

BMW Motorrad เปิดตัวสปอร์ตไบค์ฟูลแฟริ่งรุ่นใหม่ในชื่อ BMW F 450 RR รุ่นปี 2027 อย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ความจุ 420 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 48 แรงม้า และแรงบิด 43 นิวตันเมตร น้ำหนักพร้อมใช้งานเพียง 177 กิโลกรัม พร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดมาอย่างครบครัน ตั้งแต่ ABS Pro ไปจนถึงระบบ Dynamic Traction Control และ Riding Modes Pro ในรุ่น M Sport
การมาถึงของสปอร์ตไบค์รุ่นนี้น่าสนใจไม่น้อย เพราะ BMW กำลังขยายจักรวาล RR ให้เข้าถึงกลุ่มผู้ขี่ที่ต้องการรถสปอร์ตขนาดกลาง โดยไม่จำเป็นต้องขยับไปเล่นรถพิกัด 600–1,000 ซีซี ตั้งแต่วันแรก
ยิ่งเมื่อเห็นงานออกแบบที่ถ่ายทอดมาจาก BMW S 1000 RR พร้อมไฟหน้าทรงดุดัน Winglets และแฟริ่งเต็มคัน ก็ต้องยอมรับว่า BMW ตั้งใจทำให้รถรุ่นนี้ดูเป็นสมาชิกตระกูล RR อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่เอารถเล็กมาใส่ชุดสีรถแข่งแล้วเรียกว่าสปอร์ตไบค์

BMW Motorrad UK ประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นของรถรุ่นนี้ที่ 6,730 ปอนด์ ในสหราชอาณาจักร โดยเป็นราคาแนะนำที่รวม VAT 20% แล้ว ส่วนประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลยืนยันราคาและกำหนดการจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
รถรุ่นนี้แบ่งรูปแบบการตกแต่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Cosmic Black, Sport และ M Sport ซึ่งแต่ละรุ่นมีความแตกต่างด้านระบบช่วงล่าง เทคโนโลยี และรายละเอียดการตกแต่ง
| รุ่นย่อย | สีตัวถัง | ราคาจำหน่าย |
|---|---|---|
| รุ่นมาตรฐาน | Cosmic Black | ราคาอังกฤษเริ่ม 6,730 ปอนด์ |
| Sport | Racing Red | ยังไม่ยืนยันราคาแยก |
| M Sport | Snaefell White/M Motorsport | ยังไม่ยืนยันราคาแยก |
หมายเหตุ: ราคา 6,730 ปอนด์เป็นราคาเริ่มต้นของรถในตลาดสหราชอาณาจักร ไม่ใช่ราคาจำหน่ายในประเทศไทย และไม่ควรนำไปแปลงค่าเงินเพื่อสรุปเป็นราคาไทยโดยตรง เพราะยังมีต้นทุน ภาษี และโครงสร้างราคาของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน
ในมุมของตลาด สปอร์ตไบค์รุ่นนี้จะเข้ามาอยู่ในกลุ่มเดียวกับ Aprilia RS 457 และ Kawasaki Ninja 500 ซึ่งต่างก็เป็นรถสปอร์ต 2 สูบที่เน้นการใช้งานได้ทั้งถนนทั่วไปและการขับขี่เชิงสปอร์ต
อย่างไรก็ตาม BMW เลือกสร้างความแตกต่างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และชุดอุปกรณ์ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงรถสปอร์ตพรีเมียมขนาดใหญ่
หัวใจของสปอร์ตไบค์รุ่นนี้คือเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 420 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ DOHC 8 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 48 แรงม้า ที่ 8,750 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 43 นิวตันเมตร ที่ 6,750 รอบ/นาที
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวเลขแรงม้าสูงสุด เพราะ BMW ระบุว่าเครื่องยนต์สามารถสร้างแรงบิดได้ถึง 80% ของแรงบิดสูงสุดตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ 3,000 รอบ/นาที
นั่นหมายความว่าจุดเด่นของเครื่องยนต์ไม่ได้อยู่เฉพาะช่วงรอบสูง แต่ยังให้ความสำคัญกับการตอบสนองในรอบต่ำและกลาง ซึ่งเป็นช่วงที่พบได้บ่อยในการใช้งานจริง
เครื่องยนต์ถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด พร้อมมุมเยื้องข้อเหวี่ยง 135 องศา เพื่อสร้างเอกลักษณ์การทำงานของเครื่องยนต์ 2 สูบและช่วยจัดการแรงสั่นสะเทือน
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| เครื่องยนต์ | 2 สูบเรียง 4 จังหวะ |
| ความจุ | 420 ซีซี |
| ระบบวาล์ว | DOHC 8 วาล์ว |
| กระบอกสูบ x ช่วงชัก | 72 x 51.6 มม. |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 13.0:1 |
| กำลังสูงสุด | 48 hp ที่ 8,750 รอบ/นาที |
| แรงบิดสูงสุด | 43 Nm ที่ 6,750 รอบ/นาที |
| ระบบจ่ายเชื้อเพลิง | หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ |
| คันเร่ง | Ride-by-Wire |
| ระบบส่งกำลัง | เกียร์ 6 สปีด |
| คลัตช์ | Wet Multiplate พร้อม Slipper Clutch |
| มาตรฐานไอเสีย | Euro 5+ |
| อัตราสิ้นเปลือง WMTC | 3.8 ลิตร/100 กม. |
| ความจุถังน้ำมัน | 14 ลิตร |
อีกหนึ่งรายละเอียดคือท่อไอเสียแบบ Underbelly Muffler ที่ติดตั้งไว้ใต้เครื่องยนต์ โดย BMW ระบุว่าการออกแบบลักษณะนี้ช่วยลดน้ำหนักได้ราว 2 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรูปแบบท่อไอเสียท้ายรถแบบทั่วไปที่ใช้เป็นฐานเปรียบเทียบ
นอกจากนี้ยังช่วยให้ท้ายรถสั้นและดูคล่องตัวมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการออกแบบของรถตระกูล RR
BMW ออกแบบให้รถรุ่นนี้มีน้ำหนักพร้อมใช้งาน 177 กิโลกรัม และความสูงเบาะมาตรฐาน 790 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าสนใจสำหรับรถสปอร์ตฟูลแฟริ่งระดับพรีเมียม
| มิติตัวรถ | รายละเอียด |
|---|---|
| ความยาว | ประมาณ 2,002 มม. |
| ความกว้าง | ประมาณ 770 มม. |
| ความสูง | ประมาณ 1,135 มม. |
| ระยะฐานล้อ | ประมาณ 1,404 มม. |
| ความสูงเบาะมาตรฐาน | 790 มม. |
| ความสูงเบาะต่ำ (อุปกรณ์เสริม) | 775 มม. |
| ความสูงเบาะ Sport (อุปกรณ์เสริม) | 810 มม. |
| น้ำหนักพร้อมใช้งาน | 177 กก. |
| ความจุถังน้ำมัน | 14 ลิตร |
ตัวเลขมิติโดยประมาณอ้างอิงจากข้อมูลทางเทคนิคของ BMW Motorrad สำหรับตลาดสหรัฐฯ ที่แปลงหน่วยเป็นมิลลิเมตร และอาจแตกต่างตามการวัดหรืออุปกรณ์เฉพาะตลาด
ความสูงเบาะมาตรฐาน 790 มิลลิเมตรทำให้รถรุ่นนี้มีตำแหน่งเบาะค่อนข้างเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับรถสปอร์ตหลายรุ่น แต่การวางเท้าจริงยังขึ้นอยู่กับสรีระผู้ขี่ ความกว้างเบาะ และรองเท้าที่สวมใส่
BMW ยังมีอุปกรณ์เสริมสำหรับปรับความสูงเบาะให้เหมาะกับผู้ขี่ที่มีความต้องการแตกต่างกัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีสำหรับรถสปอร์ตที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสนามแข่งขันเพียงอย่างเดียว

งานออกแบบภายนอกของรถรุ่นนี้ชัดเจนว่าได้รับอิทธิพลจาก BMW S 1000 RR โดยเน้นด้านหน้าทรงสปอร์ต แฟริ่งเต็มคัน ไฟ LED และองค์ประกอบด้านอากาศพลศาสตร์
บริเวณด้านหน้าติดตั้งไฟหน้า Full LED พร้อมเอกลักษณ์ไฟ Daytime Running Light และชิ้นส่วน Winglets ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์ของรถแข่งให้ชัดเจนขึ้น
ส่วนตัวถังได้รับการออกแบบให้มีเส้นสายเพรียวบาง ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ และท้ายรถสั้น เพื่อสร้างความรู้สึกกระชับเมื่อมองจากด้านข้าง
จุดที่น่าสนใจคือ BMW ไม่ได้พยายามทำให้รถรุ่นนี้มีเพียงหน้าตาเหมือนสปอร์ตไบค์ตัวใหญ่ แต่ยังให้ความสำคัญกับรายละเอียดอย่างล้ออะลูมิเนียมน้ำหนักเบา แฮนด์แบบสปอร์ต และชิ้นส่วนอะลูมิเนียมขึ้นรูปในตำแหน่งต่าง ๆ
พูดง่าย ๆ คือ แม้จะเป็นน้องเล็กของบ้าน RR แต่หน้าตาก็ไม่ยอมเป็นน้องใครง่าย ๆ
BMW ใช้เฟรมเหล็กแบบ Steel Tube Frame ที่ให้เครื่องยนต์เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรับแรง ขณะที่สวิงอาร์มหลังเป็นอะลูมิเนียม เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง
ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นโช้คหัวกลับ Upside Down ขนาด 43 มิลลิเมตร มีระยะยุบ 140 มิลลิเมตร ส่วนระบบกันสะเทือนหลังมีระยะยุบ 140 มิลลิเมตรเช่นกัน
สำหรับรุ่น Sport และ M Sport จะได้รับระบบช่วงล่างสปอร์ตที่สามารถปรับ Compression และ Rebound ของโช้คหน้าได้ เพื่อรองรับการตั้งค่าตามลักษณะการใช้งาน
| ระบบช่วงล่างและเบรก | รายละเอียด |
|---|---|
| เฟรม | Steel Tube Frame |
| โช้คหน้า | Upside Down 43 มม. |
| ระยะยุบโช้คหน้า | 140 มม. |
| สวิงอาร์ม | อะลูมิเนียม |
| ระยะยุบด้านหลัง | 140 มม. |
| เบรกหน้า | ดิสก์เดี่ยว 310 มม. |
| คาลิเปอร์เบรกหน้า | Brembo 4 พอต |
| เบรกหลัง | ดิสก์เดี่ยว 240 มม. |
| ล้อหน้า | 17 นิ้ว |
| ล้อหลัง | 17 นิ้ว |
| ยางหน้า | 110/70 ZR17 |
| ยางหลัง | 150/60 ZR17 |
แม้ว่ารถจะมีภาพลักษณ์สปอร์ตเต็มตัว แต่ BMW เลือกใช้ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวแทนดิสก์คู่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยควบคุมน้ำหนักและความซับซ้อนของระบบ
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพเบรกจริงไม่ได้ตัดสินจากจำนวนจานเบรกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับทั้งคาลิเปอร์ ผ้าเบรก ยาง และการปรับจูนระบบ ABS ด้วย
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของรถรุ่นนี้ โดย BMW ติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขี่หลายรายการมาให้ตั้งแต่รุ่นมาตรฐาน
อุปกรณ์เด่นประกอบด้วย
สำหรับรุ่น M Sport จะเพิ่มระบบ Riding Modes Pro พร้อมโหมด Race Pro ซึ่งสามารถปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ การทำงานของ Traction Control และ ABS ให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน
หน้าจอ TFT ยังสามารถแสดงข้อมูลการขับขี่เชิงสปอร์ตเพิ่มเติม เช่น มุมเอียง การทำงานของระบบควบคุมการยึดเกาะ และข้อมูลรอบสนาม
แต่ถึงจะมีระบบช่วยเหลือผู้ขี่ครบแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถฝืนข้อจำกัดของแรงยึดเกาะหรือสภาพถนนได้ ระบบเหล่านี้เป็นตัวช่วย ไม่ใช่สิ่งทดแทนทักษะการขับขี่และความระมัดระวัง
BMW นำเสนอเทคโนโลยีช่วยจัดการคลัตช์และการเปลี่ยนเกียร์ 2 รูปแบบ ได้แก่ Shift Assistant Pro และ Easy Ride Clutch ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกัน
Shift Assistant Pro เป็นระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์โดยไม่จำเป็นต้องใช้ก้านคลัตช์ระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ตามเงื่อนไขการทำงานของระบบ ติดตั้งมาให้ในรุ่น Sport และ M Sport
ส่วน Easy Ride Clutch หรือ ERC ใช้หลักการคลัตช์แรงเหวี่ยงเพื่อช่วยให้รถออกตัวและหยุดรถได้โดยไม่ต้องใช้งานก้านคลัตช์ตามปกติ
BMW ระบุว่าระบบ Easy Ride Clutch ยังเปิดโอกาสให้ผู้ขี่เลือกควบคุมคลัตช์ด้วยตัวเองได้ และไม่ได้ตัดคุณสมบัติ Engine Braking ออกไปทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ระบบ ERC ไม่ใช่อุปกรณ์มาตรฐานของรถทุกรุ่นย่อย โดยบนหน้า BMW Motorrad UK ระบุว่าเป็นอุปกรณ์ทางเลือกใน Innovation Package สำหรับรุ่นที่กำหนด

BMW แบ่งชุดสีและรูปแบบอุปกรณ์ออกเป็น 3 ระดับ โดยรุ่น Cosmic Black เน้นความเรียบหรู รุ่น Sport เน้นบุคลิกสปอร์ต และ M Sport เพิ่มรายละเอียดแบบ Motorsport
| อุปกรณ์ | Cosmic Black | Sport | M Sport |
|---|---|---|---|
| TFT 6.5 นิ้ว | มี | มี | มี |
| ABS Pro / DTC | มี | มี | มี |
| Riding Modes พื้นฐาน | มี | มี | มี |
| Heated Grips | มี | มี | มี |
| Shift Assistant Pro | ไม่ได้ระบุเป็นมาตรฐาน | มี | มี |
| Sport Suspension | ไม่ได้ระบุเป็นมาตรฐาน | มี | มี |
| Riding Modes Pro | ไม่มี | ไม่มี | มี |
| สีเฟรมขาว | ไม่มี | ไม่มี | มี |
| ลายตกแต่ง M Motorsport | ไม่มี | ไม่มี | มี |
สำหรับผู้ที่ต้องการรถใช้งานทั่วไป รุ่น Cosmic Black มีระบบช่วยเหลือผู้ขี่หลักครบถ้วน ส่วน Sport จะเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการปรับช่วงล่าง และ M Sport จะตอบโจทย์ผู้ที่ให้ความสำคัญกับการปรับตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์และรูปลักษณ์แบบ Motorsport เป็นพิเศษ
เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลสเปกทางการของรถทั้งสามรุ่น จะพบว่าต่างมีเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ขนาดใกล้เคียงกัน แต่ใช้แนวทางสร้างจุดขายที่แตกต่างกัน
| รายการ | BMW F 450 RR | Aprilia RS 457 | Kawasaki Ninja 500 |
|---|---|---|---|
| เครื่องยนต์ | 2 สูบเรียง | 2 สูบเรียง | 2 สูบเรียง |
| ความจุ | 420 ซีซี | 457 ซีซี | 451 ซีซี |
| กำลังสูงสุด | 48 hp | 47.6 CV | 45 PS |
| แรงบิด | 43 Nm | 43.5 Nm | 42.6 Nm |
| น้ำหนักพร้อมใช้งาน | 177 กก. | 175 กก. | 171 กก. |
| ถังน้ำมัน | 14 ลิตร | 13 ลิตร | 14 ลิตร |
| ความสูงเบาะ | 790 มม. | 800 มม. | 785 มม. |
| โช้คหน้า | USD 43 มม. | USD 41 มม. | Telescopic 41 มม. |
หมายเหตุ: ตัวเลขกำลังเครื่องยนต์อ้างอิงตามหน่วยที่แต่ละผู้ผลิตประกาศในตลาดยุโรป และข้อมูลอุปกรณ์อาจแตกต่างตามประเทศและรุ่นย่อย
Aprilia RS 457 มีจุดเด่นที่โครงสร้างเฟรมอะลูมิเนียมและบุคลิกสปอร์ต ขณะที่ Kawasaki Ninja 500 เน้นการใช้งานที่เข้าถึงง่ายและน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างเบา
ส่วน BMW เลือกชูจุดเด่นด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ความพรีเมียม และรายละเอียดการออกแบบที่เชื่อมโยงกับรถตระกูล RR
การแข่งขันครั้งนี้จึงไม่ได้วัดกันแค่ว่าใครแรงกว่า 1–2 แรงม้า แต่ยังรวมถึงความรู้สึกของผู้ขี่ การควบคุม และมูลค่าของอุปกรณ์ที่ได้รับด้วย
BMW วางตำแหน่งรถรุ่นนี้เป็นประตูสู่โลก Supersport ของแบรนด์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสปอร์ตไบค์พิกัด 400–500 ซีซี พร้อมภาพลักษณ์และระบบเทคโนโลยีในระดับพรีเมียม
จุดเด่นที่น่าสนใจคือเครื่องยนต์ 420 ซีซี 48 แรงม้า น้ำหนักพร้อมใช้งาน 177 กิโลกรัม เบาะสูง 790 มิลลิเมตร และระบบช่วยเหลือผู้ขี่ที่ครอบคลุมการใช้งานได้หลายรูปแบบ
อีกทั้งยังมีตัวเลือกอุปกรณ์เสริมสำหรับปรับรถให้เหมาะกับการใช้งานประจำวัน เช่น ชิลด์หน้าที่สูงขึ้น กระเป๋าติดถัง และชุดกระเป๋าด้านข้าง
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรพิจารณาท่านั่งสปอร์ต ความเหมาะสมกับสรีระ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และราคาจำหน่ายในประเทศควบคู่กันไป โดยเฉพาะในตลาดไทยที่ยังไม่มีการเปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการ
สำหรับผู้ติดตาม ข่าวมอไซค์ การเปิดตัวรุ่นนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญ เพราะสะท้อนให้เห็นว่าตลาดสปอร์ตไบค์ขนาดกลางกำลังมีตัวเลือกที่เน้นระบบช่วยเหลือผู้ขี่และเทคโนโลยีมากขึ้น
ผู้สนใจ ข่าวมอเตอร์ไซค์ วันนี้และความเคลื่อนไหวของสปอร์ตไบค์รุ่นใหม่ คงต้องติดตามต่อว่า BMW Motorrad Thailand จะมีแผนทำตลาดรุ่นนี้หรือไม่
หากพิจารณาจากสเปกทางการจัดว่าเป็นสปอร์ตไบค์รุ่นใหม่ที่มีจุดเด่นชัดเจนด้านเทคโนโลยี งานออกแบบ และความสมดุลของกำลังเครื่องยนต์กับน้ำหนักรถ
จุดขายหลักอาจไม่ใช่การครองตำแหน่งรถที่แรงที่สุดในคลาส แต่เป็นการนำประสบการณ์ในแบบ RR ลงมาอยู่ในรถขนาด 420 ซีซี ที่ผู้ขี่สามารถนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้
ถ้าราคาเปิดตัวในไทยอยู่ในระดับที่แข่งขันกับคู่แข่งได้ ก็มีโอกาสไม่น้อยที่ BMW F 450 RR จะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญของตลาดสปอร์ตไบค์ขนาดกลาง
แต่ถ้าราคาขยับสูงขึ้นจนเข้าใกล้รถพิกัดใหญ่กว่า คำถามเรื่องความคุ้มค่าก็คงกลายเป็นประเด็นที่ผู้ซื้อจะหยิบมาพิจารณากันอย่างจริงจัง
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกำหนดการจำหน่าย BMW F 450 RR ในประเทศไทย จึงต้องรอประกาศจาก BMW Motorrad Thailand
BMW F 450 RR รุ่น Sport และ M Sport ติดตั้ง Shift Assistant Pro เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้ก้านคลัตช์ตามเงื่อนไขของระบบ
BMW F 450 RR มีน้ำหนักพร้อมใช้งานประมาณ 177 กิโลกรัม และมีความสูงเบาะมาตรฐาน 790 มิลลิเมตร
แท็กที่เกี่ยวข้อง
DucatiDucati Panigale V4 2027 เปิดตัวใหม่ 218 แรงม้า เฟรมใหม่ เร็วขึ้น 0.4 วินาที
YamahaYamaha R15M Monster Black เปิดตัวราคา 138,700 บาท จำกัด 100 คัน
Honda NewsSUPER CITY HATCHBACK รถแข่ง 250 แรงม้า+++ ตั้งเป้าทำเวลา 1:52 นาที สนามช้างฯ
ข่าวมอเตอร์ไซค์BMW F 450 RR เตรียมเผยโฉม 15 ต.ค. 2026 เวลา 22.00 น. ไทย
Yamaha NewsYamaha XSR900 GP 2027 เปิดตัวสี Legend Blue สานต่อตำนาน Christian Sarron
ข่าวรถ BentleyBentley Torcal เปิดราคาไทย 13.89 ล้านบาท SUV ไฟฟ้า 888 แรงม้า ชาร์จไว 16 นาที วิ่งไกล 600 กม.
New BikeKawasaki KLX300 XPL 2027 เปิดตัว สายลุย 292 ซีซี พร้อม ABS ปิดได้
F1F1 V8 กลับปี 2030 ประธาน FIA ชี้เป้าคืนเสียงคำราม