SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2026 BMW R1300 RT สายแบกสุดหรู จากเยอรมัน

2026 BMW R1300 RT สายแบกสุดหรู จากเยอรมัน ตามรอยรุ่น R1300R กับ 2 รุ่นใหม่อย่างที่คาดการณ์ไว้ และแน่นอนว่าการมาของ 2 รุ่นนี้ ก็น่าจะครบสูตรสำหรับรถไซส์ใหญ่ของทางค่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง และก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสาวกใบพัดสีฟ้าไม่น้อยทีเดียว เดี๋ยวไปชมกันก่อนกับรุ่นแรกอย่างเจ้าซูเปอร์ทัวริ่ง 2026 BMW R1300 RT  หนึ่งในสูตรความสำเร็จกับซูเปอร์ทัวริ่งที่มาพร้อมพื้นฐานเครื่องยนต์บ็อกเซอร์สูบนอน แบบ 2 สูบขนาด 1,300 ซีซี มีพละแรงม้าสูงสุด 145 แรงม้าที่ 7,750 รอบ และมีกำลังแรงบิดที่ 149 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ มีระบบชิฟแคมป์หรือเพลาลูกเบี้ยวเพิ่มความประหยัดน้ำมันอีกขั้นและใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยเพลา โดยขุมพลังดังกล่าวนั้นได้รับการถอดแบบมาจากเจ้า R1300GS ที่ปรับเพิ่มซีซีมาจากรุ่นก่อนอย่างเจ้า 1250 แล้วนั่นเอง และรุ่นนี้ก็นับว่าเป็นที่สุดของทัวริ่งไบค์ที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่ที่มีเจ้า R1250 RT เป็นต้นมา โดยรุ่นนี้จะให้ความต่างในเรื่องของดีไซน์ภายนอกและคาแรคเตอร์ใช้งานที่แตกต่างกันรวมถึงน้ำหนักเบาบางกว่ารุ่นก่อนหน้า ประการแรกก็คือถังน้ำมันขนาดใหญ่ที่ 27 ลิตร รวมเข้ากับชุดบอดี้การดีไซน์ที่ให้ความบึกบึนและกำยำ วาดลวดลายและเส้นสายให้มีความทันสมัยแบบใหม่ และที่สำคัญในเรื่องของหน้าตาดีไซน์สุดเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครมาพร้อมกับไฟ Adaptive Headlight หรือไฟหน้าปรับตามการเอียงตัวที่เป็นไฟ LED ติดชิลด์หน้าไฟฟ้าขนาดใหญ่ (มาก) ติดตั้งมาให้ อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องที่ไม่ได้มีข้อมูลในแฟคชีตก็คือ ลักษณะของแฮนด์รุ่นนี้ออกแบบให้มีความยกเยื้องเล็กน้อยและทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของความสูงของตัวแฮนด์เมื่อเทียบกับผู้ขับขี่ในภาพ นั่นอาจเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการขับขี่ในรูปแบบของสปอร์ตทัวริ่งอยู่หน่อย ๆ  บวกกับระยะห่างระหว่างตัวเบาะ (ขนาดใหญ่ 2 ตอน) และพักเท้าที่ไม่ได้สูงมากนัก นี่อาจเป็นสิ่งที่เสริมท่านั่งขับขี่ให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และแน่นอนในเรื่องความสูงระหว่างตัวเบาะถึงพื้นเพียง 780 มม.สำหรับใครที่ขาไม่ถึง เจ้า 1300RT รุ่นนี้มีระบบปรับท่านั่ง (ฟุจเพลต, แฮนด์, เบาะ) แบบไฟฟ้าที่เป็นออปชันเสริมมาให้ผู้ขับขี่ใช้งานเลือกสรรได้อีกด้วย  แฟริ่งด้านข้างสามารถปรับได้ สิ่งที่เป็นของใหม่และเป็นออปชันเสริมไม่เหมือนใคร สำหรับรุ่น R1300 RT มีระบบแฟริ่งปรับได้ (อุปกรณ์เสริม) ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องของการตัดลมแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการป้องกันน้ำได้อีกด้วย ระบบช่วงล่างแบบไดนามิก สิ่งนี้อาจทำให้ผู้ขับขี่สามารถขับรถสองคันในคันเดียว กับองค์ประกอบของระบบช่วงล่างในรุ่นนี้ ประกอบไปด้วยระบบกันสะเทือนด้านหน้า Evo-Telelever และด้านหลังแบบ EVO-Paralever ที่ทาง BMW ได้พัฒนาขึ้นเพื่อความเสถียรภาพในการเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้ระบบช่วงล่างยังสามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้ากับ Dynamic ESA (อุปกรณ์มาตรฐาน) และออปชันเสริมกับระบบ Dynamic Chassis Adaption (DCA) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ปรับช่วงล่างตามโหมดการขับขี่ สิ่งนี้จะทำให้สัมผัสถึงฟีลลิ่งความแตกต่างของการขับขี่และสามารถปรับได้ตามความต้องการ โหมดขับขี่ปรับตามช่วงล่างโดยอัตโนมัติ ซึ่งแบ่งเป็น โหมดเน้นความสบาย อาทิ Road, Rain ระบบช่วงล่างจะตั้งค่าความยืดยุบสูง นุ่มนวล ท่านั่งสมดุล สะดวกสบาย เหมาะสำหรับการขับขี่สไตล์ทัวริ่ง ออกทริปทางไกล และโหมด Dynamic / Dynamic Pro 2 โหมดนี้จะถูกปรับให้มีความสปอร์ตมากขึ้น โช้คเซ็ตให้แข็งขึ้น ความสูงรถเพิ่มและรองรับองศาการเอียงในทางโค้งได้ดียิ่งขึ้น ในขณะระบบเบรกใช้เป็นคาลิเปอร์ 4 พอตก้านหน้าจับคู่กับจานดิสก์คู่ 310 มม. และคาลิเปอร์เบรกหลัง 2 พอตจับคู่กับจานดิสก์เดี่ยวขนาด 285 มม. และล้อเป็นขนาดไซส์สปอร์ตที่ 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 120/70 และ 190/55  เทคโนโลยีและออปชัน..จัดเต็ม!! มีออปชันจัดเต็มมากมาย สมกับค่ายผู้ผลิตจากประเทศเยอรมัน เริ่มด้วยหน้าจอสี TFT ขนาด 10.25 นิ้ว มีโหมดขับขี่ 3 โหมด ระบบ MSR (Engine Drag Torque Control) หรือระบบควบคุมแรงบิดไม่ให้รถเกิดอาการกระชากจนเกินไป ระบบ ABS Pro (มาตรฐาน) และ Sport Brake (เสริม) ระบบแอ็คทีฟครูซคอนโทรล มีเรด้าห์จับสัญญาณสิ่งกีดขวางรอบทิศและใช้ ECU คำนวณระยะเวลาเร็วในการขับขี่ ระยะห่างระหว่างตัวรถถึงรถคันหน้า ด้านข้างและด้านหลัง ระบบอุ่นมือ พอร์ตชาร์จไฟ USB-C ระบบ Audio System (เสริม) รองรับการติดตั้งบริเวณคอนโซลหน้าและควบคุมผ่านหน้าจอใช้งานได้ตามสะดวก และมีระบบเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ (Automated Shift Assistant) สำหรับใครที่เบื่อกำคลัตช์ต้องมารุ่นนี้ เพราะมีระบบ ASA ติดตั้งมาให้ไว้เป็นออปชันสำหรับสายบิดไม่ชอบกำคลัตช์ แถมยังมีโหมดขับขี่ในเลือกใช้ทั้งโหมด D

Honda PCX สกูตเตอร์พรีเมียม ที่ครองใจคนไทยมามากกว่า 10 ปี

Honda PCX สกูตเตอร์พรีเมียมที่ครองใจคนไทยมามากกว่า 10 ปี Honda PCX ถ้าในเวลานี้พูดชื่อโมเดลนี้ออกไปก็คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นรถอีกหนึ่งโมเดลที่ครองใจประชาชนในหลายช่วงวัยมาอย่างยาวนาน ซึ่งเจ้ารถคันนี้จัดเป็นรถจักรยานยนต์ประเภทสกูตเตอร์พรีเมียมที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยมามากกว่า 10 ปี โดยโมเดลนี้เริ่มทำตลาดในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2552 ซึ่งบวกลบคูณหารดูแล้วก็มีอายุกว่า 16 ปีเข้าไปแล้ว การันตีความขายดีอย่างเทน้ำ เทท่า ด้วยจำนวนรถที่เห็นด้วยสายตาบนท้องถนนว่ารถจักรยานยนต์โมเดลนี้มันยอดฮิตมากขนาดไหน ซึ่งในบทความนี้จะมาพูดถึงวิวัฒนาการทั้ง 5 โฉมของเจ้ารุ่นนี้กัน  ย้อนช่วงเวลากลับไปในปี 2552 ถ้าหากให้ยกตัวอย่างรถจักรยานยนต์ประเภทสกูตเตอร์ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยเอาแบบชนิดที่ว่ารถจักรยานยนต์คันนี้เปรียบเป็น ‘ยาสามัญประจำบ้าน’ ก็คงจะหนีไม่พ้นรถไซส์เล็กขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 125 ซีซีอย่าง Honda Scoopy หรือไม่ก็เป็น Honda Click ซึ่งก็ครองใจประชาชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน อาจจะด้วยเพราะเหตุผลของความเป็นรถขนาดเล็กที่เน้นความคล่องตัว รวมไปถึงการขับขี่ใช้สอยในชีวิตประจำวันก็อาจจะมองว่า ‘เพียงพอแล้ว’ สำหรับเครื่องยนต์ไซส์นี้ Honda PCX 125 ช่วงปี 2010-2012 แต่แล้วในช่วงเดือนพฤศจิกายนของปี 2552 ทางบริษัทไทยฮอนด้าก็ได้ส่งหนึ่งโมเดลมาเขย่าวงการรถจักรยานยนต์สกูตเตอร์พิกัด 125 ซีซี กับรถจักรยานยนต์ที่มีชื่อว่า ‘Honda PCX’ โดยเจ้าสกูตเตอร์คันนี้มาพร้อมดีไซน์ที่ออกแนวเน้นไปทางความเป็นพรีเมียม หรูหรา และพ่วงมาด้วยความทันสมัย ซึ่งสร้างความฮือฮาได้พอสมควร  ซึ่งขุมพลังของรถคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำขนาดเครื่องยนต์ 124.9 ซีซี พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 11.17 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 11.56 นิวตันเมตร โดยจุดเด่นไฮไลท์ของรถในโมเดลดังกล่าวมาพร้อมเทคโนโลยีหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่ง (idling Stop System) เพื่อประหยัดน้ำมัน และช่วยลดมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม ราคาเปิดตัว : ไม่มีข้อมูลปรากฎ Honda PCX 150 Generation 1 ช่วงปี 2012-2014 หลังจากที่กระแสตอบรับจากเจนแรกไปในทิศทางที่ดี สองปีให้หลังจากการเปิดตัวเจนแรก ทางบริษัทไทยฮอนด้าก็ได้ทำการปรับปรุงเจ้าพีซีเอ็กซ์คันนี้ด้วยการขยายความจุมากยิ่งขึ้น จากเครื่องยนต์ 125 ซีซีเป็นเครื่องยนต์ขนาด 150 ซีซี เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 13.4 แรงม้าพร้อมแรงบิด 13.1 นิวตันเมตร Honda PCX 150 Generation 2 ช่วงปี 2014-2017 เมื่อระยะเวลาการทำตลาดของเจนแรกผ่านมาได้พอสมควร และผลตอบรับก็ถือว่าใช้ได้ ทางไทยฮอนด้าเห็นความยอดนิยมของรถในโมเดลนี้ จึงถึงเวลาแล้วที่จะทำการ ‘ปรับปรุงใบหน้าใหม่’ เพราะในเจนที่ 3 ของรถจักรยานยนต์โมเดลนี้เรียกได้ว่าเปลี่ยนหน้าใหม่ให้หล่อเหลายิ่งกว่าเดิม จากเดิมที่ในเจนก่อนส่วนของบริเวณด้านหน้าของตัวรถก็ดูเหมือนจะอ้วน ๆ กลม ๆ แต่เมื่อได้ถึงคราวไมเนอร์เชนจ์ทางฮอนด้าก็ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ มิติตัวรถเหมือนถูกรีดให้มีเส้นสายเพิ่มความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ด้านหน้าของตัวรถมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ไฟหน้าแบบ Dual LED Head Light ที่มาพร้อมไฟเลี้ยว และไฟท้ายแบบ LED ทั้งหมด บริเวณหน้าจอเรือนไมล์มีการปรับเปลี่ยน และจัดวางตำแหน่งใหม่ผสมความเป็นจอแบบอนาล็อก และดิจิตอล ด้านซ้ายหน้าของตัวรถมีช่องสำหรับใส่ของพร้อมช่องจ่ายไฟ รายละเอียดของเครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ เครื่องยนต์ขนาด 149.3 ซีซี พละกำลังเครื่องยนต์อยู่ที่ 13.1 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 13.4 นิวตันเมตร จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FI มาพร้อมความจุถังน้ำมันขนาด 8 ลิตร และในโฉมปี 2016 โมเดลนี้ก็ได้สร้างปรากฎการณ์ความล้ำสมัยอีกครั้ง ด้วยการเปลี่ยนจากไขกุญแจสตาร์ทเป็นระบบสมาร์ทคีย์ ไม่ต้องเสียบกุญแจอีกต่อไป เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ เพียงแค่พกรีโมทไว้กับตัว สามารถสตาร์ทรถ ปลดล็อกเบาะ และเปิดฝาถังน้ำมันได้ง่ายดาย อีกทั้งยังมาด้วยระบบสัญญาณกันขโมย และฟังก์ชันค้นหารถซึ่งสามารถกดปุ่มบนรีโมทเพื่อส่งสัญญาณเสียงและไฟ เพื่อระบุตำแหน่งรถในที่จอด​ ราคาเปิดตัว : 82,300 บาท Honda PCX 150 Generation 3 ช่วงปี 2018-2021 ยังคงพัฒนากันอย่างต่อเนื่องสำหรับสกูตเตอร์พรีเมียมยอดนิยมในประเทศไทยในปี 2018 ทางไทยฮอนด้าก็ได้ทำการปรับปรุงใหญ่อีกครั้ง โดยในหนนี้ก็มีการปรับหน้าใหม่ให้ดูมีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น พร้อมไฟท้ายที่มีการปรับใหม่เช่นเดียวกันเป็นรูปแบบอักษร X และในส่วนของเรือนไมล์ในเจนที่ 3 นี้เรียกได้ว่าเป็นดิจิตอลแบบเต็มระบบอีกทั้งยังแสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน อีกทั้งยังมีการออกแบบหน้าจอที่มองง่ายมากขึ้นกว่าเดิมรับกับระดับสายตาของผู้ขับขี่ มิติตัวรถในเจนที่ 3 นี้เพิ่มเส้นสายความเป็นสปอร์ต แต่ก็ยังคงความพรีเมียม ดูผิวเผินเหมือนจะดูมีน้ำมีนวลมากกว่าเจนที่ 2 อยู่เล็กน้อย และในส่วนของเครื่องยนต์ขุมพลังก็เป็นเครื่องยนต์เดียวกันกับเจนที่ 2 ทุกประการ และในเจนที่ 3

Arm Pump เล่นงาน ‘ก้อง สมเกียรติ’ กระทบมากน้อยขนาดไหน

Arm Pump เล่นงาน ‘ก้อง สมเกียรติ’ กระทบมากน้อยขนาดไหน ในการแข่งขัน MotoGP สนามที่ห้าของฤดูกาล 2025 ซึ่งทำการแข่งขันที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน โดยหนึ่งในนักแข่งสัญชาติไทยจากทีม IDEMITSU Honda LCR อย่าง ‘ก้อง’ สมเกียรติ จันทรา นักบิดเจ้าของหมายเลข 35 ก็ได้ลงทำศึกนี้เช่นเดียวกัน แต่ทว่า ‘เจ้าก้อง’ ของเราก็ไม่สามารถขี่จนจบการแข่งขันได้ และวิ่งไปเพียง 11 รอบสนามเท่านั้น ซึ่งปัญหาที่ทำให้แข่งขันต่อไม่ได้ก็เพราะเกิดปัญหาอาการ ‘Arm Pump’ ว่าแต่อาการนี้มันคืออาการอะไร ? สามารถอ่านรายละเอียดอาการนี้แบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่ (คลิ๊ก) ซึ่งก้อง สมเกียรติได้ออกมาเผยว่าตัวเขานั้นประสบปัญหาอาร์มปั๊มมาเป็นระยะเวลาร่วมสัปดาห์ก่อนการแข่งขันที่สนามเฆเรซ ซึ่งเจ้าตัวเขาคิดว่ามันน่าจะหายเอง แต่แล้วอาการดังกล่าวก็กำเริบขึ้นอีกครั้ง วิธีการรักษา การรักษาอาการ Arm Pump สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเพื่อคลายพังผืด (เยื่อหุ้มเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของกล้ามเนื้อ) โดยทั่วไปจะทำภายใต้การดมยาสลบ ซึ่งการผ่าตัดนี้อาจเป็นการผ่าแยกพังผืดหรือการตัดพังผืดออก ความท้าทายอยู่ที่การวินิจฉัยโรค แต่ผลลัพธ์ของการรักษานั้นถือว่าประสบความสำเร็จในผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ประมาณ 80-90%) การปฏิบัติหลังการผ่าตัด หลังจากทำการผ่าตัดคลายพังผืด (fasciectomy/fasciotomy) ผู้ป่วยจำเป็นต้องพักการใช้งานแขน แขนจะถูกพันผ้าไว้ แต่ไม่จำเป็นต้องใส่เฝือก และต้องดูแลแผลผ่าตัดให้แห้งอย่างน้อย 10 วัน ซึ่งถ้า ก้อง สมเกียรติ ใช้วิธีผ่าตัดในการรักษาอาร์มปั๊ม จากข้อมูลการรักษาทั่วไปจะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นจนกว่าจะกลับมาแข่งขันได้อาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้น 6-8 สัปดาห์ หรือประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งจากตารางการแข่งขัน MotoGP ในช่วง 2 เดือนนี้ ก้องจะพลาดลงทำศึก MotoGP ถึง 5 สนามการแข่งขันดังนี้  สนามที่ทำการแข่งขัน วันที่ทำการแข่งขัน Michelin® Grand Prix de France สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส 09 พฤษภาคม – 11 พฤษภาคม Tissot British Grand Prix สนาม Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษ 23 พฤษภาคม – 25 พฤษภาคม GoPro Grand Prix of Aragon สนาม MotorLand Aragón ประเทศสเปน 06 มิถุนายน – 08 มิถุนายน Brembo Grand Prix of Italy สนาม Autodromo Internazionale del Mugello ประเทศอิตาลี 20 มิถุนายน – 22 มิถุนายน Motul TT Assen สนาม TT Circuit Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ 27 มิถุนายน – 29 มิถุนายน   ซึ่งดูจากชื่อในการแข่งขันแต่ละสนามแล้วนั้นก็ค่อนข้าง ‘น่าเสียดายไม่น้อย’ เพราะชื่อชั้นของแต่ละสนามที่ก้องพลาดลงแข่ง (หากผ่าตัด) ก็ถือว่าเป็นสนามที่มีความน่าสนใจ เพราะเมื่อครั้งที่ก้องยังโลดแล่นอยู่ใน Moto2 สนามดังกล่าวก็เป็นสนามที่นักแข่งชาวไทยรายนี้ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม สามารถคว้าท็อป 10 ได้ในทุกสนาม เว้นแต่สนาม Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษที่ก้องไม่จบการแข่งขัน สนามที่ทำการแข่งขัน อันดับที่ทำได้ Michelin® Grand Prix de France สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส อันดับที่ 5 Tissot British Grand Prix สนาม Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษ ไม่จบการแข่งขัน GoPro Grand Prix of Aragon สนาม MotorLand

Arm Pump คืออะไร ? อุปสรรคของนักกีฬามอเตอร์สปอร์ต

Arm Pump คืออะไร ? อุปสรรคของนักกีฬามอเตอร์สปอร์ต Arm Pump หรือภาวะกล้ามเนื้อแขนตึงจากความดันในช่องกล้ามเนื้อ หรือชื่อทางการแพทย์ของภาวะนี้คือ Chronic Exertional Compartment Syndrome (CECS) คือปัญหาที่พบบ่อยในนักกีฬาที่ใช้กำลังแขนต่อเนื่อง เช่น นักแข่งมอเตอร์ไซค์ นักจักรยาน และนักปีนเขา ส่งผลให้เกิดอาการปวด บวม ตึง และสูญเสียแรงบีบมือชั่วคราว อาการนี้อาจกระทบต่อสมรรถนะการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ซึ่งอาการคือการปวดของกล้ามเนื้อปลายแขน ที่เกิดการบวมตึงจากการใช้งานหนักมากจนเกินไป จนทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก และก่อให้เกิดอาการบวม ชา และควบคุมมือได้ยาก สาเหตุของการเกิดอาการ ภาวะอาการของอาร์มปั๊มจะเป็นอาการปวดปลายแขนอย่างมากหลังจากออกแรง และอาการดังกล่าวจะหายไปได้เองจากการพักจากการออกแรงเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยอาการทั่วไปปลายแขนจะรู้สึกแข็งและตึงในช่วงที่มีอาการปวด อาจมีอาการชาบริเวณมือ หรือกล้ามเนื้อปลายแขนซึ่งเกิดอาการเกร็ง อ่อนแรง หรือควบคุมการเคลื่อนไหวได้ไม่ดี ภาวะนี้มักเกิดจากการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และใช้แรงมาก ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อปลายแขนบวมและกดทับเส้นเลือดและเส้นประสาทภายในช่องกล้ามเนื้อ การกดทับนี้ทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลง และนำไปสู่อาการที่สัมพันธ์กับอาร์มปั๊มซึ่งสัมพันธ์กับสาเหตุต่าง ๆ ได้ดังนี้  • กล้ามเนื้อล้า  อันเนื่องมาจากการใช้งานกล้ามเนื้อปลายแขนหนักหรือบ่อยเกินไป อาจทำให้เกิดความล้า บวม และเพิ่มความดันภายในช่องกล้ามเนื้อ  • ท่าทางหรือเทคนิคที่ไม่เหมาะสม การวางท่าทางของร่างกายไม่ถูกต้องขณะขี่มอเตอร์ไซค์หรือปั่นจักรยาน อาจทำให้กล้ามเนื้อถูกใช้งานผิดรูปแบบและเกิดแรงกดทับ • แรงบีบมากเกินไป การจับสิ่งของแน่นเกินไป เช่น แฮนด์รถ หรือกริปสำหรับปีนผา อาจเร่งให้เกิดกล้ามเนื้อล้าและการกดทับ • ภาวะขาดน้ำ การดื่มน้ำน้อยหรือร่างกายขาดน้ำอาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็งง่าย และทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความดันในช่องกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น Arm Pump ขัั้นตอน และวิธีการรักษา การรักษาอาการอาร์มปั๊มนั้นมีอยู่สองวิธี คือการรักษาโดยวิธีการที่ไม่ต้องผ่าตัด และการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด  • การรักษาอาการอาร์มปั๊มโดยไม่ต้องผ่าตัด  การพักและการฟื้นตัว: การหยุดพักและให้กล้ามเนื้อได้พักผ่อนสามารถช่วยบรรเทาอาการและป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติมได้ การยืดกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง การยืดกล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความทนทานของกล้ามเนื้อ ลดความเสี่ยงในการเกิดอาการอาร์มปั๊มได้  เทคนิคและสรีรศาสตร์ที่เหมาะสม การจัดท่าทางร่างกายและการใช้เทคนิคที่ถูกต้องระหว่างการทำกิจกรรมสามารถช่วยลดความตึงเครียดในกล้ามเนื้อแขนได้ การดูแลเรื่องน้ำ และโภชนาการ การรักษาความชุ่มชื้นในร่างกายอย่างเพียงพอและการรับประทานอาหารที่สมดุลสามารถสนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อและป้องกันการเป็นตะคริวได้ การสวมอุปกรณ์บีบรัดกล้ามเนื้อ การสวมปลอกแขนหรือผ้าพันแขนแบบบีบรัดระหว่างการทำกิจกรรมสามารถช่วยลดอาการบวมและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อแขนได้ • การรักษาอาการอาร์มปั๊มโดยวิธีการผ่าตัด อาการอาร์มปั๊มสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเพื่อคลายพังผืด (เยื่อหุ้มเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของกล้ามเนื้อ) โดยทั่วไปจะทำภายใต้การดมยาสลบ ซึ่งการผ่าตัดนี้อาจเป็นการผ่าแยกพังผืดหรือการตัดพังผืดออก ความท้าทายอยู่ที่การวินิจฉัยโรค แต่ผลลัพธ์ของการรักษานั้นถือว่าประสบความสำเร็จในผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ประมาณ 80-90%) วิธีการป้องกัน และหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการ วิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการอาร์มปั๊ม สำหรับนักกีฬา โดยเฉพาะนักแข่งมอเตอร์ไซค์หรือผู้ที่ใช้แขนอย่างต่อเนื่อง จะมีวิธีป้องกันเบื้องต้น ดังนี้ ฝึกกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี ควรมีการฝึกกล้ามเนื้อเพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรง และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อปลายแขน อาจจะเป็นการเวทเทรนนิ่งด้วยน้ำเบา แต่ทำซ้ำหลายครั้งเพื่อเป็นการเพิ่มความทนทานให้กับกล้ามเนื้อ 2. ยืดกล้ามเนื้อก่อน – หลังแข่งขัน ก่อนลงทำการแข่งขัน หรือก่อนลงทำการซ้อมควรมีการยืดกล้ามเนื้อปลายแขน ข้อมือ เพื่อเป็นการช่วยลดแรงตึงในกล้ามเนื้อ และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด 3. รักษาระดับน้ำในร่างกาย และการดูแลโภชนาการ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลัง หรือทำการแข่งขัน และอาจจะมีการรับประทานอาหารที่ช่วยลดการอักเสบเช่น โอเมก้า-3, แมกนีเซียม และวิตามินบี 4. ปรับตำแหน่งการขับขี่ให้เหมาะสม  เพื่อให้การลงซ้อม หรือการทำการแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่น ควรมีการปรับค่า หรือเซ็ตอัพตำแหน่งท่านั่งการขับขี่ให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่ ปรับตำแหน่งแฮนด์, เบรก และคลัตซ์ให้เหมาะสม อาจจะมีการใช้เทคนิคขับขี่ที่เน้นการผ่อนแรง ไม่เกร็งแขนตลอดเวลา แม้อาการอาร์มปั๊มจะดูเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป แต่หากละเลยอาจส่งผลร้ายต่อสมรรถนะและเส้นทางอาชีพของนักกีฬา การรู้เท่าทัน ป้องกัน และดูแลอย่างถูกวิธี คือกุญแจสำคัญสู่ความปลอดภัยและความยั่งยืนในการแข่งขัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เทียบชั้น! ใครคือ นักแข่ง MotoGP ที่เก่งที่สุด ?

เทียบชั้น! ใครคือ นักแข่ง MotoGP ที่เก่งที่สุด คือใคร? ใครคือผู้ที่เก่งที่สุดตลอดกาลในเวิร์ลกรังปรีซ์ นี่อาจจะเป็นบทความคอนเทนต์ที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจมากที่สุดว่าจะมีนักแข่งในดวงใจติดรายชื่อในนี้หรือไม่ เราไม่อาจสรุปโดยไม่มีมูลความจริงจนกระทั่งมีข้อมูลข่าวต้นฉบับจากเว็บไซค์โมโตจีพีโดยตรง ซึ่งครั้งนี้เราจะมาเทียบชั้นให้ดูกันว่า นักแข่ง MotoGP ที่เก่งที่สุด คือใครกันแน่..!!  โดยในลิสต์รายชื่อคงมีบิ๊กเนมในใจหลาย ๆ คนไม่ว่าจะเป็น Giacamo Agostini, Mick Doohan, Valentino Rossi และ Marc Marquez ซึ่งแต่ละคนนั้นเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้วมากกว่า 5 สมัยทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินแชมป์นั้นว่าใครคือยอดนักบิดโมโตจีพี อาจไม่ได้ตัดสินด้วยจำนวนแชมป์เพียงอย่างเดียว เพราะเรื่องเหล่านี้มักเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกของแฟน ๆ จำนวนมาก ทุกคนต่างมีตัวเลือกในใจว่าใครคือที่สุดตลอดกาล ต่อให้เถียงกันทั้งวันทั้งคืน…ก็ไม่มีวันจบ นอกจากนี้ยังมีนักบิดคนอื่น ๆ ที่มีฝีมือมากมาย โดยแฟน ๆ สามารถเข้าไปชมได้ในหมวด MotoGP Legends ซึ่งมีข้อมูลโปรไฟล์นักแข่งแต่ละคนไว้แบบละเอียดกันทีเดียว เช่นเดียวกัน ยังมีข้อมูลรายละเอียดสำหรับนักแข่งอื่น ๆ ที่มากมาย อาทิ Casey Stoner, Jorge Lorenzo, Kevin Schwantz, Wayne Rainey, Freddie Spencer, Kenny Roberts, Barry Sheene, Geoff Duke และ John Surtees ยังมีอีกนะ หากพิจารณาจากตัวชี้วัดความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในสนามแข่งขัน สามารถเปรียบผลงานของนักแข่งแต่ละคนได้จากสถิติต่อไปนี้  จำนวนแชมป์โลกในรุ่น MotoGP  จำนวนชัยชนะในแต่ละสนาม  จำนวนการขึ้นโพเดี้ยมในแต่ละสนาม  จำนวนแชมป์โลกทั้งหมดในทุกคลาสการแข่งขัน  จำนวนชัยชนะทั้งหมดในทุกคลาสการแข่งขัน  จำนวนโพเดี้ยมทั้งหมดในทุกคลาสการแข่งขัน  เมื่อรวมเกณฑ์เหล่านี้เข้าด้วยกันจะช่วยสร้างภาพรวมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และสามารถประเมินได้ว่าใครคือนักแข่ง “ที่ดีที่สุด” แม้การตัดสินในหัวข้อนี้จะยังคงเป็นเรื่องถกเถียงและเต็มไปด้วยความเห็นต่างและอารมณ์ของแฟน ๆ ทั่วโลก นอกเหนือจากการพิจารณาความสำเร็จของนักแข่งที่คว้าแชมป์มากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันกรังปรีซ์ในแง่ของสถิติที่จับต้องได้แล้ว เรายังอาจต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ อาทิ ช่วงเวลาที่นักแข่งแต่ละคนได้ครองความยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จในช่วงนั้น Giacomo Agostini : เจ้าของสถิติแชมป์โลกที่ไม่มีใครเทียบได้ Giacomo Agostini ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักแข่งที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ และสร้างยุคสมัยของเขาตลอดระยะเวลามากที่สุดถึง 14 ฤดูกาล เป็นช่วงเวลาที่ Agostini นั้นได้ครองบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ในช่วงปี 60 – 70 นั่นเอง นอกจากนี้เขาเป็นนักแข่งที่แทบจะ “ไม่เคยพลาดล้ม” และสามารถคว้าชัยชนะในกรังปรีซ์ได้อย่างน่าทึ่งถึง 122 ครั้ง พร้อมกับคว้าแชมป์โลกมาแล้วทั้งหมด 15 สมัยแบ่งเป็น 8 สมัยในรุ่นใหญ่อย่าง 500 ซีซี และ 7 สมัยในรุ่น 350 ซีซี  Stat ผลงานการคว้าแชมป์โลกของ Agostini Premier class world titles 8 Premier class Grand Prix victories 68 Premier class podiums 88 Total world titles in all classes 15 Total Grand Prix victories in all classes 122 Total podiums in all classes 159   Mick Doohan : ตำนานแชมป์โลกแห่งยุค 90 นักแข่งตำนานจากสัญชาติออสเตรเลียที่สามารถคว้าแชมป์โลกในรุ่น 500 ซีซีให้กับค่ายฮอนด้า ติดต่อกันถึง 5 สมัย (ในปี 1994 ถึง 1998) ซึ่งมิกซ์ ดูฮานนั้นเริ่มต้นเส้นทางอาชีพของเขาในสนามแข่ง ซูเปอร์ไบค์ โดยคว้าชัยชนะในรายการ WorldSBK ได้ 3 สนามในปี 1998 ก่อนจะก้าวสู่การแข่งขันระดับกรังปรีซ์ในปี 1989 ร่วมกับนักแข่งตำนานอย่าง Wayne Gardner  และชัยชนะครั้งแรกในศึกกรังปรีซ์หรือรายการโมโตจีพี เกิดขึ้นในสนามฮังการีในปี 1990 และชิงชัยมาเรื่อยๆ

สนามนี้ทางถนัด ! Bagnaia รับ สนามเฆเรซมักสร้างผลงานได้ดีเสมอ

สนามนี้ทางถนัด ! Bagnaia รับ สนามเฆเรซมักสร้างผลงานได้ดีเสมอ Bagnaia หรือฟรานเชสโก้ บัญญาย่า นักแข่งเจ้าของหมายเลข 63 จากทีมโรงงาน Ducati ออกมาเผยกับสื่อว่าเมื่อไหร่ที่ได้แข่งขันที่สนามเฆเรซประเทศสเปน เจ้าตัวมักจะทำผลงานได้ดีเสมอ หลังจากที่การแข่งขันสนามแห่งนี้ 3 ฤดูกาลติดเจ้าตัวสามารถสามารถคว้าชัยได้ทั้งสามครั้ง  โดยในการแข่งหนนี้ การปักธงคว้าแชมป์ประจำสนามเหมือนว่าเป็นสิ่งที่บัญญาย่าจะมีโจทย์ยากพอสมควร เพราะทีมเมทของเจ้าตัวที่เป็นเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยอย่างมาร์ก มาร์เกซ ก็สามารถโชว์ฟอร์มร้อนแรงได้ตั้งแต่เปิดฤดูกาล คว้าอันดับหนึ่งได้ทั้งหมด 3 สนาม จากการแข่งขันทั้งหมด 4 สนาม พลาดท่าที่สนามประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงสนามเดียวเท่านั้น  ซึ่งย้อนกลับไปในฤดูกาล 2024 บัญญาย่ากับมาร์เกซถือเป็นสองตัวละครสำคัญในการแข่งขันสนามดังกล่าว เพราะทั้งคู่สามารถดวลกันได้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่ก็เป็นทางนักบิดสัญชาติอิตาลีที่ได้ชัยชนะไปครอง “ผมทำผลงานได้มากมายที่นี่ในช่วง 3 ปีหลัง และผมดีใจที่ได้กลับมาแข่งขันที่นี่อีกครั้งในรายการ GP ผมมักจะเร็วมากเสมอ และเราก็ทำผลงานได้ดีที่สุดในฤดูกาลที่ผ่านมา” “ที่กาตาร์ เราสามารถพลิกสถานการณ์จากสุดสัปดาห์ที่ดูเหมือนจะยุ่งยากหลังจบรอบควอลิฟาย มาเป็นโพเดียมที่สำคัญ และฟีลลิ่งในการขี่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ” สถิติเป้กโก้ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน จำนวนแชมป์ประจำสนามที่ทำได้ 3 ครั้ง (ฤดูกาล 2022,2023 และ 2024) ทำเวลาเวลาต่อรอบเร็วที่สุด 01:36.025 นาทีต่อรอบ   เป้กโก้ และมาร์ก มาร์เกซ สองนักแข่งจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo Team จะลงทำการแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปนระหว่างวันที่ 25-27 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

foodpanda Thailand ประกาศปิดกิจการ ไรเดอร์ไม่ได้ไปต่อ 

foodpanda Thailand ประกาศปิดกิจการ ไรเดอร์ไม่ได้ไปต่อ  เป็นข่าวด่วน ข่าวสั้น และเป็นข่าวที่น่าใจหาย สำหรับสายกินที่ชื่นชอบการสั่งอาหารมาทานเป็นชีวิตจิตใจ ล่าสุดหนึ่งในผู้ให้บริการเดลิเวอรี่รายใหญ่ หัวใจสีชมพูอย่าง foodpanda Thailand ประกาศยุติการประกอบกิจการฟู้ดแพนด้า แพลตฟอร์มจัดส่งอาหารและสินค้าในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคมเป็นต้นไป  โดยระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ขับเคลื่อนธุรกิจร่วมจัดส่งความสุข ผ่านทุกๆ ออเดอร์ให้แก่ลูกค้าทุกท่านในประเทศไทย เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับใช้ลูกค้าที่รักยิ่งของเรา และได้รับการสนับสนุนที่ดีมาโดยตลอดจากร้านค้า พารท์เนอร์ และไรเดอร์ทุกท่าน ที่ร่วมเป็นผู้ขับเคลื่อนความสำเร็จที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพตลาดในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของฟู้ดแพนด้าอีกต่อไป เรามีความเสียใจอย่างยิ่งที่การเดินทางของเราต้องสิ้นสุดลง และเราขอขอบพระคุณลูกค้าทุกๆ ท่านที่เชื่อมั่นในฟู้ดแพนด้าเสมอมา นับว่าเป็นข่าวที่ค่อนข้างใจหาย สำหรับการบริหารที่ขาดทุนต่อเนื่องถึง 5 ปีรวมมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ก็น่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยุติกิจการในครั้งนี้ สำหรับสาวกที่ใช้บริการฟู้ดแพนด้าเป็นประจำ ถึงว่า..ช่วงหลัง ๆ มานี้ ไม่ค่อยได้เห็นฟู้ดแพนด้าวิ่งในบ้านเรา ข่าวนี้น่าจะเป็นเหตุผลที่ชัดเจนที่สุด อย่างว่าในเรื่องของการแข่งขัน การบริการและความถูกใจของลูกค้าก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้วหล่ะครับ ยิ่งแบรนด์ไหนมีโปรโมชันดี ๆ ส่วนลดเยอะ ๆ ผู้คนน่าจะใช้บริการมากยิ่งขึ้น และดูเหมือนว่าทาง Lineman จะมีความสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการสีชมพูนี้ แต่ก็ไม่ได้มีรายละเอียดความคืบหน้าเผยออกมาหรือว่าตกลงกันไม่ได้ซะยังไงอย่างนั้น เลยปิดกิจการไปซะเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Franco Morbidelli รับ ตอนนี้คือช่วงเวลาเค้นฟอร์มเก่งให้ทีม VR46

Franco Morbidelli รับ ตอนนี้คือช่วงเวลาเค้นฟอร์มเก่งให้ทีม VR46 Franco Morbidelli นักแข่งเจ้าของหมายเลข 21 จากทีม VR46 Racing Team ทีมภายใต้การดูแลของ ‘พ่อหมอ’ วาเลนติโน่ รอสซี่ ออกมายอมรับว่าช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาสำคัญในการเค้นฟอร์มเพื่อไล่ล่าโพเดียม ก่อนที่เหล่านักแข่งที่ใช้ GP25 จะสามารถปรับตัวกับรถได้ดีมากยิ่งขึ้น  ‘แฟรงกี้’ กับการแข่งขัน MotoGP 2025 เจ้าตัวได้ใช้ตัวแข่ง GP24 ที่เป็นสเปคลดทอนจากตัวแข่งทีมโรงงานที่มาร์ก มาร์เกซ, ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และทีมเมทของเจ้าตัวอย่าง ฟาบิโอ ดิ จินันอันโตนิโอ ใช้ในการแข่งขันฤดูกาลนี้ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าช่องว่างระหว่างตัวเขากับตำแหน่งหัวตารางที่ใกล้กันตอนนี้ อาจอยู่ได้ไม่นาน และตัวเขาเองก็มีความตั้งใจในการใช้ประโยชน์ในช่วงต้นฤดูกาลนี้ในการเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด จริงที่หลังผ่านการแข่งขันไปทั้งสิ้น 4 สนามนักแข่งจากทีมแซทเทิลไลท์ของทีม Ducati ที่โดดเด่นที่สุดน่าจะหนีไม่พ้นน้องชายของแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘อเล็กซ์ มาร์เกซ’ จากทีม BK8 Gresini Racing MotoGP ที่สร้างผลงานเด่นขึ้นโพเดียมได้ 3 สนามจาก 4 สนามที่ทำการแข่งขันสะสมคะแนนรวมในตำแหน่งแชมป์โลกได้ถึง 106 คะแนนห่างจากมาร์ก มาร์เกซที่อยู่ในอันดับหนึ่งเพียงแค่ 17 คะแนนเท่านั้น   แต่อีกหนึ่งคนที่มาเป็นม้ามืดก็คงจะหนีไม่พ้นนักแข่งเจ้าของหมายเลข 21 รายนี้ ซึ่งหลังผ่านการแข่งขันไป 4 สนามสามารถเก็บคะแนนได้ทุกสนาม และได้ขึ้นโพเดียมได้สองสนาม (สนามประเทศอาร์เจนติน่า และสนามประเทศกาตาร์) สนามแข่งขัน อันดับที่ทำได้ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศไทย อันดับที่ 4 (+13 คะแนน) เทอมาส เด ริโอ ฮอนโด ประเทศอาร์เจนติน่า อันดับที่ 3 (+16 คะแนน) เซอร์กิต ออฟ เดอะ อเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับที่ 4 (+13 คะแนน) ลูเซล อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ อันดับที่ 3 (+16 คะแนน)   ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเมื่อผ่านการแข่งขันไปหลาย ๆ สนามมายิ่งขึ้นนักบิดที่ได้ใช้ตัวแข่งสเปคโรงงานอาจจะได้รับการอัปเกรดในด้านต่าง ๆ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ช่องว่างระหว่างรถทีมโรงงานกับ GP24 จะมีความแตกต่างกันมากยิ่งขึ้น “แน่นอนว่า… เราควรใช้ประโยชน์จากช่องว่างเล็กน้อยที่มีอยู่ระหว่างรถของเรากับรถโรงงานในตอนนี้” มอร์บิเดลลี่กล่าวที่กาตาร์ “ช่วงเวลานี้ของปีถือเป็นโอกาสที่เราควรใช้เพื่อสร้างผลงานที่ดียิ่งขึ้น” ซึ่งจุดพัฒนาใหญ่ครั้งต่อไปหลาย ๆ ทีมมุ่งโฟกัสไปช่วงหลังการแข่งขัน Spanish Grand Prix ที่เฆเรซในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ อีกทั้งโมบิเดลียังมุ่งมั่นในการตั้งตารอการแข่งขันที่สนามเฆเรซอีกครั้งหลังจากที่ในการแข่งขันปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์ฝนตก และทำให้โมบิเดลีพลาดล้มในเรซหลัก “ผมตั้งตารอที่จะไปเฆเรซ หลังจากสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมในกาตาร์ที่ได้ขึ้นโพเดียมอันดับสามสองเรซ” มอร์บิเดลลี่กล่าว “ปีที่แล้ว สนามนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งแรกที่ผมเริ่มขี่ได้เร็ว ผมเข้าใกล้โพเดียมมากในสปรินต์ และแม้ว่าในเรซหลักจะล้มไป แต่ตอนนั้นผมกำลังเร่งแซงอย่างเร็วเลย” Franco Morbidelli และทีม VR46 Racing Team จะลงแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 MT-09 PHEV เครื่องไฮบริด เสียบปลั๊กได้

2025 MT-09 PHEV เครื่องไฮบริด เสียบปลั๊กได้ พึ่งจะออกตัวซูเปอร์เน็กเก็ดพร้อมระบบชิฟเกียร์ Y-AMT ไปเมื่อไม่นาน ทางค่ายยามาฮ่าก็พร้อมที่จะต่อยอดนวัตกรรมสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ที่มาพร้อมความทันสมัยในอนาคต ล่าสุด ทางแบรนด์ได้เผยคลิปการทดสอบ 2025 MT-09 PHEV รถต้นแบบในรหัสใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริด แนวทางใหม่ที่จะผสานทั้งสมรรถนะและความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการปูทางสู่อนาคตของรถสองล้ออันทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ CP3 ยัดมอเตอร์ไฮบริดในรุ่นนี้ ในคลิปยังเปิดเผยให้เห็นถึงการทดสอบพร้อมข้อมูลรายละเอียดในบางส่วน สำหรับฟังก์ชันการทำงานเจ้าระบบไฮบริดรุ่นนี้ โดยทดสอบกับเจ้าเน็กเก็ดตัวท็อปอย่าง MT-09 รุ่นนี้ ซึ่งยังคงใช้พื้นฐานเครื่องยนต์สันดาปแบบ CP3 3 สูบ 890 ซีซี พร้อมคาแรคเตอร์การตอบสนอง บิด เด้ง เร่ง ลอย มาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และสิ่งพิเศษสำหรับรุ่นไฮบริดคันนี้ก็คือ ทางค่ายได้ทำการยัดระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า PHEV หรือปลั๊กอิน ไฮบริด เพื่อเพิ่มเป็นทางการเลือกสำหรับการใช้งาน อีกทั้งยังสามารถทำงานควบคู่กับเครื่องยนต์สันดาปภายในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองอันเร้าใจมากขึ้นกว่าเดิม โดยมาพร้อมกับโหมดขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบได้แก่ EV Mode หรือโหมดไฟฟ้าเพรียว ๆ จ๋า ๆ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับการขับขี่ที่ใช้เครื่องยนต์รอบต่ำ ขับขี่ในเมือง ปลอดภัย เสียงเงียบไม่รบกวนชุมชนรอบข้างและ ไร้มลพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย Hybrid Mode โหมดนี้จะใช้ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานร่วมกัน ให้ความเร็ว แรงและประหยัด Engine Mode โหมดนี้จะใช้เครื่องยนต์ล้วน ๆ สำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะแบบเต็มพิกัด  มีระบบ Y-AMT ติดตั้งมาไว้ให้ใช้งาน นอกจากนี้ ทางค่ายยังได้ยัดระบบ Y-AMT หรือระบบชิฟเกียร์แบบใหม่มาพร้อมกับคลัตช์ไฟฟ้า แต่อย่างไรก็ยังคงติดตั้งก้านคลัตช์ปกติเพื่อเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันเพื่อรองรับความเร้าใจในการขับขี่นั่นเอง  และเพื่อให้เข้าใจหลักการทำงานของเจ้าระบบนี้มากยิ่งขึ้น Action /Speed เครื่องยนต์สันดาป มอเตอร์ไฟฟ้า (Hybrid) Start – 60 km/h ❌ ✅ 60 km/h ขึ้นไป ✅ ❌ เร่งรอบ บิดหมดปลอก ✅ ✅ *เมื่อความจุแบตเตอรี่ต่ำ ระบบจะปรับฟังก์ชันมาใช้พลังงานจากเครื่องยนต์สันดาปเหมือนเดิม* แม้ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการชัดเจนว่าเจ้ารุ่น PHEV จะริเริ่มเข้าสู่สายการผลิตเมื่อใด เทคโนโลยีต้นแบบนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีไฮบริดในโลกมอเตอร์ไซค์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และหากสามารถผลิตขึ้นมาขายในราคาที่จับต้องได้ อาจจะกลายเป็ยโมเดลใหม่ที่จะเข้ามาปฏิวัติวงการรถสปอร์ตในยุคต่อไปก็เป็นไปได้ครับ อย่างไรก็ตาม ใครที่อยากลองรถพร้อมเทคใหม่เอามาใช้งาน ก็ลองเจ้า MT-09 Y-AMT รุ่นนี้ไปก่อน ซึ่งแอดมินได้ลองเทสแล้ว ขับขี่สบายมากขึ้นเป็นโข และถ้ายิ่งมีระบบไฮบริดเข้ามาด้วยหล่ะก็..ไม่อยากจะพูดเลยว่ามันจะดีขนาดไหน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Sukuli Motorcycle สานฝันคนงบน้อย เปิดตัวโมเดงานมิลเลอร์

นึกว่าศูนย์รวมรถชื่อดังระดับโลกสานฝันคนงบน้อย ใครอยากมีรถบิ๊กไบค์..แต่ตังในกระเป๋าไม่เป็นใจ ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ในประเทศจีนอย่าง Jiangsu Sukuli หรือเจ้าของแบรนด์ Sukuli Motorcycle ก็พร้อมจะเป็นวาสนาคู่ใจเหล่าไบค์เกอร์ โดยล่าสุดทางแบรนด์ได้เปิดตัวสปอร์ตไบค์งานพรีเมียม มิลเลอร์ในชื่อโมเดลต่าง ๆ ชูโรงโดย Sukuli S1000RR SukuliCorse รหัสอาจจะดูคุ้น ๆ แต่คงไม่คุ้นเท่าโฉมจริงตัวเป็น ๆ เหมือนยันเงา พร้อมจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม Made-in-China.com @bieugarcia Bmw moto ou Suzuki moto?? Ou a Chinesa SUKULI ?? #bmw #honda #suzuki #motorcycle #moto ♬ som original – bieu สำหรับการออกแบบเจ้าซูคูลี่ในหลาย ๆ รุ่น ก็คล้ายคลึงกับโมเดลซูดเปอร์ไบค์จากค่ายอื่นแหล่ะครับ ซึ่งอาจเป็นการใช้ชื่อและรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงเพื่อดึงดูดความสนใจ แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ต้นฉบับแต่อย่างใดทั้งสิ้น ซึ่งถ้าหากเราไม่ได้มองบูลลี่แบบมากมายอะไรนัก ถือว่าแบรนด์เขาค่อนข้างมีฝีมือทีเดียว กว่าจะออกแบบโครงสร้างแต่ละส่วนทั้งภายในและภายนอกให้ดูเหมือนกับต้นฉบับนับว่ายากพอควรแล้ว โดยรุ่นดังทั้งหมดจะมีให้เลือกทั้งสเปค 250 ซีซี และรุ่น 400 ซีซีด้วยกัน แบ่งเป็นแรงม้าสำหรับรุ่น 250 ซีซี จะให้แรงม้ามาทั้งหมด 15.6 แรงม้าที่ 7,000 รอบ แรงบิด 17 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ส่วนรุ่น 400 ซีซีจะให้แรงม้ามาทั้งสิ้น 28 แรงม้าที่ 8,300 รอบ แรงบิด 28 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ สเปคเครื่องยนต์คร่าว ๆ จะประมาณนี้ ช่วงล่างให้มาดีหน่อย จานดิสก์เบรกคู่อัดคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ พร้อมโช้คหัวกลับ และโช้คเดี่ยวด้านหลังและให้ยางไซส์สปอร์ต 110/70 และ 150/70 ล้อขอบ 17 นิ้ว สวยงามตามแบบฉบับรถสปอร์ตงานมิลเลียมของเขาหล่ะครับ  ซึ่งไม่ได้มีเพียงโมเดลรุ่นนี้เท่านั้นนะครับ ยังมีโมเดลอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวอีกหลายรุ่น ที่คุณกำลังคิดว่าเขาจะเลียนแบบหรือไม่..ทำแน่นอน และทำออกมาเหมือนต้นฉบับจริง ๆ อย่างเช่น SukuliCorse, Suzuki, KTM, Honda, Yamaha เหมามาหมด ใช้พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกัน  @sgbikemart One Price get 3 different branding! 😆😆😆😆😆 Introducing Sukuli: the love child of Suzuki, Ducati, and BMW all in one! 🏍✨ #playsobig #sukuli #SukuliMagic #RideRemix #MotorcycleMashup #sukulicorse #sukulis1000rr ♬ Funny lazy donkey (hilarious song)(937200) – LEOPARD คงอยากคนอยากขี่มากมายแต่ในเรื่องของปัจจัยของเขาอาจจะไม่ถึงจริง ๆ ก็ได้ครับ  สุดท้ายนี้ ใครที่อยากได้โมเดลเหล่านี้จริง ๆ ย้ำว่าอยากได้จริง ๆ อาจจะต้องอดใจรอกันซักแปปนึง เพราะตอนนี้ยังไม่มีกำหนดขายปลีกซึ่งอาจจะต้องรอดีลเลอร์ใจดีที่เห็นโอกาสการเติบโตในอนาคตก็เป็นไปได้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก