SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

วาเลนตีโน รอสซี วางเป้าหมายของ VR46 ฤดูกาล 2025 วาเลนตีโน รอสซี นายใหญ่ของทีมรองค่าย Ducati อย่าง VR46 Racing Team ที่เจ้าตัวออกมาเผยว่าตัวเขานั้นคาดหวังไว้อย่างสูง สำหรับการรีดฟอร์มเก่งในการไล่ลาโพเดียมของทีมประจำฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ “ผมคาดหวังกับทีมในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ไว้สูงมาก เพราะในฤดูกาลนี้ทีมของเราเหมือนเป็นทีมรองในอันดับสองที่ใช้รถจากค่าย Ducati ในการแข่งขัน ดังนั้นผมเองก็หวังว่าเราจะสามารถต่อสู้เพื่อโพเดียม และชนะการแข่งขัน และหากเป็นไปได้ ผมเองก็หวังที่จบตำแหน่งสูง ๆ ในตารางคะแนน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าผมอยากให้ทีมนั้นติดท็อปไฟว์ในการแข่งขันทุกสนาม” “เรามีความสุขอย่างมากที่มีนักแข่งสัญชาติอิตาลีถึงสองคนในทีม ผมคิดว่าเราสามารถแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง” อีกทั้ง ‘พ่อหมอ’ ยังออกมาเผยถึงฟรานโก้ โมบิเดลี นักบิดคนใหม่ล่าสุดของทีม ว่าการที่ทีมได้ตัวของ ‘แฟรงกี้’ เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะแฟรงกี้เองก็เป็นอดีตเด็กปั้นจากอะคาเดมีของ VR46 Riders Academy และเคยพาอะคาเดมี่นี้ได้แชมป์โลก Moto2 ในฤดูกาล 2017 “การได้โมบิเดลี่เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นสิ่งที่พิเศษมากสำหรับเรา เพราะเขาเองเป็นนักแข่งที่เติบโตมาจากอะคาเดมีของเรา และเราก็อยู่เคียงข้างกันมาตลอดในอาชีพของเขา ดังนั้นการได้เข้ามาอยู่ในทีมก็เหมือนเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดให้สมบูรณ์ และเราหวังว่าเราจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากขึ้น” สองนักบิดของทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ และฟรานโก้ โมบิเดลลี่ จะขับขี่รถจากค่าย Ducati ลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ โดยในรายของฟาบิโอจะขับขี่รถสเปคเดียวกันกับทีมโรงงานอย่าง Ducati GP25 และแฟรงกี้จะขับขี่ในสเปครองลงมาอย่าง Ducati GP24 โดยรายละเอียดกราฟิกของรถถูกออกแบบให้โดดเด่นด้วยสีเหลืองสะท้อนแสง และสีขาว รวมถึงหมายเลข 46 ที่อยู่เป็นกรอบล้อมรอบหมายเลขของนักแข่งทั้งสองคน “ผมมีความสุขมากกับลวดลายใหม่ เราเดินตามแนวคิดของปีที่แล้วร่วมกับ Aldo Drudi ผู้ออกแบบคนสำคัญของผม และรถแข่งสีเหลืองสะท้อนแสงนี้ก็เหมือนเป็น ‘รถของเรา’ และตอนนี้ที่เพิ่มลวดลายพระอาทิตย์และพระจันทร์รวมถึงเลข 46 มันยิ่งพิเศษมากขึ้น” โดยทีมของพ่อหมอจะเริ่มลงทำการทดสอบอีกครั้งในการทดสอบที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามรายการ ThaiGP 2025 ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เป้กโก้ มอง มาร์กมีทักษะการขับขี่ที่น่าสนใจ เป้กโก้ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และมาร์ก มาร์เกซสองนักบิดจากทีมโรงงานดูคาติที่ทั้งคู่รวมกันมีแชมป์มากถึง 11 สมัย โดยเป้กโก้ได้ออกมาเผยว่าทีมเมทแชมป์โลก 8 สมัยของเจ้าตัวนั้นมีทักษะการขับขี่ที่มีความน่าสนใจ และเป้กโก้เองก็เคยศึกษาการขับขี่ของมาร์ก มาร์เกซอีกด้วย โดยจุดที่เป้กโก้ประทับใจ และต้องการศึกษาจากการขับขี่ของมาร์ก มาร์เกซ ได้แก่การขับขี่บนแทร็กที่มีความลื่นได้อย่างยอดเยี่ยม และวิธีการเข้าโค้งของแชมป์โลก 8 สมัยซึ่งก็เป็นจุดที่น่าสนใจไม่น้อย “มาร์กมีสองทักษะที่ผมประทับใจมาก อย่างแรกคือวิธีในการขับขี่บนแทร็กที่ลื่น เขาสามารถหาเทคนิคการขับขี่บนสนามแข็งประเภทนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือวิธีการเข้าโค้งซ้ายของเขา เขาทำอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นทั้งหมด ผมลองพยายามแล้ว แต่ทุกครั้งที่ผมทำ ผมมักจะเสียการควบคุมที่ล้อหน้า ดังนั้นผมต้องเรียนรู้การขับขี่ของเขา” นโยบายนักบิดต้องแบ่งปันข้อมูลกัน นโยบายของทางดูคาติมีการเผยว่านักบิดต้องมีการแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกันภายในทีม อีกทั้งทางดูคาติยังมีการจัดทำรายงานหลังการแข่งขันสำหรับนักบิดแต่ละคน โดยในรายงานดังกล่าวจะมีการระบุถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนเพื่อช่วยพัฒนาผลงานการขับขี่ “ปกติผมจะดูข้อมูลของนักบิดดูคาติที่มีการแข่งขันสูงทั้งหมด เพราะนักบิดหลายคนทำสิ่งที่แตกต่างกันได้ดี ดังนั้นมันสำคัญและน่าสนใจที่จะดูวิธีที่นักบิดคนอื่นใช้ทำเวลาต่อรอบ ตัวอย่างเช่น การแข่งขันที่สนามเฆเรซเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผมก็เรียนรู้จากมาร์กในการเข้าโค้งที่ 7 และ 8” ซึ่งแน่นอนว่าการเรียนรู้จากการขับขี่ในนักแข่งระดับท็อปเป็นที่มาร์ก มาร์เกซเห็นด้วย เพราะตัวเขาเองก็ได้ดู และเรียนรู้การขับขี่จากเป้กโก้ และมาร์ติน ที่ทั้งสองเป็นนักบิดที่เร็วที่สุดในการแข่งขันเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา “แน่นอนว่าคุณต้องดูนักบิดดูคาติระดับท็อปทั้งหมด และเมื่อปีที่แล้ว โดยเฉพาะครึ่งแรกของฤดูกาล ผมดูสิ่งที่เป็กโกและมาร์ตินทำเยอะมาก เพราะทั้งสองคนเป็นนักบิดที่เร็วที่สุด แต่โดยเฉพาะเป็กโก เพราะเขาอยู่ในทีมโรงงาน เพื่อพยายามเข้าใจการตั้งค่า จากนั้นในครึ่งหลังของฤดูกาลมันก็เปลี่ยนไป เพราะผมเริ่มทำในแบบของตัวเองมากขึ้น เพราะผมเริ่มเข้าใจตัวรถและสิ่งที่ผมต้องการดีขึ้น แต่มันเป็นกลยุทธ์ที่ดีของดูคาติที่แบ่งปันข้อมูลระหว่างนักบิดทุกคน เพราะแบบนี้การพัฒนาก็ง่ายขึ้น” เป็นอีกหนึ่งคู่จากทีมโรงงาน Ducati ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เต็งแชมป์’ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มการแข่งขันในฤดูกาล 2025 โดยมาร์ก และเป้กโก้จะจับมือพาทีมโรงงานสร้างความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าอันดับหนึ่งในทุกโพเดียมได้หรือไม่ เหล่าสาวกต้องติดตาม โดยการแข่งขันนัดเปิดสนามในการแข่งขัน Thai GP จะเปิดฉากในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 QJ Motor เล็งเปิดตัว 3 รุ่นใหม่ ข้ามฝั่งยุโรปมาที่โซนเอเชียกันหน่อย กับแบรนด์ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ค่ายมังกรยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง 2025 QJ Motor จ่อประกาศเปิดตัวโมเดล 3 รุ่นใหม่พิกัด 600 ซีซี ที่มาพร้อมขุมกำลังสูบวีโดยเน้นไปที่สายครูเซอร์คลาสสิก โดยจ่อเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ Q600-12F ตามเอกสารการอนุมัติสำหรับโมเดลรุ่นแรกอย่าง Q600-12F ครูเซอร์โม่งหน้าขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกำลังเครื่องยนต์ V4 ขนาด 561 ซีซี ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กกว่าเจ้า SRV600V แต่เครื่องยนต์ดังกล่าวมีการออกแบบที่แตกต่างกันไป รวมถึงตัวถัง แฟริ่งและท่อไอเสีย ซึ่งออกแบบให้ดูคล้ายคลึงกับรุ่นพี่อย่าง SRV900V ส่วนรายละเอียดพื้นฐานทางเทคนิคนั้นแตกต่างกับเจ้า SRV600 โดยติดตั้งมาพร้อมน้ำหนักขนาด 223 กก. และเคลมแรงม้ามาที่ 67 แรงม้า และจัดท็อปสปีดมาที่ 178 กม./ชม. QJ600-12E ต่อด้วยรุ่นที่สองกับ QJ600-12E พร้อมเครื่องยนต์ V4 พื้นฐานตัวเดียวกันกับรุ่นแรก แต่ทว่าในเรื่องของการออกแบบทั้งหมดจะเน้นไปทางรุ่น 900 (แทบเหมือนกัน) ที่มีขนาดสัดส่วนใหญ่กว่าในรุ่นซีซีเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ล้อ ถังน้ำมัน เบาะโดยสารและบริเวณด้านท้าย รวมถึงขาหุ้มโช้คด้านหน้าที่ดีไซน์สวยงามและกำลังเป็นเทรนด์ใหม่ในตลาดจีน ณ ตอนนี้ โดยรวมตัวโมเดลมีน้ำหนักขนาด 218 กก. (น้ำหนักเบากว่ารุ่นแรก) และระยะฐานล้อขนาด 1,580 มม. QJ600-11D และครูเซอร์อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับการอนุมัติก็คือ QJ600-11D ซึ่งรุ่นนี้มีแนวทางการออกแบบแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ทั้งตัวบอดี้และสัดส่วนต่าง ๆ นอกจากนี้เครื่องยนต์ยังคงใช้แบบสองสูบเรียงขนาด 554 ซีซี เหมือนโมเดลรุ่นอื่น ๆ และให้กำลังแรงม้ามาที่ 60 แรงม้า เป็นรถที่สัดส่วนขนาดเล็กกว่ารุ่น V4 โดยมีฐานล้ออยู่ที่ 1,520 มม. น้ำหนักตัว 194 กก. ถึงแม้จะมีกำลังน้อยกว่าน้ำหนักเบากว่า แต่ทว่าเคลมความเร็วท็อปสปีดมาให้ถึง 192 กม./ชม. โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่นอาจถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ แต่ที่แน่ ๆ ไม่มาไทยแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025 Subaru Solterra รถยนต์พลัง EV จากค่าย Subaru แบรนด์รถยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น จะเข้ามารับบทบาทของรถ Safety Car ของการแข่งขัน SUPERBIKE WORLD CHAMPIONSHIP แทนที่ของ Dodge Challenger SPTs ภายใต้ข้อตกลงในระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2025 ถึงปี 2027 ซึ่งหมายความว่ารถ SUV ไฟฟ้าคันนี้จะเข้ามารับหน้าที่ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป รายละเอียดสเปคเบื้องต้น รายละเอียดสเปคของรถ SUV ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (All-Wheel Drive) ขนาด 71.4 kWh ให้พละกำลังรวมกันสูงสุดอยู่ที่ 217 แรงม้าที่มาพร้อมแรงบิดอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร โดยทางค่ายเคลมระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ 228 ไมล์หรือ 366 กิโลเมตร อีกทั้งรถคันนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับเครื่องชาร์จ DC แบบเร็ว (DC Fast Charger) ซึ่งช่วยให้ชาร์จไฟได้ถึง 80% ภายในระยะเวลาประมาณ 30 นาที ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อในรถโมเดลนี้มีการทำงานจับคู่กับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า จึงทำให้รถคันนี้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน ตั้งแต่ถนนในเมืองไปจนถึงเส้นทางโคลน ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจึงช่วยให้เพิ่มเสถียรภาพการควบคุม ทำให้การขับขี่มีความสนุกมากยิ่งขึ้น จับมือกับการแข่ง WSBK รถยนต์จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งตลอดฤดูกาลแข่งขันรายการ WSBK โดยรถคันนี้มีหน้าที่ในการประเมินสภาพสนามก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ละรอบ ไม่เพียงแค่รักษาความปลอดภัยก่อนเริ่มการแข่งขัน แต่บริเวณโดยรอบสนามแข่งขันในแต่ละครั้งจะมีพื้นที่พิเศษในการจัดแสดงรถยนต์ของทางค่ายเพื่อให้สื่อและแฟน ๆ ของ WorldSBK ได้สัมผัสกับนวัตกรรมล่าสุดของ Subaru รวมถึงมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ เช่น การทดลองขับบนสนามแข่ง การทดสอบรถ และกิจกรรมสนุกสนานอื่น ๆ อีกมากมาย Francesco Valentino (ฟรานเชสโก้ วาเลนติโน่) หัวหน้าฝ่ายการค้า และการตลาดของการแข่งขันรายการ WorldSBK ได้ออกมาแสดงความตื่นเต้นต่อความร่วมมือกับแบรนด์ Subaru ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Subaru ในฐานะพันธมิตรรถเซฟตี้คาร์อย่างเป็นทางการของ WorldSBK Solterra เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างนวัตกรรม สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ ทำให้มันเป็นรถที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันของเรา การมุ่งเน้นของแบรนด์รถยนต์ค่ายนี้ มีการเน้นในการผลิตรถยนต์คุณภาพสูงนั้นซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ WorldSBK ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ความร่วมมือครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงคุณค่าของการแข่งขันในฐานะแพลตฟอร์มการตลาดระดับโลกอีกด้วย” โดยรถ Safety Car จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะเริ่มปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งในรายการ WSBK ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คลายความกดดัน ? Gigi Dall’Igna เผย ไม่คิดว่า Ducati จะดีเท่าปีที่แล้ว Gigi Dall’Igna หัวเรือคนสำคัญของทีมโรงงาน Ducati ออกมาคลายความกดดัน หรือเผยทริคปลุกใจอะไรบางอย่างหรือไม่ เพราะจู่ ๆ จีจี้ก็ได้ออกมาเผยกับสื่อว่าตนนั้นไม่คิดว่าทีมแข่งในปี 2025 นี้จะทำผลงานออกมาได้ดีเท่าปีที่แล้ว แม้ว่าทีมโรงงาน Ducati อย่าง ‘Ducati Lenovo’ จะมีสองนักแข่งที่ดีที่สุดในกริดเลยก็ว่าได้อย่าง ‘เป้กโก้’ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และทีมเมทของใหม่ของทีม มาร์ก มาร์เกซ เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย แต่จีจี้ ผู้จักการทีม Ducati ก็ออกมายอมรับว่า การที่ทำให้ทีมแข่งในปีนี้ทำผลงานให้เหมือนกับความยิ่งใหญ่ของฤดูกาลที่แล้วนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยาก “ผมคิดว่ามันซับซ้อนและอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้ดีกว่าปีที่แล้ว แต่แน่นอนว่าเราสามารถพัฒนาตัวเองได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลักของเรา คือการคว้าแชมป์นักแข่งและแชมป์ผู้ผลิต ดังนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่การทำได้ดีกว่าฤดูกาลที่แล้ว สิ่งสำคัญคือการชนะทั้งสองแชมป์” ซึ่งในการแข่งขันรอบกรังด์ปรีซ์เมื่อฤดูกาล 2024 ทีมโรงงาน Ducati ก็สามารถเค้นฟอร์มร้อนแรงคว้าชัยในการแข่งขันไปถึง 19 สนาม แม้ในการแข่งขันสนามที่ 3 จะพลาดท่าเสียชัยชนะให้กับ Aprilia ไปแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจใด ๆ กับทีม เพราะสี่อันดับแรกของตารางคะแนนชิงแชมป์โลกก็เป็นรถจากค่าย Ducati ที่จับจองพื้นที่หัวตารางเป็นที่เรียบร้อย ตารางคะแนนชิงแชมป์โลก รถที่ใช้ คะแนน Jorge Martin Ducati 508 Francesco Bagnaia Ducati 498 Marc Marquez Ducati 392 Enea Bastianini Ducati 386 Brad Binder KTM 217 อีกทั้งยังแสดงถึงความเป็นเจ้าสนามด้วยการคว้าแชมป์ประเภทผู้ผลิตด้วยคะแนน 722 คะแนนห่างจากอันดับของอย่าง KTM ถึง 395 คะแนน ทีมผู้ผลิต คะแนน Ducati 722 KTM 327 Aprilia 302 Yamaha 124 Honda 75 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทีมโรงงานจะสามารถกระชากแชมป์โลก 8 สมัยเข้ามาเป็นนักบิดของทีมได้ แต่ทาง Ducati เองก็ต้องเสียแชมป์โลกคนปัจจุบัน ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ให้กับทีมโรงงาน Aprilia เสียเอเนีย บาสเตียนินี่ มาร์โก เบซเซคคี่ และการเสียทีม Prima Pramac ให้กับ Yamaha แต่หัวเรือของ ‘เจ้าสนาม’ รายนี้ก็ยังคงคิดว่าสองคู่หูใหม่นี้จะเป็นตัวเต็งในการคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ “เรามีนักแข่งแชมป์โลกสองคน และในมุมมองของผม พวกเขาคือนักแข่งที่ดีที่สุดในสนามในปี 2025” “เป้กโก้ (ฟรานเชสโก บัญญาญ่า) เป็นนักแข่งที่ยอดเยี่ยมที่พาเรากลับมาคว้าแชมป์นักแข่งอีกครั้งในปี 2022 เขาสามารถยืนยันตำแหน่งของเขาได้ในปีถัดมา และต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อชิงแชมป์โลกมาตลอด “ส่วนมาร์ค (มาร์เกซ) เป็นหนึ่งในนักแข่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ใน MotoGP ยุคปัจจุบัน แต่บางทีอาจเป็นตลอดกาล “เขาเคยมีอาการบาดเจ็บรุนแรง จากนั้นเขาก็ได้ร่วมงานกับเราปีที่แล้ว [ในทีมเกรซินี] และทำสิ่งที่ยอดเยี่ยม เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีเขาอยู่ในทีมของเรา” สองคู่หู มาร์ก และ เป้กโก้ จะลงซ้อมอย่างเป็นทางการอีกครั้งในการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย ในช่วงระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะลงแข่งขันอย่างเป็นทางการในนัดเปิดสนาม Thai GP ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Alberto Puig เผยทีม HRC Honda ต้องพัฒนาก่อนปี 2027 Alberto Puig (อัลแบร์โต้ พูอิก) ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของทีม HRC Honda ทีมจากในการแข่ง MotoGP ได้ออกมาเผยว่าทีมของตนนั้นไม่สามารถรอช่วงเปลี่ยนกฎในการแข่งขันปี 2027 ได้ ต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ตอนนี้เลย หลังจากที่ทีมของเขาได้เผชิญกับความยากลำบากมาหลายปีของตัวรถ RC213V ทีมโรงงานกำลังเผชิญกับความยากลำบาก และวิกฤตครั้งใหญ่ของทีมในการแข่งขันในรูปแบบกรังด์ปรีซ์ โดยในการแข่งขันปี 2024 ทีมรถแข่งจากค่ายฮอนด้าจบในอันดับสุดท้ายของตารางคะแนนในประเภทผู้ผลิต ด้วยคะแนนรวมเพียง 75 คะแนนเท่านั้น ซึ่งอันดับของนักแข่งที่ใช้รถฮอนด้าที่มีคะแนนสะสมในฤดูกาล 2024 ได้แก่ ‘โยฮันน์ ซาร์โก้’ จากทีม LCR Honda ที่ทำได้เพียงแค่จบในอันดับ 17 มี 55 คะแนนเท่านั้น โดยการเปลี่ยนแปลงกฎการแข่งขันในปี 2027 ที่จะมีการลดขนาดของเครื่องยนต์ลงจาก 1,000 ซีซีเหลือเพียง 850 ซีซีเท่านั้น ซึ่งหลายฝ่ายก็มองว่าทางฮอนด้าอาจจะรอให้ถึงช่วงนั้น เพื่อทำการทุ่มพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาที่เผชิญในปัจจุบันโดยเป็นลงทุนแค่เพียงรอบเดียวแบบสุดตัว แต่ทางด้านของผู้จัดการทีมอย่าง ‘อัลแบร์โต้ พูอิก’ ได้ออกมาบอกว่าการรอให้ถึงปี 2027 แล้วค่อยพัฒนาเป็นเรื่องที่ช้าเกินไป “แบรนด์ต่าง ๆ จะหาทางทำให้รถจักรยานยนต์เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะมีการควบคุมที่น้อยลง หรือไม่มีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ก็ตาม แต่นั่นไม่สำคัญ ซึ่งมันยากที่จะให้คำตอบที่แน่ชัดในตอนนี้ แต่ฮอนด้าไม่สามารถรอถึงปี 2027 เพื่อก้าวไปข้างหน้าได้ นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องคิดถึงปีหน้า” โดยพูอิกยังเผยอีกว่าสิ่งเดียวที่ฮอนด้าควรทำมากที่สุดตอนนี้คือ การปรับปรุงรถมอเตอร์ไซค์สำหรับแข่งขัน และการว่าจ้างผู้ที่มีความสามารถเข้ามาร่วมเป็นทีมพัฒนาของทีม “กลยุทธ์เดียวที่เราวางไว้ในตอนนี้คือการปรับปรุงรถมอเตอร์ไซค์ โดยนั่นคือจุดเริ่มต้น และเพื่อบรรลุสิ่งนี้ ฮอนด้ากำลังจัดสรรทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ รวมถึงเทคโนโลยีของเรา โดยผมไม่ได้หมายถึงแค่ทรัพยากรทางการเงิน แต่ยังรวมถึงทรัพยากรมนุษย์ด้วย นั่นคือเหตุผลที่เราตัดสินใจจ้างโรมาโน (อดีตหัวหน้าฝ่ายเทคนิคของ Aprilia) สิ่งแรกที่ต้องทำคือปรับปรุงรถมอเตอร์ไซค์” “ตอนนี้พวกเรายังไม่มีแผนที่แน่นอน เรากำลังทำทุกอย่างที่ทำได้ในแต่ละวัน เพราะเราตระหนักว่าระดับของเราตอนนี้ยังไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น” ทางทีมโรงงานฮอนด้า ‘HRC Honda’ จะเปิดตัวทีมแข่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 และทีม ‘LCR Honda’ จะเปิดตัวทีมอย่างเป็นทางการวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 สาวกค่ายปีกนก รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc Marquez ลั่น “ผมพร้อมทำเพื่อทีม Ducati” Marc Marquez ลั่น พร้อมล่าแชมป์ให้ Ducati โดยนักบิดแชมป์โลก 8 สมัย ที่เปิดตัวเป็นนักแข่งของทีมโรงงาน Ducati อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้เผยถึงความรู้สึกในการเป็นนักแข่งของทีมแชมป์ 3 สมัยล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP @ducaticorse One vision. 🔴 A Red vision for the 2025 #MotoGP season. Let us introduce the #DucatiLenovoTeam and our new riders Dream Team #Pecco63 and @Marc Márquez #CampioniInPista #Ducati #ForzaDucati @MotoGP™ @ducati @Lenovo ♬ suono originale – Ducati Corse “มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากที่ผมได้มาอยู่ที่นี่ในวันนี้ (งานเปิดตัวทีมแข่งโรงงาน Ducati รายการ MotoGP อย่างเป็นทางการ) เพื่อเปิดฤดูกาลใหม่ของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งผมมองว่านี่เป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดในอาชีพนักแข่งของผม” “ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พักผ่อนบ้าง แต่ก็มีบางช่วงที่ได้ลงฝึกซ้อม และตอนนี้ผมเองก็รู้สึกว่าผมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการแข่งขันในฤดูกาลใหม่ที่มีความท้าทาย และน่าตื่นเต้น เพราะเราจะได้เริ่มกลับมาทดสอบอีกครั้งสนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย และต่อด้วยบุรีรัมย์” อีกทั้งเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เจ้าตัวได้ตั้งเป้าหมายระยะสั้นของตัวเองไว้ และยังรู้ตัวดีว่าเป้าหมายในการแข่งขันให้กับทีมโรงงานย่อมไม่ใช่เรื่องอะไรอื่น นอกจากการได้โพเดียมในทุกสนามที่ลงแข่งขัน “ผมตั้งเป้าหมายระยะสั้น ๆ ของผมก็คือการสนุกกับทุกการขับขี่ เพราะผมรู้ดีว่าถ้าผมทำได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะตามมาเอง และอย่างที่ผมเคยพูดไว้หลายครั้งเมื่อคุณอยู่ในทีมโรงงาน เป้าหมายย่อมไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการแข่งขันให้ได้ในทุกสนาม การต่อสู้เพื่อโพเดียม และชัยชนะ และพยายามผลักดันตัวเองให้เป็นตัวหลักในการแข่งขันชิงแชมป์โลก” “เราต้องการทำงานอย่างหนัก และสร้างชัยชนะร่วมกับทีม มันไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าใครในทีมจะชนะ แต่ขอแค่เป็นทีม และทุกคนใน Ducati สุดท้ายแล้วผลการแข่งขันจะเป็นตัวบอกเองว่าเราจะอยู่ตรงไหนในตารางคะแนนในช่วงเวลาที่ผมได้ใช้ร่วมกับทีมจนถึงตอนนี้ ผมเห็นแล้วว่าบรรยากาศการทำงานนั้นยอดเยี่ยมมาก และผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้ขี่ Desmosedici GP อีกครั้ง” เหล่าสาวกของทีมโรงงาน Ducati สามารถติดตามผลงานการซ้อมรอบสนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และติดตามการแข่งขันนัดเปิดสนาม Thai GP ได้ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ที่สนามช้าง จังหวัดบุรีรัมย์ แฟนคลับเป้กโก้ และมาร์ก เตรียมตัวรอได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง 2025 ทำถึง.!! น้ำมัน 1 ลิตร วิ่งเกือบ 1,000 กม. นับเป็นกิจกรรมยิ่งใหญ่ประจำปี สำหรับงานแข่งขัน “ฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง” ครั้งที่ 27 ประจำปี 2025 ปิดฉากจบลงอย่างสวยงาม โดยรางวัลชนะเลิศเป็นของทีมกรุงเก่า 1 จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนยศิลปาชีพบางไทร สร้างผลงานสถิติประหยัดน้ำมันสูงสุดด้วย 897.656 กม./ลิตร ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พร้อมคว้ารถจักรยานยนต์รุ่น Honda Supercub ไปครอบครอง และเงินพัฒนาทีมมูลค่าสูงถึง 60,000 บาท และตามด้วยอันดับรองชนะเลิศเป็นของทีมปราบไตรจักร วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก ด้วยสถิติ 877.242 กม./ลิตร คว้ารถจักรยานยนต์รุ่น Honda Wave 110i พร้อมเงินพัฒนาทีมมูลค่า 40,000 บาท โดยการแข่งขันฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง Honda Eco Mileage Challenge ปีนี้จัดขึ้นที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต โดยมีบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะวิศวกรรมยานยนต์ให้แก่เยาวชนไทย ซึ่งแข่งขันนี้นับเป็นการส่งเสริมและผลักดันเยาวชนไทยให้ก้าวไปสู่การพัฒนาทักษะด้านวิศวกรรมยานยนต์และสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 320 ทีมทั่วประเทศ โดยในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 320 ทีมจากทั่วทุกจังหวัด แข่งขันภายใต้โจทย์น้ำมัน 1 ลิตร สามารถวิ่งได้ระยะทางเท่าไหร่ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รุ่นหลัก ได้แก่ รุ่นประดิษฐ์ – ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างตัวถังรถขึ้นเองและติดตั้งเครื่องยนต์ Wave110i ของฮอนด้า รุ่นรถตลาด – ผู้เข้าแข่งขันต้องดัดแปลงรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นต่างๆ เช่น Honda Wave110i, Honda Wave125i และ Honda Supercub ผลการแข่งขัน รุ่นประดิษฐ์ ระดับอาชีวศึกษา: ทีมกรุงเก่า1 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร คว้ารางวัลชนะเลิศด้วยสถิติ 897.656 กม./ลิตร รุ่นประดิษฐ์ ระดับอุดมศึกษา: ทีมตะโกราย 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน คว้ารางวัลรองชนะเลิศด้วยสถิติ 764.915 กม./ลิตร รุ่นประดิษฐ์ ระดับประชาชน: ทีม infernal deva สังกัดร้านซ้งบริการ ด้วยสถิติ 911.597 กม./ลิตร รุ่นรถตลาด: ทีม Trangairport Econo Team 1 วิทยาลัยเทคนิคตรัง คว้ารางวัลชนะเลิศด้วยสถิติ 205.097 กม./ลิตร และปีนี้เป็นปีแรกที่มีรางวัลพิเศษสำหรับทีมที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยม ซึ่งได้แก่ ทีม NSTRU Eco-Racing จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากปีที่แล้วถึง 307% เพื่อเป็นกำลังใจในการพัฒนาต่อไป และนี่ก็เป็นกิจกรรมที่ทางไทย ฮอนด้า และผู้ใหญ่องค์กรภาครัฐต่างให้การสนับสนุนเพื่อเพิ่มพูนความสามารถ ทักษะของน้อง ๆ เยาวชนไทย และสามารถต่อยอดในวิชาชีพในอนาคต สุดยอดจริง ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Yamaha XSR155 ไมเนอร์เชนจ์ อัปเดตสีใหม่ วัยรุ่น XSR เตรียมให้พร้อม!! ทางยามาฮ่า มอเตอร์ ประเทศอินโดนีเซียประกาศเปิดตัว New 2025 Yamaha XSR155 สปอร์ตเฮอร์ริเทจรุ่นคลาส 155 ซีซี มาพร้อมการปรับปรุงครั้งใหม่ เพิ่มความคลาสสิกพรีเมียมมากยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ Born to be Free ไมเนอร์เชนจ์ มาแค่สี แต่สวยดี สีน้ำตาล (Metallic Brown Authentic) สีดำ (Metallic Black Elegance) สีซิลเวอร์ (Matte Silver Premium) โดยรุ่นเจ็นล่าสุดมาพร้อมกับชุดสีอัปเดตใหม่ถึง 3 เฉดสี ประกอบไปด้วย สีน้ำตาล (Metallic Brown Authentic), สีดำ (Metallic Black Elegance) และสีซิลเวอร์ (Matte Silver Premium) รวมถึงลวดลายใหม่บริเวณตัวถัง ตัดแต้มสีทองเพิ่มระดับความคลาสสิกพรีเมียมไว้ในรุ่นนี้ ส่วนอื่น ๆ ยังคงไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรตามสไตล์รถเอนกประสงค์ใช้งานทั่วไป เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันกับ R15 ยังผสมผสานความสปอร์ตเข้าด้วยกันด้วยเครื่องยนต์แบบสูบเดียว 4 วาล์ว ขนาด 155 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 19 แรงม้าที่ 10,000 รอบ มาพร้อมแรงบิด 14.7 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบ มีอัตรากำลังอัด 11.6 : 1 ระบบเกียร์แบบ 6 สปีดพร้อมแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ และถังน้ำมันขนาด 10.4 ลิตร ประกอบกับตัวเฟรมแบบเดลต้าบ็อกซ์ ยึดมาพร้อมสวิงอาร์มคู่ ส่วนระบบช่วงล่างนั้น โช้คหน้าให้มาเป็น Up Side Down ขนาดแกน 41 มม. และโช้คเดี่ยวด้านหลัง ระบบเบรกใช้เป็นดิสก์เบรกหน้า-หลัง มีขนาดไซส์ล้อและยางที่ 110/70-17 และ 140/70-17 ตามลำดับ เปิดตัวมาหลายเจ็นแล้ว ทำไมยังไม่มี ABS แน่นอนว่าเจ้า XSR นั้นมีจุดแข่งในเรื่องของการดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และค่อนข้างถูกโฉลกไบค์เกอร์บ้านเราเลยไม่น้อย (ดีไซน์ออกแบบตัวรถโดยฝีมือคนไทย) เครื่องยนต์ที่เป็นพื้นฐานเดียวกันกับสายสปอร์ต อย่าง YZF-R15 , NMAX155, WR155 และเน็กเก็ตไบค์อย่างเจ้า MT-15 ซึ่งอาจแตกต่างในเรื่องของอัตราทดเกียร์และการรีแมฟเครื่องยนต์ที่ทางค่ายออกแบบให้แตกต่างกันไปตามคาแรคเตอร์ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นเครื่องยนต์ย่อมมมาพร้อมกับความแรงด้วยระบบแคมชาร์ฟแบบคู่ หรือ วาล์วแปรผัน VVA ตัดรอบการทำงานที่แตกต่างกัน แต่…แต่!! เจ้า XSR รุ่นนี้ยังไม่มีระบบ ABS ติดตั้งมาให้ อาจเพราะในเรื่องของราคาที่ถูกกว่ารุ่นอื่น ๆ และเน้นสไตล์การขับขี่ที่ดูเท่ ดูหล่อ เป็นหลัก ซึ่งอาจเป็นโจทย์อีกข้อหนึ่งที่ทางค่ายอาจไม่ได้ติดตั้งมาไว้ให้ในรุ่นนี้ก็เป็นไปได้ ส่วนอื่น ๆ ยังคงตามเดิม หน้าจอดิจิทัล LCD ไฟสว่าง LED ทรงกลมทั้งหน้าและหลัง เบาะชิ้นเดียวตอนยาว มีพื้นที่การรองรับโดยสารมากกว่าแบรนด์อื่น ๆ (อันนี้ดี) กับราคาเปิดตัวในตลาดอินโดนีเซียที่ 39,015,000 รูเปีย หรือราว ๆ 8 หมื่นต้น ๆ ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงมากนัก กับสปอร์ตเฮอร์ริเทจรุ่นนี้ คาดมาไทยแน่นอนแต่จะเป็นช่วงไหนก็รอลุ้นติดตามชม อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aerox Twin 140 cc รถ 2 จังหวะทำซิ่ง สกิดเป็นยก พามาชมอีกที่น่าสนใจจากโซเชียลในต่างประเทศ กับโปรเจ็กต์สุดแนวของครีเอเตอร์หนุ่มสุดฮอตสายยานยนต์อย่าง Siw 993 ซึ่งถ้าใครที่ติดตามก็จะรู้ว่าพี่แกชอบทำอะไรโลดโผนแปลก ๆ เป็นคาแรคเตอร์อยู่แล้ว โดยคราวนี้จะพามาชมสกูตเตอร์ 2 จังหวะพิกัด 50 ซีซี รุ่นฮิตเมื่อ 10 ปีก่อน อย่าง Yamaha Aerox Twin 140 cc พร้อมจัดทรงโมดิฟาย ยกเครื่องใหม่ทั้งหมดและอัปไซส์บล็อกเครื่องเป็น 140 ซีซี ใน 2 จังหวะรุ่นนี้ ขี่แล้วจะแรงแค่ไหน..มาชมกัน ตัวซิ่ง..อิตาลี หากจากดูจากคลิป เราจะเห็นตัวโมเดลผ่านการตกแต่งโมดิฟายมาในหลาย ๆ จุด เรียกได้ว่ารื้อและประกอบใหม่ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเริ่มด้วยการทำบล็อกเครื่องยนต์ใหม่เป็น 2 สูบ ขนาด 140 ซีซี รวมถึงชิ้นส่วนอื่น ๆ ซึ่งครั้งนี้ได้ผู้ผลิตอะไหล่ตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์ชื่อดังอย่าง Polini เข้ามาจัดสรรเติมแต่ง โมดิฟายแบบเต็มสูบ @siw_993 Video completo sul canale ( finito male ) #aerox #scooter #twincylinder #polinimotorispa @polinimotorispa ♬ suono originale – Siw993 🇮🇹 นอกเหนือจากเครื่องยนต์แล้ว ส่วนอื่น ๆ ยังได้รับการออกแบบเช่นเดียวกัน อาทิ งานพ่นสีและประกอบแฟริ่ง ท่อไอเสีย พาร์ท Carbon Italy จัดทรงแบบรถสูตรออกมาให้ชมกัน รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม เครื่องยนต์ 2 สูบ 2 จังหวะ 140 ซีซี โมดิฟายโดยสำนักแต่ง Polini จากอิตาลี ชุดสีเหลืองอมฟ้า ลวดลายดูมีสีสันแบบสีด้าน งานแฟริ่งคัตชิ้นประกอบใหม่ ใส่สติ๊กเกอร์โลโก้ Polini ท่อไอเสียทรงคู่ ออกข้างเสียงหวานเจี๊ยบ บังโคลนหลังคาร์บอน โช้คเทเลสโคปิก โช้คเดี่ยวด้านหลังพร้อมซับแทงค์ ล้อแม็กสีฟ้า ดิสก์เบรกเดี่ยว ด้านหน้า ดรัมเบรกหลัง คาลิเปอร์ ปั๊มบน Polini จอดิจิทัล Starlane Corsaro-ll R นับว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจและนับหาได้ยากสำหรับรถ 2 จังหวะในยุคนี้ รวมถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ในคลิปที่เจ้าตัวได้ทดสอบไป ยังเป็นยังไงจะถูกใจแค่ไหนลองมาเม้นติชมกันได้ สำหรับโมเดลรุ่นต่อไปจะเป็นรุ่นอะไรที่ SuperBike Thailand นำมาเสนอก็อย่าลืมติดตามข่าวสารทางเพจได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoGP2027 มาร์กเผย จะเป็นฤดูกาลที่สร้างความแตกต่าง MotoGP2027 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขันรายการ MotoGP โดย ‘เด็กระเบิด’ มาร์ก มาร์เกซ นักบิดจากทีมโรงงาน Ducati ได้ออกมาเผยว่าการปรับเปลี่ยนกฎในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2027 จะช่วยสร้างความแตกต่างมากยิ่งขึ้น เพราะมองว่าการแข่งขันถ้ายิ่งมีปัจจัยทางเทคนิคมากเท่าไหร่ นักแข่งก็จะต้องพึ่งพาวิศวกรมากยิ่งขึ้นเท่านั้น หลังจากที่มีการประกาศปรับกฎในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2027 ที่จะมีการลดขนาดของเครื่องยนต์จาก 1,000 ซีซี เหลือเพียงแค่ 850 ซีซีเท่านั้น อีกทั้งยังมีการแบนในส่วนของตัวช่วยในการปรับความสูงของตังรถขณะขับขี่ และการตัดเรื่องของแอโรไดนามิกส์ออก โดยเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยให้ความเห็นว่าถึงแม้จะมีการปรับ แต่ทางค่ายผู้ผลิตก็จะต้องมีวิธีการในการรับมือเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน “จริงที่จะมีกฎใหม่ในการแข่งขันปี 2027 โดยมีการลดแอโรไดนามิกส์ การแบนอุปกรณ์ปรับความสูงขณะขับขี่ และลดความจุเครื่องยนต์ลงเหลือเพียงแค่ 850 ซีซี แต่ผมก็คิดว่ารถจักรยานยนต์ก็จะยังคงมีความเร็วเท่าเดิม” “เพราะผมก็ไม่รู้ว่าทางผู้ผลิตจะทำอย่างไร แต่ท้ายที่สุด พวกเขาก็จะมีวิธีการทำให้รถแข่งกลับมามีความเร็วได้เท่าเดิม” อย่างไรก็ตามนักบิดสัญชาติสเปนรายนี้ก็ยังคงมีความเชื่ออีกว่าการลดแอโรไดนามิกส์จะช่วยให้การแซงสามารถทำได้ง่ายขึ้น และการที่เลิกใช้อุปกรณ์ปรับความสูง เช่น อุปกรณ์โฮลช็อตสำหรับออกตัว จะช่วยให้การควบคุมรถกลับมาอยู่ในมือของนักแข่งมากยิ่งขึ้น “การใช้แอโรไดนามิกส์น้อยลง ส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการเร่งแซง ที่สามารถทำให้เร่งแซงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และตัวนักแข่งเองจะสามารถสร้างความแตกต่างได้มากยิ่งขึ้น” “และในเรื่องของอุปกรณ์ปรับความสูงขณะขับขี่ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ผมคิดว่ายิ่งรถมีอุปกรณ์ทางเทคนิคน้อยลงเท่าไร นักแข่งก็ยิ่งสร้างความแตกต่างได้มากขึ้น และยิ่งมีปัจจัยทางเทคนิคมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งต้องพึ่งพาวิศวกรมากขึ้นเท่านั้น” อุปกรณ์ Holeshot คืออะไร คืออุปกรณ์ที่ช่วยปรับสมดุลรถเวลาออกตัวในการแข่งขัน MotoGP ช่วยลดปัญหาล้อหน้ายก (Wheelie) และเพิ่มการยึดเกาะของล้อหลัง ช่วยให้รถสามารถออกตัวได้ดีขึ้น โดยเทคโนโลยีนี้ใช้แล้วจะสามารถควบคุมรถได้ง่ายกว่าเดิม มาร์ก มาร์เกซ และ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า ทีมเมทใหม่ของเจ้าตัวภายใต้ทีม Ducati Lenovo จะลงทำการทดสอบรถใหม่ที่รอบทดสอบ Sepang Test ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนจะมาที่ทดสอบที่ประเทศไทยในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มันสุดมาก ! Martinator เผยความรู้สึกถึงรถ RS-GP Martinator หรือ Jorge Martin แชมป์ MotoGP คนล่าสุดที่ได้เปิดตัวในฐานะนักแข่งอย่างเป็นทางการของทีมโรงงาน Aprilia Racing เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยการเปิดตัวครั้งนี้ได้เปิดตัวพร้อมกับทีมเมทคนใหม่อย่าง ‘มาร์โก้ เบซเซคคี’ ที่ย้ายมาจากทีม VR46 โดย ‘มาร์ติเนเตอร์’ ได้ออกมาเผยความรู้สึกของเจ้าตัวกับรถแข่ง RS-GP ที่เจ้าตัวได้ลองทำการขี่ทดสอบแล้วในการทดสอบที่สนามบาร์เซโลน่า “ตอนที่ผมขึ้นขี่รถครั้งแรก ผมยอมรับว่าผมไม่รู้จะคาดหวังอะไรแต่ผมก็เปิดใจกับรถคันนี้ไปก่อน แต่เมื่อได้ลองขี่ความรู้สึกของรถคันนี้ที่มอบให้ผม ผมรู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งมาก ผมคิดว่านี่คือรถที่ดีที่สุดที่ผมเคยขี่มา มันมีความรู้สึกสุดยอดจริง ๆ” “ในการขับขี่ช่วงแรกผมขี่ค่อนข้างช้า อาจจะเป็นเพราะยังไม่ชิน แต่หลังจากนั้นผมก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้นมาได้บ้าง และหลังจากการทดสอบผมก็เริ่มมองเห็นถึงปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ที่เกิดกับตัวผมมันอาจจะไม่ใช่สำหรับปัญหาของเอสปากาโร่ หรือบีญาเลส แต่ผมรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวในช่วงแรกมันยังไม่มั่นคงเท่ารถ Ducati แต่เรา และทีมช่างก็เริ่มปรับเปลี่ยนบางอย่างจนทุกอย่างเริ่มมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น” อีกทั้งทีมโรงงาน Aprilia ยังให้สองนักแข่งใหม่อย่างฆอร์เก้ มาร์ติน และมาร์โก เบซเซคคี่ ได้ทำการทดลองขี่รถในโมเดลปี 2024 รวมถึงรถโมเดลต้นแบบในปี 2025 ด้วย “พวกเรา (มาร์ติน และเบซเซคคี่) ได้ทดลองขี่รถต้นแบบที่จะใช้ในโมเดล 2025 ซึ่งผมว่ามันดีมาก เช่น ชุดแฟริ่งใหม่และการเปลี่ยนแปลงในตัวรถโดยรวม มันเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับปี 2024 ในเรื่องของแรงยึดเกาะ (traction) ผมยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่ผมต้องปรับตัวเข้ากับรถ มากกว่าที่จะเป็นปัญหาของตัวรถเอง” โดยหลังจากที่ได้ทำการลงทดสอบตัวสำหรับใช้แข่งในโมเดล 2025 เจ้าของแชมป์โลกคนล่าสุดยังออกมายอมรับว่า ตัวเขานั้นยังต้องปรับเปลี่ยนสไตล์การขับขี่ของเขา เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของรถ RS-GP “ผมรู้สึกว่ารถแข่งนั้นดีมากและมีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่ผมต้องใช้เวลาในการเข้าใจว่าจะต้องเร่งตรงไหน เก็บเวลาได้จากจุดใด หรือควรขี่ช้าลงตรงจุดไหน ในการทดสอบที่บาร์เซโลนา ผมขี่เหมือนยังใช้ Ducati อยู่ ผมต้องเปลี่ยนสไตล์การขี่ของผมเยอะมาก” “ผมคิดว่ารถคันนี้ดีมากจริง ๆ ผมแค่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่เท่านั้นเอง ผมคิดว่าเราสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยม” ฆอร์เก้ มาร์ติน จะลงทดสอบตัวแข่งอีกครั้งในการทดสอบรอบเซปัง เทส ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2568 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Davide Brivio เผย ตื่นเต้นที่จะได้เห็น Trackhouse Racing 2025 Davide Brivio (ดาวิเด บริวิโอ) ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของทีม Trackhouse Racing 2025 ได้ออกมาเผยว่าตัวเขานั้นตื่นเต้นกับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง เพราะทางทีมของเขานั้นมี ‘ส่วนผสมที่ดี’ ซึ่งหมายถึงการจับคู่กันของสองนักแข่งอย่าง ราอูล เฟอร์นันเดซ และ ไอ โอกุระ อีกทั้ง ทั้งคู่ยังจะได้ใช้รถ RS–GP สเปคเดียวกันกับทีมโรงงานตั้งแต่เปิดฤดูกาลใหม่ “ตอนนี้ที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูกาล 2025 มีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นกับพวกเรามากมาย โมเดลรถของปี 2025 มันดูทำให้พวกเรามีความหวังขึ้นอย่างมาก อีกทั้งผู้อำนวยการด้านเทคนิคคนใหม่ของ Aprilia อย่างฟาเบียโน สเตอร์ลากินี ที่กำลังจะนำสิ่งใหม่ ๆ และแนวทางการทำทีมใหม่มาให้เรา ผมตื่นเต้นมาก ๆ ว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหนกับรถปี 2025” สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของ ราอูล เฟอร์นันเดซ ผลงานการแข่งของ ราอูล เฟอร์นันเดซ ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลที่ทำได้ดีที่สุดคือการจบในอันดับที่ 16 ของตารางแชมป์โลก สามารถสะสมได้เพียง 66 คะแนนเท่านั้น ตามหลังทีมเมทอย่างมิเกล โอลิเวร่า ที่จบในอันดับที่ 15 สะสมคะแนนได้ 75 คะแนน โดยอันดับที่จบที่ดีที่สุดในการแข่งขันคือการจบในอันดับที่ 8 ที่สนาม TT Circuit Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยบริวิโอ ได้ออกมาเผยว่า ราอูลได้ทำการวางแผนการฝึกซ้อมใหม่ และได้พูดคุยกับนักแข่งรายนี้แล้วถึงวิธีการแก้ปัญหา เพื่อที่จะสามารถให้เจ้าตัวเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง “เขามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม การจบอันดับที่ 8 ที่สนาม TT Circuit Assen ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขาในฤดูกาลที่แล้ว และในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง เขา (ราอูล เฟอร์นันเดซ) ได้เปลี่ยนวิธีการฝึกซ้อมใหม่ ซึ่งมันเป็นหนทางที่เขาสามารถรู้ตัวเองได้ว่าต้องมีจุดไหนที่ต้องปรับปรุงอีกบ้าง” “ในเรื่องของต้นเหตุของความผิดพลาดเมื่อปีที่แล้ว พวกเราได้หาหนทางถึงสิ่งที่ทำแล้ว จะสามารถทำให้ขี่ดีขึ้น ผมมีความหวังว่าได้จะได้เห็น ราอูล เฟอร์นันเดซ ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง” ไอ โอกุระ นักแข่งพรสวรรค์สูง การแข่งขันฤดูกาล 2025 ของทีมจะได้นักบิดดีกรีแชมป์รายการ Moto2 คนล่าสุดอย่าง ‘ไอ โอกุระ’ นักบิดสัญชาติญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทีม โดยผู้จัดการทีมของ Trackhouse ได้ออกมาเผยว่าเจ้าตัวรู้สึกดีใจ และมีความยินดีที่จะได้ร่วมงานกับนักบิดสัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ เพราะเขามองว่านักแข่งคนนี้เป็นคนที่มีพรสวรรค์สูง ประกอบกับทัศนคติที่ยอดเยี่ยม “ทางเรา (Trackhouse) ได้ตัดสินใจเลือกนักแข่งหน้าใหม่เข้ามาร่วมทีม และส่วนตัวผมก็คิดว่าไอ โอกุระ เป็นนักแข่งที่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม โดยเขาแสดงสิ่งนี้ให้พวกเราได้เห็นเมื่อการแข่งขันฤดูกาลก่อน ด้วยการคว้าแชมป์รายการ Moto2” “เราตื่นเต้นมาก ๆ ที่จะได้เขามาเข้าร่วมกับทีม ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาเป็นนักแข่งที่มีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ทุ่มเทกับการแข่งขัน ผมรู้สึกยินดีอย่างมากที่จะได้ร่วมสร้างประสบการณ์การแข่งระดับ MotoGP ไปกับเขา” โปรแกรมลงซ้อมรอบถัดไปของทีม Trackhouse Racing ไอ โอกุระที่เป็นหน้าใหม่ของการแข่งขัน MotoGP จะได้ลงซ้อมก่อนในรอบเชคดาวน์ เทส (Shakedown Test) ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 ก่อนที่จะลงซ้อมพร้อมกับทีมเมทอย่าง ราอูล เฟอร์นันเดซ ในรอบการซ้อมเซปัง เทส (Sepang Test) ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2025 โดยการซ้อมทั้งสองรอบจะมีขึ้นที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aleix Espargaro เชื่อ มาร์ตินไปได้สวยกับ Aprilia Aleix Espargaro อดีตนักแข่งทีม Aprilia ที่ในปัจจุบันได้ประกาศเลิกแข่งขันอย่างเป็นทางการ แล้วไปเป็น Test-Rider ให้กับทีม HRC Honda โดยเทสไรเดอร์รายนี้ได้ออกมาเผยว่าแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ จะสามารถไปได้ด้วยกับต้นสังกัดใหม่ มั่นใจมาร์ตินอนาคตสดใส ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลก MotoGP คนล่าสุดที่ได้ย้ายต้นสังกัดใหม่จาก Prima Pramac สู่ทีมโรงงานของ Aprilia เหมือนได้รับแรงกดดันเบา ๆ จากอดีตนักแข่งทีมโรงงาน Aprilia อย่าง อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่ ว่ามาร์ตินจะสามารถประสบความสำเร็จได้ แม้มาร์ตินจะยืนยันแล้วว่าเขาจะไม่ป้องกันตำแหน่งในปี 2025 ในปีแรกกับรถ RS-GP “ผมเชื่อเสมอว่าเราสามารถต่อสู้เพื่อแชมป์โลกกับ Aprilia ได้ และผมพูดสิ่งนี้ด้วยความจริงใจที่สุด เพราะตัวผมเองก็ไม่มีพรสวรรค์แม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับนักแข่งที่ต่อสู้เพื่อแชมป์ แต่ผมก็สามารถชนะการแข่งขันกับรถคันนี้ได้ ผมทำตำแหน่งโพลและสร้างสถิติในหลายสนาม” “ผมไม่ได้บอกว่าฆอร์เก้จะทำได้ในปีนี้ แต่เขาจะสามารถแสดงความสามารถของเขาได้อย่างแน่นอน” เปโดร อคอสต้า คือคู่แข่งคนสำคัญ ไม่เพียงแค่ปลุกใจมาร์ตินเท่านั้น แต่เอสปากาโร่เองก็ยังเตือนอีกว่า เปโดร อคอสต้า จะเป็นหนึ่งในนักแข่งที่มีความน่ากลัวอยู่ไม่น้อย แม้ว่านักแข่งจากทีมโรงงานของ Ducati จะยังเหนือกว่านักแข่งคนอื่น ๆ อยู่เล็กน้อย “ทีมเก่าของผมกำลังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ KTM ก็ได้เปรียบจากดาวรุ่งที่น่าเหลือเชื่ออย่างเปโดร ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ แม้ว่ารถ Desmosedici จาก Ducati จะยังคงเหนือกว่ารถคันอื่น ๆ อยู่ก็ตาม” ฆอร์เก้ มาร์ติน และมาร์โก เบซเซคคี สองนักบิดจากทีมโรงงานของ Aprilia จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคมนี้ สาวกของ ‘มาร์ติเนเตอร์’ รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Irving Vincent P5 เรซซิ่งคลาสสิก 2 วาล์ว 1,300 ซีซี หากนับว่าเป็นแรร์ไบค์ก็ไม่เชิง นี่คือคลาสสิกเรเซอร์สายพันธุ์โปรโตไทป์ใช้สำหรับการแข่งขันจากฟิลิปไอซ์แลนด์ Irving Vincent P5 กับรูปโฉมทรงสปอร์ตแบบตัวแข่งยุค 90 พร้อมเสน่ห์ในหลาย ๆ จุดมาให้ชมกัน หากนับเวลาก็คงราว ๆ 20 กว่าปีแล้วที่ผู้ก่อตั้งสองพี่น้องอย่าง Ken และ Barry Horner ที่ได้สร้างสรรค์เจ้า Vincent มาหลากหลายรุ่นรวมถึงรุ่นไซส์คาร์ เพื่อนำลงการแข่งขันรถคลาสสิกหลากหลายรายการ โดยโมเดลดังกล่าวมาพร้อมกับสเปคเครื่องยนต์วีทวิน 50 องศาแบบ 2 วาล์ว มีปริมาตรกระบอกสูบขนาด 1,300 ซีซี รีดกำลังแรงม้าสูงสุด 160 แรงม้าที่ 7,000 รอบ แรงบิด 169 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ และใช้ระบบเกียร์ 5 สปีด นอกจากนี้การโมดิฟายออกแบบเครื่องยนต์ยังได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยีในวงการ NASCAR และ V8 Supercar โดยเฉพาะในเรื่องโปรไฟล์แคมป์ชาฟท์ รูปทรงห้องเผาไหม้ ฝาสูบใหม่ ระบบจุดระเบิดจาก MoTeC และมาพร้อมซุ่มเสียงทรงพลังกังวานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ในขณะเรื่องของดีไซน์ออกแบบในลักษณะเป็นฮาฟแฟริ่ง ใช้ชุดสีดำทองแบบพรีเมียม รวมถึงเฟรมโมโครลีแบบพิเศษ ส่วนระบบช่วงล่างเป็นเทเลสโคปิกสามารถปรับค่าคอมเพรสชันและรีบาวด์ ส่วนโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ จานดิกส์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์ 4 พอต ล้อ 3 ก้านและยางสลิกสายสนาม นับว่าเป็นตัวแข่งที่น่าสนใจ จากการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2003 และได้ลงแข่งขันมาแล้วรายหลายการ แถมยังสามารถคว้าชัยใน Daytona (Battle of the Twins) ปี 2008 และ Goodwood Festival of Speed ปี 2014 รวมถึงรายการอื่น ๆ อีกมากมายในออสเตรเลียอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คนนี้มันมีของ ! คาร์เคดี้เผย อัลเดเกร์ พร้อมลุย MotoGP หลังจากที่สำเร็จภารกิจในการพาแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ กลับมาขึ้นโพเดียมอีกครั้งในรอบ ในฤดูกาลนี้ทางทีม Gresini Racing ได้นักบิดคนใหม่ที่ถูกโปรโมตมากจากการแข่งขัน Moto2 อย่าง ‘เฟอร์มิน อัลเดเกร์’ กดเวลาดีสุดในกลุ่มหน้าใหม่ ในรอบซ้อมที่ประเทศสเปนเหล่า Rookie หน้าใหม่ไม่ว่าจะเป็น ไอ โอกุระจากทีม Trackhouse Aprilia, สมเกียรติ จันทรา จากทีม LCR Honda และอัลเดเกร์ จากทีม Gresini Racing แต่ดูผิวเผินจากการซ้อมในยกแรกของทั้งสามคนในการแข่งขัน MotoGP ทางฝั่งของนักบิดชาวสเปนจะสามารถทำเวลาได้ดีกว่าใครเพื่อน โดยสามารถจบเวลาต่อรอบอยู่ที่ 01:40.56 ถัดมาเป็น ไอ โอกุระที่ 01:40.94 และก้องที่สามารถจบเวลาได้ดีที่สุดอยู่ที่ 01:41.29 ซึ่งการทำเวลาได้ดีที่สุดในกลุ่มหน้าใหม่ ทางหัวหน้าช่างอย่าง ‘แฟรงกี้ คาร์เคดี้’ ก็เพียงพอใจ และเข้าใจว่าการขยับขึ้นมาจาก Moto2 สู่ MotoGP ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและการขาดยางหน้าแบบนิ่ม หลังจากที่รอบชิงชนะเลิศของฤดูกาลเปลี่ยนสถานที่จัดงานจากบาเลนเซียมาเป็นบาร์เซโลนาในนาทีสุดท้าย “เรามีเหตุการณ์ล้มเล็กน้อย แต่โชคดีที่มันไม่แย่กว่านี้ในสภาพที่ยากลำบากแบบนี้” คาร์เคดี้กล่าว “มือใหม่ทุกคนได้สัมผัสกับกรวดในบางจุด ซึ่งผมก็ไม่แปลกใจเลย แต่ถึงอย่างนั้นการทดสอบนี้ก็ยังเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก หลังจากรอบที่สองหรือสาม เขาบอกว่าเขาเริ่มคุ้นเคยกับความเร็วได้แล้ว แต่เมื่อเราดูข้อมูล เบรกเป็นจุดที่ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกมาก” แม้จะมีเรื่องประทับใจ แต่มีบางจุดต้องปรับปรุง แม้จะสามารถกดเวลาได้ดีที่สุดในกลุ่มหน้าใหม่ แต่ก็ยังมีบางจุดที่ต้องปรับปรุงอยู่บ้างเพื่อการขับขี่ในขณะแข่งขัน สามารถรีดประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม “สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากคือ เรานั่งคุยกันเกี่ยวกับเรื่อง [การเบรก] และเมื่อเขาออกไปครั้งถัดไป เขาก็ทำได้ใกล้เคียงกับนักแข่งระดับท็อปมากขึ้นทันที จริง ๆ แล้วมันค่อนข้างน่ากลัว เพราะเราคิดว่า ‘บางทีเราอาจกดดันเขามากเกินไป!’” “แต่หนึ่งสิ่งที่ต้องปรับปรุง คือคุณต้องจำไว้ว่าตำแหน่งการนั่งของนักแข่งบนรถ และการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากใน MotoGP และสำหรับนักแข่งหน้าใหม่ มันแทบจะเป็นการคาดเดาในการทดสอบครั้งแรก คุณต้องพิจารณาตำแหน่งของนักแข่งคนอื่น ๆ แล้วเราก็วางเขาไว้ในจุดกลาง ๆ แต่ยังมีงานที่ต้องทำเพิ่มเติมในช่วงฤดูหนาวนี้” เป้าหมายคือโพเดียม แน่นอนว่าเป็นหน้าใหม่ขึ้นมาในการแข่งขันระดับสูงสุดครั้งแรก ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องตั้งเป้าหมายอะไรบางอย่าง เพื่อให้มีแรงจูงใจในการแข่งขันแต่ละสนามคาร์เคดี้ก็ได้ออกมาเผยว่าเป้าหมายของ อัลเดอร์เกร์คือโพเดียม “ผมเคยพูดเสมอกับนักแข่งคนก่อน ๆ และมันจะเหมือนกันกับเฟอร์มิน – สำหรับผม มันเป็นเรื่องของการพัฒนาในทิศทางที่ก้าวหน้าเสมอ ดังนั้นถึงแม้ว่าคุณจะจบอันดับที่ 20 ในสนามแรก (การสอบที่บาร์เซโลน่า) ถ้าหลังจากนั้นทุกสนามดีขึ้นเรื่อย ๆ คุณก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายแล้ว และในปีถัดไปคุณก็พร้อม” “ถ้าคุณมีฤดูกาลที่ขึ้น ๆ ลง ๆ… มันอาจจะยอดเยี่ยมที่ได้ขึ้นโพเดียมในสนามที่ 5 หรือ 6 แต่ถ้าหลังจากนั้นคุณจบอันดับที่ 20 มันก็ไม่ได้ผลดีนัก” “ความกดดันจะมีแค่เมื่อคุณจบการแข่งขันแรกบนโพเดียม เพราะหลังจากนั้นการพัฒนาให้ดีขึ้นตลอดทั้งปีจะเป็นเรื่องที่ยาก! ผมคาดหวังว่าในปีนี้เราจะมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยไม่ใช่ในลักษณะที่ว่า ‘นี่เป็นสนามที่ดี’ หรือ ‘นี่เป็นสนามที่ไม่ดี’ แต่มันจะเป็นแนวโน้มที่ก้าวหน้า” “ผมคิดว่าเฟอร์มินจะสร้างความประทับใจให้กับผู้คนมากมายในปีนี้” อัลเดเกร์ จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะนักแข่งทีม Gresini Racing ร่วมกับ อเล็กซ์ มาร์เกซในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคมนี้ และจะลงซ้อมในเซปัง เทส (Sepang Test) ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และต่อด้วยการสอบที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

พี่คนนี้ขี่เร็วมาก ! มาร์กกดเวลาซ้อมดีสุดด้วย Panigale V2 2025 เหมือนจะเตรียมร่างกายให้พร้อมแข่งขันอยู่เสมอสำหรับรายของ ‘เด็กระเบิด’ มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีมโรงงานของ Ducati โดยการซ้อมในครั้งนี้ทำการซ้อมที่สนาม Aspra Circuit เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน โดยเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ได้เลือกใช้ Panigale V2 2025 ในการฝึกซ้อม ซึ่งการที่เจ้าตัวเลือกใช้รถสปอร์ตโปรดักชั่นในการซ้อมครั้งนี้ ไม่เพียงแค่แสดงถึงความยืดหยุ่นของมาร์เกซในการปรับตัวให้เข้ากับรถที่หลากหลาย แต่ยังสะท้อนถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ Panigale V2 ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักแข่งระดับโลกได้ สเปคเครื่องยนต์ โดยสเปคเครื่องยนต์ของ Panigale V2 โมเดลใหม่ล่าสุดที่มาร์กใช้ขี่ซ้อมในครั้งนี้คาดว่าจะเป็นเครื่องยนต์สเปคเดียวกันกับที่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป มีพละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 155 แรงม้าที่ 10,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 104 นิวตันเมตร ที่ 9,000 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ เกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Ducati Quick Shift (DQS) ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่น สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องยนต์นี้ได้ที่นี่ มาร์กชื่นชอบพร้อมกดเวลาแจ่ม โดยหลังจากที่เสร็จสิ้นจาก Section ของการซ้อมมาร์เกซได้ทำการโทรหา ‘คลาวดิโอ โดเมนิกาลี’ CEO ของทางดูคาติพร้อมกับเล่าความรู้สึกของ V2 ในโมเดลใหม่ พร้อมกับการทำเวลาต่อได้เร็วสุดที่ 1 นาที 12.2 วินาที “สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือผมได้รับสายจากมาร์คเมื่อสิ้นสุดวัน เขาบอกผมว่าไม่เพียงแต่เขาชื่นชอบการควบคุมรถที่คล่องตัว ท่าทางการขี่ที่สบายอย่างมาก และการส่งกำลังที่ “เหมือนพลังไฟฟ้า” เท่านั้น แต่เขายังทำเวลาต่อรอบได้ 1 นาที 12.2 วินาที! ทีมของผมแจ้งว่ามันเทียบเท่ากับสถิติเวลาต่อรอบที่ไม่เป็นทางการของรุ่นซูเปอร์สปอร์ต!” และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในการซ้อมครั้งนี้คือการที่มาร์เกซนำรถสเปคปกติ หรือเวอร์ชั่นที่ใช้สำหรับขี่บนถนนลงซ้อมในครั้งนี้ ซึ่งมีอุปกรณ์สำหรับการใช้งานจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟท้าย หรือแม้แต่ขาตั้งข้างที่ยังคงอยู่แบบครบครัน “มาร์กยังได้ขี่ V2 [รุ่นก่อนปี 2024] ในรูปแบบที่ปรับแต่งเต็มสำหรับการแข่ง และสามารถทำเวลาต่อรอบได้เท่ากัน [กับรุ่นปี 2025] อย่างไรก็ตาม V2 รุ่นปี 2025 ที่เขาขี่นั้นเป็นเวอร์ชันสำหรับถนนอย่างเต็มตัว ซึ่งติดตั้งท่อไอเสียที่มีตัวกรองไอเสียตามกฎหมาย พร้อมไฟหน้า ไฟท้าย และขาตั้งข้างสำหรับใช้งานจริงบนท้องถนน!” โดยมาร์กจะลงซ้อมอย่างเป็นทางการอีกครั้งกับทีมโรงงาน Ducati ในการซ้อมที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในช่วงระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และต่อด้วยการสอบที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Helmet No fuel 2025 ไม่สวมหมวก อดเติม เริ่มบังคับใช้ หมวกกันน็อก สำคัญหรือไม่? ปัญหาล้านแปดที่ชวนทำไบค์เกอร์หัวเสียมานักต่อนัก และแน่นอนว่าหลายท่านต่างเห็นด้วยและก็ไม่เห็นด้วย ขึ้นอยู่แต่ละแนวคิดการใช้งานเจ้าสองล้อว่าจะใช้แบบไหน บางคนออกจากบ้านไปตลาด ไปซื้อของก็ไม่จำเป็น หรือบางคนไปเรียน-ทำงานทุกวัน ใส่ไว้หน่อยก็ดี พี่ ๆ ตำรวจจะได้ไม่เรียก..แต่นั้นหล่ะครับ ความยืดหยุ่นแบบไทย ๆ สบาย ๆ คุยกันง่าย แต่ตอนนี้อินเดียเขาเริ่มจริงจังละนะ ออกนโยบาย No Helmet No fuel 2025 สำหรับใครไม่ใส่หมวก ไม่ต้องเติมน้ำมัน แล้วทำไมออกกฎแบบนี้กันหล่ะ ? จากตัวเลขสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละประมาณ 25,000 – 26,000 รายในอินเดีย นับเป็นปัจจัยหลักสำคัญของอัตราการเสียชีวิตของผู้คนในแต่ละปีมากที่สุด โดยสาเหตุหลักสำคัญนั้นเกิดจากความ “ประมาท” ของผู้ใช้ยานพาหนะโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ไม่คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย มีอัตราการเสี่ยงอุบัติเหตุและการสูญเสียมากที่สุด และผู้ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน ล่าสุด กรมขนส่งภายในรัฐอุตตร เดินหน้าประกาศการใช้ข้อบังคับนโยบาย No Helmet, No fuel หรือ “ไม่มีหมวกกันน็อก ไม่มีน้ำมัน” ให้ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน งดการบริการจำหน่ายน้ำมันแก่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกกันน็อกรวมถึงคนซ้อน เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่บนท้องถนน โดยมีแนวทางการดำเนินการดังนี้ ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันต้องได้รับการอบรมกฎหมายยานยนต์และกฎจราจร ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันจะต้องมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานขนส่งในพื้นที่ภูมิภาคเขตนั้น ๆ อย่างสม่ำเสมอ ติดป้ายขนาดใหญ่ตามจุดสถานีบริการน้ำมัน พร้อมข้อความ “ไม่มีหมวกกันน็อก ไม่มีน้ำมัน” เพื่อสร้างความตระหนักและความใส่ใจเรื่องความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ การประชาสัมพันธ์ข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลในวงกว้าง สำหรับนโยบายดังกล่าวจะถูกบังคับใช้อย่างจริงจังภายในรัฐอุตตร ประเทศอินเดีย และคาดว่าจะขยายการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวในวงกว้างมากยิ่งขึ้น หากนำมาใช้ในไทย ดีหรือไม่ ? แน่นอนว่าไทยครองอันดับ 1 ที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์มากที่สุดในโลก (แซงเวียดนามไปแล้ว) ย่อมมาพร้อมกับอุบัติเหตุมากที่สุดเช่นกัน จากตัวเลขสถิติผู้ได้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุสะสมในปี 68 คิดเป็นสัดส่วนของรถจักรยานยนต์มากถึง 91% ประกอบกับพฤติกรรมการรถใช้จักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน จึงค่อนข้าง “สอดคล้อง” และเป็นประโยชน์มิใช่น้อย อย่างน้อยก็ให้ผู้ขับขี่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของหมวกกันน็อกและเคารพกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ก็คือผู้หลักผู้ใหญ่หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันหารือแนวทางการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และสิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญที่จะช่วยลดอัตราการอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่มากก็น้อยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Harley-Davidson เปิดโมเดลรับปีใหม่ พร้อมจำหน่ายมกราคมนี้ ! เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ใครต่อใครหลายคนก็อาจจะพึ่งเริ่มตั้งเป้าหมายปีใหม่ว่าจะทำอะไร หรือค่ายรถบางค่ายก็อาจจะเริ่มเปิดเผยแผนการเปิดตัวในอีกหลาย ๆ เดือนถัดไปว่าโมเดลของค่ายจะมีอะไรบ้าง แต่นั่นไม่ใช่วิธีการ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เพราะทางฮาร์ลีย์ได้เริ่มต้นปีด้วยการประกาศ 2025 Harley-Davidson โดยเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์โมเดลกลุ่มแรกสำหรับปี 2025 โดยครั้งนี้เน้นไปทางรุ่นที่กลับมาวางจำหน่ายในกลุ่ม Grand American Touring และ Trike ที่มีรุ่นยอดนิยมอย่าง Street Glide, Road King Special, และ Tri Glide Ultra Harley-Davidson กลุ่ม Grand American Touring 2025 รุ่นพื้นฐานอย่าง Street Glide และ Road Glide ที่เป็นโมเดลหลักของตระกูล Touring ยังคงกลับมาอีกครั้งในปี 2025 ในส่วนของเครื่องยนต์ยังคงมาพร้อมเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 117 ระบายความร้อนด้วยน้ำฃฃให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า และแรงบิด 176 นิวตันเมตร เพียงพอสำหรับการเดินทางไกลอย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นยังติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Skyline OS โดยมีหน้าจอสัมผัสสี TFT ขนาด 12.3 นิ้วแอมพลิฟายเออร์กำลังขับ 200 วัตต์, และลำโพงที่ติดตั้งบิวท์อินในแฟริ่ง พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกอีกมากมาย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ทั้งรุ่นย่อยอย่าง Street Glide และ Road Glide ได้รับการปรับปรุงในส่วนด้านหน้า โดย Street Glide มาพร้อมแฟริ่งที่ติดตั้งบนโช้คซึ่งออกแบบใหม่ ขณะที่ Road Glide ใช้แฟริ่งที่ติดตั้งบนเฟรม ทั้งสองรุ่นได้รับการพัฒนาให้จัดการกับลมได้ดีขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของดีไซน์ batwing และ shark-nose ไว้อย่างชัดเจน ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เช่น Cornering ABS, Traction Control, และ Vehicle Hold Control โดยผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกตกแต่งด้วยขอบโครมหรือสีดำได้ตามความชอบ ในส่วนของสีสันที่วางจำหน่ายจะมีตัวเลือกสีอย่างน้อย 7 สี ซึ่งรวมถึงเฉดสีใหม่จากโปรแกรม Factory Custom โดยตัวเลือกสีเหล่านี้จะเพิ่มราคาตั้งแต่ 600 ดอลลาร์ ถึง 2,900 ดอลลาร์สหรัฐ (ตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 20,000 -100,000 บาท) โดยราคาจะขึ้นอยู่กับสีที่ผู้ขับขี่เลือก Street Glide Road Glide ทั้งสองรุ่นมีราคาวางจำหน่ายดังนี้ โดย Street Glide มีราคาเริ่มต้นที่ 27,749 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 980,000 บาทไทย และ Road Glide มีราคาเริ่มต้นที่ 27,999 ดอลลาร์สหรัฐ ราว ๆ 990,000 บาทไทย โดยราคาไทยยังไม่รวมภาษี ในส่วนของรุ่น Road King Special มาพร้อมเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 ดีไซน์มินิมอล แฮนด์บาร์ทรง mini-ape และการตกแต่งในโทนสีดำทั้งคัน มาพร้อมระบบความปลอดภัย ABS เป็นมาตรฐาน แต่หากต้องการฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น Cornering ABS และ Traction Control จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เเละราคาจำหน่ายเริ่มต้นสำหรับรุ่นนี้ อยู่ที่ 25,749 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นมูลค่าเงินไทยราว 910,000 บาทไทย หากสีสันแบบธรรมดายังไม่โดนใจ ทางฮาร์ลีย์ยังมีโปรแกรมสีชื่อว่า ‘Factory Custom Paint & Graphics’ โดยมีดีไซน์สีพิเศษให้เลือก 3 แบบ และเปิดให้เลือกเฉพาะในบางรุ่นเท่านั้น สำหรับ Street Glide ปี 2025 มาพร้อมตัวเลือกสี Midnight Firestorm ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 2,900 ดอลลาร์ หรือราว ๆ

Honda เตรียมเปิด 9 โมเดลใหม่ จ่อเปิดตัวภายในปี 2025 หลังจากที่ได้ทำการเปิดตัว New PCX160 อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยในประเทศไทย

ตำนานของสายทัวร์ริ่ง KAWASAKI Versys 650 2025 ที่ยังคงน่าสนใจไม่นอกในปี 2025 ที่มีการปรับและเพิ่มเติมใหม่

Honda Monkey ลิงเถื่อน ‘Busozoku Style’ Honda Monkey มอเตอร์ไซค์ประเภทมินิไบค์ หรือรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยอยู่มากมายพอสมควร เนื่องจากดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับของเล่นที่สามารถหามาประดับตกแต่งได้อย่างมากมายก่ายกอง และอีกหนึ่งดีไซน์ที่น่าสนใจก็อาจจะหนีไม่พ้น ‘Rocket Cowl’ จากประเทศไทยของเราที่ถูกตกแต่งใหม่ให้มีดีไซน์คล้ายกับรถมอเตอร์ไซค์สไตล์โบโซโซคุ โบโซโซคุ คืออะไร โบโซโซกุ (Bōsōzoku – 暴走族) เป็นคำในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า “กลุ่มนักซิ่ง” หรือ “แก๊งนักซิ่ง” ซึ่งมาจากคำว่า “โบโซ” (暴走) ที่แปลว่า “ขับขี่อย่างบ้าคลั่ง” และ “โซกุ” (族) ที่แปลว่า “กลุ่ม” หรือ “เผ่า”เมื่อนำความหมายของทั้งสองมารวมกันจะหมายถึง “กลุ่มขับขี่แบบไม่เกรงกลัว” โดยแก๊งนักขี่เหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่มีลักษณะเฉพาะและเป็นวัฒนธรรมย่อยในญี่ปุ่นช่วงทศวรรษ 1950 และได้รับความนิยมต่อเนื่องมาจนถึงทศวรรษ 1980 โบโซโซกุเป็นวัฒนธรรมย่อยของกลุ่มวัยรุ่นญี่ปุ่นที่มีลักษณะเฉพาะตัว โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการแต่งรถมอเตอร์ไซค์แบบฉูดฉาด ใช้ท่อไอเสียเสียงดัง และขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือทำท่าทางอันตรายบนถนน รวมถึงการจัดขบวนขี่รถในลักษณะที่ผิดกฎหมาย เช่น ขี่รถขวางถนนหรือก่อความวุ่นวาย โดยลักษณะเด่นของยอดนักซิ่งเหล่านี้จะมีอยู่ 3 จุดหลัก ๆ การแต่งรถที่เน้นไปที่ดีไซน์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟหน้าขนาดใหญ่ ใช้เบาะนั่งยาวสูง มีการจัดวางท่อไอเสียขนาดใหญ่ (พร้อมเสียงดัง) และการใช้กราฟิก เฉดสีที่ฉูดฉาดบนตัวรถ สมาชิกของกลุ่มนี้มักจะใส่ชุดคลุมยาว (คล้ายกับชุดของนักบิดในยุคสงคราม) ที่มีการปักลวดลาย สโลแกน หรือข้อความที่สื่อถึงความเป็นตัวตน พฤติกรรมการขับขี่สุดเร้าใจ ที่มีการรวมกลุ่มขี่รถบนถนนโดยไม่สนกฎจราจร พร้อมส่งเสียงดังด้วยท่อไอเสีย รวมไปถึงอาจมีความก่อความวุ่นวายบนถนน Honda ‘Rocket Cowl’ Monkey 125 ลิงน้อยลำนี้ได้รับอิธิพลมาจากการตกแต่งดีไซน์รอบคันตามไสตล์แบบ ‘Bosozoku’ ซึ่งเจ้าของผลงานได้แก่คุณชยกฤต แก้ววงศ์วาน เจ้าของร้านอุปกรณ์ตกแต่งรถจักรยานยนต์ Advance Automotive Accessories การออกแบบดีไซน์ เริ่มต้นที่โดมแฟริ่งด้านหน้าที่มีขนาดใหญ่ มาพร้อมกระจกด้านบนที่เคลือบด้วยฟิล์มสีเหลือง กรอบไฟหน้าถูกล้อมด้วยกรอบสีเขียว ธีมสีของตัวรถเน้นไปที่สีน้ำเงิน และตัดสลับด้วยสีเหลืองแบบเดียวกับลายเสือ โดยที่ด้านข้างมีกราฟิกปากฉลามที่กำลังแยกเขี้ยวพร้อมล่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้า ช่วงล่างของรถคันนี้มีการยืดโช้คอัพแบบหัวกลับด้านหน้า และทำการย่อโช้คอัพด้านหลังให้สั้นลง มีการปรับขนาดของล้อหน้าจากขอบ 12 นิ้ว เพิ่มเป็นขอบ 14 นิ้วมาพร้อมล้อแบบซี่ลวด และในส่วนของล้อหลังเป็นล้อ Maru’s ขนาด 12 นิ้วตามสไตล์ของมินิไบค์ ดิสก์เบรกหน้า และหลังยังคงเป็นระบบเบรกเดิมจากทางโรงงาน ด้านท้ายของตัวรถมาด้วยเบาะนั่งสีขาวคลีนพร้อมพนักพิงด้านท้ายไซส์มินิสีเดียวกับตัวเบาะ ครอบอยู่เหนือไฟท้าย และประกบด้วยท่อไอเสียที่สูงยาวเฉียดฟ้าทั้งด้านซ้าย และด้านขวา ที่ให้อารมณ์ดูเกเรหน่อย ๆ พร้อมธงชาติไทย ในส่วนของเครื่องยนต์จะยังคงเป็นเครื่องยนต์ไซส์เดิมที่เป็นเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาดความจุ 125 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 9.2 แรงม้าที่ 6,750 รอบต่อนาที และแรงบิดอยู่ที่ 11 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที รายละเอียดต่าง ๆ ของตัวรถ หากสนใจหรืออยากต้องการจะแต่งรถให้ได้สไตล์แบบ ‘โบโซโซกุ’ บ้าง ก็สามารถทักไปได้ที่เพจ ‘Advance Automotive Accessories’ ได้เลย (คลิ๊กที่นี่) โดยร้านนี้ไม่เพียงแค่ตกแต่งเจ้ามังกี้เท่านั้น แต่ยังมีการออกแบบชุดแต่งในรถรุ่นอื่น ๆ ด้วย หากแต่งด้วยสไตล์ธรรมดาอาจจะไม่เร้าใจ ลองเปลี่ยนแนวมาแบบเกเรหน่อย ๆ จะเร้าใจกว่าไหม สุดท้ายขอขอบคุณภาพจาก คุณชยกฤต แก้ววงศ์วาน เจ้าของร้านอุปกรณ์ตกแต่งรถจักรยานยนต์ Advance Automotive Accessories

All NEW Honda PCX 160 2025 โฉมใหม่ หล่อ เท่ กว่าเดิมแน่นอน มาพร้อมจอใหม่ที่บอกเลยว่าทุกรุ่นของฮอนด้าต้องมีแน่นอน

Rictor Skyrider X1 เอาจริงดิ มอเตอร์ไซค์บินได้ !? สถานการณ์ในถนนหลากหลายพื้นที่น่าจะหนีไม่พ้นปัญหา ‘รถติด’ เพราะมีรถออกมาสู่ท้องถนนแทบจะทุกวัน แต่ถนนนั้นไม่พอวิ่ง จะเอามอเตอร์ไซค์มามุดเพื่อช่วยบรรเทาก็แทบจะเป็นไปได้ยาก เพราะทุกวันนี้มอเตอร์ไซค์เองก็แทบจะจอดติดแบบรถยนต์แล้ว แต่แล้วก็ไปเจอบทความน่าสนใจอันนึงเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์บินได้ที่มีชื่อว่า Rictor Skyrider X1 ว่าแต่.. มันจะถูกพัฒนาจริงดิ ? จากแนวคิดที่มันเป็นไปไม่ได้ สู่การนำมาพัฒนาเป็นรถมอเตอร์ไซค์สองล้อที่บินได้ และมันเกิดขึ้นจริง!! โดยผลงานจากบริษัท Rictor จากประเทศจีน โดยบริษัทนี้เกี่ยวกับการพัฒนายานพาหนะสำหรับการเดินทาง โดยมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า อาทิ สกูตเตอร์ไฟฟ้า, จักรยานไฟฟ้า รวมไปถึงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อยกระดับคุณภาพการเดินทางของผู้ใช้งาน โดยเทคโนโลยี Skyrider X1 ได้ถูกเปิดตัวในงานแสดงนวัตกรรม และเทคโนโลยีหรือ CES2025 (Consumer Electronics Show) ในเมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งยานพาหนะลำนี้ถูกสร้างขึ้นโดย Rictor เป็นแบรนด์ย่อยของบริษัท Kuickwheel จากประเทศจีน ซึ่งเน้นพัฒนาทางเลือกในการเคลื่อนที่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ Rictor มีผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียวในกลุ่มสินค้า คือ จักรยานไฟฟ้า Rictor K1 รายละเอียด และฟังก์ชันการใช้งาน รถมอเตอร์ไซค์บินได้ลำนี้ผลิตด้วยโครงสร้างจากวัสดุคอมโพสิตคาร์บอนไฟเบอร์ และอลูมิเนียมเกรดการบิน เคลื่อนที่ด้วยระบบด้วยระบบใบพัด 8 ตัว มีด้วยกันทั้งหมดสองรุ่นย่อยได้แก่ รุ่นธรรมดา X1 SL มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 10.5 kWh สามารถบินได้เพียง 25 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และอีกหนึ่งรุ่น X1 SX มาพร้อมไซส์แบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ 21 kWh สามารถบินได้นานถึง 40 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาจากค่ายจีนไม่ต้องกังวลเรื่องเทคโนโลยี จัดให้มาแบบล้ำ ๆ เช่นเคย เริ่มกันที่ ระบบการปรับตัวอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ที่จะช่วยปรับระดับความสูง ความเร็ว และทิศทางการบินตามสภาพอากาศ, ระบบวางแผนเส้นทางอัตโนมัติ เพื่อช่วยระบุเส้นทางการบินที่ดีที่สุด เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้ราบรื่น และฟังก์ชันการบินขึ้น และลงจอดแบบอัตโนมัติ เพียงแค่ตั้งค่าจุดหมายปลายทาง และยานพาหนะจะทำงานที่เหลือให้เอง อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวเลือกควบคุมแบบแมนนวลผ่านจอยสติ๊กสำหรับผู้ที่ชอบการควบคุมด้วยตัวเองอีกด้วย ระบบวางแผนการเดินทางอัตโนมัติ ระบบขึ้น – ลงอัตโนมัติ ระบบควบคุมพร้อมจอยสติ๊กสำหรับบังคับเอง ฟังก์ชันควบคุมการปรับตัวอัตโนมัติ โดยรายละเอียดอื่น ๆ ของมอเตอร์ไซค์บินได้ลำนี้ จะถูกกำหนดเพดานบินเพียง 200 เมตรเท่านั้น (ระยะนับตั้งแต่พื้นดิน) และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้เพียง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในส่วนของการวางจำหน่าย มีข่าวลือหลุดออกมาว่าอาจมีการวางจำหน่ายในตลาดปี 2026 โดยราคาคาดการณ์อยู่ที่ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,074,000 บาท ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งราคาก็ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร เครื่องหมายคำถามสำหรับการพัฒนา Skyrider ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์บินได้คันแรกของโลก แต่ในช่วงก่อนหน้านี้ก็มีหลาย ๆ บริษัทจากทั่วโลกที่พยายามสร้าง และพัฒนายานพาหนะประเภทนี้ เช่น Speeder จาก Mayman Aerospace หรือ Hoverbike จากบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศญี่ปุ่น มีลักษณะคล้ายมอเตอร์ไซค์บินได้ โดยทั้งสองโมเดลก่อนหน้าก็มีผลิตออกมาเพียงแค่รุ่นต้นแบบเท่านั้น แต่ไม่มีการพัฒนาต่อเพื่อวางจำหน่าย คาดว่าอาจจะมีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ความปลอดภัย การรับรองมาตรฐาน การจัดการการจราจรทางอากาศ และราคาที่สูง ทำให้ยังไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ในปัจจุบัน แต่ถือว่ามอเตอร์ไซค์บินได้เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจในโลกอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก