SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Yamaha เปิดโปรเจกต์ระดับโลก ส่งทีมไทย ลุยศึกระดับโลกอย่าง WorldSSP พร้อมประกาศล่า "แชมป์เอเชีย" สมัยที่ 7

M1000RR 2023 ตัวแข่ง WorldSBK จากเยอรมันเผยโฉมผลแล้ว ล่าสุดในระหว่างการซ้อมอย่างเป็นทางการของศึก WorldSBK ที่สนาม Circuito de Jerez – Angel Nieto ประเทศสเปน ทุกสายตาก็ต้องตกตะลึงไปกับ M1000RR 2023 ตัวแข่งจากทาง BMW ของ Scott Reddit กับ Michael van der Mark จากทีม ROKit BMW Motorrad WorldSBK ซึ่งเพิ่งลงแทร็กเป็นครั้งแรกในปีนี้ จากภาพจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตัวรถมากมายหลายจุดเลยทีเดียว เช่น แรมแอร์ด้านหน้า วิงก์เล็ต คาลิเปอร์เบรก สวิงอาร์ม เป็นต้น ซึ่งจากการทดสอบในวันแรกนั้นทั้งสองตั้งเป้าจะลงขี่ให้ได้จำนวนแล็ปมากที่สุดเนื่องจากทางทีมได้มีการเปลี่ยนระบบเบรกใหม่จาก Nissin มาเป็น Brembo โดย van der Mark ซัดไป 65 แล็ป ขณะ? Redding ซัดไป 67 รอบ โดยฝ่ายหลังทำเวลาได้ดีกว่า ที่ 1’39.998 นาที ขณะที่เวลาของฝ่ายแรกช้ากว่า 0.7 วินาที ซึ่งในการซ้อมวันแรกนี้เป็นวันของ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha WorldSBK) ที่ทำเวลาไว้ที่ 1’38.597 นาที งานนี้ก็ต้องมารอลุ้นกันดูครับว่า Scott Redding ที่ปีที่แล้วจบที่อันดับ 8 ความหวังของทางค่ายใบพัดจะทำผลงานในปีนี้ได้ดีแค่ไหนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Alvaro Bautista แชมป์โลก WorldSBK กับ 10 เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่รู้ มีตั้งแต่การเป็นแฟนตัวยง Atletico Madrid เหตุผลเบื้องหลังของเสื้อหมายเลข 19 และของขวัญแต่งงานจากน้องสาว ทำให้เขาอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตได้อย่างไร เรื่องราวต่างๆ ของ Bautista มีอะไรให้เซอร์ไพร์สอีกมากมาย การแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ปี 2022 ได้สิ้นสุดลงแล้ว Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) สามารถคว้าแชมป์โลกมาครองด้วยสไตล์อันยอดเยี่ยม หลังจบการแข่งขันกันอย่างสูสีที่สนาม Pertamina Mandalika International Street Circuit ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้เขากลายเป็นแชมป์ WorldSBK คนที่ 19 และเรื่องราวของ Bautista ที่คุณเห็นและรู้จักผ่านในทีวี อาจจะยังไม่เปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่าง เกี่ยวกับชายวัย 37 ปี จากเมือง Talavera de la Reina ประเทศสเปน ดังนั้น เราจึงได้ตรวจสอบข้อมูลและสัมภาษณ์เจ้าตัว เกี่ยวกับสิ่งที่น่าสนใจ ที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับเขา 1.Alvaro Bautista แชมป์โลก เป็นแฟนตัวยงของทีมฟุตบอลสเปน Atletico Madrid, แชมป์ลาลีกา 11 สมัย (ลีกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของสเปน) ในปี 2002 เขาได้อันดับสองจากการแข่งขัน CEV Spanish Championship 125 ซีซี กับ รถ Aprilia สีทีม Atletico Madrid อีกทั้งเขายังเป็นแฟนตัวยงของ Kiko Narvaez และ Juninho ฮีโร่ของ Atletico Madrid และในฤดูกาล 2002 เขาใช้หมายเลข 9 เนื่องจากเขายังเป็นแฟนตัวยงนักแข่งกองหน้าอย่าง Fernando Torres และในปี 2003 ความผูกพันธ์ทางฟุตบอลของเขายิ่งแน้นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อเขาเข้าแข่งให้กับทีมซีดอร์ฟเรซซิ่งที่เพิ่งก่อตั้งและลงแข่งในรุ่น 125 ซีซี ซึ่งเป็นของแคลเรนซ์ ซีดอร์ฟ และผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของเขาคืออันดับ 4 ของประเทศออสเตรเลีย 2.เขาใช้หมายเลข 19 ซึ่งเป็นลัคกี้นัมเบอร์สำหรับนักแข่งขันอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จ จากการชนะในการแข่งขันระดับโลก จึงคิดว่ามันจะนำโชคมาให้ นอกเหนือจาก Bautista แล้วยังมีนักแข่งอย่าง Freddie Spencer ที่คว้าแชมป์รถรุ่น 250 ซีซี ในปี 1985 , John Kocinski ปี 1990 ในรุ่นเดียวกัน และ Ben Spies ในรายการ WorldSBK ในปี 2009 3.Bautista บอกว่าถ้าเขาไม่สามารถเป็นนักแข่งได้ เขาคงเป็นช่างเครื่องไปแล้ว เขายังกล่าวอีกว่า เขายังมีพรสวรรค์ในการทำอาหารอย่าง คาร์คามูซา อาหารท้องถิ่นของประเทศสเปน จากเมือง Toledo (สตูว์ชนิดหนึ่งที่มีเนื้อ พริกไทย กระเทียม และอื่นๆ) นอกจากนี้ Bautista ยังมีความสามารถพิเศษในการทำอาหารคือ Gnocchi quatri formaggi 4.ถึงแม้ว่า Bautista จะเป็นแชมป์โลกรุ่น 125 ซีซี ในปี 2006 แต่เขาก็ยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่บนท้องถนน 5.บุคคลที่มีชื่อเสียงที่อยากพบคือผู้ กำกับภาพยนต์ Quentin Tarantino แต่อย่างไรก็ตาม หากเขาจะพาคนดังเข้ามาในสนามแข่งคงจะเป็น Angelina Jolie 6.ในฐานะแชมป์ล่าสุดของดูคาติ ขวัญใจของนักแข่งระดับโลกในวัย 37 ปี ก็คือ Carl Fogarty แชมป์โลก WorldSBK 4 สมัยจากทีมผู้ผลิตชาวอิตาลี 7.Bautista อาจจะออกจากการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ ระหว่างเปลี่ยนจากรุ่น CEV เป็น 125 ซีซี แต่เมื่อน้องสาวของเขาแต่งงาน เธอได้เงินเงินเป็นของขวัญ เธอจึงตัดสินใจช่วย Bautista จ่ายค่ารถมอเตอร์ไซค์

ชม ZX-10RR Winter Test 2023 ของนักแข่ง WSBK ล่าสุด Kawasaki Racing Team ก็ได้ทำการเปิดเผยการซ้อมและทดสอบรถของ 2 นักแข่งประจำทีมซึ่งก็คือ Jonathan Rea อดีตแชมป์โลก 6 สมัยและ Alex Lowes ซึ่งทำการทดสอบในช่วงพักฤดูกาล ซึ่งก็คือช่วงฤดูหนาวนี่เอง ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมประจำของทางค่ายเขียว บทความนี้เราก็จะพาทุกท่านไป ชม ชม ZX-10RR Winter Test 2023 กันครับ ตัวรถของนักแข่งทั้งสองคนจะมาในชุดสีที่มีชื่อเรียกว่าวินเทอร์เทสต์ ซึ่งจุดเด่นคือมาในโทนสีดำเป็นหลักตัดกับสีเทาด้าน และตัดด้วยเส้นสายสีเขียวเอกลักษณ์ของทางค่าย พร้อมลวดลายผลึกหิมะหรือสโนว์เฟล็กที่มีตัวอักษรคันจิจากภาษาญี่ปุ่นอ่านว่าฟุยุอยู่ภายในซึ่งมีความหมายว่า ฤดูหนาวนั่นเอง แน่นอนว่ายังคงใส่โลโก้ของสปอนเซอร์มาให้พร้อมพรรค ไม่ว่าจะเป็น elf, Monster Energy, Showa เป็นต้น และแน่นอนว่าในอนาคตเราก็จะได้เห็น Kawasaki Ninja ZX-10RR ในลวดลายใกล้เคียงกันนี้วางจำหน่ายในปี 2023 อีกด้วย งานนี้ใครเป็นสาวกและชื่นชอบก็เก็บเงินรอกันได้เลยครับ รายละเอียดรถแข่งคร่าว ๆ ก็จะอยู่บนพื้นฐานของ Ninja ZX-10RR ที่มีเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีท่อไอเสียเต็มระบบจากทาง Akrapovic ใช้ระบบเบรกจาก Brembo โดยมีสายเบรกจากทาง J.Juan ระบบกันสะเทือนจาก Showa ยางสลิก Pirelli Diablo SuperBike เป็นต้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้าแชมป์โลก แม้ Toprak เหมาชัยทั้ง 3 เรซที่อินโดนีเซีย ล่าสุดหลังจากจบการแข่งขัน WorldSBK ในรอบ Pirelli Indonesian Round ซึ่งจัดขึ้นที่สนาม Pertamina Mandalika International Street Circuit ประเทศอินโดนีเซียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Alvaro Buatista คว้าแชมป์โลก ให้กับทาง Aruba.it Racing – Ducati จนได้ แม้ว่า Toprak Razgatlioglu จาก Pata Yamaha With Brixx WorldSBK จะเหมาชัยทั้งสามเรซที่สนามแห่งนี้ไปได้ก็ตาม เรียกว่าแย่งแชมป์มาจาก Toprak มาได้โดยยังมีการแข่งขันที่ออสเตรเลียเหลืออีก 1 สนาม กลับมาโฟกัสกันที่ควอลิฟายรอบซูเปอร์โพล WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก 50 องศา / อุณหภูมิอากาศ 32 องศา) หลังจากที่ Toprak Razgatlioglu กดเวลาทำสถิติสนามใหม่ในช่วงซ้อมอิสระที่ 3 ด้วยเวลา 1’32.294 นาที เขายังคว้าตำแหน่งโพลสำหรับเรซแรกไปก่อน ด้วยเวลาที่น่าทึ่งคือ 1’31.371 ซึ่งเร็วกว่าสถิติเดิมที่เคยทำไว้อีก แถมยังต่างกับสถิติของการแข่งขัน MotoGP เพียงแค่ 0.3 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับอื่น ๆ บนกริดสตาร์ทตามมาด้วย Jonathan Rea Andrea Locatelli, Alex Lowes และ Alvaro Bautista ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่ทำลายสถิติเวลาของสนามเดิมทั้งหมด โดยนักแข่งทั้ง 5 คนนี้ล้วนแต่ใช้ Pirelli Diablo Superbike SCX ในยางหลัง และ Pirelli Diablo Superbike SC1 ในยางหน้า มีเพียง Rea ที่ใช้ยางสูตรกำลังพัฒนา Pirelli Diablo Superbike SC1A (A0843) ในยางหน้าเพียงคนเดียว WorldSSP (อุณหภูมิแทร็ก 45 องศา / อุณหภูมิอากาศ 31 องศา) ดาวเด่นในรอบซูเปอร์โพลนั้นตกเป็นของ Niki Tuuli (MV Agusta Reparto Corse) ซึ่งทำลายสถิติเวลาสนามด้วยเวลา 1’35.947 นาที คว้าตำแหน่งโพลไปสำหรับการออกสตาร์ททั้งสองเรซในสุดสัปดาห์นี้ กลายเป็นการได้ออกสตาร์ทจากกริดแรกในรอบ 5 ปี นับจากตำแหน่งโพลครั้งล่าสุดของเขานับตั้งแต่ปี 2017 ที่ Magny-Cours ถัดจากเขาลงมาเพียงเสี้ยววินาทีเป็น Can Oncu (Kawasaki Puccetti Racing) นักแข่งชาวเตอร์กิช และผู้นำบนหัวตารางคะแนน Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) กริดที่ 4 เป็นของ Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team Ducati) เรียกว่ามาจาก 4 ค่ายแตกต่างกัน โดยมี Tuuli และ Aegerter ใช้ ยางหลัง Pirelli Diablo Superbike SC0 และยางหน้า SC1 รีดเวลาที่ดีที่สุดออกมาได้ WorldSBK เรซที่ 1 (อุณหภูมิแทร็ก 60 องศา / อุณหภูมิอากาศ 36 องศา) สำหรับเรซแรกนั้นชัยชนะตกเป็นของโพลแมนอย่าง Toprak ที่ยึดหัวแถวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยมีนักแข่งชาวสเปน Bautista จบเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 ตกเป็นของแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Rea โดยในเรซนี้ทำให้ Toprak มีสถิติใหม่คว้าชัยชนะกับ Yamaha มาแล้ว

Bautista เหมาชัย WSBK 3 เรซรวด การันตียางสูตรใหม่เจ๋งจริง นักแข่งชาวสเปนกับรถดูคาติของเขาเพิ่มสถิติชัยชนะในศึก WorldSBK ให้เขาเป็น 11 ครั้งแล้วในฤดูกาล 2022 นี้ ขณะที่การแข่งขันในรุ่นรองอย่าง WorldSSP Aegerter ยังคงแข็งแกร่งคว้าชัยไปได้ทั้ง 2 เรซ ขณะที่รุ่นเล็ก WorldSSP300 เปลี่ยนมือผู้ชนะ แต่ไม่เปลี่ยนตำแหน่งหัวตาราง รอบซูเปอร์โพล WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก: 23°C / อุณหภูมิอากาศ: 19° C) ตำแหน่งโพลสำหรับเรซแรกในคราวนี้ตกเป็นของ Iker Lecuona จาก Team HRC ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของเขาและทีมในฤดูกาลนี้ และเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีนับจากที่ทีมเคยได้มาในปี 2016 จากฝีมือของ Michael Van Der Mark ที่ไทย ตามมาอันด้วยกริดที่ 2 เป็นนักแข่งจากคาวาซากิ Alex Lower และถัดมาเป็น Jonathan Rea เพื่อนร่วมทีม (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ขณะกริดที่ 4 เป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) โดยที่นักแข่งทั้ง 4 คนนี้ต่างทำเวลาดีที่สุดของตัวเองด้วยการใช้ยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา SC1 B0570 และยางหลัง SCQ สูตรมาตรฐาน WorldSSP (อุณหภูมิแทร็ก: 20°C / อุณหภูมิอากาศ: 18° C) Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) คว้าตำแหน่งโพลไปด้วยเวลาแล็ปเร็วกว่าคู่แข่งเกินกว่า 1 วินาที ทำให้นักแข่งชาวสวิสผู้นี้ได้ตำแหน่งโพลเป็นครั้งที่ 5 แล้วในปีนี้ และเป็นครั้งที่ 9 ของเขาที่ลงแข่งในรุ่นนี้ กริดที่ 2 ตกเป็นของ Can Oncu (Kawasaki Puccetti Racing) และมี Federico Caricasulo (Althea Racing) จบกริดแถวหน้าสุด โดยในรอบนี้นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรมาตรฐาน WorldSSP300 (อุณหภูมิแทร็ก: 20°C / อุณหภูมิอากาศ: 18° C) Victor Steeman (MTM Kawasaki) คว้าโพลที่ 6 ของเขาในการแข่งขันรายการนี้ กลายเป็นนักแข่งคนแรกในประวัติศาสตร์ของรุ่นนี้ที่ทำได้ โดยในช่วงต้นของการควอลิฟายซูเปอร์โพล แทร็กนั่นยังชื้นอยู่เล็กน้อยจากที่มีฝนตกตลอดทั้งคืน แต่มันก็แห้งอย่างรวดเร็ว นักแข่งหนุ่มชาวดัตช์คว้าตำแหน่งโพลไปในแล็ปสุดท้าย แย่งชิงมาจาก Alvaro Diaz (Arco Motor University Team) ที่มีแต้มสะสมนำเป็นหัวตารางคะแนนรวม และมี Yuta Okaya (MTM Kawasaki) เข้าเป็นกริดที่ 3 เริ่มการแข่งขันเรซที่ 1 WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก: 28°C / อุณหภูมิอากาศ: 22° C) Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าตนอยู่ในฟอร์มที่ดีมาก ๆ และกำลังจะเป็นชายที่จะคว้าแชมป์โลกในปีนี้มาครอบครอง โดยหลังจากออกสตาร์ทเขาขยับขึ้นเป็นผู้นำทันที และรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้จนจบการแข่งขันเข้าเส้นที่อันดับ 1 โดยนำหน้า Jonathan Rea มากถึงเกือบ 9 วินาทีที่เป็นอันดับ 2 และมี Garrett Gerloff (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ได้เป็นอันดับ 3 และถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดของทีมอิสระ และนี่ทำให้นักแข่งชาวสเปนคว้าชัยเป็นครั้งที่ 9 และเพิ่มคะแนนนำในตารางคะแนนรวมให้ห่างจาก Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx

Toprak ขอสอง หลัง Baustista ได้ชัยไปก่อนที่ Autodrom Most สรุปการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Autodrom Most สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งนับเป็นสนามที่ 6 แล้วสำหรับฤดูกาล 2022 นี้ Toprak ขอสอง หลัง Bautista ได้ชัยไปก่อนในเรซแรก สถิติสนามใหม่ในรอบซูเปอร์โพล WorldSBK สถิติใหม่และตำแหน่งโพลโพซิชันสำหรับรอบนี้เป็นของ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) โดยยางหลังนั้นนักแข่งทุกคนเลือกใช้ยาง SCX ซึ่งปกติแล้วจะเป็น SCQ (เฉพาะสนามนี้) เนื่องจากสภาพของแทร็กนั้นค่อนข้างส่งผลร้ายต่อยาง นักแข่งจากไอริชเหนือผู้นี้กดเวลาไปที่ 1’30.947 นาที ด้วยการเลือกใช้ยางหลัง SCX และยางหน้า SC1 A0843 สูตรกำลังพัฒนา ตามด้วย Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ที่ใช้ยางหลัง SCX เหมือนกัน แต่ใช้ยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐาน และอันดับสุดท้ายของแถวหน้าตกเป็นของ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) ซึ่งใช้ยางแบบเดียวกับนักแข่งตุรกี ส่วนอันดับ 4 เป็นนักแข่ง Ducati อีกคนคือ Álvaro Bautista WorldSSP สำหรับรุ่นรองอย่าง WolrdSSP ในรอบซูเปอร์โพลนั้น นักแข่งเลือกใช้ยางหลัง SC0 และยางหน้า SC1 ซึ่งเป็นสูตรมาตรฐานทั้งคู่ รุกกี้อย่าง Rookie Lorenzo Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team) เป็นผู้ได้ตำแหน่งโพลไปด้วยเวลาสถิติใหม่ ที่ 1’34.952 นาที และเป็นโพลครั้งที่ 2 ของเขา ถัดมาเป็นนักแข่งอิตาลีอีก 2 คน คือ Federico Caricasulo (Althea Racing) และ Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team) ส่วนกริดที่ 4 เป็นของนักแข่งชาวสวิสแชมป์คนล่าสุด Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) WorldSSP300 นักแข่งอิตาเลียน Kevin Sabatucci ควบ Kawasaki Ninja 400 ในสังกัด Kawasaki GP Project คว้าโพลมาได้เป็นครั้งแรกในการแข่งของเขาด้วยเวลา 1’47.921 นาที โดยนักแข่งจาก Marche ผู้นี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเขาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงซ้อมอิสระ ไต่จากอันดับ 8 ในรอบ FP1 เป็นอันดับ 6 ในรอบ FP2 และจบเวลาเร็วสุดในรอบควอลิฟาย ส่วนแถวหน้าที่เหลือเป็นนักแข่งบราซิลอย่าง Humberto Maier (AD78 Team Brasil by MS Racing) และนักแข่งสเปนอย่าง Alex Millan (SMW Racing) ระเบิดศึกระห่ำเรซแรก WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก 26 องศา / อุณหภูมิอากาศ 19 องศา) หลังจากคว้าดับเบิ้ลวินที่ Misano มา Álvaro Bautista ก็ยังกลับมาเอาชนะในเรซนี้ได้อีก เก็บสถิติโพเดียมที่ 1,000 ของ Ducati มาได้ เริ่มการแข่งขัน Jonathan Rea ที่ทำลายสถิติเวลาสนามนี้ในรอบซูเปอร์โพลได้ออกจากตำแหน่งโพลก็จริงอยู่แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะทิ้งห่างนักแข่งชาวสเปนที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 4 ไปได้ โดยสามารถเกาะติดกลุ่มนำได้จนกระทั่งขึ้นนำเองในแล็ปที่ 10 และรักษาตำแหน่งไว้ได้จนธงตาหมากรุกโบกสะบัดให้เขา อย่างไรก็ตามการแข่งขันยังคงร้อนแรงต่อเนื่องเพื่อแย่งชิงตำแหน่งบนโพเดียมที่เหลือ ซึ่งอันดับ 2 และ

Pirelli จัดยางซอฟต์ ช่วยนักแข่งสู้ศึก WSBK ที่เช็ก งานพัฒนาของพีเรลลี่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันหยุด จนกระทั่งตอนนี้การแข่งขัน WorldSBK ดำเนินเข้าสู่สนามที่ 6 ที่จะขึ้นที่สาธารณรัฐเช็ก กับสนาม Autodrom Most ซึ่งเป็นสนามที่โหดร้ายกับยางมากที่สุดสนามนึง โดยงานนี้ Pirelli จัดยางซอฟต์ แต่ไม่ซอฟต์จนเกินไป โดยจะจัดยางหลัง SC0 สูตรใหม่ไปเปิดตัวในสนามนี้ และจัดยาง SCX แทนที่ยาง SCQ ในการแข่งขันที่สนามนี้ ตัวเลือกยางสำหรับสนามนี้ พีเรลลี่ดำเนินการตามแผนการพัฒนาที่ได้วางไว้แล้วสำหรับปีนี้ต่อกับสนาม Most แห่งนี้ ซึ่งสนามนี้จะจัดแข่งเป็นครั้งที่ 2 ของการแข่ง WorldSBK แม้ว่าจะมีการปรับปรุงสนามแห่งนี้ให้ทันสมัยมากขึ้นในระหว่างพักฤดูกาลการแข่งขัน แต่ตัวแทร็กเองก็ยังคงกินยางมากเนื่องจากเลย์เอาต์ของสนาม และบางส่วนของสนามยังมีการปรับผิวใหม่ทำให้ต้องเจอกับปัจจัยที่ส่งผลต่อยางที่เราไม่อาจจะคาดเดาได้อีกด้วย และด้วยสาเหตุนี้เองบวกกับข้อมูลที่ทางแบรนด์ตัวพียาวได้รวบรวมมาจากการแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว ทางแบรนด์จึงเลือกที่จะปรับเปลี่ยนยางใหม่ให้เหมาะสมสอดคล้องมากขึ้น สำหรับยางหน้าในรุ่น WorldSBK นั้นจะมียางเตรียมไว้ให้ทั้งหมด 3 สูตร ทั้ง 36 สูตรจะเป็นยางซอฟต์ทั้งหมด ได่แก่ SC1 สูตรมาตรฐาน, SC1 A0674 สูตรกำลังพัฒนาที่เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว และ SC1 A0843 ยางสูตรกำลังพัฒนาที่เคยใช้ไปแล้วแค่เพียงสนามเดียวคือที่ Assen ซึ่งจะนำกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อพิสูจน์ผลงานที่สนาม Most แห่งนี้ สำหรับยางหลังในรุ่น WorldSBK จะมีให้ 2 สูตรคือ SC0 สูตรมาตรฐาน และ SC0 B0624 สูตรกำลังพัฒนา ซึ่งตัวหลังนี้จะต่างจากยางปกติทั้งตัวคอมปาวด์และโครงสร้างยาง และเพื่อให้ตอบสนองกับลักษณะของแทร็กได้ดีมากที่สุด ยาง SCQ จะไม่มีการนำมาใช้ในสนามนี้ โดยในรอบซูเปอร์โพลและซูเปอร์โพลเรซจะใช้ยาง SCQ แทน สำหรับยางในรุ่น WorldSSP ยางหน้าจะมีให้เลือกเป็น SC1 และ SC2 ส่วนยางหลังจะเป็น SC0 และ SC1 ในช่วงฤดูหนาวสนาม Most Autodrome ซึ่งเปิดให้ใช้งานมาตั้งแต่ปี 1983 ก็ได้รับการซ่อมแซมปรับปรุงหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการลาดยางใหม่ในบางส่วน เช่น ทางตรงก่อนเข้าเส้นชัยและโค้งชิเคนแรก หลาย ๆ ส่วนได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ปลอดภัยมากขึ้นหากเกิดฝนตกลงมา ทั้งด้วยวิธีการทำทางท่อระบายน้ำใหม่กระทั่งปรับผิวใหม่ พื้นที่รันออฟและกรวดบางโค้งได้รับการขยายให้มีพื้นที่มากขึ้นโดยมีการใช้กรวดกว่า 5,500 ตันและดินอีกหลายพันตัน มีสถานีจับเวลาใหม่และมีกล้องความคมชัดสูงระดับ 4K อีก 27 ตัวถูกติดตั้งเข้าไปเพื่อมอนิเตอร์แทร็ก โดยตัวกล้องมีตัวปัดน้ำฝนและสามารถหมุนได้อีกด้วย และสุดท้ายก็คือมีหอควบคุมที่สร้างขึ้นมาใหม่และมีขนาดใหญ่ขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เหมาชัยสามเรซรวดในศึก WSBK ที่ Donington Park สำหรับการแข่งขัน WorldSBK 2022 สนามนี้จัดขึ้นที่สนาม Donington Park ประเทศอังกฤษ ซึ่งนับเป็นสนามที่ 5 ของฤดูกาลนี้แล้ว การแข่งขันในสนามนี้ทาง Pirelli ก็ได้ตัดสินใจเลือกเตรียมยางซอฟต์ไปมากเป็นพิเศษเพื่อให้ตอบโจทย์การแข่งขันในสนามแห่งนี้มากที่สุด รอบซูเปอร์โพล รุ่น WorldSBK (อุณหภูมิผิวแทร็ก 34 องศา / อุณหภูมิอากาศ 19 องศา) หลังจากที่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทตำแหน่งโพลครั้งแรกของฤดูกาลนี้ที่ Estoril มาแล้ว เขาก็ทำมันได้อีกครั้งที่สนามแห่งนี้ โดยแชมป์โลก 6 สมัยคว้าตำแหน่งโพลมาได้ด้วยสถิติเวลาแล็ปที่ 1’26.080 นาที ทำลายสถิติเวลาแทร็กที่เคยบันทึกไว้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2017 โดยอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขา Tom Sykes (1’26.641) เกินกว่าครึ่งวินาที นักแข่งทั้งหมดทุกคนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ซึ่งนักแข่งจากไอริชเหนือเลือกจับคู่เข้ากับยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา A0674 SC1 ขณะที่เพื่อนร่วมทีม Alex Lowes ที่ได้สถิติเวลาดีเป็นอันดับ 2 เลือกยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐานแทน ส่วน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกสตาร์ทเป็นคนสุดท้ายของแถวหน้า ก็เลือกใช้ยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐานเช่นกัน ขณะที่ผู้ออกสตาร์ทลำดับที่ 4 กลับเป็น Scott Redding (BMW Motorrad WorldSBK Team) และที่ห้าตกเป็นของ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เลือกยางหลังสูตรกำลังพัฒนาเช่นเดียวกับ Rea รุ่น WorldSSP (อุณหภูมิผิวแทร็ก 31 องศา/ อุณหภูมิอากาศ 19 องศา) เป็นการแย่งชิงตำแหน่งบนกริดสตาร์ทที่เข้มข้นร้อนแรงขั้นสุด ระหว่าง Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha), Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team), และ Glenn Van Straalen (EAB Racing Team) ต่างคนต่างผลัดกันขึ้นทำเวลาดีกว่ากระทั่งท้ายที่สุดตำแหน่งโพลตกเป็นของนักแข่งชาวสวิสที่ทำเวลาได้ดีกว่าที่ 1’29.961 นาที(ทำสถิติเวลาเป็นรองสถิติเวลาของ Kenan Sofuoglu ที่ทำไว้ในปี 2015 เพียง 0.036 วินาทีเท่านั้น) กลายเป็นการคว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 4 ติดต่อกันของเขา และเป็นครั้งที่ 100 ในรุ่น WorldSSP สำหรับค่ายรถจากเมืองอิวาตะ ส่วนนักแข่งดูคาติชาวอิตาลี และนักแข่งยามาฮ่าชาวดัตช์ได้ออกสตาร์ทเป็นแถวหน้าถัดลงมาตามลำดับ โดยนักแข่งทุกคนเลือกใช้ยาง SCX เป็นยางหลังและ SC1 เป็นยางหน้า การแข่งขันในเรซ 1 รุ่น WorldSBK (อุณหภูมิผิวแทร็ก 46 องศา / อุณหภูมิอากาศ 24 องศา) การแข่งขันในเรซนี้นั้นนักแข่งต่างก็เลือกยางหลังเหมือนกันคือ SCX ขณะที่ยางหลังนั้นก็จะมีเลือกแตกต่างกันออกไป Rea, Lowes, Redding และ Bautista เลือกใช้ยางสูตรกำลังพัฒนา A0674 SC1 ขณะที่ Razgatlioglu และ Rinaldi เลือกใช้ยางสูตรมาตรฐาน SC1 ออกสตาร์ทผู้ป้องกันแชมป์โลกออกสตาร์ทจากกริดที่สามได้อย่างยอดเยี่ยม ขยับขึ้นนำทันทีและทิ้งห่างไร้การรบกวนแบบม้วนเดียวจบ โดยทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Rea ถึง 6 วินาที และห่างจาก Lowes ถึง 9 วินาที นี่ทำให้นักแข่งชาวตุรกีคว้าชัยเป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาลนี้นับจากการชนะรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Misano โดยการแข่งขันในเรซนี้มีการดวลกันสุดมันระหว่าง Rea และ Bautista เพื่อแย่งอันดับ 2 ซึ่งมาสิ้นสุดลงในแล็ปที่ 16 โดยนักแข่งชาวสเปนพลาดล้มออกจากโค้งที่ 12

Pirelli เลือกเน้นยางซอฟต์ รับศึก WSBK ที่ Donington Park การแข่งขันสนามที่ 5 ของรายการ FIM Superbike World Championship ซึ่งจะระเบิดศึกขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ที่ Donington Park ประเทศอังกฤษ ซึ่งสนามนี้ Pirelli เลือกเน้นยางซอฟต์ เพื่อรับกับสนามแห่งนี้ โดยตัดสินใจใช้สูตรยางซอฟต์ที่สุดเท่าที่มี เพื่อใช้ในยางหลัง ซึ่งได้แก่ SCX, SC0 และ SCQ ซึ่งเจ้าตัวหลังนี้จะใช้เฉพาะตอนควอลิฟายกับการแข่งรอบซูเปอร์โพลเรซเท่านั้น ขณะที่ยางหน้าจะใช้ยาง SC1 สูตรมาตรฐาน และยางสูตร SC1 A0674 ยางสูตรกำลังพัฒนา และสำหรับการแข่งขัน WorldSSP ก็จะใช้สูตรยางมาตรฐานแบบเดียวกับที่เคยใช้ในแทร็กนี้เมื่อครั้งสุดท้ายในปี 2019 นั่นก็คือ SC1 และ SC2 ที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังจะเป็น SCX และ SC0 ขณะที่รายการแข่งสำหรับนักแข่งวัยเยาว์อย่าง Yamaha R3 bLU cRU European Cup ก็จะได้แข่งในสนามนี้ด้วย ทว่าการแข่งขัน WorldSSP300 จะไม่ได้แข่งในสนามนี้ และจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในสนามหน้าที่สาธารณรัฐเช็ก สนาม Donington Park ที่ตั้งอยู่ใน East Midlands ใกล้กับ Sherwood Forest สร้างมานานกว่า 90 ปีแล้ว มันเป็นสนามที่เป็นส่วนผสมระหว่างส่วนที่ใช้ความเร็วได้มาก ส่วนขึ้นและลงเนิน และโค้งความเร็วต่ำ สลับกับทางตรงที่ทำให้ต้องเบรกหนัก ๆ และต้องเร่งความเร็วอย่างทันทีทันใด เช่นตอนที่ออกจากโค้ง 8 ที่ Coppice เป็นจุดที่คุณเร่งความเร็วสูงสุดที่ทางออกโค้ง ขณะที่โค้งความเร็วปานกลางอย่างที่ Old Hairpin และ McLeans คือโค้งที่คุณไม่สามารถลงต่ำไปกว่า 100 กม./ชม.ได้ Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตกล่าวว่า “ผลลัพธ์หลังจากการทุ่มเทพัฒนาอย่างหนักนั้นมาปรากฏผลที่ Misano แต่ที่ Donington เรากลับมาเลือกใช้ยางแบบเดิมมากขึ้น โดยมีให้เลือกอย่างครบถ้วน เว้นแต่ยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา SC1 A0674 ซึ่งไม่ได้เป็นยางใหม่สำหรับทีมแข่ง เพราะเคยนำมาให้ใช้ในการแข่งปีนี้มาแล้ว เรารู้ว่าสนามแห่งนี้ดี เพราะเราเคยแข่งที่นั้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทั้งในศึก WorldSBK และในศึก British Superbike Championship ในฐานะเป็นผู้ซัพพอร์ตยางเพียงรายเดียว และเมื่อปีที่แล้วเราก็ประสบความสำเร็จกับยางสูตรซอฟต์ที่สุดที่เคยมีมา และถ้าอุณหภูมิมันเอื้ออำนวยแล้วล่ะก็ SCX จะเป็นยางที่ได้รับความนิยมและถูกเลือกใช้เป็นยางหลังมากที่สุดอย่างแร่นอน ส่วน SC0 ก็ยังคงจะเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้อยู่” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Razgatlıoğlu เผยพอใจที่ได้ลองขี่ YZR-M1 ที่ Aragon มาก ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้แชมป์โลกคนล่าสุดจากฝั่ง Superbike World Championship อย่าง Toprak Razgatlıoğlu เผย ว่าพอใจกับผลที่ได้ทดลองขับขี่ Yamaha YZR-M1 ในการทดสอบ MotoGP Test แบบไพรเวตที่สนาม MotorLand Aragón ซึ่งอาจจะเป็นเค้าลางของการย้ายมาทำการแข่งเวทีใหญ่ขึ้นก็เป็นได้ หลังจากที่เขาได้ชัยชนะครั้งแรกในศึก WorldSBK ฤดูกาล 2022 ที่ Misano นักแข่งสัญชาติตุรกีก็ได้ทดลองเปลี่ยนรถจาก Yamaha R1 มาเป็น Yamaha YZR-M1 ทั้งหมดรวม ๆ 40 แล็ป ที่ Aragon ซึ่งเต็มไปด้วยโค้งไฮสปีดและโค้งยาก ๆ กับความยาว 5.078 กม. บวกกับทางตรงยาว ๆ ระหว่างโค้ง 15 และ 16 ช่วยให้เขาได้รับและสัมผัสประสบการณ์และสมรรถนะในทุก ๆ มุม ทุก ๆ ด้านของ เจ้า YZR-M1 ได้เป็นอย่างดี นักแข่งหนุ่มวัย 25 เริ่มต้นวันด้วยการลองขี่ไปก่อน 12 แล็ปเพิ่มสร้างความคุ้นเคยกับรถและยาง จากนั้นก็วิ่งเป็นรัน รันละไม่กี่แล็ป โดยมีทีมทดสอบของทาง Yamaha MotoGP มาช่วยปรับจูนรถให้เข้ากับฟีดแบ็กของทาง Toprak รวมไปถึงนำข้อมูลไปวิเคราะห์อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี Cal Crutchlow เทสต์ไรเดอร์ของ Yamaha MotoGP มาช่วยแนะนำเพิ่มความมั่นใจและความเร็วให้กับเขาอีกด้วย โดยนำเอาเวลาแล็ปในการแข่ง WorldSBK มาเปรียบเทียบ อย่างไรก็ดีโชคไม่ดีนักการทดสอบนั้นจบลงเร็วเกินไปเนื่องจากฝนถล่มลงมาอย่างหนักในช่วงบ่ายแก่ ๆ ซึ่งทำให้เขาไม่มีโอกาสที่จะฝึกซ้อมต่อ “นี่เป็นครั้งแรกของผมกับ Yamaha YZR-M1 รถแข่ง MotoGP และผมรู้สึกว่ามันแตกต่างจาก R1 ของผมไปโดยสิ้นเชิงเลย มันมีแรงม้ามากกว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่แตกต่างออกไป ชุดเกียร์บ็อกซ์ที่ไร้รอยต่อ ซึ่งสำหรับผมแล้วถือว่ามันเป็นอะไรที่ใหม่ไปหมดเลย ทุก ๆ แล็ปที่ได้ขี่ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย เพราะหลังจากที่แข่ง WSBK มา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมาปรับตัวเพื่อให้ขี่รถแข่ง MotoGP โชคดีที่ผมมี Cal Crutchlow มาให้คำแนะนำและเขาก็ช่วยผมได้มากจริง ๆ รถมันดีมาก ๆ โดยเฉพาะทางตรงที่มันขี่ได้เร็วโคตร ๆ และมันน่าสนใจที่เราได้ลองเบรกคาร์บอน” “วันนี้อากาศร้อนมากจริง ๆ เราก็เลยต้องขี่กันรันละ 5 – 6 แล็ปหลังจากที่ลองขี่รอบแรก 12 แล็ปเพื่อให้ได้คุ้นเคยกับรถ ตอนที่ผมดูการแข่ง MotoGP ผ่านทีวีที่นี่ คุณจะเห็นได้ว่ามันมีบัมพ์อยู่บ้าง และวันนี้ผมก็ได้สัมผัสมันแล้ว มันไม่ได้แย่อะไรนัก แต่คุณต้องเปิดคันเร่งใส่มันเข้าไปเลย เพราะถ้าคุณผ่อนล่ะก็มันจะยิ่งทำให้รถมันออกอาการ โดยรวมแล้วผมคิดว่าการทดสอบครั้งนี้ดีมาก ๆ เลย ถึงแม้ว่ามันจะสั้นไปหน่อยจากการที่มีฝนตกลงมาในช่วงบ่าย ซึ่งทำให้ผมไม่ได้ขับขี่ทดสอบมากเท่าที่ผมต้องการ แต่ผมก็สนุกกับการขับขี่รถแข่ง MotoGP มากจริง ๆ ขอบคุณทางยามาฮ่ามาก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผมครับ” งานนี้ปีหน้าเราอาจจะได้เห็นเขาเปลี่ยนเวทีการแข่งขันไปสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้นอีกก็เป็นได้นะครับเนี่ย ก็ต้องมารอติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซ ที่ Misano หลังเลือกใช้ Pirelli SCX สูตรพัฒนาใหม่ นับเป็นการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ Pirelli ซึ่งก่อนจะเริ่มการแข่งขันในรอบ รอบ Pirelli Emilia-Romagna หรือการแข่งขันที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี ก็ได้มีการตระเตรียมยางใหม่เพิ่มอีก 2 สูตรใหม่ ซึ่งเป็นสูตรกำลังพัฒนานั่นเอง โดยยางหลัง 2 สูตรใหม่ ได้แก่ SCX (B0452) และ SCX (B0453) ต่างจาก SCX ธรรมดาในเรื่องของคอมปาวด์และโครงสร้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้ายางสองสูตรใหม่นี้มีคอมปาวด์เดียวกัน (แต่ต่างจากตัวมาตรฐานนะ) แต่ทั้งสองมีโครงสร้างต่างกัน และยางสูตรกำลังพัฒนาที่เป็นสูตรใหม่นี้ก็มีส่วนช่วยให้ Alvaro Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซที่สนามแห่งนี้ เริ่มด้วยการทำลายสถิติ นับตั้งแต่ปี 2009 Ducati ไม่เคยได้ตำแหน่งโพลที่สนามแห่งนี้เลย แต่ทว่าปีนี้ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กลายเป็นคนที่ทำลายคำสาปนี้ลงพร้อมกับทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’33.328 นาที คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 5 ในชีวิตการเป็นนักแข่งของเขา โดยยางที่เขาเลือกใช้นั้นเป็นยาง SC1 สูตรกำลังพัฒนาที่ยางหน้า และยาง SCQ ยางเอ็กซ์ตราซอฟต์ในยางหลัง คว้าชัยในเรซแรก นักแข่งชาวสเปนผู้นี้ยังชนะเรซแรกด้วยการเลือกยางที่แตกต่างไปจากนักแข่งส่วนใหญ่ เลือกยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่รหัส B0453 แทน เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Michael Rinaldi ขณะที่นักแข่งส่วนใหญ่รวมไปถึง Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea เลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรกำลังพัฒนา B0452 และนั่นก็ช่วยให้เขาคว้าชัยเหนือคู่แข่งที่เป็นทั้งแชมป์โลกคนปัจจุบันและแชมป์โลก 6 สมัย รั้งอันดับ 2 รอบซูเปอร์โพลเรซ สำหรับในรอบซูเปอร์โพลเรซ Bautista ยังคงเลือกใช้ SC1 สูตรกำลังพัฒนาในยางหน้าส่วนยางหลังก็ยังคงใช้ SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาเหมือนกับตอนเรซแรก และสามารถเข้าเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกอย่าง Toprak เก็บชัยเพิ่มในเรซที่ 2 ปิดท้ายสุดสัปดาห์ที่น่าจดจำสำหรับ Bautista และ Ducati เขาเลือกใช้ยาง SC1 สูตรกำลังพัฒนาในยางหน้าและยังมั่นใจใช้ยาง SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาในยางหลัง และนั่นทำให้เขาสามารถคว้าชัยและหยุดความคาดหวังของ Razgatlioglu ที่หวังจะได้ชัยชนะในเรซนี้ไป ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของเพื่อนร่วมทีมชาวสเปนของเขา Michael Ruben Rinaldi จากการแข่งขัน WorldSBK สนามนี้เผยให้เห็นว่ายาง SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาที่เป็นสูตรใหม่นั้นตอบโจทย์การแข่งขันในสนามนี้ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงยางสูตรนุ่มพิเศษสำหรับรีดเวลาก็ยังคงตอบโจทย์และสามารถทำลายสถิติเวลาได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย นับได้ว่า Pirelli ทำการบ้านออกมาได้ดีสมกับเป็นผู้ซัพพอร์ตยางเพียงรายเดียวให้กับการแข่งขันรายการนี้ และแน่นอนว่าในอนาคตคุณเองก็อาจจะได้ลองใช้ยางที่ใช้ในสนามแข่งระดับโลกเหล่านี้ด้วยก็เป็นได้ Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak คว้าชัยแรกของปี ทว่า Bautista ซิวเพิ่มอีก 2 ที่ Misano ในศึก WSBK จบกันไปแล้วกับศึกรถโปรดักชันสุดมัน WorldSBK 2022 ที่สนาม Misano ประเทศอิตาลี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าบทความนี้เราก็จะไปสรุปผลการแข่งขันในแต่ละช่วงแต่ละรุ่นกันเช่นเคยครับ ไปลุยกันเลย สรุปรอบซูเปอร์โพล WorldSBK ในรอบควอลิฟายหรือซูเปอร์โพล Ducati ไม่เคยได้ตำแหน่งโพลที่สนาม Misano เลยสักครั้งนับตั้งแต่ปี 2009 แต่ในปีนี้ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กลายเป็นคนที่ทำลายคำสาปนี้ลงพร้อมกับทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’33.328 นาที คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 5 ในชีวิตการเป็นนักแข่งของเขา ออกสตาร์ทเป็นคนแรกในเรซแรกของสนามนี้ นักแข่งชาวสเปนนั้นในทางตรงนั้นเร็วมากจริง ๆ แต่ทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เองก็ไม่ได้เอาแต่ดูเฉย ๆ กดเวลาจนสามารถออกสตาร์ทที่ตำแหน่งกริดที่ 2 และ 3 ได้ตามลำดับ โดยทั้งสามคนต่างก็เลือกใช้ยางหลัง SCQ ขณะที่ทางด้าน Bautista เลือกใช้ยางหน้า SC1 สูตรกำลังพัฒนาช่วยรีดเวลาจนถึงที่สุด WorldSSP ส่วนทางด้านการแข่งขันรุ่น WorldSSP นักแข่งชาวสวิส Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 3 ติดต่อกันแล้ว และถือเป็นครั้งที่ 7 ในการแข่งขันพิกัดนี้ และยังทำลายสถิติสนามที่ถูกสร้างไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้วด้วยเวลา 1’37.173 นาที ถัดจากเขาลงมาเป็นนักแข่งอิตาลี 4 คนรวด ได้แก่ Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team), Lorenzo Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team), Federico Caricasulo (Althea Racing) และ Yari Montella (Kawasaki Puccetti Racing) WorldSSP300 หลังจากกดเวลาดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรอบซ้อมอิสระช่วงที่ 2 ของวันศุกร์ นักบิดหนุ่มจากทัสคานี Matteo Vannucci ที่ควบรถแข่ง Yamaha YZF-R3 ภายใต้สังกัด AG Motorsport Italia Yamaha ทำลายสถิติอีกคน กลายเป็นนักแข่งชาวอิตาลีคนแรกในคลาสนนี้ที่สามารถคว้าตำแหน่งโพลในแทร็กบ้านเกิด ส่วนอันดับถัดลงมาเป็นของนักแข่งคาวาซากิสองคนที่ได้ออกสตาร์ทแถวหน้านั่นคือ Victor Steeman (MTM Kawasaki) และ Iñigo Iglesias (SMW Racing) สรุปการแข่งขันใน RACE 1 WorldSBK Race 1 (อุณหภูมิแทร็ก 53°C / อุณหภูมิอากาศ 26° C) เป็นสุดสัปดาห์ที่น่าจดจำสำหรับ Álvaro Bautista และดูคาติ หลังจากที่ทำลายสถิติเวลาสนามพร้อมทั้งคว้าตำแหน่งโพลมาได้ นักแข่งชาวสเปนผู้นี้ยังชนะเรซแรกด้วยการเลือกยางที่แตกต่างไปจากนักแข่งส่วนใหญ่ ขณะที่นักแข่งส่วนใหญ่รวมไปถึง Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea เลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรกำลังพัฒนา B0452 แต่เขากลับเลือกยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่รหัส B0453 แทน เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Michael Rinaldi ยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่บนพื้นฐาน SCX ทั้งสองสูตรนั้นมีคอมปาวด์เดียวกันแต่ต่างกันที่โครงสร้าง ขณะที่ยางหน้านั้นก็เลือกต่างกัน โดย Bautista และ Rea ใช้ SC1 สูตรกำลังพัฒนา ขณะที่ Razgatlioglu และ Rinaldi เลือกใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน โดยรวมแล้วนักแข่ง 17 คนจาก 25 คนเลือกใช้ยาง

Pirelli ไม่หยุดพัฒนา เตรียมส่งยางหลังสูตรใหม่ที่ Misano ค่ายยางตัวพียาวเตรียมยางหลังสูตรใหม่บนพื้นฐาน SCX ไปเพิ่มอีก 2 สูตร เพื่อใช้ในการแข่งขัน WorldSBK ในรอบ Pirelli Emilia-Romagna หรือการแข่งขันที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี เป็นการเน้นย้ำว่า Pirelli ไม่หยุดพัฒนา ได้ดีจริง ๆ กล่าวคือนอกเหนือไปจากยางสูตรมาตรฐานอย่าง SCQ, SC0 และ SCX แล้ว ในส่วนของยางหลังนั้นจะมียางใหม่เพิ่มอีก 2 สูตรใหม่ ซึ่งเป็นสูตรกำลังพัฒนาอีกนั่นเอง ตัวเลือกยางสำหรับสนามนี้ มันถึงเวลาสำหรับการพัฒนายางแล้ว เพราะนี่คือการแข่งขันสนามที่ 4 ของการแข่งขัน WorldSBK อีกทั้งสนามนี้พีเรลลี่ยังเป็นไตเติ้ลสปอนเซอร์ของรอบนี้อีกด้วย โดยการแข่งขันสนามนี้จะจัดขึ้นที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli โดยในการแข่งขันในรุ่นใหญ่รุ่นซูเปอร์ไบค์นั้น ยางหลังจะมีสูตรยางกำลังพัฒนาบนพื้นฐาน SCX หรือยางซูเปอร์ซอฟต์สูตรกำลังพัฒนาสูตรใหม่เพิ่มอีก 2 สูตร เข้ามาเพิ่มจากเดิมที่มี SCX, SC0 และ SCQ ซึ่งเคยแสดงศักยภาพใน 3 สนามแรกมาแล้ว ส่วนยางหน้าจะมี SC1 สูตรมาตรฐานและ SC1 A0674 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา ให้เลือกใช้ โดยยางหลัง 2 สูตรใหม่ ได้แก่ SCXA (B0452) และ SCXB (B0453) ต่างจาก SCX ธรรมดาในเรื่องของคอมปาวด์และโครงสร้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้ายางสองสูตรใหม่นี้มีคอมปาวด์เดียวกัน (แต่ต่างจากตัวมาตรฐานนะ) แต่ทั้งสองมีโครงสร้างต่างกัน ขณะที่รุ่น WorldSSP จะยังคงใช้แค่ยางสูตรมาตรฐาน SC1 และ SC2 ในยางหน้า และ SCX และ SC0 ในยางหลัง ทั้งนี้แทร็กของสนาม Misano เคยถูกปรับสภาพผิวแทร็กใหม่หมดในปี 2015 (ออกแบบและสร้างในปี 1969) โดยใช้ยางมะตอยสูตรพิเศษเพื่อสู้กับผลของเกลือและความชื้นเนื่องจากสนามนั้นอยู่ใกล้กับทะเล ตัวผิวแทร็กที่มีความสากผสมกับอุณหภูมิที่สูงมากในช่วงมิถุนายน และโค้งขวาที่สร้างความเครียดเชิงกลกับเชิงอุณหภูมิให้กับไหล่ยางด้านขวามากคือจุดที่ท้าทายมากที่สุดสำหรับยางของสนามแห่งนี้ Giorgio Barbier ผู้อำนวยการด้านการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ เผยว่า “ปีนี้ก็ผ่านมานานแล้ว แต่เรายังไม่ได้นำยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่ ๆ เข้ามาใช้กับยางหลังเลย แต่เราจะทำมันที่ Misano เป้าหมายก็คือพัฒนาสมรรถนะของยาง SCX ให้ดียิ่งขึ้น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้พัฒนายางขึ้นมา 2 สูตรที่มีลักษณะต่างกัน และต่างออกไปจากสูตรมาตรฐาน แม้ว่าทั้งสองจะใช้คอมปาวด์เหมือนกัน แต่ก็ต่างจากตัวมาตรฐานและยังมีโครงสร้างที่แตกต่างกันอีกด้วย มันน่าสนใจมาก ๆ ที่เราจะได้รู้ว่ายางใหม่นี้จะส่งผลอย่างไรบ้างในสนามที่ท้าทายแห่งนี้ และจะยิ่งยากมากขึ้นอีกหากอุณหภูมินั้นสูงขึ้นมาก สั้น ๆ คือมันคือที่ ๆ ทดสอบยางของเราได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea ทำสถิติใหม่ พร้อมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ที่ Estoril ในศึก WorldSBK เรียกว่าเป็นปรากฎการณ์พิเศษจริง ๆ กับยางซอฟต์สูตรใหม่ SCQ จากทาง Pirelli ที่ล่าสุดก็ช่วยให้ Jonathan Rea ทำลายสถิติที่ Estoril ในรอบซูเปอร์โพลในศึก WorldSBK ได้อีกครั้ง โดยทำลายสถิติใหม่เร็วกว่าเวลาเดิมกว่าครึ่งวินาที ด้วยเวลา 1’35.346 นาที คว้าตำแหน่งโพลในการออกสตาร์ทเรซแรกไปได้ WorldSBK Race 1 เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเป็นทาง Razgatlioglu ที่ออกสตาร์ทได้ดีและขึ้นนำ โดยมี Rea ไล่ตามมาติด ๆ โดยในช่วงครึ่งแรกของเรซ ทั้งสองต่างก็ดวลกันเพื่อแย่งชิงชัยชนะทำให้มีการปะทะและแซงกันหลายครั้ง ถัดจากสองคนนำมาเล็กน้อยเป็น Álvaro Bautista, Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และ Scott Redding (BMW Motorrad WorldSBK Team) ที่แย่งชิงอันดับสุดท้ายบนโพเดี้ยม ครึ่งหลังของการแข่งขัน Bautista สบช่องที่จะปิดช่องว่างและยังมีเวลาเหลืออีก 6 แล็ป เขาได้โอกาสขึ้นแซงจากความผิดพลาดของ Rea และแย่งอันดับ 2 มาได้พร้อมกับเปิดฉากรุกไล่ Razgatlioglu กระทั่งในโค้งสุดท้ายนักแข่งชาวสเปนก็สามารถแซงนักแข่งตุรกีได้ในที่สุด ด้วยการใช้วิธีสลิปสตรีมในช่วงทางตรงนั่นเอง โดยการแข่งขันในเรซนี้นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยางหน้า SC1 A0674 สูตรกำลังพัฒนา ส่วนยางหลังจะเป็นยาง SCX สูตรมาตรฐาน มี Rea ที่สวนกระแส และสามารถคว้ารางวัล PIRELLI BEST LAP AWARD ที่สามารถทำสถิติเวลาแล็ปดีที่สุดที่ 1’36.204 นาที จากการใช้ยางหน้าสูตร SC1 A0674 และยางหลังสูตรมาตรฐาน SC0 WorldSSP Race 1 Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team) ออกสตาร์ทได้ดีมาก ๆ และได้ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงก่อน แต่ทว่าเกิดการผิดพลาดตั้งแต่ในแล็ปแรก ทำให้อันดับเขาตกลงไปอยู่อันดับ 6 โดยมีกลุ่มนำเป็น Can Öncü (Kawasaki Puccetti Racing), Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha), Glenn van Straalen (EAB Racing Team), และ Jules Cluzel (GMT94 Yamaha) ที่ดวลกันเพื่อแย่งตำแหน่งบนโพเดียม ครึ่งหลังของเรซแรกเป็น Aegerter นักแข่งชาวสวิสที่สามารถรักษาความเร็วเอาไว้ได้ดี และสามารถทิ้งระยะห่างจากกลุ่มตามได้มากขึ้นเรื่อย ๆ มีนักแข่งอิตาเลียนอย่าง Luca Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team) ที่ใช้โอกาสที่ van Straalen และ Cluzel ประสบอุบัติเหตุ เขยิบขึ้นมาเป็นอันดับ 2 กระทั่งสุดท้ายแล้ว เป็น Aegerter ที่เข้าเส้นก่อนเป็นอันดับแรก ตามมาด้วย Baldassarri และ Bulega ที่เฉือนเข้าเส้นได้ก่อน Öncü ในแล็ปสุดท้าย สำหรับเรื่องของยางนั้นทั้งกริดสตาร์ทต่างเลือกยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐาน แต่ยางหลังนั้นนักแข่งส่วนใหญ่เลือกยาง SCX สูตรมาตรฐานในการแข่งขัน WorldSSP300 Race 1 ในช่วงบ่ายการแข่งขัน WorldSSP300 เรซแรกของสนามนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น และจบลงด้วยชัยชนะของ Marc García (Yamaha MS Racing) และมี Samuel Di Sora (Leader Team Flembbo) จบที่อันดับ 2 ขณะที่อันดับที่ 3 ตกเป็นของโพลแมนอย่าง Yuta Okaya (MTM Kawasaki) สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ในวันอาทิตย์ที่

Pirelli จัดยางซอฟต์เน้น ๆ ให้นักแข่ง WSBK หวดที่ Estoril Pirelli จัดยางซอฟต์เน้น ๆ ให้นักแข่ง WSBK หวดที่ Estoril ประเทศโปรตุเกส เนื่องจากสภาพแทร็กที่ต้องการยางที่หนึบขั้นสุดเท่านั้น โดยยางหน้าจะเป็นยาง SC1 สูตรมาตรฐาน และจัดยางซอฟต์หนัก ๆ ให้ยางหลัง ทั้ง SCQ, SCX และ SC0 สำหรับการแข่งขันสนามที่ 3 ของการแข่งขัน WorldSBK และยังเป็นสนามแรกจากสองสนามที่อยู่ในประเทศโปรตุเกส ซึ่งทางค่ายยางตัวพียาวได้ตัดสินใจนำยางซอฟต์ไปมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้ในรุ่น WorldSBK ก็จะมียางหน้าที่เน้นไปที่ SC1 ยางซอฟต์สูตรมาตรฐาน ตามด้วย SC1 A0674 สูตรกำลังพัฒนา ขณะที่ยางหลังจะมีทั้ง SC0 และ SCX ยางซูเปอร์ซอฟต์ รวมไปถึงยาง SCQ ที่สามารถนำไปใช้ในช่วงซูเปอร์โพลได้อีกด้วย ขณะในรุ่น WorldSSP ยางหน้าจะเป็นยาง SC1 และ SC2 ส่วนยางหลังจะเป็น SCX, SC0 และ SC1 ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เน้นไปที่ยางซอฟต์ โดยสาเหตุที่จะต้องใช้ยางซอฟต์เป็นพิเศษจึงจะช่วยรีดสมรรถนะของรถออกมาได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากสนาม Estoril แห่งนี้มีเลย์เอาท์ที่หลากหลาย และมีความยาก โดยมีโค้งซ้าย 4 โค้ง โค้งขวา 9 โค้ง โดยแต่ละโค้งก็จะมีโหลดจากการเบรกที่หลากหลายต่างกันมาก โค้งขวาของสนามแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโค้งที่ทำความเร็วได้ ทำให้ยางด้านขวาร้อนกว่าปกติ กลับกันโค้งซ้ายกลับมีแต่โค้งชิเคนและโค้งความเร็วต่ำ ทำให้ยางด้านซ้ายร้อนน้อยกว่ามาก ขณะที่ทางตรงก็เป็นจุดที่ต้องรีดความเร็ว ทว่ากลับจบทางตรงด้วยโค้งคว่ามเร็วต่ำที่ต้องการเบรกหนัก ๆ ทำให้ยางรับภาระมาก ทั้งยังมีโค้งความเร็วสูงที่จำต้องเปิดคันเร่งให้ได้เร็วเพื่อทำเวลา ดังนั้นยางจะต้องหนึบเป็นพิเศษเพื่อตอบโจทย์การขับขี่ในแทร็กแห่งนี้นั่นเอง สุดท้ายนี้ก็ต้องรอชมกันว่ายางซอฟต์จากพีเรลลี่รวมไปถึงยางใหม่อย่าง SCQ จะสามารถพิชิตสนามนี้ ทำลายสถิติเวลาสนามได้อย่างที่ผ่าน ๆ มาได้หรือไม่กันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista แรงไม่แผ่วคว้าชัยเรซ 2 ด้าน Rea คว้าชัยเรซที่ 100 กับ Superpole การแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ Assen เป็น Jonathan Rea ที่คว้าชัยในรอบซูเปอร์โพล ขณะที่การแข่งขันในเรซที่ 2 นั้นชัยชนะตกเป็นของ Bautista ซึ่งเป็นการการันตีอย่างดีว่ายางหน้าสูตรใหม่ SC1 A0843 นั้นดีจริง ในการแข่งขันเรซที่ 2 นั้น 5 อันดับแรกนั้นมาจาก 5 ค่ายรถไม่ซ้ำกัน และ Bautista ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำในตารางคะแนนรวม โดยมีคะแนนนำหน้า Jonathan Rea 18 คะแนน นอกจากนี้เรซนี้ยังเป็นโพเดียมแรกในฤดูกาลนี้สำหรับ Locatelli จากทาง Yamaha และ Iker Lecuona จากทาง Honda ขณะที่รุ่น WorldSSP ก็เป็นทาง Aegerter ที่คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซไป การแข่งขัน WorldSBK ที่ Assen (Netherlands) ในวันอาทิตย์นั้นจบลงด้วยการแข่งขันสุดระทึกใจบรรดาแฟน ๆ สุด ๆ โดยในช่วงเช้าเป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่พิชิตชัยในรอบ Tissot Superpole race เหนือ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK) และ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ซึ่งโดนโทษปรับ 1 อันดับจากการขับเกินแทร็กลิมิตไปในแล็ปสุดท้าย ในการแข่งขัน WorldSBK เรซที่ 2 นั้น เรื่องราวกลับเป็นตรงกันข้าม เมื่อนักแข่งจาก Ducati เป็นฝ่ายคว้าชัยแซงหน้า Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และรุกกี้อย่าง Iker Lecuona (Team HRC) ไปได้ โดยการแข่งขันในช่วงบ่ายนั้นนักแข่งหันมาเลือกยางหน้าสูตรใหม่ A0843 SC1 ยางสูตรกำลังพัฒนา (ตัวเลือก C) มากขึ้น ขณะที่ยางหลังนักแข่งทุกคนต่างเลือกใช้ยาง SCX ยางสูตรมาตรฐาน (ตัวเลือก A) กันหมดเลย หลังจาก Rea และ Razgatlioglu ต้องออกจากการแข่งขันไปในเรซ 2 ก็เป็น Bautista ที่เข้าเส้นเป็นอันดับแรกและมีคะแนนนำ Jonathan Rea อยู่หัวตารางถึง 18 คะแนนและนำแชมป์โลกคนปัจจุบันมากถึง 45 คะแนน ส่วนนักแข่งสวิส Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) ก็สามารถคว้าชัยชนะ 3 เรซติดต่อกันมาได้ ทำให้รั้งจ่าฝูงตารางคะแนนรวม โดยทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Lorenzo Baldassarri 30 คะแนนด้วยกัน WorldSBK Tissot Superpole Race: ในช่วงประมาณ 11 โมงเช้าการแข่งขัน Tissot Superpole Race ได้เปิดฉากขึ้น และลดการแข่งขันเหลือเพียง 9 แล็ปเท่านั้นเนื่องมากจากดีเลย์เพราะปัญหาบนกริด Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกตัวจากตำแหน่งโพลโพซิชันได้สวยงามมาก ๆ ขึ้นนำ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ที่ซึ่งทำลายสถิติเวลาการแข่งขันใหม่ในแล็ปที่ 3 ด้วยเวลา 1’33.620 นาที เร็วกว่าเวลาในเรซแรกเกือบ 1 วินาที

Toprak ทำลายสถิติอีกครั้งที่ Assen ด้วยยางสูตรใหม่ SCQ สำหรับดาวเด่นในศึก WorldSBK ที่ Assen ครั้งนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากยางสูตรใหม่จาก Pirelli ซึ่งก็คือยาง SCQ ที่ช่วยให้ทำลายสถิติเวลาสนามไปได้กว่าครึ่งวินาที ทั้งยังมียางหน้าสูตรกำลังพัฒนา A0843 ที่นักแข่ง WSBK ส่วนใหญ่ถูกใจเลือกใช้ลงแข่งขันอีกด้วย การแข่งขันครั้งนี้ระเบิดศึกกันที่ Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ อดีตแชมป์โลก 6 สมัย Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไปในเรซแรกในสนามที่ 2 ของการแข่งขัน WorldSBK 2022 และนี่ยังเป็นชัยชนะครั้งที่ 17 ของเขาที่สนาม Assen TT Circuit แห่งนี้อีกด้วย ในเรื่องของยางนั้น Pirelli นั้นได้รับความพึงพอใจแบบสุด ๆ จากการนำยางใหม่มาใช้ในการแข่งขันที่ Assen โดยในระหว่างช่วงซ้อมอิสระ ยางหน้าสูตรใหม่ที่เป็นยางสูตร SC1 A0843 สูตรกำลังพัฒนา (ตัวเลือก C) ได้รับผลตอบรับในแง่ดีจากนักแข่งหลายคน โดยมีนักแข่งเลือกใช้มากเกินครึ่ง คือ 13 คนจากทั้งหมด 24 คน ในเรซแรก ขณะที่ยางหลังนั้นก็มียางสูตรมาตรฐานอย่าง SCX (ตัวเลือก A) ก็กลายเป็นยางที่ได้รับเลือกแบบเป็นเอกฉันท์มีนักแข่งเลือกใช้มากถึง 22 คนจาก 24 คน ยางถูกเลือกมานี้ช่วยให้นักแข่งสามารถรักษาความเร็วของตัวเองไว้ได้ตลอดทั้งการแข่งขันและยังสามารถดวลได้อย่างสูสีตั้งแต่แล็ปแรกจนแล็ปสุดท้าย ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันแล้ว ใน 6 อันดับแรกนั้นมีนักแข่งต่างหน้ามากถึง 5 ค่ายกันเลยทีเดียว โดยอันดับที่ 5 ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครคือ Iker Lecuona (Team HRC) ซึ่งฝีมือของเขานั้นอยู่ในระดับไม่พูดถึงไม่ได้ เช่นเดียวกันกับอันดับ 6 อย่าง Loris Baz (Bonovo Action BMW) นอกจากนี้ยางใหม่เอ็กซ์ตร้าซอฟต์อย่าง SCQ A1359 ยังใช้งานได้ยอดเยี่ยมช่วยให้ Toprak Razgatlioglu กดเวลาทำลายสถิติสนามใหม่ด้วยเวลา 1’32.934 นาที ซึ่งเร็วกว่าสถิติเดิมเกินกว่าครึ่งวินาทีเลยทีเดียว WorldSBK Race 1: เริ่มการแข่งขันเรซแรกนั้น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกสตาร์ทในตำแหน่งโพลและเขยิบขึ้นเป็นจ่าฝูงโดยมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) และทีมเมทอย่าง Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ไล่ตาม กระทั่งในแล็ปที่ 4 แชมป์โลก 6 สมัยสบช่องขึ้นแซงนักแข่งหมายเลข 1 คนปัจจุบันและขึ้นนำแทน และประคองไว้ได้จนกระทั่งผ่านครึ่งแรกของเรซไปได้ ขณะที่ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ที่ทำความเร็วได้อย่างน่าทึ่งเขยิบไล่ขึ้นมาจนมีตำแหน่งบนโพเดียม กระทั่งในแล็ปสุดท้ายที่เร้าใจสุด ๆ จากการที่นักแข่งจากค่ายแดงดูคาติไล่กัด Razgatlioglu แบบไม่ปล่อยห่างกันไม่กี่วินาที จนกระทั่งแซงนักแข่งจากยามาฮ่าได้ในที่สุด ทั้งยังเปิดฉากโจมตีJonathan Rea หลายคราจนกระทั่งชิเคนสุดท้าย แต่นักแข่งจากค่ายเขียวก็สามารถป้องกันตำแหน่งไว้ได้ดีจนเข้าเส้นเป็นอันดับที่หนึ่ง มี Bautista เข้าเส้นเป็นคนที่ 2 เฉือนกันเพียงเศษ 1 ใน 10 วินาทีเท่านั้น ถัดมาอันดับ 3 ตกเป็นของ Razgatlioglu โดยในเรซแรกนี้ 6 อันดับแรกเป็นนักแข่งจากค่ายต่างกันถึง 5 ค่าย เลยทีเดียว ตารางอันดับ WorldSBK Race 1: อันดับ นักแข่ง (ทีม) 1 J. Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK)

ยางใหม่ SCQ ช่วยให้นักแข่ง WSBK ทำลายสถิติเวลาสนามที่ Aragon ยางใหม่ SCQ ที่เป็นยางเนื้อนุ่มพิเศษเอ็กซ์ตร้าซอฟต์ตัวใหม่ของทางค่ายตัว P ยาวกลายเป็นพระเอกในการแข่งขัน WSBK รอบ Pirelli Aragón Round หลังช่วยให้นักแข่งจากสามค่ายรถสามารถทำลายสถิติเวลาแล็ปของสนามได้ และ Rea ยังสามารถคว้าชัยในเรซแรกด้วยยาง SC1 A0674 ยางสูตรกำลังพัฒนาอีกด้วย เรียกว่าเปิดฤดูกาล WSBK ได้สวยสำหรับ Jonathan Rea ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะครั้งที่ 9 กับสนามแห่งนี้ ขณะที่ในรุ่นรองอย่าง WorldSSP เป็น Baldassarri ที่สามารถคว้าชัยมาได้ และรุ่นเล็กอย่าง WorldSSP300 ชัยชนะนั้นตกเป็นของ Marc García เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2022 ที่ผ่านมา การแข่งขันวันแรกในศึก MOTUL FIM World Superbike Championship ได้จัดขึ้นที่สนาม MotorLand Aragón circuit ประเทศสเปน เป็นสนามแรก ในช่วงควอลิฟายนั้นยางจาก Pirelli ได้รับการไว้วางใจในเรื่องสมรรถนะอย่างมากจากสูตรยางที่เลือกมาในสนามนี้ โดยยางหลังสูตรใหม่ SCQ นั้นช่วยให้ 3 นักแข่งจากสามค่ายรถดัง (Razgatlioglu จาก Yamaha, Bautista จาก Ducati และ Rea จาก Kawasaki) สามารถทำลายสถิติเวลาสนามที่ Rea เคยทำไว้ในปี 2021 ที่ 1’48.458 ด้วยยางสูตรสำหรับควอลิฟายสูตรเก่า โดยสถิติเวลาที่ดีที่สุดของใหม่นั้นตกเป็นของ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ที่สามารถคว้าตำแหน่งโพลแรกของฤดูกาลนี้ไปได้ด้วยเวลา 1’48.267 WorldSBK Race 1 สำหรับเรซแรกนี้เป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่เฉิดฉาย เขาวางใจเลือกใช้ยางหน้า SC1 A0674 ยางสูตรกำลังพัฒนา และยางหลังเป็น SCX และสามารถโชว์ฟอร์มการแข่งขัน และยังป้องกันการรุกไล่จาก Razgatlioglu และ Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ตั้งแต่โค้งแรกยันโค้งสุดท้ายได้อย่างน่าทึ่งจนสามารถคว้าชัยชนะกลับบ้านจากกากแข่งขันเรซเปิดฤดูกาลของรุ่นใหญ่ได้อย่างสวยงาม ขณะที่ในคลาสซูเปอร์สปอร์ต รุกกี้อย่าง Lorenzo Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team) เป็นฝ่ายคว้าชัยแรกกลับบ้าน เอาชนะ Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) และ Can Öncü (Kawasaki Puccetti Racing) ไปได้ เรซแรกนี้ยางหลังสูตร SCX ยางซูเปอร์ซอฟต์จาก Pirelli ได้รับความเชื่อมั่นในเรื่องของสมรรถนะจากทั้งสองคลาสเลยทีเดียว โดยนักแข่งจากทั้ง 2 คลาสส่วนใหญ่เลือกใช้ทำศึก และส่งผลให้การแข่งขันนั้นสนุกสนานเพราะเต็มไปด้วยการเชือดเฉือนแซงกันไปมาตลอดทั้งเรซแม้ว่าสภาพอากาศจะค่อนข้างเย็นก็ตาม (อากาศ ~16°C ส่วนพื้นแทร็ก ~27°C). WorldSBK Race 1: โพลแมน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกสตาร์ทได้สวยและขึ้นนำมาก่อน แต่ถูก Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) โจมตีตั้งแต่ช่วงทางตรงและฉกอันดับผู้นำไปได้ตั้งแต่ในแล็ปแรก ถัดมาด้านหลังของทั้งสองคนเป็นนักแข่งจากค่ายแดงอย่าง Alvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) และ Michael Rinaldi (Aruba.It Racing – Ducati) และตามมาด้วย Iker Lecuona (Team HRC) ซึ่งการแข่งขันในครึ่งแรกนั้นตื่นตามาก ๆ เพราะตำแหน่งบนโพเดียมนั่นผลัดเปลี่ยนตลอด จากการพยายามโจมตีของแชมป์โลกคนใหม่

Pirelli ส่งยาง SCQ ให้นักแข่ง WSBK กดเวลาทำลายสถิติ ล่าสุดทางพีเรลลี่ผู้ผลิตยางสัญชาติอิตาลีก็ได้ประกาศเปิดยางตัวเลือกใหม่ที่นักแข่ง WSBK ได้เคยใช้ทดสอบในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2022 ให้เป็นยางคอมปาวด์นุ่มพิเศษพร้อมใช้ในการแข่งขันในรอบควอลิฟายและซูเปอร์โพลแล้ว หากนับตั้งแต่เริ่มต้นที่แบรนด์ยางตัวพียาวผู้สนับสนุนยางรายเดียวในการแข่งขัน WorldSBK ก็นับว่าเป็นเวลากว่า 19 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว และฤดูกาลนี้จะเป็นการแข่งขันปีที่ 53 แล้วของรายการนี้ โดยทางแบรนด์ได้ประกาศเปิดตัวอย่างคอมปาวด์พิเศษนี้อย่างเป็นทางการ โดยยางนี้จะออกแบบมาเพื่อใช้ในการแข่งในแบบที่มุ่งเน้นทำเวลาเป็นพิเศษ เนื่องจากมีคอมปาวด์ที่นุ่มเป็นพิเศษ สามารถทำเวลาได้ดียิ่งกว่า SCX ที่เคยเป็นคอมปาวด์ยอดนิยมจากฤดูกาลผที่ผ่านมา โดยจะใช้ยางนี้ในรอบควอลิฟายและรอบซูเปอร์โพลในช่วงเช้าของวันอาทิตย์เท่านั้น ในช่วงพักเบรกฤดูหนาวนั้นวิศวกรของทางแบรนด์ไม่ได้หยุดพักแต่อย่างใด ยังคงวิจัยและพัฒนาคิดค้นยางคอมปาวด์ใหม่นี้อยู่อย่างต่อเนื่องจนได้ยางคอมปาวด์ดังกล่าวมีรหัสพัฒนาว่า A1359 ซึ่งได้รับการทดสอบและยอมรับจากนักแข่งระดับซูเปอร์ไบค์มาแล้วหลายคน การทดสอบช่วงก่อนเปิดฤดูกาลที่สนาม MotorLand Aragon ที่ประเทศสเปนนั้นจะถูกใช้เป็นเวทีในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของยางสูตรพิเศษแท็กสีชมพูนี้ โดยสนามนี้จะมีพื้นแทร็กที่คมซึ่งสร้างภาระให้กับยางหลังอย่างมาก นอกจากนี้ในวันที่ลมแรงยังอาจจะมีทรายที่ถูกพัดเข้ามาในแทร็ก ซึ่งทำให้ยางเสียการยึดเกาะและเสียอาการได้ ทางพีเรลลี่เองก็ได้ทำการปรับยางทั้งคอมปาวด์แบบซอฟต์และมีเดียมมาให้เพื่อรองรับสถานการณ์นี้ รวมไปถึงช่วงซ้อมในตอนเช้าที่มีอากาศเย็นอีกด้วย ยางหน้าจะสึกหรอมากขึ้นจากแทร็กที่คม และจะต้องทนแรงเบรกที่มหาศาลที่จะเกิดขึ้นที่สุดปลายทางตรงฝั่งตรงข้ามพิทและทางลงเนินชันซึ่งสองจุดนี้จะสร้างภาระให้ยางหน้าอย่างมาก นอกจากนี้โค้งความเร็วสูงและการเปลี่ยนแปลงทิศทางหลายครั้งนั้นบีบบังคับให้ยางจะต้องมีให้ความแม่นยำและการยึดเกาะในระดับสูงอีกด้วย งานนี้ Pirelli ส่งยาง SCQ ให้นักแข่ง WorldSBK ทดสอบ สูตรยางที่จะมีรองรับให้นักแข่งในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP สำหรับรุ่น WorldSBK จะมียางสลิกให้เลือกทั้งหมด 8 สูตร แบ่งเป็นอย่างหน้า 3 สูตรและยางหลัง 5 สูตร โดยยางหน้าจะเป็นสูตรมาตรฐาน 2 สูตร คือ ยางซอฟต์ SC1 และยางมีเดียม SC2 และสูตรกำลังพัฒนาอีก 1 สูตร เป็น SC1 A0674 ซึ่งนักแข่งหลายคนให้การยอมรับและเลือกใช้ในการแข่งขันที่ Jerez และ Portimao เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับสูตรมาตรฐานแล้ว จะแตกต่างที่มีโครงสร้างใหม่ที่พัฒนามาเพื่อเพิ่มฟีลลิ่งที่ล้อหน้าให้กับนักแข่งมากขึ้น โดยเพิ่มพื้นที่รองรับเวลาเข้าโค้งและในช่วงกลางโค้ง ส่วนยางหลังจะมี 3 สูตรมาตรฐานได้แก่ ยางมีเดียม SC1 ยางซอฟต์ SC0 ยางซูเปอร์ซอฟต์ SCX A0557 ที่นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ในการแข่งขันที่ Misano ขณะที่ยางอีกสองสูตรที่เหลือจะเป็นยางที่กำลังพัฒนา โดยจะเป็นคอมปาวด์ SCQ ทั้ง 2 สูตร โดยจะเป็นสเปก SCQ A1359 ซึ่งเป็นสูตรแรกและได้รับการทดสอบไปบ้างแล้ว และ B0230 ซึ่งจะเป็นสูตรทางเลือกที่จะมีให้ทดลองใช้ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลเท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักเทคนิคได้มีโอกาสพัฒนาและปรับปรุงยางคอมปาวด์ใหม่เพิ่มขึ้น ขณะที่ในรุ่น WorldSSP จะมี 5 สูตรสำหรับแทร็กแห้ง แบ่งเป็นยางหน้า 2 สูตรและยางหลัง 3 สูตร ซึ่งทั้งหมดจะเป็นยางสูตรมาตรฐาน โดยยางหน้าจะมียาง SC1 สูตรใหม่จากยางพัฒนา SC1 A0460 และอีกสูตรคือ SC2 ที่เป็นยางมีเดียมที่ทนทานมากกว่ายางตัวแรก ขณะที่ยางหลังจะมี SCX, SC0 และ SC1 ซึ่งพัฒนามาให้มีสมรรถนะและการสึกหรอที่คงที่ และสุดท้ายนักแข่งในทุกคลาสจะมียางแบบกึ่งฝน และยางฝนให้เลือกในกรณีมีฝนตก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSSP 2022 ปรับกติกาใหม่ อะไรยังไง เรามีคำตอบ จากกรณีที่ทาง FIM หรือสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศได้ทำการปรับปรุงกฎกติกาของการแข่งขัน Supersport World Championship เรื่องของโฮโมโลเกชันเกี่ยวกับรถ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน เนื่องจากในตอนนี้รถสปอร์ตในพิกัดซูเปอร์สปอร์ตตามแบบที่สามารถใช้เป็น รถแข่ง WorldSSP ได้นั้น แทบจะไม่มีจำหน่ายแล้ว กลับกลายเป็นว่ามีการขยายความจุของเครื่องยนต์ในพิกัดเดิมให้มากขึ้นแทน ส่วนนึงก็เป็นเพราะเรื่องของมาตรฐานไอเสีย Euro5 WorldSSP 2022 ปรับกติกาใหม่ ดังนั้นทาง FIM ก็เลยปรับปรุงเรื่องโฮโมโลเกชันเสียใหม่เพื่อมีรถรุ่นใหม่ ๆ จากแบรนด์ต่าง ๆ สามารถเข้ามาทำการแข่งขันได้มากขึ้น เราก็เลยได้รวบรวมข้อมูลรุ่นรถที่สามารถใช้ลงแข่งในรายการนี้มาให้ พร้อมกับการจำกัดรอบเครื่องยนต์เบื้องต้นและน้ำหนักตัวรถมาให้อีกด้วยครับ โดยในปีนี้จะมีซูเปอร์สปอร์ตเจ็นฯ ใหม่ลงแข่งดังนี้ Ducati Panigale V2, MV Agusta F3 800, MV Agusta F3 Superveloce และ Triumph Street Triple RS ซึ่งก็จะลงแข่งร่วมกันกับรถรุ่นเดิมที่เคยทำการแข่งอยู่เดิม อาทิ Honda CBR600RR, Kawasaki ZX-6R, MV Agusta F3 675, Suzuki GSX-R600, Triumph Daytona 675R และ Yamaha YZF-R6 นอกจากนี้ในปี 2023 จะอนุญาตให้สามารถใช้ Kawasaki ZX-636R ลงแข่งได้อีกด้วย รวมไปถึงในอนาคตอาจจะมี Suzuki GSX-R750 มาลงแข่งได้ด้วยก็เป็นได้ ส่วนเรื่องของน้ำหนักจำกัดของรถแข่งทุกคันก็คือต้องไม่เบาไปกว่า 161 ก.ก.และไม่เกินไปกว่า 173 ก.ก. โดยทั้งรถและคนขับขี่จะต้องมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 242 ก.ก. โดยแต่ละรุ่นจะมีการจำกัดรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ไว้ดังตารางนี้ หมายเหตุ การจำกัดรอบเครื่องยนต์จะมีการพิจารณาและกำหนดขึ้นใหม่ทุก ๆ การแข่งขัน 3 สนาม อนึ่งกติกาคร่าว ๆ เพื่อให้เข้าใจการแข่งขันรายการนี้มากขึ้นคือรถแข่งทุกคันจะต้องใช้อะไหล่ของเดิมหลาย ๆ ส่วนที่ติดรถโปรดักชันมา เช่น ระบบกันสะเทือน เบรก และท่อไอเสีย เป็นต้น มาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเข้าใจการแข่งขันรายการนี้มากขึ้น และสนุกไปกับการเชียร์การแข่งขันนี้ได้มากขึ้นนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รู้หรือไม่ WorldSSP ไม่ได้มีแต่รถแข่ง 600 ซีซีนะ สำหรับคนที่ยังไม่รู้ WorldSSP คือการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกรายการนึงที่ใช้รถโปรดักชันระดับกลางหรือที่นิยมเรียกกันว่ารถซูเปอร์สปอร์ต มีชื่อการแข่งขันเต็ม ๆ ว่า Supersport World Championship และเป็นรายการย่อยในการแข่งขันใหญ่อย่าง WorldSBK ซึ่งหลาย ๆ คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์และชอบมอเตอร์สปอร์ตน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่ารถที่ใช้ทำการแข่งขันนั้นโดยมากจะเป็นรถพิกัด 600 ซีซี แต่จริง ๆ แล้วมีเงื่อนไขเปิดกว้างมากกว่านั้น โดยแต่เดิมก่อนปี 2022 หรือปีก่อนหน้านี้ จะจำกัดไม่เกิน 600 ซีซี สำหรับเครื่อง 4 สูบหรือ 675 ซีซี สำหรับเครื่อง 3 สูบ และ 750 ซีซีสำหรับเครื่อง 2 สูบ แต่ปี 2022 นี้มันเปลี่ยนแปลงไปแล้วทาง FIM ได้มองถึงความเป็นไปได้ใหม่ของการแข่งขัน และความหลากหลายของแบรนด์รถ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าในตลาดรถซูเปอร์สปอร์ต หรือสปอร์ตไบค์ระดับกลางนั้น มีการขยับซีซีขึ้นไปสูงกว่าเกณฑ์เดิมแทบทุกแบรนด์ โดยมีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่สามารถลงแข่งได้ เช่น Yamaha YZF-R6, Honda CBR600R, MV Agusta F3 675, Kawasaki ZX-6R เป็นต้น ซึ่งจะสังเกตได้ว่ามีรถรุ่นใหม่ ๆ น้อยมาก ดังนั้นจึงได้มีการปรับปรุงเรื่องของโฮโมโลเกชันขึ้นมา เพื่อให้มีรถรุ่นใหม่ ๆ แบรนด์ใหม่ ๆ สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้มากขึ้น โดยจะมีเรื่องของการจำกัดรอบเครื่องยนต์เข้ามาบังคับเพิ่มเติมสำหรับเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุสูง ๆ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันมากที่สุด โดยตอนนี้เครื่อง 4 สูบจะมีความจุได้ถึง 750 ซีซี ก็สามารถลงได้ เช่น Suzuki GSX-R750 เป็นต้น เครื่อง 3 สูบจะมีความจุ 800 ซีซี เช่น MV Agusta F3 800 และเครื่อง 2 สูบจะได้มากถึง 955 ซีซี เช่น Ducati Panigale V2 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่แปลกใหม่ที่สุดก็ถือการมาของ Triumph Street Triple 765 R ซึ่งปกติแล้วจะไม่สามารถลงแข่งได้เพราะเป็นเน็กเก็ดไบค์ แต่โมเดลนี้ถูกทำให้เป็นเวอร์ชันสปอร์ตจากการใส่แฟริ่งเพิ่ม ซึ่งทาง FIM ก็รับรองให้ลงแข่งขันได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นรถโปรดักชันหรือรถที่มีจำหน่ายทั่วไป ตรงจุดนี้อาจจะทำให้ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นรถเน็กเก็ดไบค์จากค่ายอื่น ๆ มาลงแข่งในรายการนี้เพิ่มเติมก็เป็นได้ครับ รู้หรือไม่ WorldSSP อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Dynavolt Triumph รับ Hannes Soomer เข้าร่วมทีมพร้อมลุยศึก WSSP 2022 Dynavolt Triumph เผยเซ็นสัญญา Hannes Soomer เข้าร่วมทีมเพื่อสู้ศึก World Supersport Championship ฤดูกาล 2022 Hannes คือชายที่สามารถคว้าชัยในศึก European Supersport Championship เมื่อปี 2017 โดยเขาจะเข้ามาร่วมทีม Dynavolt Triumph และเป็นการกลับเข้ามาสู่เวทีโลกอีกครั้งหลังจากที่การแข่งขัน FIM Supersport นั้นปรับเปลี่ยนกติกาโดยใช้ระบบ Balance of Performance ใหม่ นักแข่งชาวเอสโตเนียวัย 23 ปีรายนี้เริ่มต้นเส้นทางนักแข่งของเขาในรายการ ADAC Junior Cup ในปี 2011 และคว้าโพเดียมแรกของเขาได้ในปี 2012 และจบที่อันดับ 5 ในตารางคะแนนรวม ต่อมาในปี 2013 เขาก็ลงแข่ง European Junior Cup เป็นครั้งแรก และในปี 2015 เขาก็สามารถคว้าโพเดียมแรกในรายการนี้มาได้ และในปีถัดมาเขาก็สามารถคว้าชัยชนะแรกของเขามาได้ ในปีเดียวกันนั้นเอง Soomer ก็ได้เปิดตัวลงแข่งในศึก World Supersport อยู่ 3 สนาม ต่อมาปี 2017 เขาก็เข้าร่วมในศึก European WorldSSP championship และสามารถทำคะแนนไปได้ 28 คะแนน และกลายเป็นแชมป์ในปีนี้เอง จากนั้น Soomer ก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลเป็นครั้งแรกกับศึก WorldSSP ในปีถัดมา และจากนั้นเขาก็กลายเป็นนักแข่งที่สามารถทำคะแนนได้สม่ำเสมอ เขามีความก้าวหน้ามากขึ้นในปี 2019 และสามารถจบการแข่งขันติดท็อป 10 อยู่บ่อยครั้ง เพียงพอที่จะทำให้เขามีหน้ามีตาและชื่อเสียงและย้ายไปอยู่ทีม Kallio Racing ในปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่เขาสามารถคว้ามาได้ 3 โพเดียมจากการแข่งขัน 3 เรซท้ายสุด ต่อมาในปี 2021 ปีที่มีการแข่งขันน้อยลง เขาก็ได้ฉายาว่า เจ้าลูกกระสุนปืนจากบอลติก และตอนนี้เขาก็พร้อมที่จะออกลุยกับฤดูกาลที่ 5 ของเขาในพร้อมกับทีมที่มีโรงงานตั้งอยู่ที่สหราชอาณาจักรอย่าง Triumph Hannes Soomer เผยว่า “ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ร่วมงานกับทีม Dynavolt Triumph ในฤดูกาล 2022 ผมเชื่อในศักยภาพของรถและประสบการณ์ของทีม และผมมั่นใจว่าเราสามารถหาทางร่วมงานกันได้อย่างรวดเร็ว ปีนี้เราจะได้เห็นความท้าทายใหม่ ๆ จากกติกาใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้การแข่งขันนั้นยากที่จะคาดเดาและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ผมพูดได้แต่เพียงว่าเราจะทุ่มสุดกำลังของเรา และผมทนไม่ไหวแล้วที่จะได้เริ่มต้นการทดสอบและอยากที่จะลุยศึกในฤดูกาลนี้เต็มที่แล้ว” Simon Buckmaster ผู้จัดการทีม Dynavolt Triumph เผยว่า “เรายินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศว่าเราได้ทำข้อตกลงร่วมกันกับ Hannes Soomer ให้เข้ามาร่วมทีม Dynavolt Triumph อย่างเป็นทางการ จริง ๆ แล้ว ผมเฝ้าดูพัฒนาการของ Hannes ในไม่กี่ปีให้หลังมานี้และเคยพูดคุยกับเขาในช่วงสองสามฤดูกาลหลังมากนี้ เกี่ยวกับเรื่องความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญาให้เขามาร่วมทีมของเรา ดังนั้นผมก็เลยดีใจที่ปีนี้เขาสามารถตกลงปลงใจกับเราได้” “Hannes นั้นเคยได้มาแล้วหลายโพเดียมในปี 2020 ปีที่แล้วเขาบาดเจ็บที่ขาในช่วงต้นฤดูกาลแต่ก็กลับมาโชว์ผลงานได้อย่างประทับใจ ผมเชื่อว่าเขามีศักยภาพ เขามีประสบการณ์และเขายังเชื่อมั่นในทีมของเรา เชื่อในโปรเจ็กต์ของไทรอัมพ์ เราตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นการทดสอบรถและเฝ้ารอที่จะได้ร่วมการแข่งขัน เป้าหมายของเราคือต้องมุ่งไปข้างหน้าและเป้าสูงสุดคือโพเดียมและแชมป์ ผมคิดว่าเขาจะต้องทำให้ผู้คนต้องประหลาดใจ แต่ก็อาจจะไม่ถึงกับทุกคน เพราะมีคนไม่กี่คนที่เหมือนเรา ที่รับรู้ได้ถึงพรสวรรค์ของเขา แต่เขากำลังจะทำให้แปลกใจแน่ ๆ และผมก็เฝ้ารอวันนั้น” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก Dynavolt Triumph รับ Hannes Soomer

ค่ายยามาฮ่า กระหึ่มเวทีเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ จากผลงานระดับท็อปของ TOPRAK RAZGATLIOGLU #54 ดาวบิดเติร์ก ที่แท็กทีมต้นสังกัดผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลก หลังผ่านการชิงชัยในนัดส่งท้ายฤดูกาล ที่ มันดาลิกา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศึกซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 สนามสุดท้ายของฤดูกาล ดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บนแทร็กป้ายแดงอย่าง เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย ระยะทางต่อรอบ 4.300 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 2 เรซ ในรายการพิเรลลี่ อินโดนิเซีย ราวนด์ โดย โทปรัค ราซกัตลิโอกลู #54 ดาวบิดเติร์ก สังกัดพาต้า ยามาฮ่า วิท บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค สามารถปิดจ็อบได้ในเรซแรกของการแข่งขัน หลังบิดเข้าเส้นชัยด้วยอันดับ 2 ทว่าเพียงพอที่จะคว้าแชมป์โลกสมัยแรกให้กับตนเอง ก่อนจะส่งท้ายฤดูกาลด้วยการซิ่งจบการแข่งขันอันดับ 4 ในเรซที่ 2 ด้าน อันเดรีย โลคาเทลลี่ #55 เพื่อนร่วมสังกัด บิดจบการแข่งขันด้วยอันดับ 4 และ 8 ตามลำดับจากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้ ยามาฮ่า ผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลกประเภทค่ายผู้ผลิต รวมถึง พาต้า ยามาฮ่า วิท บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค ในประเภททีม ขณะที่ อันเดรีย โลคาเทลลี่ ซิว รุกกี้ ออฟ เดอะเยียร์ ด้าน การ์เรต เกอร์ลอฟ และ จีอาร์ที ยามาฮ่า เวิลด์เอสบีเค ทีม คว้าแชมป์ประเภททีมอิสระ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก