Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ WSBK ล่าสุด ข่าวเวิลด์ซุปเปอร์ไบค์

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
Scott บอก Toprak มีของดี ไม่เหมือนคนอื่น

Scott บอก Toprak มีของดี ไม่เหมือนคนอื่น Scott บอก Toprak มีของดี ไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งเขาก็ออกมาชี้ว่านั่นคือสไตล์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจะช่วย BMW ในการขยับขึ้นมาอยู่แถวหน้าของการแข่งขัน WorldSBK ได้เป็นอย่างดี Redding คืออดีตนักแข่งดูคาติที่ครั้งนึงเขาเคยต้องดวลกับ Razgatlioglu เพื่อแย่งชิงชัยชนะ ไม่ได้ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดีเหมือนตอนที่เขาแข่งให้กับ BMW 2 ปีที่ผ่านมาแต่อย่างใด และตอนนี้เขาก็เสียตำแหน่งในทีมของเขาให้กับนักแข่งหนุ่มตุรกี และถูกย้ายไปยังทีม Bonobo Action BMW คู่กับทาง Garrett Gerloff แทน นักแข่งหนุ่มชาวเติร์กผู้นี้ได้เปิดตัวกับทางค่ายใบพัดสีฟ้าไปแล้ว และพูดอย่างหน้าชื่นตาบานว่า M1000RR ดีสารพัด แต่ว่าจะดีพอที่จะมาท้าทายแชมป์คนปัจจุบันอย่าง Alvaro Bautista และ Ducati ของเขาได้มั้ยนั้นเป็นอีกเรื่องนึง ความพยายามของค่ายใบพัดนั้นเป็นที่รับรู้กันดี อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าของพวกเขาเองก็สม่ำเสมอดีและ Razgatlioglu อาจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้ BMW กลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของการชิงแชมป์ ช่วงเวลาของการปรับตัวนั้นเป็นสิ่งจำเป็นและนั่นเป็นเหตุว่าทำไมปี 2025 จะยิ่งเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากของทางค่ายใบพัด แต่ทาง Redding เองก็หวังว่าเขาจะได้เห็นพัฒนาการที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หลังจากการเข้ามาของดาวเด่นชาวเติร์ก Redding บอกว่า “Toprak มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวเขานั้นแตกต่างจากคนอื่น ๆ มันยากที่จะลอกเลียนแบบเขาได้ ที่ผ่านมาผมยังไม่เคยเจอใครขี่เหมือนเขา รถแข่ง BMW นั้นมีดีที่เบรก แต่มันจะแย่ทันทีตอนที่ล้อหลังลอยออกจากพื้นเวลาเบรก เพราะมันจะมีปัญหา เนื่องจากเวลาล้อมันลงกลับมามันอาจจะล้มได้” “บางทีอาจจะเป็นพรสวรรค์เรื่องการเบรกของเขาที่ดีกว่าที่ผมคิดไว้มาก และเขาสามารถคุมมันได้ด้วยวิธีไหนสักอย่าง ถ้ามันเป็นแบบนี้จริงก็ดี หรือบางทีเขาอาจจะช่วยนำพาเราไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ก็เป็นได้ เขาเคยขี่มอเตอร์ไซค์คันอื่นที่จำเป็นจะต้องใช้สไตล์การขับขี่ที่แตกต่างออกไป เพราะงั้นเขาก็เลยน่าจะมีประโยชน์กับเรามาก ๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์กับเขาหรือไม่ แต่เราจะได้ข้อมูลดี ๆ มาแน่นอน และนั่นคือสิ่งจำเป็นสำหรับเรา” สำหรับตัวผมเอง ผมก็คิดว่าเรื่องเบรกก็น่าจะเป็นพรสวรรค์ของเขาจริง ๆ เพราะเขาชอบฉลองชัยด้วยการสต็อปปี้เป็นประจำ ส่วนเรื่องที่จะพา BMW ไปยืนแถวหน้าได้มั้ยก็บอกเลยว่ามีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะเขาสามารถขับขี่ได้อย่างสูสีกับ Bautista และ Rea ได้ตลอด แม้ว่ารถอาจจะเสียเปรียบอยู่ก็ตาม คราวนี้ BMW ที่มีรถที่มีศักยภาพ ได้คนขี่ที่ดี มันก็น่าจะช่วยได้เยอะเลยล่ะครับ แต่ยังไงก็ต้องตามพิสูจน์กันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pedrosa ชี้ WorldSBK ช่วงแรกน่าสนุกมาก

Pedrosa ชี้ WorldSBK ช่วงแรกน่าสนุกมาก ล่าสุด Dani Pedrosa ชี้ WorldSBK ช่วงแรกน่าสนุกมาก เพราะ BMW คืองานหินของ Toprak แต่ก็แค่ช่วงแรกเท่านั้น หลังจากที่พ่อหนุ่มตุรกีอดีตแชมป์โลก WorldSBK ย้ายค่ายจาก Yamaha ไปซบกับทางค่ายใบพัดสีฟ้าในปี 2024 ขณะเดียวกัน Rea เองก็ต้องปรับตัวเข้ากับรถใหม่อย่าง R1 สำหรับกรณีนี้ถือเป็นการย้ายตัวย้ายทีมครั้งสำคัญเลยเนื่องจาก Razgatlioglu เองก็เคยมีดีกรีเป็นแชมป์โลกกับทางยามาฮ่ามาก่อน และใคร ๆ ก็น่าจะรู้ว่าเขาและยามาฮ่านั้นคือส่วนผสมที่โคตรจะลงตัวและไม่จำเป็นจะต้องให้ใครมาบอกสรรพคุณของส่วนผสมคู่นี้ แต่การแข่งขันปีหน้านี้จะเปลี่ยนไป แต่การที่นักแข่งชาวเตอร์กิชคนนี้จะนำพารถแข่งจากค่ายใบพัดสีฟ้าไปยืนแถวหน้าของรายการได้ เขาต้องพยายามอย่างมากเพราะมีนักแข่งฝีมือระดับแนวหน้ามากมายหลากหลายสไตล์อีกต่างหาก ซึ่งทาง Pedrosa เองก็มองว่าช่วงแรกมันจะต้องยากแน่นอน แต่มันก็เป็นไปได้ด้วยพรสวรรค์ของ Toprak เขายังให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “Toprak กับ BMW เองก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ ในตอนแรกมันอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่ไม่ดีเอาซะเลย ผมคิดว่าเขาจะต้องพยายามอย่างมากในช่วงแรก แต่เขาจะหาวิธีและหนทางที่จะสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้” “การได้ดูเขาแข่งเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ ! เขาน่าทึ่งและเขาเองก็มีมูฟที่ดุดันอยู่พอตัวเวลาอยู่ในโค้ง! ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นว่าเขาจะจัดการกับรถแข่งของเขาได้เหมือนตอนที่เขาขี่ยามาฮ่า” ขณะเดียวกันคนที่มาแทนที่นั่งของเขาที่ยามาฮ่าก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ซึ่งออกมาจากค่ายเขียวที่ประสบความสำเร็จมากมายมานานถึง 9 ฤดูกาล Rea เองก็กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ และก็ต้องมาดูกันว่าเขาจะปรับตัวให้เข้ากับ R1 ได้หรือไม่ “การเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของ WorldSBK นั้นน่าติดตามมากจริง ๆ โดยเฉพาะตอนที่ Johny เปลี่ยนไปหลังจากที่เขาคว้าชัยกับ Kawasaki มาตั้งมากมาย ผมคิดว่าตอนนี้มันคือการเปลี่ยนแปลงที่จะกระตุ้นให้เขาเริ่มต้นใหม่และพยายามที่จะแข่งกับ Bautista แบบตัวต่อตัวอีกครั้ง ทางด้าน Toprak เองก็ทำเวลาได้ดีกับรถใหม่ ฝั่ง Johny เองก็มีโอกาสที่จะสู้เพื่อคว้าแชมป์อีกครั้ง แล้วเราจะได้เห็นกันในช่วงทดสอบฤดูหนาวนี้ว่าเขามีอะไรมาสู้” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

QJ Motor เตรียมบุกเวที WorldSSP 2024

QJ Motor เตรียมบุกเวที WorldSSP 2024 หลังจากทางฝั่งเวทีการแข่งขันมอเตอร์ไซค์โปรดักชันชิงแชมป์โลกหรือ WorldSBK ประกาศรายชื่อนักแข่งและทีมแข่งออกมาได้ไม่นาน เราก็ได้สังเกตเห็นว่ามีทีมใหม่อย่าง QJ Motor เตรียมบุกเวที WorldSSP 2024 โดยมีนักแข่งชาวอิตาลีเป็นนักแข่งในสังกัด จริง ๆ แล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกแต่อย่างไรกับบทบาทของทาง QJ กับเวทีการแข่งขันระดับโลก ก่อนหน้านี้ก็เคยมาเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีม KTM อย่างทีม Reale Avintia Moto3 ในปี 2022 และในปี 2023 กับ Gresini Racing อีกด้วย ซึ่งก็ช่วยสร้างชื่อเสียงให้พอสมควร แต่ยังไม่อาจจะสู้กับทาง CFMoto ที่เป็นเพื่อนร่วมชาติได้ โดยจะมี Raffaele De Rosa นักแข่งชาวอิตาลีจะมาเป็นนักแข่งให้กับทางทีม QJ Motor Factory Racing โดยใช้รถ QJ GSR 800 ซึ่งเป็นรถที่มาจากประเทศจีนนั่นเอง หรือก็คือ SRK 800 RR ที่มาเปิดตัวในงาน EICMA 2023 นี้เอง อย่างไรก็ดีดู ๆ แล้วอาจจะไม่ส่งผลต่อรูปเกมโดยรวมมากนัก เพราะรถแข่งที่ใช้ลงแข่งนั้นมีการเพิ่มระยะชักให้มีความจุเพิ่มเป็น 798 ซีซี (พื้นฐานเดิมนั้นใช้เครื่องยนต์ของ Honda CBR650R) ซึ่งให้กำลังแรงม้าที่ 102 แรงม้า แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นมาพอสมควร แต่ถ้าเราลองเทียบกับ Yamaha R6 ที่ให้แรงม้าเดิม ๆ ที่ 117 แรงม้า ตอนเป็นรถแข่งก็น่าจะแรงขึ้นไปอีก โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ราว ๆ 140 – 150 แรงม้า ขณะที่ Ducati Panigale V2 ที่เคยเป็นแชมป์โลกปี 2023 นั้นเดิม ๆ ก็อยู่ที่ 155 แรงม้าแล้ว คิดว่าสุดท้ายก็จะเป็นงานยากสำหรับทางค่าย QJ ที่จะทำรถให้มีสมรรถนะสู้ศึกในรายการนี้ นอกจากนี้ทางค่ายเองยังจะลงแข่งแค่ในรูปแบบของ Supersport Challenge ซึ่งหมายความว่าจะลงแข่งแค่ในยุโรปเท่านั้น หรือนี่คือการลองชิมลางเพื่อที่จะดูแนวทางและความเป็นไปได้ ก่อนที่สุดท้ายจะปรับทัพจัดรถลงมาแข่งเพื่อสร้างเชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ สุดท้ายแล้วจะได้ขายรถโปรดักชันในยุโรปได้นั่นเอง ภาพบางภาพจาก EICMA อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ครั้งแรกของโลก สองล้อชิงแชมป์โลกสำหรับผู้หญิง

ครั้งแรกของโลก สองล้อชิงแชมป์โลกสำหรับผู้หญิง เตรียมเปิดศึกปี 2024 ถือเป็น ครั้งแรกของโลก สองล้อชิงแชมป์โลกสำหรับผู้หญิง ที่จะเปิดศึกแข่งขันกันในปี 2024 โดยมีชื่อรายการเต็ม ๆ ว่า FIM Women’s Motorcycling World Championship 2024 โดยจะแข่งกัน 6 สนามในช่วงเดียวกันกับรายการแข่ง WorldSBK นั่นเอง   ก่อนหน้านี้แม้ว่าจะมีนักแข่งผู้หญิงอยู่บ้างประปราย แต่นี้จะถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มีโอกาสแข่งขันแบบรายการแยกโดยเฉพาะ และมีรูปแบบการแข่งขันแบบเต็มรูปแบบเลย แม้ว่าจะมีจำนวนสนามที่แข่งขันน้อยกว่าก็ตาม เบื้องต้นจะมี 6 สนาม พร้อมตารางเวลาตามตารางข้างล่างดังนี้ สนาม วันที่ Emilia Romagna Round, Misano World Circuit “Marco Simoncelli” อิตาลี 14 – 16 มิถุนายน 2024 UK Round, Donington Park Circuit อังกฤษ 12 – 14 กรกฎาคม 2024 Portuguese Round, Autodromo Internacional do Algarve โปรตุเกส 9 – 11 สิงหาคม 2024 Hungarian Round, Balaton Park Circuit ฮังการี 23-25 สิงหาคม 2024 Italian Round, Cremona Circuit อิตาลี 20 – 22 กันยายน 2024 Spanish Round, Circuito de Jerez-Angel Nieto สเปน 11 – 13 ตุลาคม 2024   การแข่งขันในแต่ละสนาม จะมีการจัดซูเปอร์โพลเรซในวันศุกร์ แข่ง Race 1 และ Race 2 ในวันเสาร์และอาทิตย์ตามลำดับ นักแข่งทุกคนจะได้รับการซัพพอร์ตรถแข่งเป็น Yamaha YZF-R7 ที่มาพร้อมชุดเรซซิ่งคิทจาก GYTR ยางจาก Pirelli และอื่น ๆ ทั้งนี้จะเปิดให้ลงสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ไปจนถึง 31 มกราคม 2024 คาดว่าจะคอนเฟิร์มนักแข่งได้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี และต้องจ่ายเงินค่าสมัครที่ 25,000 ยูโร งานนี้ถือว่าเป็นรายการแข่งขันที่ดีจริง ๆ ครับ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทำการแข่งขันแบบเต็มรูปแบบ ไม่ต้องมาลงแข่งในรายการที่มีผู้ชายเป็นหลักที่ได้เปรียบในเรื่องของสมรรถนะทางร่างกาย จะสนุกแค่ไหนต้องติดตามกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Thai Yamaha WorldSSP 2023 พิสูจน์ความยอดเยี่ยมในเวทีโลก

Thai Yamaha WorldSSP 2023 พิสูจน์ความยอดเยี่ยมของ “คนไทย” ในเวทีมอเตอร์สปอร์ตโลก “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” ยอดทีมแข่งไทยจบภารกิจในฤดูกาลแรกสำหรับการแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ ด้วยผลงานยอดเยี่ยมจากศักยภาพของบุคลากรชาวไทย ขณะ “ตี” อนุภาพ ซามูล และ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ สองนักบิดไทยผลงานตามเป้ากับฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ หลังจบสนามสุดท้ายที่ สเปน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Thai Yamaha WorldSSP 2023 ปิดฉากสนามสุดท้ายของฤดูกาลลงเป็นที่เรียบร้อย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ เซอร์กิโต เด เฆเรซ – อังเคล นิอัตโต ประเทศสเปน โดยผลงานสนามสุดท้ายของนักบิดไทยอย่าง “ตี” อนุภาพ ซามูล เจ้าของรถแข่ง Yamaha YZF-R6 หมายเลข 51 จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ปรากฏว่าเจ้าตัวไล่แซงสุดมันจากกริดที่ 24 บิดคว้าอันดับ 14 ในเรซแรก คว้าแต้มให้ทีมได้สำเร็จ ก่อนจะบิดคว้าอันดับ 17 ในเรซสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ คัมแบ็กสู่สนามได้อีกครั้ง หลังพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ “อาร์มปั๊ม” ไปนานหลายเดือน โดยเจ้าของหมายเลข 24 บิดคว้าอันดับ 17 จากเรซแรกมาครอง แต่ไม่สามารถลงทำการแข่งขันในเรซที่ 2 ได้อย่างน่าเสียดาย ผ่านฤดูกาล 2023 ซึ่งเป็นปีแรกของ “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” ในฐานะทีมไทยทีมแรกในศึก เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ ถือว่าสร้างผลงานได้ตามเป้าในฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ โดยเฉพาะ “ทีมช่างไทย” ที่ได้รับการยอมรับว่าอยู่ในระดับเดียวกับช่างระดับโลก ขณะที่ “ตี” อนุภาพ มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม เก็บแต้มจากฤดูกาลแรกมาได้ทั้งสิ้น 24 คะแนน รั้งอันดับ 23 ของโลก ส่วนทีมเมทอย่าง “แสตมป์” อภิวัฒน์ รั้งอันดับ 38 เก็บมาได้ 4 แต้ม ด้าน ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม คว้าอันดับ 16 ของโลก เก็บมาได้ 49 คะแนน ทั้งนี้ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ยืนยันสานต่อโครงการนี้ ด้วยการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในศึก เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ 2024 เช่นเคย โดยจะมีการยกระดับทีมหลายด้าน ซึ่งจะมีการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ เร็วๆ นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ชมโฉม ZX-10RR Winter Test 2024

ชมโฉม ZX-10RR Winter Test 2024 พร้อมนักแข่งหน้าใหม่ที่มาแทน Rea แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตที่ชื่นชอบรายการแข่งขันรถโปรดักชันที่เร็วและแรงที่สุดในโลกอย่าง WorldSBK น่าจะรู้กันดีว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงปิดฤดูกาลและเข้าสู่ช่วงการทดสอบในฤดูหนาวแล้ว วันนี้เราก็จะพาไป ชมโฉม ZX-10RR Winter Test 2024 ของทาง Kawasaki Racing Team กันครับ โดยในฤดูกาล 2024 นี้หลังจาก Jonathan Rea ย้ายออกไป คงเหลือไว้แต่ Alex Lowes ก็ได้น้องใหม่ที่เพิ่งเซ็นสัญญาเข้าทีมมาอย่าง Axel Bassani (คนผมหยิกในภาพด้านบน) ใช้เบอร์แข่ง 47 ซึ่งเคยสังกัดทีมอิสระมานาน 2 ปี มาปีหน้าจะได้อยู่ทีมโรงงานกับเขาแล้ว ซึ่งก็กลายเป็นธรรมเนียมประจำไปแล้วสำหรับทาง KRT ที่จะเผยโฉมรถแข่งของเขาในรูปโฉมสำหรับใช้ทดสอบในช่วงปิดฤดูกาล หรือในช่วงฤดูหนาวของทุก ๆ ปี และแน่นอนว่าทางค่ายก็จะนำโฉมนี้ไปทำเป็นรุ่นพิเศษขายเป็นโมเดลในปีถัดไปอีกด้วย และนั่นล่ะครับ งานนี้ใครชอบลายกราฟิกพิเศษหรือไม่ยังไงไม่รู้ แต่บอกเลยมันเท่ใช้ได้เลยนะ สาวกค่ายเขียวที่ยังไม่มีคงต้องเก็บกันซักคันนะเออ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea ย้ายสู่ทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK เรียบร้อย

Jonathan Rea ย้ายสู่ทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK เรียบร้อย เพียง 24 ชม.หลังจากจบการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2023 แชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ย้ายสู่ทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK ทันที และนี่เป็นครั้งแรกที่มีรถแข่ง R1 หมายเลข 65 โดยรูปโฉมที่เผยออกมานั้นมาในโทนสีสุดเท่ โดดเด่นด้วยสีเทาพิเศษ สีขาวและลายคาร์บอนไฟเบอร์ ในลักษณ์ของลวดลายแบบวินเทอร์เทสต์นั่นเองครับ แน่นอนว่าทางทีมงานและวิศวกรของยามาฮ่ารอต้อนรับกันเป็นอย่างดี และเบื้องต้น Rea เองก็ดูจะชอบการฟิตติ้งรถล่วงหน้า และเราได้เห็นเขาและรถคันนี้ทดสอบกันในแทร็กแล้วที่ Circuito de Jerez – Ángel Nieto 2 วันด้วยกัน โดยผลเทสต์ในวันแรกนี้ Rea กดไป 12 แล็ป ทำเวลาได้ 1’40.302 เร็วเป็นอันดับ 4 ของการทดสอบในวันนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว กับคนที่ต้องเปลี่ยนรถข้ามค่ายมาแบบนี้ ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับผม อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista เหมาชัยชนะต่อ

Bautista เหมาชัยชนะต่อ แม้คว้าแชมป์โลกไปแล้ว และแล้วการแข่งขันที่ Jerez ซึ่งเป็นสนามที่ 12 และสนามสุดท้ายของรายการ FIM World Superbike Championship 2023 จบลงด้วยการที่ Bautista เหมาชัยชนะต่อ แม้จะคว้าแชมป์โลกไปแล้วก็ตาม นอกจากนี้นักแข่งชาวสเปนร่างเล็กผู้นี้ยังคว้ารางวัล Pirelli Best Lap Award ที่มอบให้แก่ผู้ที่ทำสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดไว้มากที่สุดอีกด้วย โดยเขาสามารถทำสถิตินี้ไปได้ทั้งหมด 19 เรซเลยทีเดียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซนั้นมีการตีธงแดงในแล็ปที่ 2 จากนั้นเริ่มออกสตาร์ทกันใหม่ และลดเหลือแค่ 8 แล็ปเท่านั้น นักแข่งในแถวหน้านั้นต่างเลือกใช้ยางหลัง SC1 แต่สูตรที่นิยมที่สุดกลับเป็นยาง SCQ C0004 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา มีเพียง Jonathan Rea (Kawasaki) ที่ตัดสินใจออกสตาร์ทด้วยยางหลัง SCX B0800 ขณะที่ Rabat (Kawasaki), Ruiu (BMW), Syahrin (Honda) และ Konig (Kawasaki) เลือกใช้ SCX แทน เมื่อเรซนี้เริ่มออกสตาร์ทใหม่อีกครั้ง Alex Lowes กลับเปลี่ยนใจไปใช้ยางหลัง SCX B0800 ขณะที่ Aegerter (Yamaha), Rinaldi (Ducati) และ Lecuona (Honda) เปลี่ยนไปใช้ SCX เรซนี้เป็น Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ที่ชนะอีกครั้ง โดยเข้าเส้นก่อน Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) Race2 การแข่งขันในเรซที่ 2 เรซสุดท้ายของปีนี้นั้น นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยางแบบเดียวกับการแข่งขันในเรซแรก โดยใช้ยางหน้า SC1 และยางหลัง SCX หรือไม่ก็ SCX B0800 เรซนี้เป็นการดวลกันของ Bautista และ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) เรียกว่าสุดตื่นเต้นเลยทีเดียว แซงกันไปมาจนแล็ปสุดท้าย และเป็น Razgatlioğlu ที่จบก่อน ทว่าโดนทำโทษจากการขี่เกินแทร็กลิมิตในโค้งสุดท้าย ชัยชนะจึงตกเป็นของ Bautista ส่วน Razgatlioğlu ถูกปรับให้ตกลงมาหนึ่งอันดับกลายเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 เป็นนักแข่งจากยามาฮ่าอีก 1 คนนั่นก็คือ Dominique Aegerter สุดท้ายนี้นักแข่งชาวตุรกีก็ได้เฉลิมฉลองโพเดียมที่ 100 ของเขากับยามาฮ่า ก่อนที่เขาจะย้ายไปอยู่ BMW ในปี 2024 และ Aruba.it Racing – Ducati ยังได้รับรางวัลแชมป์โลกประเภททีมอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK

Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK เป็นสมัยที่ 2 วันเสาร์ที่ Jerez Álvaro Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากคว้าชัยในเรซแรก ซึ่งทำให้คะแนนรวมทั้งหมดเมื่อคำนวณแล้วทำให้คะแนนทิ้งห่างอันดับที่ 2 จนสามารถคว้าแชมป์โลกมาได้ทันทีแม้ว่าจะมีการแข่งขันเหลืออยู่อีก 2 เรซก็ตาม สำหรับเขาแล้วนี่คือแชมป์ WolrdSBK สมัยที่ 2 และเป็นสมัยที่ 2 ที่เขาชนะด้วยยาง Pirelli เขาและดูคาติยังมีความสามารถในการบริหารจัดการยางได้ดีตลอดทั้งฤดูกาลจนน่ายกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดี ขอแสดงความยินดีให้กับ Bautista และ Ducati กับฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมนี้ด้วยครับ Superpole ในรอบซูเปอร์โพลหรือรอบควอลิฟายนั้น นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหลังเป็นสูตรนุ่มพิเศษอย่าง SCQ และยางหน้าเป็น SC1 โดยมี Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กดเวลา 1’38.635 นาทีคว้าตำแหน่งโพลไปครอง โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ปิดแถวสตาร์ทแถวหน้า ส่วน Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กับทำได้ไม่ดีหล่นมาที่อันดับ 7 ตามหลังทีมอิสระที่ใช้รถยามาฮ่าอย่าง Aegerter และ Gardner Race 1 การแข่งขันในเรซแรกนี้ นักแข่งทุกคนเลือกออกตัวด้วยยางหน้า SC1 ขณะที่ยางหลังเสียงแตก แต่ส่วนใหญ่เลือก SCX โดยมีบางคนเลือก SCX B0800 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา และมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เพียงคนเดียวที่เลือก SC0 เป็นยางสูตรที่แข็งที่สุดที่มีให้เลือกใช้ในสนามนี้ เป็นเบาติสต้าที่ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลได้ดี และขึ้นนำแบบม้วนเดียวจบจนเข้าเส้นโดยไม่มีใครตอแยเลย แต่ความสนุกในระหว่างการแข่งขันเป็น Razgatlioglu ที่สามารถไต่จากอันดับ 7 มาจบที่อันดับ 2 ได้ แต่ทว่าก็ไม่อาจจะไล่จับนักแข่งดูคาติที่นำเป็นหัวแถวได้เลย ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของเพื่อนร่วมทีมคือ Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) และเมื่อการแข่งขันจบลงคะแนนของเบาติสต้าก็มากพอที่จะเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง โดยไม่ต้องแข่งอีก 2 เรซที่เหลือ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปฏิทินการแข่งขัน WorldSBK 2024 ประกาศแล้ว

ปฏิทินการแข่งขัน WorldSBK 2024 ประกาศแล้ว เผยออกมาแล้วกับ ปฏิทินการแข่งขัน WorldSBK 2024 รายการแข่งขันเฟ้นหารถโปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลกที่มีความร้อนแรงไม่น้อยหน้าเวทีใหญ่อย่าง MotoGP สำหรับปีนี้แข่งกันทั้งหมด 12 สนาม พร้อมมีสนามใหม่เพิ่มเข้ามา 2 สนามด้วยกัน พร้อมเปลี่ยนลำดับของแต่ละสนามอีกนิดหน่อย แต่ยังไงก็รับรองได้ว่าเข้มข้นแน่นอน สนามที่ วันที่ ประเทศ สนาม WorldSBK WorldSSP WorldSSP300 1 23-25 ก.พ. ออสเตรเลีย Phillip Island X X 2 22-24 มี.ค. สเปน Circuit de Barcelona-Catalunya X X X 3 19-21 เม.ย. เนเธอร์แลนด์ TT Circuit Assen X X X 4 14-16 มิ.ย. อิตาลี Misano World Circuit “Marco Simoncelli” X X X 5 12-14 ก.ค. อังกฤษ Donington Park X X 6 19-21 ก.ค. เช็ค Autodrom Most X X X 7 9-11 ส.ค. โปรตุเกส Autodromo Internacional do Algarve X X X 8 23-25 ก.ย. ฮังการี Balaton Park Circuit X X 9 6-8 ก.ย. ฝรั่งเศส Circuit de Nevers Magny-Cours X X X 10 20-22 ก.ย. อิตาลี Cremona Circuit X X 11 27-29 ก.ย. สเปน MotorLand Aragon X X X 12 11-13 ต.ค. สเปน Circuito de Jerez X X X โดยจะมีสนาม Balaton Park Circuit ประเทศฮังการี และ Cremona Circuit ประเทศอิตาลีเป็น 2 สนามใหม่ และยังต้องรอการตรวจสอบรับรองสนามว่าผ่านเกณฑ์จาก FIM หรือไม่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Bautista ฟาดเรียบ

Bautista ฟาดเรียบ ศึก WSBK 2023 ที่โปรตุเกส เป็นอีก 1 สนามที่ Bautista ฟาดเรียบ อีกครั้ง สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Autódromo Internacional do Algarve ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นสนามรองสนามสุดท้ายแล้ว แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้แชมป์โลกสักทีเพราะคะแนนยังไม่ขาดกันต้องไปลุ้นแชมป์กันถึงสนามสุดท้าย ควอลิฟาย สำหรับการควอลิฟายหาตำแหน่งออกสตาร์ทในเรซที่ 1 นั้น Kawasaki เข้าวินมาสองคนได้แก่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่คว้าตำแหน่งโพล ด้วยเวลา 1’39.620 เกือบจะทำลายสถิติที่เขาเองทำเอาไว้ปีที่แล้ว ขณะที่ทีมเมท Alex Lowes เข้ามาเป็นอันดับ 2 และเข้าเส้นอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ซึ่งต้องออกสตาร์ทลำดับสุดท้ายเนื่องจากโดนโทษจากสนาม Aragon ทำให้ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทแถวแรกแทนแถวที่สอง และ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ออกสตาร์ทเป็นคนแรกจากกริดสตาร์ทแถวที่สอง ส่วนเรื่องยางนั้นนักแข่งทุกคนเลือกยางหลังเป็น SCX สูตรมาตรฐาน ซึ่งทางพีเรลลี่เลือกมาใช้สำหรับการแข่งในสนามนี้เป็นยางสำหรับควอลิฟายและซูเปอร์โพลเรซ แทนที่ SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งแถวหน้าทั้ง 2 แถวต่างเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐาน  เรซที่ 1 การแข่งขันในเรซแรกนั้นนักแข่งทุกคนเลือกยางหลังเป็นยาง SC0 สูตรมาตรฐาน ซึ่งนุ่มกว่าอีก 2 สูตรที่มีให้เลือก ส่วนยางหน้านั้นเกือบทุกคนเลือกใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน เว้นแต่ Scott Redding และ Michael Van Der Mark (PETRONAS MIE Racing Honda Team) รวมไปถึยง Hafizh Syahrin (PETRONAS MIE Racing Honda Team) ซึ่งพอใจที่จะเลือกยาง SC2 ที่แข็งกว่า  การแข่งขันเริ่มต้นไปจนถึงช่วงกลางเรซ การแข่งขันก็กลายเป็นศึกสามเศร้าระหว่างโพลแมนอย่าง Rea Rea, Ragatlioğlu และ Bautista จากนั้นก็กลายเป็นนักแข่งจากค่ายแดงที่สามารถขึ้นนำและมีเพียงนักแข่งหนุ่มจากตุรกีที่สามารถเกาะติดไปได้ ขณะที่ Rea ตกไปอยู่อันดับ 3 ที่ทิ้งช่องว่างห่างออกไปเกือบ 4 วินาทีจากสองคนที่นำ  กระทั่งแล็ปสุดท้ายก็เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์โลกที่สามารถยืดระยะกับนักแข่งยามาฮ่าเพิ่มขึ้นได้ และเข้าเส้นไปแบบอีซี่ ๆ แน่นอนว่าอันดับ 2 ตกเป็นของ Razgatlioğlu และอันดับ 3 เป็น Rea แต่ผลออกมาแบบนี้ทำให้คะแนนยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ Bautista เป็นแชมป์โลกต่อไป ซูเปอร์โพลเรซ เรื่องการเลือกยางนั้นแทบจะเป็นเอกฉันทร์ นักแข่งแทบทุกคนเลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรมาตรฐานและยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐาน มีเพียงคนเดียวคือ Bradley Ray (Yamaha Motoxracing WorldSBK Team) ที่ตัดสินใจเลือกยาง SC0 C0927 สูตรกำลังพัฒนาในส่วนของยางหน้า    การแข่งเรซนี้โพลแมน Jonathan Rea ร่วงไปอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นไม่กี่เมตรเพื่อนร่วมทีม Alex Lowes ก็ตามไปติด ๆ กลายเป็น Toprak Razgatlioğlu ขึ้นนำ แต่พอมาถึงช่วงท้ายอีก 3 แล็ปจะจบเรซ  Álvaro Bautista ย่นระยะห่างจนเหลือแค่เพียง 0.3 วินาที Razgatlioğlu เองก็ป้องกันการจู่โจมรุกไล่จากนักแข่งสเปนไว้ได้กระทั่งโค้งสุดท้ายในแล็ปสุดท้าย Bautista ออกจากโค้งได้เร็วกว่า ชิงเข้าเส้นแย่งชัยชนะไปจาก Razgatlioğlu ไปได้ก่อน ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ Andrea Locatelli นักแข่งยามาฮ่าอีก 1 คนแทน

Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon

Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon จบไปแล้วกับการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Motorland Aragon ที่ประเทศสเปน การแข่งขันสุดมันทีทำเอา Bautista ตรงเหนื่อยนัก แต่ก็คุ้มค่ากับความพยายาม คว้าชัยไปได้ 2 เรซ แม้ว่า Bautista ล้มในเรซแรก แต่ก็สามารถกอบกู้ชัยชนะและคะแนนจากการแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซ และเรซที่ 2 มาได้ Race1 ตำแหน่งการออกสตาร์ทในเรซแรกหลังควอลิฟายนั้นมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลครั้งที่ 2 ของเขาในฤดูกาลนี้ ด้วยเวลา 1’47.973 ที่กลายเป็นสถิติใหม่ของสนามนี้อีกด้วย ตามมาด้วย Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ที่ช้ากว่า 0.4 วินาที และ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ออกสตาร์ทจากกริดที่ 3 ส่วนการเลือกยางนั้น อุณหภูมิแทร็กอยู่ที่ประมาณ 25 องศา นักแข่งทุกคนต่างเลือกยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนามาเป็นอย่างหลัง ขณะที่ยางหน้าส่วนใหญ่แล้วจะเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐาน ส่วนในการแข่งขันเรซที่ 1 นั้นพื้นแทร็กมีอุณหภูมิที่ราว ๆ 35 องศา นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหน้า SC1 สูตรมตรฐาน และยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยาง SCX สูตรมาตรฐาน แต่มีคนที่เลือกเดิมพันกับยางที่ต่างออกไป Rea เลือกที่จะใช้ยาง SCX B0800 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา หลังจากเริ่มแข่งไปได้ไม่นานนัก Bautista ก็ล้มไปในแล็ปที่ 6 แต่ยังกลับเข้ามาแข่งต่อได้ การแข่งกลายเป็นศึกสามเศร้าระหว่าง Razgatlioğlu, Rea และ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) และกลายเป็นฝ่ายหลังที่ขึ้นนำได้ในแล็ปที่ 15 จากทั้งหมด 18 แล็ป กระทั่งเข้าเส้นได้ก่อน โดยที่สองและที่สามตกเป็นของ Razgatlioğlu และ Rea ตามลำดับ และ Bautista ต้องออกจากการแข่งขันไปหลังจากล้มอีกเป็นครั้งที่สองในแล็ปสุดท้าย กลายเป็นนักแข่งตุรกีที่ได้ที่สองทำให้มีแต้มและช่วยลดระยะห่างระหว่างแชมป์โลกกับตัวเองเหลือเพียง 37 คะแนนหลังจากจบการแข่งในเรซแรก Superpole Race ในการแข่งขันรอบซูเปอร์โพลเรซ นักแข่งเกือบทุกคนเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐานสำหรับยางหน้า มีเพียงคนเดียวที่ใช้ยาง SC0 C0927 สูตรกำลังพัฒนา คือ Bradley Ray (Yamaha Motoxracing WorldSBK Team) ส่วนยางหลังนั้นนักแข่งเลือกใช้ยางต่าง ๆ กันออกไปหลายสูตร โดยนักแข่งที่จบเรซนี้ด้วยโพเดียมต่างใช้ยางไม่ซ้ำกันเลย  Álvaro Bautista ชนะด้วยยาง SCX สูตรมาตรฐาน Jonathan Rea จบอันดับ 2 ด้วยยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนา และ Toprak Razgatlioğlu เข้าอันดับที่ 2 ด้วยยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนา Race2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยาง SCX สูตรมาตรฐานยังเป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับยางหลัง มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่เลือกใช้ยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนานั่นคือนักแข่งจากทาง Kawasaki อย่าง Jonathan Rea และ Florian Marino และนักแข่งจาก Ducati อย่าง Phillip Oettl และ Danilo Petrucci ขณะที่ยางหน้านั้นยาง SC1 สูตรมาตรฐานเป็นสูตรที่ทุกคนต่างเลือกใช้ เรซนี้เป็น Álvaro Bautista กระหายชัยชนะและอยากจะล้างมือที่พลาดโอกาสไปในเรซแรก และพึ่งจะชนะในซูเปอร์โพลเรซมา และในที่สุดเขาก็สามารถทำได้ในเรซที่ 2 ด้วย ส่วนอันดับ 2

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้ง 2 ทีมแล้ว ล่าสุด ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง หรือไลน์อัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้งสองทีมแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการสู้ศึกได้ดีขึ้นรวมไปถึงช่วยให้โปรเจ็กต์โดยรวมดีขึ้นอีกด้วย โดยทีมแรกจะเป็น Bonovo action BMW Racing Team ซึ่งจะมีนักแข่งมากทักษะและประสบการณ์อย่าง Scott Redding นักแข่งชาวอังกฤษที่แข่งให้กับทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2022 และจะแข่งต่อไปเคียงคู่กับ Garrett Gerloff นักแข่งชาวอเมริกา ขณะที่อีกทีมอย่าง ROKit BMW Motorrad WorldSBK จะมีนักแข่งที่เพิ่งเซ็นสัญญากับเราใหม่ ๆ อย่าง Toprak Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกี และ Michael van der Mark นักแข่งชาวดัตช์ ที่แข่งให้กับทางทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2021 เป็นทีมเมต ซึ่งทั้งสองทีมจะได้รับการซัพพอร์ตอะไหล่และซัพพอร์ตทางเทคนิคจากทาง BMW Motorrad Motorsport เท่ากัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับโอกาสในการแข่งขันที่เท่าเทียมกันทุกคน ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เก็บ 2 ชัย

Toprak เก็บ 2 ชัย ที่ฝรั่งเศส คว้าแต้มสำคัญเพื่อต่อสิทธิ์ลุ้นแชมป์ การแข่งขัน WorldSBK 2023 สนามที่ 9 ที่ Nevers Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศสจบไปแล้ว โดย Toprak เก็บ 2 ชัย ในเรซแรกและในรอบซูเปอร์โพลเรซ ทำให้สามารถลดระยะห่างคะแนนกับแชมป์คนปัจจุบันอย่าง Alvaro Bautista เหลือเพียง 57 คะแนนแล้ว ที่สนามนี้เขาพลาดโพเดี้ยมในเรซแรกไป แต่ยังกลับมาคว้าชัยในเรซที่ 2 ได้อย่างไม่น่าเชื่อ Race 1 การแข่งขันในเรซแรกนั้นดีเลย์ออกไปเล็กน้อยและถูกปรับลดแล็ปให้เหลือเพียง 20 แล็ปจากปัญหาทางเทคนิค นักแข่งส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะออกสตาร์ทด้วยยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐานและยางหลัง SCX สูตรมาตรฐาน ซึ่งในแถวหน้านั้นมีเพียงนักแข่งจาก Yamaha อย่าง Gardner และ Baldassarri และจาก Honda อย่าง Lecuona และ Soomer ที่เลือกยางหน้า SC0 ยังมี Michael Ruben Rinaldi and Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) ที่เลือกยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 ในยางหลัง การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นโดยที่ Bautista อยู่หัวแถวได้ไม่นาน แล้วหลังจากนั้นกลายเป็นการดวลกันระหว่าง Rinaldi กับ Razgatlioğlu กระทั่งในแล็ปที่ 15 เป็นฝั่งหนุ่มตุรกีที่สามารถขึ้นนำได้และรักษาตำแหน่งไว้ได้จนจบการแข่งขัน โดยที่ Rinaldi และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ Superpole Race   นักแข่งทุกคนเลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรนุ่มพิเศษสูตรกำลังพัฒนาอย่าง SCQ C0004 มาใช้เป็นยางหลังเหมือนกับตอนที่ควอลิฟายก่อนที่จะแข่งเรซแรก ส่วนยางหน้าส่วนใหญ่ก็จะเลือกที่จะใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน มีเพียง Lecuona, Soomer, Ray และ Konig ที่ใช้ยางหน้าเป็น SC0 การแข่งในรอบนี้เกิดเหตุขึ้นในแล็ปที่ 5 เนื่องจาก Álvaro Bautista และ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) กระทบกันเองจนฝ่ายหลังออกจากการแข่งไป ผลประโยชน์เลยไปตกกับ Toprak ที่ขึ้นนำเดี่ยวจนจบเข้าเส้น และมี Bautista และ Rea เข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ Race 2 การแข่งขันในเรซนี้ นักแข่งยังคงไว้ใจเลือกยางหลัง SCX เช่นเดิม ส่วนยางหน้าก็ SC1 สูตรมาตรฐานก็เป็นหลักเช่นเรซแรก เริ่มไปได้ 5 แล็ปก็มีธงแดงสะบัดขึ้นเนื่องจากอุบัติเหตุที่โค้ง 5 โดยมีผู้ประสบเหตุ 2 คน คือ Dominique Aegerter (Yamaha) และ Scott Redding (BMW) และเมื่อการแข่งเริ่มต้นใหม่อีกครั้งการแข่งขันก็เหลือเพียง 17 แล็ปเท่านั้น และ Lecuona (Honda) ก็หันไปเปลี่ยนยางหน้ามาใช้ SC1 แทน ส่วน Bautista ออกตัวได้เร็วและแรง จนจบการแข่งขันด้วยการคว้าชัย ส่วนโพเดียมที่เหลือเป็นการแย่งกันระหว่าง Razgatlioğlu และ Rea โดยผลที่ออกมาคือ Razgatlioğlu เข้าเส้นได้ก่อน Toprak เก็บ 2 ชัย ที่ฝรั่งเศส ทำให้ยังมีรักษาระยะห่างของแต้มตารางคะแนนรวมกับแชมป์โลกไว้ได้ สนามหน้าสนามที่ 10 จะไปต่อกันที่สนาม Aragon ประเทศสเปนในช่วงวันที่ 22 – 24 กันยายนนี้ ติดตามชมตามเชียร์นักแข่งคนโปรดกันต่อได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

Bautista เตรียมกลับไปลุย MotoGP

Bautista เตรียมกลับไปลุย MotoGP ที่เซปังด้วยไวลด์การ์ด สุดสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายนนี้เราจะได้เห็นบทบาทที่แตกต่างออกไปของแชมป์โลก WorldSBK ชาวสเปนอย่าง Bautista เตรียมกลับไปลุย MotoGP กลับทางทีม Aruba.it Racing ที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย ก่อนจะกลับไปปิดฉากสนามสุดท้ายกับศึก Superbike World Championship ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่บ้านเกิดอย่าง Jerez ประเทศสเปน สำหรับทางค่ายแดงนั้นครั้งนี้จะเป็นไวลด์การ์ดครั้งที่ 3 แล้วสำหรับฤดูกาลนี้หลังจากที่ส่ง Michele Pirro เข้าร่วมในศึกโมโตจีพีที่ Mugello และจะไปลุยต่อที่ Misano ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทาง Ducati และทาง Aruba.it โดยการลงแข่ง MotoGP ทั้ง 3 ครั้งทางค่ายก็ทำรถให้เป็นลวดลายแบบเดียวกันกับ Panigale V4R ของทีม Aruba.it Racing ที่ใช้แข่งในศึก WorldSBK หากคุณตามข่าววงการคุณจะรู้ว่าก่อนหน้านี้พ่อหนุ่มแดนกระทิงดุได้ลองมาทดสอบ Desmosedici GP ไปเมื่อไม่นานมานี้ และได้ผลตอบรับที่ดีและจะกลับมาลงแข่งโมโตจีพีอีกครั้งหลังจากหายหน้าหายตาไปจากเวทีนี้ตั้งแต่ปี 2018 Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati #1) ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมดีใจมาก ๆ ที่จะได้แข่ง MotoGP ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดที่เซปัง ที่นั่นเป็นแทร็กที่ผมชอบมากและผมก็ดีใจที่จะได้กลับไปด้วย เนื่องจากตอนนั้นไม่มีแข่ง WorldSBK พอดี ตอนที่ไปลองขี่ Desmosedici GP เองก็ได้ผลตอบรับที่ดี ฟีลลิ่งดีมากและผมก็สนุกกับมันด้วย ผมอยากจะขอบคุณดูคาติและ Aruba.it จริง ๆ เพราะถ้าไม่มีพวกเขา มันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะมีโอกาสแบบนี้ ขณะเดียวกันผมก็อยากจะบอกว่าการแข่งโมโตจีพีเรซนี้เปรียบเสมือนโบนัสสำหรับผม และไม่ใช่ได้สลักสำคัญอะไร เพราะผมควรจะต้องโฟกัสกับการแข่ง WorldSBK มากกว่า ซึ่งคือสิ่งเดียวที่สำคัญในตอนนี้ ผมต้องโฟกัสช่วงท้ายของฤดูกาลนี้ให้ดีซึ่งต้องจัดการให้ดี เพราะมันมีการแข่งขันหลายเรซในช่วงเวลาสั้น ๆ ฟีลลิ่งที่ได้จาก Panigale V4R ก็ดีอยู่แล้ว และผมหวังว่าผมจะลุยต่อไปในรายการนี้ จากนั้นเมื่อจบฤดูกาลเราจะคิดเกี่ยวกับการไปที่มาเลเซียและไปสนุกกัน ตอนนี้ผมมีช่วงวันหยุดสั้น ๆ และผมจะกลับไปลุยต่อที่ Magny-Cours” ก็เรียกว่ายังคงไม่ย้ายไปแข่ง MotoGP เต็มตัวเลยแน่ ๆ นะครับสำหรับพ่อหนุ่มสเปนแชมป์โลก WorldSBK คนปัจจุบันคนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli เผย ความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

Pirelli เผย ความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก หลังจากเหตุการณ์อันน่าตระหนกตกใจในศึก WorldSBK ที่ Autodrom Most ประเทศเช็ค ซึ่งก็คือเหตุการณ์ที่ Toprak Razgatlioglu ที่กำลังนำอยู่ในเรซที่ 2 กลับต้องออกจากการแข่งขันไปด้วยปัญหาของยาง ขณะที่กำลังออกจากโค้ง 2 ระหว่างดวลเดือดกับ Alvaro Bautista และล่าสุดทางด้านแบรนด์ยาง Pirelli เผยความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ด้านนักแข่งตุรกีเผยกับทางยามาฮ่าเรซซิ่งว่า “ผมก็แค่พยายามทำให้เต็มที่ แต่ผมโชคร้ายมาก ๆ ผมไม่ได้โกรธทางพีเรลลี่นะ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมยางนี้ถึงเป็นแบบนี้ ผมตกใจมากและมันก็ประหลาดมาก ๆ ด้วย เราแข่งกันมาตั้งหลายเรซแล้ว และผมก็มองหาอนาคตและสู้ต่อไป” นอกจากนี้ยังเผยต่อกับทางสื่อเพิ่มเติมว่า “มันเป็นเรซที่แปลกมาก ๆ ยางหลังผมระเบิด ผมตกใจเพราะผมหันไปมองด้านหลังแล้วผมเห็นยาง มันแปลกมาก ๆ สำหรับผม มันเป็นครั้งแรกเลยในชีวิตผม ผมโอเคนะ ในช่วงหกแล็ปสุดท้ายผมเริ่มที่จะขี่ได้นิ่งขึ้น และผมก็เห็นช่องว่างว่ามันใหญ่ขึ้น มันเป็นเรซที่ดีสำหรับผมและผมก็สนุกกับมัน และผมเองก็คิดว่าแฟน ๆ ทุกคนก็น่าจะสนุกไปกับเรซนี้ด้วย” ด้าน Giorgio Barbier ผู้จัดการฝ่ายแข่งขันของทาง Pirelli ได้ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ “จากการตรวจสอบการแข่งขัน WorldSBK ในเรซ 2 ด้วยยางหลัง C0567 ยางสูตรใหม่ เราพบว่ามียางที่บวมพองแบบนี้ 3 เคสด้วยกัน คือยางของ Jonathan Rea, Remy Gardner และ Razgatlioglu ซึ่งในกรณีของสองคนแรกนั้นการบวมพองของยางนั้นเล็กมาก ๆ และไมส่งผลใด ๆ กับสมรรถนะของยางและผลการแข่งขัน ขณะที่เคสของทาง Toprak นั้นยางนั้นบวมพองมีมากกว่าและจากการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากเซ็นเซอร์นั้นพบว่ายางแบนลงอย่างรวดเร็ว” ทั้งนี้ยังมีการตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นกับยางอยู่และได้ออกมาย้ำว่าจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด แม้ว่านักแข่งยามาฮ่าจะขี่ด้วยความเร็วสูงขนาดไหนก็ตาม และยางของนักแข่งคนอื่นจะไม่มีอาการผิดปกติ แต่เหตุการณ์แบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ดังนั้นเราจะทำการวิเคราะห์เชิงลึกกับอย่างทั้งหมด 3 เคสเพื่อหาสาเหตุต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea-แรงไม่กลัวฝน

Rea แรงไม่กลัวฝน วัดดวงใส่ยางกึ่งฝ่าฝนคว้าชัยเรซแรกที่ Most เข้าสู่การแข่งขันสนามที่ 8 ของฤดูกาลกันแล้วกับการแข่งขันในศึก WorldSBK 2023 การแข่งขันมอรถมอเตอร์ไซค์โปรดักชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยในครั้งนี้ไปแข่งขันกันที่สนาม Autodrom Most ประเทศเช็ก สนามที่มีเลย์เอาต์อันโหดหินเอาเรื่อง กับการแข่งขันในเรซแรกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากสภาพอากาศ และเป็น Rea แรงไม่กลัวฝน ที่วัดดวงใส่ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ฝ่าฝนคว้าชัยในเรซแรกไปครอง แม้จะไม่ได้ออกตัวจากโพลโพซิชันก็ตาม ควอลิฟาย เช้าวันเสาร์ ช่วงเวลาของการควอลิฟาย ตำแหน่งโพลตกเป็นของ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ซึ่งนับเป็นโพลที่ 4 ของเขาในฤดูกาลนี้ ครั้งที่ 12 ของเขาในรายการ และครั้งที่ 50 สำหรับยามาฮ่าในศึกนี้ ด้วยการเลือกใช้ยางหลัง SC0 กดเวลาควอลิฟาย ก่อนจะทำลายสถิติเวลาของสนามแห่งนี้ด้วยเวลา 1’30.801 ทำลายสถิติเวลาเดิมที่ Jonathan Rea เป็นคนทำเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว ส่วนอันดับ 2 บนกริดสตาร์ทตกเป็นของ Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) และอันดับ 3 เป็น Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) เรซ 1 การแข่งขันเรซแรกกลายเป็นการแข่งแบบเว็ตเรซ เนื่องจากมีสายฝนตกลงมาอย่างหนักก่อนที่เรซที่ 300 ของรายการจะระเบิดศึกขึ้นจากนั้นก็ค่อย ๆ ซาลง การเลือกยางนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำการบ้านกันอย่างหนัก โดยมีนักแข่งหลายคนเลือกที่จะใช้ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ขณะที่บางส่วนเลือกใช้ยางฝน ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดชี้ชะตาของนักแข่งทั้งหลาย นักแข่งที่เลือกยางกึ่งนั้นล้วนได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งนี้เป็นเพราะสายฝนหยุดสนิทในระหว่างการแข่งขัน และแทร็กก็เริ่มแห้งอย่างรวดเร็วซึ่งยางกึ่งตอบโจทย์มากกว่ายางฝน ซึ่งคนที่ใช้ยางฝนนั้นถูกบังคับกลาย ๆ ว่าจะต้องเข้าไปเปลี่ยนยางและเสียเวลาอันมีค่าหลายวินาที และเป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 5 ใช้โอกาสนี้คว้าชัยมาได้เป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้ โดยเข้าเส้นก่อนโพลแมนอย่างToprak Razgatlioğlu และ Danilo Petrucci เข้าเส้นเป็นอันดับ 3 แม้ว่าจะออกจากกริดที่สองก็ตาม โดยนักแข่งบนโพเดียมทั้งหมดล้วนใช้ยางแบบกึ่งทั้งนั้น การแข่งขันยังสนามนี้ยังไม่จบ ติดตามการแข่งขันและสรุปผลตารางคะแนนรวมได้ในวันถัดไปที่ SuperBikeMag.com เช่นเดิมครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak พา Yamaha สยบ Ducati

Toprak พา Yamaha สยบ Ducati ที่ Imola ในศึก WSBK 2023 การแข่งขันในศึกรถโปรดักชันระดับโลก WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 7 กับสนาม Imola ที่ประเทศอิตาลีซึ่งห่างหายไม่ได้จัดรายการนี้มา 4 ปีแล้ว นับตั้งแต่ที่รายการนี้เลือกใช้สนามแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2001 และในสนามแห่งนี้ก็เกิดเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นขึ้นนั่นคือ Toprak พา Yamaha สยบ Ducati หยุดสถิติการชนะรวดของ Bautista ไปได้ โดยสนามนี้เป็นฝั่งค่ายรถจากเมืองอิวาตะคว้าชัยไปถึง 2 เรซด้วยกัน Race 1 การแข่งขันในเรซนี้เป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล ด้วยเวลา 1’45.959 นาที ส่วนอันดับ 2 เป็นทีมเมทอย่าง Andrea Locatelli และมี Alvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) จบแถวหน้า ออกสตาร์ทเป็นทาง Locatelli ที่ออกจากเส้นได้สวยขึ้นนำเพื่อนร่วมทีม หลังจากเขาเองก็เป็น Axel Bassani (Motocorsa Racing) ต่อมาในแล็ปที่ 5 Razgatlioglu สามารถกลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูง แต่ในแล็ปที่ 12 ก็ถูกแชมป์โลก Bautista มาแย่งไป พร้อมโชว์เหนือ กดเวลาทิ้งห่าง 3.5 วินาที หนีห่าง Razgatlioglu และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซเริ่มต้นท่ามกลางอากาศอันร้อนแรง พื้นแทร็กอันร้อนระอุ หลังจากออกตัวเป็น Locatelli ที่ขึ้นนำก่อนอีกแล้ว กระทั่งในแล็ปที่ 5 Bautista เอาคืน และมี Toprak ตามมาเป็นอันดับ 2 และ Locatelli แต่กระทั่งแล็ปก่อนแล็ปสุดท้าย นักแข่งเลือดตุรกีกลับพลิกขึ้นมาแซงได้และเข้าเส้นก่อน Bautista และ Locatelli คว้าชัยในเรซนี้ไปครอง หยุดชัยชนะต่อเนื่องของนักแข่งชาวสเปนไปได้ Race 2 การแข่งขันยิ่งเดือดขึ้นไปอีกจากอากาศที่ร้อนมากขึ้นอีก จนทางทีมแพทย์ออกโรงแนะนำให้ลดแล็ปการแข่งขันเหลือ 15 แล็ปจากเดิมที่วางไว้ที่ 19 แล็ป จากอากาศร้อนมากเกินไป เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ในเรซนี้กลายเป็นทาง Razgatlioglu และ Bassani ที่เป็นเหมือนคู่ดวลเดือดแย่งชัยชนะกัน หลังจากที่ Bautista ล้มไปในแล็ปแรกและต้องออกจากการแข่งขันไป และผลของการดวลชัยชนะตกเป็นของแชมป์เก่าชาวตุรกีในที่สุด แต่นั่นก็เป็นการการันตีว่า Bassani เป็นนักแข่งจากทีมอิสระที่ดีที่สุดคนนึงในรายการนี้ ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของ Rea ไปครับ จบการแข่งขันสนามนี้ Toprak มีคะแนนไล่ตีตื้นขึ้นมาได้บ้าง แต่ยังห่างจากหัวตาราง Bautista อยู่มากถึง 70 คะแนน แต่ก็มีคะแนนทิ้งห่างอันดับ 3 ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมอย่าง Locatelli มากถึง 113 คะแนนเลยทีเดียว ตารางคะแนนรวม อันดับ นักแข่ง รถ คะแนน 1 Alvaro Bautista Ducati 391 2 Toprak Razgatlioglu Yamaha 321 3 Andrea Locatelli Yamaha 208 4 Jonathan Rea Kawasaki 201 5 Axel Bassani Ducati 179 6 Michael Ruben Rinadi Ducati 129 7 Danilo Petrucci Ducati 117 8 Alex Lowes

Kawasaki มีเฮ FIM

Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง Ducati เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก หลังล่าสุด Bautista ทำผลงานยึดครองอันดับ 1 มาแทบจะทุกเรซทุกสนาม ทำให้มีการปรับลดรอบลง 250 รอบต่อนาที ตามข้อบังคับของทางสมาพันธ์ฯ ส่วนทางคาวาซากิจะได้ปรับขึ้น 250 รอบแทน โดยการบังคับนี้จะเริ่มมีผลทันทีตั้งแต่ที่สนาม Imola เลย ตอนนี้ Panigale V4R มีรอบสูงสุดอยู่ที่ 15,600 รอบ ลดลงมาจาก 500 รอบ ขณะที่คาวาซากิ ZX-10RR เมื่อเพิ่มรอบเป็น 15,100 รอบ เพิ่มขึ้นมาแล้ว 500 รอบ นับจากตอนเปิดฤดูกาล ซึ่งถ้าเทียบสเปกรถแข่งกับรถสแตนดาร์ดแล้วฝั่งค่ายแดงนั้นรอบลงมาถึง 900 รอบ ขณะที่ค่ายเขียวเพิ่มมาถึง 1,100 รอบจากรถเดิมที่ 14,000 รอบ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้นั้นอย่าเพิ่งไปว่าคาวาซากิเขาเป็นลูกรักนะครับ จริง ๆ แล้วมันเป็นระบบและกติกาของทาง WorldSBK เขาอยู่แล้ว หากไม่นับซูเปอร์โพลเรซ Bautista นั้นชนะไปแล้ว 12 เรซ ทั้งยังมีดูคาติคันที่ 2 อยู่บนโพเดียมอีก 4 เรซจากทั้งหมด 6 เรซล่าสุด นอกจากนี้ Bautista ยังนำตลอด โดยที่ Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea ได้แต่มอง ซึ่งนั่นทำให้เกิดการลดรอบครั้งนี้ขึ้นตามกติกา และทางด้าน Kawasaki เองก็ต้องดิ้นรนมากเพราะ Jonathan Rea ได้มาแค่เพียง 2 โพเดียมจากสามสนามล่าสุด ส่วน Alex Lowes ทีมเมตทำได้แค่เพียงติดท็อป 5 เพียงครั้งเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่มากเกินไประหว่างสองค่ายนี้ทำให้สามารถเพิ่มลิมิตของรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ได้ อย่างไรก็ดีเรื่องการเปลี่ยนแปลงรอบนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ Bautista นั้นช้าลง และอาจจะส่งผลเสียกับนักแข่งที่ใช้ Ducati คันอื่น ๆ อีกด้วย เพราะนักแข่งสเปนผู้นี้ทำเวลาได้ดีจากการเร่งออกจากโค้งและเปิดคันเร่งหนัก ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นการใช้รอบปลาย กลับกันนักแข่งคนอื่น ๆ นั้นได้ประโยชน์จากรอบปลาย ๆ ที่มีแรงม้ามาก แต่คราวนี้จะต้องเสียไปเพราะรอบที่โดนลดลงมา ทว่าที่แน่ ๆ เป็นทางค่ายเขียวที่จะได้ประโยชน์เพราะรอบที่มากขึ้นจะทำให้มีแรงม้ามากขึ้นตามมาด้วย และยังให้อิสระในการเลือกเกียร์ในบ้างโค้ง Rea และ Lowes อาจจะลากเกียร์ใดเกียร์นึงในโค้ง แทนที่จะชิฟต์เกียร์ขึ้นและเสียแรงบิดไป ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความแตกต่างในตอนออกโค้ง ทว่าแค่ 250 รอบนั้นไม่ใช่อะไรที่จะการันตีผลลัพธ์ที่จะดีขึ้นได้ครับ งานนี้ก็ต้องตามลุ้นกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้า 2 โพเดียม ที่ Donington Park ในศึก WorldSBK

Bautista คว้า 2 โพเดียม ที่ Donington Park ในศึก WorldSBK  คว้าชัยไปได้ต่อเนื่องสำหรับ Alvaro Bautista นักบิดดีกรีแชมป์โลกจาก Aruba.it Racing – Ducati ควบ Pinigale V4R หวดความเร็วต่อเนื่อง ทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกทั้ง 2 เรซ ในสนาม 6 ที่ Donington Park คว้าคะแนนอันดับ 1 ไปได้ ส่วน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) สามารถทำผลงานที่ดีที่สุดในรอบ Super Pole Race เก็บ 12 แต้มไปครอง  Race1 เริ่มการแข่งขัน Toprak เปิดฉากรุกไล่ Bautista และสามารถแซงขึ้นนำไปได้ในโค้ง 11 แล็บ 3 ก่อนที่จะไล่บี้ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ซึ่งนำอยู่ในขณะนั้น ก่อนที่ทั้ง 3 จะสลับกันแซงขึ้นนำแบบสุดเดือดในครึ่งเรซแรก ก่อนที่เจ้าของแชมป์เก่าอย่าง Bautista ใจฮึดสู้ เร่งแซงขึ้นนำคู่แข่ง ทิ้งห่างต่อเนื่องและเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก โดยกดเวลาไว้ที่ 1’26.610 นาที ซึ่งเป็นการคว้าชัยเป็นนัดที่ 15 ในฤดูกาล และเป็นชัยชนะต่อเนื่องถึง 11 ครั้ง ส่วนอันดับ 2 และ 3 ตกเป็นของ Toprak ต่อด้วย Jonathan Rea ซึ่งสามารถทำสถิติในการคว้าโพเดียมไปได้ถึง 250 ครั้งตลอดการแข่งขันในรายการนี้ และอันดับที่ 4 เป็นของ Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team), อันดับ 5 Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) และอันดับที่ 6 Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ตามลำดับ Super Pole Race  ต่อมาในรอบของซูเปอร์โพลเรซ กับการแข่งขันทั้งหมด 12 รอบ โดย Bautista เปิดโฮลช็อตขึ้นนำได้ช่วงแรก แต่ถูก Jonathan Rea แซงขึ้นมาได้ในช่วงโค้ง 2 และในไม่ช้า Bautista อันดับตกลงมาอย่างรวดเร็ว ด้วยฝีมือของ Toprak ก่อนที่นักแข่งทั้ง 3 ชิงชัยเพื่อหาตำแหน่งเจ้าของความเร็วที่ดีที่สุด โดยทางด้าน Ulsterman พยายามทำเวลาทิ้งห่างครึ่งวินาทีก่อนที่เจ้าของแชมป์โลกปี 2021 จะบี้เข้ามาลดช่องว่างเหลือเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น ในขณะเดียวกัน นักบิดแชมป์โลกชาวสเปน สามารถทำสถิติความเร็วครั้งใหม่ โดยกดเวลาที่ดีที่สุด ที่ 1’25.896 นาทีในแล็ปที่ 6 ซึ่งลดช่องว่าง 3 อันดับแรกให้เหลือ 0.5 วินาที หลังจากแข่งขันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงโค้งที่ 9 รอบสุดท้ายที่ Bautista จะพยายามเร่งแซงขึ้นมา แต่ทว่าถูก Toprak ทำผลงานได้ดีกว่าและคว้าชัยชนะไปครอง และเป็นการจบสถิติชนะรวดของ Bautista อีกด้วย  Race 2  สำหรับรอบนี้ ออกสตาร์ทไปได้ไม่ค่อยสวยมากนัก เริ่มต้นด้วยการตีธงแดงจากการชนกันระหว่าง Tom Sykes (ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team), Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) และ Loris Baz (Bonovo Action BMW)

Pirelli SC0

Pirelli SC0 ช่วยนักแข่งทุบสถิติที่ Donington เรียกได้ว่าเป็นพระเอกของสนามนี้เลยก็ว่าได้สำหรับ Pirelli SC0 ยางสลิกสูตรมาตรฐาน ซึ่งนักแข่งแทบทุกคนเลือกยางหลังเป็นยางสูตรนี้เพื่อทำการแข่งขันทั้งสามเรซในศึก WorldSBK ที่ Donington Park ประเทศอังกฤษเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีนักแข่งทั้งจากในรุ่นใหญ่อย่าง WorldSBK และ WorldSSP สามารถทุบสถิติเดิมสร้างสถิติใหม่ของสนามขึ้นมาได้ โดยสถิติใหม่ครั้งแรกเป็นของ Jonathan Rea (Kawasaki) ด้วยยางหลัง SCQ ในรอบซูเปอร์โพลด้วยสถิติเวลา 1’26.041 นาที ต่อมาเป็นของ Nicolo Bulega (Ducati) ในรุ่น WorldSSP กับยางหลัง SCX ในรอบซูเปอร์โพลด้วยสถิติเวลา 1’29.323 นาทีซึ่งทำลายสถิติเดิมที่ทาง Kenan Sofuoglu เคยทำไว้ตั้งแต่ปี 2015 เลย หมดจากสถิติในรอบซูเปอร์โพล มาต่อกันที่สถิติในการแข่งขันจริงกันบ้าง สถิติแรกเป็นของ Alvaro Bautista (Ducati) โดยสามารถทำสถิติ Race Fastest Lap หรือเวลาแล็ปที่เร็วที่สุดในการแข่งจริงได้ในแล็ปที่ 16 ระหว่างการแข่งขันเรซแรก โดยทำเวลาใหม่ได้เป็น 1’26.550 นาที แต่เท่านั้นยังไม่พอในเรซที่ 2 เขาทำสถิติเวลาใหม่อีกครั้งในแล็ปที่ 15 ด้วยเวลา 1’26.09 นาที ทว่าสถิติที่เร็วที่สุดที่เขาทำได้ในสนามนี้และกลายเป็นสถิติเวลาสนามใหม่ก็คือ 1’25.896 นาทีในการแข่งขันรอบซูเปอร์โพลเรซ และเขายังเลือกใช้ยาง SC0 ในยางหลังอีกด้วย ส่วนทางด้านของ Nicolo Bulega (Ducati) ในรุ่น WorldSSP ในเรซแรกเขาก็สามารถทำลายสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดในการแข่งจริงได้ที่ 1’29.511 นาที แต่นั่นยังไม่พอในเรซที่สองเขาทำลายสถิติเดิมที่เขาเพิ่งทำไว้ในเรซแรกอีกครั้งด้วยสถิติเวลา 1’29.018 นาทีซึ่งเร็วกว่าตอนที่เขาควอลิฟายในรอบซูเปอร์โพลเสียด้วยซ้ำ เรียกได้ว่ายางหลังสลิก SC0 สูตรมาตรฐาน นั้นเป็นพระเอกของสนามแห่งนี้จริง ๆ ครับ ใช้ทำลายสถิติเวลากันเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว งานนี้ใครอยากได้ยางดี ๆ แบบนี้ ทางพีเรลลี่เขาก็มีขายด้วยนะเพราะตัวนี้สูตรมาตรฐานมีขายให้กับคนทั่วไปด้วย ไม่ใช่ยางโปรโตไทป์ที่มีแต่นักแข่งที่จะได้ใช้เท่านั้นนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha หลังจบฤดูกาลนี้ ในปี 2023 นี้มีนักแข่งที่จะหมดสัญญาลงเมื่อจบการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship 2023 นี้ และหนึ่งในนั้นก็คือ Toprak Razgatlioglu แชมป์โลก WorldSBK 2021 โดย Toprak เผยจะออกจาก Yamaha เพื่อแสวงหาความท้าทายใหม่ แม้ว่าจะยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะไปลงเอยกับสังกัดค่ายรถใด Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกีย้ายมาร่วมทีมกับยามาฮ่าในปี 2020 และเปิดตัวได้อิมแพ็กต์แบบเน้น ๆ ด้วยการควบ YZF-R1 คว้าชัยในเรซแรกที่ Phillip Island ในเรซแรกกับยามาฮ่าทันที และจบฤดูกาล 2020 ด้วยชัยชนะเพิ่มขึ้นอีก 2 เรซที่ Estoril และในปีต่อมาเขาก็คว้าแชมป์โลกได้ด้วยการชนะไปทั้งหมด 13 ครั้ง 29 โพเดียมจากทั้งหมด 37 เรซในปี 2021 เอาชนะ Jonathan Rea คู่แข่งจาก Kawasaki Racing Team WorldSBK ไปแบบระทึกเร้าใจตลอดทั้งฤดูกาลและหยุดสถิติการคว้าแชมป์โลกติดต่อกันของเขาไปได้ ฟอร์มการแข่งขันของเขายังดีต่อเนื่องมาถึงปี 2022 ด้วย และยังจบการแข่งขันฤดูกาลนี้ด้วยชัยชนะที่มากขึ้นคือ 14 เรซ แต่ก็ยังจบด้วยการเป็นรองแชมป์ โดยมี Alvaro Bautista จาก Aruba.it Racing – Ducati แม้ว่าตัวเขาจะทำสถิติใหม่ด้วยการเป็นนักแข่งที่มีชัยชนะมากครั้งที่สุดกับทางยามาฮ่าแซงหน้าสถิติเดิมของ Noriyuki Haga ที่เคยชนะรวมกันทั้งหมด 27 ครั้ง และในปี 2023 นี้เขาก็คว้าไปแล้ว 11 โพเดียมจากการแข่งขัน 12 เรซ รวมถึงชัยชนะ 1 ครั้งในรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Mandalika อีกด้วย โดยนักแข่งชาวตุรกีผู้นี้มีสถิติชนะ 31 ครั้งกับยามาฮ่า 47 โพเดียมกับ R1 และเคยไปเทสต์รถแข่ง MotoGP อีก 2 ครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะออกจากทีมโรงงานหลังจากที่เขาเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว ซึ่งนับเป็นคนแรกเลยหลังจากที่ Ben Spies ช่วยค่ายส้อมเสียงคว้าแชมป์โลกมาแล้วในปี 2009 ซึ่งก็ถือว่าจะเป็นการจบความร่วมมือกัน 4 ปีกับทางยามาฮ่า ซึ่งก่อนหน้านี้เขาอยู่กับทางค่ายเขียว Kawasaki Puccetti Racing 2 ฤดูกาล โดยคว้ามาได้ทั้งหมด 15 โพเดียมกับ ZX-10RR โดยฤดูกาลแรกของเขาเริ่มต้นกับสนาม Donington Park และชัยชนะครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นในฤดูกาลต่อมากที่ Magny-Cours ซึ่งเขาสามารถชนะในเรซแรกและในรอบซูเปอรโพลเรซได้แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดที่ 16 ก็ตาม นักแข่งวัย 26 ปีเผยว่า “ผมอยากที่จะบอกกับครอบครัวยามาฮ่าทุกคนว่าขอบคุณมาก ๆ สำหรับความรักและความเคารพที่พวกเขามีให้กับผม การที่ผมได้แชมป์โลกนั้นเคยเป็นความฝันของผมตอนที่ผมเซ็นสัญญากับยามาฮ่า และเราก็ไปถึงเป้านั้นด้วยกันแล้ว สำหรับฤดูกาลถัดไปผมรู้สึกว่าผมต้องการความท้าทายใหม่ ๆ และในขณะที่ผมมีโอกาสที่จะได้ไปทดสอบรถ MotoGP ผมไม่รู้สึกว่าผมต่อติดกับรถแข่ง MotoGP เหมือนตอนขี่รนถ WSBK เลย แต่ถ้าผมอยู่ต่อล่ะก็ผมต้องการเป้าหมายใหม่ ความทะเยอทะยานครั้งใหม่ ผมขอโทษที่ต้องออกจากยามาฮ่า ออกจากแบรนด์และกลุ่มผู้ติดตาม เนื่องจากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่การเปลี่ยนแปลงคือส่วงนึงของกีฬาทุกชนิด และเป็นปกติของมืออาชีพทุกคน ขอขอบคุณ ยามาฮ่า มอเตอร์ คอมพานี  ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป และยามาฮ่า มอเตอร์ ตุรกี มาก ๆ รวมไปถึงขอบคุณทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK ด้วย และโดยเฉพาะกับทีมงานของผมซึ่งทำงานหนักให้กับผมมาตลอด” อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ในศึก WSBK 2023 สนามที่ 4 การแข่งขัน WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 4 ที่สนาม Barcelona-Catalunya แล้ว ทว่าชัยชนะส่วนใหญ่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากมือของ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) เลย ยิ่งสนามนี้ด้วยแล้ว เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีก กับสนามบ้านเกิดของเขาอีกครั้ง Superpole   แม้ว่าจะมีธงแดงตีขึ้นในรอบซูเปอร์โพล แต่ Bautista กลับยังทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’40.264 นาทีคว้าตำแหน่งโพลในเรซแรกไปก่อน โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ทำผลงานได้โดดเด่นออกจากสตาร์ทจากเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกคนล่าสุด และปิดท้ายกริดสตาร์ทแถวแรกด้วย Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ส่วนทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กลับตกไปถึงอันดับแปด โดยนักแข่งทุกคนล้วนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งที่ออกสตาร์ทจากกริดแถวหน้าต่างเลือกใช้ยาง SC1 ซึ่งในรอบควอลิฟายนี้จัดขึ้นท่ามกลางแสงแดดพร้อมกับอุณหภูมิแทร็กค่อนข้างสูงที่ 40 องศา Race 1 บนกริดสตาร์ทของเรซแรก นักแข่งส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 และยางหน้าสูตร SC2 แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติก็เลือกยางต่างกันออกไป ซึ่งรวมไปถึง Bautista ที่เลือกใช้ SC1 ในส่วนของยางหน้า ระหว่างการแข่งขันแล็ปที่ 4 มีธงแดงสะบัดขึ้น จนต้องออกสตาร์ทกันใหม่และลดรอบลงเหลือ 17 แล็ป อย่างไรก็ดี Bautista ก็ยังคงฉายเดี่ยวนำม้วนเดียวจนจบ ทั้งยังทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 8 วินาที ยังไม่พอทำสถิติเวลาแล็ปอีกด้วย ถัดมาเป็นการดวลแย่งที่สองกันระหว่าง Razgatlioglu และ Rea แต่สุดท้ายเป็นฝ่ายยามาฮ่าที่เข้าเส้นได้ก่อนตามมาด้วยนักแข่งจากค่ายเขียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซมีการเลือกยางที่ค่อนข้างซับซ้อนไปกว่าการแข่งขันปกติเนื่องจากมีฝนโปรยลงมาเบา ๆ ทำให้แทร็กชื้นในช่วงราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น นักแข่งบางคนออกไปขี่ในแล็ปไซติ้งด้วยยางกึ่งหรือยางฝน แต่พอเห็นแทร็กครบแล็ปแล้วว่ามันแห้งเกือบทั้งหมด พอจะแข่งก็รีบเปลี่ยนเป็นยางสลิกกันทั้งหมด โดยนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ SC1 ในยางหน้า แต่ก็มีนักแข่ง 7 คนที่เลือก SC0 ส่วนยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือก SCX กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง แทนที่จะเป็น B0800 เหมือนอย่างในเรซแรก ชัยชนะในเรซนี้ตกเป็นของ Bautista ทำยังสถิติเวลาแล็ปอีกแล้ว ส่วนอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 เป็นของ Razgatlioglu และ Andrea Locatelli เพื่อนร่วมทีมของ Toprak ส่วน Rea กลับเองพลาดล้มไปในแล็ปสุดท้ายเมื่อฝนกลับมาตกอีกครั้ง Race 2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยางหลังสูตรพัฒนา SCX B0800 กลับมาเป็นยางตัวฮิตอีกครั้ง ส่วนยางหน้ากลับเป็น SC2 ที่ได้รับความนิยม แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติทุกคนกลับเลือก SC1 สูตรมาตรฐาน และเป็นอีกครั้งที่ Bautista เดินเกมเร็วขึ้นนำเดี่ยวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทิ้งระยะห่างคู่แข่งกว่า 8 วินาที โดย Toprak Razgatlioglu แย่งที่ 2 มาจาก Rinaldi ได้ในช่วงทางตรง ทำลายการยืนอันดับ 1 – 2 ของดูคาติไปได้ และเป็นอีกครั้งที่ Bautista ทำสถิติเวลาแล็ปในการแข่งเร็วที่สุดที่ 1’41.730 นาที จบการแข่งขันสนามที่ 4 เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ทำให้มีคะแนนนำโด่งที่ 236 คะแนน ทิ้งห่างจาก Razgatlioglu ที่มี 167 คะแนนอยู่มากถึง  ส่วนอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli จากยามาฮ่าอีกเช่นกันที่ 133 คะแนน

Bautista โชว์พลังแชมป์

Bautista โชว์พลังแชมป์ เหมา 3 เรซรวดที่ Philips Island ศึก FIM Superbike World Championship 2023 สนามแรกที่ Philip Island ประเทศออสเตรเลียปิดฉากลงไปแล้วเมื่อวานนี้ โดยมี Bautista โชว์พลังแชมป์ เหมา 3 เรซรวด เก็บคะแนนนำห่างไปตั้งแต่สนามแรก โดยมีคะแนนนำห่างอันดับ 2 อยู่มากถึง 28 คะแนน Superpole ในรอบซูเปอร์โพลเป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ที่ทำเวลาออกมาได้ดี จนได้สิทธิ์ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลด้วยเวลา 1’29.400 นาที ที่ทำเวลาไว้ช้ากว่าสถิติสนามเพียง 1 ใน 10 วินาทีเท่านั้น โดยแถวสตาร์ทแถวแรกมี Bautista และ Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) อยู่ด้วย โดยเวลาห่างกันเพียง 2 ใน 10 วินาทีเท่านั้น Race 1 การแข่งขันในวันแรกชัยชนะรุ่นใหญ่ตกเป็นของ Alvaro Bautista a (Aruba.It Racing – Ducati) ขณะที่ Nicolò Bulega (Aruba Racing WorldSSP Team) คว้าชัยชนะแรกแม้ตัวเองเพิ่งจะเปิดตัวประเดิมศึก WorldSSP ครั้งแรกของเขา แม้ว่าการแข่งขันในวันเสาร์จะเต็มไปด้วยอุปสรรคจากสภาพอากาศที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ มีสายฝนตกโปรยปรายลงมา สลับกับฝนหยุดเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันของรุ่น WorldSSP กลายเป็นบททดสอบใหญ่ให้กับทีมงานและนักแข่งที่จะต้องเลือกยางให้ดีเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแทร็กสลับไปมาระหว่างแทร็กแห้งกับเปียกอยู่ตลอด งานน้ำพระเอกเลยตกเป็นยาง Pirelli DIABLO Rain หรือยางฝนที่ถูกเลือกใช้ทั้งในการแข่งขันของทั้งสองคลาส โดยเฉพาะรุ่นซูเปอร์สปอร์ตและกลายเป็นกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ Superpole Race ชัยชนะในการแข่งรอบซูเปอร์โพลเรซเป็นชัยชนะของแชมป์โลกคนปัจจุบัน แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดที่ 2 โดยขึ้นนำตั้งแต่แล็ปแรกแบบม้วนเดียวจบ โดยมี Michael Ruben Rinaldi (Aruba.It Racing – Ducati) เข้าเป็นอันดับ 2 และ Toprak เข้าปิดท้ายโพเดียม ทว่าสถิติเร็วที่สุดในรอบนี้กลับตกเป็นของ Dominique Aegerter ด้วยสถิติ 1’30.374 ในแล็ปที่สอง Race 2 ในเรซนี้แชมป์โลกคนล่าสุดได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล ก็สามารถคว้าชัยชนะในเรซนี้ไปด้วยกัน ในแบบที่เรียกว่าจากต้นจนจบเลย เขายังสามารถทำสถิติเวลาเร็วที่สุดไว้ที่ 1’ 30,766 โดยมี Rinaldi ตามเข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และมี Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) เข้าเส้นเป็นอันดับที่ 3 ขณะที่ในรุ่น WorldSSP ชัยชนะยังตกเป็นของ Nicolò Bulega ซึ่งขึ้นนำอยู่และเกิดมีสัญญาณธงแดงขึ้นในแล็ปที่ 14 เนื่องจากห่านบินเข้าแทร็ก เลยถูกประกาศให้ได้ชัยชนะไปเลย โดยนักแข่งดูคาติผู้นี้ขึ้นนำตั้งแต่ต้นจนถึงแล็ปที่ 10 ก็มีบางจังหวะที่ Stefano Manzi (Ten Kate Racing Yamaha) แซงขึ้นมาได้ แต่สุดท้ายเขาก็จบที่อันดับ 2 เนื่องจาก Bulega แซงคืนขึ้นมาได้ในแล็ปที่ 13 ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของนักแข่งตุรกี Can Oncu (Kawasaki Puccetti Racing) สรุปว่าการแข่งขันในสนามนี้กลายเป็น Ducati ที่แสดงสมรรถนะออกมาได้อย่างน่าทึ่ง คว้าชัยแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้งรุ่น WorldSBK และ WorldSSP และทุกเรซที่แข่งขัน ทั้งนี้ตารางคะแนน WorldSBK 2023 ตอนนี้ มี Alvaro รั้งอันดับที่ 1 มี 62 คะแนน รองลงมาคือ Andrea 34 คะแนน และ Rea ที่