Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ WSBK ล่าสุด ข่าวเวิลด์ซุปเปอร์ไบค์

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
โปรแกรมการแข่งขัน WorldSBK สนามที่5 UKround

สุดสัปดาห์นี้ไม่มีเหงา! MotoGP summer break เกือบเดือน แต่ WorldSBK คัมแบ็คนะครับ โปรแกรมการแข่งขัน WorldSBK สนามที่5 12-14 JUL 🇬🇧Prosecco DOC UK Round Friday, 12nd July 15:00-15:25 – Yamaha R3 bLU cRU World Cup Free Practice 15:40-16:05 – WorldWCR Free Practice 16:20-17:05 – WorldSBK Free Practice 1 17:20-18:00 – WorldSSP Free Practice 19:00-19:25 – Yamaha R3 bLU cRU World Cup Superpole 20:10-20:35 – WorldWCR Tissot Superpole 21:00-21:45 – WorldSBK Free Practice 2 22:00-22:40 – WorldSSP Tissot Superpole Saturday, 13th July 15:00-15:20 – WorldSBK Free Practice 3 15:30-15:40 – WorldWCR Warm Up 15:50-16:00 – WorldSSP Warm Up 17:00-17:15 – WorldSBK Superpole 18:20 – WorldWCR Race 1 (12 laps) 20:00 – WorldSBK Race 1 (23 laps) 21:15 – WorldSSP Race 1 (19 laps) 22:15 – Yamaha R3 bLU cRU World Cup Race 1 (10 laps) Sunday, 14th July 15:00-15:10 – WorldSBK Warm Up 15:20-15:30 – WorldWCR Warm Up 15:40-15:50 – WorldSSP Warm Up 17:00 – WorldSBK Superpole Race (10 laps) 18:20 –WorldWCR Race 2 (12 laps) 20:00 – WorldSBK Race 2 (23 laps) 21:15 – WorldSSP Race 2 (19 laps) 22:15 – Yamaha R3 bLU cRU World cup Race 2 (10 laps) เว้นไปนาน Toprakยิ่งกำลังร้อน อย่าลืมติดตาม ดุเดือด ดราม่าไม่เป็นรองใคร!  

นักแข่ง HRC เผย Honda ใน WorldSBK ยังไม่ตาย

นักแข่ง HRC เผย Honda ใน WorldSBK ยังไม่ตาย Iker Lecuona และ Xavi Vierge 2 นักแข่ง HRC เผย Honda ใน WorldSBK ยังไม่ตาย หลังจากที่ทั้งสองคนได้เข้าทดสอบส่วนตัวของทางฮอนด้าที่บาร์เซโลนา และพบว่ารถมีสมรรถนะที่ดีขึ้นมาก สถานะในตอนนี้ของค่ายปีกนกถือว่าเป็นค่ายที่ช้าที่สุดในการแข่งขัน WorldSBK แต่หลังจากการทดสอบส่วนตัวของทางค่ายก็เหมือนจะส่งสัญญาณที่ดีว่ามีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด หลังจากสองนักแข่ง Iker Lecuona และ Xavi Vierge สัมผัสได้ถึงความพยายามของทีมงานจาก HRC Lecuona เล่าว่า “โดยรวมแล้ว มันออกมาดีนะ แต่เหมือนอย่างที่เคย เวลาคุณทดสอบตามลำพังน่ะมันยังเปรียบเทียบกับค่ายอื่นไม่ได้ เช้าวันจันทร์เราอาจจะโชคไม่ดีเนื่องจากเดิมทีเราจะได้มีโอกาสได้ขี่กับทาง Kawasaki กับ Alex Lowes แต่ว่าฝนดันเทลงมา และเราก็อยากจะทดสอบรถแบบแห้ง ๆ” “พอวันอังคารเราก็ทดสอบกันตามลำพัง แทร็กเองก็ค่อนข้างสกปรกเนื่องจากพายุเมื่อวันจันทร์และอากศตอนบ่ายก็ร้อนโคตร ๆ เราคอนเฟิร์มเลยว่าวิธีที่เราทดสอบกันที่ Cremona จากนั้นก็ที่ Misano พบว่าทดสอบแบบเซ็ตติ้งแบบ Misano นั้นคือเซ็ตติ้งที่ถูกต้อง” “เราไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ให้ได้ลอง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไปในเรื่องการเซ็ตติ้งขั้นพื้นฐาน เช่น เรื่องของโช้คหน้า บาลานซ์ของรถและระบบอิเล็กทรอนิกส์ และเราเองก็ไม่ได้ทดสอบหลาย ๆ แล็ป แต่อย่างน้อย ๆ ที่เราทดสอบมันก็ออกมาดี” “มันมีข้อมูลดี ๆ สำหรับให้ทางญี่ปุ่นไปวิเคราะห์และนำไปพัฒนา เราพยายามรักษาระดับความเร็วในการแข่งของเราเอาไว้ และเวลาทดสอบที่เร็วที่สุดของเราก็ทำได้เหมือนตอนแข่งซูเปอร์โพล แต่เวลาแข่งจริง ๆ เราคงต้องไปพิสูจน์กันที่ Donington Park” Lecuona เสริมอีกว่า “การทดสอบครั้งแรกที่ Cremona เป็นการทดสอบที่สำคัญมาก ๆ จากนั้นเราไปทดสอบที่ Misano และเราก็ยืนยันได้ว่าทิศทางที่เรากำลังมุ่งหน้าพัฒนานั้นถูกต้อง เราเร็วขึ้น และเราก็มั่นใจในตัวรถขึ้นมาก ๆ ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับรถและล้มน้อยลบง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือผมสามารถไปให้ถึงลิมิตของผมได้มากขึ้น” “โอกาสที่เรามีในตอนนี้มันเปิดกว้างมากกว่าที่เคย และนั่นทำให้ผมรู้สึกมั่นใจขึ้น ตอนทดสอบที่ Misano ผมฟิตดี ผมคิดว่าผมจะต้องพยายามให้มากขึ้น แต่มันก็ออกมาดีผิดคาด และที่ Cremona ผมได้ลองวิ่งยาว ๆ ดูและมันก็ดี อาจจะไม่ 100% แต่มันดีจริง ๆ” Vierge เผยว่า “ผลทดสอบออกมาดี และทีมงานก็ทำงานได้เยี่ยมมาก ๆ พวกเขาตัดสินใจได้ดีกับการเลือกที่จะซ้อมในวันต่อมา แม้ว่าเราจะมีนักแข่งที่ช้ากว่าใช้แทร็กร่วมกันกับเรา เราจำเป็นจะต้องใช้แทร็กที่แห้งเพื่อทดสอบอะไรหลาย ๆ อย่างและหาหนทางพัฒนารถ และในส่วนนี้นี่เองที่มันมีผลออกมาในแง่บวก ผมรู้สึกว่าผมสู้กับคนอื่น ๆ ได้ เวลาแล็ปของผมดีขึ้นมาก แล้วก็มีบางช่วงที่ผมรู้สึกแตกต่างออกไปโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรกับรถมากนัก” “นี่คือสิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจ แต่มันก็ทำให้เราสับสนได้ง่ายเช่นกัน ในสถานะที่เรายืนอยู่ในตรงนี้ เราได้ผลลัพธ์ที่ดีและไม่ดี และสิ่งที่แย่ที่สุดสามารถเกิดขึ้นได้ถ้าคุณไม่เข้าใจว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น โชคดีที่เรามีทีมที่ยอดเยี่ยมและหน้าที่ของผมก็จบลงด้วยดี แต่ยังไงเสียมันก็ยังต้องทุ่มเททำงานกันอีกมาก เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและหาคำตอบให้กับคำถามที่เกิดขึ้นของเรา” สรุปแล้วก็คือว่ามีการพัฒนาที่ดีขึ้นจากปากคำยืนยันจากตัวนักแข่ง แต่สถานการณ์จริงในการแข่งขันจริง ๆ มันจะออกมาเป็นอย่างที่พวกเขายืนยันมั้ย เราต้องรอไปพิสูจน์ผลงานของ CBR1000RR-R กันที่ Donington Park ที่อังกฤษในวันที่ 12 – 14 กรกฎาคมนี้กัน อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak โดนปรับเงิน หลังฉลองชัยไวไปหน่อย

Toprak โดนปรับเงิน หลังฉลองชัยไวไปหน่อย ล่าสุดมีแหล่งข่าวระบุว่า Toprak โดนปรับเงิน หลังฉลองชัยชนะไวไปหน่อย ระหว่างการแข่งขันในเรซที่ 2 ที่ Misano ประเทศอิตาลี แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตน่าจะทราบข่าวกันดีอยู่แล้วว่าบังโต Toprak Razgatlioglu อดีตแชมป์โลก WorldSBK จากตุรกี ได้ทำการเหมาชัยชนะทั้งสามเรซจากการแข่งขันสนามที่ 4 ที่ Misano World Circuit ประเทศอิตาลี เหตุเกิดเมื่อบังแกฉลองชัยเร็วไปหน่อย เพราะเฮียแกทำสต็อปปี้ หรือว่ายกล้อหลัง ฉลองชัยชนะก่อนที่จะเข้าเส้นชัยในเรซที่ 2 ด้วยความดีใจที่เหมาะชัยชนะในสนามนี้มาได้ พาให้เขาและ BMW ขึ้นหัวแถวตารางคะแนนสะสม แต่ Race Director ไม่ใจดีด้วย ถึงแม้ว่าจังหวะที่เขาฉลองชัยนั้นจะไม่ได้มีคู่แข่งอยู่ใกล้ก็ตาม แต่การที่เขาขับขี่ผาดโผนหรืออันตรายก่อนที่การแข่งขันจะจบลง มันผิดกติกา และแน่นอนว่าเขาโดนโทษปรับเงิน โดยโดนไปปรับไปทั้งหมด 500 ยูโร หรือเกือบ ๆ 20,000 บาท สำหรับข่าวนี้อาจจะดูเป็นเรื่องตลก แต่อีกนัยนึงก็แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดทางผู้จัดผู้ดูแลได้เหมือนกัน แต่ทางแชมป์โลกปี 2021 ผู้นี้ก็กล่าวว่าคงไม่เลิกฉลองชัยชนะด้วยท่าสต็อปปี้แบบที่เห็นนี้อยู่แน่นอน แต่จะไปทำตอนที่ธงตราหมากรุกสะบัดให้ผมแล้วเท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เผยอยากไปแข่ง MotoGP ปี 2025

Toprak เผยอยากไปแข่ง MotoGP ปี 2025 Toprak เผยอยากไปแข่ง MotoGP ปี 2025 ซึ่งผู้นำหัวตารางในการแข่งขัน WSBK ในตอนนี้ต้องการที่จะออกจากการแข่งขันรถโปรดักชันชิงแชมป์โลกในสิ้นปีนี้และย้ายไปแข่งขันรถโปรโตไทป์ในระดับสูงสุดแทน ตามรายงานของ Speedweek ซึ่งมีการอ้างคำพูดของ Kenan Sofuoglu ผู้จัดการของบังโตว่า: “ผู้คนในแพ็ดด็อก MotoGP ให้ความสนใจในตัวของ Toprak มาก” “ถึงเราจะมีสัญญาสองปีกับ BMW ก็จริงแต่ผมได้แจ้ง BMW แล้วว่าเราต้องการออกจากการแข่งขัน Superbike World Championship ในสิ้นปีนี้และย้ายไป MotoGP” “และผมได้อธิบายกับพวกเขาอีกว่านี่เป็นความต้องการของ Toprak” Sofuoglu เคยชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า Razgatlioglu จะย้ายไป MotoGP ในฐานะนักแข่งทีมโรงงานเท่านั้น ซึ่งถ้าหากยังเป็นเช่นนั้น ตัวเลือกของเขาในปี 2025 ในทางทฤษฎีจะเป็น Repsol Honda หรือ Monster Yamaha หรือ Aprilia เพราะทีมโรงงาน Ducati และ KTM มีนักแข่งเต็มแล้ว นอกจากนี้จากรายงานล่าสุดระบุว่า Joan Mir ใกล้จะต่อสัญญากับ Repsol Honda อย่างไรก็ตามทาง GPone เชื่อว่า Razgatlioglu กำลังถูกทาบทามโดย Repsol Honda จริง ๆ แต่ว่าการย้ายไปยามาฮ่าอาจจะเป็นเรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่า เนื่องจากเขาเคยบอกว่าไม่โอเคตัวกับรถ M1 ในระหว่างการทดสอบส่วนตัวสองครั้งเมื่อต้นปีที่แล้ว จากนั้นเขาก็แยกทางกับยามาฮ่าเพื่อร่วมทีมกับ BMW ในขณะเดียวกัน Aprilia ก็มีแนวโน้มที่จะเซ็นสัญญากับ Marco Bezzecchi แต่หาก Pramac ย้ายไปใช้รถยามาฮ่า Bezzecchi อาจสามารถบรรลุเป้าหมายการแข่งขันในทีมโรงงานปี 2025 ในขณะที่ยังคงอยู่กับ VR46… ทั้งนี้สิ่งที่เพิ่มความซับซ้อนให้กับสถานการณ์นี้คือ ตอนนี้ทาง BMW เองก็กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะเข้าร่วม MotoGP เช่นกัน แต่จะไม่เริ่มจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎทางเทคนิคในปี 2027″ แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคิดเห็นกันอย่างไร สุดท้ายบังโตจะได้ทำตามความฝันมั้ย แล้วเขาจะสามารถผงาดขึ้นสู้กับนักแข่งระดับโลกหลาย ๆ คนใน MotoGP ได้หรือไม่ คงเป็นเรื่องที่เราคงต้องตามลุ้นกันต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak กับ 7 สถิติที่น่าสนใจ หลังพา BMW ผงาดใน WSBK

Toprak กับ 7 สถิติที่น่าสนใจ หลังพา BMW ผงาดใน WSBK ล่าสุดกับการแข่งขัน WorldSBK สนามที่ 4 ที่ Misano World Circuit ประเทศอิตาลี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Toprak Razgatlioglu สังกัดทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team พา M1000RR คว้าชัยชนะแบบเหมา 3 เรซรวด กลายเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า BMW ไม่ได้ไม่แรง แต่มีปัญหาที่ตัวนักแข่งต่างหาก แต่เรื่องนั้นช่างมัน เราไปดู Toprak กับ 7 สถิติที่น่าสนใจ หลังเขาพา BMW ผงาดใน WorldSBK กันดีกว่า สถิติแรก คือ 4,311 วันที่ BMW ต้องรอคอยกว่าจะได้ขึ้นหัวแถวตารางของตารางคะแนน ซึ่งนับตั้งแต่ครั้งแรกหลังจบเรซที่ 2 ที่ Moscow ในปี 2012 กับทาง Marco Melandri จนกระทั่ง Toprak Razgatlioglu (ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team) และเขาคนนี้คือนักแข่ง BMW คนแรกที่ขึ้นนำหัวแถวของตารางคะแนนได้มากกว่า 1 เรซ สถิติที่ 2 คือ 154 แต้มที่ Razgatlioglu ใช้ขึ้นนำบนหัวแถวของตารางคะแนนรวมหลังจากเอาชนะการแข่งขันซูเปอร์โพลเรซ ก่อนที่จะขึ้นนำต่อด้วยคะแนน 179 คะแนน และเป็นคะแนนที่มากที่สุดที่เขาเคยทำได้หลังจากจบการแข่งขัน 12 เรซ สถิติที่ 3 ชัยชนะทั้งหมด 45 ครั้ง หลังจากชนะการแข่งขันในเรซที่ 2 ของ Razgatlioglu นั่นทำให้เขารั้งอยู่อันดับที่ 5 ของนักแข่งที่มีสถิติชนะมากที่สุด สถิติที่ 4 คือ เขาคว้ามาชัยมาได้ 6 ครั้งหลังที่เขาลงแข่งไป 9 เรซล่าสุด หลังจากแข่งไปทั้งหมด 12 เรซ ซึ่งหมายความว่าเขาชนะไปทั้งหมดครึ่งนึงของการลงแข่ง และนี่ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลแข่งขันที่ดีที่สุดของเขาเลย สถิติที่ 5 คือ ชัยชนะติดต่อกัน 4 เรซ กับทาง BMW ในศึก WorldSBK และนับเป็นครั้งแรกของทาง BMW และเป็นค่ายแรกที่สามารถทำได้ในปีนี้ สถิติที่ 6 คือ ชัยชนะติดต่อกัน 4 เรซที่ Toprak ทำได้ในศึก WorldSBK เป็นครั้งแรกของชีวิตเขาเลย สถิติสุดท้าย คือ เป็นครั้งแรกของ BMW ที่สามารถคว้าชัยชนะแบบเหมา 3 เรซในสนามเดียว ขึ้นแท่นไปร่วมกับทาง Ducati, Kawasaki และ Yamaha แล้วร้อยเรียบ และนี่คือสถิติตัวเลขที่น่าสนใจของบังโต นักแข่งผู้เก่งฉกาจในเรื่องของการเบรก ดีกรีอดีตแชมป์โลก 1 สมัย และปีนี้เขาอาจจะเป็นคนที่พา BMW คว้าแชมป์โลกในศึก WorldSBK 2024 ก็ได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

SBK เตรียมเปิดรุ่นการแข่งขันใหม่ในปี 2026

SBK เตรียมเปิดรุ่นการแข่งขันใหม่ในปี 2026 ตอนนี้ทาง SBK Comission หรือคณะกรรมการการแข่งชิงแชมป์โลกซูเปอร์ไบค์กำลังทำงานและหารือกันก่อนที่ทาง SBK เตรียมเปิดรุ่นการแข่งขันใหม่ในปี 2026 โดยการแข่งขันในคลาสใหม่นี้จะมาแทนที่การแข่งขันในรุ่น WorldSSP300 ซึ่งเริ่มแข่งขันและเสิร์ฟความมันในพิกัดอัตรานี้มาตั้งแต่ปี 2017 แล้ว ทั้งนี้การแข่งขันในรุ่น WorldSSP300 ได้ทำตามเป้าหมายที่ได้ตั้งใจไว้ในฐานะที่จะเป็นฐานสำหรับการสร้างนักแข่งผู้มีพรสวรรค์หรือดาวเด่นเพื่อเข้าสู่รายการแข่งขันระดับโลกในอนาคต และด้วยพื้นฐานความสำเร็จนี้เองทางคณะฯ จึงมีความตั้งใจที่จะเปิดตัวคลาสใหม่โดยมีเป้าหมายไกลยิ่งกว่า โดยจะช่วงเสริมวงการทั้งในด้านมอเตอร์สปอร์ตและด้านการพาณิชย์ของรถในคลาสใหม่นี้ทั้งระดับ เป้าหมายสำคัญของการริเริ่มที่จะทำคลาสใหม่นี้คือการทำให้เส้นทางการก้าวหน้าของนักแข่งอายุน้อยค่อย ๆ เติบโตและขยับไปแข่งขันในพิกัดที่สูงกว่าได้ราบลื่นมากขึ้น ด้วยการลดช่องว่างระหว่างคลาสเริ่มต้นและคลาสระดับกลาง เพื่อให้มีการเปลี่ยนผ่านของระดับการแข่งขันของนักแข่งได้ง่ายมากขึ้น เป็นการช่วยฟูมฟักนักแข่งวัยเยาว์ให้เติบโตและพร้อมไปสู้ระดับสูงที่ต้องการนักแข่งมีฝีมืออย่างมาก และการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้จะช่วยสร้างความน่าสนใจจากค่ายรถด้วยการเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถโชว์สมรรถนะรถของพวกเขาได้อย่างเต็มที่และสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดรถในพิกัดเริ่มต้น ซึ่งการแข่งขันคลาสใหม่นี้จะนำเสนอรถแข่งที่มีความแรงมากขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ในระดับกลาง และยังมีความแม่นยำมาก ทั้งนี้รายละเอียดจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป จากข่าวนี้คาดว่าจะปรับให้รถให้มีซีซีมากขึ้นคาดว่าน่าจะอาจจะได้เห็นตัวเลข 500 ซีซีกันในคลาสเริ่มต้นนี้เลยก็ได้ เพราะคลาสกลางอย่าง WorldSSP เองก็มีรถพิกัดสูง ๆ อย่าง Ducati Panigale V2 ที่มีซีซีมากถึง 955 ซีซี ดังนั้นเราจะเห็นการแข่งขันในพิกัดเริ่มต้นที่ 500 ซีซีก็ไม่น่าแปลกใจแล้วล่ะ งานนี้บอกเลยว่าการแข่งขันจะต้องถูกใจแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ แต่คงต้องอดใจรอหน่อย เพราะทางผู้จัดเองก็อยากจะให้ค่ายรถเตรียมตัวและผลิตรถออกมารับในปี 2026 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSBK ยกเลิกการแข่งที่ฮังการี

WorldSBK ยกเลิกการแข่งที่ฮังการี แล้วเพิ่มสนามที่โปรตุเกสแทน เกิดเหตุการเปลี่ยนแปลงปฏิทินการแข่งขันกันอีกแล้ว ครั้งนี้เป็นทางฝั่ง WorldSBK ยกเลิกการแข่งที่ฮังการี และเพิ่มการแข่งขันที่โปรตุเกสเข้ามาแทน เพื่อให้ยังมีการแข่งขันครบ 12 สนามตามเดิม แต่จะมีผลเปลี่ยนแปลงเรื่องปฏิทินการแข่งขันด้วย โดยกำหนดการเดิมที่สนามที่ 8 ที่ Balaton Park Circuit ประเทศฮังการี ที่จะแข่งในวันที่ 23 – 25 สิงหาคม ยกเลิกไปเลย เนื่องมาจากสถานที่จัดเสร็จสมบูรณ์ไม่ทันตามกำหนดการณ์ สนามที่ 8, 9 และ 10 ก็จะกลายเป็นที่ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน เลื่อนขึ้นมาแทน แล้วแทรกสนาม Autódromo do Estoril ประเทศโปรตุเกส มาเป็นสนามที่ 11 โดยจะแข่งกันในวันที่ 11 – 13 ตุลาคม ส่วนสนามสุดท้าย สนามที่ 12 จะแข่งขันกันที่ Circuito de Jerez – Ángel Nieto ประเทศสเปนตามเดิม โดยสามารถดูได้ตามภาพด้านบนดังนี้ งานนี้แฟน ๆ ที่ติดตามการแข่งขัน WorldSBK ต้องไปปรับวันที่แจ้งเตือนของตัวเองกันให้ดีนะครับ เพราะสนามที่ 8 เดิมยกเลิกไป แล้วต้องไปเพิ่มวันที่แจ้งเตือนใหม่ในวันที่ 11 – 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นสนามใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ไม่งั้นละก็พลาดชมการแข่งขันไปได้ และจะหาว่าเราไม่เตือน! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldWCR Test 2024 ประเดิมอุ่นเครื่อง ก่อนลุยศึกที่อิตาลี

WorldWCR Test 2024 ประเดิมอุ่นเครื่อง ก่อนลุยศึกที่อิตาลี ถึงเวลาอุ่นเครื่องแล้วว..!! ก่อนลงเดบิวต์แข่งขันรอบจริงในศึก FIM Women’s Circuit Racing World Championship ที่จะจัดขึ้นขึ้นครั้งแรกในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งคราวนี้ หนุ่ม ๆ อย่างพวกเราคงครึกครื้น ได้ชิมลางฝีไม้ลายมือของบรรดานักแข่งสาว ๆ ทั้ง 23 คน ควบ Yamaha R7 พร้อมยาง Pirelli ลงทำการซ้อมที่ Cremona Circuit ประเทศอิตาลี DAY 1 สำหรับบรรยากาศการซ้อมในวันแรกค่อนข้างสมบุกสมบันเล็กน้อย โดยสภาพอากาศช่วงเช้าค่อนข้างแจ่มใส แต่พอตกบ่ายฝนดันตก ทำเอาสาว ๆ ต้องรีบแก้สถานการณ์ด้วยการเปลี่ยนยางสลิกมาใช้เป็นยาง Wet แทน โดยผลการซ้อมวันแรก อันดับหนึ่งตกเป็นของตัวเต็งอย่าง Ana Carrasco #22 นักบิดสาวฝีมือดีจาก Evan Bros Racing Yamaha Team ที่เคยเฉิดฉายและเคยคว้าแชมป์ในรายการ WorldSSP300 มาแล้ว โดยรอบนี้ทำเวลาดีสุด 1’45.949 นาที ตามด้วย Lucy Michel #16 สาวน้อยวัย 19 ปี จาก TSL-Racing ในอันดับสอง และอันดับสามได้แก่ Adela Ourednickova #19 จาก DafitMotoracing สามารถทำเวลาไปได้ 1’47.250 นาที และเป็นคนแรกที่ได้เจิมสนามเป็นที่เรียบร้อยในเซสซั่นที่ 4  ในขณะที่ Ran Yochay #10 จาก 511 Terra & Vita Racing Team พลาดท่าตกจากอันดับท็อป 3 โดยทำเวลา 1’47.455 นาที เฉียดฉิวจากอันดับสามเพียง 0.2 วินาที ตามด้วยอันดับ 5 อย่าง Mallory Dobbs #14 (Sekhmet Motorcycle Racing Team) และอันดับ 6 อย่าง Tayla Relph #8 (Tayco Motorsport) ผู้ที่โชว์ฟอร์มดีที่สุดในช่วงวอร์มอัพ 10 นาทีแรก และเป็นสนามแรกที่เธอได้ลงขี่อีกด้วย  อันดับ 7 – 10  Chun Mei Liu (WT Racing Team Taiwan) #33 Jessica Howden (Team Trasimeno) #52 Roberta Ponziani (Yamaha Motoxracing WCR Team) #96 Nicole Van Aswegen (Andalaft Racing) #21 Ana Carrasco เผยว่า “รู้สึกแฮปปี้กับการซ้อมวันแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รู้สึกว่าการแข่งขันนั้นจะเริ่มใกล้เข้ามาทุกที ซึ่งปีที่ผ่านมานั้นไม่ได้ลงแข่งขันนานถึง 6 เดือน เนื่องด้วยอาการเจ็บขา สำหรับครั้งนี้ก็ได้ตั้งตารอกลับมาอยู่บนกริดอีกครั้งโดยรวมแล้วพอใจกับการซ้อมในวันนี้ แม้ว่าจะขี่ได้ไม่มากเนื่องด้วยสภาพฝน เพราะฉะนั้นจึงใช้เวลาทั้งวันเพื่อทำความคุ้นชินกับสภาพสนามแข่ง ซึ่งยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับตนเอง อีกทั้งยังได้พัฒนารถแข่งร่วมกับทีมอีกด้วย ซึ่งเราคิดว่าเราคงร่วมงานกันได้เป็นอย่างดี” DAY 2  ต่อด้วยการเทสในวันที่ 2 กับสภาพอากาศและผิวแทร็กค่อนข้างเป็นใจมากขึ้น และรอบนี้แต่ละคนทำได้ดีกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัดและแน่นอนผลการซ้อมในวันที่สอง อันดับแรกคงไม่พ้น Ana Carrasco ที่สามารถทำสถิติการซ้อมครั้งใหม่ด้วยการทำเวลาไป 1’41.446 นาที ในเซสซันสุดท้าย ดีกว่าเมื่อวานถึง 4 วินาที ตามด้วย Roberta Ponziani’s #96 ทำเวลาไป 1’42.121 นาที ส่วนอันดับ 3 Sara Sanchez #ุ64 (511 Terra&Vita Racing Team)  รั้งอันดับ

Cremona Circuit ประกาศเดบิวต์ พร้อมเปิดบ้านรับศึก WSBK 2024

Cremona Circuit ประกาศเดบิวต์ พร้อมเปิดบ้านรับศึก WSBK 2024 ประกาศเดบิวต์อย่างเป็นทางการ สำหรับสนาม Cremona Circuit พร้อมเปิดบ้านต้อนรับศึกการแข่งขันใน WorldSBK ฤดูกาล 2024 รอบ Round 10 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 20-22 ก.ย.นี้  นับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในรายการแข่งขันระดับโลก ซึ่งที่ตั้งของสนามดังกล่าวอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี โดยหลังจากที่ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้งเสริมผิวแทร็กใหม่ โดยเฉพาะช่วงทางโค้งที่ 5,6 โค้ง 11-13 และขยายทางเข้าใหม่เพื่อเพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงขยายพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และสามารถรองรับผู้เข้าชมได้มากถึง 2 หมื่นคน  และไม่ใช่เพียงการปรับปรุงสนามใหม่ที่ทำให้เข้าตากรรมการเท่านั้น ยังมีปัจจัยในด้านอื่น ๆ ทั้งการปรับเปลี่ยนโลโก้สนามใหม่ ดูทันสมัยและเป็นมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น การออกแบบดีไซน์รูทแข่งที่ให้เหล่าบรรดานักบิดได้สามารถใช้ศักยภาพได้เต็มพิกัดทั้งการใช้ความเร็วสูงสุด การเข้าโค้งและการเบรก และความเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ดั้งเดิมของ Cremona ที่โดดเด่นด้วยสีแดงและสีเทาเข้ม จนทำให้สนามแห่งนี้ มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับในรายการแข่งขันระดับโลก ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นมีความยาวของแทร็กทั้งหมด 3.768 กม. มีโค้งทั้งหมด 13 โค้ง แบ่งเป็นโค้งซ้ายจำนวน 7 โค้ง โค้งขวาจำนวน 6 โค้ง  Alessandro Canevarolo CEO ของเกรโมนา เซอร์กิต กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เผยภาพลักษณ์ใหม่ ๆ สู่สายตาของสาธารณชนทั่วโลก และการเข้าถึงระหว่างคนในพื้นที่ คนรักมอเตอร์ไซค์และแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทุกมุมทั่วโลกได้มาสัมผัสกับบรรยากาศในสนามแห่งนี้ เราได้เลือกสรรสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รองรับมากมาย ให้แฟน ๆ ได้สนุกกับการแข่งขัน โดยเฉพาะโซนบริเวณโค้ง 10 ที่ต้องบอกว่าเป็นจุดไฮไลท์สำคัญของการแข่งขันที่แฟน ๆ ห้ามพลาด” สุดท้ายนี้เราอาจได้เห็นบทบาทของการแข่งขันในรายการต่าง ๆ ในสนามแห่งนี้มากยิ่งขึ้น และสร้างฐานแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตให้มากขึ้นอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bimota 2025 ประกาศลุยศึก WorldSBK ในฤดูกาลหน้า

Bimota 2025 ประกาศลุยศึก WorldSBK ในฤดูกาลหน้า นับเป็นข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ในวงการมอเตอร์สปอร์ต สำหรับค่ายรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาลีอย่าง Bimota ประกาศคัมแบคสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตอีกครั้งในศึก Motul FIM Superbike World Championship (WorldSBK) ฤดูกาล 2025 ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ นอกจากจะเข้ามาสร้างสีสันความมันส์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตแล้ว ก็ถือเป็นการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ใหม่จากฝั่งญี่ปุ่นอย่าง คาวาซากิ โดยใช้ชื่อทีมแข่ง Bimota by Kawasaki Racing Team สำหรับรถแข่งจะพัฒนาร่วมกันทั้งสองค่าย โดย Bimota จะดูในส่วนของพาร์ทของแชสซี ชิ้นส่วนและของตกแต่งภายนอก ส่วนทางคาวาซากิดูในเรื่องของเครื่องยนต์และระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งรุ่นที่จะใช้ลงการแข่งขันในฤดูกาลหน้า จะใช้บล็อกเครื่องยนต์ของ Ninja ZX-10RR นั่นเอง  หากใครเป็นแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตคงจะรู้ดีว่าทางค่ายนั้นเคยประสบความสำเร็จในเวทีระดับโลกมากมาย ทั้งชัยชนะในการแข่งขันชิงแชมป์โลกเมื่อปี 1980 ในรุ่น 350 ซีซี กับนักบิดอย่าง Jon Ekerold พร้อมโมเดลตำนานสองสูบสองจังหวะอย่าง Bimota YB3  ในปี 1987 กับตำแหน่งแชมป์ในรายการ TT Formula 1 โดยนักบิดระดับตำนานอย่าง Virginio Ferrari บนรถ YB4R อีกทั้งยังคว้าชัยชนะในการแข่งขันไม่ต่ำกว่า  7 รายการใน WorldSBK เมื่อปี 1988 จากนักแข่งที่สร้างผลงานให้กับทางค่ายทั้ง Davide Tardozzi และ Stephane Mertens หรือแม้กระทั่งในปี 2000 กับความสำเร็จครั้งใหญ่ด้วยการคว้าโพเดียมในสนาม ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ด้วยนักบิดผู้ที่ล่วงลับไปแล้วอย่าง Anthony Gobert (SB8R)  คุณ Hiroshi Ito ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ คาวาซากิ มอเตอร์กล่าวว่า “Bimota มีชื่อเสียงในการออกแบบและผลิตรถจักรยานยนต์ สำหรับส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของเราในการพัฒนาแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกนี้ เราเชื่อว่าการแข่งขันจะเป็นก้าวที่สำคัญในการพัฒนาโมเดลใหม่ ๆ และสร้างชื่อเสียงของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานใน WorldSBK เหมือนเช่นเคย และหวังว่าโปรเจ็กต์ใหม่ของเราจะสร้างความพอใจให้กับเหล่าสาวกทั้ง Bimota และ Kawasaki” คุณ Pierlugi Marconi Coo Bimota กล่าวว่า “เราได้รับการซัพพอร์ตทั้งในด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและธุรกิจจากทาง Kawasaki ทำให้ Bimota กลับมามีพื้นที่ในสื่อและกลุ่มลูกค้าที่เหนียวแน่นอีกครั้ง ตอนนี้ถึงเวลาก้าวไปอีกขั้น Bimota มีทีมแข่งขันใน WorldSBK พร้อมทั้งควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และขยายเครือข่ายดีลเลอร์ในยุโรปและทั่วโลก ด้วยประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ของผู้เชี่ยวชาญทีม Kawasaki Racing Team บวกกับการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างเต็มที่จากคาวาซากิ มอเตอร์ในญี่ปุ่น ทำให้เราเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและ Bimota by Kawasaki Racing Team จะสร้างรากฐานเรื่องราวบทต่อไปของ Bimota อย่างแน่นอน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli Dutch Round ศึกไม่คาดฝัน..อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้

Pirelli Dutch Round ศึกไม่คาดฝัน..อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ จบการแข่งขันไปแล้วสำหรับศึก Pirelli Dutch Round ใน WorldSBK 2024 ที่แอซเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คน ที่ได้รับชมการแข่งครั้งนี้ คงลุ้นระทึกจนถึงวินาทีสุดท้ายกันเลยทีเดียว และครั้งนี้ก็นับได้ว่าสนุก มันส์ ครบทุกรสชาติ รวมถึงชัยชนะครั้งนี้ก็เป็นที่คาดเดาได้ยากสำหรับแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตเลยไม่น้อย Race 1 อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ สำหรับในช่วง Race 1 ชัยชนะตกเป็นของนักบิดหน้าใหม่อย่าง Nicholas Spinelli สังกัดทีม Barni Racing ซึ่งเจ้าตัวนั้นได้มาขี่แทน Danilo Petrucci ที่บาดเจ็บหนักจากการซ้อมรถวิบากในช่วงวีคก่อนการแข่งขัน และแน่นอนว่าได้ทำการเดบิวต์ตัวเองเป็นที่เรียบร้อย จากการเก็บชัยชนะไปได้ใน Race 1 แซงเจ้าของโพล โพลซิชัน รวมไปถึงแชมป์โลกทั้งสองคน ซึ่งในช่วงออกสตาร์ทอยู่ ๆ ฝนตก ทำให้เขาออกตัวแซงคู่แข่งทิ้งห่างนำโด่งถึง 25 วินาที (เลือกใช้ยางได้เหมาะเจาะ) บวกกับเหตุการณ์รถแข่งของ Locatelli นั้นเครื่องยนต์เกิดปัญหา น้ำมันเครื่องกระจายเป็นทางยาว จนเจ้าหน้าที่ในสนามประเมินแล้วว่า ถ้าแข่งต่อ..ไม่เวิร์คแน่นอน จึงยุติการแข่งขันซึ่งทำให้เจ้าตัวนั้นเก็บชัยใน Race 1 ไปแบบชิว ๆ ถือว่ามาพร้อมดวงจริง ๆ ส่วนอันดับที่ 2 และ 3 ตกเป็นของแชมป์โลกทั้งสองคนอย่าง โทปรัค และ เบาติสต้า สรุปผลการแข่งขันรอบ Race 1 1 Nicholas Spinelli (Barni Spark Racing Team) 2. Toprak Razgatlioglu (ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team) +1.979s 3. Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) +2.089s Superpole Race ต่อด้วยรอบ Superpole Race ออกสตาร์ทนำโดย Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) น้องใหม่ฝีมือไม่ธรรมดาโดยบิดทิ้งห่างนำคู่แข่งเกือบ 3 วินาทีในช่วงแรก ขณะที่แชมป์โลกอย่างเบาติสต้า เกิดพลาดท่าร่วงตกลงมาอยู่อันดับ 8 ส่วนโทปรัค ก็หนีไม่พ้นพลาดท่าเช่นเดียวกัน ตกจากอันดับ 2 มาอยู่ที่ 4 ทำให้เจ้าตัวต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น โดยในสิบรอบหลังของซูเปอร์โพลเรซ เบาติสต้ากลับโชว์ความเก๋า บิดไล่แซงคู่แข่ง ตีตื้นขึ้นมาเป็นอันดับสอง ก่อนผงาดขึ้นแซงทีมเมทน้องใหม่ในแล็ปสุดท้าย และวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้อย่างสวยงาม สรุปผลการแข่งขันรอบ Superpole Race 1. Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) 2. Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) +2.686 3. Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) +7.403 Race 2 สำหรับโพล โพลซิชัน ในครั้งนี้ตกเป็นของเบาติสต้า บิดสตาร์ทขึ้นนำคู่แข่งยาว ๆ ซึ่งผ่านไปครึ่งรอบแรกในช่วง Race 2 เกิดฝนตกหนักจนต้องสะบัดธงแดงในระหว่างการแข่งขัน ขณะที่ราซกัตลิโอกลูอาศัยจังหวะดังกล่าวในการพยายามตีตื้น แต่เบาติสต้าก็ขึ้นนำอีกครั้ง ก่อนที่ Remy Gardner (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Andrea Locatelli (Pata Prometeon Yamaha) ไล่บี้ตีเสมอจนสำเร็จ อย่างไรก็ตามนักบิดชาวตุรกียังคงขึ้นนำคู่แข่งภายใต้ความกดดันในช่วงหกรอบสุดท้ายก่อนปิดฉากการแข่งขันด้วยการเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ต่อด้วยนักบิดแชมป์โลกชาวสเปนที่ไล่บี้ตามมาติด ๆ ไม่ถึงวินาที (+0.625) และอันดับที่ 3 เป็นของ Remy

Lowes คว้าดับเบิ้ลวิน

Lowes คว้าดับเบิ้ลวิน ส่วน Bulega ประเดิมชัยเรซแรก ที่ Philip Island การแข่งขัน WorldSBK สนามแรกที่ Philip Island ประเทศออสเตรเลีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยเรื่องราว สถิติ และดราม่ามากมาย โดยสนามที่ 1 นี้ Alex Lowes คว้าดับเบิ้ลวิน ส่วน Bulega ประเดิมชัยเรซแรกในฐานะรุกกี้แล้วเปิดซิงคว้าชัยในระดับสูงสุดทันที หลังจากฤดูกาลที่แล้วคว้าแชมป์ในรุ่น WorldSSP มา พร้อมทำสถิติใหม่ให้กับสนามด้วยยาง Pirelli อีกด้วย เข้มข้น ดุเดือด พังสถิติ ในรอบซูเปอร์โพล SC0 ยางหลังสูตรมาตรฐานถูกกำหนดให้ใช้ในรอบนี้แทนที่ SCQ ที่จะเป็นยางสำหรับรอบนี้โดยเฉพาะ และเคยช่วยให้นักแข่งมากถึง 16 คนที่สามารถทำลายสถิติสนามที่ Tom Sykes ทำไว้ในปี 2020 ได้ ซึ่งต่อมาสถิติก็พังทลายลงด้วยฝีมือของ Toprak Razgatlioglu (ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team) ในระหว่างการทดสอบเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงเวลาซูเปอร์โพลจริง ๆ มีนักแข่ง 4 คนที่ทำเวลาได้ดีกว่านักแข่งชาวเติร์กเสียอีก Nicolò Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) ทำเวลาได้ดีที่สุดที่ 1’27.916 นาที คว้าตำแหน่งโพลไปครอง ตามมาด้วย Andrea Iannone (Team GoEleven) ที่ทำเวลาได้ที่ 1’28.154 อันดับสามจากกริดสตาร์ทตกเป็นของ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ด้วยเวลา 1’28.239 และ Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ด้วยเวลา 1’28.403 ซึ่งนักแข่งทั้งหมดล้วนใช้ยาง SC1 ที่ด้านหน้าเว้นแต่ Andrea Locatelli ที่เลือกใช้ SC2 เรซที่ 1 การแข่งขันในเรซแรก นักแข่งเกือบทุกคนเลือกใช้ยางหลัง SC1 กับยางหน้า SC1 มีเพียงไม่กี่คนที่ใช้ยางหน้า SC2 คือ Toprak Razgatlioglu และ Scott Redding จากทาง BMW และ Andrea Locatelli และ Philipp Oettl นักแข่งจาก Yamaha โดยในเรซนี้เป็น Nicolò Bulega ที่อาศัยความได้เปรียบจากการได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล เข้าเส้นได้เป็นคนแรก โดยมีนักแข่งอิตาลีอีกสองคนเข้าเส้นตามมาได้แก่ Andrea Locatelli กับรถยามาฮ่า และ Andrea Iannone กับ Ducati ซูเปอร์โพลเรซ สำหรับการแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซ ก็มาการใช้ยางแบบเดียวกันกับในเรซแรก มีเพียง 2 คนเท่านั้นคือ Toprak Razgatlioğlu และ Philipp Oettl (GMT94 Yamaha) ที่เปลี่ยนมาใช้ SC1 แทนที่ SC2 ในยางหลัง ขณะที่ Andrea Locatelli (Pata Prometeon Yamaha) และ Scott Redding (Bonovo Action BMW) ยังคงใช้ SC2 เช่นเดียวกับเรซแรก Bautista ทำสถิติเร็วที่สุดในแล็ปที่ 9 ด้วยเวลา 1’29.273 ซึ่งการแข่งขันจัดขึ้นบนผิวแทร็กที่มีอุณหภูมิ 42 องศา แต่ชัยชนะตกเป็นของ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่เข้าเส้นชัยก่อน Locatelli และ Razgatlioğlu ที่ได้อันดับ 3   เรซที่

Pirelli เผยแผนรับมือสนาม Philips Island

Pirelli เผยแผนรับมือสนาม Philip Island งานงอกขึ้นทันทีหลังจากที่สนามแรกของการแข่งขัน WorldSBK มีการทำผิวแทร็กสนามใหม่ ทำให้มีความท้าทายเกิดขึ้นทันที แต่ทาง Pirelli เผยแผนรับมือสนาม Philip Isaland ให้แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตได้รับรู้กัน ว่าทางพีเรลลีจะรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นนี้อย่างไรบ้าง สนามเปิดฤดูกาลการแข่งขันรายการ MOTUL FIM Superbike World Championship เป็นสนามที่สำคัญเสมอ แค่สนามนี้สนามเดียวก็แทบจะคาดเดาการแข่งขันในปี 2024 ได้เลยทีเดียว สิ่งนึงที่เป็นส่วนสำคัญมาก ๆ เลยก็คือยางที่พีเรลลีจะนำไปใช้ในสนามนี้ งานนี้บริษัทยางอิตาลีก็ได้ประกาศแผนการรับมือกับสนามที่มีการทำผิวแทร็กใหม่แห่งนี้แล้ว โดยมีการมีข้อจำกัดเพิ่มเติม และจำเป็นจะต้องมีการเข้ามาเปลี่ยนยางทั้งในรุ่นใหญ่อย่าง WorldSBK และ WorldSSP ยางที่มีให้เลือกใช้ ทางพีเรลลี่ได้เลือกที่จะนำยางที่มีเนื้อยางหรือคอมปาวด์ที่แข็งที่สุดไปให้นักแข่งใช้ที่ออสเตรเลีย เนื่องจากสนามมีโค้งที่ต้องใช้ความเร็ว และโค้งความเร็วสูงที่กินยางมาก ๆ โดยด้านหน้าจะมียางให้เลือก 2 สูตรคือ SC1 และ SC2 ซึ่งเป็นสูตรมาตรฐาน ขณะที่ยางหลังมีให้ใช้เป็น SC0 สองเส้นในช่วงซูเปอร์โพลเรซ และเนื่องจากการมีการบังคับให้เข้ามาเข้าพิทเพื่อเปลี่ยนยาง ดังนั้นก็เลยจะมียางเพิ่มให้อีก 2 เซ็ทเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งในการทดสอบอย่างเป็นทางการนั้น นักแข่งหลาย ๆ คนเองก็สามารถทำเวลาได้ดีกว่าสถิติเวลาแล็ปของสนามอีกด้วย และเป็นครั้งแรกเลยที่มีคนทำเวลาได้ที่ 1.28 นาที ในส่วนของการแข่งขันในรุ่น WorldSSP เองก็เช่นเดียวกันกับรุ่น WorldSBK โดยมียางให้เลือกแบบเดียวกัน โดยจะมียางหน้า SC1 และ SC2 สำหรับกรณีฝนไม่ตก แต่จะมียางหลังเพียงสูตรเดียวให้เลือก ซึ่งยาง SC1-A ที่เคยเปิดตัวให้ใช้ครั้งแรกที่สนามแห่งนี้เมื่อสองปีที่แล้วจะกลายเป็นส่วนสำคัญในการเป็นยางให้เลือกใช้ในเรซ และอย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้นว่าจำเป็นจะต้องมีการเข้าพิทมาเปลี่ยนยาง ดังนั้นก็เลยจะมียางเพิ่มเติมให้ด้วยเช่นกัน ส่วนรุ่นนี้ในการทดสอบอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็น Yari Montella (Barni Spark Racing Team) ที่สามารถทำสถิติเวลาต่ำกว่าสถิติเวลาแล็ปของสนามได้จากการอาศัยข้อดีของผิวแทร็กใหม่นั่นเอง ต้องเข้าพิท การแข่งขันทั้งในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP จะต้องมีการเข้าพิททั้งในเรซแรกและเรซที่สอง โดยในรุ่น WorldSBK จะลดแล็ปเหลือ 20 แล็ปจากเดิม 22 แล็ป ซึ่งนั่นหมายความว่าจะมีการเปิดให้เข้าพิทในช่วงแล็ปที่ 9 ถึงแล็ปที่ 11 ขณะที่รุ่น WorldSSP จะแข่งที่ 18 แล็ปเท่าเดิม และจะมีช่วงให้เข้าพิทในแล็ปที่ 8 ถึง แล็ปที่ 10 นักแข่งจะต้องเปลี่ยนยางหลังของพวกเขาในระหว่างเข้าพิท ส่วนยางหน้านั้นจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนก็ได้ “มันเป็นการตัดสินใจที่ยากจริง ๆ” เบื้องหลังของการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันในครั้งนี้ โดยทาง Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ของทาง Pirelli กล่าวว่า “เรารู้จักสนามนี้เป็นอย่างดี ทว่าทุก ๆ ปีสนามแห่งนี้กลับกลายเป็นอีกเรื่องนึงตลอด เพราะที่นี่มีตัวแปรหลายอย่างที่ส่งผลต่ออาการของยางและมักจะคาดเดาไม่ได้อีกด้วย  ปีนี้เองก็มีปัจจัยที่ส่งผลหนักที่สุดก็คือยางมะตอยใหม่ที่ทำเอาข้อมูลอ้างอิงที่เรามีนั้นต้องรีเซ็ตกันไปเลย ผมเตือนทุกคนว่ายางสำหรับการแข่งขันในเรซนี้ถูกส่งมาจากยุโรปตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่การปรับผิวแทร็กใหม่เพิ่งจะเสร็จไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้เอง และการที่เราใช้ข้อมูลเดิมไม่ได้ เราจึงคิดหาวิธีที่เหมาะสม โดยเลือกที่จะปรับเปลี่ยนการแข่งขันที่เคยใช้และได้ผลดีมาแล้วเมื่อสองฤดูกาลที่แล้วแทน” “เราได้เห็นการทดสอบไปแล้วว่ายางมะตอยใหม่นี้ให้การยึดเกาะที่ดีมาก ๆ ทำให้เวลาแล็ปดีขึ้นมาก แต่ในทางตรงกันข้ามก็กินยางมาก ๆ เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิสูง ๆ ซึ่งทำให้เกิดอุณหภูมิขึ้นสูงจนผิดปกติและทำให้ยางหมดไวมาก ๆ โดยเราตรวจพบว่ายางร้อนสูงถึง 160 องศาในพิทเลน ซึ่งเราคาดว่าขณะที่ขับขี่อยู่อาจจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเกินกว่า 200 องศาเลยด้วยซ้ำ พิจารณาจากข้อมูลที่มี และข้อตกลงกับทาง Dorna, FIM และทางเรซไดเร็กชัน เราได้ตัดสินใจแล้วว่าการแข่งขันของทั้งสองเรซจำเป็นจะต้องมีการเข้าพิทเปลี่ยนยาง มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก เพราะบางทีมเองก็อยากที่จะแข่งเต็มระยะทีเดียวให้จบ แต่อย่างไรก็ตามพีเรลลีเชื่อว่าความปลอดภัยของนักแข่งเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในสถานการณ์แบบนี้” สำหรับความคิดเห็นของผมนั้นบอกเลยว่าการเข้ามาเปลี่ยนยางนั้นมีผลต่อรูปเกมการแข่งขันอย่างมาก มันต้องอาศัยทีมเวิร์กที่ยอดเยี่ยม การบริหารยางที่ดี การตัดสินใจที่แม่นยำ และการวางแผนที่ดี ไม่งั้นแล้วคนที่นำอยู่อาจจะกลายเป็นผู้ตาม คนที่ตามแล้วอาจจะกลายเป็นผู้นำได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 จุดเปลี่ยนใหญ่ ในศึก WorldSBK 2024

5 จุดเปลี่ยนใหญ่ ในศึก WorldSBK 2024 และนี่คือ 5 จุดเปลี่ยนใหญ่ ในศึก WorldSBK 2024 ที่ทำให้เกมการแข่งขันนั้นยุติธรรมและท้าทายมากขึ้น จากการปรับเปลี่ยนกฏและกติกาการแข่งขัน งานนี้บอกเลยค่ายแดงจะเป็นแชมป์อีกสมัยไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ๆ จุดแรกคือ การถ่วงน้ำหนัก จุดนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ส่งผลมากที่สุดเรื่องนึงต่อการแข่งขัน WorldSBK ในปี 2024 นี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำหนัก โดยนักแข่งจะต้องถ่วงน้ำหนักที่รถของพวกเขาหากว่าพวกเขามีน้ำหนักตัวเบากว่าน้ำหนักมาตรฐานอ้างอิง ซึ่งน้ำหนักมาตรฐานอ้างอิงที่ว่าคือ 80 กิโลกรัม โดยมีเกณฑ์การถ่วงน้ำหนักที่รถเพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัมทุก ๆ น้ำหนักตัวของนักแข่งที่เบากว่าเกณฑ์ 1 กิโลกรัม ยกตัวอย่างเช่น หากนักแข่งคนนึงน้ำหนักตัว 70 กิโลกรัม เมื่อคำนวณแล้วถือว่าเบากว่ามาตรฐานอ้างอิง 10 กิโลกรัม ก็จะต้องถ่วงน้ำหนักที่รถเพิ่มขึ้น 5 กิโลกรัมนั่นเอง แต่ทั้งนี้จะมีการถ่วงน้ำหนักมากที่สุดไม่เกิน 10 กิโลกรัม งานนี้ใครตัวเล็กก็จะต้องถ่วงกันเยอะหน่อย และแน่นอนว่าแชมป์โลกอย่าง Alvaro Bautista จะต้องโดนถ่วงน้ำหนักที่รถมากแน่นอน จุดที่ 2 คือ ลดปริมาณน้ำมัน เรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงเองก็มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีการลดความจุของถังน้ำมันให้เหลือเพียง 21 ลิตรเท่านั้น ขณะเดียวกันก็มีการทดสอบบางอย่างเพื่อนำไปใช้ประเมินเรื่องการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2025 นอกจากนี้การแข่งขันต้องใช้น้ำมันที่เปลี่ยนไป โดยน้ำมันใหม่นี้จะต้องมีส่วนผสมน้ำมันที่ไม่ได้มาจากฟอสซิลในอัตราส่วน 40% เพื่อมุ่งหน้าสู่ความยั่งยืนในอนาคต แน่นอนว่าเรื่องนี้มีผลต่อการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์อย่างมาก เพราะจะต้องทำให้เครื่องยนต์นั้นยังคงทำงานได้ดีจากน้ำมันผสมใหม่นี้ จุดที่ 3 กระบวนการคำนวณแต้มต่อใหม่ แต้มต่อที่ว่านี้คือ Concession Point นั่นเอง ซึ่งทางสมาพันธ์จะใช้แต้มต่อที่ว่านี้ในการรักษาบาลานซ์ในการแข่งขัน ไม่ให้มีรถจากค่ายใดค่ายนึงมีความได้เปรียบเสียเปรียบมากเกินไป เพื่อให้เกมการแข่งขันมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ตอนนี้กลายเป็นว่าจะมีจุดเช็คพอยต์เพื่อคำนวณแต้มต่อที่ว่านี้ทุก 2 สนาม จากเดิม 3 สนาม และการแข่งซูเปอร์โพลเรซก็จะมีแต้มตัวนี้ด้วยเหมือนกัน จากเดิมที่ไม่มีในรอบซูเปอร์โพลเรซ ซึ่งเริ่มต้นทุกทีมจะมี 0 คะแนน และ เมื่อถึงเช็คพอยต์ค่ายรถใดที่มีแต้มนี้น้อยกว่าค่ายใดที่ได้มากที่สุดตั้งแต่ 33 คะแนนขึ้นไปจะถูกประเมินเพื่อปรับเปลี่ยนให้สามารถใช้ชิ้นส่วนที่ปรับแต่งได้ ซึ่งจากเดิมแค่เรื่องของแชสซี แต่ตอนนี้รวมถึงชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ทีมที่ได้อันดับน้อย ๆ หรือแข่งขันกับค่ายอื่นไม่ได้ มีโอกาสทำคะแนนได้มากขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้จะมีสูตรการคำนวณที่ซับซ้อนพอสมควรเลยทีเดียว จุดที่ 4 การลงโทษแบบใหม่     จะมีบทลงโทษใหม่สำหรับคนที่ใช้เครื่องยนต์เกินจำนวนที่อนุญาต นักแข่งที่ทำผิดจะต้องออกสตาร์ทจากท้ายของกริดและต้องวิ่งลองแล็ป (Long Lap) จำนวน 2 แล็ปด้วยกัน จากเดิมที่ให้ออกสตาร์ทจากพิทเลนโดยนักแข่งจะออกจากพิทเลนได้ต่อเมื่อไฟเขียวติดขึ้นหลังจากที่นักแข่งทุกคนได้เลยผ่านทางออกพิทไปแล้ว จุดที่ 5 เปลี่ยนเรื่องตำแหน่งกริดในเรซที่ 2 จริง ๆ จุดที่ 5 นี้ก็ไม่ใช่ของ WorldSBK โดยตรง แต่จะเป็นการแข่งขันซัพพอร์ตรายการอื่น ๆ ที่แข่งในวันหยุดสุดสัปดาห์เดียวกันต่างหาก ซึ่งก็คือรายการ WorldSSP, WorldSSP300 และ WorldWCR ซึ่งตอนนี้ตำแหน่งกริดสตาร์ทของเรซที่ 2 จะยึดตามสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดของ Race ที่ 1 แทน ส่วนกริดสตาร์ทเรซที่ 1 จะยังคงยึดลำดับจากรอบซูเปอร์โพลตามเดิม โดยนักแข่งที่ทำเวลาได้เร็วที่สุด 9 อันดับแรก ก็จะออกสตาร์ทเป็นกลุ่มแรกตามลำดับในเรซที่ 2 ส่วนอันดับที่เหลือจะอิงตามผลของซูเปอร์โพลตามเดิม   งานนี้บอกเลยว่าเกมการแข่งขันจะสนุกและสูสีกันมากขึ้นอย่างแน่นอน แชมป์อาจจะมีการเปลี่ยนมือก็ได้ ทีมที่ด้อยกว่าก็จะมีโอกาสได้พัฒนามากขึ้น และแน่นอนว่าเพื่อน ๆ อย่าลืมติดตามเชียร์กันด้วยนะ โดยเฉพาะรุ่น WorldSSP จะมีนักแข่งชาวไทยลงแข่งขันภายใต้ทีม Yamaha Thailand Racing Team ด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR1000RR-R Fireblade SP 2024 ตัวแข่ง WorldSBK

CBR1000RR-R Fireblade SP 2024 ตัวแข่ง WorldSBK สเปกยังไง สำหรับเจ้าตัวแข่งคันใหม่ของค่ายปีกนกอย่าง Honda CBR1000RR-R Fireblade SP 2024 ตัวแข่ง WorldSBK นั้นถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Total Control for the Track” หรือก็คือการตามหาสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมควบคุมได้ทั้งในแทร็กและในการแข่งขัน เครื่องยนต์ใช้เทคโนโลยีที่ถ่ายทอดมาจากรถแข่ง MotoGP อย่าง RC213V ส่งผลให้โมเดลนี้ทรงพลังที่สุดของ CBR แต่มีสเปกอะไรยังไง เราจะพาไปดูกันครับ   รูปโฉมโดนใจ ด้วยเฉดสีไตรคัลเลอร์ แดง ขาว และน้ำเงิน เด่นด้วยโลโก้ CBR ด้านข้าง และตัวอักษร RRR สีฟ้าข้างตัวรถที่ดูเฉียบคมก็ลงตัว ขณะที่ภายใต้แฟริ่งอันสวยงามนั้นคือเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงขนาด 999.9 ซีซี ที่มีแรงม้ากว่า 228 แรงม้าที่ 14,500 รอบ (รถเดิมเคลมที่ 214.6 แรงม้า) ระบบเกียร์ 6 สปีด ควบคุมการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงตามกติกาของ FIM และใช้น้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 21 ลิตร และท่อสูตรจาก Akrapovic ทั้งนี้การโมดิฟายปรับแต่งหลัก ๆ ของรถเดิมโมเดลใหม่ปี 2024 นี้มาจากการปรับแต่งฝาสูบ กำลังอัด จังหวะการทำงานของวาล์วและสปริงวาล์ว เปลี่ยนเพลาข้อเหวี่ยงและก้านสูบให้เบาขึ้น อัตราทดเกียร์ใหม่ คันเร่งไฟฟ้าพร้อมมอเตอร์ควบคุม 2 ตัว เพื่อเพิ่มความแม่นยำการตอบสนองฟีลลิ่ง มาพร้อมช่วงล่างที่มีระบบกันสะเทือนไฟฟ้าจาก Ohlins เจ็นใหม่ล่าสุด และระบบเบรกจาก Brembo ขณะที่เวอร์ชันตัวแข่งของ WorldSBK ทางทีมงาน HRC เลือกที่จะใช้ระบบกันสะเทือนจากทาง Showa และระบบเบรกจากทาง Nissin แทน ล้อจาก OZ Racing ยางสลิก Pirelli Diablo SuperBike ส่วนเฟรมและสวิงอาร์มก็จะเป็นอลูมิเนียม และเมื่อช่างน้ำหนักทั้งคันแล้วรถจะมีน้ำหนักเหลือเพียง 168 กิโลกรัม จากรถเดิมที่หนัก 201 กิโลกรัม โดยรวมแล้วความแรงแม้ว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ได้มากหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้แค่เพียงประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ แต่ในเรื่องของสมรรถนะโดยรวมแล้วจะเพิ่มขึ้นมากกว่าด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบากว่ามาก หากคิดเปรียบเทียบอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักแล้วต่างกันมากทีเดียวครับ โดยตัวแข่งนั้นมีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักมากกว่าถึง 27 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว   สุดท้ายนี้เราก็ต้องมาดูกันว่ารถแข่งคันใหม่คันนี้จะทำผลงานในรายการได้ดีขนาดไหน เพราะทีมอื่น ๆ เองก็มีการพัฒนาขึ้นมาเช่นกัน โดยเฉพาะทางค่ายแดงที่เป็นแชมป์ปัจจุบันอยู่ตอนนี้ มีเครื่องยนต์ที่รอบจัดมากที่สุดเลยทีเดียวครับ แน่นอนว่าแรงม้าก็ต้องมากตามไปด้วยนั่นเอง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda เปิดตัวทีมแข่ง Team HRC 2024 แล้ววันนี้

Honda เปิดตัวทีมแข่ง Team HRC 2024 แล้ววันนี้ ล่าสุดทาง Honda เปิดตัวทีมแข่ง Team HRC 2024 พร้อมสู้ศึก Superbike World Championship แล้ววันนี้ผ่านระบบออนไลน์ โดยมาพร้อมกับ CBR1000RR-R รถแข่งคันใหม่กับนักแข่งมากฝีมืออย่าง Xavi Vierge #97 และ Iker Lecuona #7 งานนี้มีทางผู้จัดการทีม Jose Manuel Escamez มาพูดถึงเป้าหมายในการแข่งขันฤดูกาลนี้ พร้อมกับวิดีโอการเปิดตัวรถแข่งโฉมใหม่ กับสองนักแข่งสัญชาติสเปนที่อยู่กับทีมมา 3 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว พร้อมชูจุดเด่นและการเปลี่ยนรวมถึงความเป็นไปได้ของรถแข่งคันใหม่ ที่เน้นยำว่ามีการยึดเกาะที่ดีและอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม   ส่วนตัวรถนั้นมีการเปิดเผยข้อมูลคร่าว ๆ ในวิดีโอการเปิดตัวออนไลน์ประมาณว่า มีแอโรไดนามิกและแพ็กเกจระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม จากผลงานการทำงานหนักของวิศวกรชาวญี่ปุ่นที่ทำงานกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อเนรมิตรถแข่งจากทีมโรงงาน ตัวรถมาพร้อมชิ้นส่วนใหม่ ๆ มามากมาย ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องการเร่งความเร็ว การลดความเร็ว การเบรก ซึ่งภายหลังได้ทดสอบช่วงวินเทอร์เทสต์นักแข่งของเราก็มองเห็นได้ถึงสมรรถนะที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ในเรื่องของรูปโฉมนั้นบอกเลยว่ากระแทกตาโดนใจ ด้วยเฉดสีไตรคัลเลอร์ แดง ขาว และน้ำเงิน เด่นด้วยโลโก้ CBR และตัวอักษร RRR สีฟ้าข้างตัวรถที่ดูเฉียบคมก็ลงตัว นอกจากนี้ยังเข้าคู่ลงตัวกับชุดแข่งของนักแข่งที่มาในโทนสีเดียวกันช่างลงตัวยิ่งนัก สุดท้ายนี้นักแข่งทั้งสองจะลงทำการขับขี่ในสนามอีกครั้งในวันที่ 19 – 20 กุมภาพันธ์นี้ ช่วงทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลครั้งสุดท้ายที่ Philip Island ออสเตรเลีย และจะเริ่มแข่งขันเปิดฤดูกาลใหม่ที่สนามเดียวกันนี้ในวันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki Racing team WorldSBK 2024 เปิดตัวแข่งเขียวสด พร้อมซิ่ง

Kawasaki Racing team WorldSBK 2024 เปิดตัวทีมแข่ง ค่ายเขียวหนึ่งเดียวที่ลงทำการแข่งขันในรายการ World superbike championship 2024 โดยปีนี้มีการปรับเปลี่ยนโทนสี รวดลายใหม่บนตัวรถแข่งและชุดแข่งใหม่ทั้งหมด การแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ปี 2024 ก็ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยสนามเปิดฤดูกาลของปีนี้อยู่ที่ Phillip Island วันที่ 23-25 กุมภาพันธ์นี้ เรามาพูดถึงตัวรถแข่งทีม Kawasaki Racing Team ในรายการ WorldSBK กันหน่อยสำหรับฤดูกาลนี้ ทางคาวาซากิได้เปิดตัวรุ่นรถ NINJA ZX-10RR เรือธงซูเปอร์ไบค์เครื่องยนต์ระดับ 1,000 ซีซี เรือธงพวกเขาในปี มีการออกแบบลวดลายแฟริ่งใหม่ที่มีสีเขียวมากกว่าปีก่อนมากๆ โดยตัวรถมีการเลือกใช้สีพื้นส่วนใหญ่เป็นสีเขียว แล้วตัดด้วยเส้นลายสีเหลืองและแถบสีขาว ส่วนตัวทำให้ตัวรถดูสดใสมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งถ้าได้โลดแล่นบนแทร้กละก็คงจะสวยเด่นไม่ใช้น้อยเลยละ   จะพูดถึงตัวรถอย่างเดียวก้คงจะไม่ได้ ต้องมีนักบิดด้วย ทีมนี้มี 2 คน อย่าง Alex Lowes จะใช้เบอร์ 22 ลงทำการแข่งขันและ Axel Bassani จะใช้เบอร์ 47 ลงทำการแข่งขัน ในฤดูกาลนี้ ที่จะเป็นนักบิดคนสำคัญของทีมที่จะผนึกกำลังร่วมชิงแชมป์ในรายการแข่งขัน WorldSBK ในปี 2024 นี้ ยังไงก็ต้องขอฝากแฟนๆสาวกค่ายเขียวร่วมส่งกำลังใจ ติดตามเชียร์ทีมนี้ เพราะปีนี้เดือนแน่นอน… อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ลองฟังเสียงหวาน ๆ จากสนามแข่ง WorldSBK 2024

ลองฟังเสียงหวาน ๆ จากสนามแข่ง WorldSBK 2024 หลาย ๆ คนน่าจะมีแนวเพลงที่ชื่นชอบ อาจจะเป็น ป็อป ร็อก ฮิปฮ็อป หรือจะอะไรก็ตามแต่ ทว่าผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านที่เป็นแฟน ๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ตก็น่าจะชื่นชอบแนวเพลงซิมโฟนีออเครสต้าที่เกิดจากบรรดานักแข่งเอารถแข่งของตัวเองไปหวดในสนามแห่ง แล้วเกิดเสียงอันไพเราะในแบบฉบับไบเกอร์ขึ้นมา วันนี้แอดมินก็เลยจะพาทุกท่านไป ลองฟังเสียงหวาน ๆ จากสนามแข่ง WorldSBK 2024 กัน พร้อมกันนี้ยังได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับท่อไอเสียของแต่ละค่ายแถมมาให้ด้วย เผื่อว่าเพื่อน ๆ จะสนใจกันครับ [yotuwp type=”videos” id=”grcagnRq5r0″ ] สำหรับข้อมูลเรื่องทีมไหนใช้ท่อไอเสียแบรนด์ใดกันบ้าง แอดมินได้รวบรวมมาแล้วครับพี่น้อง ลองไปส่องดูกันได้เลย งานนี้ท่อไหนถูกใจพี่น้อง อาจจะได้ไปซื้อมาลองใส่รถตัวเองกันดูได้นะครับ ทีมใหญ่ ๆ ระดับทีมโรงงานและทีมรองอื่น ๆ ดังรายชื่อด้านล่าง ส่วนใหญ่จะใช้ท่อจาก Akrapovic Aruba.it Racing – Ducati Barni Spark Racing Team Bonovo action BMW Racing Team GMT94 Yamaha WorldSBK Team GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team Kawasaki Racing Team Pata Yamaha Prometeon WorldSBK Official Team PETRONAS MIE Racing Honda ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team Team HRC Yamaha Motoxracing WorldSBK Team   ทีมรองอีก 4 ทีมที่เหลือมีการเลือกใช้ท่อที่ต่างกันออกไปดังนี้ Kawasaki Puccetti Racing  – Arrow MOTOCORSA RACING TEAM – Termignoni Elf Marc VDS Racing Team – SC Project Team Go Eleven – Spark   ทั้งนี้ในคลิปอาจจะไม่มีเสียงของท่อครบทุกแบรนด์ แต่ก็ครบทุกค่ายทีมหลัก ดังนั้นถ้าอยากฟังท่อไอเสียแบรนด์อื่น ๆ ก็อย่าลืมติดตามชมและตามเชียร์การแข่งขัน WorldSBK 2024 กันด้วยนะครับ โดยสามารถดูตารางการแข่งขันได้ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha GMT94 เปิดตัว 2 นักแข่งใหม่ พร้อมพาร์ทเนอร์ระดับโลก

Yamaha GMT94 เปิดตัว 2 นักแข่งใหม่ พร้อมพาร์ทเนอร์ระดับโลก  เรียกว่าแอบซุ่มซ้อมก่อนทำการเปิดตัวสำหรับทีมอิสระอย่าง Yamaha GMT94 ซึ่งหลังจากทดสอบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเฆเรซ ประเทศสเปนเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา และแน่นอนว่าทางทีมนั้นเตรียมพร้อมแล้ว สำหรับการล่าแชมป์ในศึก WorldSBK 2024 ที่กำลังจะเริ่มในเร็ว ๆ นี้  และแน่นอนอีกหนึ่งพาร์ทเนอร์สำคัญนั่นก็คือ BS Battery ที่เข้ามาซัพพอร์ตทีมสำหรับการแข่งขันในฤดูกาลนี้ รวมทั้งเปิดตัวสองนักแข่งใหม่อย่าง Lucas MAHIAS และ Philipp ÖTTL Philipp ÖTTL #5 (ลงแข่งรุ่น WorldSBK) เริ่มกันที่นักบิดหมายเลข 5 ชาวเยอรมันกับ Philipp ÖTTL ที่เคยมีประสบการณ์การแข่งขันมาแล้วสองฤดูกาล อีกทั้งยังเคยคว้าอันดับ 5 ในออสเตรเลีย คว้าอันดับ 6 สามครั้งและติดท็อป 10 ถึง 24 ครั้ง และด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ทำให้ทางทีมตัดสินใจจับเซ็นสัญญาเข้าร่วมการแข่งขันในฤดูกาล 2024 พร้อมตัวแข่งอย่าง Yamaha R1 ในการล่าแชมป์ปีนี้อีกด้วย Lucas Mahias #94 ลงแข่งรุ่น World SuperSport ต่อด้วยนักบิดชาวฝรั่งเศสในรุ่น World Super Sport อย่าง Lucas Mahias ที่มาพร้อมกับผลงานอันยอดเยี่ยมด้วย 8 โพซิชัน 29 โพเดียม และคว้าชัยชนะ 9 เรซ กับหมายเลขคู่กาย 94 และรถแข่งอย่าง Yamaha R6 ทำให้คว้าแชมป์โลกครั้งที่ 3 โดยครั้งนี้เจ้า Yamaha R6 จะเลือกใช้แบตเตอรีลิเธียมรุ่น BSIL-02 สำหรับทำการแข่งขันครั้งนี้อีกด้วย นับเป็นความท้าทายอันเตื่นเต้นที่กำลังจะเกิดขึ้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ โดยการแข่งขัน WorldSBK สนามแรกจะจัดขึ้นที่ ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียในวันที่ 23-25 ก.พ.67 นี้ สาวกมอเตอร์สปอร์ตห้ามพลาดกันนนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

The Doctor Come back 2024 ควบ R1 ร่วมแจม ปอร์ติเมา เทสต์

The Doctor วาเลนติโน่ รอสซี่ ตำนานนักบิดอิตาเลียน คัมแบ็กสู่แทร็กอีกครั้ง ภายใต้รถแข่ง YAMAHA YZF-R1 โดยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล ศึกเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ 2024 ที่ ปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส หลังจากที่ ยอดนักบิดอิตาเลียน ดีกรีแชมป์โลก 9 สมัย ตัดสินใจแขวนคันเร่งหลังสิ้นสุดการแข่งขัน ศึกโมโตจีพี ในฤดูกาล 2021 ทว่ายังคงรับบทเจ้าของทีมแข่ง สร้างโอกาสให้บรรดานักบิดดาวรุ่ง ซึ่งเป็นผลผลิตจาก VR46 Riders Academy ได้โลดแล่นบนเวทีพรีเมียร์คลาส นับตั้งแต่การชิงชัยในฤดูกาล 2022 เป็นต้นมา ล่าสุด วาเลนติโน่ รอสซี่ ได้กลับมาลงบิดบนรถแข่งยามาฮ่าอีกครั้ง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบ ศึกซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ 2024 ณ ออโตโดรโม อินเตอร์นาซิอองนาล โด อัลการ์ฟ เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส ภายใต้รถแข่ง YAMAHA YZF-R1 โดยลงบิดไปทั้งสิ้น 49 รอบสนาม นอกจากเจ้าสำนักอย่าง “เดอะ ด็อกเตอร์” แล้ว บรรดาผลผลิตจาก VR46 Riders Academy ได้แท็กทีมลงบิดอย่างครบครัน ไล่เรียงจาก ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี, ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า, ลูก้า มารินี และ มาร์โก้ เบซเซคคี ที่เตรียมลงชิงชัยบนเวทีโมโตจีพี ในฤดูกาลที่กำลังจะเริ่มต้น รวมถึง เซเลสติโน่ วิเอตติ และ อันเดรีย มินโญ่ ในคลาสโมโตทู และโมโตทรี ตามลำดับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bulega เฉิดฉาย ทำเวลามาที่ 1

Bulega เฉิดฉาย ทำเวลามาที่ 1 กับการซ้อมวันแรกที่ Jerez   ถึงช่วงเวลาสำคัญของทุก ๆ ทีมในการแข่งขัน WorldSBK ช่วงที่นักแข่งและทีมจะได้เตรียมการสำหรับฤดูกาลใหม่ จะมีคนที่ดีใจกับผลการซ้อมในวันแรก และจะมีคนที่ต้องเครียดและต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนักในช่วงค่ำคืน และ Bulega เฉิดฉาย ทำเวลามาที่ 1 กับการซ้อมวันแรกที่ Jerez Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) อาจจะเป็นหน้าใหม่ใน WorldSBK แต่หลาย ๆ สายตาก็ต้องจับจ้องไปที่เขา หลังจากทำผลงานการทดสอบได้น่าประทับใจ ปัจจุบันเขามีดีกรีเป็นแชมป์โลก WorldSSP ที่ทะยานขึ้นมาในระดับที่สูงขึ้นและขโมยพื้นที่ข่าวไปจากสื่อได้มากมาย โดยเขาสามารถทำเวลาแล็ปได้ดีกว่าที่ 2 อย่างชัดเจน และเกือบจะทำลายสถิติเวลาสนามหลังจากที่เขาได้ใช้ยาง SCQ แบบเต็มสมรรถนะในชั่วโมงสุดท้ายของวัน ขณะที่ทีมเมตอย่าง Alvaro Bautista ทำเวลาได้แค่อันดับ 10 เท่านั้น เด็กใหม่มันร้ายแต่แชมป์ 2 สมัยรวด เจอปัญหากฎใหม่ Bulega ทำเวลาซ้อมวันแรกได้เวลาอันดับ 1 ด้วยสถิติ 1’38.292 นาทีด้วยยาง SCQ โดยได้สถิติเวลานี้มาในช่วงชั่วโมงสุดท้ายก่อนที่รถจะเกิดปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย แต่ก็ซ้อมไปได้ถึง 71 แล็ปแล้ว ด้านแชมป์เองก็พยายามหาวิธีที่จะลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการต้องถ่วงน้ำหนักเนื่องจากกติกาเกี่ยวกับเรื่องน้ำหนักที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ ส่วนทีมอิสระที่ใช้รถดูคาติ ก็จะมีทางด้านของ Andrea Iannone (Team GoEleven)  ที่ทำเวลาได้อันดับที่ 7 หลังจากซ้อมไปทั้งหมด 67 แล็ป ด้วยการพยายามทำความเข้าใจและปรับตัวกับรถ Panigale V4 R ขณะที่ Danilo Petrucci (BARNI Spark Racing Team) ได้อันดับ 9 ด้วยเวลา 1’39.773 นาที โดยนักแข่งหมายเลขเก้าผู้นี้พยายามลองใช้เบาะนั่งแบบต่ำเพื่อช่วยในเรื่องของจุดศูนย์ถ่วงของรถ และพยายามหาผลลัพธ์ที่จะได้จากการทดลองในครั้งนี้ และกดไปทั้งหมด 66 แล็ป มาถึงคนสุดท้ายอย่าง Sam Lowes (ELF Marc VDS Racing Team) ทำเวลาได้อันดับที่ 15 โดยเขายังคงต้องปรับตัวจากเดิมที่เคยแข่ง Moto2 มาและต้องย้ายมาแข่งในรายการนี้ โดยทำเวลาได้ดีที่สุดที่ 1’40.133 นาทีหลังจากหวดไป 82 แล็ป Alex Lowes ได้ซ้อมไม่เยอะแต่เวลามาดี ทางด้านของ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่แม้ว่าจะรู้สึกว่าอาการไม่ค่อยดีและลงซ้อมไปแค่เพียง 31 แล็ป แต่ก็สามารถทำเวลาได้ดีเป็นอันดับที่ 2 เลยทีเดียว ด้วยเวลา 1’39.474 นาที ซึ่งเพียงพอที่จะเป็นผู้นำจากฝากฝั่งคาวาซากิ โดยเขาได้ลองใช้ชิ้นส่วนใหม่ ๆ และจะใช้ในการแข่งขันที่ Portimao ในสัปดาห์หน้าอีกด้วย ซึ่งชิ้นส่วนใหม่ ๆ ที่ว่านั้นรวมไปถึงโช้คใหม่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตำแหน่งของเบาะและถังน้ำมัน ส่วนทีมเมทใหม่ของเขาอย่าง Axel Bassani จบที่อันดับที่ 14 หลังจากทำเวลาได้ที่  1’40.059 นาที เพราะยังคงต้องทำความคุ้นเคยกับ ZX-10RR และเครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียงนั่นเอง โดยนักแข่งหมายเลข #47 ซ้อมไปทั้งหมด 77 แล็ปด้วยกัน ขณะที่นักแข่งอิสระที่ใช้รถคาวาซากิเพียงคนเดียวอย่าง Tito Rabat (Kawasaki Puccetti Racing) ทำอันดับเวลาได้ที่ 17 ซึ่งนักแข่งสเปนผู้นี้ใช้รถจากทีมโรงงานที่ทำสัญญากับทาง KRT มาเพื่อหวังที่จะเก็บข้อมูลให้ได้มากและข้อมูลนั้นจะช่วยให้เขาพัฒนาไปอีกก้าวและไปได้เร็วกว่านี้ BMW ก็แรงนะได้อันดับดีติด 1 ใน 4 ถึงสองคน มันเป็นวันที่ยุ่งเหยิง แต่น่าประทับใจสำหรับ BMW โดยมีรถมากถึง 10 คันกับนักบิด 6 ชีวิตที่จะมาเก็บเกี่ยวข้อมูล โดยมีทีมทดสอบมาลงซ้อมร่วมไปกับทีมโรงงานอย่าง ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team และ Bonovo Action BMW โดย Toprak Razgatlioglu คว้าอันดับที่ 3

BMW เปิดตัวทีมแข่ง WorldSBK 2024 แล้ว

BMW เปิดตัวทีมแข่ง WorldSBK 2024 แล้ว ก่อนที่การแข่งขันนัดเปิดฤดูกาลจะเริ่มต้นขึ้นในอีกเดือนกว่า ๆ ข้างหน้าทาง BMW เปิดตัวทีมแข่ง WorldSBK 2024 อย่างเป็นทางการก่อนใคร โดยเปิดตัวทีมแข่งของทางทีมโรงงานทั้งสองทีมพร้อมกัน ทีมแข่งทั้งสองทีมที่ว่านั้นก็คือ ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team และ Bonovo action BMW Racing Team พร้อมกันกับนักแข่ง 4 คน ได้แก่ Toprak Razgatlioglu (ตุรกี), Michael van der Mark (เนเธอร์แลนด์), Scott Redding (อังกฤษ) และ Garrett Gerloff (อเมริกา) พร้อมเผย M1000RR ตัวแข่งประจำปีนี้ที่โรงงานที่เบอร์ลิน ศูนย์กลางหลักของการผลิตรถของบีเอ็มดับเบิลยูนั่นเอง โดยทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team มาโทนสีดำจะมีนักแข่งเป็น Toprak Razgatlioglu #54 และ Michael van der Mark #60 ส่วนทีม Bonovo action BMW Racing Team มาในโทนสีขาวจะเป็น Scott Redding #45 และ Garrett Gerloff #31 ซึ่งหลัก ๆ ของทั้งสองทีมก็จะได้รับการซัพพอร์ตจากทางโรงงานเหมือน ๆ กัน แต่ไปแตกต่างกันที่สปอนเซอร์ของแต่ละทีมเท่านั้น สุดท้ายนี้สำหรับการเตรียมการรับมือการแข่งขันในฤดูกาล 2024 นี้ทางแผนกมอเตอร์สปอร์ต ทีมทั้งสองทีม และนักแข่งจะได้กลับไปสนามแข่งเร็ว ๆ นี้ โดยจะมีการทดสอบครั้งต่อไปที่ Jerez de la Frontera ประเทศสเปนในวันที่ 24 – 25 มกราคมนี้ ส่วนการแข่งขันสนามแรกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์นี้ที่ Phillip Island ประเทศออสเตรเลีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล WorldSBK 2024

ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล WorldSBK 2024 ใครบ้างที่ต้องจับตามอง ครั้งนี้เราจะมาดูกันครับว่าในการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล WorldSBK 2024 ใครบ้างที่ต้องจับตามอง นักแข่งคนไหนมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ และใครเป็นใครน่าสนใจแค่ไหน บทความนี้จะมาพูดคุยบอกเล่ากันครับ Alvaro Bautista, Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea คือนักแข่งสามคนที่ถูก จับตามอง! มากที่สุดในรายการ WorldSBK เพราะทุกคนมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์โลก จากโปรไฟล์และผลงานที่ผ่านมา ๆ และทั้งสามคนล้วนมีดีกรีแชมป์โลกมาก่อนแล้วทั้งนั้น เตรียมตัวที่จะทดสอบอย่างเป็นทางการก่อนที่จะเปิดฤดูกาลใหม่ 2024 กันที่ Jerez ประเทศสเปนภายในเดือนมกราคมนี้ Ducati แน่นอนว่าทุกสายตาล้วนจับจ้องไปที่ Bautista ว่าในฤดูกาลนี้เขาจะสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 3 มาได้หรือไม่ และนักแข่งสเปนผู้นี้จะทำเวลาในการทดสอบออกมาได้ดีหรือไม่ และในปีนี้เขาจะมีทีมเมตคนใหม่อย่าง Nicolo Bulega โดยจะได้ลองขี่รถใหม่เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เขาเลื่อนชั้นขึ้นมาหลังจากเป็นแชมป์โลกใน WorldSSP เมื่อปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Danilo Petrucci (Barni Spark) Andrea Iannone (GoEleven) ที่เพิ่งกลับมาหลังจากโดนโทษแบนเรื่องสารต้องห้าม Sam Lowes (Marc VDS) และ Michael Ruben Rinaldi (Motocorsa Ducati) เองก็จะลงทดสอบด้วยเช่นกัน Yamaha ทางด้านของ Yamaha มีนักแข่งบิ๊กเนมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างกรณี Jonathan Rea ที่ย้ายค่ายเปลี่ยนสีไปอยู่กับทีมโรงงานของยามาฮ่าเป็นครั้งแรก หลังเป็นแชมป์โลกกับอีกค่ายมามากถึง 6 สมัย โดยลงซ้อมกับ Andrea Locatelli ทีมเมทของเขา ด้าน Dominique Aegerter และ Remy Gardner จากทีม GYTR GRT Yamaha WorldSBK เองก็ลงแข่งขัน โดยมีหน้าใหม่อย่าง Phillip Oettl แข่งให้กับทีม GMT94 Yamaha BMW แม้ว่าที่ผ่านมาผลงานจะไม่เจิดจรัส แต่ปีนี้จะเป็นค่ายที่ไม่ควรพลาดเชียร์และชม โดยปีนี้ค่ายใบพัดสีฟ้าจะมีลุ้นแชมป์ได้มากขึ้นหลังจากการย้ายเข้ามาของ Razgatlioglu ที่ครั้งนี้เขาจะได้ลองรถ M1000RR ของเขาอีกเป็นครั้งที่สอง แม้ว่าในการทดสอบครั้งแรกเขาจะได้ทดสอบน้อยไปหน่อยเนื่องจากสภาพอากาศแย่ แต่ครั้งนี้แชมป์โลกปี 2021 ผู้นี้จะได้โชว์ศักยภาพอีกครั้งครับ ยังมี Michael Van Der Mark, Scott Redding และ Garrett Gerloff ที่สังกัดค่ายเดียวกัน พร้อมกันนี้ยังมีนักทดสอบรถคนใหม่อย่าง Sylvain Guintoli และ Bradley Smith อีกด้วย Honda Iker Lecuona และ Xavi Vierge จะลงซ้อมและเตรียมรถกับ Honda CBR1000RR-R 2024 ซึ่งปรับปรุงมาใหม่ทั้งเรื่องแอโรไดนามิกและเครื่องยนต์ ก็ต้องดูว่าผลงานจะกระเตื่องขึ้นมากน้อยเพียงใด Kawasaki ทางด้านค่ายเขียวก็จะมี Axel Bassani, Alex Lowes แข่งให้กับทีมโรงงาน และ Tito Rabat มาแข่งให้กับทีม Puccetti ซึ่งปีนี้ค่ายเขียวอาจจะดูกร่อยไปเลยเพราะแชมป์โลก 6 สมัยย้ายออกไปแล้ว ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล WorldSBK 2024 งานนี้บิ๊กเนมทั้งสามคนนั้นเป็นอะไรที่หลาย ๆ คนติดตามอยู่แล้ว แต่ก็มีนักแข่งหน้าใหม่ที่อัปคลาสขึ้นมา นักแข่งที่เพิ่งกลับมาหลังจากโดนโทษ การปรับเปลี่ยนรถใหม่ ดังนั้นการทดสอบอย่างเป็นทางการของรายการนี้เอง แฟน ๆ ทั้งหลายที่ติดตามการแข่งขันรายการนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงพะยะค่ะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jonathan Rea เผยอยากคว้าแชมป์โลก WorldSBK อีกครั้ง

Jonathan Rea เผยอยากคว้าแชมป์โลก WorldSBK อีกครั้ง Jonathan Rea บอกว่าการเซ็นสัญญาย้ายทีมจาก Kawasaki สู่ Yamaha นั้น “รู้สึกแปลก ๆ” แต่ทว่าการคว้าแชมป์โลกในสมัยที่ 7 นั้น คือสิ่งอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจย้ายทีมของเขา  ถึงแม้ว่าความสำเร็จของ Rea ในคาวาซากิยังคงดำเนินต่อไป จากชัยชนะในการแข่งขันปี 2022 และปี 2023 แต่แชมป์โลก 6 สมัยก็เลือกที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยามาฮ่าแทน Toprak Razgatlioglu นั่นเอง โดยทีม ดูคาติ ถือว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในฤดูกาลที่ผ่านมา และเห็นได้ชัดว่า ยามาฮ่า นั้นเป็นรองถึงแม้ โทปรัค จะสร้างความแตกต่างได้ในบางครั้งก็ตาม และเมื่อพูดถึงสารคดีเรื่อง “Unrepeatable” ที่มีเนื้อหากล่าวถึงความสำเร็จในการคว้าแชมป์โลกของเขา ก่อนเซ็นสัญญาย้ายมาซบทีม Yamaha ในปัจจุบัน Rea ยังกล่าวอีกว่า ภายในทีมค่อนข้างเคารพการตัดสินใจของเขา “ผมชัดเจนกับทีมงานตั้งแต่ต้นฤดูกาลว่าปีนี้ อาจจะเป็นปีสุดท้ายของเขาใน WorldSBK”  “ผมคิดว่าจะเกษียนตัวเองในฐานะนักแข่ง แต่ทว่าเมื่อได้ขี่รถแล้วยังมีความรู้สึกว่าตนเองยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะคว้าแชมป์โลกในสนามแข่ง และยังรู้สึกหลงใหลถึงการแข่งขัน และจะต้องทำบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป” “ถึงมันจะยากลำบากก็ตาม แต่ผมรู้สึกแฮปปี้ที่ได้ตัดสินใจและก้าวไปข้างหน้า มันรู้สึกแปลก เหมือนคุณกำลังนอกใจเมีย มันไม่ดีใช่ไหมหล่ะ แต่นี่คือการแข่งขัน คุณต้องมูฟออนและต้องพัฒนา” นอกจากนี้ Rea ยังคาดหวังว่าเขาจะเป็นผู้นำของยามาฮ่าในฤดูกาลถัดไป และขึ้นอยู่กับว่า BMW ที่อยู่กับ โทปรัค จะทำได้ดีแค่ไหน แต่แน่ ๆ Rea นั้นเป็นภัยสำหรับ Bautista แน่นอนโดย Bautista ได้ตั้งเป้าการเป็นแชมป์โลก 3 สมัย แต่ Rea หวังว่าจะคว้าแชมป์สมัยที่ 7 จึงเข้าทีมกับยามาฮ่าครั้งนี้ มันจะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น ก็สรุปนะครับว่า Rea นั้นอาจมีโอกาสคว้าแชมป์โลกสมัยล่าสุดก็เป็นได้ และด้วยฝีมือที่เคยผ่านสังเวียนและคว้าแชมป์ต่อเนื่องมาหลายสนามแล้ว รับรองว่าปีนี้สนุกแน่ ๆ ต้องรอติดตามรอชมกัน กับสนามแรกที่ ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย ในวันที่ 23-25 ก.พ. นี้ ห้ามพลาดนะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก