
ซุง สตาวิน เดินหน้าแก้ เซฟวันโกบางนารถติด เพิ่มจุดจอดสำรอง Ample Tower 17.00-23.00 น. ประทับตราจอดฟรี หวังลดผลกระทบจราจรบางนา-ตราด
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ซุง สตาวิน เดินหน้าแก้ เซฟวันโกบางนารถติด เพิ่มจุดจอดสำรอง Ample Tower 17.00-23.00 น. ประทับตราจอดฟรี หวังลดผลกระทบจราจรบางนา-ตราด

Energica แบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าชื่อดังจากอิตาลีประกาศกลับมาจากการล้มละลาย พร้อมสร้างแบรนด์และส่งรถสู่ตลาดเร็ว ๆ นี้

Ducati V21L QSE-5 ซูเปอร์ไบค์ร่างไฟฟ้าเวอร์ชันใหม่ พร้อมแบตเตอรี่ต้นแบบเดโม พัฒนาโดย QS & PowerCo เคลมการชาร์จไวเพียง 12 นาที!!

Suzuki Saluto 125 กับ 7 ข้อดีที่ยังสงสัยว่าทำไม Suzuki Thailand ไม่เอามาขาย Suzuki Saluto 125 สกู๊ตเตอร์หน้าตาดีเปิดตัวที่ไต้หวันตั้งแต่ปี 2020 มาปีนี้ก็มีสีสันเพิ่มเติมอีก 2 สี แต่อย่างไรก็ดีที่บ้านเราประเทศไทย ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะนำมาจำหน่าย ทั้งๆ ที่ก็มีแฟนๆ เรียกร้องกันอยู่จำนวนมาก มาวันนี้ก็เลยขอพามาดูข้อดีต่างๆ ของเจ้าซาลูโต้คันนี้ว่ามันมีข้อดีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ดีไซน์สวย แปลกตา ตัวรถนั้นได้ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียนมาออกแบบให้ โดยมีดีไซน์แบบสมมาตรกันทั้งซ้ายและขวา มีดีไซน์ในแบบของมิกซ์แอนด์แมตช์ออกมาได้อย่างลงตัว เครื่องยนต์ใหม่ เครื่องยนต์ใหม่ Suzuki Eco Performance หรือ SEP ที่พัฒนาและออกแบบในประเทศญี่ปุ่น ออกแบบให้มีการสึกหรอน้อย แต่ให้สมรรถนะสูงและยังคงประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำมันและขับขี่ในเมือง เบาะนั่งต่ำดีไซน์หรู เบาะนั่งของซารูโต้มีดีไซน์แบบคลาสสิคด้วยการเดินด้ายคู่ และสีเบาะจะเปลี่ยนไปตามสีหลักของตัวรถเพื่อให้เข้ากันได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีความสูงเพียง 760 ม.ม. ช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายทั้งชายและหญิง และยังไม่ทิ้งความนุ่มสบายอีกด้วย ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดกำลังดี ช่องเก็บของใต้เบาะของซาลูโต้แม้จะไม่ได้ใหญ่ระดับแนวหน้า แต่ก็เพียงพอที่จะใส่หมวกกันน็อกและข้าวของกระจุกกระจิกได้อีกประมาณนึง แต่ที่เด็ดคือตัวเบาะจะมีเด้องเปิดขึ้นอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือยก ช่วยให้สะดวกได้อีกระดับ ระบบไฟ LED รอบคัน ไฟส่องสว่างด้านหน้าเป็น LED ที่ออกแบบตัวโคมมาให้สามารถส่องสว่างได้เป็นอย่างดี พร้อมกับยังให้กลิ่นอายแบบคลาสสิคเรโทร ขณะเดียวกันไฟเดย์ไทมรันนิงไลท์แบบบิลต์อินในตัวรถพร้อมกับไฟเลี้ยวด้านในดูสวยงามลงตัว ขณะที่ไฟท้ายเองก็เป็น LED แบบแท่งสวยงาม แต่มีไฟเลี้ยวแยกออกไปที่ด้านข้างตัวรถ เรือนไมล์แบบผสมดีไซน์คลาสสิค เรือนไมล์เป็นแบบผสมอนาล็อกและดิจิทัล LCD ที่สามารถแสดงผลได้ชัดเจนแม้ยามแสงจ้า ด้วยเซ็นเซอร์แสงที่ช่วยให้หน้าจอปรับความคมชัดได้ตามสภาพแสงภายนอก พร้อมกับปุ่มปรับเปลี่ยนการแสดงผลที่แฮนด์บาร์ที่ช่วยให้เรือนไมล์กันน้ำเข้าได้ดีมากยิ่งขึ้น ระบบคีย์เลส ตัวรถใช้ระบบสตาร์ทแบบไม่ต้องใช้กุญแจหรือคีย์เลสสตาร์ท เพียงอยู่ในระยะ 1.5 เมตร ก็สามารถที่จะปลดล็อกรถ รวมถึงใช้งานสวิตช์ควบคุมเปิดเบาะหรือเปิดฝาถังน้ำมันได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ที่แผงควบคุมยังมีช่อง USB สำหรับจ่ายไฟให้กับสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ก็เรียกว่าเป็นสกู๊ตเตอร์ที่มีความสวยงามและมีลูกเล่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ เพียงแต่ว่าโมเดลนี้จำหน่ายในประเทศไต้หวัน แต่สาวกชาวไทยก็ดูเหมือนจะสนใจกับโมเดลนี้ค่อนข้างมากและได้แต่ภาวนากันว่าตัวแทนจำหน่ายในบ้านเราจะสนใจนำมาผลิตและขายในไทยกับเขาบ้าง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ThaiGP 2021 ยกเลิกแล้วหลังโควิดระบาดหนักจน Dorna ออกประกาศ สดๆ ร้อนๆ และน่าจะเป็นเรื่องที่ต้องบอกเลยว่าเซ็งมากๆ กับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตชาวไทย หลังล่าสุดทาง FIM, IRTA และ Dorna Sport ต้องออกมาประกาศยกเลิกการแข่งขัน OR Thailand Grand Prix ซึ่งเดิมทีจะต้องจัดการแข่งขันสนามที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ในวันที่ 15 – 17 ตุลาคมนี้ แม้ว่าจะมีความพยายามจากหลายๆ ฝ่ายๆ อย่างเต็มที่ แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้ต้องยกเลิกการแข่งขันไป ทั้งนี้การแข่งขัน MotoGP จะกลับมาจัดที่ไทยอีกครั้งในปี 2022 และตอนนี้กำลังจะมีการพิจารณาที่จะจัดรายการทดแทนอยู่ โดยจะมีการอัปเดตให้ทราบในโอกาสถัดไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM RC 8C ตัวแรงสเปกรถแข่ง สำหรับซิ่งในสนามเท่านั้น เรียกได้ว่าคลอดออกมาจากพิทเลนแล้วคลานเข้าไปพร้อมวิ่งบนกริดทันทีสำหรับเจ้า KTM RC 8C คันนี้ มันคือรถซิ่งสำหรับใช้งานในสนามเท่านั้น และผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น เพื่อตอบสนองนักบิดเลือดสีส้มที่ชอบที่จะพิชิตเอเป็กซ์สมกับสโลกแกน READY TO RACE! จริงๆ เจ้า RC 8C มันคือรถแข่งน้ำหนักเบาที่สร้างขึ้นมาอย่างมีจุดประสงค์ มันใช้ขุมพลัง LC8c เช่นเดียวกับเจ้า 890 Duke R ซึ่งออกแบบมาให้พร้อมใช้งานในสนามพร้อมกับของแต่งระดับไฮเอนด์ เพื่อที่จะทำให้เจ้าโมเดลนี้มีความใกล้เคียงกับรถแข่งจากทีมโรงงานมากที่สุด โดยไม่ต้องการทีมงานพิเศษเพื่อมาคอยดูแลมัน หรือพูดง่ายๆ ว่ามันเป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในสนามเท่านั้น และแต่ละคันจะประกอบขึ้นด้วยมือ พร้อมขุมพลังที่ให้แรงบิดสูงพร้อมง่ายต่อการดูแลรักษา ตัวรถจะมีแฟริ่ง GRP ที่เป็นคาร์บอนเคฟลาร์ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก RC16 ห่อหุ้มส่วนขุมพลัง LC8c ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบสองสูบเรียง ขนาด 889 ซีซี ที่ให้แรงม้าสูงสุด 128 แรงม้า ติดตั้งลงบนเฟรมแบบท่อกลม 25CrMo4 ที่ทำมาจากโลหะผสมพิเศษ โครโมลีและใช้ช่วงล่างระดับโปรจาก WP ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็น WP APEX PRO 7543 โช้คหัวกลับแบบโคลสคาร์ทริดจ์ขนาด 43 ม.ม. ที่ใช้วัสดุคุณภาพสูงและมีน้ำหนักเบาผลิต การันตีว่าเหมาะกับการแข่งขัน ด้วยประสบการณ์ที่ได้จากทางทีมแข่งของทีมโรงงาน ด้านหลังจะเป็น WP APEX PRO 7746 โช้คเดี่ยวพร้อมตัวปรับพรีโหลดที่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับผู้ขับขี่ได้ง่าย และแน่นอนว่ายังปรับไฮและโลสปีดคอมเพรสชันรวมถึงรีบาวด์ได้อีกด้วย ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่แบบโฟลตติ้งขนาด 290 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema พร้อมเลือกสกรูไทเทเนียมมายึดจานไว้ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 พ็อต ด้านบนยังมีปั๊มบน Brembo 19RCS CORSA CORTA หรือที่บ้านเราชอบเรียก ปั๊มบนอิตาลีใหม่ เพื่อให้เบรกได้ดั่งใจนึก และด้วยการที่มันเป็นรถสนามมันจึงเลือกใช้ยางสำหรับแข่งอย่างยางสลิก Pirelli Diablo Slick SC1 รัดที่ล้อ Dymag น้ำหนักเบา พร้อมกับชุดแฟริ่งที่เลือกใช้ระบบควิกรีลีสหรือถอดไว รวมไปถึงฟังก์ชั่นสำหรับสนามอย่างแท้จริงอย่างหน้าจอเรือนไมล์ ขนาด 5.5 นิ้ว พร้อมตัวเก็บข้อมูลหรือดาต้าล็อกเกอร์ AIM MXS 1.2 RACE ซึ่งสามารถนำข้อมูลต่างๆ ไปวิเคราะห์และพัฒนาได้ผ่านแอพ AIM Race Studio สรุปสั้นๆ กันอีกที: 100 คันเท่านั้น ประกอบมือและใช้งานในสนามเท่านั้น แรง 128 ม้า น้ำหนักรถเปล่า 140 กก. ทำให้ได้อัตราส่วนแรงม้าใกล้เคียง 1:1 มาก ปลายท่อสูตรไทเทเนียม Akrapovic แอร์บ็อกซ์และกรองอากาศแบบเรซซิ่ง เฟรมสั่งถามพิเศษจากวัสดุโครโมลี 25CrMo4 โช้ค WP APEX PRO ระบบเบรกสเปกซิ่งจาก Brembo ล้อน้ำหนักเบาพิเศษจาก Dymag โดยจะเปิดให้พรีออเดอร์ในวันที่ 22 กรกฎาคม เวลา 21.00 น.ในบ้านเรา โดยลูกค้าผู้ซื้อรถจะมีโอกาสเข้าร่วมงานพิเศษได้ขี่รถกับเทสต์ไรเดอร์ของทาง Red Bull KTM Factory Racing ซึ่งได้แก่ Dani Pedrosa และ Mika Kallio พร้อมรับเทคนิคแบบเต็มๆ ที่สนาม Circuito de Jerez สำหรับลูกค้า 25 คนเท่านั้น และคนที่เลือกที่จะไปสัมผัสประสบการณ์ในสนามแข่งกับทางค่าย จะได้รับชุดแพ็กเกจพิเศษของ KTM RC 8C เป็นเรซแทร็กแพ็กเกจ ซึ่งจะเพิ่มล้ออีก 1 ชุด จานเบรกหน้าหลังอีก 1 ชุด แพ็ดด็อกสแตนด์ 1 ชุด ผ้าวอร์มยาง และพรม KTM Race carpet อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิด ตัวใหม่ Vespa Sprint S 150 i-Get ABS TFT สกู๊ตเตอร์สายสปอร์ตเหนือชั้น รุ่นล่าสุดจากซีรีส์ SPRINT S ด้วยคอนเซ็ปต์ “When style meets technology, a new attraction is born” ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ กับครั้งแรกของหน้าจอ TFT (Full-Colour TFT Display) ในรุ่น SPRINT พร้อมขับเน้นดีเอ็นเอแห่งดีไซน์โมเดิร์นสปอร์ตที่สะท้อนความคลาสสิกและเรียบหรูเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้นด้วย 2 เฉดสี นำโดยสีใหม่ “สีบรอนซ์ Bronzo Antico” ที่โดดเด่นด้วยรายละเอียดตกแต่งสีดำ และ “สีดำด้าน Nero Opaco” ที่ดึงดูดด้วยรายละเอียดตกแต่งสีบรอนซ์ สกู๊ตเตอร์รุ่นนี้นับเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่มากกว่ายานพาหนะ พร้อม ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างมีดีเทลให้กับหนุ่มๆ ผู้หลงใหลในดิจิทัลไลฟ์สไตล์อย่างโดดเด่นและลงตัว Vespa Sprint S 150 i-Get ABS (TFT) สีบรอนซ์ Bronzo Antico ยกระดับความสปอร์ตอย่างมีชั้นเชิง ด้วยตัวถังรถสีบรอนซ์ สะท้อนความรู้สึกหรูหราและสง่างาม ขับเน้นอารมณ์สปอร์ตด้วยการใช้สีดำตกแต่งบริเวณส่วนต่างๆ ของสกู๊ตเตอร์ อาทิ กรอบไฟหน้าและไฟท้าย คิ้วบริเวณตัวถังด้านหน้า บังแตร ที่พักเท้า และล้อแม็ก พร้อมเบาะปั๊มลอนลวดลาย Diamond Shape เพิ่มดีไซน์ความโมเดิร์นที่ยากจะปฏิเสธ สีบรอนซ์ Bronzo Antico จัดจำหน่ายในราคา 148,900 บาท * ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. และประกันรถหาย 1 ปี พร้อมรับ Welcome kit Vespa Sprint S 150 i-Get ABS (TFT) สีดำด้าน Nero Opaco ตัวถังรถสีดำด้าน พร้อมมอบอารมณ์สปอร์ต เท่ น่าค้นหา บนความเรียบหรูสง่างามเช่นกัน สีดำด้าน Nero Opaco นี้ถูกทำให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยการเลือกใช้สีบรอนซ์มาตกแต่งที่บริเวณต่างๆของรถ อาทิ กรอบไฟหน้าและไฟท้าย บังแตร คิ้วบริเวณตัวถังด้านหน้า และล้อแม็ก เสริมด้วยเบาะปั๊มลอนลวดลายDiamond Shape ผสานความทันสมัยอย่างลงตัว สีดำ Nero Opaco จัดจำหน่ายในราคา 149,900 บาท * ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. และประกันรถหาย 1 ปี พร้อมรับ Welcome kit ฟีเจอร์เด่น Vespa ตัวใหม่ ที่ถูกอัปเกรดไว้ในสกู๊ตเตอร์สปอร์ตพรีเมี่ยมรุ่นนี้ ครั้งแรกของสกู๊ตเตอร์ซีรีส์ SPRINT ที่เวสป้าได้อัปเกรดเทคโนโลยี จอแสดงผล TFT (Full-Colour TFT Display) ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมเรือนไมล์แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบมาอยู่บน สกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ ระบบอัจฉริยะ VESPA MIA ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่ ผ่านทาง Application Vespa เพื่อมอบประสบการณ์และความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง พิถีพิถันในทุกรายละเอียดของตัวรถ ผ่านการดีไซน์แบบ Transformation ระหว่าง 2 เฉดสีกับสีบรอนซ์ BRONZO ANTICO และ สีดำด้าน NERO OPACO ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวรถ และโดดเด่นยิ่งกว่าที่เคย ตอบโจทย์การขับขี่ด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์ i-Get ขนาด 154.8 ซีซี. พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติแบบ CVT ขับขี่มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบเบรก ABS ความพิเศษอีกขั้นของ ยังมาพร้อมกับของแถมสุดพรีเมี่ยมสำหรับ 500 ท่านแรกเท่านั้น สำหรับ 300 ท่านแรก ท่านจะได้รับชิลด์สั้นสี Smoke

ชม Chief Tattoo Edition คันแรก จากโปรเจ็กต์ Indian Motorcycle X No Regrets Mayonaize ศิลปินช่างสักชื่อดังระดับนานาชาติได้มีโอกาสวาดลวดลายไอเดียลายสักของเขาลงบน Indian Chief รุ่นใหม่ล่าสุด และนี่คือผลงานลำดับแรกจากโปรเจ็กต์ Indian Motorcycle X No Regrets โดยในขั้นนี้จะเป็นแบบภาพกราฟิกจำลองจากคอมพิวเตอร์ก่อนและภายหลังเราจะได้ ชม Chief Tattoo Edition ในรูปแบบคันจริงในปีหน้าที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งยังมีอีก 2 คันที่ยังไม่ได้เผยโฉมให้เห็น แต่จะมีช่างสักอีก 2 คนก็คือ Shige ชาวญี่ปุ่น และ Carlos Torres ชาวอเมริกันซึ่งจะทยอยเผยโฉมให้เห็นทีหลังภายใน 3 เดือนให้หลังจากนี้ แต่ตอนนี้เรามาพูดถึง Mayonaize หรือ Mayo ช่างสักที่เกิดที่นิวซีแลนด์แต่ตอนนี้มาอยู่ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียกันก่อนดีกว่า เขาเป็นที่รู้จักจากฝีมือการออกแบบดีไซน์คาลิกราฟิกที่โดดเด่นพร้อมกับสไตล์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ผลงานของเขาเป็นที่นิยมมากไม่ใช่เฉพาะแค่ในฐานะช่างสักเท่านั้น แต่เขายังมีชื่อในฐานะศิลปินในหลายแวดวงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสตรีทอาร์ต บนผืนผ้าใบ และกระทั่งจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ โดย Mayo ได้ลงมือเพนต์ออกแบบลวดลายให้กับเจ้า Chief ลงบนเทมเพลตขนาดใหญ่ก่อนที่จะถ่ายภาพและนำมาเรนเดอร์ลงบนถังน้ำมันและบังโคลนท้ายตามแบบที่เขาดีไซน์ไว้ และได้ออกมาเป็นผลงานที่น่าทึ่งมากเลยทีเดียวเลย ทั้งนี้ผลงานของเขาจะกลายเป็นจริงๆ ภายในปลายปีนี้และจะไปจัดแสดงโชว์ในงาน VIP ที่ลอนดอนในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2022 พร้อมๆ กับรถอีก 2 คันจากผลงานของช่างสักอีก 2 คนที่เหลือ นอกจากนี้ทางอินเดียนเองยังเปิดโอกาสให้ช่างสักระดับแนวหน้าของโลกอีกกว่า 40 ชีวิตได้แข่งขันกันออกแบบรถอีกด้วย โดยจะเปิดให้โหวตกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงภายในปีนี้ครับ สุดท้ายนี้แฟนๆ ไบเกอร์ที่ชื่นชอบการสักน่าจะชอบโมเดลนี้แน่ๆ ครับ และหากใครได้ไอเดียอะไรก็ลองๆ คัสตอมกับรถที่ตัวเองมีก่อนก็ได้นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทีมแข่ง F.C.C. TSR Honda France สร้างผลงานมาสเตอร์พีซกระหึ่มวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก หลังนำสุดยอดซูเปอร์สปอร์ตไบค์รุ่นใหม่ล่าสุด Honda CBR1000RR-R ผงาดคว้าแชมป์ศึกดวลความอึด 12 ชั่วโมง รายการใหญ่อย่าง FIM Endurance World Championship 12 Hours of Estoril 2021 ที่สนามเอสโตริล ประเทศโปรตุเกศ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับทีม F.C.C. TSR Honda France ถือเป็นทีมแข่งอิสระระดับชั้นนำของโลกที่มีชื่อเสียงในวงการเวิลด์เอ็นดูรานซ์มาอย่างยาวนาน โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากแบรนด์ Honda ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีของรถแข่ง โดยเฉพาะซูเปอร์ไบค์รุ่นล่าสุดอย่าง Honda CBR1000RR-R ที่กำลังเริ่มสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นในการแข่งขันระดับโลกหลายรายการ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R1 ตัวแข่งสีพิเศษ ครบรอบ 60 ปีการเข้าร่วมแข่งขันระดับโลกของ Yamaha และที่คุณกำลังเห็นอยู่นี้คือ Yamaha YZF-R1 ตัวแข่งสีพิเศษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีที่ Yamaha Motor ได้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับโลกหรือ WorldGP นั่นเองครับ โดย Katsuyuki Nakasuga จะเป็นคนควบรถแข่งคันนี้แข่งขันในศึก All Japan Road Race Championship 2021 โดย Katsuyuki Nakasuga จะควบรถแข่งสุดพิเศษคันนี้ลงแข่งในศึก All Japan Road Race Championship 2021 3 เรซด้วยกัน โดยจะเป็นเรซที่ 5 – 7 ในฐานะนักแข่งของ Yamaha Factory Racing Team โดยสีพิเศษนี้จะเป็นการระลึกถึงลวดลายกราฟิกที่มีแถบสีแดงพาดอยู่บนตัวรถสีขาวบนรถแข่ง YZR500 (0W48) ที่ลงแข่งขันในพิกัด 500 ซีซีในปี 1980 ซึ่งรถลวดลายพิเศษในโอกาสฉลองครบรอบ 60 ปีที่ยามาฮ่าได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกนั้นก็เป็นคันที่ 2 ถัดมาจาก YZR-M1 ที่เคยเผยโฉมในการซ้อม MotoGP อย่างเป็นทางการที่กาตาร์ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนที่น่าสนใจนอกจากลวดลายกราฟิกแล้ว ของแต่งที่ใช้ในการแข่งขัน ก็จะมีชุดของแต่งบางชิ้นที่ไม่ค่อยคุ้นตานัก อาทิ โช้คจาก KYB ที่ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นเป็น Ohlins หรือท่อจาก ofa FG Titanium ซึ่งก็เป็นท่อแบรนด์ญี่ปุ่นที่ก็ค่อนข้างจะแปลกตาเลยทีเดียวครับ งานนี้สาวกคนใดอยากแต่งตามก็ลองๆ ไปส่องดูได้นะครับ อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ ได้ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Harley-Davidson Sportster S 2021 แล้วเจเนอเรชันใหม่ของเจ้าสปอร์ตสเตอร์จากฮาร์ลีย์เดวิดสันก็มาถึงแล้ว นั่นก็คือ Harley-Davidson Sportster S 2021 นั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการยั่วน้ำลายสาวกฮาร์ลีย์ด้วยการโชว์โมเดล 1250 Custom ซึ่งหลายๆ คนก็น่าจะทราบกันว่ามันเป็นรถโมเดลใหม่มาในดีไซน์แบบโมเดิร์น และคาดกันว่าจะเป็นเจ้าสปอร์ตสเตอร์ตัวใหม่นั่นเอง โดยเจ้าสปอร์ตสเตอร์ เอส คันใหม่นี้จะมาพร้อมขุมพลัง Revolution Max 1250T วางบนเฟรมถักโดยใช้เครื่องยนต์เป็นส่วนนึงของเฟรม ทั้งนี้ตัวเครื่องซึ่งมีการปรับจูนให้มีแรงบิดในรอบต่ำๆ มากขึ้นครับ และจะมาพร้อมระบบวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย ซึ่งทางค่ายเคลมแรงม้ามาที่ 121 แรงม้าแทนที่จะเป็น 150 ม้าเหมือนเจ้า Pan America 1250 ส่วนแรงบิดจะเป็น 124 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ส่วนเรดไลน์นั้นจะอยู่ที่ 9,500 รอบ ขนาดถังน้ำมันจะอยู่ที่ 11.73 ลิตร และน้ำหนักรถรวมของเหลวจะอยู่ที่ 228 กก. ส่วนเรื่องของช่วงล่างนั้น ด้านหน้าจะมาพร้อมโช้คแบบหัวกลับเทเลสโคปิกจาก Showa ที่ปรับแต่งได้ ส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คหลังเดี่ยวพร้อมซับแทงก์สามารถปรับพรีโหลดได้จาก Showa โดย มาที่ระบบเบรกกันบ้าง ระบบเบรกจะใช้คาลิเปอร์เบรกหน้าจาก Brembo เลย แต่ด้านหน้ายังเป็นเพียงแค่ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. เท่านั้น ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 260 ม.ม.ครับ ในส่วนของเทคโนโลยีก็แอบซ่อนเอาไว้มากพอสมควร เริ่มต้นกันที่หน้าจอเรือนไมล์ทรงกลมแบบสี TFT ขนาด 4 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธเพื่อใช้งานการรับสายเรียกเข้า ฟังเพลง และระบบนำทาง ระบบไฟ LED รอบคัน แต่เท่านี้ยังไม่หมดนะครับ ตัวรถยังมีระบบแทร็คชันคอนโทรลและระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ พร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 โหมดที่มาจากโรงงาน และโหมดที่คัสตอมเองได้อีก 2 โหมดครับ หากมองลึกลงไปในสเปกชีตนะครับ ทางค่ายยังเคลมมาว่าโมเดลใหม่นี้จะมีมุมเอียงเข้าโค้งได้มากสุดถึง 34 องศา เรียกว่าแตกต่างจากโมเดลอื่นๆ ของทางค่าย เรียกว่าเป็นโมเดลครูเซอร์ไบค์ที่มีความสปอร์ตมากๆ ของทางค่าย HD เอง และจัดว่าเป็นโมเดลที่ค่อนข้างจะทันสมัย แม้ว่าจะยังเทียบกับเจ้า Pan America ไม่ได้ก็ตาม ทั้งนี้สนนราคาจะเปิดมาที่ 14,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 490,000 บาท แต่มาไทยคงโดนบวกขึ้นไปอีกน่าเยอะเลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vespa GTS Super Swiss Edition รุ่นพิเศษจริงๆ นะ แค่ 300 คันเท่านั้น สาวกเวสป้าทุกคนต่างรู้ว่าค่ายนี้มีชื่อเรื่องการทำรุ่นพิเศษ เอ้ย การดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ในระดับที่ว่าแค่เอ่ยชื่อเวสป้า ขนาดคนที่ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์ยังรู้จักเลย ว่าหน้าตามันเป็นแบบไหน เรียกว่าเป็นตำนานเลยก็ไม่เกินจริงไปนัก และครั้งนี้ก็ทำเซอร์ไพรส์ (มั้งนะ) ให้กับแฟนๆ อีกครั้ง โดยเฉพาะกับชาวสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการเปิดตัว Vespa GTS Super Swiss Edition ซึ่งจะจำหน่ายในสวิตเซอร์แลนด์เพียง 300 คันเท่านั้น โดยจะมีทั้งในรุ่น 125 ซีซี และรุ่น 300 ซีซีให้เลือก และส่วนที่พิเศษในโมเดลสุดพิเศษนี้คือภายนอกล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับสมรรถนะของรถเลย ซึ่งหลักๆ ก็คือสีเทา Grigio Materia พร้อมกับเพลตอลูมิเนียมบอกหมายเลขของรถแต่ละคัน ซึ่งโดยปกติแล้วโมเดลจีทีเอสซูเปอร์จะไม่มีสีนี้จำหน่าย ส่วนที่อยู่ภายใต้ตัวถังสีเทานั้นยังคงเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 125 ซีซี 14 แรงม้า หรือสูบเดียวขนาด 300 ซีซี 23.8 แรงม้าขึ้นอยู่กับรุ่น ส่วนช่วงล่างก็เหมือนเดิมเช่นกันคือ มีล้อขนาด 12 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกและระบบเบรก ABS ส่วนฟังก์ชันที่ทันสมัยตอบโจทย์การใช้งานก็จะมีไฟ LED เต็มระบบ พอร์ต USB สำหรับชาร์จไฟสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ และระบบค้นหารถด้วยกุญแจรีโมต ทั้งนี้รุ่น 125 ซีซีจะขายในราคา 5,745 ฟรังก์สวิสหรือราวๆ 205,000 บาท และสำหรับรุ่น 300 ซีซีจะขายในราคา 255,000 บาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโมเดลพิเศษจะขายในสวิสฯ เท่านั้นครับ คนไทยอดครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Exciter 155 VVA 2021 โฉมใหม่เปิดตัวแล้ว ในที่สุดก็เปิดตัวสักทีกับ All New Yamaha Exciter 155 VVA 2021 ซึ่งเปิดตัวในวันเลขสวยอย่างวันที่ 7 เดือน 7 กับรูปแบบการเปิดตัวแบบออนไลน์ผ่านทาง Facebook ของทาง Yamaha Society Thailand โดยเป็นการเปิดตัวถึง 6 โมเดลด้วยกัน และ 1 ในนั้นคือเจ้าเอ็กซ์ไซเตอร์ที่เปิดตัวมาในรูปแบบของ All New โมเดลครับ สำหรับเอ็กซ์ไซเตอร์โมเดลใหม่นี้ ไม่เพียงแต่จะมีดีไซน์ใหม่ที่ใช้คอนเซ็ปต์ R-Series DNA ที่ทำให้ตัวรถมีรูปทรงแบบแอโรไดนามิกแล้ว ก็ยังมีจุดเด่นหลายอย่างด้วยกัน อาทิเครื่องยนต์ 155 ซีซี VVA พร้อมกับเกียร์สปอร์ต 6 สปีดพร้อมคลัตช์มือและระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์สมกับเป็นสปอร์ตโมเป็ดที่แท้ทรู ตัวรถยังดีไซน์เฟรมใหม่เป็นรูปตัว Y ที่มีน้ำหนักเบา เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวดีขึ้น และแข็งแรงขึ้น โดยทำงานสัมพันธ์กับโช้คหน้าเทเลสโคปิคที่ปรับระยะยุบใหม่ให้มากขึ้น ช่วยให้ซับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น และยังนุ่มนวลและเกาะถนนมากขึ้น ด้านหลังมีโช้คเดี่ยวที่ได้รับการออกแบบตามหลัก “คันโนะเฮียวกะ”* พร้อมส่วนป้องกันโช้คอัพที่แผงกันล้อหลัง ผสานการทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ช่วยลดแรงกระแทก ขับขี่นุ่ม นั่งสบาย ทรงตัวดี *ประเมินสมรรถนะการขับขี่จากมุมมองและความรู้สึกของนักขี่ทดสอบ เจ้าโฉมใหม่คันนี้ยังมีความทันสมัยตั้งแต่หัวจดท้าย ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED รูปแบบใหม่ แบบแยกโคมไฟสูงและไฟต่ำ พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ พร้อมด้วยไฟท้าย ดีไซน์ใหม่แบบ LED โฉบเฉี่ยวเร้าใจทุกมุมมอง ส่วนไฟเลี้ยวจะแบบแยกชิ้นสไตล์สปอร์ต สว่างปลอดภัย ตัวรถด้านหน้ายังมีหน้าจอเรือนไมล์ Full LCD แบบดิจิทัล Full LCD ดีไซน์สปอร์ต ทันสมัย แสดงฟังก์ชันการทำงานที่ครบครัน พร้อมตอบสนองทุกการเดินทางไกลด้วย ถังน้ำมัน ความจุมากขึ้น ไปได้ไกลขึ้น ด้วยถังน้ำมันขนาดความจุ 5.4 ลิตร สุดท้ายนี้เจ้าสปอร์ตโมเป็ดคันนี้จะมาพร้อมกับสีสันใหม่ด้วยกัน 2 สี 2 สไตล์ คือ สีน้ำเงิน GP BLUE และสีดำ RC BLACK และวางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 68,000 บาท ติดตามข่าว Yamaha ได้ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha YZF-R3 2021 เพิ่มสีใหม่ โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ล่าสุดวันนี้ยามาฮ่า มอเตอร์ ประเทศไทยก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่มากถึง 6 โมเดลด้วยกัน โดยโมเดลที่จะพูดถึงในบทความนี้จะเป็นเจ้า Yamaha YZF-R3 2021 ซึ่งจะเป็นสีใหม่ 1 สี และสีเดิมยังคงจำหน่ายต่ออีก 2 สี โดยสีใหม่ที่ว่าคือสีฟ้าเมทัลลิก Cyan Metallic ครับ และสีเดิมที่ยังจำหน่ายต่อจะเป็นสีน้ำเงิน-เทา Yamaha Racing Blue และสีดำด้าน Matt Black ส่วนสีเดิมอย่างสีเทา-ดำนั้นไม่ได้ไปต่อครับ รายละเอียดในส่วนของสเปกนั้นยังคงเดิมครับ ยังคงใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 321 ซีซี พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด ให้ความแรงระดับแถวหน้าของคลาส จุดเด่นอื่นๆ ก็จะมีโช้คหน้าหัวกลับ แฟริ่งดีไซน์รองรับอากาศพลศาสตร์ ไฟหน้าแบบ Full LED หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิทัลและชิฟต์ไลท์ นอกจากยังมีระบบเบรกแบบ ABS อีกด้วย ส่วนราคานั้นจะแนะนำอยู่ที่ 198,200 บาทครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว Grand Filano Hybrid 2021 ปรับสีใหม่ ถูกใจวัยรุ่น ล่าสุดวันนี้ Yamaha ประเทศไทยก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Yamaha Grand Filano Hybrid 2021 และ Grand Filano Hybrid ABS 2021 ซึ่งก็จะเป็นสีใหม่นั่นเอง แต่ในส่วนของสเปกนั้นยังคงเดิมไม่ได้ดีการเปลี่ยนแปลงอะไรครับ สำหรับรุ่นสแตนดาร์ดนั้นจะมีสีใหม่ให้เลือกทั้งหมด 4 เฉดสีด้วยกันครับ ได้แก่ สีแดง Energetic Red, สีเทา Luxury Grey, สีน้ำเงิน Fresh Blue และสีดำ Majestic Black โดยจะจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 58,600 บาท (แพงขึ้น 400 บาท) และสำหรับรุ่น ABS ก็จะมีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีชมพู Chaming Old Rose และสีน้ำตาล Earth Brown โดยจะจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 63,100 บาท (แพงขึ้น 400 บาท) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก