลขกลม ๆ หากเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ชนใครบ้าง ? แน่นอนว่าการมาถึงของเจ้า Zontes 703F คันนี้รถจักรยานยนต์ประเภทแอดเวนเจอร์ไบค์อาจจะว้าวุ่นอยู่ไม่น้อย หากเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยราคาคาดการณ์ราคาดังกล่าว แน่นอนว่าจะต้องเจอคู่ปรับที่จอดรออยู่แล้ว เริ่มกันที่ตัวแทนจากค่ายยักษ์เขียวอย่าง Kawasaki Versys 650 แอดเวนเจอร์ไบค์สองสูบเรียง ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 259,000 บาท หรือจะเป็นตัวแทนจากค่ายส้อมเสียง แบรนด์ยามาฮ่าที่พร้อมส่งเจ้า Yamaha Tenere 700 เข้ามาแย่งสัดส่วนตลาดของแอดเวนเจอร์ไบค์ ซึ่งมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 479,000 บาท แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยสำหรับสายลุยพิกัด 700 ซีซีของทางซอนเทส แต่การได้เห็นมาวิ่งบนถนนของประเทศไทยก็เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนไม่น้อยว่าอาจจะมีการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะมาเปิดตัวในประเทศไทยช่วงไตรมาส 4 ของปี 2025 นี้ และราคาวางจำหน่ายจะเปิดตัวเท่าไหร่นั้น ติดตาม SuperBike Thailand ไว้ได้เลย หากมีราคาไทยออกมาเมื่อไหร่จะมาแจ้งให้ทราบอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kamax Cub-X เดี๋ยวก่อน..นี่ไม่ใช่ C125

Kamax Cub-X เดี๋ยวก่อน..นี่ไม่ใช่ C125 Kamax Cub-X รถจักรยานยนต์ครอบครัว หนึ่งในโมเดลจากค่าย Kamax แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติจีน โดยการออกแบบดีไซน์ทางค่ายเคลมว่าได้รับแรงบันดาลใจจากเจ้า Honda CT125 แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่ดูแบบผิวเผินคันนี้ยังไงมันก็มีสไตล์ตัวรถคล้ายกับเจ้า Honda C125 แทบจะทุกประการ   เครื่องยนต์ขับขี่ง่าย เกียร์วน 4 สปีด โดยเครื่องยนต์ของเจ้าคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส T150 แบบสูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศขนาดเครื่องยนต์ 147.5 ซีซี พละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์นี้อยู่ที่ 9 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 10.5 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด ความจุถังน้ำมันขนาด 3.8 ลิตร พร้อมการปล่อยไอเสียที่ผ่านมาตรฐาน Euro5+ โดยทางค่ายเคลมว่าเครื่องยนต์นี้เหมาะกับการลุยทั้งทางวิบาก และการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ช่วงล่าง และระบบเบรก ระบบกันสะเทือนล่างด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก และด้านหลังเป็นโช้คอัพแบบสปริงคู่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มน้ำหนักเบา แต่ถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงทนทานมาก เพื่อให้ซับแรงกระแทกได้นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น วงล้อของรถคันนี้เป็นล้อแบบซี่ลวดโดยด้านหน้าเป็นล้อขนาด 2.75-17 และด้านหลังขนาด 3.00-17 รัดด้วยยางแบบสองประสงค์ ที่พร้อมให้ผู้ขับขี่วิ่งทั้งทางดำ และทางฝุ่น ซึ่งติดตั้งคู่กับระบบเบรกแบบดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้า และด้านหลัง เสริมความปลอดภัยด้วยระบบ ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลังเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับตัวรถ แม้จะเป็นรถบ้านแต่ก็มีเทคโนโลยีที่ติดมาอยู่บ้าง เริ่มจากระบบเบรกแบบ ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ระบบส่องสว่างที่มาพร้อมไฟแบบ LED รอบคัน เพิ่มความทันสมัย ความปลอดภัย และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยระบบสตาร์ทเทคโนโลยี Smart Keyless Start ที่ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องนำกุญแจมาเสียบบิดอีกต่อไป บริเวณหน้าจอเรือนไมล์แบบ LCD ที่บอกข้อมูลการขับขี่ครบครันไม่ว่าจะเป็นความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ตำแหน่งเกียร์ อุณหภูมิ และเวลา ภาพมุมอื่น ๆ ของตัวรถ   โดยการวางขายจะเปิดตัวที่ประเทศมาเลเซีย ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ซึ่งมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 9,000 ริงกิตมาเลเซีย หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 68,900 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หากแฟน ๆ ชาวไทยสนใจก็สามารถเป็นเจ้าของได้โดยการสั่งตรงผ่านทางเว็บไซต์ของ Kamax ได้เลย คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 QJMotor SRT700SX แอดเวนเจอร์ค่ายจีนพร้อมบุกตลาดยุโรป

2025 QJMotor SRT700SX แอดเวนเจอร์ค่ายจีนพร้อมบุกตลาดยุโรป 2025 QJMotor SRT700SX หนึ่งในโมเดลของค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนอย่าง QJMotor ที่เตรียมส่งแอดเวนเจอร์ไบค์คลาสกลางทำตลาดในประเทศทางฝั่งยุโรป โดยการเปิดตัวในรุ่นนี้จะเป็นการเติมเต็มช่องว่างระหว่าง SRT600 และ SRT900SX เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง แอดเวนเจอร์ไบค์คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบสองสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดความจุ 698 ซีซี ซึ่งผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro5+ เป็นที่เรียบร้อย พละกำลังสูงสุดที่ทำได้ 70 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 69 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที ระบบกันสะเทือนล่างด้านหน้าให้มาเป็นโช้คอัพจากแบรนด์ MARZOCCHI แบบหัวกลับที่มาพร้อมระยะยุบตัว 140 มม. ด้านหลังโช้คอัพเดี่ยวทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ มาพร้อมกับคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo แบบสี่ลูกสูบจับคู่กับจานเบรกขนาด 320 มม. ที่ติดตั้งอยู่บนล้อหน้าแบบซี่ลวดขนาด 110/80-19 ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวกับลูกสูบเดียวจับคู่กับจานเบรกขนาด 260 มม. อยู่คู่กับล้อหลังแบบซี่ลวดขนาด 150/70-17 และเพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบเบรกแบบ ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง อุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกับตัวรถ แน่นอนว่ารถจากค่ายจีนขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของการให้อุปกรณ์เสริมติดรถมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นแคชบาร์ดกันกระแทก, ชิลด์หน้าแบบปรับได้, การ์ดแฮนด์ รวมไปถึงที่จับแบบอุ่นมือ (Heated Grips) ก็รวมอยู่ในอุปกรณ์พื้นฐาน นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟ LED รอบคัน และหน้าจอแสดงผลแบบ TFT พร้อมกล่องเก็บสัมภาระอะลูมิเนียมด้านข้าง 2 ใบ และกล่องท้ายอะลูมิเนียมอีก 1 ใบ พร้อมชุดขายึด มาให้ครบจากโรงงาน เรียกได้ว่าออกรถไปพร้อมนำไปขับขี่ได้เลย ภาพอื่น ๆ ของตัวรถ   สีสันที่วางจำหน่าย สีดำ สีแดง สีฟ้า   อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าการเปิดตัวของรุ่นย่อย SRT700SX จะเป็นการเข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่างรุ่น SRT600 และ SRT900SX ทั้งในแง่ของราคา และในด้านของสมรรถนะ โดยรุ่นนี้จะวางจำหน่ายในบางประเทศของยุโรปเท่านั้น (ในตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยทั้งหมด) ซึ่งราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 6,200 ปอนด์สเตอร์ริงหรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 272,000 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งเหล่าไบค์เกอร์ขาลุยในไทยหากใฝ่ฝันอยากขับขี่อาจจะต้องรอเก็บความคิดนั้นไป เพราะยังไงก็ไม่เข้าไทยแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก