SuperBikeMag.Com ข่าวรถยนต์ รีวิวรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

ข่าว WSBK อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • WSBK
Jonathan Rea Retirement โบกมือลาแชมป์โลก 6 สมัย

Jonathan Rea แชมป์โลก WSBK 6 สมัย ออกมาประกาศรีไทร์ในเส้นทางการแข่งขันศึกโปรดักท์ชัน และย้อนรำลึกความสำเร็จตั้งก้าวเข้ามาในการแข่งครั้งแรก

  • All Posts
  • WSBK
Bimota KB998 2025 ซูเปอร์ไบค์อิตาลี เครื่องคาวา เปิดจองแล้วที่ยุโรป

Bimota KB998 2025 รถซูเปอร์ไบค์อิตาลี เครื่องคาวา เปิดให้จองแล้วในยุโรป สำหรับใครที่เป็นสาวกแฟน ๆ ค่ายนี้ ติดตามให้ดีเผื่อมาขายในไทย

BMW เตือน Ducati อย่าได้ใจ สนามนี้ “ของโทปรัค”

BMW เตือน Ducati อย่าได้ใจ สนามนี้ “ของโทปรัค” ถึงแม้จะนำในสนามแรกเหมา ๆ แบบ “Ducati Cup” ก็อย่าได้ใจไป.. BMW เตือน Ducati ยังมีอีกหลายสเตทให้แก้มือ ประโยคเหล่านี้อาจไม่ใช่คำกล่าวที่เอ่ยจากปากจากของ Shaun Muir หัวเรือใหญ่จาก BMW Motorrad แต่ก็ยังมี Trash talk เล็กน้อย ๆ กับคู่แข่งที่กำลังมาแรงอย่างค่ายดูคาติ ระวังสนามนี้ไว้ให้ดี ๆ หล่ะ  ดูเหมือนจะพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม แต่ก็มีเรื่องจริงที่สอดคล้องถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะสนามแข่งขัน Autodromo Internacional do Algarve หรือสนามที่เราคุ้นเคยกันในชื่อของ ปอร์ติเมา จะเป็นสนามที่ 2 ของการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2025 ที่จะจัดขึ้นในปลายวีคเอ็นต์นี้ นอกจากนี้ยังเป็นสนามที่ถนัดมือของนักบิดแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู อีกด้วย มันมีเรื่องหลาย ๆ เหตุการณ์ที่ลิ้งค์เชื่อมต่อโยงกัน แต่มันก็สื่อไปในทิศทางเดียวกันก็คือมันดีสำหรับค่ายใบพัดสีฟ้าแหล่ะครับ นับตั้งแต่คว้าชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อฤดูกาล 2021 ของ Michael van der Mark และก็เป็นสนามที่โทปรัคทำสถิติคว้าชัยต่อเนื่องใน WorldSBK ได้ถึง 13 ครั้ง ซึ่งยังคงเป็นสถิติในปัจจุบัน  ตั้งแต่เรซแรกของการแข่งขันที่ ปอร์ติเมา นับตั้งแต่ปี 2022 โทปรัคไม่เคยจบอันดับต่ำกว่าที่ 2 ในจำนวน 9 เรซล่าสุดที่นี่ พร้อมยืนโพเดียมร่วมกับเบสติสต้ามากถึง 7 ครั้ง โดยเฉพาะในปี 2023 ที่ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด และเบสติสต้าสามารถเฉือนชนะโทปรัคในโค้งสุดท้ายของรอบซุปเปอร์โพลและ Race 2 ไปได้  สำหรับปอร์ติเมาเป็นสนามที่ค่อนข้างถนัดมือกับนักแข่งของเรา และเหมาะกับตัวแข่ง M1000 RR เป็นอย่างมาก มันเป็นสนามที่โทปรัคและมิเชลทำผลงานได้ดีทั้งการคว้าโพเดี้ยมและคว้าชัย..รูปแบบของสนามนี้เข้ากับสไตล์ของรถเรา ทำให้ที่นี่กลายเป็นสนามที่ดีสำหรับการทดสอบ โดยรวมแล้ว สนามนี้ยอดเยี่ยมมาก และเราชอบมาที่ Algarve เพราะอากาศก็มักจะดี ฟ้าใสตลอดทั้งวัน Shaun Muir กล่าว “เตือนดูคาติ ให้ระมัดระวังไว้ให้ดีโพเดี้ยมอันดับ 1 ในสนามนี้ อาจไม่ใช่ของเขาก็เป็นไปได้” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bulega ทำแฮตทริกสนามแรก พร้อมการันตีสมรรถนะยาง Pirelli 

Bulega ทำแฮตทริกสนามแรก พร้อมการันตีสมรรถนะยาง Pirelli  เคล็ดลับความแรงของแชมป์เปี้ยน WSBK สนามที่ 1 คงไม่มีใครถกเถียงกันในเรื่องศักยภาพของเจ้าอานม้าปีศาจแห่งค่าย Ducati กันใช่ไหมหล่ะครับ แต่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก็คือเรื่องยางที่ช่วยทำให้ Bulega ทำแฮตทริกสนามแรก ออกสตาร์ทได้ดี แถมยังคว้าแฮตทริกกับชัยชนะสามเรซรวดที่สนามฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ไปได้อย่างสวยงาม WorldSBK ในการแข่งขัน WorldSBK Australian Round 2025 นักบิดชาวอิตาลีสามารถคว้าโพลในรอบควอลิฟายด้วยยางหลังโปรโตไทป์สูตรมิเดียมรหัส D0922 จับคู่กับยางหน้า SC1 มิเดียม ในขณะที่นักบิดส่วนใหญ่เลือกใช้ยางซอฟต์ SC0 ด้านหลัง  โดยเรซแรก บูเรก้า คอนเฟิร์มที่จะใช้ยางหลังคอมปาวด์เดิม แต่ยางหน้าปรับมาใช้เป็นยางฮาร์ด SC2 เพื่อสอดรับสภาพแทร็กที่คมกริบบวกกับอุณหภูมิผิวแทร็กอยู่ราว ๆ 54 องศา ประกอบกับยาง Pirelli DO0922 รหัสโปรโตไทป์สเปคใหม่รุ่นปี 2025 ถูกเลือกใช้โดยนักแข่ง 15 คน จากทั้งหมด 21 คน รวมถึงแชมป์โลกอย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู จบอันดับสองในการแข่งขัน และอัลวาโร เบาติสต้า ในอันดับที่สาม ส่วนสเปคยางใหม่อีกรุ่นอย่าง Pirelli D0286 ก็ถูกเลือกใช้โดย Andrea lannone โดยจบอันดับ 6 ของการแข่งขันครั้งนี้ไปได้ หรือแม้กระทั่งในเรซของวันอาทิตย์ เจ้าตัวยังสามารถพิชิตเส้นชัยไปได้เป็นคนแรก ซึ่งเรียกได้ว่าทิ้งห่างคู่ต่อสู้ขาดลอยแบบไม่เกรงใจเพื่อนร่วมทีมเลยทีเดียว WorldSSP สำหรับรุ่น WorldSSP ในรอบควอลิฟายและการแข่งขันเรซแรก นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหน้า SC1 มิเดียม และยางหลังคอมปาวด์พิเศษรุ่น A1128 (มีรุ่นเดียวให้เลือก) โดย Stefano Manzi จากทีมยามาฮ่า สามารถคว้าโพซิชัน และรอบการแข่งขันยังขึ้นนำ Tom Booth-Amos (ไทรอัมพ์) และ Marcel Schroetter (ดูคาติ) ด้วยเวลา Fastest Lap ที่ 1:32.643 นาที (แต่ Tom Booth สามารถแก้เกมส์และคว้าชัยไปได้ในเรซ 2) ความมันส์ภายใต้อากาศที่ร้อนจัด “เมื่อเทียบกับการทดสอบและการแข่งขันเมื่อวาน อุณหภูมิในวันนี้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยสภาพอากาศมีอุณหภูมิสูงสุดที่ 36°C และที่สำคัญสำหรับเรา อุณหภูมิบนแทร็กสูงขึ้นถึง 55 °C สภาพอากาศแบบนี้ไม่เหมาะสำหรับนักแข่งอย่างแน่นอน เนื่องจากพวกเขาต้องดิ้นรนมากกว่าปกติ และยางที่มักจะรับภาระหนักในสนามนี้ แม้จะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า ยางทำงานได้ดี แม้จะมีรูปแบบการแข่งขันแบบ Flag to Flag และไม่มีสัญญาณของความเหนื่อยล้า ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับเราในแง่ของการพัฒนาในอนาคต” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSBK Australian Round 2025 ดูคาติ เหมารวดหัวแถว

WorldSBK Australian Round 2025 ดูคาติ เหมารวดหัวแถว นิโคโล่ บูเรก้า นักบิดทัพหน้าชาวอิตาลีสังกัดทีมโรงงานดูคาติ โชว์ฮอตฟอร์มซ้อมแรกในเช้าวันศุกร์สำหรับ WorldSBK Australian Round 2025 พาตัวแข่ง Ducati Panigale V4R ทะยานไทม์แล็ป พร้อมจัด Best Record ดีสุดทั้ง 2 Sessions ขึ้นนำอันดับท็อปหัวแถวของตาราง สร้างโมเมนตั้มให้กับทีมอีกครั้ง เรียกได้ว่ากลับมาพร้อมความมั่นใจโดยเฉพาะค่ายแดงอย่างดูคาติ ที่สามารถคว้าท็อป 4 อันดับ Free Practice ด้วยตัวแข่ง V4R ตลอดทั้ง 2 Sessions นำโดยดาวรุ่งว่าที่แชมป์โลก Nicolo Bulega ทำเวลาดีสุดเกือบทุบสถิติปีก่อนด้วยเวลา 1:28.790 นาที (คนเดียวที่สามารถจบการซ้อมด้วยเวลา 1:28 ) ตามด้วยนักบิดมากฝีมืออย่าง Andrea Lannone (+ 0.367) อดีตแชมป์โลก 2 สมัย Alvaro Bautista (+0.593) และ Danilo Petrucci (+0.622) Toprak จบอันดับ 5 เกือบหลับแต่กลับมาได้ หากใครถามหาแชมป์โลกคนล่าสุดอยู่หล่ะก็ ในวันนี้ฟอร์มเจ้าตัวอาจยังไม่เข้ามือสำหรับ Toprak Razgatlioglu จบอันดับรวมที่ 5 สำหรับ Free Practice ด้วยเวลาดีสุด 1:29.599 นาที) แถมยังโชว์โลว์ไซต์ในโค้ง 4 (FP1) เรียกได้ว่า เกือบหลับแต่กลับมาได้ ส่วนทีมเมทอย่าง Micheal van der Mark จบอันดับรวมที่ 13 ไปด้วยเวลา 1:30.059 นาที Domimique Aegerter โชว์ฟอร์มดีสุดให้กับค่ายส้อมเสียง Domimique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) หนึ่งเดียวที่สามารถจบอันดับการซ้อมดีสุดจากฝั่งส้อมเสียง ด้วยอันดับ 6 (Best Lap ด้วยเวลา 1:29.739 นาทีใน FP1) ตามด้วย Andrea Locatelli เก็บท็อป 10 ด้วยเวลา 1:29.849 นาที สำหรับ Remy Gardner จบอันดับ 17 และ Tito Rabat อันดับ 19 Alex Lowes นำทัพฝั่ง Bimota ต่อด้วยทางฝั่ง Bimota ขึ้นนำโดย Alex Lowes จบอันดับรวมที่ 9 ส่วน Axel Bassani จบอันดับที่ 22 และ Ei Bocia ทำเวลา 1:29.916 นาที คว้าอันดับ 11 ไปครอง สำหรับ Garreat Gerloff นักบิดรายเดียวจาก Kawasaki ทำเวลาดีสุด 1:30.193 นาที จบอันดับที่ 15 ฮอนด้ายังต้องปรับตัว สำหรับค่ายปีกนกยังถือว่าต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Xavi Vierge ทำเวลาตามหลัง Gerloff ติด ๆ โดยเวลาห่างเพียง 0.012 นาที จบอันดับ 16 ส่วนทีมเมทอย่าง Iker Lecuona ตามหลัง Vierge อยู่สองอันดับ และปิดท้ายด้วย Tarran Mackenzie (PETRONAS MIE Racing Honda) รวมถึงรุกกี้หน้าใหม่อย่าง Zaqhwan Zaidi เก็บสองอันดับสุดท้ายในรอบการซ้อมของวันศุกร์นี้ เตรียมตัวชมการแข่งรอบ Race 1 ในวันเสาร์ได้เลย

Pirelli วางแผนอาวุธ ลุยสนามแรก WSBK 2025

Pirelli วางแผนอาวุธ ลุยสนามแรก WSBK 2025 Pirelli วางแผนอาวุธ สนามแรก..พร้อมยืนยันผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมสำหรับยางที่ใช้ในการทดสอบ Pre-Season Test ที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ พร้อมโชว์ผลงานเด่นกับ Best Lap ดีที่สุดโดย Nicolo Bulega (WorldSBK) และ Bendsneyder (WorldSSP) จากข้อมูลการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ที่ผ่านมา นักแข่งส่วนใหญ่สามารถจบเวลาต่อรอบด้วยดี ด้วยการใช้ยางหน้ามิเดียม SC1 และยางฮาร์ด SC2 จับคู่ยางซอร์ฟด้านหลัง SC0 รวมถึงยางมิเดียมโปรโตไทป์ 2 รุ่นใหม่ D0286 และ D0922 ในขณะที่รุ่น WorldSSP ใช้เนื้อยางเช่นเดียวกันก็คือ SC1 มิเดียม และยางฮาร์ด SC2 ส่วนยางหลังเป็นรุ่นพัฒนาเฉพาะอย่าง A1128 มิเดียมเพียงออปชันเดียว ยางโปรโตไทป์ D0922 ลงทดสอบครั้งแรก New rear for WorldSBK สำหรับเจ้า D0922 เป็นยางหลังรุ่นโปรโตไทป์ที่ใช้ทดสอบที่นี่เป็นครั้งแรก เมื่อเปรียบเทียบกับยาง SC1 มิเดียมและ D0286 (เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อปีที่แล้ว) ทั้งสองรุ่นจะมีโครงสร้างและเนื้อยางต่างกัน โดยยาง D0922 คุณสมบัติให้ความทนทานพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแข่งขันที่จะต้องรีดสมรรถนะยางให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งนักแข่งต่างพึ่งพอใจ และชื่นชอบความเสถียรภาพของยางรุ่นนี้ Bulega – Bendsneyder สุดยอดนักบิด No.11 กับ Best Lap ด้วยยาง Pirelli Nicolo Bulega Bo Bendsneyder สุดคึกคักสำหรับการเทสทดสอบเมื่อช่วงปลายวีคที่ผ่านมา โดย 2 นักบิดคู่คลาสที่ขึ้นนำหัวแถวอย่าง Nicolo Bulega #11 (Aruba.it Racing – Ducati) เหมาอันดับหัวตารางพร้อมผลเวลาทดสอบดีสุดที่ 1:28.680 นาที ใน Session 3 ส่วนอีกคนที่ทำเวลาดีสุดในคลาสรองลงมาก็คือ Bo Bendsneyder #11 (MV Agusta Reparto Corse) รุ่น WorldSSP กับผลเวลาดีสุดที่ 1:31.595 นาทีใน Session 4 การแข่งขันแบบ Flag-to-Flag เนื่องด้วยผิวแทร็กที่ปรับสภาพใหม่ ทางผู้จัดอย่างดอร์น่าจึงได้ประกาศสำหรับการแข่งขันแบบ Flag-to-Flag โดยนักแข่งทุกคนจะต้องเข้าพิทในระหว่างแข่งขันเพื่อเปลี่ยนยาง และยางที่ใช้จะต้องรองรับการสวิงของอุณหภูมิที่รวดเร็ว ทุกการตัดสินใจจะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ และใครจะพลาดโอกาสสำคัญ Pirelli แสดงความพึงพอใจต่อการทดสอบและผลงานของทีมและนักแข่ง โดยกล่าวว่า : “เราพอใจกับงานที่ทีมและนักแข่งทำในระหว่างการทดสอบสองวัน แม้จะทราบดีว่า การแข่งขันจะถูกจัดขึ้นในรูปแบบ Flag-to-Flag ซึ่งนักแข่งต้องเข้าพิทเพื่อเปลี่ยนยาง แต่นักแข่งหลายคนยังคงใช้ยางเดิมวิ่งต่อไปได้นานเกินกว่าจำนวนรอบที่กำหนดสำหรับการแข่งขันจริง แม้ว่าจะไม่ได้วิ่งต่อเนื่องกันตลอด แต่พวกเขายังสามารถเข้าและออกจากพิทได้อย่างต่อเนื่องเพื่อทดสอบยางในสถานการณ์ต่าง ๆ” “โซลูชันยางทั้งหมดที่เราให้ทดสอบ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามี สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ไม่มีสัญญาณของการสึกหรอผิดปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เรายืนยันให้ใช้ยางเหล่านี้ในการแข่งขันจริง ควรสังเกตว่าอุณหภูมิของแทร็กในช่วงสองวันนี้ค่อนข้างต่ำ แต่เราทราบดีว่า ความร้อนที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ สามารถส่งผลต่อสมรรถนะของยางได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เรารวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเกี่ยวกับยางหลังรุ่นใหม่ D0922 ซึ่งนักแข่งไม่เคยใช้มาก่อน และพวกเขาต่างชื่นชมสำหรับความเสถียรที่เพิ่มมากขึ้น” เราอาจได้เห็นสถิติใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสนามนี้ รวมถึงสนามอื่น ๆ อีกมากมายด้วยยางพีเรลลี หากใครที่ต้องการความเร็ว แรงและการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม ยางรุ่นนี้..เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ “เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้ เคยสังเกตไหมหล่ะครับ ว่าการแข่งขันสองล้อระดับเวิร์ลคลาสที่หลาย ๆ คนรู้จัก และได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลกทั้งศึกโปรโตไทป์ MotoGP และโปรดักท์ชัน WorldSBK ที่จัดขึ้นโดยผู้จัดเจ้าเดียวกันอย่าง ดอร์น่า สปอร์ต ซึ่งในประเด็นนี้ คุณผู้ชมอาจรู้จักกันหมดแล้ว ดังนั้น เรามาเจาะจุด กฏการแข่ง motogp และ wsbk ความต่างระหว่างตัวแข่งของทั้งสองรายการว่ามีข้อกฎการแข่งที่คุณอาจไม่รู้ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ? ระบบกันสะเทือน (Active) – ช่วงล่างปรับแต่งเองโดยผู้ขับขี่ MotoGP : แบน ไม่อนุญาตให้ใช้ เพื่อลดความยุ่งยากและกลไกความซับซ้อน ทางดอร์น่าจึงไม่อนุญาตให้ทีมแข่งขันใช้ระบบช่วงล่างที่สามารถปรับแต่งเองได้โดยผู้ขับขี่ หรือที่เราเรียกง่าย ๆ ว่าโช้คไฟฟ้านั่นแหล่ะ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีสำหรับการเก็บข้อมูลเชิงลึกในการแข่งขัน ให้ฝ่ายเทคนิคของแต่ละทีมได้แก้โจทย์ปัญหาต่าง ๆ ภายใต้เวลาที่จำกัด WSBK : ถึงแม้ว่าการแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์จะกำหนดให้ใช้สเปคตัวแข่งเวอร์ชันโรงงาน แต่ทว่าในเรื่องของช่วงล่างไฟฟ้าที่ติดมาให้อยู่แล้วในบางรุ่นอย่าง CBR1000RR-R SP หรือ Ducati Panigale V4R ก็ถูกแบนเช่นเดียวกัน ให้ใช้ช่วงล่างที่ปรับด้วยเครื่องมือเท่านั้น เครื่องยนต์ 2 จังหวะ MotoGP : (แบน) จากตำนานตัวแข่ง 2 จังหวะถูกยกเลิกใช้แข่งขันไปเมื่อปี 2002 และทดแทนด้วยสเปคเครื่องยนต์ใหม่ ด้วยปริมาตรกระบอกสูบ 990 ซีซี 4 จังหวะ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและสอดคล้องกับเทคโนโลยีใช้งานบนท้องถนน *โดยปัจจุบันได้มีการลดสเปคสำหรับตัวแข่งขันในปี 2027 โดยลดปริมาตรกระบอกสูบซีซีจากเดิม 1,000 ซีซี ลดลงเหลือเพียง 850 ซีซี เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งทำลายสุขภาพและยังเป็นการลดต้นทุนให้กับแบรนด์ค่ายรถอีกด้วย WSBK : ถึงแม้จะถอดรูปแบบการแข่งขันรถ 2 จังหวะจากศึกตำนานอันโด่งดังอย่าง Formula TT แต่ World SuperBike Championship หรือ WSBK นั้นสร้างปฐมบทเรื่องราวด้วยตัวแข่ง 4 จังหวะอย่างเครื่องยนต์ V-Twin ของค่ายดูคาติ อาพริเลีย และฮอนด้า และตัวแข่งคลาส 750 ซีซี 4 เม็ดเรียงจากผู้ผลิตญี่ปุ่น จนกระทั่งปรับขึ้นมาเป็นรุ่น 1,000 ซีซีในปัจจุบัน ระบบ Seamless gearbox ระบบส่งกำลัง Seamless-Shift Transmissions หรือระบบเกียร์แบบไร้รอยต่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชนเกียร์+/- อย่างสเถียรโดยไม่ต้องรอรอบและไม่ต้องกำคลัตช์ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถ่ายทอดถอดแบบมาจากโมโตจีพี ในเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ควิกชิฟเตอร์ แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ MotoGP ในรายการโมโตจีพีอนุญาตให้ใช้ในการแข่งขัน WSBK แบน ให้ใช้ชุดเกียร์ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเท่านั้น คันเร่งไฟฟ้า กับ ระบบแทร็คชันคอนโทรล MotoGP ไม่อนุญาตให้ใช้คันเร่งไฟฟ้า แต่ระบบแทร็คชันคอนโทรลอนุโลมให้ใช้บางส่วนเท่านั้น (อยู่ภายในการควบคุม)  WSBK สามารถใช้ได้เฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งจากโรงงานเท่านั้น   วิงก์เล็ต -เทคโนโลยียอดฮิตที่นิยมใช้ในปัจจุบัน MotoGP  อนุญาตให้ใช้ แต่ปีกชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องยึดติดกับแฟริ่งกับตัวรถเท่านั้น WSBK ให้ใช้ปีกวิงก์เล็ตเฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ไม่สามารถติดในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้   สูตรน้ำมันเบนซิน (ห้ามใช้สารเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่ว) MotoGP : เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ในปี 2024 โมโตจีพีได้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์และเชื้อเพลิงชีวภาพ ทดแทนเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่วซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพร่างกาย *และมีแนวโน้มที่จะยกเลิกการใช้น้ำมันมาจากฟอสซิล อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิวหรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ที่เป็นเชื้อเพลิงสะอาด 100% ในอนาคต WSBK : มีการปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ได้มาจากแหล่งฟอสซิล 40% ในปัจจุบันและคาดว่าจะมีการปรับมาใช้เชื้อเพลิงพลังงานสะอาดในเร็ว ๆ นี้ ระบบจุดเบิด Screamer ทางดอร์น่าได้ยกเลิก ให้ใช้เครื่องยนต์ที่จุดระเบิดแบบ Screamer ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่กระจายการจุดระเบิดที่สม่ำเสมอ (ให้กำลังในรอบสูง) ซึ่งส่งผลให้ตัวรถนั้นควบคุมได้ยากและกินเนื้อยาง จึงให้ปรับมาใช้การจุดระเบิดแบบ Big Bang ซึ่งให้การควบคุมที่ง่ายกว่า MotoGP : แบน WSBK : แบน จากเบรกคาร์บอน MotoGP : อนุญาตให้ใช้จานคาร์บอน (เฉพาะสนามแห้ง) ส่วนสนามเปียกให้ใช้เป็นจานดิสก์เบรก (เนื้อโลหะ)

2025 WorldSBK bimota ม้ามืดจากอิตาลี เปิดตัวแล้ว

2025 WorldSBK bimota ม้ามืดจากอิตาลี เปิดตัวแล้ว 2025 WorldSBK bimota เผยโฉมแล้วสำหรับทีมแข่งขันน้องเก่าหน้าใหม่ ค่ายผู้ผลิตในอิตาลีพร้อมหวนลงศึกสังเวียนอีกครั้งในฤดูกาล 2025 พร้อมสองนักแข่งที่คุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง Alex lowes และ Axel Bassani รวมถึงตัวแข่งลวดลายใหม่ในโฉมสีขาว แดงและดำ ตัดแต้มน้ำเงินเล็กน้อย พร้อมเหล่าสปอนเซอร์ไม่ว่าจะเป็น Motul, Showa และ Square Bricks Offices ในรุ่นของ Bimota KB998  โดยรุ่นดังกล่าวเป็นการคอลแลปร่วมกันระหว่างแบรนด์อิตาลีกับค่ายรถคาวาซากิ ซึ่งบิโมต้ากับค่ายเขียวนั้นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันมาอย่างเนิ่นนาน นอกจากโฉมตัวแข่งแล้ว โฉมโมเดลที่มีขายยังคอลแลปร่วม เปิดตัวมาขายหลากหลายรุ่นเช่นกัน โดยเจ้า Bimota KB998 มาพร้อมพื้นฐานเครื่องยนต์ Kawasaki ZX-10R กับหัวใจสี่สูบเรียง ซึ่งเป็นเครื่องระดับตำนานที่พาทีมคว้าแชมป์โลกมาแล้วมากมาย   ซึ่งล่าสุดยังได้สร้างผลงานอย่างเฉิดฉายด้วยผลเวลาซ้อมดีสุดกับท็อป 3 ตลอดรอบการเทสทั้งในสนามเฆเรซและปอร์ติเมาที่ผ่านมาอีกด้วย  Alex Lowes กล่าวว่า “ก่อนอื่นเลย ผมชอบสีของรถปี 2025 มาก! ผมตื่นเต้นมากที่ได้เห็นว่า Bimota และ Kawasaki จะทำอะไรได้บ้างในปีนี้ ทีมงานทุกคนทุ่มเทอย่างมากเพื่อให้โครงการนี้เริ่มต้นขึ้น ผมซาบซึ้งมาก ผมรู้สึกดีตั้งแต่ได้ลองขี่รอบแรก เป้าหมายของผมคือสานต่อจากปี 2024 และคว้าผลการแข่งขันที่ดีที่สุดให้ได้” Axel Bassani เผยว่า “วันนี้เรานำเสนอรถแข่งใหม่ ทีมแข่งใหม่ และทุกอย่างใหม่หมด มันพิเศษมากเพราะเราจัดงานที่ บ้านเกิดของผม” “นี่เป็นการผจญภัยครั้งใหม่สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Kawasaki, Bimota และพวกเราในฐานะนักแข่ง สีของรถแข่งปีนี้เป็นแนว Old School แต่ก็มีความร่วมสมัย ผมคิดว่าทุกคนจะชอบลวดลายนี้มาก..ผมหวังว่าเราจะสามารถ แสดงศักยภาพของทีมและสู้เพื่ออยู่แถวหน้าของการแข่งขัน เราต้องการสร้างการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม เก็บผลลัพธ์ที่ดี และสนุกไปกับมัน!” การเปิดตัว Bimota KB998 Rimini และทีม Bimota by Kawasaki Racing Team (BbKRT) ถือเป็น ก้าวสำคัญของ Bimota ในการกลับเข้าสู่เวที WorldSBK ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Kawasaki ทีมแข่งตั้งเป้าหมาย ขึ้นโพเดียม และหวังว่าจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับ Bimota ในโลกของซูเปอร์ไบค์ระดับโลก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

YAMAHA WSBK 2025 เปิดตัวทีมแข่ง ลุยศึกโปรดักท์ชัน 2025

YAMAHA WSBK 2025 เปิดตัวทีมแข่ง ลุยศึกโปรดักท์ชัน 2025 เมื่อฤดูกาลแข่งขัน WorldSBK 2025 ใกล้จะเริ่มต้นขึ้น ทีมต่าง ๆ ก็พร้อมทยอยเปิดตัวทีมออกมาให้สาธารณชนได้เห็นกันแล้ว ล่าสุดฝั่งค่ายรถเลือดสีน้ำเงินอย่าง Yamaha ได้เผยโฉมลวดลายใหม่สำหรับทีม Pata Maxus Yamaha และ GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team พร้อมที่จะดวลศึกโปรดักท์ชันการแข่งขันสำหรับฤดูกาลนี้ พร้อมไลน์อัพนักบิดฝั่งเลือดน้ำเงินนำโดย Jonathan Rea และ Andrea Locatelli (Pata Maxus Yamaha) และพ่อหนุ่มรูปงามอย่าง Remy Gardner และ Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) โดยการกลับมาในครั้งนี้ อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ยังคงเอกลักษณ์ด้วยพื้นเฉดสีฟ้า พร้อมการเพิ่มแถบสีโทนอ่อนบริเวณแฟริ่งด้านหน้าของรถ Yamaha R1 และแน่นอนชุดนักแข่งด้วยเช่นกัน  Andrea Dosoli ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป กล่าวว่า “ปี 2025 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Yamaha ในการฉลองครบรอบ 10 ปีนับตั้งแต่การมาครั้งแรกในปี 2016 พร้อมกับการเป็นพันธมิตรกับ Pata Snack มาเป็นเวลา 10 ปีเช่นกัน แม้ว่าผลลัพธ์ในปี 2024 จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ความทุ่มเทและความร่วมมือจากวิศวกร ทีมงาน YME นักแข่ง และทีมแข่งของเรายังคงเหนียวแน่นตลอดมา”  “ในช่วงฤดูหนาว ทุกคนได้ทำงานอย่างหนักเพื่อยกระดับสำหรับฤดูกาล 2025 และความก้าวหน้าจากการทดสอบในฤดูหนาวก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราในการเตรียมพร้อมสำหรับปีนี้ การแข่งขันใน WorldSBK มีความเข้มข้นและระดับสูงมาก เราจึงตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสการแข่งขันที่ดุเดือดและตื่นเต้นอีกครั้งในปีนี้” Niccolo Canepa ผู้จัดการด้าน Road Racing ของ Yamaha Motor Europe กล่าวว่า “เป็นสถิติที่น่าประทับใจที่เรามีนักแข่งแชมป์โลกถึง 5 คนที่ใช้รถ R1 ในการแข่งขันความสำเร็จของ Jonathan Rea เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วในฐานะนักแข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ว่าปีที่แล้วเขาจะเผชิญความท้าทาย แต่ความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่มีใครเทียบได้ และประสบการณ์ 1 ปีของเขากับ R1 จะมีบทบาทสำคัญในฤดูกาลนี้ สำหรับ Andrea Locatelli กำลังเข้าสู่ฤดูกาลที่ 5 หลังจากแสดงศักยภาพที่โดดเด่น เราเชื่อมั่นว่าเขาจะต่อยอดความสำเร็จของเขาต่อไป” “ความต่อเนื่องถือเป็นสิ่งสำคัญในการแข่งขัน โดย Remy Gardner และ Dominique Aegerter ยังคงอยู่กับทีมต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ 3 ทีมของเรามีความพร้อมที่ดี ทั้งสองคนแสดงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เรายังรู้สึกตื่นเต้นกับการที่ Yamaha Motoxracing Team ขยายทีมมาใช้รถ 2 คันในฤดูกาล 2025 โดยมี Tito Rabat แชมป์ Moto2 ปี 2014 และ Bahattin Sofuoglu นักแข่งชาวตุรกีผู้มากความสามารถ ทีมของเราทุกคนได้ทำงานอย่างเต็มที่ และเรารอคอยที่จะเริ่มต้นฤดูกาล 2025 ที่น่าตื่นเต้นนี้” เปิดประเดิมทีมแข่งเป็นที่เรียบร้อย สำหรับค่ายส้อมเสียง พร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่และพร้อมพิสูจน์ฝีมือในฤดูกาล 2025 นี้ ต้องมาลุ้นกันว่าทางทีมนั้นจัดเต็มขนาดไหนต้องมาชมการแข่งขันสนามแรกที่ ฟิลิป ไอซ์แลนด์ วันที่ 23-25 ก.พ. 68 นี้ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก